มีนาคม 2553

 
1
2
4
5
7
8
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
24
25
26
27
28
29
31
 
 
ตอนที่ 7 สิ่งที่มองไม่เห็น 2




ฟาร์ยแอบติดตามเค้กที่กำลังเดินหาบ้านของเอยตามที่อยู่ที่อาจารย์เขียนให้

“แถวๆนี้นี่นะ” เธอมองตึกแถวสีส้มริมถนนที่ปลูกติดราวห้องแถวแต่ละตึกมีป้ายเขียนบอกชื่อร้านเอาไว้
“ครัวกันเอง” เค้กเอ่ยชื่อร้านที่อยู่ใกล้เธอที่สุด
“เอ๊ะ” เค้กตกใจมากที่จู่ๆก็มีชายสูงวัยคนหนึ่งถูกโยนออกมจากร้าน
“โอ๊ย.....” ชายร่างผอมร้องอย่างเจ็บปวด พร้อมกันนั้นมีชายร่างสูงใหญ่ 2 คน ตามออกมาที่หน้าร้าน
“แกจะจ่ายเมื่อไหร่?” เสียงอันเหี้ยมเกรียมเอ่ยถามพลางยกคอเสื้อคนร่างผอมที่นอนอยู่กับพื้นขึ้น
“ขอร้องล่ะครับ ผมขอเวลาอีกหน่อย” ชายสูงวัยใส่ชุดพ่อครัวยกมือไหว้
“แกพูดแบบนี้มานานแล้วนะ พวกเราเบื่อเต็มทนแล้ว”
“พ่อ...พ่อคะ อย่าทำอะไรพ่อฉันนะ” เสียงผู้หญิงร้องตามพลางวิ่งออกมายื้อแขนกำยำออกจากคอเสื้อชายสูงวัยร่างผม
“เอย.....” เค้กตกใจมากที่เห็นเป็นเพื่อนของเธอเอง
“อย่ามายุ่งน่า” เสียงชายหน้าเหี้ยมหันมาตวาดชายอีกคนกระชากเอยกระเด็นออกไป
“อย่าทำอะไรลูกสาวฉันนะ” พ่อร้องเสียงหลง
“อย่าทำงั้นเหรอ” มันโยนร่างพ่อลงไปนอนข้างๆเอย ทั้งสองคนอย่างสามขุมเข้าไปหา

เค้กหันซ้ายทีขวาทีไม่มีอะไรพอจะเป็นอาวุธได้ เธอจึงถอดรองเท้าขว้างไปโดนหัวชายคนหนึ่ง พวกมันหันมาอย่างโมโห
“อย่าทำร้ายพวกเขานะ” เธอประกาศเสียงกร้าว
“อะไรของเจ้าน่ะ” ฟาร์ยที่แอบอยู่ถึงกับทำหน้าไม่เข้าใจ

พวกมันจึงหันมาสนใจเธอแทน
“เค้ก...” เอยร้องอย่างตกใจ
“แกเป็นใคร สาระแนจริงเชียว”
“เป็นใครไม่สำคัญหรอกนะ แต่ฉันไม่ยอมให้พวกนายทำอะไรเพื่อนฉันได้หรอก”
“เพื่อนงั้นเหรอ 555..... คิดว่าตัวเองทำอะไรได้ล่ะยัยบ้า”

พวกมันตรงเข้ามาหาเค้กอย่างสัตว์ร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อ เค้กใจคอสั่นแต่ก็ทำดีสู้เสือทั้งๆที่ไม่ได้คิดแผนอะไรเอาไว้ก่อน
“หยุดก่อนพวกเจ้าจะทำอะไรน่ะ” เสียงชายร่างสูงสง่าเพิ่งลงมาจากรถเก๋งราคาแพงร้องเสียงดัง

นักเลงทั้งสองจึงหยุดและหันมามองอย่างเกรงๆ
“จะทำแบบนั้นกับสาวน้อยน่ารักได้ยังไงกันพวกแกน่ะ” เสียงทุ้มๆ นุ่มนวลแต่ก็แฝงความเจ้าเล่ห์เอ่ยขึ้น

หนุ่มหล่อที่ก้าวลงงมาจากรถในชุดสูทรสีขาวเดินตรงใช้ไม้เท้าฟาดหัวนักเลงทั้งสองและเขามาหยุดตรงหน้าเค้ก
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ลูกน้องของผมทำกิริยาไม่ได้ใส่”
“เออ.....” เค้กพูดอะไรไม่ออก
“พวกเราทำความเดือดร้อนให้ต้องขออภัยด้วยนะครับ”
“ทำไมพวกคุณต้องทำร้ายเพื่อนฉันด้วย แล้วยังร้านอีกล่ะ” เค้กเอ่ยเมื่อมองเข้าไปดูในร้านที่ข้าวของถูกทำลายจนระเนระนาด
“มันอาจจะเป็นวิธีที่รุนแรง แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่พวกเราไม่ได้ตั้งใจ” น้ำเสียงของเขาพูดเอาจริงเอาจังอยากให้เชื่อ
“พวกเขาติดหนี้ผมอยู่เงินไม่มากมายเท่าไหร่หรอกครับ นี่ก็ผลัดมา 2 ครั้งแล้วด้วย ครบกำหนดที่ต้องชดใช้ แต็ยังไม่มีเงินมาให้” เขาสาธยายให้ฟัง
“ไม่ใช่ พวกแกโกงพวกเรา พวกแกขึ้นดอกเบี้ยจนพวกฉันใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดซะที พวกแกมันขี้โกง...” เสียงของเอยแวดมา ลูกน้องของมันจึงหันไปทำตาโหดใส่
“จริงหรือคะ.....พวกคุณทำแบบนั้นจริงๆหรือคะ” เค้กถามประสาซื่อ
“อย่าไปเชื่อครับ ผมน่ะมีความยุติธรรมกับลูกหนี้ทุกคน ไม่เคยโกงใคร”
“งั้นก็ช่วยให้โอกาสพวกเขาอีกครั้งจะได้ไหมคะ ฉันขอร้องล่ะ ขอเวลาอีก 1 เดือน ฉันสัญญาว่าจะช่วยหาเงินมาใช้พวกคุณให้” เค้กก้มหัวขอร้องหนุ่มหล่อตรงหน้า
“เค้ก....” เอยร้องอย่างตกใจกับการยื่นข้อเสนอของเค้ก
“อ่ะ...อ้า...คุณผู้หญิงที่แสนน่ารักครับ.....คุณไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอกครับ”
“ฉันขอร้องล่ะคะ”
หนุ่มหล่อยิ้มอย่างพึงใจ
“คุณช่างเป็นคนใจดีเสียจริงนะครับ แต่เงินจำนวนนั้นไม่ใช่น้อยๆเลยนะครับ”
“ถึงจะเท่าไหร่ ฉันก็จะช่วยหามาให้ได้ค่ะ” เธอยืนยัน
เจ้าหนี้หนุ่มมองสีหน้าและดวงตาที่มุ่งมั่นไร้ความเกรงกลัวของอีกฝ่ายอย่าชื่นชม
“คุณช่างเป็นคนที่ใจดีจริงๆ มิทราบว่าชื่ออะไรครับ”
“เออ....ฉัน...ชื่อเค้กค่ะ”
“ผมชื่อ...จอห์นครับ ยินดีที่รู้จัก” เขาถือวิสาสะยกมือเรียวขึ้นจุมพิษ เค้กตกใจจนตัวแข็ง ฟาร์ยรีบออกมาจากที่ซ่อนทันทีดึงร่างเค้กไปแอบข้างหลัง
“นี่เจ้าจะทำอะไร?” หน้าตาอันดุดันของเขาทำเอาชายหนุ่มตรงหน้าตกใจ
“อ่ะ อ้า...ใครกันครับ”
“ข้าคือปีศาจ..” เสียงอันเหี้ยวเกรียมทำเอาคนฟังขนลุก
เมื่อตั้งสติได้หนุ่มเจ้าหนี้ก็หันไปบอก 2 พ่อลูกว่า
“อีก 1 เดือนแล้วผมจะมาใหม่นะครับ” เขาพูดเพียงเท่าไหร่ก็หันไปพยักหน้าให้ลูกน้องรีบกลับกันทันที

“นี่นายมาทำอะไรน่ะ” เค้กดุฟาร์ยทันที
แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะอารมณ์ไม่สู้ดี
“อย่าบอกนะว่าเจ้า....จะชอบผู้ชายแบบนั้น”
เค้กไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดนัก หันไปสนใจเอยแทน
“เค้กขอบใจนะ และขอโทษด้วยที่ทำให้เธอต้องลำบากไปด้วย”
“ไม่หรอกจ๊ะ...ที่จริงฉันก็อยากจะช่วยเอย ในสิ่งที่ฉันพอจะทำได้”
“แต่เธอรู้ไหมว่ามันอันตรายนะเจ้าพวกนั้นน่ะมีอิทธิพลมากเลยล่ะ”
“ฉันไม่สนหรอกนะ เอยเป็นเพื่อนฉันนิ”
“ฮือ...ฮือ....” จู่ๆเอยก็ร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้นความรู้สึกไว้ไม่ได้เค้กเข้าไปกอดเธอเอาไว้

เมื่อทุกคนเข้าไปในร้านและช่วยกันเก็บของเข้าที่อย่างเรียบร้อย
“เงินจำนวนมากขนาดนั้นเราจะหาทันได้ยังไงล่ะแค่ 1 เดือนเอง” เอยพูดอย่างลำบากใจ
“ที่ว่ามากน่ะมันเท่าไหร่กันจ๊ะ”
“ 2 แสน” เอยบอกจำนวนเงินที่ทำให้ครอบครัวเธอเป็นทุกข์
“แค่ 1 เดือนเราทำไมได้หรอก” เอยทำท่าจะร้องไห้
“ไม่เป็นไร ฉันจะช่วยด้วย”
“เออ...แม่หนู แค่นี้พ่อก็ลำบากใจจะแย่อยู่แล้วนะ หนูไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก นี่เป็นปัญหาของร้านเรา”
“คุณพ่อคะ หนูของเสียมารยาทค่ะ จะให้หนูอยู่เฉยๆ ดูเพื่อนเดือดร้อนแบบนี้หนูทำไม่ได้หรอกค่ะ และที่สำคัญ เอย ช่วยกลับไปสอบก่อนจะได้ไหมจ๊ะ ฉันขอร้องล่ะ อีกแค่ 3 วันก็จะสอบเสร็จแล้ว ฉันอยากให้เธอกลับไปสอบ ไม่สิ ฉันอยากให้เธอกลับไปเรียน ฉันอยากเห็นเธออยู่ในห้องเรียน ฉันอยากเรียนกับเธอ และเรามาเรียนจบพร้อมกันนะ” เสียงที่ดูนุ่มนวลและใจดีของเค้กทำเอาบ่อน้ำตาของเอยทะลักออกมาอีกครั้ง
“ฮือ...ฮือ.....” เอยโผเข้ากอดเค้ก
“เรื่องร้านไม่ต้องห่วงนะเมื่อเราสอบเสร็จ ฉันจะช่วยหาเงินมาใช้หนี้คนพวกนั้นเอง”
“ขอโทษนะ.....พ่อขอโทษจริงๆ ที่ไม่สามรถดูแลทั้งลูกและร้านของเราไว้ได้” พ่อเช็ดน้ำตาที่กำลังไหล
“ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณพ่อคะ ขอให้เอยกลับไปเรียนนะคะ หนูขอร้อง และโปรดอนุญาตให้หนูได้ช่วยหาเงินมาใช้หนี้ด้วยค่ะ” เธอเอ่ยอย่างหนักแน่น

“เค้ก.....ขอบใจนะ” เอยพูดได้เท่านั้นก็ร้องไห้โฮออกมาอีก

...............
“เฮ้อ.....แล้วเจ้าจะทำยังไงล่ะทีนี้ จะให้ข้าไปทำร้ายเจ้าพวกเจ้าหนี้พวกนั้นดีไหม?” ฟาร์ยเอ่ยถามขณะที่เดินกลับบ้านด้วยกัน
“ไม่หรอก ฉันไม่ได้ต้องการแบบนั้น”
ฟาร์ยมองเสี้ยวหน้าของอีกฝ่าย
“ใช่นินะ เจ้านะเป็นมนุษย์ที่แสนแปลกนิ”
“อะไรของนาย....ว่าแต่ว่างนักหรือไงกัน แล้วที่พูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง?”
“เอ๊ะ...” ฟาร์ยไม่ตอบกลับหลบหน้าอีกฝ่ายทันที
......
เมื่อถึงวันสอบเค้กดีใจที่เอยกลับมาสอบตามปกติส่วนเรื่องดรอปเรียนเธอได้ยกเลิกไปก่อนจนกว่าจะเปิดเทอมหน้า
เมื่อสอบเสร็จเรียบร้อย ภาระกิจการช่วยปลดหนี้ร้านครัวกันเองก็เริ่มขึ้น
“ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าที่บ้านเอยน่ะเป็นร้านขายอาหาร และก็น่ารักเป็นกันเองสมชื่อด้วย” เธอเอ่ยชมหลังจากที่เตรียมตัวกันเปิดร้านแล้ว
“ฮืม....มิน่าล่ะเอยถึงได้ทำอาหารเก่งมากๆเลย”
“เพราะพ่อฉันสอนฉันทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะ ฉันก็เลยเป็นไปโดยอัตโนมัติ”
เค้กหยิบเมนูขึ้นมาเปิดดู
“จะว่ารายการอาหารส่วนใหญ่ก็น่าทานทั้งนั้นเลยนะ”
“แต่ช่วงหลังๆที่เศรษฐกินไม่ดีลูกค้าก็น้อยลง แต่ดอกเบี้ยเงินกู้กลับผันขึ้นพวกเราก็เลยใช้หนี้ไม่หมดสักที” เอยทำหน้าเศร้า
“ไม่เอาน่า...อย่าคิดมากเลยนะ เรามาพยายามช่วยกันดีกว่า”
ทั้งสองยิ้มให้กำลังใจกัน
“ฉันว่านะเราน่าจะเพิ่มเมนูพวกรายการขนมหวาน หรือไม่ก็ของหวานเข้าไปด้วย เผื่อเป็นตัวเลือกของลูกค้า บางที บางคนก็ชอบทานขนมหวานหลังอาหารนะจ๊ะ” เค้กแนะนำ
“ก็ดีนะ ฉันก็ว่าดีเหมือนกัน ก็เค้กน่ะมีฝีมือทำขนมหวานอยู่แล้วแบบนี้ต้องช่วยได้เยอะแน่”
“ฮืม...เชื่อมือฉันเถอะนะ”

หนุ่มร่างสูงใหญ่ถือกล่องขนมหวานเข้ามาในร้าน
“อ่ะ..นั่น ผู้ชายคนนั้น เพื่อนของเค้กหรือเปล่าจ๊ะ”
“อ้อ...จ๊ะ เขาจะมาช่วยที่ร้านของเอยด้วยนะ” เค้กบอก
“ดีจัง ฉันต้องรบกวนพวกเธอแล้วล่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ ... นี่ๆ ฉันว่าจะเพิ่มเมนูของหวานพวกนี้เข้าไปด้วยนะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง” เค้กเขียนรายการที่จะเพิ่มให้เอยต่อ

ฟาร์ยบอกดูความร่าเริงของเค้กแล้วก็ไม่เข้าใจ
“เวลาที่เอาจริงขึ้นมาล่ะก็ เจ้าช่างน่ากลัวจริงๆเลยนะ” ฟาร์ยพรึมพรำ
“ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้แหล่ะพ่อหนุ่ม ข้างนอกแม้จะดูบอบบาง นุ่มนวลน่าถนอม แต่จริงๆแล้วจิตใจน่ะเข้มแข็งอย่าบอกใครเชียว” พ่อของเอยบอก
“ผมก็ว่างั้นแหล่ะ” เขาหันไปยิ้มให้

เอยทำป้ายแนะนำอาหารใหม่ๆไว้ด้านหน้าร้านซึ่งก็ช่วยดึงดูดลูกค้าเข้ามามากกว่าเดิมดูท่าทางจำไปด้วยดี เค้กก็สนุกกับงานร้านอาหารเธอช่วยรับเมนู และยังเป็นคนทำของหวานที่ลูกค้าสั่งเป็นที่ถูกอกถูกใจลูกค้าเป็นอย่างมาก ขนมที่เอามาจากร้านเธอเป็นที่ถูกใจของลูกค้าขายหมดเกลี้ยงทุกวัน สร้างความไม่พอใจให้กับพวกนักเลงเป็นที่มาเฝ้าสังเกตการณ์อย่างมากจึงนำเรื่องไปเล่าให้เจ้านายฟัง
จอห์นจึงมาที่ร้านเพื่อพิสูจน์คววามจริง

“แบบนี้ 1 เดือนก็มีเงินใช้หนี้เราได้สิ” เขาสถบกับตัวเอง

แต่พอเห็นหน้าเค้กที่คอยช่วยเหลือร้านอย่างจริงจังก็แปลกใจ จอห์นจริงเข้าไปในร้าน

“เอ๊ะ....นั่นคุณจอห์น” เค้กเอ่ยอย่างแปลกใจ
“สวัสดีครับ ดีจังได้พบกันอีกแล้ว”
“สวัสดีค่ะ”

“นี่ยังไม่ถึงกำหนดจ่ายเงินเลยนะคะ”เค้กเอ่ย
“นั่นน่ะสิ พวกแกจะมาหาเรื่องกันใช่ไหม” เอยพูดอย่างระแรง
“ผมก็แค่อยากจะมาทานของที่ว่าอร่อยที่สุดของร้านครับ อย่างเพิ่งเข้าใจผิด”
“นี่จะไม่เชิญผมนั่งเลยเหรอครับ”

“งั้นก็เชิญค่ะ” เค้กผายมือไปที่โต๊ะว่าง จอห์นนั่งลง กวาดสายตาไปรอบร้านเห็นฟาร์ยที่กำลังรับเมนูลูกค้าอยู่ไม่ไกลต่างคนต่างชำเรืองมองกัน

“คุณจะทานอะไรดีคะ” เค้กเอ่ยถาม
“ผมอยากกินนมเย็นกับเค้กอร่อยๆ” เขาบอกเมนูที่เขาต้องการดูขัดกับบุคลิกของมาเฟียเหลือเกิน
“รอสักครู่นะคะ” เค้กขอตัวไปจัดของมาให้เมือ่เธอถือถาดเตรียมจะเอาไปให้จอห์น ฟาร์ยก็มาแย่งเอาไป
“เดี๋ยวข้าจะเป็นคนเสริฟให้เอง” เขาบอกก่อนจะยกถากออกไป
“นี่ครับ” ฟาร์ยวางแก้วนมเย็นกับจานขนมเค้กลงบนโต๊ะ
“แปลกจัง เมื่อก่อนร้านนี้ไม่มีของพวกนี้นิ เดี๋ยวนี้ถึงกับขายของพวกนี้กินงั้นเหรอ…555” เสียงหัวเราะเย้ยหยัน
“แล้วไง...นี่เจ้าจะกินดีๆ หรือจะให้ข้าช่วยยัดเข้าปากให้” เสียงดุๆเข้มๆของคนร่างสูงแถมด้วยออร่าดำอำมหิตออกมาทำเอาคนที่หัวเราะอยู่อ้าปากค้าง
“เออ....เอ้อ....”
“ถ้ายังพูดมากอีกล่ะก็ ข้าจะทำให้เจ้าพูดอะไรไม่ได้อีก และก็กินไม่ได้อีกด้วยเป็นไง” หน้าดุๆเข้มๆ ทำเอาจอห์นเงียบเสียงลงแล้วก้มหน้าก้มตากินอย่างเรียบร้อย

“นี่นาย...ทำไมต้องทำให้ลูกค้ากลัวแบบนั้นด้วยล่ะ แบบนี้คนก็ไม่กล้าเข้าร้านน่ะสิ” เค้กดุฟาร์ยหลังจากที่เขาเข้ามาข้างใน
“ก็สำหรับเจ้าคนนั้นแหล่ะ” เขาตอบเธอหน้าตาเฉย
เค้กได้แต่ส่ายหน้าระอากับคนเอาแต่ใจ
แท้จริงแล้วการที่ฟาร์ยมาช่วยงานที่ร้านของเอยก็เพราะว่าเขาต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ชายที่เค้กพอใจ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่เห็นผู้ชายต้นแบบที่พอจะทำให้เค้กชอบได้ แต่ทุกครั้งพอมีลูกค้าผู้ชายมาฟารืยก็มักแย่งเอาอาหารไปเสริฟแทนทุกที

ใกล้จะสิ้นเดือนทุกคนต่างก็ยิ้มกันอย่างดีใจเมื่อสามารถหาเงินจนครบตามที่ติดหนี้จอมมาเฟียเอาไว้
“เป็นเพราะเธอมาช่วยพวกเรา ต้องขอบใจมากเลยนะเค้ก ฟาร์ย”
“ไม่ต้องขอบใจเราหรอกนะ ที่จริงอาหารของร้านเธฮน่ะ มันก็อร่อยสุดๆอยู่แล้ว”
“เฮอะๆๆ....ถึงยังไง กขอบใจนะที่ทำให้เรากับพ่อมีแรงใจอยู่จนถึงวันนี้ได้”
ทั้งสองยิ้มให้กันด้วยความยินดี

จนมาวันหนึ่งในตอนค่ำของวันสิ้นเดือน

ชายร่างสูงโปร่งในชุดสูทรสีดำแต่ดูอบอุ่นมานั่งในร้านคนเดียวในมุมเงียบๆ ท่าทางที่ดูใจดีและอบอุ่นทำเอาเค้กกับเอยจ้องมองหลายรอบ
เขาคือใครกัน เหมือนกำลังมารอใครสักคน
“จะสั่งอะไรดีคะ” เค้กเอ่ยถามลูกค้าหนุ่ม

ดวงตายาวรีคมสบตากับดวงหน้าสดใส
“แปลกจริงที่นี่มีขนมน่าทานขนาดนี้ด้วยเหรอครับ”
“ค่ะ เป็นเมนูใหม่ค่ะ”
“ฮืม.....”
“ขอเค้กช็อกโกแลตกับกาแฟร้อนสักแก้วหน่อยครับ”
“ได้ค่ะ” เค้กรับรายการมาอย่างตื่นเต้น

“เขาหล่อมากเลยล่ะ เอย.....” เธอกระซิบกระซาบกับเพื่อนสาว
“หน้าเขาใสมากเลยล่ะ ยิ้มก็น่ารัก” เธอพูดต่อทำหน้าชวนฝัน
ฟาร์ยรีบชะโงกมามองทันที

ผู้ชายคนนั้นเหรอที่ทำเอายัยนั้นเพ้อ........

เขาจึงเป็นแย่งเอาถาดอาหารไปเสริฟเองตามเคย
“นี่ครับ...ทานให้อร่อยนะครับ” เอาเอ่ยอย่างเป็นกันเอง
“มิทราบว่ามาคนเดียวเหรอครับ”
“ครับ...ที่จริงแล้ว ร้านนี้ผมเคยมานานแล้วล่ะ สมัยที่ผมเคยอยู่แถวนี้ พอย้ายไปทำงานที่อื่นกลับมาก็อยากทานกับอาหารที่เคยชอบทาน”
“ฮืม....ที่นี่มีขนมหวานที่อร่อยหลายหย่างเลยนะครับ อยากจะรับอะไรเพิ่มก็สั่งได้เลยครับ หรือถ้าต้องการเพื่อนนั่งคุยก็ได้นะครับ”
“เอ๋....ที่นี่มีแบบนั้นด้วยเหรอครับ” ชายหนุ่มทำโต
“ที่นี่มีผู้หญิงอยู่ 2 คนครับ คนหนึ่งเป็นกุ๊ก. คงจะมาไม่ได้..ส่วนอีกคนเป็นพนักงานของร้าน น่ารัก นิสัยดีครับ แม้ออกจะเซ่อๆซ่าๆ ไปหน่อย แต่ก็เป็นคนน่ารักใช้ได้ครับ”
ฟาร์ยเริ่มเข้าประเด็นที่เขาต้องการ
“คุณชอบผู้หญิงแบบไหนล่ะครับ ลองคุยๆกันดูก่อนก็ดีนะครับ ที่จริงยัยนั่น เอ๊ย....ผู้หญิงคนนั้นเธอก็....น่ารักมากทีเดียว” เสียงเขาเหมือนจะสื่ออะไรสักอย่าง
ลูกค้าหนุ่มทำหน้างง
“หมายถึงคนที่รับเมนูไปหรือเปล่าครับ”
“ครับคนนั้นแหล่ะครับ ตอนนี้เธอกำลังเปล่าเปลี่ยวไร้คู่ แม้หน้าตาจะดูเซ่อๆซ่าๆ แต่ก็เป็นคนจริงจังนะครับ ใจดี สุภาพ ทำขนมเก่ง ถ้าได้คบกันคงจะดีไม่น้อย ถ้าคุณไม่รังเกียจช่วยคบกับเธอหน่อยนะครับ”
“เออ...มันจะดีเหรอครับ”

“ดีสิครับ ผมรับประกันได้นะว่าเธอคนนั้นน่ะ ไม่มีอะไรเสียหาหรอก แม้จะเซ่อซ่าไปเท่านั้นเองที่เป็นข้อเสียของเธอ แต่โดยส่วนรวมเธอดีจริงๆนะครับ”

“งั้นเหรอครับ จะถามเธอก่อนไม่ดีหรือครับ”
“อ้อ....ไม่ต้องถามหรอครับ ผมกำลังมองหาผู้ชายที่เหมาะสมกับเธออยู่ ผมว่าคุณที่แหล่ะที่ดูเหมาะที่สุด คุณทั้งหล่อ สุภาพ น่าจะเหมาะกับคนเซ่อซ่าแบบนั้น”
ชายคนนั้นลุกขึ้นยืนโค้งอย่างสุภาพ

“ผมไม่รังเกียจผู้หญิงที่ดูน่ารักและใจดีแบบนี้หรอกครับ รู้สึกยินดีที่คุณสนใจครับ”
“เอ๊ะ....” ฟาร์ยตกใจมาก หันไปมองด้านหลัง
“ใครเซ่อซ่า ฮือ.....ตาบ้า” เค้กฟาดถาดใส่หน้าเขาอย่างจัง ฟาร์ยถึงกับหน้ามืดล้มลง ทุกคนต่างตกใจ
“ตาบ้า...ฉันเกลียดนายยย” เค้กน้ำตาคลอวิ่งออกจากร้านไป

“ยัยบ้า.....ทำอะไรของเจ้าน่ะ” ฟาร์ยลุกขึ้นมือกุมจมูกด้วยความเจ็บ

เอยออกมาจากครัว มองดูเหตุการณ์อย่างไม่เข้าใจ ชายหนุ่มรูปหล่อยิ้มให้ฟาร์ย
“ไม่ตามไปจะดีหรือครับ”

ฟาร์ยบ้า.....นายคิดอะไรของนายน่ะ ทำไมจะต้องพูดแบบนั้นกับผู้ชายคนนั้นด้วย นายมันบ้า ช่างไม่เข้าใจฉันเอาเสียเลย เค้กตัดพ้อฟาร์ยอยู่ในใจ

ฟาร์ยวิ่งตามเค้กมาจนถึงหน้าบ้าน เธอหันมามองด้วยน้ำตา
“นายกลับนรกไปซะ ปีศาจก็จงอยู่อย่างปีศาจไป อย่ามายุ่งวุ่นวายกับมนุษย์อย่างเราอีก” เธอพูดเพียงเท่านั้นก็เข้าบ้านปิดประตูใส่หน้าเขาเสียงดัง

ฟาร์ยยั๊วะที่โดนเค้กพูดแบบนั้นใส่หน้า
“ไปทำอะไรไม่ดีมาใช่ไหมขอครับ” เสียงเมลเล่ย์ดังมาจากข้างหลัง

ฟาร์ยหันไปมองก็เห็นโก้ที่ยืนหน้าตาขึงขังอยู่ข้างๆอีกคน
“ถ้าคุณยังทำตัวแบบนี้อีกผมจะไม่ช่วยอีกแล้วนะ”

“ก็...ข้าผิดตรงไหน แค่แนะนำผู้ชายดีๆให้” เขาทำหน้าไม่เข้าใจ

โก้กับเมลเล่ย์มองหน้ากันหัวหัวเราะ ยิ่งทำให้ฟาร์ยไม่เข้าใจใหญ่
“แล้วทำไมจะต้องโกรธข้าขนาดนี้ด้วยล่ะ แต่ยังไงยัยนี่ก็ไม่เคยโกรธขนาดนี้เลยนิ” ใบหน้าจอมปีศาจเศร้าอย่างเห็นได้ชัดพอนึกถึงดวงหน้าที่เปื้อนด้วยน้ำตา

“สงสัยคงจะอดกินขนมเค้กแล้วล่ะมั้ง” เมลเล่ย์พูดก่อนจะชวนโก้เดินหนีไป

จอมปีศาจได้แต่ยืนทื่อที่ไม่มีใครช่วยเลย

เค้กนั่งฟุบหน้าอยู่ที่โต๊ะข้างเตียงคิดถึงเรื่องฟาร์ยแล้วก็ยิ่งเศร้าใจ เสียงฝีเท้าเบาๆเดินเข้ามาใกล้ เค้กเงยหน้าขึ้นหันไปมองก็ต้องตกใจที่ฟาร์ยเดินถือเค้กหน้าสตอเบอรี่เข้ามาหา
“ฉันไม่อนุญาตให้นายเข้ามาในห้องสักหน่อย นาย......”
เขาไม่ได้ต่อคำวางถาดเค้กรูปหัวใจลงตรงหน้าเธอ

“นี่เป็นขนมเค้กที่ข้าหัดทำ ไม่รู้จะอร่อยหรือเปล่านะ” เขาพูดเสียงอ่อน
“เจ้าลองกินดูสิ”

เค้กมองขนมเค้กตรงหน้า เธอหยิบช้อนขึ้นมาแล้วกรีดลงตรงการเพื่อแบ่งครึ่งหัวใจเสี้ยวนั้น
“ที่จริง....ฉันมีหัวใจอยู่หนึ่งดวง ฉันน่ะตั้งใจเอาไว้ว่า จะแบ่งครึ่งหัวใจ เพื่อที่จะให้กับใครสักคนที่เขาเห็นคุณค่า อยากที่จะเก็บและถนอมเอาไว้ ด้วยความรักและเอาใจใส่ แต่ว่า....เขาก็ไม่เคยเห็นมัน” เธอพูดเสียงสั่นเคลือ
“เขามองไม่เห็นมันเลยหัวใจของฉัน ทั้งที่ตั้งใจเอาไว้ขนาดนั้นแล้ว อยากจะเป็นคนสำคัญของเขา อยากจะอยู่ด้วยกันตลอดไป อยากให้เขาชอบฉันบ้าง อยากให้ขนมที่อร่อยแก่เขาทานทุกวัน แต่ก็ไม่มีความหมายอะไรเลยแล้วฉันควรจะทำยังไงดี”

ฟาร์ยมองร่างสั่นเทาตรงหน้า

“ทำไมไม่ให้ข้าเสียล่ะ....ข้าอยู่ตรงนี้แล้วนะ เฝ้ามองเจ้ามาตลอด เฝ้าคิดถึงเจ้า เพราะเจ้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของข้า และข้าก็มีหัวใจอยู่หนึ่งดวง ตั้งใจเอาไว้ว่าจะให้เจ้าเก็บเอาไว้ แต่ว่าเจ้าก็ไม่เคยมองเห็น ข้าควรจะทำยังไงดี เค้ก”

เค้กเงยหน้ามองจอมปีศาจที่นั่งอยู่ข้างๆ ดวงตากลมโตที่เจือความแปลกประหลาดใจกับคำพูดที่ไม่เคยนึกคิดว่าจะได้ยิน
“ฟาร์ย.....”
“ครึ่งหนึ่งหัวใจของเจ้า ข้าขอแลกด้วยใจทั้งดวงขอข้าจะได้ไหม ข้าชอบเจ้ามาเลยนะเค้ก เพราะงั้นอย่ายกให้ใครเลยนะ” เสียงเว้าวอนของจอมปีศาจทำเอาหญิงสาวยิ้มออกมาอย่างดีใจไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือความจริง

นายอยู่ตรงนี้แล้วสินะ

“ฉันก็ชอบนายนะ.....ชอบมากด้วย เพราะงั้น โปรดเอาหัวใจฉันไปและช่วยดูแลมันให้ดีด้วยล่ะ”
“เจ้าก็เหมือนกันนะ” หน้าผากอุ่นสัมผัสกันอย่างนุ่มนวลเหมือนจะสัญญาไว้ตลอดไป
ฟาร์ยป้อนเค้กที่เขาทำให้กับคนทำขนมเค้กตัวจริงทาน แม้มันจะดูไม่ได้เรื่องแต่ ความรักก็ใช่ว่าจะมีแต่รสหวานๆ เสมอไป



Create Date : 23 มีนาคม 2553
Last Update : 31 มีนาคม 2553 0:15:12 น.
Counter : 285 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]