Nisa Mongkhonrat ; ทราย
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
12 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 

เริ่มต้นด้วยใจ 100 %

เพื่อนๆ หลายคนคงเห็นแล้วนะคะว่าเดี๋ยวนี้ภาษามีความจำเป็นกับการใช้ชีวิตประจำวันมากมายคะ ถ้าใครอยากพูดได้มากกว่าภาษาไทยแล้วหล่ะก้อ คงต้องตั้งต้นนับ 1 ที่ตัวเราก่อนคะ ใจเราต้องการ 100 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้เพื่อนๆ รับความรู้ใหม่ได้ง่ายขึ้น เพราะใจเราเปิดรับแล้ว ห้ามดูถูกตัวเองเด็ดขาดเลยนะคะ ต้องคิดว่าเราทำ เราเก่งได้ แน่นอน อย่าเพิ่งคิดว่ายากเกินความสามารถ น้องทรายอยากบอกว่า น้องทรายไม่ได้เก่งมากมายหรอกคะ
แต่ชอบและเห็นความสำคัญจึงฝึกฝนตัวเองมาสม่ำเสมอ และไม่เคยไปเรียนต่างประเทศเป็นปีเป็นชาติเหมือนคนอื่นเขาหรอกนะคะ โฮะ โฮะ

แล้วมาหาว่าเราอยากเรียนภาษาไหน น้องทรายเริ่มต้นง่ายๆ ภาษาอังกฤษนี้หล่ะ เพราะเรียนมาตั้งแต่ ป.5 น้องๆอาจไม่เข้าใจนะคะ สมัยรุ่นน้องทรายเนี่ย เพิ่งรู้จักภาษาอังกฤษครั้งแรกตอนป.5 คะ เพราะหลักสูตรเก่าเขาจะบรรจุให้เด็กเรียนตอนนั้น แต่เดี๋ยวนี้คงเรียนตั้งแต่อนุบาลอ่ะ
เอ บี ซี... ก้อถ่องจนจำให้ได้เป็นพื้นฐานสำคัญ จำได้เมื่อก่อนตื่นเต้นมาก ภาษาไรว้า ออกเสียงตลกดี ดิสอิส อะ แคท..

พออยู่ ป.6 ก้อเริ่มสนใจมากจนถามคุณแม่เอาคะ อยากอ่านได้ภาษาเนี่ยคุณแม่สอนหน่อย คุณแม่ก้อขี้เกียจมั้งคะ บอกว่าเดี๋ยวซื้อเทปมาให้สอนแทน ดังนั้น เครื่องมือช่วยตัวแรกของน้องทราย คือ เทปเพลงภาษาอังกฤษ อันนี้ดีคะ ช่วยเราเรื่องสำเนียงด้วย ฟังแล้วออกเสียงตาม จำได้ว่าพูดบ่นๆอยู่หน้าเทปเป็นวันๆเลย แต่ไม่รู้เรื่องสักตัว เป็นแบบนั้นจนจบป.6 ด้วยเกรดภาษาสุดเริ่ดคะ เกรด 2 ดีที่สุดแล้วนะคะ

โตจนเรียนมัธยมก็เริ่มอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ จำได้ว่ามันคือ STU Wk ตอนนั้นก็มี Dictionnary มาช่วย สำคัญอีกแหละ ถือติดมือตลอดความจริงไม่ค่อยได้เปิด แต่เวลาถือราศีเด็กเก่งจับแพรวพราวเลยถือมาตลอด ตอนนั้นยังไม่เก่งคะ จบม. 1 ด้วยเกรด 1 โห้ โค-ต-ร เลย กลับบ้านเอาเกรดให้คุณแม่ดู ก็โดนถางเลยคะ หัวเราะ สมน้ำหน้า เอาใหม่ม.2
ก้อเข้าไปถามอาจารย์ภาคภาษาอังกฤษเลยทำไงให้เก่งคะ ช่วยหนูด้วย อาจารย์น่ารักคะ ตอบมาว่า ถ้าเป็นแกรมม่า ก็เหมือนวิชาอื่น ท่องโครงสร้างให้จำให้เข้าใจ แล้วทำแบบทดสอบเยอะๆ ก็เก่ง
****แต่ถ้าอยากอ่านเก่ง ฟังและพูดได้ดีนั้น ต้องหาประสบการณ์เยอะๆ*** (แล้วจะไปเอาจากไหน)

ช่วงนั้นมีอาจารย์ฝรั่งมาแลกเปลี่ยนระหว่างชาติในโรงเรียน อาจารย์เราเลยแนะนำพี่น้องทรายกับอาจารย์ท่านนั้น ไอหย๋า น่ากลัวอยากเก่งแต่กลัวฝรั่ง
***กลัวพูดไม่รู้เรื่อง
***กลัวโดนหัวเราะ เพราะเราโง่มากอยู่แล้ว
***กลัวว่า เรากล้าพูดเขาไม่กล้าฟัง

แต่ไปไปมามา ทุกอย่างอยู่ที่ใจคะ อยากเก่งต้องทำใจกล้าไว้ สู้สู้
อาจารย์ฝรั่งก็เริ่มคุยกับเราง่ายๆ มีอาจารย์เราเป็นล่ามให้

และประกอบกับได้คำแนะนำจากอาจารย์ท่านต่างๆ รวมถึงคุณแม่ ป้า น้า พ่อแม่เพื่อน ก้อได้วิธี กี่วิธีน้องทรายเอาหมด ดังนี้

1. อ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษบ่อยๆ พยายามอ่านนะคะทุกตัวตัวคำ ทุกข่าว พกดิกชั่น เปิดมันเข้าไปจนคุ้มเงินที่ซื้อมาเลยคะ ถ้าใครไม่ชอบเริ่มจากการ์ตูนก็ดีคะ ง่ายๆ สนุกด้วย

2. ฟังเทปเพลงภาษา อันนี้เพื่อบันเทิงส่วนตัว เลือกวงที่ชอบ สมัยน้องทรายก้อ บอยโซน นายตี้เอ็กดีกรี (สมัยไหนว้า)

ฟังแล้วก้อแปลด้วยคะ ตัวเราจะได้ชินกับศัพท์ต่างๆ ภาษานะ ศัพท์ป็นเรื่องสำคัญคะ

3. ยอมกระแดะดูหนังแบบ ซาวแทรกซ์ จะได้มันส์ และชินกับการออกเสียงของฝรั่งเขาด้วย พูดตามด้วยยิ่งดี ขอบอกว่าเป็นเร็วนักแล

4. เริ่มคุยกับคนในครอบครัวคะ เพื่อน น้องทรายเป็นหนักคะ เคยถูกหาว่าบ้าไปเลย แต่ไม่ถอยเริ่มเข้าภาคภาษาให้บ่อยขึ้น ดูโครงการประกวดพูด แต่งความต่างๆ เพื่อฝึกตัวเอง ทักทายอาจารย์ฝรั่งบ่อยๆ
ถึงจะแค่ Good morning และ see you และ Thank you ก้อขอให้ได้ใช้คะ

ตอนนั้นตัวเล็กเด็กๆ ช่วง ม.ต้น เลยทำแบบนี้มาตลอด แต่ทักษะเริ่มเพิ่มขึ้นฝึกชั่วโมงบินบ่อยๆ คะ เรียนมาเยอะแต่ไม่ไขว้คว้าประสบการณ์เท่ากับเก็บไว้ในไหเฉยๆ ต้องเอาออกมากินบ้าง จะได้พัฒนาตัวเองบ่อยๆ

พอช่วงม.ปลาย ก็เริ่มเจนคำศัพท์สำเนียงมากขึ้น คราวนี้เริ่มอ่านนวนิยายยาวๆ จากใช้ดิกชั่น ก้อเริ่มไม่ต้องใช้ พอฟังเพลงก็ลองจดลงกระดาษคะว่าเราฟังถูกไหมแล้วไปเทียบกับเนื้อเพลงที่ให้มากับปก
ช่วงม.ปลายเนี่ยภาษาอังกฤษเริ่มดีขึ้นมากจนจบม.ปลาย ด้วยเกรด 3 และ 4 ทั้งนั้นคะ ฮิ้ววๆๆๆๆๆๆๆ หัวเราะดังให้ตัวเอง
กับความพยายามทั้งหมดของเรา บอกก่อนว่าน้องทรายเรียนสายวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์นะคะ แต่เห็นว่าต่อไปเราจำเป็นต้องใช้ภาษา ให้ขี้เกียจแค่ไหนก็ไม่ทิ้งคะ

ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย เข้าคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนะคะ ก็ยังฝึกตัวเองแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็พอมีก๊วนร่วมอุดมกรณ์เพิ่มเป็นกลุ่ม ว่างๆ เราก็จะสนทนาเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นคะ บังคับไปในตัว อันนี้ภูมิใจ เพราะเป็นก๊วนเด็กไทยล้วนๆ จริงๆ

Congratulation!!! เรียนจบป.ตรี ก้อได้เข้าทำงานกับฝ่ายนึงในกระทรวงต่างประเทศด้วย ส่วนเพื่อนๆในก๊วน ไฮโซกว่าเป็นแอร์ก็มีคะ บ้างคนมันไปทำงานต่างแดนเลย ไม่ต้องต่อนอกก็พูดภาษาชาวบ้านเป็นไฟได้คะ



*****สูตรเด็ดเคล็ดลับคะ******

อยากเก่งภาษาเราต้องเทใจเทกายนะคะ อย่าขี้เกียจ หมั่นหาความรู้จากที่ต่างๆ กระดาษห่อกล้วยแขกก็ได้ถ้ามีให้อ่าน ห้ามโกหกตัวเองว่าเก่งหรือพอแล้ว ก็ฉันทำได้เท่านี้ ไม่จริงนะคะ
ทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วเข้าไว้ รองรับความรู้ใหม่ๆได้เสมอ ทุกคนเก่งได้คะ
อยู่ที่ใจเรา กับความพยายามที่อยากทำให้ได้ น้องทรายพิสูจน์มาแล้วคะ ไม่ต้องไปเรียนเมืองนอกเมืองนาก็ได้คะ เก่งได้เท่ากันเพียงแต่เราต้องพยายามบังคับตัวเราใจเรามากกว่าเขา เพราะสภาพแวดล้อมเราเป็นเมืองไทย

ขอให้กำลังใจน้องๆ ทุกคนที่เรียนภาษานะคะ เอาใจช่วยด้วย ใครที่เพิ่งเริ่มอายุมากก็ไม่สายคะ หาประสบการณ์และกล้าแสดงออกด้วยนะคะจะทำให้เราเก่งเร็วขึ้น พูดไปผิดถูกก็ใส่มันเข้าไป เจอฝรั่งก็ใส่มันเลย I Hate you ถ้ารู้เรื่องเด๋วมันตามมาตืบเองคะ เฮ้ย.... อันนี้ไม่แนะนำดีกว่าคะ

ปล. ใครมีวิธีเจ๋งๆ ในการเรียนภาษาก็แนะนำกันได้เป็นวิทยาทานคะ

ขอผลบุญนี้ให้เรียนเก่งๆกันทุกคน โอม...สาธุ




 

Create Date : 12 สิงหาคม 2551
4 comments
Last Update : 12 สิงหาคม 2551 16:25:08 น.
Counter : 310 Pageviews.

 

อยากรู้ภาษา ต้องหน้าด้าน ดีป่ะ!!! ขอบคุณเจ้าที่แวะไปแอ่วหาที่blog เจ้า 2-3วันมานี้ไม่ค่อยสบายเจ้า เลยไม่ได้เข้ามาแวะทักทาย เจ้า

 

โดย: 2times4t 18 สิงหาคม 2551 19:28:58 น.  

 

แวะมาทักทายนะจ๊ะ

 

โดย: แม่ฮานึร 28 สิงหาคม 2551 14:37:24 น.  

 

ก่อนอื่นขอขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนที่บล๊อกค่ะ

เรื่องภาษาดาวก็ปวดขมองปัญหาเยอะแยะเหมือนกัน ที่บ้านปนกันมั่วเลย ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น

เนื่องจากพ่อบ้านพูด สามภาษานี้ได้แตกฉานมาก แต่ว่าเราด้อยตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว 555

แต่พอมีลูกต้องเริ่มเป็นเพราะลุกพูดเก่งกว่าแม่ซะอีก

สงสัยต้องเริ่มขุดกรุความรู้ตัวเองซะใหม่แล้วซะที

 

โดย: hoshi_nao 6 กันยายน 2551 22:17:27 น.  

 

อ่านแล้วก็นึกถึงตัวเองค่ะ เพราะชอบภาษาเหมือนกัน ตอนเรียนคนอื่นเขาอยากเป็นหมอ เป็นครู เป็นพยาบาล แต่เราอยากเป็นไกด์ ซึ่งตอนนั้นแปลกมากสำหรับคนอื่นๆ แต่สุดท้ายถึงไม่ได้เป็นไกด์แต่ก็อยู๋ในแวดวงใกล้เคียงและสุดท้ายก็ขยับขยายมาทำงานกับบริษัทที่เขามีสาขาที่นิวยอร์กก็ได้รับการส่งตัวมาประจำที่นิวยอร์ก ก็เป็นประสบการณ์ในชีวิต ตอนนี้อยู่ที่ฝรั่งเศสและก็ทำงานเกี่ยวข้องกับภาษาอีก จริงๆแล้วไม่เก่งเลยค่ะแต่เป็นคนชอบอ่าน และใช้งานบ่อยๆคิดว่าช่วยได้ค่ะ

 

โดย: scorpionfish 16 ตุลาคม 2551 14:28:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nisa_mongkhonrat
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นสาวน้อยน่ารัก พิทักษ์ความยุติธรรม อิอิ...เรื่องจริงขอบอก ชอบทำขนม อาหารคาว-หวานของทุกประเทศทั่วโลก ถ่ายรูปก้อชอบนะ งานเขียนชอบมากที่สุดเลย (ทำไมแกชอบเยอะนักฟะ) ความฝันสูงสุดต้องจบด็อกเตอร์สิคะ เรียนสายวิทยาศาสตร์แต่ชอบงานสายศิลป์??? เวรกรรมหนอ และสุดท้าย รักนะทุกคน (เด็กโง่)

๑..บล็อกนี้น่ารัก แน่แท้..๑
สาระออนแอร์ อยู่ยั่ง
ชวนเพื่อนดูก่อน นานนาน
๑..พินิจถ้อยสาร ตามจิตติชม..๑

แต่งเองสดๆนะคะเนี้ย ผิดฉันทะประการใด
ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยคร้าบบบ



Guestbook
Friends' blogs
[Add nisa_mongkhonrat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.