พฤศจิกายน 2553

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
คุณผู้ชายกับสาวใช้จอมป่วน



เวลาโพล้เพล้หญิงสาวชาวไทยร่างบอบบางเดินหลงทางกลางเมืองพัทยาอย่างไม่รู้จะไปทางไหนดี เพิ่งจะถูกเจ้านายไล่ออกจากงานร้านอาหารเพราะเธอไม่ยอมให้เขาลวนลามเท่านั้นเอง ทำไมนะชีวิตมนุษย์ถึงได้เป็นอย่างนี้ไปได้

อุ่นเดินเรื่อยเปื่อยจวนจะค่ำมืดแล้วเธอยังนึกไม่ออกเลยว่าคืนนี้จะไปที่ไหนดี ญาติมิตรในถิ่นแถวนี้ก็ไม่มีเลยสักคน

จะว่าไปเธอมีญาติคนหนึ่งที่มาจากบ้านนอกด้วยกันมาเป็นเพื่อนเที่ยวของชาวต่างชาติอยู่ที่พัทยา แต่เนื่องจากเธอไม่คิดจะเข้าวงการเดียวกันกับญาติ อุ่นสมัครใจไปทำงานที่ร้านอาหารเล็กๆ

เนื่องจากอยากจะแสดงฝีมือด้านการเรือนที่เธอได้ร่ำเรียนมาบ้าง แต่ฝีมือมันช่างไม่มีความหมายเอาเสียเลยเมื่อเทียบกับการใช้ลีลาอย่างอื่น อุ่นกับญาติก็เลยแยกทางกันมานับ 2 เดือนแล้ว จะติดต่อก็โทรหาญาติก็ไม่รับโทรศัพท์ของเธอเลย

แต่ก่อนจะแยกจากกันคราวนั้นอุ่นจำได้ว่าผลับสุดหาดแห่งนี้คือที่ญาติทำมาหากิน อุ่นพอมีความหวังเลยเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ไม่รู้ได้หรอกว่ามันกี่กิโล แต่เธอก็ไม่ได้ย่อท้อ

อุ่นมาถึงผลับก็ค่ำพอดีเธอขอให้นักเลงคุมผลับที่พอจะรู้จักกันช่วยตามญาติออกมาหา ขณะที่ยืนเก้ๆกังๆอยู่ด้านหน้าผลับอยู่นั้นเจ้าของผลับเดินออกมาจากผลับเพื่อส่งแขกต่างประเทศที่ดูท่าทางสนิทสนมกัน

“ผมเตรียมเอาไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้น่าจะพร้อมที่โรงแรมแล้ว เหมือนเดิมครับไม่ผิดหวังหรอก คนที่คุณขอเมื่อคราวก่อนครับ เดือน ไงครับ ฮ้าๆๆๆ” เสี่ยหัวเราะชอบใจ

“ขอบคุณครับ คุณช่างรู้ใจผมจริงๆ”
“เรื่องเล็กน้อยครับ เดฟ ถ้าไม่ให้ผมรู้ใจคุณแล้วจะให้ผมรู้ใจใครล่ะครับ”

“ฮ้าๆๆ ขอบคุณครับ”
“แล้วนี่คุณจะอยู่เมืองไทยอีกนานไหมครับ”

“คงอีกประมาณ 3 อาทิตย์ครับ อาทิตย์นี้ขอผมใช้ชีวิตสบายๆก่อน อาทิตย์หน้าต้องเดินทางไปติดต่อธุรกิจกับเพื่อนคนไทยที่กรุงเทพฯ อาทิตย์สุดท้ายยังไม่ได้วางแผนไว้ว่าจะไปไหนดี”

“ถ้ายังคิดไม่ออกมาปรึกษาผมได้นะครับ ผมยินดีให้คำปรึกษาแถวด้วยออฟชั่นพิเศษ ฮ้าๆๆๆ”

“ขอบคุณครับ แล้วผมจะคิดถึงคุณ”

“แล้วนี่คิดจะไปเกาะช้างทั้งอาทิตย์เลยหรือครับ”
“ครับ คิดว่าคงได้ดำน้ำดูปะการังแถวนั้นบ้าง”

“แต่ถ้าเรื่องดูปะการัง ฝั่งทะเลแถบอันดามันจะสวยกว่านะครับ”
“ก็คิดว่าสักวันจะลองไปดูเหมือนกันนะครับ”

“ยังไงมีเรื่ออะไรก็ปรึกษาผมได้ครับ…..”

“มีอะไรครับ เดฟ” พลวิทธิ์สงสัยเมื่อเห็นคู่สนทนาสนใจเงาตะคุ่มในเงามืดหน้าผลับ

“นั่นใครน่ะ” พลวิทธิ์ร้องเรียก
“เอ่อ…..” อุ่นตกใจมองซ้ายทีขวาที

พอดีกับที่นักเลงคุมผลับเดินออกมา

“ญาติของเดือนครับเสี่ย…..มานี่สิ” เขากวักมือเรียก
“เดือนเขาคงไม่กลับมา 2-3 วันนะ”

“ทำไมล่ะคะ” ดวงตากลมโตถามอย่างตกใจ

“ฮ้าๆๆๆ ถามแปลกก็เขาต้องไปทำงานน่ะสิ” เสี่ยหัวเราะ
“ทำงาน ฮือ จริงเหรอ ฮือๆๆๆๆ ทำไมต้องไปวันนี้ด้วยล่ะ”
“งานของเขาก็ต้องไป”

“เธอเนี่ยนะ ฉันบอกตั้งแต่ทีแรกแล้วทำงานที่นี่ก็สิ้นเรื่อง แล้วเป็นไงล่ะถูกเขาไล่ออกอีกล่ะสิ” พลวิทธิ์พูดอย่างเยาะเย้ย ฟังเหมือนจะเอาใจใส่กับชีวิตของเธอไม่ใช่น้อย แต่ฟังดูมันถากถางมากกว่า

“สนใจจะมาอยู่ด้วยกันไหมล่ะ”

“งั้น ฉันไปล่ะ” อุ่นรีบตัดบทหันหลังให้กับผู้หวังดีทันที ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะไล่ตามหลังมา

เดฟยืนฟังคนไทยทั้งสามคุยกันอยู่พักใหญ่อย่างไม่เข้าใจแต่เห็นท่าทางผู้หญิงคนนั้นทำท่าจะร้องไห้ก็แปลกใจ

“เธอเป็นอะไรหรือครับ” เขานึกว่าอุ่นเป็นเด็กที่ผลับ

“ไม่มีอะไรครับ เชิญคุณไปที่โรงแรมได้เลยครับ” พลวิทธิ์เชื้อเชิญเขาขึ้นรถ

แต่เดฟก็ยังสนใจหญิงสาวหน้าตาไทยๆคนนั้นอยู่ไม่หาย เขารู้สึกว่าเหมือนจะเคยเห็นเธอที่ไหนสักแห่งแต่ก็นึกไม่ออก อุ่นเดินร้องไห้อย่างไม่รู้จะไปทางไหนดี มองดาวบนฟ้าที่อาบด้วยม่านน้ำตา

“ทำไมนะชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้ด้วย” เธอรำพันเพียงคนเดียว

“ทำไมไม่มีตังค์สัก 10 ล้านแบบเขามั่ง ฉันจะเอาไปเปิดร้านขนม ฉันน่ะทำขนมเก่งนะทำไมฟ้าต้องกลั่นแกล้งให้ตกงานด้วยล่ะ” เธอร้องตะโกนขึ้นฟ้า แม้ฟ้าจะดาษดาไปด้วยดวงดาว แต่ก็ไม่มีใครช่วยตอบคำถามเธอเลย

“ฉันเป็นคนดีนะ คนดีทำไมต้องตกทุกข์ได้ยากด้วย” เธอตัดพ้ออย่างน้อยใจ
“แบบนี้ฉันควรจะเป็นคนดีต่อไปไหมล่ะ สู้เป็นคนไม่ดี มิดีกว่าหรอ ฮือๆๆๆ”

“เกิดมาอายุขนาดนี้แล้ว เป็นไงล่ะ อยากตกงานดีนัก” เธอหันมาต่อว่าตัวเองแล้วเดินฝ่าความมืดไปเรื่อยๆ

อุ่นไม่รู้จะทำยังไงดีในค่ำคืนนี้ แต่เมื่อเหลือบไปเห็นร้านอินเตอร์เน็ทที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ก็ดีใจ

“วัยของฉันมันคงยังไม่เลยช่วงเวลาการติดเน็ทหรอกนะ”

แต่มันคงจะดีกว่าการไปพักที่ห้องฟังแสนแพงเพราะตอนนี้เงินเก็บมันจำเป็นต้องเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น

มองนาฬิกาบอกเวลา 2 ทุ่ม อีก 10 ชั่วโมงจะถึงเช้าวันใหม่ สำหรับการเล่นเน็ทแค่ชั่วโมงละ 15 บาท ก็แค่ 150 บาท เท่านั้นเอง

เธอจึงตัดสินใจเข้าร้านเน็ทที่ดูน่าปลอดภัยที่สุด แต่ละเครื่องถูกแบ่งล็อกให้เป็นส่วนตัวเก้าอี้ตัวใหญ่ถ้าจะเผลอหลับก็คงไม่มีใครสนใจ

มีคนมาใช้บริการอยู่ก่อนหน้าเธอหลายคนทั้งคนไทยและต่างชาติ เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นแบบหยอดเหรียญ อุ่นนับเหรียญที่ตัวเองมีแล้วเริ่มต้นการท่องเน็ทของค่ำคืนนี้ทันที

ขณะเดียวกันเมื่อเดฟมาถึงโรงแรมเขาก็พบกับสาวไทยที่มารออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
“ไง ยูยังสวยเหมือนเดิมนะ”

“คุณเองก็เหมือนกันนะคะ”

ทั้งสองแรกจูบกันอย่างหวานซึ้ง
เดฟพิศหน้าเธอใกล้ๆแล้วรู้สึกสะดุดใจ

“มาสิคะอย่าช้าอยู่ทำไม” สาวไทยร่างเล็กดึงเขาไปที่เตียงอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะเธอพร้อมที่จะปฎิบัติตามหน้าที่ของเธอแล้ว

ส่วนที่ร้านอินเตอร์เน็ท อุ่นเปิดเวบหางานและเล่นเกมส์อย่างสนุกจนรุ่งเช้า เธอเดินออกมาเพื่อที่จะไปหาเพื่อนของเดือนที่รู้จักกันที่บ้านพัก

หลังจากที่เคาะเรียกเจ้าของห้องพักอยู่ไม่นานประตูก็เปิดออกทันที เจ้าของห้องมาในสภาพเพิ่งตื่นนอน

“อ้าว อุ่นเองเหรอ มาหาเดือนเหรอ” เธอถามในสภาพที่ง่วงนอน
“คะ”

“ไอ้เดือนมันไม่อยู่หรอกนะ มันจะไม่กลับอีกหลายวันด้วย ฝรั่งติดใจมัน เขาเลยหิ้วมันไปด้วย เห็นบอกว่าจะไปเที่ยวเกาะช้างด้วยกัน”

“อ้า!!! ไปเที่ยวเกาะช้างเหรอจ๊ะ” อุ่นตกใจมาก

“ก็งั้นสิ แล้วอุ่นล่ะแบกกระเป๋ามาด้วยแบบนี้โดนไล่ออกจากงานอีกล่ะสิ”
“เอ่อ คือว่า”

“แถวนี้เขาก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหล่ะ หน้าตาอย่างแกเนี่ยฝรั่งเขาก็ชอบอยู่นะ” หญิงสาววางมือลงบนไหล่ของอุ่น
“เอ่อ พี่พอจะรู้ไหมคะ พี่เดือนแกไปพักอยู่ที่ไหน” อุ่นรีบตัดบท

“เห็นบอกว่าอยู่ที่โรงแรม จอมเทียนเนี่ยล่ะ แต่ฝรั่งคนนั้นเขามีบ้านอยู่หมู่บ้านฝรั่งโน้นน่ะ” เธอชี้ไปที่สุดหาดที่เป็นแหล่งบ้านพักของฝรั่ง
“อ้อ จ๊ะ ขอบใจนะจ๊ะ”

“จะไปหามันเหรอ มันไม่มีเวลาเจอแกหรอก จะค้างกับพี่ก่อนไหมล่ะ” สาวเจ้าเสนอ
“ไม่ล่ะจ๊ะ ขอบคุณจ๊ะ”

อุ่นไปที่โรงแรมจอมเทียนจะเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่แต่ดูเหมือนจะไร้ผลเพราะเขาไม่ให้คนธรรมดาแบบเธอเข้าไป แม้จะขอร้องขนาดไหนเขาก็ไม่ได้สนใจจับเธอหิ้วออกมาโยนข้างถนน อุ่นได้แต่เดินอย่างไม่รู้ที่ไปทางไหนดี

เธอเดินเรื่อยเปื่อยจนมาถึงหมู่บ้านสุดหาดตามที่เพื่อนเดือนบอกเป็นหมู่บ้านของเหล่านักธุรกิจต่างประเทศมาปลูกเอาไว้เธอเดินเกาะกรงรั้วไปอย่างเศร้าสร้อย เพราะไม่รู้ชะตากรรมตัวเองว่าจะพบกับเดือนหรือไม่ ในที่ที่แทบจะไม่มีความหวังแบบนี้

ที่อยู่ของเขาก็ไม่รู้ เหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร ขณะเดียวกันนั้นเจ้าของบ้านหลังนั้นผู้เป็นนักธุรกิจหนุ่มจากประเทศแคนนาดากำลังเดินกอดคอนัวเนียออกมาจากบ้านพักกับสาวไทยนางหนึ่งเตรียมตัวจะออกไปเที่ยวข้างนอก

ด้วยความเหนื่อยสุดชีวิตอุ่นเดินเซมาล้มลงตรงหน้ารถยนต์คันหรูที่เลี้ยวออกจากบ้านใหญ่หลังนั้น เดฟตกใจนึกว่าชนคนตายเสียแล้ว
“พระเจ้า!!!” เดฟร้องตกใจ

เขารีบลงมาดูเห็นอีกฝ่ายไม่ได้เป็นอะไรเลยเขานึกแปลกใจ แต่เมื่อเห็นหน้าของเธอก็เหมือนคุ้นตา

“เป็นยังไงบ้างคะ” เดือนรีบตามลงมาเมื่อเห็นคนที่เดฟอุ้มขึ้นมาก็ร้องตกใจ

“อุ่น!!”
“คุณรู้จักเขาเหรอ” เดฟถาม
“ เราเป็นคนรู้จักกัน”

ทั้งสองเลยช่วยกันพาอุ่นกลับเข้าบ้าน เดฟอุ้มเธอวางลงบนโซฟา เดือนหายาดมมาให้เธอผ่านไปครู่ใหญ่ อุ่นลืมตารู้สึกตัว นึกว่าตัวเองคงจะตาลายฝันไปที่เห็นเดือนอยู่ตรงหน้า

“พี่เดือน” เธอเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆ
“ฮืมมม” อีกฝ่ายรับคำในลำคอ

“เป็นหยังคือมาล่มอยู่หน้าบ้าน แล้วโตมาจากไส เป็นหยังคือพายกระเป๋ามาแบบนี้” เดือนตั้งคำถามเป็นภาษาอีสาน

“พี่เดือนอีหลี ฮือๆๆๆๆๆ” อุ่นดีใจจนน้ำตาไหลอีกรอบกระโดดกอดคออีกฝ่ายด้วยความดีใจสุดๆ

“เอ้าๆๆ คือมากอดกันแบบนี้ บอกมาติหล่ะเกิดอีหยังขึ้น”
“ฮือ ฮือ อุ่นต๊กงานอีกแล้ว” เธอคลายวงแขนออก
“เอ้ย ว่าแล้ว กะเคยบอกแล้วแถวนี้น่ะ สิหางานแบบโตน่ะมันยาก”

“กะซั้น อุ่นสิไปหางานโรงงานเฮ็ด”

“งานโรงงานกะเคยเฮ็ดมาแล้ว บ่เคยหลาบบ่” อีกคนตั้งคำถาม
“มันกะอาจสิดีกว่านี้”

“คุณ” เสียงของฝรั่งร้องเรียกจากด้านหลัง

อุ่นมองชายร่างสูงที่ยืนกอดอกอยู่หลังโซฟาอย่างตกใจ

“พี่กำลังสิไปเทียวกับเดฟ ไปเกาะซ้าง” เดือนบอกเธอ
“ฮ้า” อุ่นร้องตกใจ

“สิไปนอนห้องพี่มันกะอันตรายแถวนั่นถ้าโตไปอยู่ผู้เดียวกะสำปลาย่างอยู่ใกล้แมว”

“แต่อุ่นอยากหางานเฮ็ดก่อนน่ะ งานหยังกะได้ สิเป็นคนสวน คนครัว คนเฝ้าบ้าน แม่บ้าน อุ่นเฮ็ดทั้งนั้นล่ะตอนนี่” เธอบอกกับเดือนน้ำตานองหน้า

เดือนหันไปมองหน้าเดฟที่กำลังรออยู่นานแล้ว
“เดี๋ยวพี่สิลองถามเดฟเมิง เผินอยากได้แม่บ้านบ่”

เดือนจึงหันไปถามเดฟ
“เดฟ ยูต้องการแม่บ้านไหม?”

“แม่บ้านเหรอ!! ไม่ ไอจ้างคนจากโครงการบ้านมาดูแลทุกๆ อาทิตย์อยู่แล้ว” เขาตอบ
อุ่นหันไปมองหน้าเขาน้ำตาไหล

“บ่เป็นหยังดอก เดี๋ยวอุ่นจะอย่างหางานไปเรื่อยๆ” อุ่นลุกขึ้นยืนคว้าเอากระเป๋าออกจากบ้าน

“อุ่น โตสิไปไส” เดือนคว้ากระเป๋าเธอเอาไว้
“บ่ เป็นหยังดอก อุ่นบ่กวนพี่เดือนดอก”

“มีอะไรงั้นเหรอ” เดฟถามเดือนมองเสี้ยวหน้าที่เปื้อนน้ำตาก็ตกใจ
“เดฟ มีเพื่อนๆของยูอยากได้แม่บ้านบ้างไหม?” เดือนยังไม่ละความพยายาม

“ไม่ แถวนี้ไม่มีเพื่อนของฉันเลย” เขาตอบ ยังนึกแคลงใจกับคำถามของเดือนแล้วยังผู้หญิงคนนี้อีก

“มีอะไรงั้นเหรอ” เขาตั้งคำถามอีกครั้ง

“เธอไม่ได้เป็นเพื่อนยูเหรอ” เขาตั้งคำถามกับคู่ขา
“เปล่าค่ะ เธอเป็นเพื่อนบ้าน” เดือนตอบ

“เพื่อนบ้าน” เขาทวนคำตอบอย่างไม่เข้าใจนัก เขาคิดว่าเธอคงมีอาชีพเหมือนกับเดือน

“ช่วงนี้เพื่อนๆของไอไม่ได้เดินทางมาด้วยสิ ไอมาคนเดียว”
“ค่ะ ไม่เป็นไรหรอก ช่วงที่เราไม่อยู่ให้เธออยู่ที่นี่ได้ไหมคะ” เดือนขอร้อง

เดฟทำท่าทางครุ่นคิด สายตาคมกริบเชิงเหยียดหยันมองร่างเล็กผิวเนื้อเหลืองแดงอย่างดูแคลน หญิงสาวไม่ชอบมันนักก่อนจะสะบัดตัวจะออกจากบ้าน
“เดี๋ยวก่อนสิอุ่น” เดือนฉุดเธอเอาไว้

“เดฟคะ ฉันรับประกันค่ะ ว่าเธอเป็นคนดีมาก เธอไม่ใช่โจรค่ะ ถ้าหากว่าเธอทำอะไรฉันจะรับผิดชอบแทนเอง” เดือนออกตัวกับเขา
เดฟยังมองเธออย่างไม่วางใจนัก

“อย่ารบกวนเขาเลยพี่เดือน อุ่นบ่อยากอยู่นี่ดอก”
“แล้วโตสิไปอยู่ไส”

“บ่เป็นหยังดอกจ้า ขอบคุณจ้า” อุ่นยกมือไหว้เดือนก่อนจะยกเป้สะพายหลังแล้วเดินออกจากบ้านไป

“เดี๋ยว” เสียงเดฟร้องเรียกเธอ

แต่อุ่นก็ไม่ได้หันกลับไปเพราะไม่คิดว่าเขาจะพูดกับเธอ

“เดี๋ยว ฉันบอกว่า เดี๋ยว” เขาตะโกนบอกเป็นครั้งที่สองทำเอาชายหนุ่มไม่พอใจก้าวขายาวๆออกมาฉุดแขนเธอให้หันหลังกลับอย่างแรงทำเอาอุ่นและเดือนตกใจ

“อะไรของคุณเนี่ย” อุ่นสะบัดแขนอย่างแรงแต่ก็ไม่สามารถหลุดจากอุ้มมือใหญ่

“ไอไม่ชอบคนเดินหนีฉันไปแบบนี้ ยูกล้าดียังไง” เสียงเกรี้ยวกราดของเขาทำเอาอุ่นตกใจ

“จักเว้าอีหยัง พ่อใหญ่ฝรั่ง ปล่อยฉันเดียวนี่” อุ่นไม่ยอมแพ้ตะโกนใส่หน้าเป็นภาษาอีสาน

“ยูเป็นคนกล้าหาญมาก กล้าตะโกนใส่หน้าไอ ไอไม่รู้หรอกนะว่าจะเก่งขนาดไหน แต่คนอย่างไอไม่ยอมให้ใครมาเดินหนีต่อหน้าต่อตาแบบนี้” เดฟตะคอกใส่หน้าเป็นชุด

อุ่นได้แต่มองตาปริบๆฟังที่เขาพูดไม่ทัน เดือนเองก็ไม่เข้าใจเพราะเดฟพูดเร็วและใช้คำพูดยากเกินกว่าคนเรียนจบแค่มัธยมปลายอย่างเธอจะเข้าใจ

“โอ้ย! ปล่อยฉันเดียวนี่เลย มาจับฉันเฮ็ดหยัง พ่อใหญ่ฝรั่ง ปล่อยๆๆๆ” อุ่นกระโดดโลดเต็นอย่างโมโห

กว่าที่เธอจะคาดคิดเดฟอุ้มเธอขึ้นมาแล้วแบกเธอใส่บ่าเข้าไปในบ้าน เขาโยนเธอลงที่โซฟา

“ยูต้องอยู่ที่นี่ อยู่เฝ้าบ้านให้ฉันจนกว่าไอจะกลับมา” เขาออกคำสั่งเธอ

อุ่นกระพริบตาปริบๆ

“อีหยังก็อ” เธอถามเขา
“เลิกพูดอะไรก็ไม่รู้ได้แล้ว ไอไม่เข้าใจ” เขาเอ็ด

“บ่เข้าใจก็บ่เข้าใจติล่ะ ฉันก็บ่เข้าใจคือกันล่ะ เป็นหยังต้องมาเฝ้าบ้านให้คุณด้วย ฝรั่ง” อุ่นไม่ลดละต่อปากต่อคำเขา

เดฟพอจะเข้าใจว่าฝรั่งหมายถึงเขาเอง
”โอเค ยู อยู่ที่นี่ ห้ามไปไหน โอเค”

“เดฟ โอวว ยู น่ารักมาก” เดือนเข้ามากอดและหอมแก้มเขาเป็นการขอบคุณ
“บ่”
“อุ่น เดฟ เผินให้อยู่แล้วก็อยู่ติล่ะ”

“บ่เข้าใจ เป็นหยังอุ่นต้องอยู่นี่ล่ะ กะทีแรกเผินบ่ให้อยู่นิ” อุ่นแย้ง
“ตอนนี้เผินให้อยู่แล้ว กะ อยู่ไป อย่าเรื่องมาก ถ้าหากเรื่องมาก เอื้อยสิโทรไปบอกยายใบให้ฮู้ติล่ะว่าโตตกงาน นอนข้างถนน”

“อ้ายย แม่ใหญ่เดือนเป็นหยังคือเฮ็ดจังซั้น อุ่นอยู่นี่กะได้ อย่าโทรไปบอกแม่เด้อ ให้เฮ็ดหยังกะยอมแล้ว”

“เอ้อ เว้าง่ายๆแบบนี้ตั๊วะจังตาฮัก อยู่นี่ล่ะดีแล้ว ปลอดภัยที่สุดแล้วบ่มีผู๋ได๋เฮ็ดหยังเฮ้าได้นำ สิบอกให้”

“ฮืม จังได๋กะขอบคุณจ้า ถึงอุ่นสิบ่อยากอยู่นี่กะซางเถาะ”หน้ามุ่ยๆยกมือไว้เพื่อนบ้านผู้อาวุโสกว่า

“บ่เป็นหยังดอก อย่าคิดมากเลย จังได๋เฮ้ากะเป็นญาติๆกัน”
“ขอบคุณหลายๆเด้อ” อุ่นน้ำตาคลอเข้าไปกอดพี่สาวข้างบ้านอย่างซึ้งใจ

“กะซั้นเอื้อยสิไปเที่ยวกับเดฟก่อนเด้อ อยู่บ้านดีๆล่ะ”
“จ้า”

“ยู ห้องของ ยู” เดฟชี้ไปที่ห้องหลังบันได

อุ่นพยักหน้ายอมรับ

เดือนเดินกอดกันกับเดฟออกไปจากบ้าน อุ่นเดินออกมาส่งหน้าบ้านมองจนรถวิ่งลับตาไปก็ปิดประตูเข้าบ้าน

ผ่านไป 1 อาทิตย์ หลังจากทีเดฟกับเดือนไปเที่ยวเกาะช้างกลับมาที่บ้าน เดฟรู้สึกแปลกๆกับบ้านของตัวเองที่ถูกจัดวางไม่เหมือนเดิมมันโล่งจนผิดปกติ แม้มันจะเรียบร้อยแต่เขาก็ไม่พอใจกับการเปลี่ยนแปลง
อุ่นออกมารับคนทั้งสองที่หน้าบ้าน

“นี่ยูทำอะไรกับบ้านของไอ กล้าดียังไงมาเปลี่ยนแปลงไอ” เดฟตั้งคำถามกับอุ่นด้วยใบหน้าดุดัน

“ก็มันรก” เธอตอบ

“รก โนวว เป็นไปไม่ได้หรอก ทำไมยูย้ายโซฟาไปติดกับกระจกแบบนั้น” เขาชี้ไปที่โต๊ะกับโซฟาที่เคยอยู่กลางห้องถูกย้ายไปอยู่ชิดกับผนังกระจก

“อยู่ตรงนั้นน่ะดีแล้ว เอาไว้นั่งดูฟ้าดูเมฆ และก็สวนไง” เธอชี้แจง

เดฟโมโหเดินดูการเปลี่ยนแปลงของบ้านพลางบ่นอย่างหัวเสีย

“พี่เดือน เจ้าสิไปไส” อุ่นเห็นเดือนเตรียมกระเป๋าของเธอขึ้นรถ
“เอื้อยกะสิกลับคลับตั๊วะ”

“อ้าวว พี่บ่ได้อยู่นี่ต่อบ่”

“บ่ หมดหน้าที่เอื้อยแล้ว เอื้อยมาอยู่กับเดฟแค่ 7 มื้อเท่านั้นล่ะ เดฟน่ะ ลาวเป็นคนเบื้อง่ายอยู่กับลาวโดนบ่ได้ดอกเดี๋ยวลาวสิเบื้อเอื้อยก่อนอดได๋เงินลาวอีก โดนๆมาพ้อกันเทียแบบนี่ล่ะจังดี”
อุ่นไม่ค่อยเข้าใจความสัมพันธ์แบบนี้เท่าไหร่นัก

“กะซั้น อุ่นไปนำ”

“สิไปกับเอื้อยบ่”
“จ้า สิให้อุ่นอยู่กับเผินได้ติ จักเป็นคนจังได๋ อารมณ์ร้ายซะมัดเลย” อุ่นบ่น

“ฮ้าๆ ลาวกะเป็นคนแบบนั่นล่ะ ที่จริงแล้วลาวใจดีดิ”

“ซางเถาะ บ่ สนดอก รอแป๊ปเด้อ” อุ่นรีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อเอากระเป๋าตัวเอง แต่พอจะออกจากห้องก็ต้องตกใจที่พบคนร่างสูงใหญ่มาดักรออยู่ที่หน้าห้อง

“แมนหยัง” เธอถามเขา

“ยู ทำอะไรบ้าง ตอนที่ฉันไอไม่อยู่”

“เฮ็ดหยังกะเมิงเอาติละ มาถามเฮ็ดหยัง หลีกไป” เธอไล่เขา
เดฟไม่เข้าใจที่เธอพูด แต่ดูท่าทางที่เธอเตรียมกระเป๋าก็พอจะรู้ว่าเธอคงจะตามเดือนไป

“ไอไม่ให้อยู่ไปไหนหรอกนะ ยูต้องอยู่จัดการความเรียบร้อยก่อน” เดฟขู่

“บ่ หลีกไป”
“เลิกพูดไทยกับไอได้แล้ว ไม่เข้าใจ”

“บ่ บ่เข้าใจกะซาง นี่บ่แมนภาษาไทย นี่เป็นภาษาอีสาน” อุ่นยังไม่ยอมผลักเขาออกไปจากประตูแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะเขาตัวใหญ่กว่า

เดฟโมโหหนักคว้าเธอเอาไว้แค่วงแขนใหญ่ๆก็ทำเอาเธอจมหายอยู่ในตัวเขา
“ปล่อย ปล่อยเดี๋ยวนี่ ปล่อย พ่อใหญ่อันนี่เป็นบ้าบ่ เป็นหยังคือมากอดกันไว้แบบนี่” อุ่นร้องโวยวาย

“บอกให้หยุดพูดไงล่ะ ยัยโง่” เดฟขู่คนในวงแขน

อุ่นยิ่งดิ้นรนใหญ่ เดือนวิ่งเข้ามาดูเพราะได้ยินเสียงโวยวาย
“เกิดอะไรขึ้น เดฟ” เดือนร้องถาม

ทั้งสองเลิกโวยวาย อุ่นกัดแขนเดฟทำเอาร้องเสียงหลงก่อนจะปล่อยตัวเธอไป อุ่นวิ่งไปหลบอยู่หลังเดือน

“พ่อใหญ่ฝรั่งเป็นบ้าแล้วพี่เดือน” อุ่นรีบฟ้อง
“ยู ยูมันไม่ใช่คน” เดฟร้องด่าตาม

“มันอะไรกันเนี่ยไม่เห็นเข้าใจเลย” เดือนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มองเดฟทีอุ่นทีที่ตั้งท่าจะฆ่ากันให้ได้

“พี่เดือนเอาอุ่นกลับนำเด้อ อุ่นบ่อยู่กับพ่อใหญ่ฝรั่งดอก”
“เป็นหยัง”

“เดือน ยูบอกผู้หญิงคนนี้ด้วยนะ ต้องจัดการบ้านให้เป็นสภาพเดิมก่อน ไม่งั้นไอไม่ยอมให้ไปไหน”

“โต ไปเฮ็ดอีหยังเฮื้อนเผิน” เดือนหันไปถามญาติข้างบ้าน
“บ่ได้เฮ็ดหยังเลย กะแค่จัดให้เป็นทีเป็นทาง คนอีหยังบ่มีสไตล์ขนาดนั่น” อุ่นแย้ง

ทั้งสองโต้แย้งกันต่ออีกคนพูดอังกฤษส่วนอีกคนพูดภาษาอีสานทำเอาคนกลางอย่างเดือนแทบเป็นลม

“พอกันซะทีสองคน” เดือนระเบิดออกมา
“เดฟ ไอจะกลับแล้วนะ แล้วคราวหน้าค่อยเจอกันใหม่” เดือนหันไปลาคู่ขา

“อุ่น โต กะอยู่เฮ็ดบ้านเผิดให้กลับเป็นคือเก่านั่นล่ะ กะซั้นเผิดบ่ให้โตออกจากบ้านเผิดดิ”

“เอ้า คือเว้าจังซั้น ให้อยู่บ้านฟรีๆ อุ่นกะตอบแทนโดยการทำความสะอาดจัดให้เป็นระเบียบให้กะดีแล้ว เป็นหยังคือเอาแต่ใจแท้”

“บ่ฮู้แล้ว เอื้อยปวดหัวกับโตสองคนมากเลย คนบ้าอีหยัง เถียงกันคนละภาษา เป็นหยังโตคือบ่ยอมๆเผินโลด ปกติโตกะคือเป็นคนว่านอนสอนง่ายอยู่”

“กะ….” อุ่นเงียบ กันไปมองเจ้าของบ้านที่ยืนกอดอกทำหน้าถมึนทึง

สายตาที่มองเธออย่างเหยียดหยาม เขามองผู้หญิงไทยอย่างเธอเป็นแค่นางบำเรอ เธอไม่ชอบมัน
“กะเผิดดูถูกเฮ้า”
“ดูถูกอีหยัง เผิดบ่ได้เว้าหยังจักคำ อีกอย่างหนึ่ง เอื้อยฮู้ว่าโตบ่มักอาชีพแบบเอื้อย แต่ว่าเอื้อยบ่มีทางเลือกโตกะฮู้ มันเป็นความสมัครใจของเอื้อยที่เฮ็ดงานแบบนี่เอง เงินมันดี ถึงมันบ่มีศักดิ์ศรี แต่ศักดิ์ศรีมันกะซื้อหยังกินบ่ได้ เพื่อพ่อแม่พี่น้องกับลูกเอื้อยจำเป็นต้องเฮ็ด เอื้อยฮู้ว่าโตอยากให้เอื้อยเฮ็ดงานดีกว่านี่ แต่เอื้อยกะเปลี่ยนบ่ได้ดอก อุ่น”

“ถึงเผินสิมองเฮ้าเป็นแบบได๋เอื้อยกะบ่สนใจดอกตราบไดที่ลาวยังจ่ายเงินตอบแทนเอื้อยแบบนี่มันกะจบ อาชีพแบบนี่มันสิหาคนมามักเฮาขนาดจะเอาไปเป็นเมียมันคงเป็นไปบ่ได้ดอก

แต่เอื้อยบ่อยากให้โตมีอคติกับเขา เพราะว่าคนที่เลือกเป็นแบบนี่บ่เมินเผินแต่เป็นเอื้อย”
อุ่นหน้าสลดที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ได้

เดือนมีความรู้แค่มัธยมปลาย กว่าจะเรียนจบก็กู้เงินรัฐบาลมาเรียนแม้จะใจรักมากขนาดไหนแต่ฐานะทางบ้านที่แทบจะไม่พอกินต้องทำให้เธอต้องเสียโอกาสทั้งที่เป็นคนเรียนเก่ง เธอต้องออกมาหางานทำเพื่อส่งเสียครอบครัว

ได้พบกับกับสามีที่โรงงานอิเล็คโทนิคแห่งหนึ่ง แต่ก็ต้องเลิกรากันไปเพราะฝ่ายชายพบผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า เดือนต้องรับภาระเลี้ยงลูกสาวคนเดียว

เธอเป็นผู้หญิงที่มีความอดทนและกตัญญูมาก อุ่นเป็นเพื่อนบ้านที่เห็นเธอมาตั้งแต่เด็ก และเป็นเพื่อนเล่นกันมาด้วยเป็นน้องเดือน 4 ปี

เธอจึงคอยตามหลังเดือนมาตลอด แต่อุ่นยังโชคดีกว่าตรงที่ครอบครัวเธออบอุ่นพอมีอันจะกินและมีลูกเพียงคนเดียวเธอจึงได้รับโอกาสการเรียนที่สูง แต่เธอก็สมัครใจตามเดือนมาอยู่ที่พัทยาเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งที่เธอเองมีหน้าที่การงานที่ดี

“อุ่นบ่ได้ตั้งใจเฮ็ดให้พี่เดือนฮู้สึกแบบนั่น”

“เอื้อยเข้าใจว่าอุ่นฮักเอื้อย เอื้อยกะฮักอุ่นดิ เฮ้าอยู่นำกันมาตั้งแต่น้อย เป็นหยังสิบ่ฮู้”

“พี่เดือน” อุ่นกอดเดือนเอาไว้

“กะซั้น อุ่นสิอยู่จัดเฮื้อนเผินให้เป็นคือเก่ากะได้”

เดฟมองคนไทยสองคนคุยกันอยู่ตั้งนานแล้วอย่างไม่เข้าใจ

“ยู ไอจะจ้างให้ยู เป็นคนดูแลบ้านไอต่อ” เขาบอกกับอุ่น

“หา” อุ่นตกใจ เดือนเองก็งง
“จ้างฉันเหรอ?”

“ใช่ ก็ยูตกงานอยู่ไม่ใช่เหรอ” เขาถาม
อุ่นสบตากับเดือนอย่างงง

“ว่างฮั่นคือสิจับตับกิน บาดนี่คือว่าสิจ้างมาดูแลบ้าน” อุ่นตั้งคำถาม เดฟทำหน้างง

“อุ่น” เดือนดึงแขนปราม
“ทำไมยูเปลี่ยนใจ” อุ่นเปลี่ยนคำถาม

“ไอไม่ได้เปลี่ยนใจ ในเมื่อยูทำแล้วก็ต้องทำต่อ”
“ฉันไม่ได้ทำอะไร?”

“ก็ยูมาเปลี่ยนแปลงบ้านของไอ ยูก็ต้องทำงานต่อ”

อุ่นหันหลังกอดคอเดือนปรึกษา
“พ่อใหญ่ฝรั่งลาวคือเป็นคนเข้าใจอยากแถ้พี่เดือน”

“พี่กะบ่เข้าใจลาวว่ะ กะซางเถาะ อยู่นำลาวกะดีแล้ว ลาวรวยดิ” เดือนชี้แนะเพราะเธอรู้จักเดฟดี แม้จะเป็นคนอารมณ์ร้ายแต่ก็ใจดีและใจถึงจ่ายไม่อั้นทุกงาน

“ซางบ่ได้สนใจดอก” ญาติผู้น้องก็ยังแย้ง

“เอ้อ เอื้อยฮู้ว่าโตบ่มักฝรั่ง แต่วาลาวรวยอีหลีดิ” เดือนรู้นิสัยอีกฝ่ายดีว่าเธอไม่ค่อยชอบฝรั่งที่ชอบมองผู้หญิงไทยเป็นแค่ที่รองรับทางอารมณ์
“กะวาบ่สนไง” เธอก็ยังยืนยันความคิดของตัวเอง

“เอ้อ เอื้อยเข้าใจ แต่ว่าอยู่นำลาวล่ะดีแล้ว ปกติลาวบ่คอยสนใจไผดิ กว่าเอื้อยสิได้มาเป็นคู่ขาลาวน่ะ โอ้ย ต้องพรีเซ้นส์ตัวเองแทบตาย” เดือนกระซิบกระซาบ

“โอว อาชีพนี่คือเป็นตาลำบากแถ้” อุ่นสถบ

“ล่ะ อยู่นำลาวล่ะ เผื่อเอื้อยสิหาเรื่องมาอยาม”

“มันสิดีติ คนบ้าแบบนี่ อารมณ์กะบ้าๆบอๆ”
“มันกะคือกันกับโตล่ะ นะ โอเค”

เดฟยืนหน้าขมวดอยู่ด้านหลังสองสาว ดูทั้งสองปรึกษากันอยู่เป็นนานกว่าจะหันหลังกลับมากหาเขา

“โอเช แล้วยูจะจ้างไอเท่าไหร่”
“เก้าพัน อะ ให้หมื่นบาทต่อเดือน”

อุ่นหันไปขมวดคิ้วใส่เดือน
“คือให้หน่อยแถ้”

“โอเคค่ะ” เดือนไม่ได้สนใจเดินไปกอดแขนแล้วจูบอำลาเดฟ

อุ่นแบ้หน้าหนีทันที

เดฟขับรถไปส่งเดือนที่ผลับก่อนจะจากกันเดือนก่อนล่ำลาอุ่น

“เซื่อเอื้อยแล้วทุกอย่างสิดี ดูแลตัวเองดีๆ แล้วกะฝากเดฟนำเด้อ อย่าให้ไผมาเอาไปกก”

“กะแล้วแต่เด้อเรื่องนั่น” เธอตอบแบบเซ็งโลก

เมื่อเจ้านายกลับมาจากส่งเดือนที่ผลับเดฟเรียกเธอมาพูดคุยทำความรู้จักกัน
“ยู ชื่ออะไร?”

“ชื่อ อุ่น แล้วยูล่ะ?”

“อย่าพูดไทย ไอ ฟังไม่เข้าใจ” เดฟต่อว่าอีกฝ่ายที่เอาแต่พูดอีสาน
“บ่เข้าใจกะเรื่องของฝรั่ง” เธอก็ยังรั้นไม่สนใจเขา

“ไอรู้ว่ายูพูดภาษาอังกฤษได้ ดังนั้นเวลาคุยกับไอต้องพูดภาษาไอ เพราะไอฟังและพูดภาษายูไม่ได้”
“เรื่องมากแถ้ฝรั่ง”

“อ่ะ ไอชื่อ อุ่นแล้วยูล่ะ”

“เดฟ ฟอร์ซัน ยูเรียก เดฟ ก็ได้”
“โอเช”

“โอเค โอเช ไม่เคยได้ยิน” เขาแย้งเธอ
อุ่นพยักหน้า

“ยูเป็นอะไรกับเดือน”
“เป็นเพื่อนบ้าน”

“เพื่อนบ้าน?” เขาต้องการคำอธิบายเพิ่ม
“ใช่ ก็บ้านเราอยู่ติดกันเขาก็ต้องเรียกเพื่อนบ้าน” เธอขยายความ

เดฟพยักหน้าเข้าใจความสงสัยที่ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สามารถหิ้วเที่ยวด้วยหรือเปล่าก็ยังติดอยู่ในหัวด้วย

“ยูอายุเท่าไหร่?”
“30 ปี”

“ฮ้า!!!” เดฟถึงกับฉงนกับดวงหน้าอ่อนที่เขาเข้าใจผิด
“ทำไมเหรอ?” เธอย้อนถามเขา
“ไอนึกว่ายูน่าจะประมาณ 20 ปี”

“คิกๆๆ จะคิดอย่างนั้นก็ได้นะ” อุ่นหัวเราะชอบใจ
“แล้วยูล่ะ”
“ไม่ต้องอยากรู้หรอก”

“ทำไมล่ะ แต่ไอคิดว่า ยู น่าจะประมาณ 45”
“ไอแค่ 40 เองนะ” เขารีบแย้ง
“โอวว” อุ่นพยักหน้าเข้าใจ

“ยู ทำอะไรเป็นบ้าง”

“ทุกอย่าง ก็หมายถึงงานบ้านทำได้ทุกอย่าง” เธอตอบ

“ก็ดี ไอจะให้ยู ดูแลบ้าน ทำความสะอาดบ้าน และเฝ้าบ้านตอนที่ไอ กลับแคนนาดา”

“ฮ้า ยู จะให้ไออยู่ที่นี่คนเดียวเหรอ”
“ก็งั้นสิ”
“แล้วจะจ่ายตังค์ยังไง”

“ตอนไอกลับ”
“บ้าหรือเปล่า” เธอเผลอด่าเป็นภาษาไทย
เดฟทำหน้าไม่เข้าใจ

“แล้วยูจะกลับเมื่อไหร่ล่ะ”
“อีก 2 อาทิตย์ ไอจะกลับแคนนาดา”

“ไม่ใช่ ยูจะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่
“ 6 เดือน ไอจะมาเมืองไทยอีกที”

“บ้าไปแล้ว” เธอร้องภาษาไทยอีกครั้ง เดฟเริ่มโมโห
“ยู เลิกพูดภาษาไทยกับไอได้ไหม ไม่เข้าใจ”

“บ่ เป็นหยังฝรั่งคือบอกเว่าไทยล่ะ” เธอแย้งหน้าตาเฉย

เดฟโมโหเธอที่ขัดคำสั่งเขาลุกจากโซหาดึงเธอเข้าไปใกล้ๆ ทำเอาอุ่นตกใจตาเหลือก

“ถ้ายูไม่ทำตามที่ไอบอกล่ะก็ ไอจะลงโทษยู”

“เฮ็ดหยัง บ่ได้เฮ็ดหยังผิดสักหน่อย พ่อใหญ่ฝรั่ง เผด็จการ” เธอต่อว่า
“ไอจะจูบยู” เขาพูดหน้าดุ

อุ่นตาโตก่อนจะเอามือปิดปากไว้

“โอ เค” เธอตอบแดกดันเขา

“ฮืม ดี” เดฟยิ้มพอใจก่อนจะวางเธอลงตามเดิม
“แล้วระหว่างที่ยู ไม่อยู่ ไอจะทำไงล่ะ ถ้ายูไม่จ่ายตังค์ไอ”

“เป็นคำถามที่ดี ไอจะให้ค่าดูแลบ้านล่วงหน้า 6 หมื่น สำหรับค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าขยะ ค่าอาหารยู ในระหว่าง 6 เดือนที่ ไอ ไม่อยู่”
“ฮ้า ค่าดูแลบ้าน ไม่เห็นเข้าใจเลย”

“เงินเดือนของยู จะได้หลังจากที่ไอกลับมาประเมินว่าผลงานมันดีไหม?”
“บ้าที่สุด” เธอเผลอด่าเป็นภาษาไทย แต่เมื่อนึกถึงบทลงโทษเท่านั้นล่ะ ทำเอารีบปิดปากไว้ทันที เดฟมองตาแทบถลน

“ไม่มีที่ไหนทำงานแล้วไม่ได้ค่าจ้างหรอก” เธอแย้งเขา

“แล้วถ้าไอจ่ายตังค์ยูตอนนี้ แล้วจะรู้ได้ไงว่ายูจะไม่หนีไปน่ะ”
“แล้วยูมั่นใจเหรอว่าเงิน 6 หมื่น ที่จะจ่ายเป็นค่าดูแลบ้านน่ะ ไอจะไม่เอามันหนีไปล่ะ”

“ไม่ เพราะ ไอจะให้เจ้าของโครงการจ่ายให้ยูเดือนละ 3000 สำหรับค่าอาหารเท่านั้น ส่วนค่าอื่นๆ เจ้าของโครงการเขาจะจัดการให้” เขาตอบอย่างผู้ชนะ

“ไอ้คนเห็นแก่ตัว ไอ้คนบ้า” อุ่นเหลืออดด่าเขาอย่างโมโหในความแสนฉลาดของนักธุรกิจ

“ยู อยากโดนลงโทษใช่ไหม?”

“คนบ้า คนอีหยังบ้าบอที่สุด เห็นแก่ตัวที่สุด สิมาให้คนเฝ้าบ้าน จ่ายแค่ค่าอาหารเดือนละ สามพัน บ้าบ่ ค่าจ้างกะบ่ได้ บ้าๆๆๆ ไปจ้างคนอื่นโลด พ่อใหญ่ฝรั่ง” อุ่นลุกขึ้นยืนละเลงด่าอย่างหัวเสีย

เดฟมองหน้าแดงกล่ำของอีกฝ่ายก็พอเดาออกว่าเธอกำลังโกรธและด่าทอเขาเป็นแน่ แต่เขาก็เตรียมการลงโทษคนเก่งกล้าแบบเธอเอาไว้แล้ว

เขามองหน้าแดงกล่ำที่สูงกว่าเขาไม่มากแม้เธอจะยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วท่อนแขนยาวๆตะวัดดึงท่อนแขนเรียวเล็กให้เขามาหาตัว

อุ้มมือซ้ายรับดวงหน้ากลมมลก่อนริมฝีปากบางอุ่นจะบรรจบลงกับเรียวปากหยักงอนของเขา

อุ่นตาเหลือกอย่างตกใจสุดขีดจะป้องกันตัวก็ไม่ทันเสียแล้ว ก่อนจะสูญเสียการความคุมตัวเองความรู้สึกแปลกเสียวซ่านแทรกซึมไปทั่วร่างทำเอาตัวอ่อนปวกเปียกนั่งลงบนตักของเดฟอย่างหมดเรี่ยวแรง

เดฟถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย แต่ก็รู้สึกแปลกใจ นี่เขาขโมยจูบผู้หญิงปากเก่งผู้ไม่เคยจูบกับผู้ชายมาก่อนเลยงั้นหรือนี่

อุ่นนั่งหมดแรงงงงวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อยุ่อย่างนั้น เดฟประคองเธอเอาไว้แทบจะเป็นการกอดเอาไว้อยู่กับตักมากกว่า พอได้สติว่าเกิดอะไรขึ้น อุ่นเงยหน้ามองเดฟ
“เฮ็ดหยัง” เธอร้องถามเขา

เดฟเองก็กำลังตะลึงอยู่เช่นกันถึงกับตอบอะไรไม่ถูก
“เอ่อ ไอ ขอโทษ”

อุ่นมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ
“คนบ้า” เธอด่าเขาก่อนจะพุ่งหมัดตรงใส่เบ้าตาซ้ายอย่างแรง แล้วลุกขึ้นวิ่งหนีเข้าห้องไป
“โอ๊ยยยย” เดฟร้องอย่างเจ็บปวด

อุ่นนั่งอยู่บนเตียงพลางเช็ดปากตัวเองอย่างรังเกลียด
“ไอ้เดฟบ้า คนบ้า บ้าที่สุด” เธอด่าทอเขาไม่หยุด

ขณะเดียวกันเดฟนั่งอยู่ที่โซฟาจับตาซ้ายที่เขียวซ้ำ แต่ก็อดหวั่นไหวกับรสจูบหวานๆเมื่อครู่ไม่ได้

“บ้าน่า” เขาด่าตัวเอง

จูบกับสาวๆมาแล้วเกือบครึ่งโลกทำไมจะมาหวั่นไหวกับอีกแค่ผู้หญิงเพี้ยนๆคนนี้ด้วย



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2553 22:26:51 น.
Counter : 718 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]