.:: "อ้ายวีท์" ยินดีต้อนรับ [ 9Vcomsci's Blog ] ::.
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
19 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
FWD Mail : ชัยชนะที่ยั่งยืน



ชัยชนะที่ยั่งยืน





ในการอบรมคราวหนึ่งวิทยากรได้ชูกำปั้นขึ้นและเชิญชวนให้ทุกคนในห้องหาทางทำให้เขาแบมือออกมาคนแล้วคนเล่าลุกขึ้นมางัดแงะกำปั้นของเขา พยายามดึงนิ้วของเขาให้ถ่างออก หรือไม่ก็บีบข้อมือของเขาโดยหวังว่าความเจ็บปวดจะทำให้เขาคลายกำปั้นแต่ก็ไม่ได้ผล
  ถ้าเป็นคุณจะทำอย่างไร?


ชายผู้หนึ่งเดินตรงมาหาเขาด้วยหน้าตายิ้มแย้มแล้วก็พนมมือไหว้ เขายกมือไหว้ตอบทันทีสักพักคนในห้องจึงสังเกตว่ากำปั้นของเขาได้คลายออกแล้วโดยไม่ได้ใช้กำลังอย่างคนอื่นๆเลย ชายผู้นี้สามารถทำให้วิทยากรคลายกำปั้นออกมาได้ เขาเพียงแต่แสดงไมตรีด้วยการพนมมือไหว้เท่านั้น

คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ที่คิดอย่างชายผู้นี้ถ้าใช่คุณเป็นคนส่วนน้อยมากๆ เพราะจากประสบการณ์ของวิทยากรคนส่วนใหญ่คิดแต่การเอาชนะเขาด้วยกำลังไม่ว่าหญิงหรือชายเด็กหรือผู้ใหญ่มีไม่กี่คนที่คิดจะชนะใจเขา ถ้าไม่ด้วยการไหว้ก็ด้วยการยื่นดอกไม้หรือยื่นมือมาทักทายเขา

กิจกรรมเล็กๆนี้บอกอะไรบ้างไหมเกี่ยวกับวิธีคิดของผู้คนส่วนใหญ่ในเวลานี้ ใช่หรือไม่ว่าเราคิดถึงการใช้กำลังมากกว่าวิธีการที่สันติเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นกับใครก็ตาม เราคิดแต่จะเอาชนะด้วยกำลังยิ่งกว่าการชนะใจแต่กิจกรรมเดียวกันนี้เองก็บอกเราว่าวิธีการที่สันตินั้นสามารถแก้ปัญหาได้ดีกว่าแม้ในกรณีที่ดูเหมือนว่าต้องใช้กำลังเท่านั้นเป็นทางออก การใช้ไมตรีนั้นสามารถทำให้อีกฝ่าย'ยอมจำนน' ได้หรือพูดให้ถูกต้องกว่านั้นก็คือ 'ชนะ'ทั้งสองฝ่ายเพราะขณะที่วิทยากรได้มิตรภาพอีกฝ่ายก็สามารถคลายกำปั้นเจ้าปัญหาออกมาได้
จริงอยู่กิจกรรมนี้เป็นแค่เกมในชีวิตจริงเราคงไม่คิดจะใช้กำลังแก้ปัญหากับใคร แต่ใช่หรือไม่ว่าเมื่อมีข้อขัดแย้งกับใครคนส่วนใหญ่นิยมใช้วิธี ' แรงมาก็แรงไป ' ถ้าเขาโกรธมาก็โกรธไปด่ามาก็ด่าไป การใช้วิธีที่นุ่มนวลหรือใช้ความดีเข้าเผชิญมักจะถูกมองข้ามไป หรือถูกบอกปัดไปเพราะเข้าใจว่าไม่ได้ผลแต่ในความเป็นจริงวิธีการดังกล่าวก็ได้ผลไม่น้อยไปกว่าในเกม ' คลายกำปั้น ' ข้างต้น

สตีเวน สปีลเบิร์ก ผู้กำกับและนักสร้างหนังชื่อดังแห่งฮอลลีวู้ด เล่าว่าเมื่ออายุ13ปี ชีวิตของเขาเหมือนตกอยู่ในนรก เพราะที่โรงเรียนมีอันธพาลวัย15 คนหนึ่งชอบทำร้ายเขาทั้งทุบตีและขว้างปาระเบิดไข่เน่าใส่เขา เขาทนสภาพนี้อยู่นานแล้ววันหนึ่งเขาก็เข้าไปหาอันธพาลคนนั้นและพูดว่า 'เธอรู้ไหม ฉันกำลังถ่ายทำหนังเรื่องสู้กับนาซีเธออยากเล่นบทพระเอกไหม' ทีแรกอันธพาลหัวเราะใส่เขาแต่ในที่สุดก็ตกลง สปีลเบิร์กเล่าว่าหลังจากถ่ายทำวีดีโอเสร็จ อันธพาลคนนั้นได้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทของเขา


การที่สปีลเบิร์กให้การยอมรับเขาและเปิดโอกาสให้เขาได้เป็นพระเอกมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนเขาจาก 'ศัตรู' ให้กลายเป็นมิตรได้ เพราะลึกๆ วัยรุ่นคนนั้นก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้รับความยอมรับ สปีลเบิร์กชนะใจเขาด้วยการยื่นไมตรีให้แทนที่จะตั้งตัวเป็นศัตรูหรือยอมจำนนต่ออำนาจบาตรใหญ่ของเขา



น้ำใจไมตรีไม่เพียงแปรเปลี่ยนความขัดแย้งให้คลี่คลายไปในทางที่ดีเท่านั้น หากยังสามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ด้วย



นักธุรกิจไทยผู้หนึ่ง ได้เล่าถึงประสบการณ์เมื่อครั้งไปเรียนหนังสือในเมืองบอสตันว่าเธอเคยถูกคนผิวดำล็อกคอและเอามีดจี้ขณะรอสัญญาณไฟเขียวบนเกาะหน้ามหาวิทยาลัย เมื่อโจรพบว่าในกระเป๋าของเธอมีเงินแค่ 20ดอลลาร์ ก็ไม่พอใจเขาขุ่นเคืองหนักขึ้นเมื่อพบว่าเธอไม่มีนาฬิกา แหวนและกำไรเลยสักอย่างเขาจึงถามเธอว่า 'เป็นคนเอเชียมาเรียนที่นี่ได้ก็ต้องรวยไม่ใช่หรือ' เธอตอบว่า 'สำหรับฉันน่ะไม่ใช่เพราะได้ทุนมา ' แล้วโจรก็ย้อนกลับมาถามถึงเงิน20ดอลลาร์ว่าจะเอาไปทำอะไร เธอตอบว่า เอาไปซื้อไข่ เขาถามเธอว่าเอาไข่ไปทำอ ะไร 'เอาไปต้มกินได้ทั้งอาทิตย์' เธอตอบตามความจริงเพราะตอนนั้นการเงินฝืดเคือง



ระหว่างที่โต้ตอบกันอยู่นั้นยามหน้ามหาวิทยาลัยเห็นผิดสังเกตจึงยกหูโทรศัพท์เรียกตำรวจเธอมองเห็นพอดีก็เลยโบกมือว่า 'ไม่ต้องๆเราเป็นเพื่อนกัน' โจรได้ยินเช่นนั้นก็งงถามว่า 'คุณรู้จักกับผมตั้งแต่เมื่อไหร่' 'ก็เมื่อกี้ไง' เธอตอบ



โจรเปลี่ยนท่าทีไปทันทีหลังจากสนทนาพักใหญ่ โจรไม่เพียงแต่จะคืนเงินให้เธอ หากยังพาเธอไปซื้อไข่และซื้ออาหาร 3ถุงใหญ่ พร้อมทั้งหิ้วมาส่งถึงหน้ามหาวิทยาลัยแล้วยังแถมเงินอีก 50 ดอลลาร์



เรื่องนี้ยังไม่จบเพราะวันรุ่งขึ้นเธอนำเงิน 50 ดอลลาร์นั้นไปซื้อเครื่องปรุงอาหารไทย แล้วไปเยี่ยมบ้านเขาเพื่อทำต้มยำกุ้งให้กินกันทั้งครอบครัวนับแต่นั้นทั้งสองฝ่ายก็ไปมาหาสู่กัน เธอเล่าว่าทุกวันนี้หากมีธุระไปบอสตันก็จะไปแวะเยี่ยมครอบครัวนี้ทุกครั้ง



น้ำใจไมตรีและความดีนั้นมีพลังที่สามารถเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี และเปลี่ยนภัยคุกคามให้เป็นสะพานสานมิตรภาพได้ ใช่หรือไม่ว่าการกำจัดศัตรูที่ดีที่สุดก็คือการเปลี่ยนเขามาเป็นมิตรนั่นเอง นี้คือชัยชนะที่ให้ผลยั่งยืนกว่าชัยชนะด้วยกำลังที่เหนือกว่า






ที่มา : FWD Mail



Free TextEditor


Create Date : 19 มิถุนายน 2552
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2553 13:31:35 น. 8 comments
Counter : 285 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยม มาขอภาพไปใช้บ้างน๊ะค๊ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: Ti_non_nee วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:14:15:41 น.  

 
ยินดีครับ


โดย: vcomsci วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:14:24:07 น.  

 


โดย: janchay วันที่: 23 มิถุนายน 2552 เวลา:12:19:59 น.  

 
มาขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล๊อกค่ะ
อยากทานกาแฟที่นี่จัง


โดย: ครอบครัวตัว ม วันที่: 23 มิถุนายน 2552 เวลา:13:19:45 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ
ไว้หาทางออกไม่ได้แล้วจะมาขอคำแนะนำ
นะคะ


โดย: แมวน้อยซุกซน วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:14:17:19 น.  

 
Hello.

How are you.

Nice to see you.



โดย: janchay (janchay ) วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:5:40:31 น.  

 
เข้ามาเยี่ยม บล๊อคสวยจัง


โดย: brackleyvee วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:3:15:41 น.  

 
แวะมาอ่านจร้า bigeye


โดย: CIA (tewtor ) วันที่: 14 เมษายน 2554 เวลา:0:48:34 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

vcomsci
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อน ๆ น้า ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุก ๆ ท่านที่ผ่านมาและผ่านไป ทักทายกันได้ครับ(ไม่กัด) อิอิ









9Vcomsc's colours codes










Friends' blogs
[Add vcomsci's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.