Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
20 กันยายน 2552
 
All Blogs
 

ขุนแผนแห่งหิมาลัย





ในบรรดานกในป่าดิบเขตร้อนนั้น

นกในกลุ่มนกขุนแผน (Trogon) ถือได้ว่าเป็นดาราเด่นกลุ่มหนึ่งเลยทีเดียว ด้วยขนาดลำตัวที่ค่อนข้างใหญ่และแต่ละชนิดยังมีสีสันสวยงามบาดใจเป็นที่หมายปองในหมู่นักดูนกมากมาย โดยนกขุนแผนส่วนมากนั้นรวมตัวกันอยู่แถบเส้นศูนย์สูตรเช่นบริเวณภาคใต้ของไทย มาเลย์เซีย หรืออเมริกาใต้เป็นต้น แต่ทว่าสำหรับเทือกเขาหิมาลัยนั้นยังมีนกขุนแผนลึกลับอีกชนิดหนึ่งที่จำกัดตัวเองให้อาศัยอยู่เฉพาะบนป่าดิบเขาที่อุดมสมบูรณ์และไม่ถูกรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์อย่างเช่นที่ Eaglenest Wildlife Sanctuary นี้ นกขุนแผนชนิดนั้นมีชื่อว่า Ward’s Trogon ซึ่งตั้งชื่อตามนักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการศึกษานกชนิดนี้เป็นคนแรก หากจะให้เรียกเป็นภาษาไทยแล้ว ผมอยากจะเรียกมันว่า นกขุนแผนพันธุ์หิมาลัย ที่สุดเลยครับ


และในตอนนี้... นกขุนแผนพันธุ์หิมาลัยตัวผู้กับตัวเมียคู่หนึ่งก็กำลังเกาะนิ่งเพื่อให้พวกเราทุกคนยลโฉมกันอย่างเต็มอิ่มผ่านกล้องเทเลสโคป ผมที่รีบวิ่งฝ่าดงไม้ตามพ่อออกมาก็ยังโชคดีที่กลับมาทันเพราะนกยังคงบินวนเวียนอยู่ไม่ห่างจากบริเวณเดิมนัก ทั้งชมพู่ อาอู๋และคนอื่นๆก็กำลังยิ้มแก้มปริยืนดูกันไม่ห่าง ส่วนผมเองก็มัวแต่ดีใจและตะลึงไปกับความงามของเจ้านกตัวผู้เสียจนไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เลย แต่เจ้านกเองก็ไม่ได้ไปไหนและวนเวียนอยู่เรื่อยๆ สีขนของนกตัวผู้นั้นโดดเด่นแตกต่างไปจากนกขุนแผนชนิดอื่นมาก โดยส่วนมากแล้วนกขุนแผนมักจะมีสีหลักๆอยู่สามสีคือสีแดง สีดำและสีน้ำตาล ส่วนมากจะมีท้องสีแดง หัวสีดำและหลังสีน้ำตาล แต่สำหรับนกขุนแผนชนิดนี้แล้วกลับมีหัว อกและลำตัวสีม่วง ซึ่งเป็นสีที่ไม่พบในนกขุนแผนชนิดใดเลยและยังมีท้องและหน้าผากสีแดงสดอีกด้วย ส่วนนกตัวเมียก็มีสีสันที่สลับกันโดยสิ้นเชิงคือแทนที่จะมีท้องและหน้าผากสีแดงสดเหมือนนกตัวผู้ เธอกลับเปลี่ยนมันเป็นสีเหลืองทานตะวันทำให้ดูสวยงามไปคนละแบบ อ.นุชกับ อ.ชัยรัตน์ต่างก็สามารถเก็บภาพเอาไว้ได้อย่างใกล้ชิดและงดงามมากในระหว่างที่ผมแยกตัวออกไปเพราะอิ่มเอมเกินพอแล้ว ภาพที่นำมาใช้ในที่นี้จึงเป็นของอาจารย์ทั้งสองท่านทั้งหมด ขอขอบคุณจริงๆครับ


ผมเดินออกเทรลมาเรื่อยๆก็เพื่อที่จะกลับไปที่แค้มป์ พอออกมาใกล้จะถึงทางออกก็ต้องตกใจกับเจ้านกกินปลีแดงหัวไพลินตัวผู้ตัวหนึ่งที่ลงมากินน้ำหวานใกล้ๆเสียจนแทบจะตั้งกล้องไม่ทัน ทำให้ในที่สุดผมก็ได้ภาพนกหายากชนิดนี้กลับมาเสียที ถึงแม้จะเป็นนกตัวผู้ที่กำลังผลัดขนหางคู่กลางทำให้ไม่มีหางยาวยื่นสีแดงเพลิงสดๆก็ตามแต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้ผมแฮปปี้หน้าบานเป็นกระด้งได้แล้ว พอออกมานอกเทรลก็นึกขึ้นได้ว่าอาหมอหม่องกับอาหมอปุ๊และปีเตอร์ไม่ได้เดินเข้าเทรลมาด้วยนี่นา พอพบกับอาหมอหม่องที่แค้มป์ที่พักอีกครั้งในตอนบ่ายผมเลยรีบบอกให้เข้าไปดูเพราะทุกคนได้เห็นกันเต็มอิ่มหมดแล้ว ซึ่งอาหมอหม่องก็ยังโชคดีได้พบเจ้านกขุนแผนเช่นกันแต่พบนกตัวผู้สองตัว โดยคิดว่าอีกตัวหนึ่งนั้นเป็นนกเด็กที่เพิ่งโตใหม่ๆเพราะขนหางยังสั้นกว่านกอีกตัวหนึ่ง พอถึงตอนเย็นผมก็ออกมาเดินดูนกตามข้างทางอีกครั้งกับอาอู๋ อาจี๊ดและพี่มะเดี่ยว นกเด็ดใกล้แค้มป์ของเราในยามเย็นคือฝูงของนกขุนแผนปากเหลือง (Yellow-bellied Blue Magpie) ถึงจะใช้ชื่อว่านกขุนแผนเหมือนกันแต่นกขุนแผนตัวนี้อยู่ในตระกูลเดียวกันกับอีกาครับ ไม่มีความเกี่ยวโยงกันกับนกขุนแผนอีกหนึ่งประเภทที่แนะนำไปก่อนแล้วเลย โดยฝูงนกขุนแผนปากเหลืองนี้ลงมากินน้ำกันบริเวณลำธารในหุบลึกที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้หนาทึบ ทำเอากว่าจะได้เห็นตัวก็วิ่งตามกันจ้าละหวั่น ระหว่างนั้นเจ้านกก็ร้องเสียงดังหัวเราะเยาะเราไปพลางๆด้วย วันหลังๆเห็นว่ามันใจกล้าถึงขั้นลงมากระโดดหากินตามพื้นรอบๆเต็นท์เลยทีเดียว ดูเหมือนว่าผมจะไม่ค่อยมีดวงกับเจ้านกชนิดนี้สักเท่าไหร่เพราะจนป่านนี้ก็ยังไม่ได้เห็นตัวชัดๆเลยเสียที สำหรับนกขุนแผนปากเหลืองนี้เป็นญาติสนิทชิดเชื้อกับนกขุนแผน (Red-billed Blue Magpie) ที่มีปากสีแดงแจ๋และสามารถพบได้ทั่วไปไม่ยากนักในประเทศไทย นกทั้งสองชนิดนี้มีหัวสีดำ ท้องสีขาว หลังสีน้ำเงินสดและหางยาวพลิ้วเหมือนกันแทบทุกอย่าง เพียงแต่ว่าตัวหนึ่งปากเหลืองและอีกตัวปากแดงก็เท่านั้น นอกจากนี้เรายังพบนกจุนจู๋หัวสีตาล (Chestnut-headed Tesia) ตัวจ้อยสีสันสดใสแต่หางสั้นจุดจู๋อันเป็นที่มาของชื่อ ซึ่งในความจริงเราได้ยินเสียงร้องของมันเยอะมากแทบตลอดทั้งวันและทุกวันแต่การหาตัวนั้นไม่ง่ายเหมือนได้ยินเสียงเลย เพราะนกชนิดนี้ทั้งตัวเล็กและยังเคลื่อนไหวว่องไวราวกับหนูและมักไม่ค่อยยอมออกมาจากพุ่มไม้ทึบง่ายๆนัก และบริเวณหน้าผาถล่มผมก็ได้พบกับเจ้า Winter Wren ที่ออกมากระโดดหากินตามหน้าผาหินอีกครั้งหนึ่ง และเย็นวันนั้นเราก็มีเมนูพิเศษเพื่อเลี้ยงฉลองความสำเร็จกับเจ้านกขุนแผนพันธุ์หิมาลัยนั่นก็คือส้มตำ! ที่ถึงแม้จะไม่มีครกให้ตำแต่รสชาติก็แซ่บสะใจและหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที! ทำให้เย็นวันนั้นพวกเรามีความสุขกันมากถึงมากที่สุดเลยทีเดียว


เช้าวันรุ่งขึ้น

เราต้องออกเดินทางกันต่อแล้ว ในช่วงเช้าเราโบกมืออำลา Sunderview ด้วยการเดินไปดูนกในเทรลอีกครั้ง ระหว่างทางอาจี๊ดเจอเจ้า Fire-tailed Myzornis ชัดๆใกล้ๆอีกครั้งแต่ผมก็วิ่งตามไปไม่ทัน ส่วนอาหมอหม่องก็พบอีกเช่นกันที่ต้นกุหลาบพันปีภายในเทรล ผมพยายามเฝ้าก็แล้วแต่เจ้านกก็ไม่กลับเข้ามาอีกเลย จึงเก็บได้แต่ภาพของฝูงนกปีกลายคอลาย (Streak-throated Barwing) และนกปีกลายคอขาว (Hoary-throated Barwing) ที่หน้าตาคล้ายกันมากและแยกออกจากกันได้ยากเหลือเกิน ระหว่างที่กำลังนั่งรอในความเงียบของป่านั้น เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากหุบใกล้ๆทางด้านซ้ายมือของผม เสียงนั้นเป็นเสียงเหมือนเด็กทารกร้องไม่มีผิด ชวนให้ขนหัวลุกมากๆแต่เพราะพวกเราศึกษากันมาดีทำให้รู้ว่าเสียงนั้นเองคือเสียงของเจ้าไก่ฟ้าแสนสวยและสุดลึกลับของป่าหิมาลัยดึกดำบรรพ์ Blyth’s Tragopan ที่มักมีรายงานในแถบนี้เช่นกัน แต่นกตัวนั้นร้องเพียงครั้งเดียวหลังจากนั้นก็เงียบหายไปทำให้ไม่ว่าจะยังไงเราก็ไม่สามารถหาตัวเจอได้เลย จากนั้นในช่วงสายหลังเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็ออกเดินดูนกไปเรื่อยๆตามถนนแต่ในทิศทางตรงกันข้ามกันกับที่เราเดินทุกๆวัน คราวนี้เรามุ่งหน้าเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆผ่านสภาพป่าหลากหลายประเภท โดยป่าในช่วงแรกใกล้ๆกับแค้มป์นั้นยังดูเป็นป่าเสื่อมโทรมที่ถูกรุนรานค่อนข้างมากทีเดียว แต่พอเราเดินลงหุบกันไปเรื่อยๆแล้วเราก็ต้องตะลึงกับความงามอันบริสุทธิ์ของทิวทัศน์สีเขียวชะอุ่มที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นกันแน่นทึบทั่วทั้งภูเขาทอดยาวไปไกลแบบนี้แทบจะหาดูไม่ได้แล้วในเมืองไทย อากาศในวันนี้ไม่ร้อนและไม่มีแดด เมฆสีเทาปกคลุม้องฟ้าอยู่ตลอดแต่ฝนก็ไม่ตก ถนนบางช่วงถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ เราเดินลงมาเรื่อยๆกันค่อนข้างเร็วเพราะไม่มีนกให้ดู อาหมอหม่องพบนกกะรางลายจุดอีกครั้งแบบใกล้ๆ แต่นอกจากนั้นก็ไม่มีนกอะไรออกมาให้ตื่นเต้นมากนัก พอเราเดินลงมากันจนเหนื่อยเราก็ขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อเตรียมที่จะไปยังแค้มป์ใหม่สำหรับคืนนี้ที่มีชื่อว่า Bompu
























 

Create Date : 20 กันยายน 2552
6 comments
Last Update : 7 ตุลาคม 2553 19:06:23 น.
Counter : 726 Pageviews.

 

ชอบภาพนกที่ห้อยหัวลงมาทานดอกไม้ป่าครับ
สวยมากเลยน้องต้น



 

โดย: กะว่าก๋า 21 กันยายน 2552 6:14:27 น.  

 

ไม่ได้ถ่ายภาพก็ไม่เป็นไร
มีช่วงเวลาทีไ่ด้เ้ฝ้าดูก็เพียงพอแล้วเนอะ

^^

 

โดย: am^^ IP: 58.8.125.148 21 กันยายน 2552 9:18:33 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องต้น


ตอนพายุแคททีนาพัดเข้าอเมริกา
มีคนตายเป็นหมื่นคน
ภาพข่าวน่ากลัวแทบไม่มี
สื่อของเขาไม่ถ่ายภาพศพลอยเลย

แต่บ้านเราตอนสึนามิ
เอามาเรียงกันถ่ายแบบจะๆ
แล้วส่งภาพนี้ไปทั่วโลก

เวลารถชน
อพปร.มีการจับหัวคนตายผงกขึ้นเพื่อให้นักข่าว
ถ่ายรูปมาลงแบบจะๆ

พี่ก๋าว่ามันละเมิดสิทธิผู้ตาย
และทำร้ายจิตใจครอบครัวของผู้เสียชีวิตมากๆครับ


เรื่องนกแสกไทยรัฐตีข่าวอยู่สามวัน
ทีวีทำข่าวกันใหญ่โต

เมื่อไหร่สิ่งนี้จะหมดไปจากสังคมไทยเสียที

เมือ่ไหร่ จะมอบ "ปัญญา" และ "ความรู้" ให้คนไทยเสพเสียที

เฮ้อ --- บ่นซะแก่เลยนะเนี่ยพี่ก๋า 555555







 

โดย: กะว่าก๋า 22 กันยายน 2552 5:59:05 น.  

 

โอ้โห สวยจริงๆค่ะ
แบบอยากรวยอีกแล้ว จะมาขอเรื่องและรูปไปพิมพ์เป็นหนังสือ

กำลังจะไปทำงาน เราหลุดหน้านี้ไปได้ยังไงนะเนี่ย
เดี๋ยวจะหาเวลากลับมาอ่านค่ะ

ปล. ตอนนี้กำลังชอบ blog ของต้นที้ blogspot มาก
แต่ไม่ได้ดูนกเลยอ่านและดูอย่างเดียว ไม่กล้าเม้นท์ค่ะ
มาส่งแรงใจเชียร์ให้ขอให้เขียนและถ่ายรูปน้องนกงามๆให้แฟนานุแฟนได้ชมต่อไปนานๆ

 

โดย: SevenDaffodils IP: 69.140.58.127 2 พฤศจิกายน 2552 20:14:19 น.  

 

สงสัยว่าแล้วต้นได้กินส้มตำหรือเปล่าคะนั่น
เป็นตากล้องนี่นา

 

โดย: SevenDaffodils IP: 69.140.58.127 4 พฤศจิกายน 2552 7:26:13 น.  

 

อ๊ะ เพิ่งเห็นคอมเม้นท์ของคุณแป๋วครับ
ขอบคุณมากๆเลยครับ
เรื่องราวที่ blogspot เป็นอะไรที่เจาะลึกเกินกว่าจะเอามาลงในบล๊อกแก๊งค์
กลัวเดี๋ยวคนจะอ่านกันไม่รู้เรื่อง555
เอาไว้โพสต์เรื่องนกๆอย่างเดียวเลยครับ

ปล. ได้กินครับๆๆๆ ภาพอันนั้นแอบยืมมาจาก อ.นุช กับ อ.ชัยรัตน์เช่นเคย ห้าๆๆ

 

โดย: Unravel 4 ธันวาคม 2552 15:58:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Unravel
Location :
Beppu, Oita Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Unravel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.