Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
13 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
ลืม

การใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศทำให้ฉันจำเป็นต้องเดินทางไปมาอยู่บ่อยๆ ความจริงแล้วฉันเป็นคนเดินทางบ่อยมาตั้งแต่เกิด ตั้งแต่ยังเล็กฉันเดินทางไปกลับระหว่างเชียงใหม่-กรุงเทพทุกปี ปีละประมาณ 2-3 ครั้ง พ่อของฉันเป็นคนกรุงเทพแต่ย้ายมาอยู่กับแม่ที่เชียงใหม่ เพราะฉะนั้นแต่ละปีเราจึงมักจะเดินทางไปเยี่ยมปู่กับย่าที่กรุงเทพเสมอๆ ต่อมาเมื่อฉันเริ่มดูนกฉันก็ยิ่งออกเดินทางบ่อยขึ้นกว่าเก่า ฉันเดินทางไปดูนกทั้งกับพ่อและกับนักดูนกคนอื่นๆที่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือต่างประเทศ ฉันออกดูนกทุกอาทิตย์เป็นประจำเป็นเวลาติดต่อกันนานหลายปี และแต่ละปีฉันมักจะร่วมเดินทางไปดูนกต่างประเทศอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เรียกได้ว่ากิจกรรมดูนกทำให้ฉันได้เดินทางทั่วประเทศไทย ตั้งแต่เหนือสุดของประเทศอย่างจังหวัดเชียงรายที่ฉันไปเยือนบ่อยมาก ไปจนถึงสุดปลายด้ามขวานอย่างผืนป่าฮาลา-บาลา จังหวัดนราธิวาสเลยทีเดียว การเดินทางในวัยเด็กของฉันนั้นจึงได้ปูทางให้ฉันกลายเป็นคนติดการเดินทาง และชื่นชอบการออกเดินทางอย่างในปัจจุบันนี้ไปโดยปริยาย


แต่หากจะพูดถึงการเดินทางในวัยเด็กของฉันแล้ว ฉันคงจะบอกได้ว่ามันช่างแตกต่างไปจากการเดินทางของฉันในปัจจุบันเสียเหลือเกิน ในวัยเด็กไม่ว่าฉันจะเดินทางไปไหนก็จะมีแต่คนคอยดูแลให้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน เรื่องความปลอดภัย เรื่องถนนหนทาง เรื่องที่พัก ทำให้ฉันไม่เคยต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องอะไรเลย ถึงเวลาก็ขึ้นรถแล้วหลับปุ๋ยไปจนสุดทาง พอถึงที่ก็ก้าวลงรถเพียงเท่านั้น ยิ่งโตขึ้นฉันก็ยิ่งรู้ว่าฉันจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองให้มากขึ้นตามอายุ ฉันเริ่มพยายามจดจำถนนหนทาง จำชื่อสถานที่ ที่พัก ร้านอาหาร จดจำราคาสิ่งของที่จำเป็น เพราะหลายครั้งเมื่อคนอื่นถามฉันเกี่ยวกับรายละเอียดของการเดินทาง ฉันจะได้ไม่ต้องตอบว่าพ่อหรือแม่เป็นคนจัดการ...ฉันไม่รู้ การตอบคำถามแบบนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ฉันไม่ชอบเอาเสียเลยในวัยเด็ก แต่หลายๆครั้งก็ต้องตอบไปเพราะความไม่รู้จริงๆ มาวันนี้ ในวันที่ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็จำเป็นที่จะต้องวางแผนเอง จัดการเอง ฉันพบว่าความรู้สึกของฉันที่มีต่อการเดินทางแต่ละครั้งได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง


ฉันจำได้ถึงช่วงเวลาที่ฉันเดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรกๆ ฉันมักจะป้องกันตัวเองจากทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ที่นั่น เพียงเพราะความไม่คุ้นเคย เพียงเพราะความกลัว ฉันพบว่าการเดินทางที่เต็มไปด้วยความกลัวแบบนั้น นอกจากจะทำให้เราเหนื่อยโดยใช่เหตุแล้ว เรายังไม่ได้สัมผัสถึงความเป็นสถานที่นั้นอย่างแท้จริงอีกด้วย ทุกวันนี้ฉันไม่ค่อยวางแผนสำหรับการเดินทางมากนัก ฉันเพียงค้นหารายละเอียดพื้นฐานทั่วๆไปเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ เช่นถนนหนทางและที่พัก แล้วออกไปเสี่ยงเอาดาบหน้า เพราะฉันคิดอยู่เสมอว่าคนที่นั่นเขาอยู่กันได้ แล้วทำไมเราจะไปอยู่แบบเขาบ้างไม่ได้ก็เท่านั้น ความกลัวเมื่อต้องอยู่ต่างถิ่นจะหายไป เมื่อเราสามารถปรับความคิดของเราให้รู้สึกเหมือนเป็นคนในท้องที่ได้เท่านั้นเอง ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน ที่นั่นก็คือ บ้าน ของเราเสมอ ความรู้สึกนี้เองที่จะทำให้เราสบายใจและไม่หวาดกลัวต่อให้อยู่ห่างจาก บ้าน ที่แท้จริงสักเพียงใดก็ตาม


เมื่อปรับความคิดได้ดังนี้แล้ว ฉันก็รู้สึกผ่อนคลายได้ทุกครั้งเมื่อต้องออกเดินทางไปไหนมาไหนตามลำพัง ความรู้สึกมั่นใจนี้เกิดขึ้นหลังการเดินทางแบบฉายเดี่ยวครั้งแรกของฉัน และสุดท้ายหล่อหลอมให้ฉันกลายเป็นคนที่ชื่นชอบการเดินทางคนเดียวไปโดยปริยาย การออกท่องเที่ยวตามลำพังในสถานที่ไม่คุ้นตา นำพามาซึ่งความสุขที่มีรสชาติหวานเฝื่อน ฉันเสพติดการทอดสายตาออกไปกลางทุ่งกว้างและป่าเขาลำเนาไพร ที่เลื่อนไหลผ่านลานสายตาของฉันซึ่งนั่งอยู่ตามลำพังในรถไฟไปอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกของอิสรภาพในวินาทีที่ได้ก้าวเท้าออกเหยียบแผ่นดินใหม่ และการได้สูดหายใจเอาอากาศของพื้นที่ที่ไม่เคยเห็น ฉันจะค่อยๆผสานตัวให้กลายเป็นหนึ่งในทัศนียภาพของสถานที่แห่งนั้น และทำตัวราวกับว่ากำลังเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่จากมานานแสนนาน และเพราะเมื่อฉันยื่นความไว้วางใจให้กับสถานที่แห่งนั้นอย่างหมดหัวใจ ฉันมักจะกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่แสนประหลาดราวกับว่าฉันลืมอะไรทิ้งเอาไว้ก็มิปาน ไม่ว่าจะเป็นทุกครั้งที่ฉันกลับบ้านที่เชียงใหม่ หรือที่หอพักที่ญี่ปุ่น หรือที่ชิเรโตโกะ ฉันมักจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจอย่างบอกไม่ถูก แรกเริ่มมันเป็นอารมณ์ที่ฉันหาคำตอบไม่ได้ ฉันจึงมักตีความไปเองว่าฉันต้องลืมสิ่งของบางอย่างเอาไว้เป็นแน่ ฉันใช้เวลาอยู่นานกว่าที่จะหาคำตอบได้ว่า สิ่งที่ฉันหลงลืมอยู่ตามที่ต่างๆที่ฉันได้เดินทางไปเยือนและใช้ชีวิตอยู่นั้น แท้จริงแล้วคือชิ้นส่วนเล็กๆของจิตใจและความทรงจำ ที่ร่วงหล่นอยู่ตามรายทางในยามที่ฉันไม่รู้ตัว และพวกมันยังคงฝังแน่นอยู่กับสถานที่เหล่านั้นตราบชั่วนิรันดร์






Create Date : 13 ตุลาคม 2553
Last Update : 23 ตุลาคม 2553 21:55:22 น. 10 comments
Counter : 340 Pageviews.

 


โดย: Unravel วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:21:28:04 น.  

 
มาทักทายน้องต้นตอนค่ำๆครับ

ชีวิตคือการเดินทาง
และพี่ก๋าคิดว่า
คนที่เดินทางเยอะๆ
จะได้เห็นอะไรที่แตกต่างออกไปเสมอ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:22:43:25 น.  

 
นอกจากนั่งเครื่องบินคนเดียวจากบ้านหนึ่งไปบ้านหนึ่ง (แค่ครึ่งโลกเอง) ยังไม่เคยไปเที่ยวคนเดียวเลย

เชื่อว่าตัวเองจะชอบนะคะ
ไม่เหงาหรอก
แต่ไม่มีโอกาสแบบนั้นสักที

คนเดินทางบ่อยๆ มักจะยืดหยุ่นและปรับตัวง่าย
แต่ก็เข้าใจยากด้วย
ที่แน่ๆ สงสัยจะทำให้ถ่ายรูปสวย


ปล. เขียนหนังสือเก่งขึ้นทุกวันนะคะ :-)


โดย: SevenDaffodils IP: 65.160.41.6 วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:4:30:39 น.  

 
จะบอกว่าน่าอิจฉาค่ะ .. ที่ได้ทำตามที่คิดและต้องการ
อย่างเรื่องของการเดินทาง เพราะว่าสำหรับตัวเองแล้ว
เราล่ะอยากเดินทางคนเดียวเช่นกัน แต่ว่าตั้งแต่เด็ก
เราทำไม่ได้เพระาว่าพ่อแม่คอยแต่บอกว่า "ลูกผู้หญิง"
เดินทางคนเดียวมันอันตราย ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้
มีอะไรน่าห่วงเท่าตอนนี้นัก ..

พอโตขึ้น ดูแลตัวเองได้บ้างแล้ว ก็กลับไม่ได้
เดินทางไกลคนเดียวอีก เพราะมีครอบครัว มีอะไร
ต้องรับผิดชอบ ก็เลยกลายเป็นการอดเดินทาง
โดยปริยายเช่นกัน ... แต่ก็มิวายไม่ทิ้งความฝันอ่ะค่ะ
เพราะเราคิดว่าจะต้องมีสักวัน ที่เราจะได้ทำตาม
ที่เราคิดนะค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:6:27:33 น.  

 
หวัดดีครับคุณต้น...

"....ผมจะค่อยๆผสานตัวให้กลายเป็นหนึ่งในทัศนียภาพของสถานที่แห่งนั้น
และทำตัวราวกับว่ากำลังเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่จากมานานแสนนาน...."

ประโยคนี้เป็นวรรคทองเลยครับ ขอปรบมือดังๆ
เห็นด้วยกับคุณแป๋วที่ว่า...เขียนหนังสือเก่งขึ้นทุกวัน

ผมเคยศึกษาศิลปะจีน ที่วาดรูปทิวทัศน์มโหฬารแต่มีคนเล็กจี๊ดเดียว
จนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
หรือนักวาดไผ่ที่เฝ้าดูไผ่ จนคิดว่าตัวเขาเป็นไผ่....เหล่านี้
สอดคล้องกับที่คุณต้นเขียนอย่างเหมาะเจาะ
เป็นปรัชญาของนักธรรมชาตินิยมมากๆเลย

ชวนให้นึกไกลไปถึงว่า

"....all are of the dust, and all turn to dust again..."

(สารพัดเป็นมาจากผงคลีดิน และสารพัดกลับเป็นผงคลีดินอีก)
Ecclesiastes 3:20

ภาษาไบเบิ้ลเพราะดี ชวนคุณต้นให้ hypermature ไปรึปล่าว

ปล. ขอบคุณที่แวะไปชมดอกไม้ที่บ้านผม มาช่วยกันสืบค้นดีกว่าว่า
เป็นดอกอะไร รู้ไม่ถึง จีนัส สปีชี่ส์ แล้วมันไม่แล้วใจอะคับ



โดย: Dingtech วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:9:42:05 น.  

 
หวัดดีเจ้าน้องต้น บล็อกเก่า ๆ นี่ล้างเก็บไปหมดแล้วใช่ไหมคะเนี่ย พี่น่าจะเคยบอกไปแล้วนะคะว่าน้องต้นเป็นคนที่เขียนเก่ง มาอ่านบล็อกนี้ที่อยากชมนอกจากการใช้คำเปรียบเทียบอะไรได้ดีแล้วคือคั่นวรรคตอนได้เนี้ยบมากค่ะ ภาษาไทยเรานี่พิเศษตรงนี้ด้วยแหละ อิอิอิ

ฟังนิโคด้วยเหรอ ริงโทนมือถือพี่เป็น I'll be your mirror มาปีเศษละ จะเปลี่ยนก็ไม่ได้เปลี่ยนสักที


โดย: prunelle la belle femme วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:10:11:19 น.  

 
ใช่เลยครับ เดินทางแบบไม่กลัวนี่อะไรก็สนุกครับ


โดย: kirofsky วันที่: 17 ตุลาคม 2553 เวลา:11:48:20 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องต้น








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 ตุลาคม 2553 เวลา:6:04:33 น.  

 
นั่งไล่อ่านทุกเอนทรีจนหมด
ชอบนะ
อ่านแล้วเหมือนได้จมดิ่งลงไปอยู่ในบรรยากาศตรงนั้นด้วย
เหมือนเจ้าของบล็อกเองก็ได้มีเวลาค่อยๆ นั่งบรรจงถ่ายทอด
ความคิด ความรู้สึก ออกมาด้วยความตั้งใจ
บางอย่างมันเหมือนยังอวลๆ อยู่
ไม่กระจา่งแจ้ง แต่ก็ให้ได้คิด ให้ได้รู้สึกตามไปด้วย

ไว้จะมาอ่านอีกนะ

^^


โดย: am^^ IP: 58.8.220.182 วันที่: 21 ตุลาคม 2553 เวลา:14:49:21 น.  

 
ชีวิตคือการเดินทางเหมือนที่พี่ก๋าว่าจริง ๆ ค่ะ

พี่ก็ชอบการเดินทางเหมือนกัีน เพียงแต่คงไม่ได้ออกเดินทางได้บ่อย ๆ เพราะต้องสะสมทรัพย์ให้เพียงพอ หุๆๆ แต่ก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกเดินทาง (แม้จะต้องพบเจอกับปัญหา อุปสรรคบ้างก็อ่ะเนอะ) และมักจะหลงลืมบางสิ่งไว้ระหว่างทางที่เดินไปเหมือนกันค่ะ

มีความสุขมาก ๆ น๊า


โดย: minporee วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:15:12:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Unravel
Location :
Beppu, Oita Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Unravel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.