มีนาคม 2553

 
1
2
4
5
7
8
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
24
25
26
27
28
29
31
 
 
ตอนที่ 6 วาเลนไทน์เดย์ และวันไวท์เดย์



“อีกไม่กี่วันก็จะเป้นวันวาเลนไทน์แล้วนะ” เสียงสาวๆเปิดประเด็นหลังจากอาจารย์ออกจากห้องไปแล้ว
“ปีนี้ฉันต้องทำช็อกโกแลตที่อร่อยที่สุด”
“เธอเองก็ตั้งใจจะให้พิมานด้วยใช่ไหม” อีกคนหันมาถามฟ้าคราม
“มันก็แน่อยู่แล้วล่ะ สาวสวยก็ต้องคู่กับหนุ่มหล่อ”
“นั่นแน่...นี่พวกเธอไปถึงขั้นไหนกันแล้วล่ะ” เพื่อนๆแซว
“ไม่เอาแล้ว....ฉันจะบอกพวกเธอได้ไงกันล่ะ” ฟ้าครามเริ่มหน้าแดงก่อนจะเดินหนีวงสนทนาเอาดื้อ
“อะไรกันพวกเธอน่ะ พูดเอาอยู่ฝ่ายเดียว วาเลนไทน์น่ะไม่ใช่วัฒนธรรมของเราสะหน่อย” พิมานแย้ง
เค้กที่นั่งค้างเติ่งอยู่บนเก้าอี้นิ่งจนคนที่นั่งอยู่ไม่ห่างต้องสงสัย
“เค้ก....เอ่อ.....เธอเป็นอะไรหรือเปล่า” พิมานถามเบาๆ
วาเลนไทน์งั้นเหรอทุกปีเธอทำก็เพียงแต่ กิริช็อกโก หรือช็อกโกแลตที่ให้ผุ้ชายที่ไม่ได้ชอบ หรือช็อกโกแลตที่ให้ตามหน้าที่ กับเพื่อนผู้ชายร่วมห้องและอาจารย์เท่านั้น แต่ปีนี้……
“อ้อ....เปล่าหรอกจ๊ะ” เธอหันมายิ้มให้พิมาน”
“เอ่อ....ที่ฟ้าครามเขาพูดน่ะ เขาพูดเองเออเองนะ แล้วหมู่นี้เขาเองก็ชักจะไปกันใหญ่ด้วย” พิมานรีบออกตัวกับหญิงสาวเกรงว่าเธอจะเข้าใจผิด
“ก็ดีออกนะพิมานที่มีใครกล้าแสดงออกว่าชอบเราขนาดนั้น ที่จริงแล้วคนเราเมื่อชอบใครก็ต้องแสดงออกมาให้เขารู้ ถ้ามัวแต่ปิดบังเอาไว้มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย”
พิมานหน้าแดงไม่คิดว่าเค้กจะพูดออกมาแบบนี้
“นั่นสินะ ถ้ามัวแต่อ้ำอึ้งกันอยู่คงได้ชวด ฉลู แน่เลย”
“พิมานเอง...ไม่สนใจฟ้าครามบ้างเลยเหรอจ๊ะ”
“เอ่อ.....เรื่องนั้น ผมเอง......”
“หรือว่านายมีคนที่ชอบแล้ว” เค้กเอียงคอถามอย่างสงสัย
พิมานต้องหลบหน้าอย่างเขินอาย
เค้กทำหน้าเศร้าเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไป
“นั่นสินะ...บางทีคนที่เราชอบเขา เขาก็อาจจะไม่ได้สนใจกับความรู้สึกของเราก็ได้ ขณะที่เราเฝ้ามัวแต่คิดถึงเขาอยู่นั้น อีกฝ่ายก็อาจจะพะวงถึงอีกคนอยู่ก็เป็นได้” น้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่เหมือนค้กทุกวันทำเอาพิมานอึ้ง
“เธอพูดยังกะว่า....แอบชอบใครอยู่งั้นแหล่ะ”
ดวงตากลมโตสบตากับพิมานนิ่งงัน
“นั่นสินะ ฉันกำลังคิดอะไรอยู่กันนะ” เธอถามคำถามอย่างสับสน
“กลับกันเถอะ” เค้กเอ่ยชวน
“ฮืม....ให้ผมไปส่งที่บ้านดีไหม?”
“ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ บ้านฉันอยู่แค่นี้เอง” เธอตอบก่อนจะเดินออกไปคนเดียว
แต่แค่นั้นก็ไม่ได้ทำให้พิมานผู้มีความพยายามสูงล้มเลิกความคิดได้
“วันนี้ผมก็คงอยากจะตามเธอไป เพื่อต้องรู้ให้ได้ว่าบ้านเธออยู่ที่ไหน?” เขาเอ่ยอย่างมุ่งมั่น

ช็อกโกแลตวันวาเลนไทน์หรอ.......ฉันจะทำมันดีไหมนะ แล้วเขาจะรับของฉันหรือเปล่าล่ะ คนอย่างเขาจะมีคนที่ชอบอยู่หรือเปล่า แล้วเราจะเอาแต่ใจเกินไปหรือเปล่าถ้าจะทำช็อกโกแลตให้เขา
เค้กรำพึงอยู่คนเดียวในใจบนเส้นทางอันเปล่าเปลี่ยวไม่มีผู้คน ขณะที่พิมานก็ติดตามมาอย่างเงียบๆ
แต่ก่อนอื่น...จะทำอะไรดีล่ะปีที่ผ่านมาก็เป็นเพียงช็อกโกแลตธรรมดาที่ให้กับผู้ชายที่รู้จัก หรือปีนี้จะเป็นช็อกโกแลตที่ต้องพิเศษกว่าทุกครั้ง อ้า....แค่คิดก็ใจเต้นแล้วล่ะ
เค้กไม่รู้หรอกว่าตัวเองใจลอยขนาดไหนจนเดินชนคนร่างสูงตรงหน้าอย่างจังจนล้มลง พิมานตกใจจะเข้ามาช่วยแต่.....
“ขอ....ขอโทษค่ะ” เค้กรีบเอ่ยขอโทษ
“อะไรกัน เจ้าจะเหม่อไปถึงไหน?” เสียงทุ้มๆเอ่ยถาม
เค้กเงยหน้ามองคนที่เธอชน ร่างสูงโปร่งที่อยู่ในชุดพนักงานร้านขนมเค้ก Sweet cake ยืนกอดอกก้มมองเธออยู่ อุ้มมือใหญ่ดึงแขนเธอให้ลุกขึ้น
“ฟาร์ย นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน”
“ข้าควรจะถามเจ้ามากกว่า ทำหน้าเซ่อๆ เดินเหม่อๆ ไม่ดูตาม้าตาเรือ จนชนข้าเข้าเนี่ย ถ้าเกิดเป็น....โอ้ยย” ยังไม่ทันที่ปีศาจจะพูดจบก็ถูกกระเป๋าใบใหญ่ฟาดเข้าให้
“ใครเอ๋อ...ใครเหม่อ กันฮ้า...ตาบ้า” เค้กทำเสียงเขียว ฟาร์ยได้แต่หลบพัลวัน
“อะไรของเจ้าน่ะ” ปีศาจถามถึงถุงใหญ่ที่คว้าเอาไปถือ
“อ๋อ...ขอสำหรับทำขนมพรุ่งนี้น่ะสิ” เธอตอบพลางจะแย่งกลับมา แต่ฟาร์ยก็ไม่ได้คืนให้ ยืนหน้าเข้ามาใกล้ถามอย่างสนใจ
“มนุษย์ที่แสนขี้เกียจอย่างเจ้าเนี่ยไปซื้อของเอง”
เค้กถึงกับสะดุ้ง...แต่ก็ไม่อาจจะบอกได้ว่า ของพวกนี้เธอตั้งใจสำหรับทำขนมสำหรับเขา
“อ่ะ...อ้า....” เธออ้ำอึ้ง
ฟาร์ยเห็นเงาวูบไหวที่หัวมุมตึก
“ไอ้หน้าหล่อคนนั้น เพื่อนของเค้กนินา” พิมานจำเขาได้เมื่อคราวที่ไปงานประกวดการทำอาหารฝรั่งเศษด้วยกัน
“ดูท่าทางสนิทกับเค้กมากเลย มันหมายความว่ายังไงกันนะ หรือว่าสองคนนั่นจะเป็น...คนรักกันงั้นเหรอ ไม่จริง...ไม่จริงน่า เค้กเป็นคนน่ารัก อ่อนโยน และใจดีกับทุกคน คงไม่มีแฟนที่เห็นกินแบบนั้นหรอกมั้ง ก็เขาบอกว่าเป็นเพื่อนนิ แต่สมัยนี้คนก็มักจะอำพรางสถานะของคนพิเศษชอบบอกว่าเป็นเพื่อนกัน โอ้วววว....” พิมานยืนสับสนอยู่ข้างตึก
“ถ้าเขาเป็นแฟนกันจริงๆ ก็แย่สิ แล้วเราจะทำยังไงดี”
พิมานกันกลับมาอีกทีก็ไม่เห็นเงาของทั้งสองคนนัน้แล้ว
“หายไปไหนกันแล้วล่ะ แบบนี้ก็ไม่รู้นะสิว่าบ้านเค้กอยู่ที่ไหน?” พิมานได้แต่ยืนคอตกอยู่คนเดียว
เมื่อกลับมาถึงบ้านเค้กก็ไล่ฟาร์ยให้กลับนรกทันที
“ทำไมจะต้องรีบไล่ข้ากลับด้วยล่ะ” เขาตั้งคำถาม
“พรุ่งนี้นายก็ไม่ต้องมาช่วยฉันทำขนมตอนเช้าด้วยนะ” ไม่ตอบคำถามแถมยังพูดออกปากเหมือนไม่อยากจะเจอกันอีก
คิ้มเข้มขมวดอย่างสงสัย
“แล้วเจ้าจะทำคนเดียวไหวหรือไง”
“จะให้เพริโต้ช่วยไงล่ะ” หญิงสาวตอบ
ใบหน้าคมเข้มยื่นเข้ามาแทบจะชิดใบหน้าอ่อนหวานและจะเริ่มการซักซอกอย่างเคร่งเครียด ทำเอาหัวใจสาวน้อยเต้นโครมคราม
“เจ้ามีอะไรปิดบังข้าอยู่งั้นเหรอ?”
เหงื่อเม้ดโตผุดขึ้นเต็มใบหน้าใส ก็ใช่นะสิอย่างเจ้าน่ะ โกหกเป็นเสียที่ไหนกัน
“เปล่า....ซะหน่อยนายคิดมากไปเองนะ....นี่ไงล่ะขนมที่ฉันเตรียมเอาไว้ให้นาย วันนี้นายกลับไปพักผ่อนเถอะ” เธอหันไปหยิบเอากล่อขนมจากตู้โชว์มายื่นให้กับเขา ฟาร์ยมองดูขนมเค้กในกล่อง
“ผมก็อยู่ทั้งคน คุณก็ไม่จำเป็นต้องอยู่หรอกนะ” เสียงโก้ผสมโรงอีกคน
ฟาร์ยได้แต่ทำหน้าไม่เข้าใจกับสองคนที่ดูเหมือนจะมีเรื่องลึกลับก่อนจะหมุนตัวเพื่อร่ายเวทเปิดประตูกลับนรกทั้งที่คาใจ เค้กหันมยิ้มให้กับโก้เป็นการขอบใจ
“เอาล่ะ ทีนี้เราก็ลงมือทำขนมที่แสนอร่อยสำหรับวันวาเลนไทน์ได้แล้ว”
เค้กถือถุงใส่ของที่ซื้อมาเข้าไปในห้องทำขนม เธอลงมือเตรียมส่วนผสมทุกอย่าง
“พลั๊บๆๆ” เสียงดังแปลกๆมาจากประตูของห้องทำขนม
เค้กหันไปมองอย่างแปลกใจ เกิดตราวงเวทที่ไม่เคยคุ้นปรากฎที่ประตู
“ปิ๊งงง” ร่างบอบบางของสาวปีศาจก้ามข้ามมิติออกมา
ใบหน้าเรียบเฉย คิ้มเข้มจมูกโด่ง ริมฝีปากหนามีสีแดงเลือดอย่างน่ากลัว ชุดกระโปรงยาวสีดำที่เธฮสวมเป็นลวดลายของดอกไม้สีดำใหญ่ เธฮถือไม้เท้าที่มีหัวเป็นรูปแมวหูตั้งสีดำ เธฮมองหาอะไรอยู่อย่างแปลกๆ แต่พอมองเห็นเค้กที่ยืนถือม้พายทำหน้าสงสัยอยู่ข้างหน้าก็ขมวดคิ้ว
“เจ้ามนุษย์ที่แสนขี้เหร่ จงบอกข้าหน่อยสิว่าที่น่คือที่ไหนกัน” เสียงแหลมเล็กเอ่ย
“เอ่อ.....เอ่อ.....คุณเป็นใครกันคะ” เค้กเอ่ยถามอย่างหวาดๆ
“ถามได้....เจ้นี่โง่เป็นบ้า....ข้าก็คือข้าก็คือ อลิส จอมหมอเวทนะสิ” เสียตะคอกของเธอทำเอาเค้กสะดุ้ง
“ล....แล้ว...มีธุระอะไรเหรอคะ”
“ข้าจะมาคนทำขนมที่โลกมนุษย์นี้ไงล่ะ”
“คนทำ....ทำขนมเหรอคะ”
“ก็ใช่น่ะสิ เจ้าพอจะรู้จักไหม ยัยนั่นน่ะ” ทำท่าครุ่นคิดเหมือนกับยายแก่ขี้ลืม
“ชื่ออะไรน้า....”
“คะ....ใครคะ?” เค้กทำหน้าสงสัยตาม
“ข้าจำชื่อไม่ได้หรอก รู้เพียงแต่ว่าฟาร์ยเขาชอบมาหาน่ะ” ปีศาจสาวเอ่ย
“งั้นคงเป็นฉันมั้งคะ ฉัน....ชื่อเค้กค่ะ คุณมีธุระอะไรกับฉันคะ” เค้กตอบทั้งที่ใจก็ยังหวาดเกรงกับปีศาจสาวตรงหน้า แม้จะดูเพี้ยนๆนิดหน่อย
“เจ้าเนี่ยนะ....” อลิสทำหน้าตกใจ ชี้ไม้เท้ามาที่เธอ
“ค...ค่ะ” จะมีอะไรอีกล่ะเนี่ย
“หน้าตาก็ขี้เหร่ ท่าทางกะโปโล ทำไมฟาร์ยถึงได้ ไร้รสนิยมเยี่ยงนี้” ใบหน้าดุเข้มยื่นมาพินิจใกล้ๆ
โธ่...นี่มันเรื่องอะไรกันคะ
“เอ่อ.....ฉันขนาดนั้นเลยเหรอ” เค้กถึงกับคอตกกับคำวิจารย์ของอีกฝ่าย
“ฮืม....ฉันไม่นับเธอเป็นคู่แข่งของฉันแล้วล่ะ เพราะมันคงไม่เหมาะนักหรอกที่คนน่าตาดีอย่างฉันจะถือสาเธอ .....555” เสียงหัวเราะแหลมเล็กทั้งเย้ยหยันและชอบอกชอบใจอยู่ในที
เค้กได้แต่ทำหน้าเศร้ารับคำของอีกฝ่าย
“แล้วคุณมีธุระอะไรกับฉันคะ” เธอถามถึงจุดประสงคืของอีกฝ่าย
“ที่ฉันมาที่นี่ ก็เพราะฉันต้องการทำขนมสำหรับวันพรุ่งนี้”
“พรุ่งนี้วันวาเลนไทน์เหรอคะ”
“แฮ้....ฉลาดเหมือนกันนิ ใช่แล้ว...ข้าน่ะต้องการทำขนมที่แสนอร่อยสำหรับฟาร์ยในวันพรุ่งนี้” อลิสประกาศอย่างมุ่งมั่นออกมา
“ให้กับฟาร์ย....ดีจัง” เค้กเอ่ยเบาๆ
“ฮิฮิฮิ....ข้าน่ะต้องการทำขนมที่อร่อยที่สุดสำหรับฟาร์ย เพราะงั้นเจ้าช่วยสอนข้าหน่อยนะ” เมื่อกี้ยังทำท่าอวดดีอยู่เลย แต่ตอนนี้เธอก้มลงคุกเข่าขอร้องเค้ก ซึ่งก็ทำให้เค้กตกใจไม่น้อยรีบดีงลลิสให้ลุกขึ้น
“อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ฉันเต็มใจจะสอนให้คุณอยู่แล้วล่ะ แค่คุณอยากจะทำขนม” เธอรีบบอก
“ที่จริงข้าก็ไม่อยกาจะมาขอร้องเจ้าหรอกนะ เพราะข้ายังไม่หายโกรธที่เจ้าทำให้ฟาร์ยมาลุ่มหลงขนาดนั้น แต่ข้าน่ะไม่มีฝีมือในการทำขนมเอาเสียเลย” ใบหน้าเศร้าของอีกฝ่ายทำเอาเค้กตกใจ
ความรักทำให้คนเรายอมทำแม้ในสิ่งที่ไม่ชอบได้เชียวนะ
“แหม๋.....เจ้าเองก็เป็นคนดีเหมือนกันนะ ผิดกับหน้าตาของเจ้าเลย”
เสียงเยาะเย้ยเรื่องหน้าตาทำเอาเค้กเองสะอึก
นี่เราหน้าตาแย่ขนาดนั้นเชียวเหรอ เธอรำพึงในใจ
แล้วครูกับลูกศิษย์ปีศาจก็เริ่มต้นการทำขนมเฉพาะกิจขึ้น
“ถ้าพูดถึงวันวาเลนไทน์แล้ว คนส่วนใหญ่ก็ต้องนึกถึงช็อกโกแลต แล้วคุณจะทำอะไรดีล่ะ แต่ว่าฟาร์ยเขาชอบเค้กที่สุดเลยนะคะ” เค้กเอ่ย
“ฮืม....ใช่แล้วล่ะ ฟาร์ยเขาชอบกินเค้ก ข้าเคยพยายามทำหลายต่อหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยกินเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งๆที่ข้าตั้งใจทำเพื่อเขาเต็มที่” เสียงที่ดูเศร้าของอีกฝ่ายทำเอาเค้กถึงกับสงสาร
มีสิ่งที่ฟาร์ยไม่ยอกกินด้วยหรือ คิดถึงหน้าคนตะกละแบบนั้นแล้วก็ไม่ค่อยชอบใจที่ทำร้ายจิตใจผู้หญิงแบบนี้
อลิสเช็ดน้ำตาที่ไหนอาบแก้ม
“อย่ามาสมเพชข้าเชียวนะ”
“ไม่หรอกค่ะ ไม่เลย...คุณอย่าละความตั้งใจนั้นนะคะ แล้วเขาจะต้องดีใจแน่ๆ ถ้าเขาได้กินมันอีกที ครั้งนี้เรามาพยายามด้วยกันนะคะ” เค้กพูดให้กำลังใจอีกฝ่าย
“ฮืม.... ขอบใจนะ ข้ารู้สึกดีขึ้นมาหน่อยหนึ่งแล้วล่ะ”
ทั้งสองพยักหน้าให้กัน แล้วเค้กก็สอนขั้นตอนการทำและช่วยลงมือทำอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเตรียมของ ล่อนแป้ง กวนแป้ง ใส่ส่วนผสมต่างๆเข้าด้วยกัน และเมื่ออบเค้กเรียบร้อยแล้ว เค้กชิ้นแรกของปีศาจที่มนุษย์สอนให้ทำก็ปรากฎตรงหน้าของทั้งสอง
“มันน่ากินมากเลย” อลิสเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“มันช่างเหมอืนกับการปรุงยาเลยนะ”
“ง่ายใช่ไหมล่ะ” เค้กเอ่ย
“เจ้าลองชิมให้ข้าหน่อยสิ” อลิสขอร้อง
“เอ่อ....ฉันคิดว่าคุณจะเอาชิ้นนี้ไปให้ฟาร์ยเสียอีก”
“ไม่หรอกนะ ข้าตั้งใจว่าจะทำด้วยมือของข้าเอง” เธอยิ้มอย่างสดใสขับไล่ความน่ากลัวไปจากหน้าดุ
เค้กยิ้มให้เธอ
“ข้าดีใจจังที่มาพบเจ้า เจ้าดูใจดีและอ่อนโยนเสียจริง ข้าไม่ห่วงแล้วล่ะ หากฟาร์ยจะมาหาเจ้า เพราะยังไงฟาร์ยก็ไม่ชอบคนขี้เหร่ อิอิอิ”
เค้กได้แต่คอตกกับคำพูดที่ทิ่มแทงของอีกฝ่าย
“ข้าตั้งใจจะเป็นเจ้าสาวของฟาร์ยให้ได้ เพราะงั้นข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ฟาร์ยพอใจและรับข้าเป็นเจ้าสาว ข้าอยากให้เขาเห็นความตั้งใจจริงของข้า” หน้าตาที่ดูเอาจริงเอาจังและมั่นใจของอีกฝ่ายทำเอาเค้กอิจฉา
“สักวันข้าจะต้องทำมให้ฟาร์ยหันมามองข้า ต้องรักข้า เหมอืนอย่างที่ข้าเองก็ชอบเขา”
ดีจังอลิส เจ้าช่างมีความกล้านัก ความกล้าที่มนุษย์อย่างฉันไม่มี
“ข้าจะบอกเขาพรุ่งนี้แหล่ะ ว่าข้าชอบเขา.....แหม๋ นี่ข้าพูดอะไรออกไปน่ะ” ใบหน้าสดใสแดงระรื่นอย่างน่ารัก
เค้กวางช้อนขนมลง ดึงมือที่กุมแก้มเปล่งปลั่งของอลิสมากุมไว้
“อร่อยมากเลยนะคะ มันจะต้องเป็นขนมที่ทำให้หัวใจใครสักคนต้องละลายแน่นอนค่ะ” คำพูดนั้นทำให้ปีศาจสาวมีกำลังใจมากขึ้น
“ฮืม....ใช่สินะ ขอบใจเจ้ามากเลยนะที่วันนี้ช่วยสอนข้าทำเค้ก แล้วยังให้กำลังใจข้าอีก เจ้าช่างเป็นมนุษย์ที่ใจดีเสียจริง ผิดกับหน้าตาของเจ้า..555” เสียงหัวเราะที่ชอบอกชอบใจของอีกฝ่ายมันแทงหัวใจของเค้กจนทะลุ
ฉัน...คงดูไม่ได้เลยสินะ ถ้าอยู่ในเมืองนรก ทั้งสองร่ำลาจากกันไปอย่างยินดี
เค้กเก็บของแล้วเตรียมตัวจะนอน แต่ก็ไม่อาจจะข่มตานอนได้ คิดถึงภาพอลิสที่ตั้งอกตั้งใจทำขนมแล้วมันว้าวุ่นในใจอย่างบอกไม่ถูกในที่สุดก็ลุกขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวทำขนม



Create Date : 20 มีนาคม 2553
Last Update : 30 มีนาคม 2553 5:35:32 น.
Counter : 455 Pageviews.

1 comments
  

“วงเวทเอ๋ย จงเป็นประตูเปิดสู่นรก ขออันเชิญปีศาจทาสรับใช้จากนรก มาช่วยทำความปรารถนาข้าให้เป็นจริงด้วยเถิดดด....”
“เพี้ยงงงงงงงงงงงงงงง”

ร่างสูงโปร่งที่ก้ามข้ามวงเวทออกมาทำเอาเค้กฉงน

“คุณเป็นใครกันคะ....ฮันไม่ได้เรียก....”

อีกฝ่ายโค้งคำนับอย่าสุภาพ
“ก็ท่านเรียกผม”
“เฟริโต้ !....เขาไปไหนกันคะ” เธอเรียกหาคนสนิท
“เจ้านั่นไม่สะดวกที่จะมา ผมเป็นเพื่อนของฟาร์ย” เขารีบแนะนำตัว
“ฟอร์เรสต ยินดีรับใช้ท่าน ท่านปรารถนาสิ่งใดเพียงเอื้อนเอ่ย ข้าผู้นี้จะทำความปรารถนานั้นให้เป็นจริง”
“เอ่อ....งั้นเรามาเริ่มงานกันเลยค่ะ”

เค้กนำกระดาษฟอร์ยออกมาตัดเป็นรูปหัวใจเล็กๆ
“ฉันอยากได้แบบนี้ค่ะ” เธอบอกลูกมือ
ฟอร์เรสตทำหน้าฉงนครู่นึง
“ไม่เห็นจะยาก” บุรุษปีศาจเอ่ย
เพียงแค่ชี้มือไปที่ม้วนกระดาษฟอร์ยมันก็ถูกตัดออกเป็นรูปหัวใจอย่างง่ายดาย ถ้วยรูปหัวใจจึงวางเรียงกันอยู่ตรงหน้า
“โอโฮ!.... ใช้ได้เลยนะเนี่ย คุณก็เงเหมือนกันนะคะ” เธอเอ่ยชม

ใบหน้าอ่อนหวานที่ยิ้มแย้มอย่างยินดีทำเอาปีศาจหนุ่มนิ่งมิงอย่างสนใจ เขายังไม่เคยเห็นยิ้มที่สดใสแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ช่างสดใสราวดอกไม้แรกแย้ม

แม้ไม่เคยสัมผัสกับชีวิตของมนุษย์มาก่อน แต่ก็รู้สึกว่า ผู้หญิงตรงหน้าของเขานั้น ช่างเป็นคนที่ดูน่ารักเสียจนเขาไม่อยากจะละสายตาไปจากเธอ

เวลาผ่านไปทั้งสองช่วยกันลงมือทำขนมหลายอย่างจนเสร็จเหลือแค่ขั้นตอนสุดท้ายคือการอบ
“เสร็จแล้วๆ” เค้กดึงถาดขนมที่อบใหม่ๆ กลิ่นหอมโชยเข้าจมูกจนแทบสำลัก
ใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูมีความสุขอย่างมากมายกับการทำขนม และการเฝ้ารอขนอยู่หน้าเตาทำเอาฟอร์เรสตหัวใจเต้นโครมคราม
“ฮึก.....” เขาได้ยินมันอยู่ข้างในอก
“นี่เป็นรางวัลของคุณค่ะ” ขนมถ้วยเล็กๆวางอยู่บนอุ้มมือของเธอ ฟอร์เรสตหยิบมันขึ้นมา
“เอ่อ...ข้ากินได้เหรอ”
“ได้สิ....จะเอาเพิ่มอีกก็ได้นะ”
“ข้าไม่ค่อยชอบทานขนมหวานเท่าไหร่”
“แปลกจังเลยนะ ถ้าหากเป็นฟาร์ยล่ะก็ เขาคงต้องขอมากกว่านี้เป้นแน่”
“ใช่แล้วล่ะ หมอนั่นน่ะตะกละ” เสียงลอดไรฟันที่ดูกับเหมือนไม่ใช่คนเป็นเพื่อนกัน
“ขอบคุณ คุณมากเลยนะ นี่ก็เสร็จไปตั้งหลายอย่างแน่ะ” เค้กถึงถาดโดนัทรูปหัวใจออกมาจากเตา ดวงตาที่มองวาววับอย่างยินดี
“ฮืม.....ฝากเก็บของพวกนี้ด้วยนะ ฉันไปนอนล่ะ” เมื่อเก็บขนมเรียบร้อยแล้ว เค้กก็เดินหาวออกจากห้องทำขนมไปทิ้งฟอร์เรสตยืนงงไม่รู้จะเก็บอย่างไหนก่อนดี

“อ่ะ เอ่อ....อะไรกันน่ะ เจ้า...เฮ้อ!!” เมื่อถอนหายใจเสร็จแล้วเขาเพียงแค่ชี้นิ้วเรียวเท่านั้นของทุกอย่างก็ถูกเก็บเข้าชั้นอย่างเรียบร้อย

“เจ้าช่างเป็นมนุษย์ที่แสนแปลกเสียจริง ทำของพรรค์นี้อย่างสนุกสนานได้ยังไงกัน” เขาเอ่ยกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจนักก่อนจะเรียกวงเวทออกมาเพื่อเปิดประตูกลับนรก

ณ นรกภูมิ
“เป็นยังไงบ้าง” เสียงของหญิงสูงวัยเอ่ยถามปีศาจหนุ่มที่ก้มหัวทำความเคารพผู้สูงศักดิ์กว่า
“ทุกอย่างเป็นไปตามแผนขอรับ”
“ดีมาก...ต่อไปเจ้าจะต้องคอยไปช่วยแม่นั่น ทำให้แม่นั่นไว้ใจให้ได้ แล้วก็จะเข้าสู่แผนการขั้นต่อไป”
“แต่มนุษย์คนนั้นเธอชอบเรียกใช้เฟริโต้นะขอรับ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ข้าจับเฟริโต้ไว้แล้วแล้วยังไงก็คงไม่สามารถโผล่ไปที่โลกมนุษย์ได้หรอก”
“ขอรับ”
“แล้วนั่นอะไรกันล่ะ” แม่รี่ถามถึงสิ่งที่อยู่ในมือของฟอร์เรสต

“มันเป็นสิ่งที่มนุษย์คนนั้นทำขอรับ....สมเด็จย่าจะลองทานดูไหมขอรับ”
“ไม่ล่ะของชั้นต่ำอย่างนั้น ไม่รู้ฟาร์ยชอบไปได้ยังไงกัน”
“เจ้าไปพักเถอะนะ...” แมรี่เอ่ยแค่นั้นก็เดินเข้าตำหนัก

นั่นสินะ ฟาร์ยนายชอบของแบบนี้ไปได้ยังไงกัน....ฟอร์เรสต์ถามตัวเองมองขนมถ้วยเล็กรูปหัวใจที่อยู่ในมือ ทำท่าจะทิ้งแต่ก็เปลี่ยนใจลองกัดกิน...สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะอ้าปากกัดกินส่วนที่เหลือทั้งหมด
อร่อย.....อร่อยจนพูดไม่ออกเลย....

ณ ปราสาทของฟาร์ย
“ฟารืย สุขสันวันวาเลนไทน์” เสียงแหลมเล็กดังมาจากประตูในตอนเช้าตรู่
“เจ้ามาทำอะไรอลิส” สีหน้าและท่าทางดูไม่ใยดีของฟาร์ยทำเอาอลิสหน้าเศร้า
“ก็...ก็ วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ ข้าทำเค้กช็อกโกแลตมาให้เจ้าไงล่ะ”
“ข้าไม่กิน” ฟาร์ยตอบ
“ช่วยกินนิดหนึ่งก็ยังดีนะฟาร์ย” อลิสยังตื้อต่อ
“ไป๊...ข้าไม่กินหรอก ออกไปนะ” ฟาร์ยออกปากไล่อย่างไม่สนใจ
“ข้าตั้งใจทำมาให้ท่าน ข้าอยากจะให้ท่านกินขนมของข้า” น้ำตาเริ่มคลอเบ้าของอีกฝ่าย
“เอ่อ...ท่านฟาร์ย ชิมหน่อยก็ยังดีนะขอรับ” เมลลเล่ย์ช่วยไกล่เกลี่ยให้
“ฮืม...ก็ได้...” ฟาร์ยเอ่ยถามหลังจากที่สงบใจลงยอมนั่งบนโต๊ะดีๆ
“ใช่แล้วล่ะ ข้าทำสุดฝีมือเลยนะ” อลิสทำท่าดีใจเมื่อเด็กรับใช้ยกไปวางตรงหน้าฟาร์ย เขาตักเข้าปากคำแรกก็บ้วนออกมา ปัดถาดขนมบนโต๊ะลงพื้น
“นี่เจ้าจะฆ่าข้าหรอืไงอลิส ทำของห่วยแตกแบบนี้มาให้ข้ากิน” เขาร้องอย่างฉุนเฉียว
อลิสแทบจะร้องไห้
“อ่ะ....มันไม่ได้เรื่องเลยหรือไง ข้าน่ะทำตามขั้นตอนที่ยัยนั่นสอนทุกอย่างเลยนะ”
“เอ๊ะ....ว่าไงนะ นี่เจ้าไปก่อความวุ่นวายอะไรให้กับยัยนั่นฮ้า...” ฟาร์ยถามเสียงดุทำเอาอลิสนั่งลงกุมหัวอย่างหวาดกลัว
“งั้นเจ้าก็ไปให้เค้กสอนใหม่แล้วล่ะ มันห่วยเกินไปที่จะเรียกว่าเค้ก”
ฟาร์ยเดินตัวปลิวไปที่ประตูมิติ
“นี่ฟาร์ยจะไปไหน” อลิสร้องตาม
“ไม่ได้นะ เจ้าอย่าไปนะ ข้าไม่ยอมให้เจ้าไป” อลิสร้องไห้เสียงดัง

ฟาร์ยหันมาทำหน้าขยะแขยง
“เจ้าน่ะ เอาเวลาไปฝึกปรือวิชาเวทให้เก่งให้มากกว่านี้จะดีกว่านะมันจะได้ไม่ห่วยเหมือนการทำขนม” เสียงอันเหี้ยมเกรียมทำเอาอลิสยืนเคว้งอยู่กับที่

วาเวนไทน์งั้นเหรอ....ข้าจะได้ช็อกโกแลตจากเจ้าไหมน้า...เค้ก
นี่ข้าจะหวังมากไปหรือเปล่านะ

ฟาร์ยมาหยุดมองเค้กอยู่เหนือมหาลัย นี่ก็เป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว แต่บรรยากาศวันนี้เด็กๆผู้หญิงดูร่าเริงกับการมอบช็อกโกแลตให้กับชายที่พวกเธฮชื่นชอบ
เค้กกำลังจะเตรียมตัวกลับบ้านเธอยังอยู่ที่ห้องเรียน แต่ตอนนี้มีหนุ่มๆมารุมที่โต๊ะเธอหลายคน

“ฉันก็อยากได้ขนมของเค้กนะ” เสียงพวกเขาแข่งกันพูด
“น่าหมั่นไส้ที่สุด” กลุ่มฟ้าครามที่มองดูเค้กเป็นศัตรูหัวใจทำหน้าไม่ชอบใจนัก
เอยเด็กสาวหน้าตาน่ารักที่ไม่ได้เข้าข้างฟ้าครามและก็ไม่ได้รังเกลียดเค้กนึกหมั่นไส้
“ดูเหมือนว่าใครๆก็อยากจะกินขนมของเค้กทั้งนั้นเลยนะ ตัวฉันแม้จะเป็นผู้หญิงยังอยากจะได้ช็อกโกแลตจากเค้กเลย ดูนั่นสิพิมานเขาก็ยังเข้าไปแย่งกับคนอื่นด้วยล่ะ”
“แทนที่เธอจะสนใจวิธีทำขนมยังไงมัดใจผู้ชายมันจะเข้าท่ากว่ามั้ง มัวแต่มาอิจฉาคนอื่นอยู่แบบนี้เมื่อไหร่จะมีคนมาตกหลุมเสียที”
“นี่แก....” ฟ้าครามขบกรามแน่น
เธอแกล้งกระเซ้าเย้าแหย่อีกฝ่ายก่อนจะวิ่งไปรวมกลุ่มกับหนุ่มๆเพื่อแย่งขนมกับเขา
“เค้กจ๊ะ...ขอขนมฉันมั่ง” เอยใช้วิทยายุทธตัวเล็กกว่าแซกแทรงหนุ่มๆเข้าไปถึงตัวเค้กก่อนเพื่อน คว้าเอาทาร์ตถ้วยเล็กที่อยู่ในมือของเค้กชิ้นสุดท้ายมาได้ พิมานยืนมองตาปริบๆ
เอยทำท่าดีใจ
“ดีจังเลย ฉันได้ขนมของเค้กแล้ว” ดีใจยิ่งกว่าลิงได้แก้ว สบตากับเค้กที่นั่งยิ้มอย่างยินดี
“ฉันกินล่ะน้า” เอยเอ่ยพลางจะกินขนมที่คนอื่นๆมองอย่างเสียดาย
“หยุดนะ....ชิ้นนั้นมันของข้า” เสียงเอ็ดตะโรขอบุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำที่วิ่งเข้าห้องเรียนมาอย่างรีบร้อน
เอยรีบยัดขนมเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างอร่อย พลางแบมือให้ดูว่ามันไม่เหลือแล้ว
“อร่อยจังเลย” เธฮพูดอย่างอารมณ์ดี
ฟาร์ยหันมามองโต๊กของเค้กที่มีกล่องใส่ขนมตอนนี้มันว่างเปล่าไปแล้ว
“อะไรกัน...นี่เจ้าไม่มีขนมให้ข้างั้นหรือ!!” เขาทำหน้าผิดหวัง
“นายมาที่นี่ได้ยังไง” เค้กเอ่ยถามอย่างตกใจ
“ทำไมเจ้าไม่มีขนมให้ข้า” ฟาร์ยยังโวยวายเหมือนเด็กๆ จับไหล่บอบบางเขย่าอย่างแรง
ทุกคนต่างก็ตกใจพิมานที่อยู่ใกล้สุดช่วยเข้ามาดึงเขาออก
“หยุดนะนายจะทำอะไรเค้ก” เพื่อนๆทุกคนจึงเข้ามาช่วยดึงฟาร์ยออกจากเค้ก
“หยุดนะเจ้าคนร้าย”
ฟาร์ยกำลังโกรธที่ไม่ได้ขนมสะดับแขนทีเดียวทุกคนล้มระเนระนาด
“พวกเจ้าอยากตายหรือไงฮ้า...” เขาตะคอกเสียงดังย่างสามขุมเข้ามาหา
เค้กเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาฉุดคนร่างสูงแล้ววิ่งออกจากห้องไป
“เค้กเดี๋ยวก่อนสิ” พิมานร้องตามแล้วลุกวิ่งตามไป เพื่อนๆ ก็ออกวิ่งตามด้วยจนกลางเป็นจราจลขนาดเล็ก
ฟาร์ยรวบร่างบางก่อนจะกระโดดออกจากตัวอาคารไปทันที ทุกคนยืนตะลึงค้างกับเหตุการณ์ที่เห็น

ฟาร์ยวางเค้กลงตรงหน้าร้าน Sweet cake
“นี่นายทำอะไรลงไปน่ะ....คนอื่นเขาจะคิดยังไงกัน นายรู้ไหม” เธอโวยวายกับการกระทำของฟาร์ย
“ข้าไม่สนหรอกนะ ทำหมเจ้าถึงเอาขนมไปแจกคนอื่นๆ แถมไม่เหลือให้ข้าเลยสักชิ้น” ใบหน้าของคนเอาแต่ใจตรงหน้าสร้างความผิดหวังให้กับเธอไม่น้อย
“นี่นายมาที่นี่ก็คิดแค่เพียงเรื่องกินใช่ไหม?” เธอถามอย่างผิดหวัง
ฟาร์ยมองใบหน้าบึ้งของอีกฝ้ายเรื่อมแดงกล่ำด้วยความโกรธ
“เอ่อ...คือวันนี้...” เขาพยายามจะแก้ตัว
“งั้นก็ได้...นายอยากจะกินอะไรก็เชิญไปเอาได้เลย แล้วก็กลับนรกไปซะ”เธอพูดอย่างน้อยใจก่อนจะเปิดประตูเข้าร้าน
“เค้ก...เดี๋ยวนะ...ฟังข้าก่อน” ฟาร์ยร้องตาม

แต่เมื่อทั้งสองเข้ามาในร้านก็พบกับแขกที่มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“กลับมาแล้วเหรอ” ฟอร์เรสตเอ่ยทัก
“คุณ...”
“เจ้า...มาที่นี่ทำไม” ฟาร์ยตั้งคำถาม
“คุณมาได้ยังไง ฉันไม่ได้เรียกสักหน่อย”
“นี่เจ้าเรียกเจ้าหมอนี่มาเหรอ.....”
“ฮืม....” ฟาร์ยมองหน้าอย่างไมสบอารมณ์
“เมื่อคืนข้ากินขนมของเจ้าแล้ว มันอร่อยมากเลยนะ ข้าอยากจะกินมันอีกก็เลยมาที่นี่”
ฟาร์ยเดือดขึ้นมาทันที
“อะไรนะ...เจ้าให้ขนมกับหมอนี่หรือ เมื่อคืนที่รีบไล่ข้ากลับเพราะต้องการเรียกเจ้าหมอนี่มางั้นเหรอเค้ก”
“ทำไมล่ะ นายก็กินเหมือนกัน” เค้กแย้ง
“นี่นยกล้าดียังไงมากินขนมของข้า” ฟาร์ยตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อของฟอร์เรสตขึ้นมา
โก้รีบวิ่งเข้ามาหาเค้กอย่างตกใจ
“พี่เค้กอยู่ข้างๆผมนะครับ”
“เจ้าบังอาจเกินไปแล้วนะ ขนมของยัยนี่เป็นของข้าเพียงคนเดียว เจ้าไม่มีสิทธิมากินรู้ไหม เพราะข้าไม่อนุญาต” เขาโยนฟอร์เรสตลงกับพื้น
“เจ้าถือสิทธิอะไรมาห้ามข้า”
“ก..ก็...ข้าเป็นปีศาจของเค้ก” มันอะไรกันฟาร์ยหลุดปากพูดอะไรออกมาทุกคนงุนงง
แต่เค้กก็ไม่เข้าใจนิสัยที่เอาแต่ใจและเห็นแก่กินของเขานัก
“นี่พวกนายไม่ได้เป็นเพื่อนกันหรือไง” เค้กเอ่ยถามเสียงนิ่ม
“ไม่ใช่” ทั้งสองหันมาตอบพร้อมกัน
เค้กนิ่งงันสะกัดความผิดหวังอย่างยิ่งยวด พวกเขาหลอกลวงเธอ แต่ก็มิอาจจะสะกดอารมณ์น้อยใจที่มีต่อฟาร์ยได้
เกินที่ปีศาจหนุ่มทั้งสองจะคาดคิด เค้กตรงเข้าไปต่อยหน้าฟอร์เรสตอย่างแรงจนหน้าหัน
“สำหรับการโกหกของเจ้า”
ทำเอาปีศาจหน้าเหวอ
เค้กหันไปมองฟาร์ยที่สะดุ้งอย่างตกใจ เธอเดินไปหยิบเอาขนมที่เตรียมเอาไว้มาให้
“นี่ก็สำหรับนาย แล้วก็กลับไปซะทั้งคู่เลย แล้วไม่ต้องโผล่หน้ามาให้เห็นอีกนะ ข้าเกลียดพวกนาย” เธอพูดเพียงเท่านั้นก็วิ่งเข้าบ้านทันที

ฟาร์ยบ้า....นายมันคนเห็นแก่ตัว....น้ำตาที่กลั้นไว้ค่อยๆไหลอาบสองแก้ม เค้กกระโดดขึ้นเตียงแล้วนอนร้องไห้อยู่อย่างนั้น

“เค้ก...” ฟาร์ยมองกล่องขนมอยู่ในมือ

ณ เมืองนรก
“ออกไปจากปราสาทข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ” ฟาร์ยเอ่ยปากไล่ฟอร์เรสตที่ก้ามข้ามประตูมาพร้อมกัน
“ฮืม...ข้าก็ไม่อยากมาเหยียบที่นี่นักหรอก” อีกฝ่ายรีบออกตัว
แต่พอหันไปมองร่างสูงโปร่งถ้าเป็นปกติฟาร์ยคงใช้คาถาทำร้ายเขาจนสะบักสะบอมไปแล้วแต่ตอนนี้ร่างเขากับยืนสั่นเทา
ฟอร์เรสตเดินมาดูใกล้ๆ เห็นโดนัทรูปหัวใจที่อยู่ในกล่อง
“เค้ก คงทำให้นาย...”
“นี่.......”
“ฮือ....”
“เค้กเกลียดข้าจริงๆเหรอ” คำถามของอีกฝ่ายดูเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด ฟอร์เรสต์ได้แต่แปลกใจกับอาการแปลกๆของจอมปีศาจที่แสนดหดเหี้ยม
“ไม่รู้สิ...แต่ว่านะ นายน่ะมันเห็นแก่กินจริงๆล่ะ เป็นข้าก็คงโกรธเหมือนกัน”
“แล้ว..ข้าควรทำยังไงดี”
ฟอร์เรสตมองสีหน้าทุกข์ใจของอีกฝ่ายอย่างไม่อยกาจะเชื่อ
“ก็ต้องคืนของให้ในวันไวท์เดย์สิ สิ่งที่ทำให้เธอหายโกรธมันก็มีอยู่นะ”
“ฮ้า...ทำไงดีล่ะ”
“ก็อย่างเช่น ของที่เธอชอบไงล่ะ”
ฟอรเรสตพูดแค่นั้นก็เดินออกจากปราสาทของเขาไป

นี่เราทำไมต้องช่วยฟาร์ยด้วยล่ะ ก็เราต้องการทำลายความสัมพันธ์ของเจ้านั่นนี่นา...เราท่าจะบ้าไปแล้ว
ฟอร์เรสตยืนสับสนอยู่ที่หน้าห้องตัวเอง

จากนั้นฟาร์ยยังมาปรากฎตัวในชุดพนักงานร้านขนมทุกวัน
แต่ดูเหมือนเค้กก็ไม่มีท่าทีจะสนใจใยดีเขาเลย ทำเป็นไม่เห็นเขาอยู่ที่ตรงนั้นด้วยซ้ำ ไม่เคยแม้จะมองหน้า ซึ่งก็ทำให้ฟาร์ยรู้สึกเศร้าใจอย่างมาก แม้โก้จะไม่เคยเป็นฝ่ายเดียวกัน แต่เห็นแบบนี้กอดสงสารไม่ได้

“ข้าจะทำยังไงดีล่ะ” เขาปรึกษาโก้

“เอางี้สิ....” โก้แนะนำสิ่งที่คิดว่าพอจะทำได้

หลังจากนั้นบริเวณสวนหน้าบ้าน ถนนหน้าบ้านและหน้าร้านขนมหวานก็มีต้นไม้เล็กๆเต็มไปหมด เค้กมักจะเห็นฟาร์ยขลุกอยู่กับการรดน้ำพรวนดินพวกมันอย่างเอาใจใส่

เค้กแม้จะส่งสัยว่มันคือต้นอะไร แต่พอเห็นคนร่างสูงที่พยายามจะพูดคุยด้วยเธฮก็รีบปลีกตัวเข้าบ้านทันที โก้คอยให้กำลังใจฟาร์ย

“วันนี้...แล้วสินะ” ฟาร์ยยิ้มกับโก้
“ฮืม...ยังไงก็พยายามนะครับ เดี๋ยวผมจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะให้คุณได้มีโอกาสได้คุยกับพี่เค้ก” โก้บอกกับเขา
ฟาร์ยจับมือเด็กน้อยอย่างซึ้งใจ
“ขอบใจเจ้ามาเลยนะ...ข้าจะพยายามเต็มที่”
“อ่ะ....ผมไปดีกว่านะ” โก้เหลือบไปเห็นประตูใหญ่ของบ้านเค้กเปิดออกเขาก็รับวิ่งออกจากร้านไปทันที

เค้กเปิดประตูออกมาจากบ้านเธอมองดุลานหน้าบ้านอย่างตื่นเต้น วันนี้ต้นไม้เล็กๆที่เห็นมาหลายต่อหลายวันได้ออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่ง
“นี่มันอะไรกันน่ะ สวยจังเลย” เธอถามตัวเองอย่างแปลกใจ
ประตูหน้าบ้านเปิดออกร่างสูงโปร่งเดินถือดอกไม้ก้านยาวสีเหลือเข้ามา
“เค้ก....สำหรับวันไวท์เดย์ครับ” ดูเขาพูดจาแปลกหูไป
เค้กตาโตนึกขึ้นได้
วันนี้วันที่ 14 มีนาคมสินะ เป็นวันไวท์เดย์ที่ผู้ชายที่ได้รับช็อกโกแลตจากหญิงสาวจะต้องให้ของตอบแทน
“นี่นาย....”
“มันคือดอกทานตะวันแคระน่ะ ที่จริงข้าอยากจะให้เจ้ามากกว่านี้ด้วยซ้ำไป แต่ว่า......”
“แค่นี้มันก็เยอะแล้วล่ะ”
“ข้าขอโทษนะที่ทำเรื่องไม่ดีเอาไว้ ข้าอยากให้เจ้ายกโทษให้ข้า …นี่ล่ะ” ฟาร์ยยื่นดอกไม้ในมือให้กับเธอ
เค้กรับมันมา
“แต่ว่า...นายน่ะชอบทำตัวเป็นเด็กอยู่เรื่อย”
“ข้าจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว เวลาที่เจ้าไม่คุยกับข้ามันช่างแสนทรมานมากรู้ไหม และข้ามาที่นี่ก็ไม่ใช่แค่เพีงอยากมากินขนมเท่านั้นแหล่ะ”
“งั้นเหรอ...มีอะไรสำคัญกว่าขนมอีกล่ะ” เค้กอดเหน็บไม่ได้
“ก็รอยยิ้มของเจ้าไงล่ะ....”
เค้กยิ้มอย่างยินดี

นี่เราฝันไปหรือเปล่านะ

“ฮือ.....ฮือ......” อลิสนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวข้างต้นไม้ในสวน
“ฮืม....เฮ้อ....” เสียงถอนหายใจของใครอีกคนข้างๆต้นไม้
ทั้งสองหันมามองหาต้นเสียงอย่างสงสัย
“อลิส...”
“ฟอร์เรสต์!!”
ดูทั้งสองตกใจที่พบกัน

“ดูเจ้ามีเรื่องเศร้านะ”
“นายก็เหมือนกันนั่นแหล่ะ”

ภาพของเค้กกับฟาร์ยที่นั่งกินขนมกันอย่างมีความสุขผุดขึ้นมายิ่งทำให้ทั้งสองร้องไห้กอดกันกลม
โดย: unitan วันที่: 20 มีนาคม 2553 เวลา:17:26:43 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]