Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
24 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 

Prototype

<

b>หน้าประตูไก่ สนามศุภชลาศัย ฝนหลงฤดูโปรยปราย ราวกับต้องการล้อเล่นกับผู้คน ที่นี่เองมีกลุ่มคนหลายสิบคนชุนนุมกันอยู่บริเวณนี้ หนึ่งนั้น คือ ซี เด็กหนุ่ม ม.6 ที่อยู่ในชุด สีน้ำเงิน กางเกงเอี๊ยมสีดำ สวมหมวก Shako ประดับพู่สีดำเข้ากับหมวก เค้าถอดหมวกออกพร้อมกับเงยหน้ามองท้องฟ้า ราวกับต้องการตัดพ้อต่อว่า สีหน้าของเค้าไม่ได้ดูว่าจะประหม่าเหมือนกับ คนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ๆ เลย
ในใจของ ซี ตอนนี้ นึกโมโหอยู่ไม่น้อย แต่ก็กลับรู้สึกแปลกใจ ดีใจ ปนเป จนไม่สามารถใช้คำใด ๆ มาบรรยายได้ ใจหนึ่ง ก็นึกอยากโทษฟ้า ที่ทำไมต้อง ปลดปล่อยสายน้ำมาตอนนี้เวลานี้ แต่ก็กลับรู้สึกดีใจ ที่เหมือนกับว่า ครั้งนี้สวรรค์ก็เป็นใจ มาร่วมอำลาเค้าจากสนามนี้ “ครั้งสุดท้ายแล้วสินะ เหมือนครั้งแรกไม่มีผิด” เป็นคำพูดที่ผุดขึ้นมาในจิตใจของ ซี

เมื่อ 6 ปีก่อน ซี ยังเป็นแค่เด็กน้อยที่พึ่งจะขึ้น ม.1 โรงเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ มันเป็นเรื่องยากที่เด็กอย่างซี ในเวลานั้น จะปรับตัวให้เข้ากับโรงเรียนใหม่ง่าย ๆ เค้ามักจะชอบนั่งอยู่ในห้องเรียนจนเย็น นั่งอยู่อย่างนั้น เหม่อลอย มองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับต้องการคำตอบ จากใครซักคนว่า จริงๆ แล้ว เค้ามาทำอะไรที่นี่
จนวันหนึ่ง ขณะที่ ซี นั่งเหม่อลอย มองออกไปนอกหน้าต่าง จ้องมอง ผู้คนจากอาคารเรียน เค้าก็รู้สึกถึงสิ่งหนึ่งที่ต่างออกไปจากเช่นทุกวันที่ ซี ทิ้งเวลาไปอย่างเช่นวันนี้ “เสียงดนตรี จากไหนนะ” เค้าคิดในใจ พลางรู้สึกว่า ทำนองนี้ไม่เคยฟังจากที่ไหนมาก่อน แต่กลับรู้สึกคุ้นเคย อย่างไม่ตั้งใจ ขาของซีก็พาเค้าเดินไปเรื่อย จนมาถึงห้องประชุม เสียงเพลงดังมาจากทางนี้ แต่ทำไมไม่เห็นมีใครอยู่เลย
ด้วยความสงสัย ซีเปิดประตู เค้าไปในหอประชุมที่มีแต่เก้าอี้ตั้งไว้ แต่กลับพบว่าเสียงดนตรียิ่งดังขึ้น ทั้ง ๆ ที่ห้องนี้ก็ไม่มีใครเข้ามาใช้ และตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่เลย ซีนั้น ตอนนี้ต้องเผชิญกับการตัดสินใจ ที่จะเปลี่ยน ชีวิตเค้าไปตลอดไป โดยที่เค้าไม่รู้เลย ว่าการที่ตัดสินใจ เดินตามเสียงดนตรีที่ฟังคุ้นหู แต่กลับนึกชื่อเพลงไม่ออก ลึกเข้าไปในหอประชุม แทนที่วิ่งหนีจากเสียงดนตรีที่ไม่รู้ที่มา

ซีเดินตามเสียงมาเรื่อย ๆ จนในที่สุด มาหยุด ณ ท้ายห้องประชุม มีประตูบานเล็ก ๆ บานหนึ่ง เปิดแง้มอยู่เล็กน้อย น่าแปลกที่ ซีไม่เคยเห็นมาก่อน ข้างบนนั้น มีป้ายไม้เก่า ๆ เขียนไว้ด้วยตัวอักษรสีขาวว่า “ห้องวงโยธวาทิต” ตอนนี้ถ้าใครเดินมาที่หอ ประชุมโรงเรียน คงจะต้องขบขันกับท่าทางของซี ที่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตู ทำท่าจะเปิดประตู แต่ก็เปลี่ยน ใจถอยกลับ แล้วก็ยืนนิ่ง แล้วก็เดินกลับเข้าไปจะเปิดประตู แต่ก็ค้างไว้ ซีทำเยี่ยงนี้อยู่นาน จนในที่สุด เค้าก็ตัดสินใน “เอาก็เอาวะ เป็นไงเป็นกัน” ระหว่างที่เค้าจะเอื้อมมือไปจับที่ลูกบิดนั้น ประตู ก็แง้มออก มันอาจจะดูเหมือนภาพ Slow motion แต่เหตุกาณ์จริงๆ เกิดขึ้นเพียง เสียววิ
เหตุการณ์ที่เกิดชึ้นคือ ซีพยายามจะเปิดประตู แต่ ประตูกลับถูกเปิดออกจากด้านในซะก่อน ทำให้ซี ที่ลุกลี้ลุกลนจะเปิดประตูบานนี้ เสียหลัก ซีไม่แน่ใจว่า หัวของเขา หรือ ประตูกันแน่ ที่วิ่งมาชนอีกสิ่งหนึ่ง แต่สิ่งที่รู้อย่างนึงคือ หัวเค้าตอนนี้คงปูดขึ้นมาเล็ก ๆ แล้ว

อ้าวเฮ้ย!! เสียงดังจากอีกฟากหนึ่งของประตู ใครมาขวางประตูวะ ซีพยายามจะมองไปทางต้นเสียง แต่ความเจ็บที่หัวเค้า คงยังทำให้เค้ายังต้องหยีตาอยู่ ไม่สามารถมองไปทางต้นเสียงได้



ปัจจุบัน


ฝนยังคงตกพรำ ๆ เล็ก ๆ ราวกับว่า จะกลัวหญ้าที่สนามศุภฯ จะโงหัวขึ้นมา ซีเดินมาที่แถวหน้า มองหน้าอาจารย์ แล้วก็รุ่นพี่ ที่จบไปแล้ว ทุกคนที่เค้ารู้จักดี ตั้งแต่วันที่หัวเข้าได้สัมผัสกับประตูห้องวงโยฯ นั่นแหละ ทุกคนมองมาที่เค้า ราวกับต้องการคำตอบ อันที่จริงไม่ต้องมีใครถามเค้าก็รู้แล้วว่า คนเหล่านี้ จะถามอะไรเค้า ตลอดเวลา 6ปี ที่ผ่านมา ทั้ง สุข เศร้า เหงา ทุกข์ ชีวิตของเค้า ครึ่งหนึ่งคือคนเหล่านี้
“จะเล่นตอนนี้ หรือ จะรอให้ฝนหยุดก่อนดี” อาจารย์ตี๋ ชายร่างท้วม ผมยุ่ง ๆ พูดขึ้นมาเหมือนจะถามใครก็ได้ที่อยู่ตรงนี้
“ก็ให้ ซี มันตัดสินใจละกัน หัวหน้าวงนี่หว่า ขึ้นอยู่กะมันละ อย่างมาก ก็ส่งเครื่อง ซ่อม” พี่แมน ผู้ชายคนนี้ คือคนที่เปิดประตูมาชนกับหัวซีในวันนั้น นอกจากนี้ ยังเป็น คนที่สอนให้ซี เล่นดนตรี และอีกหลาย ๆ อย่างในตลอดเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา พี่แมนคนนี้เปรียบเหมือนกับพี่ชายที่คลานตามกันออกมาของซีเลยทีเดียว
ทุกคนหันหน้ามามองเค้า ครั้งนี้คงไม่ใช่ต้องการถาม แต่เป็นแววตาที่ต้องการคำตอบ ซี หันหลังกลับไปข้างหลัง มองไปเห็น เพื่อน พี่ น้อง ที่หันมามองเค้า ด้วยแววตาที่รอคำตอบอยู่เช่นกัน ซีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับอากาศนั้นจะหมดไปจากโลก แล้วกวาดสายตามองทุกคนอีกครั้ง ซีรู้สึกว่า คงต้องตัดสินใจบางอย่าง แต่ก่อนหน้านั้น มีสิ่งหนึ่งที่เค้าต้องทำ
“ทุกคนผมมีเรื่องจะพูดด้วย” ซีพูดเสียงดังจนเกือบจะเรียกว่าตะโกน เค้าปรับจังหวะในลมหายใจพักหนึ่ง ราวกับต้องการระงับคำพูดจากใจทั้งหลายที่อยากจะเอ่ยออกมาเต็มที
“ ผมรู้ว่าหลายคนคิดว่าวันนี้อาจไม่ใช่วันของเรา หลายคนคงคิดว่า พระเจ้าอาจจะไม่เข้าข้างเรา หลายคนคงกลัว แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกทุกคนคือ ต่อให้ทางข้างหน้า เป็นหุบเหวนรกที่เต็มไปด้วยปีศาจร้าย ผมก็จะไม่กลัว เพราะผมมีทุกคนอยู่ด้วย ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทุกคนคือชีวิตของผม ทำให้เป็นผมอย่างที่ป็นอยู่ในทุกวันนี้ และผมก็ภูมิใจ ที่ได้มีทุกคนอยู่เคียงข้าง เวลานี้หลายคนคงอยากจะให้มันผ่านไปก่อน แต่เราจะไม่ เราจะสู้ ต่อให้ฟ้าไม่เป็นใจ แต่ถ้าเรามีกันและกัน ไม่ว่าอะไรเราก็ผ่านมันไปได้ วันนี้ ตอนนี้ เราจะไปแสดงให้คนทั้งหมดรู้ว่า สิ่งที่เราทำมาทั้งหมด มันไม่ได้ผิด แสดงให้คนทั้งหมดรู้ว่า สิ่งที่เราทุ่มเทกันมานั้น คุ้มค่า ไปสานต่ออดีตและส่งต่ออนาคต ออกไปเพื่อให้ทุกคนเห็นความเป็นเรา ด้วยดนตรีของเรา”
ซีหันหน้ากลับมาทาง รุ่นพี่ และอาจารย์ สายตาของทุกคนเปลี่ยนไปแล้ว “พวกเราจะเล่นตอนนี้” เค้าตอบกับอาจารย์ตี๋
“เออ น่าไปเป็นนักการเมือง ไม่น่ามาเป็นนักดนตรีเลย” อาจารย์ตี๋ ตอบอย่างติดตลกแต่สายตายังแฝงความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม
เอาล่ะ ทุกคน It’s show time คำพูดติดปากของอาจารย์ตี๋ ก่อนที่เราจะเริ่มเล่นดนตรีทุกครั้ง เป็นเหมือน การเปิดไฟเขียวให้รถแข่งออกตัว โลดแล่นไปในสนาม แต่ที่นี่ไม่ใช่สนามแข่งรถ หรือท้องถนน หากแต่เป็นสนามศุภชลาศัย ที่ซึ่งเป็นเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ของเหล่าเด็กวงโยฯ ไม่ว่าจะเป็นเด็กจากวงไหนก็ตาม หากเป็นเด็กวงโยฯแล้ว คงหวังไว้ว่า อย่างน้อยขอซักครั้งที่จะได้มาเล่นที่สนามแห่งนี้ ลงไปเหยียบย่ำผืนหญ้าในฐานะนักเรียนวงโยฯ
โดยเฉพาะครั้งนี้ของซี เค้าตระหนักมาตลอดเกือบหนึ่งปี นี่คงเป็นครั้งสุดท้าย ที่จะได้ลงมาเหยียบย่างพื้นหญ้าที่นี่ เค้าอดหวังไม่ได้ ว่าครั้งสุดท้ายนี้ คงจะมีอะไรพิเศษเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าที่จะมาเล่นกลางฝนแบบนี้
ซีเดินไปตั้งแถวแล้ว เค้าก้มมองดู แซ็คที่คล้องกับคออยู่ ถ้าคนที่ไม่รู้จักซี มาก่อนอาจคิดว่าเค้าบ้า ที่เริ่มคุยกับเครื่องดนตรี่ของตัวเอง แต่มันก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับ คนเหล่านี้ไปแล้ว ที่จะเห็นซี คุยกับ แซ็ค ยี่ห้อ King ของเค้า แซ็คตัวนี้ ร่วมผจญภัยในโลกของวงโยฯ กับเค้ามา ก็เกือบ 6ปีแล้ว เค้ายังจำวันแรกที่เริ่มพูดกับมันได้ เป็นวันที่คล้าย วันนี้ วันที่เค้ามายืนตรงนี้ครั้งแรก “เอาหล่ะ ครั้งสุดท้ายแล้ว เต็มที่ไปเลยนะ” ซีพูดคุยกับแซ็คของเค้าเอง

เสียง Drum Major สั่ง Forward March ขึ้นเพลงกราวกีฬา ซีไม่มีเวลาคิดอะไรอีก แล้ว สิ่งที่เค้าตอนนี้คือ ทำสิ่งที่เกิดจากผลของการซ้อม เกือบทั้งปี ผลจากการทุ่มเทเวลากว่า 6ปี ที่ผ่านมา ผลจากความสามัคคี ความรัก ความเชื่อใจกัน ในวง ผลจะออกมาเป็นอย่างไร คงต้องให้ฟ้า ที่ตอนนี้ก็ยังโปรยปรายเม็ดฝนอย่างสนุกใจ แต่ก็ยังปราณีลดลงมากแล้ว เป็นผู้ตัดสิน......................



จากผู้เขียน

ก็ขอโทษนะครับ ที่ในที่สุดแล้ว ผม ก็เริ่มสร้างขยะวรรณกรรมออกมา กะว่าจะเขียนนิยายเรื่องยาวซักเรื่อง ที่เกี่ยวกับวงโยฯ เกี่ยวกับชีวิตเด็กวงโยฯ จริง ๆ แต่พอเริ่มอยู่ในช่วงเริ่มเก็บข้อมูลต่างๆ ก็ดันเริ่มจะออกทะเล เพราะทุกชีวิต ทุกเรื่องราว ที่ผ่านมาและผ่านไป ล้วนเป็นเรื่องที่ไม่สามารถละทิ้งไปได้เลย กอปรกับช่วงนี้ เห็นได้ชัดว่าเขียนได้ห่วยมาก ๆ เนื้อเรื่องเดินไปเหมือนเสื้อเก่าปะ ๆ ผุ ๆ สำนวนก็ไม่ดี อ่านเองยังรู้สึกเลยว่า มันไม่ค่อยสนุกซักเท่าไหร่นัก แต่ก็นั่นแหละ ถ้าอยากเขียนให้ดีเหมือนแต่ก่อน คงต้อง อ่านให้มาก เขียนให้มากเช่นแต่ก่อน
อย่างเรื่องนี้ คงเป็นตัวเกริ่นนำ และ อาศัยเป็นแกนของเรื่อง ที่จะต้องแต่งรายละเอียดในเหตุการณ์ทั้ง 6ปี ที่เกิดขึ้น ครับ
ถ้า พี่ ๆ น้อง ๆ ในแวดวง โยธวาทิต โผล่มาอ่าน มีรายละเอียดที่ผมเขียนผิดพลาดไป หรือ ลืมเขียนไป รบกวนแจ้งผมทาง E-mail ด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าที่อ่านมาถึงตรงนี้ ผมจะหน้าด้านขีดเขียนชีวิต ของ ซี เด็กน้อยที่หลงเข้ามาอยู่ในวงโยฯ ให้จบ ครับ 6 ปีที่เค้าอยู่ในวงโยจะเป็นยังไง รอดกันนะครับ หรือ หนีไปเลยก็ได้ครับ เพราะกว่าจะเขียนเข้าที่ คงอีกนานเหมือนกัน
ปล. ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ฉันได้เล่นดนตรี





 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2550
0 comments
Last Update : 24 กรกฎาคม 2550 23:49:25 น.
Counter : 368 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


UVPhenix
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add UVPhenix's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.