Hello everyone's Welcome To My Blog
อิ่มจน......อืดคร๊าาาา....

วันนี้ต้องรีบมาอัพบล็อก เพราะเน็ตที่บ้านเน่ามว๊ากกก นึกว่ามันจะกลับบ้านเก่าแบบไปแล้วไปลับซะนี่ นั่งดูทีวีอยู่เน็ตก็หลุดไปซะดื้อๆ นี่มันเน็ตเมกาหรือนี่ นึกว่าเน็ต TOT เมืองไทยซะอีก

ช่วงนี้กำลังติด ทำสวน ขายขนม ออกรบ สร้างบ้าน สร้างเมือง ไม่ใช่ว่าที่บ้านมีมรดกตกทอดมาให้นะคะ แต่เป็น FB คร๊า...เล่นเข้าไป เล่นแมร่งทั้งวัน ทั้งคืน ไม่หลับไม่นอน ถ้าขยันอ่านหนังสือเหมือนเล่นเกมส์นี่ ป่านนี้คงได้เป็นด๊อกเตอร์เห็ดกะเค้าไปนานแหละ
เมื่อวานนี้กลับจากไปส่งของกลับเมืองไทยกำลังเดินกลับบ้าน ขนาด 4 โมงเย็นแดดยังแรงจ้า จากสีที่แทนที่จะขาว ก็ยิ่งมาโดนแดดเลียทุกวันวัน สียิ่งตกไปกันใหญ่ 555+ จากสีผิวน้ำผึ้ง จะกลายเป็นสีกาแฟดำไม่ใส่คอฟฟี่เมทอยู่แว้วววว กำลังเดินเชิดฉายความดำ เอ้ย ความงาม ข้างๆริมฟุตบาทอยู่นั้น มีรถเก๋งสีเขียวขับมาอย่างช้าๆ เบาะนั่งข้างหลังเปิดกระจกลงนิดๆ ให้เจ้าชิวาว่าโผล่หัวออกมากินลมชมวิว พอขับผ่านเราไปเท่านั้นแหละ มันเห่านังบีมคร๊า...กรี้ดสสส!!! คนอารายจะเสน่ห์แรงขนาดนั้นฉานนนน ขนาดหมามันยังเห่าแซวเลย คริๆ
นี่ขนาดกลางวันแซกๆนะ ถ้ากลางคืนจะเสน่ห์แรงขนาดใหน 555+

อาทิตย์นี้ลองทำเค้กมาหลายรอบแต่ไม่ประสบผลสำเร็จเลยค่ะ แอบไปส่องตามบล็อกพี่อ๋ออยู่หลายวัน แต่ก็ไม่ค่อยเกทเท่าไร ที่อยากลองทำคือ เค้กบลูเบอร์รี่นมสด ตัวเค้กทำได้ แต่ครีมแต่งหน้านี้สิ

งั้นก็ทำกับข้าวไปพลางๆก่อนแล้วกัน
มาเริ่มเมนูแรกกันเลยค่ะ ทอดมันปลา เนื่องจากอาทิตย์ที่แล้วไปทานข้าวที่ร้านอาหารไทย สั่งทอดมันปลาของโปรดบีมมาทาน แต่มันได้น้อยไปหน่อย กินไม่ซะใจ ก็เลยกะจะมาลองทำเองดู ไปหาซื้อเนื้อปลาที่เค้าแร่ไว้แล้ว ก็ได้เนื้่อปลา อะไรไม่รู้ค่ะมา 1 แพค แล้วก็มาลงมือทำตอนเย็นของวันอังคารเลย
ส่วนประกอบ เครื่องปรุง
เนื้อปลา 350 กรัม
น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ 1 ฟอง
กระชาย 2 แง่ง
ถั่วฝักยาว 100 กรัม
ใบมะกรูด 5 ใบ
ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับทอด 1 ถ้วย




วิธีทำ
1. นำเนื้อปลากะพงมาล้างน้ำให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง โรยเกลือป่นให้ทั่วชิ้นปลา สไลด์เป็นชิ้นขนาดประมาณ 2 นิ้ว ใส่ลงในเครื่องปั่นอาหารและปั่นเนื้อปลาให้ละเอียด
2. หั่นกระชายเป็นท่อนเล็ก ใส่ลงไปในโถปั่นพร้อมน้ำพริกแกงเผ็ด ปั่นให้เข้ากัน



3. ตอกไข่ใส่ลงไป ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) และน้ำตาลทราย แล้วปั่นซักพักให้เข้ากันหรือนวดจนเหนียวดี
4. นำถั่วฝักยาวและใบมะกรูดมาล้างให้สะอาด ตัดหัวตัดท้ายถั่วฝักยาวแล้วซอยเป็นชิ้นเล็กๆ ส่วนใบมะกรูด ฉีกเอาเส้นกลางใบออกแล้วหั่นเป็นฝอย จากนั้น จึงนำไปผสมรวมกับเนื้อปลาให้เข้ากัน
5. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไป รอจนน้ำมันร้อน นำส่วนผสมประมาณ 2 ช้อนโต๊ะมาปั้นเป็นแผ่นกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ใส่ลงไปทอด ทอดแต่ละด้านจนสุกดี ตักขึ้นพักไว้บนกระดาษซับน้ำมัน






6. จัดทอดมันปลาใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับ วันนี้ขอแถมด้วย ต้มจืดเต้าหู้ไก่สับ



ครั้งแรกที่ทำ ไม่รู้ออกมาเป็นไงน่าตา แต่รสชาติอร่อยค่ะ น้ำจิ้มบีมใช้น้ำจิ้มไก่แทนอาจาด เพราะชอบเผ็ดๆ มากกว่า แต่ขอบอกว่าเครื่องปั่นอันนี้ ทำให้บีมเกือบท้อ เพราะมันเล่นไม่ปั่นเลย ใส่ทีละน้อยๆก็ไม่ค่อยปั่น ปั่นก็ไม่ค่อยละเอียด เล่นเอายืนจนกล้ามขาขึ้นเลยค่ะ กว่าจะได้เล่นเอาเกือบหายอยากไปเลย กะว่าจะไปเดินหาซื้อเครื่องปั่นใหม่ ที่สำหรับปั่นอาหารโดยเฉพาะดู ไม่ไหวจริงๆ





ข้าวผัดกุ้ง
ส่วนประกอบ ข้าวสวย
กุ้งแกะเปลือกล้างน้ำสะอาด 6 -7 ตัว
กระเทียมกลีบใหญ่ 2 กลีบ
หัวหอมใหญ่ 1/4 หัว
ต้นหอม 3 ต้น
แครอทหั่นเต้า
กะหล่ำปีซอย
ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ 2 ฟอง



วิธีทำ
1. ปลอกเปลือกหัวหอมใหญ่และกระเทียม ตัดก้านต้นหอม ล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำ จากนั้น นำหัวหอมใหญ่มาหั่นบางๆ นำกระเทียมมาสับให้ละเอียด และนำต้นหอมมาซอย
2. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไป รอจนน้ำมันเริ่มร้อน ใส่หัวหอมใหญ่ที่หั่นไว้และกระเทียมสับลงไปผัดจนหอมและหัวหอมแครอทหั่นเต๋าลงไปผัดจนมีกลิ่นหมอ แล้วใส่กุ้งลงไปผัดให้สุก จากนั้นจึงตอกไข่ใส่ลงไป
3. ยีไข่ให้กระจาย ใส่ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) ลงไป 1 ช้อนโต๊ะ แล้วรอจนไข่เริ่มสุก จึงค่อยผัดให้เครื่องเข้ากัน
4. ใส่ข้าวสวยลงไป เติมซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย จากนั้น ผัดให้เครื่องปรุงทั้งหมดเข้ากัน
5. ใส่กะหล่ำปีซอยผัดต่ออีกนิด ก็ใส่ต้นหอมซอยลงไป ผัดซักพักก็ปิดเตาและยกลงได้
ขอใส่ผักเยอะๆหน่อย เพราะเอมิลี่ไม่ค่อยชอบกินผักเลย





ผัดไก่หน่อไม้ดอง
ส่วนประกอบ
หน่อไม้ดองเปรี้ยว
พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ
เนื้อไก่ 50 กรัม
ใบมะกรูด 2 - 3 ใบ
โหระพา 1-2 ยอด
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา ครึ่งช้อน ชา
น้ำเปล่า หรือน้ำซุป
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช 1 ช้อนดต๊ะ

1.นำเนื้อไก่ล้างน้ำให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง แล้วหั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอคำ จากนั้น น้ำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันสำหรับลงไป พอกระทะร้อนใส่พริกแกงลงไปผัดจนมีกลิ่นหอม
2.นำเนื้อไก่ลงไปผัดกับพริกแกง ถ้ากระทะแห้งก็เริ่มน้ำนิดหน่อย แล้วผัดต่อจนกว่าไก่จะสุก
3. นำหน่อไม้ดองเปรี้ยวล้างน้ำให้สะอาด เสด็จน้ำให้แห้ง แล้วนำลงไปผัดในกระทะ เติมน้ำให้ท่วมนิดหน่อย
4. รอจนน้ำแห้ง แล้วก็ใส่ใบมะกรูดฉีก จากนั้นก็ปรุงรสตามชอบ น้ำตาลทราย น้ำปลา ซีอิ๊วขาว ผัดต่อให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วใส่ใบโหระพา เป็นอันว่าเสร็จ ค่ะ ( ถ้าพริกแกงยังเผ็ดไม่พอ จะใส่พริกสดทุบพอบุบลงไปอีกก็ได้นะค่ะ)





เมนูถัดมาก็เป็น โอเด้ง (おでん) เมนูนี้ที่ญี่ปุ่นอากาศหนาวๆขายดิบขายดีนักเชียว

ส่วนประกอบ
น้ำสต๊อก 5-6 ถ้วยตวง
ผงทำโอเด้ง 1 ซอง
โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ
หัวไชเท้า
ปลาหมึกกล้วย
ไข่ต้ม
ลูกชิ้นกลม
เต้าหู้ทอดชนิดต่างๆ ( ตามชอบ )

1. เริ่มจากนำหัวไชเท้าล้างน้ำสะอาด ปลอกเปลือกแล้วหั่นเป็นท่อนๆ
2. นำหม้อตั้งไฟใส่น้ำเปล่า 5-6 ถ้วยตวง รอให้น้ำเดือดแล้วใส่ซองน้ำสต๊อกลงไปประมาณ 10 นาที จากนั้น ตักซองนำสต๊อกออกจากหม้อ
3. ใส่หัวไชเท้าหั่นเป็นท่อนๆลงไปต้ม รอจนกว่าหัวไชเท้าสุก โดยใช้ตระเกียบ หรือไม้เสียบลูกชิ้นจิ้มๆดู




4. เทผงทำโอเด้งลงไปในหม้อ คนให้ละลาย เติมด้วยโชยุ 1 ช้อนโต๊ะ
5. จากนั้นก็ใส่ส่วนประกอบทั้งหมดลงไปต้มด้วยไฟปานกลาง สัก 15 นาที



เสร็จแล้วค่ะ ตักใส่ถ้วยทานได้เลย




ถัดมาก็มาทำเค้กลูกเกดกันค่ะ
ส่วนประกอบ
ไข่ไก่ 2 ฟอง
เนย 50 กรัม
นมสด 17 cm
แป้งเคก 200 กรัม















อิอิ มีมือเล็กๆแอบมาหยิบด้วย บอกให้รอ แต่สงสัยจะอดใจรอไม่ไหว เพราะเดินตามตูดมาร์มี้ตั้งแต่เอาเค้กออกจากเตาแล้วววว




บัวลอยไข่หวาน ตั้งใจว่าจะทำตั้งแต่เดือนที่แล้ว เพราะอยากกินมว๊ากกก แต่ก็ไม่ได้ทำสักที เมื่อเช้าตื่นตั้งแต่ 6 โมง ลุกขึ้นมา กรูดมะพร้าวแต่เช้าเลย









ข้าวเย็นมื้อนี้ไม่รู้จะฮา หรือจะเศร้าดีค่ะ เพราะอุตส่าห์ทำกับข้าวทุกอย่างเสร็จ ตั้งโต๊ะเรียบร้อย แต่พอเดินไปตักข้าว เปิดหม้อหุ้งข้าวออก แค่นั้นแหละค่ะ ได้แต่ อึ้ง เพราะลืมกดสวิตหม้อหุ้งข้าวคร๊า..ข้าวกะน้ำยังลอยอยู่ในหม้อหุ้งข้าวอยู่เลย เอาแล้วไงนังบีม นี้ครั้งที่ 2 แล้ว นะที่ลืม และเป็นแบบนี้ แต่ครั้งแรกดีหน่อยเพราะยุ่นยังไม่กลับมาบ้าน แต่รอบนี้อยู่บ้านซะด้วย ก็เลยเดินมาบอกคุณชายว่า ฉันลืมกดสวิตทำงานหม้อหุ้งข้าวอ่า ปลั๊กเสียบอยู่ค่ะแต่ดันลืมกดสวิตหม้อซะงั้น กว่าข้าวจะสุกก็ต้องรออีก 1 ชั่วโมง ก็เลยบอกแฟนว่า กินกับก่อนแล้วกัน แล้วค่อยกินข้าวตามที่หลัง คุณยุ่นได้แต่ขำ 555+ ( เพราะยังไงคุณแฟนก็คงไม่รออยู่ดี เห็นบ่นว่าหิวข้าวนานแล้ว )สุดท้ายก็เลยไม่รอค่ะ เพราะทนหิวไม่ไหว




มื้อต่อมาคือ...ข้าวหน้าชูชิ หรือ ข้าวหน้าปลาทูน่า



อยากบอกว่า うに ( อุนิ) อร่อยและหวานมากๆ สดๆ แต่แอบแพงนิดๆ อิอิ





มื้อสุดท้าย ก๋วยเตี๋ยว ค่ะ









น้ำพริก ไฮโซ ค่ะ ( น้ำพริกปลาทูน่า) ฮ๋าๆๆ พอดีซื้อปลาทูน่ามาย่างกิน แต่มันตัวใหญ่กินไม่หมด เอาแช่ตู้เย็นไว้ ว่าจะทิ้งก็เสียดาย แพงด้วย ก็เลยเอามาตำน้ำพริกซะเลย อิอิ อร่อยไปอีกแบบ




อาทิตย์ที่แล้วไปเหมามะม่วงมาให้ พ่อลูกยุ่นที่บ้านทานค่ะ เพราะเห็นชอบกินกันจังมะม่วงสุกเนี้ยะ แต่อร่ยสู้น้ำดอกกกกกกไม้ของเมืองไทยไม่ได้ค่ะ ส่วนบีมไม่ค่อยชอบทมะม่วงสุก แต่ชอบกินมะม่วงดิบค่ะ ยิ่งเปรี้ยว ยิ่งชอบ พูดแล้วน้ำลายสอออออเลย










Create Date : 02 กรกฎาคม 2554
Last Update : 2 กรกฎาคม 2554 20:52:06 น. 13 comments
Counter : 1124 Pageviews.

 
ทำหลายอย่างเลยค่ะ เหนื่อยไหมคะเนี่ย
แต่ทุกอย่างน่าทานหมดเลย
ตอนอบเค้กนี่คุณใช้เตาอบสำหรับอบเค้กเลยไหมคะ
อยากทำบ้าง แต่ว่าที่หอมีแต่เตาไมโครเวฟอ่ะค่ะ


โดย: fondakelly วันที่: 2 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:52:45 น.  

 
@ fondakelly>>> ทำไม่ค่อยเหนื่อย แต่จะสนุกมากกว่าค่ะ เพลินๆดี
ใช่ค่ะบีมใช้เต้าอบสำหรับอบเค้ก ที่คอนโดบีมมี 2 แบบอ่าค่ะ ไมรโคเวฟสำหรับอุ่นอาหาร หรือทำอาหารอันเล็ก และอันใหญ่ก็เตาอบเค้ก และอบอาหาร ย่างอาหารทั่วไปค่ะ ก็เลยได้สนุกกับการทำขนมบ้างบางโอกาสค่ะ แต่ฟรีมือทำเค้กยังไม่คล่องตัวเท่าไรค่ะ ตอนนี้เป็นเด็กฝึกหัดไปก่อน


โดย: vanessa-eva (vanessa-eva ) วันที่: 2 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:43:43 น.  

 

น้องบีม...
พี่งงๆอ่ะ

นี่ทำทั้งหมดในวันเดียว หรือหลายๆวัน แต่รวบยอดอัพบล็อกทีเดียว????

ถ้าทำในวันเดียวล่ะก็ พี่นับถือเลย

น้องบีมใจเย็นๆนะคะ เรื่องเค้กน่ะ
พี่เองเคยตีวิปครีมทำหน้าเค้ก แล้วต้องเททิ้งมาแล้ว
ถ้าเค้กมันทำง่าย ทุกคนก็ทำเค้กกันหมดดิ ไม่ต้องมีร้านเบเกอรี่แล้ว

ลองดูเค้กนมสดบลูเบอร์รี่ ลิงก์นี้มั๊ยคะ
พี่ชอบมากค่ะ...อร่อยมาก
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=beebie&date=23-02-2009&group=2&gblog=58

ปล. กับข้าวที่ทำน่าทานทั้งนั้นเลย
ทอดมัน...พี่ยังไม่กล้าทำเลย กลัวออกมาไม่เหนียว เดี๋ยวไม่อร่อย
น้องบีมเก่งนะนี่


โดย: little mouse in big apple วันที่: 2 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:49:34 น.  

 
ป้าดดดดดด น้องบีมน่ีเสน่ห์ปลายจวักของแท้เลยนะน่ี เล่นเอาพ่ีอายเลยแต่ละเมนูแซ่บๆ ทั้งนั้น หากอยู่ใกล้ๆ จะไปฝากท้องซะเลย

พ่ีว่าตอนนี้คอมพ์ตัว iMac ท่ีบ้านมีปัญหาเกียวกันกับ MacBook ของบีมแล้วล่ะ ล็อกอินบล็อกแกงต์ไม่ได้เลย บีมแก้ปัญหายังไงจ๊ะ happy weekend จ้า


โดย: Thairabian วันที่: 3 กรกฎาคม 2554 เวลา:4:35:47 น.  

 
กับข้าวทั้งหมดต่อาอทิตย์ค่ะพี่อ๋อ บีมทำกับข้าววันละ 3 - 4 อย่างเองค่ะ ทำมื้อเย็นอย่างเดียวค่ะ
ของบีมก็ได้เททิ้งมาแล้วครั้งหนึ่งค่ะพี่ เสียดายมว๊ากกกค่ะ แต่ก็ยังไม่ท้อค่ะพี่ จะพยายามทำต่อไป อิอิ ทอดมันทำไม่ยากค่ะพี่ ถ้ามีเครื่องปั่นอาหารดีๆหน่อย ฮ่ะๆ เพราะของบีมมันไม่ปั่นเลยค่ะ ต้องเอาออกมา และใส่ใหม่อยู่หลายครั้ง กว่าจะได้ เล่นเอาเมื่อยขาไปหมดเลยค่ะ


โดย: vanessa-eva วันที่: 3 กรกฎาคม 2554 เวลา:13:28:05 น.  

 
ถ้าอยู่ใกล้บีมนี่จะทำเผื่อทุกวันเลยค่ะพี่ตุ๊กตา

พี่ลองใช้ Safari ดูนะค่ะ เพราะของบีมตอนนี้ PC ก็เป็นค่ะต้องรีบูทอยู่หลายรอบ แต่แฟนบอกว่าไม่เกี่ยวกับตัวคอมค่ะ เป็นที่ทางเว็บบราวน์เซอร์ค่ะ ถ้าไม่งั้นพี่ลองโหลด Google Chrome มาใช้ดูนะคะพี่


โดย: vanessa-eva (vanessa-eva ) วันที่: 3 กรกฎาคม 2554 เวลา:13:40:40 น.  

 
ข้าวหน้าชูชิ หรือ ข้าวหน้าปลาทูน่า

สีสวยน่าทาน พี่ติ๋วและทุกคนที่บ้านชอบมาก
ตอนพี่ไปญี่ปุ่นไม่เห็นสีสันสวยอย่างนี้
พรสวรรค์จริงๆน้องบีม ได้ทั้งอาหารทั้งการฝีมือ
พลังเหลือเฟือ แล้วคนเสริฟหายไปไหน มาโดยไวจ้า

คิดถึงค่ะเอมิลี่


โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 3 กรกฎาคม 2554 เวลา:14:00:42 น.  

 
บีมน่าเปิดร้านอาหารนะ
ชอบทำอาหารแถมยังทำออกมาน่ากินขนาดนี้ ^^


โดย: Sassy Imp วันที่: 3 กรกฎาคม 2554 เวลา:18:45:41 น.  

 
โอ้โฮ น่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ เก่งจังเลยค่ะ แวะเข้ามาอ่าน บล๊อกช่วงที่มีปัญหากับชะนีนะค่ะ แต่ไม่ได้เม้นท์ ปัญหาคลี่คลายแล้วนะค่ะ มีแม่ศรีเรือนดีดีอยู่กับตัวแล้วจะเอายังไงอีกเนอะ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะค่ะ


โดย: หมวยไทย วันที่: 4 กรกฎาคม 2554 เวลา:0:29:03 น.  

 
ที่บ้านบีมชอบทานกันมากค่ะ ถ้าปลาทูน่าสดๆใหม่ๆ เวลาบดออกมาสีจะสดหน้ากินแบบนี้เลยค่ะพี่ติ๋ว แต่ถ้าค้างคืนหน่อย สีก็จะเปลี่ยนนิดหนึ่งค่ะ
คนเสิร์ฟไม่ค่อยมีค่ะ มีแต่คนรอกิน




เคยคุยกะแฟนเรื่องนี้อยู่เหมือนกันค่ะแป้ง แต่ขาดที่ทุน อิอิ ตอนแรกจะทำที่ญี่ปุ่นแต่ดันย้ายมาเมกา เพราะความอยาก...ของนังบีม ที่จะมาเรียนที่เมกา ก็เลยอดไปกับโครงการร้านอาหารเลยค่ะ เพราะเอาตังค์ไปจ่ายค่าขนย้ายหมดเลย พอมาที่นี่ก็ยังไม่เลิกคิดค่ะ แต่ว่าค่าที่มันก็แพ้งแพง อีกอย่างเราไม่ค่อยรู้กฎหมายเกี่ยวกับธุระกิจร้านอาหารในรัฐนี้เท่าไร ต้องศึกษากันอีกนานเลย แฟนก็เลยบอกเดี๋ยวรอไปก่อน ไม่ต้องรีบ เพราะเงินลงทุนค่อนข้างสูงมากๆ เค้ากลัวบีมทำคนเดียวแล้วเหนื่อย ถ้าทำจริงๆก็คงเป็นธุระกิจในครัวเรือนแน่ๆ 555+ จ้างคนอื่นเราก็เกรงใจเค้า กลัวเค้าอยู่กะเราไม่ได้ เพราะบีมเจ้าระเบียบ ละเอียดกับงานไปหน่อย




@หมวยไทย>>> อ๋อ บีมไม่ค่อยซีเรียสกับเรื่องพวกนี้ได้นานเท่าไรค่ะพี่
สงสัยเพราะว่าเป็นแม่ศรีเรือนเค้าเลยคิดว่าเป็นของตาย...ยังไงก็ไม่ยอมปล่อยเราไป อิอิ ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ


โดย: vanessa-eva วันที่: 4 กรกฎาคม 2554 เวลา:14:25:35 น.  

 
ขอบคุณที่ที่แวะมาชมบล๊อคนะคะ

เข้ามาบล๊อคนี้ แล้วหิวเลย สงสัยว่างๆต้องลองทำทอดมันดูแล้วสิเนี่ยะ

เมื่อก่อนก็เคยเอาเครื่องปั่นไปปั่นอะไรๆเหมือนกันคะ
จนละอายและต้องไปซื้อเครื่องปั่นอาหาร ราคาประมาณ @20 ดีขึ้นมากๆเลยคะ



โดย: nAcha_nat วันที่: 5 กรกฎาคม 2554 เวลา:5:37:58 น.  

 
น้องบีม..
ลองดูร้านไทย-ร้านจีน เวียตนามนะคะ
เค้ามีซอสเยนตาโฟสำเร็จรูปขายค่ะ

สาคูไส้หมู...พี่เคยเห็นที่กรุงเทพฯเค้าทำไส้ไก่ ไส้ปลานะคะ
คงดัดแปลงได้ ถ้าน้องบีมอยากทานจริงๆ

มันทำไม่ยากหรอกค่ะ เสียเวลาปั้นเท่านั้นเอง


โดย: little mouse in big apple วันที่: 6 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:44:59 น.  

 
ไม่ได้เข้ามานาน เข้ามาอีกที
โอ้ย...น้องบีมทำอาหารน่าทานทั้งนั้นเลย
เก่งจิงๆ สมเป็นแม่ศรีเรือนจริงๆเลยนะคะเนี่ยะ

แอบชอบทอดมันของโปรดเลยนะ
ข้าวผัดกุ้งน่าตาน่าอร่อย

น้องบีมสบายดีนะคะ


โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 10 กรกฎาคม 2554 เวลา:12:51:54 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Takoyakiนางมารสุรา
Location :
Tokyu - United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
2 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Takoyakiนางมารสุรา's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.