Photobucket">
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
8 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
ไทรโยคชุ่มฉ่ำกลางสายหมอกในฤดูปลายฝนต้นหนาว...ไทรโยควิวราฟท์ กาญจนบุรี

 หน้าฝนยังไม่หมดดี แต่เราก็ยังไม่หยุดเที่ยว อย่างที่แมวน้ำเคยบอกนะง๊าบว่า
 เมืองไทยเที่ยวได้ทั้งปี ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกจะเที่ยวให้ถูกที่ถูกกาลนะง๊าบ

แมวน้ำว่า หน้าฝนอย่างนี้ไปเที่ยวน้ำตกดูจะเข้าท่าเข้าทางสุด เพราะ น้ำเยอะ น้ำตกสวยไหลแรง
แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าจะมีแดดมั้ย มีคลื่นสูง ลมแรงรึเปล่า
เหมือนไปทะเลหน้าฝน ที่นอกจากจะต้องพกซันบล็อกกับบิกินี่แล้ว 
ยังต้องพกดวงไปด้วย ล่าสุดไปเสม็ด ลืมพกดวงมาจริงๆ ฝนตกตลอดไฟดับทั้งเกาะ T-T

แต่ไปน้ำตกก็ต้องระวังเรื่องน้ำป่าไหลหลากด้วย ไหลลงมาทีไม่มีสิทธิหนีเลยนะง๊าบ 

บล็อกนี้เช่นเคย เป็นบล็อกถนอมอาหารจากการดองทริปนี้มาแล้วหนึ่งปี
 บล็อกที่มีในสต็อคดองเอาไว้เยอะจัด เลยต้องรันตามคิวนะง๊าบ
 แต่ถึงจะปีนึงแล้ว แต่ได้ timing ที่ดีพอดีแหล่ะ เพราะเป็นช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะสมแก่การไปเที่ยวเมืองกาญจน์อย่างยิ่ง
 ปลายฝนที่ยังคงมีฝนปรอยๆ น้ำเยอะ น้ำตกสวย ตอนเช้ามีหมอกบางๆที่เชิงเขา
โดยครั้งนี้แมวน้ำมีเวลาแค่ไม่ถึง 1 วัน เห็นมั้ยล่ะ เวลาน้อยๆก็เที่ยวได้

คืนนี้จองที่พักไว้ที่ "ไทรโยค วิว ราฟท์" รีสอร์ทสวย ลอยแพอยู่ในอุทยาแห่งชาติไทรโยค 
มีที่พักเยอะมาก สามรถรองรับจำนวนคนได้เป็นร้อย เป็นห้องพัดลม ไม่แน่ใจว่ามีห้องแอร์รึเปล่า
เอาภาพแปะไว้เรียกน้ำย่อย ก่อนไปถึงสถานที่จริง



แต่ก่อนที่เราจะไปที่พัก นานๆมาเมืองกาญจน์ทั้งที ขอแวะนู่นแวะนี่ไปเรื่อยก่อน 
ที่แรกคือ วัดพระแท่นดงรัง



พระแท่นดงรัง นับว่าเป็นเจดียฐานประการหนึ่ง คือถือว่าเป็นที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า และนับว่าเป็นสังเวชนียสถานแห่งหนึ่งในสี่แห่งของ พระพุทธเจ้า คือสถานที่ประสูติ สถานที่ตรัสรู้ สถานที่แสดงปฐมเทศนา และสถานที่ดับขันธปรินิพพาน ซึ่งสถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศอินเดียในปัจจุบัน 

ตามตำนาน อันเป็นคติที่เชื่อกันว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปยังแว่นแคว้นต่าง ๆ ภายนอกประเทศอินเดีย ด้วยอำนาจฌานสมาบัติ และได้ประดิษฐานเจดีย์หรือ ตรัสพยากรณ์เรื่องราวต่าง ๆ ไว้ในแว่นแคว้นเหล่านั้น จึงเกิดมีเจดีย์วัตถุและพุทธพยากรณ์ที่อ้างว่า พระพุทธองค์ได้ทรงประดิษฐานเจดีย์วัตถุไว้

ในประเทศไทยมีตำนานเกี่ยวกับการประทับรอยพระพุทธบาท และการสร้างพระธาตุเจดีย์อยู่เป็นจำนวนไม่น้อย รวมทั้งพระแท่นและพระพุทธฉาย สำหรับพระแท่น ที่มีอยู่ในพงศาวดารคือ พระแท่นศิลาอาสน์ มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย แต่พระแท่นดงรัง ไม่ได้มีกล่าวไว้ในพงศาวดาร จึงสันนิษฐานว่า อาจจะเกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย 

ความอัศจรรย์ของพระแท่นดงรังนั้นผิดกับเจดีย์วัตถุอื่น เนื่องจากมีผู้เชื่อว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ พระแท่นดงรังนี้จริง ๆ ซึ่งเท่ากับว่าเมืองไทยนี้เป็นมัชฌิมประเทศ อันเป็นสถานที่ ประสูติ ตรัสรู้ และดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้า 

++++ ขอขอบพระคุณ ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับพระแท่นดงรัง http://katin.bu.ac.th/katin08.html +++++

สักการะรอบพระพุทธบาทไม้ประดับมุก



และสักการะพระแท่นดงรัง



หลังจากสักการะพระแท่นเรียบร้อยแล้วนั้น แมวน้ำมุ่งหน้าต่อไปยังชุมชนบ้านหนองขาว เพื่อจะไปดูการทอผ้าขาวม้าร้อยสี แต่พอไปจริงๆกลับไม่มีอะไร ไม่เห็นชาวบ้านทอผ้า เหมือนเวลาดูในรายการท่องเที่ยว หรือหนังสือท่องเที่ยวเลย แอบเงิบเล็กๆ แต่ไม่เป็นไร เรามีอีกหลายที่ที่ต้องแวะ

ทริปนี้แอบแสวงบุญเล็กๆ เพราะที่ต่อไปขอแวะวัดถ้ำเสือสักนิด 
เห็นในรูปหลายที่ด้านหลังพระประธานองค์ในทุ่งนาเขียวขจี
แล้วก็ได้ไปเห็นกับตา สวยจริงๆง๊าบ



จะถ่ายมุมนี้ได้ต้องขึ้นไปบนเจดีย์ข้างๆนะง๊าบ ช่วงนี้ฝนดี ต้นข้าวกำลังเขียวเลยง๊าบ^^

แวะไหว้พระกันอิ่มบุญไปแล้ว เรามุ่งหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติไทรโยคกันดีกว่า อยู่ไกลจากตัวเมืองพอสมควรเลยง๊าบ ยิ่งช่วงนี้ฝนตกด้วย ทำความเร็วไม่ได้มากง๊าบ ขับรถระวังกันด้วยนะง๊าบ

ระหว่างทางไปอุทยานฯไทรโยคนี่เป็นภูเขารายล้อม ฝนตกหมอกลง สวยงามมากจริงๆ
บรรยากาศนี่โรแมนติคสุดๆ พูดแล้วก็อยากไปอีก

ขับมาจากตัวเมืองกาญจน์ประมา 100 ก.ม. ได้ โดยมีฝนกระหน่ำนำพามาถึงอุทยานแห่งชาติไทรโยคจนได้ เย่ๆ 
เราจอดรถไว้ตรงลานจอดรถของอุทยานแล้วเดินไปที่ท่าเรือเลยง๊าบ พี่ที่รีสอร์ทรออยู่



เดินมาถึงท่าเรือแล้วเห็นป้ายของไทรโยควิวราฟท์แล้วก็เดินลงไปเลยง๊าบ



ที่ไปที่ท่าเรือเพราะรีสอร์ทไม่ได้อยู่ตรงนี้แต่ต้องนั่งเรือเข้าไปอีก 
แต่แมวน้ำซื้อแพคเกจห้องพักที่มีรวมค่าอาหารเย็นและอาหารเช้า พร้อมทั้งนั่งแพไปเล่นน้ำตกไทรโยคเล็กไทรโยคใหญ่ด้วย 
งั้นเดี๋ยวเราเล่นน้ำก่อน แล้วค่อยไปรีสอร์ทก็ได้

ที่ท่าเรือมีห้องน้ำให้เปลี่ยนองค์ทรงเครื่องเพื่อพร้อมกับการเปียกอย่างจริงจัง
แล้วก็นั่งแพขนาดใหญ่ ล่องไปตามแม่น้ำแควน้อยเพื่อย้อนไปที่น้ำตกไทรโยคเล็กก่อน



ก่อนจะเล่นน้ำ ต้องใส่ชูชีพก่อนนะง้าบเพื่อความปลอดภัย ใส่ทั้งคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น และคนที่ว่ายเป็นก็ต้องใส่เช่นกัน แม่น้ำแควน้อย เชี่ยวมาก จริงๆอยู่เฉยๆก็ไหลไปตามน้ำได้เลย

เมื่ออาทิตย์ก่อนที่ไปเสม็ด มีทัวร์จีนจมน้ำไปครึ่งชั่วโมงทั้งที่เล่นไม่ไกลจากหาด คนแถวนั้นและแม้แต่กู้ชีพก็ปฐมพยาบาลไม่เป็นด้วย ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง 
อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอด ฉะนั้น ปลอดภัยไว้ก่อนนะง๊าบ


ไทรโยคเล็ก 






นั่งแพไปพี่ไกด์ที่พานักท่องเที่ยวฝรั่งมาก็บ่นอุบว่า ช่วงนี้นักท่องเที่ยวน้อย
 เพราะอุทยานเก็บค่าเข้าแพงขึ้นมาก อันนี้ข้อเท็จจริงยังไงไม่รู้นะง๊าบ



พอแพลอยไปถึงไทรโยคเล็ก ก็นึกว่าจะไปอีกไกล ที่ไหนได้ กลับเรือย้อนไปทางเดิม 
อะไรง่า....สั้นจุง  :P
เดี๋ยวแพจะลากไปจอดตรงน้ำตกไทรโยคใหญ่
 ด้วยความที่กลัวไม่คุ้ม แมวน้ำเลยกระโดดลงไปเล่นในน้ำ 
แล้วเดี๋ยวกระแสน้ำมันก็พากลับไปที่แพเอง
โดดลงไปพร้อมแก๊งค์หนุ่มๆฝรั่ง



น้ำเย็นมากกกกก หนาวมากกกกกก แต่สนุกมากกกกกกกกกกกก



เมื่อกระแสน้ำพัดพาแมวน้ำไปยังแพ พี่บนเรือก็ฉุดดึงแมวน้ำขึ้นมาอย่างไว 
ไม่งั้นลอยออกไปพม่าแล้ว

เรือมาจอดตรงที่น้ำตกไทรโยคใหญ่ตกซู่ลงมาอย่างนี้
บางทีเรือก็แอบจอดใกล้ไป อาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่เล่นน้ำแถวนั้นนะง้าบ 
ส่วนคนที่ยืนเล่นน้ำบนแพ ก็ระวังลื่นด้วยนะง้าบ น้ำช่วงหน้าฝนค่อนข้างแรง
เด็กๆควรอยู่ในการดูแลของผู้ปกครองด้วยนะง้าบ^^



เล่นน้ำเสร็จ บนแพก็มีผลไม้ไว้ให้บริการ กินไปให้น้ำตกนวดตัวไป หนาวดี บรื๋ออออสสสส์์



ทริปเล่นน้ำจบลงแบบดื้อๆเพียงเท่านี้ สั้นมากแต่ก็โอเคเลยนะง้าบ
งั้นเรานั่งเรือหางยาวต่อไปยังรีสอร์ทเราดีกว่า 



นั่งมาได้แป๊บนึง สองสามโค้ง ก็เลี้ยวฟ้าบมาเจอรีสอร์ทที่ตั้งไกลสุดของอุทยานฯ
 สงบเงียบ สวยงาม



มาถึงแล้ว รีสอร์ทเราคืนนี้ ขึ้นจากเรือ พร้อมซาวนด์จิ้งหรีด ที่แสดงถึงความเงียบเชียบ วังเวง 
คนไปไหนหมดง้าบบบบบบ....
อ้อ ลืมไปวันนี้วันธรรมดานี่
แต่ก็ดีนะ ปิดรีสอร์ทอยู่กันสองคนเนี่ยแหล่ะ  

มีสระว่ายน้ำด้วยเก๋อ่ะ



เช็คอินแล้วก็ไปที่ห้องพักได้ง๊าบ ทั้งรีสอร์ท สองคนจริงๆง้าบ



รูปข้างบนเป็นทางเข้าห้อง แต่ด้านหน้าห้อง เป็นอย่างนี้ ชิลสุด

นั่งเล่นมองดูสายน้ำไหล ลมเย็นๆ สบายจริงๆ



เชิญง้าบ ห้องสะอาดดี ห้องพัดลมแต่ไม่ร้อนเลย



เดี๋ยวอาบน้ำเปลี่ยนชุด  แล้วไปที่ล็อบบี้ เพื่อให้อาหารเย็นแมวน้ำกัน มื้อนี้รวมไปแล้วในแพคเกจ

เปลี่ยนองค์แล้ว พร้อมแล้ว หิวแล้ว
สะบัดบ็อบ และกระพือกระโปรง inspired by แม่บ้านมีหนวด 
ปะ...เราไปกินข้าวกัน




เดินสวยๆนวยๆ มานั่งรออาหารที่คนครัวและพนักงานประเทศเพื่อนบ้านกำลังจัดเตรียมให้
รู้สึกได้ถึงความ privilege ขึ้นมาทันที นั่งวาดรูปเล่นได้สักพัก
อาหารก็มาวางเต็มโต๊ะเบย





คาว-หวาน อู้ฟู่ ข้าวเติมได้ หมดนี่สำหรับสองท่านอีกแล้ว
เยอะไปม้าย....
แล้วเยอะแล้วเคยเหลือม้าย......
พูดเลยว่า...เกลี้ยง!!!



อาหารครบ 5 หมู่ รสชาติเรียกได้ว่าอร่อยเลยล่ะ 

หันไปส่งซิก ว่า เยี่ยม! อร่อยมากง๊าบ



นั่งกินนั่งเล็มจนฟ้ามืด บรรยากาศ ยามโพล้เพล้ สงบเงียบสุดๆ



ที่นี่สวยดีนะง๊าบ ยิ่งพอเปิดไฟตอนกลางคืนยิ่งสวย ถ้ามีคนมากกว่านี้อีกนิดเป็นเพื่อนกันจะดีมาก

ข้อดีของการเที่ยววันธรรมดาคือ เงียบ คนน้อย 
แต่ข้อเสียของมันก็คือ เงียบ คนน้อย เช่นกัน
เอ๊ะ ยังไง คือ ดีตรงที่เราไม่ต้องแย่งใคร เป็นส่วนตัวดี
 แต่ที่ไม่ดีคือมันเหงา ค่อนไปทางวังเวง



เดี๋ยวขอขึ้นไปเดินเล่นด้านบนล็อบบี้หน่อยดีกว่า 
สวยดีนะเนี่ย 



วันนี้ขอแมวน้ำครองรีสอร์ทนี้แต่เพียงผู้เดียว



เงียบมาก ไม่รู้จะทำอะไร 
ที่ห้องไม่มีทีวี ไม่มีน้ำอุ่น ไม่มีแอร์นะง๊าบ 
มาพักผ่อนกับธรรมชาติ เราต้องอยู่แบบธรรมชาติๆ
พักผ่อนดีกว่าไปล่ะ คร้อกกกกก...




เช้าแล้วง้าบ...เป็นเช้าที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝน
นั่งมองสายน้ำที่ไหลผ่านหน้าบ้าน ค่อนข้างเชี่ยวทีเดียว 
ตกไปนี่ลอยหายวับไปเลยแน่ๆง๊าบ

เนื่องจากวันนี้มีภารกิจต้องรีบกลับ เลยไม่ได้มีเวลานั่งหายใจทิ้งต่อนานๆ
เช้านี้เลยขออาหารเช้ากันแต่เช้าตรู่ พนักงานก็จัดเตรียมให้อย่างดี และเยอะดีอีกด้วย



อาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน แต่ถ้าคนเยอะคงไปบุฟเฟต์ไลน์ นะง๊าบ


ดูหมอกบางๆด้านหลังนั่นสิง๊าบ สวยมากกกกกก





ให้อาหารเช้าแมวน้ำจนอิ่มแล้ว ก็ได้เวลากลับกทม.ง๊าบ ต้องนั่งเรือฝ่าฝนออกไป 
หนาวมมากกก



จบทริปสั้นๆไปแบบสั่นๆ ด้วยความหนาวของลมฝน แต่ชุ่มฉ่ำทั้งกายใจนะง๊าบ

ค่าใช้จ่าย ต้องขออภัยจำไม่ได้จริงๆ เพราะผ่านไปแล้ว 1 ปีเต็ม
แต่ไม่แพงหรอกง๊าบ (เพราะแพงแมวน้ำไม่ไปแน่ง้าบ)  น่าจะตกคนละพันกว่าบาท
ราคาเป็นแพคเกจ ที่พัก 1 คืน+ อาหารเย็น+อาหารเช้า +แพลากเล่นน้ำตก

ยังไงลองเข้าไปดูที่เว็บของรีสอร์ทได้เลยง้าบ
ส่วนราคาโทรไปสอบถามได้เลยง้าบ หงืดๆๆๆ

เมืองกาญจน์ยังมีที่เที่ยวอีกมากที่ลิสว่าจะต้องไปให้ได้
โดยเฉพาะแถบทองผาภูมิ สังขละบุรี หรือใกล้ๆ เข้ามาหน่อยก็แถวแม่น้ำแคว อู้ย เยอะแยะ

ไว้หาเวลาว่างๆ ยาวๆ มาตะลุยเมืองกาญจน์อีกดีกว่าง้าบ หงืดๆๆๆ





Create Date : 08 ตุลาคม 2556
Last Update : 9 ตุลาคม 2556 15:28:22 น. 6 comments
Counter : 4925 Pageviews.

 

Like ให้เป็นคนที่ 1
ถ่ายภาพสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ



โดย: อุ้มสี วันที่: 8 ตุลาคม 2556 เวลา:21:30:44 น.  

 
รูปสวยมากครับ นางแบบโพสต์ท่าได้อารมณ์ดี


โดย: แมวเซาผู้น่าสงสาร วันที่: 8 ตุลาคม 2556 เวลา:22:13:11 น.  

 
เป็นรีสอร์ทที่สวยมากคับ บรรยกาศแบบปลายฝนต้นหนาวนี่มันน่าหลงใหลชะมัดว่ามั้ยครับ คุณแมวน้ำเล่าเืรื่องได้น่ารักน่าติดตามมากเลย

โหวตให้เรื่องราวดีๆ คับ เยี่ยมไปเลย

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
แมวน้ำตาหวาน Travel Blog ดู Blog


โดย: NaiKonDin วันที่: 8 ตุลาคม 2556 เวลา:23:08:21 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 9 ตุลาคม 2556 เวลา:4:56:45 น.  

 
รีวิวได้สนุกดีค่ะ


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 9 ตุลาคม 2556 เวลา:13:01:12 น.  

 
- คุณอุ้มสี : ขอบคุณนะง้าบ มาให้กำลังใจกันเป็นคนแรกเลย

- คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร : ขอบคุณง้าบ แมวน้ำถึงจะไม่ค่อยเต็ม แต่ก็เต็มที่กับทุกเรื่อง ^^

- คุณ NaiKonDin: ใช่แล้วง้าบ ฤดูนี้เป็นฤดูสุดโรแมนติก ขอบคุณที่โหวตเป็นกำลังใจให้ง้าบ ^^

- คุณ Kavanich96: ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมบ่อยๆนะง้าบ

-คุณ บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน: ขอบคุณที่ชอบง้าบ ^^


โดย: แมวน้ำตาหวาน วันที่: 9 ตุลาคม 2556 เวลา:14:15:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Seally-Go-Round
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]











Vassamon Anansuakkasem

Make your own Badge!

Stock Images

Thank you to All Viewers!

Free Hit Counter by Pliner.Net
Instagram Seally-Go-Round | Promote Your Page Too
Friends' blogs
[Add Seally-Go-Round's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.