<<
เมษายน 2548
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
21 เมษายน 2548
 

คำ ผกา = ดอกทอง

(ไม่ได้มีเจตนาทำให้ผู้ใดเสียหาย คิดซะว่าเขียนเล่นๆ เอาไว้อ่านเพลินๆ นะครับ)

หลังจากเขียนถึง "หนังสือ" มาสองเล่มแล้ว
ครั้งนี้ขอลองเขียนถึง "คนเขียนหนังสือ" ผู้อื้อฉาวอย่างเธอคนนี้บ้าง -- คำ ผกา


รู้จัก “คำ ผกา” กันไหมครับ?

หวาย...เหมือนตัวเองถามคำถามผิดๆ ยังไงไม่รู้
อย่าเพิ่งมองหน้าผมอย่างงั้นสิครับ
เข้าใจว่าหลายท่านคงคิดว่า ‘คำถาม’ ของผมปัญญาอ่อนน่าดู ใครล่ะ? จะไม่รู้จักนักเขียนหญิงผู้อื้อฉาวแห่งยุคอย่าง “คำ ผกา” ก็เธอออกจะมี ‘ชื่อเสีย’ โด่งดังด้านการพูด ด้านการทำตัวให้หวือหวา อื้อฉาว และเป็นเป้าต่อการวิพากษ์วิจารณ์ของคนในสังคมซะขนาดนั้น

ไม่เชื่อก็ลองอ่านดูได้จากคอลัมน์ที่เธอเขียน ทั้งคอลัมน์แรกๆ อย่าง “กระทู้ดอกทอง” - คอลัมน์ที่พูดถึงตัวตนและบทบาทของหญิงไทยผ่านวรรณกรรมไทย ที่เธอหยิบยกเอานิยายไทยมาชำแหละอย่างถึงพริกถึงขิง ถึงไส้ถึงพุง(แถมบางที ยังกัดคนอื่นไปทั่วอีก) แต่ช้าก่อน... เธอบอกเธอไม่ใช่นักเฟมินิสต์หรอก ที่เธอเขียนก็เพราะชอบอ่าน เลยอยากศึกษาค้นคว้าหาความสัมพันธ์อะไรบางอย่างที่คนมองไม่เห็น ความสัมพันธ์ระหว่างเพศกับการเมืองนั่นไงล่ะ มันมีปมให้คิดและค้นเยอะเลยนะ....

พอเธอออกตัวมาประมาณนี้ หลายคนเลยคิดว่า “อีนี่ ท่าจะบ้า?” ตั้งชื่อคอลัมน์ให้หวือหวา แล้วเขียนเรื่องให้ดูแรงๆ เพื่อตัวเองจะได้ดังล่ะสิท่า เพราะดูซิ คำพูดบางอย่างก็ก็อปเอาขี้ปากชาวบ้านมาพูดทั้งนั้น แถมจุดยืนของเธอจะเป็นอะไรก็ยังไม่รู้ เฟมินิสต์เหรอ? หรือว่าจะเป็นนักปฏิวัตินิยมหว่า! (อย่าสงสัยไป ศัพท์อะไรหว่า... เพราะมันเป็นศัพท์ที่เจ้าของบล็อกลองคิดขึ้นมาเอง เผื่อจะได้เป็นเป้าให้คนมาโจมตี แล้วก็จะได้ดังแบบคำ ผกาบ้าง ฮา!) ช่างเป็นนักเขียนที่ไม่มีจุดยืน (Position) เอาเสียเลย สงสัยว่าจะเป็น 'สิริยากร' ภาคสองว่ะ ฮ่าๆๆๆ (เจ้าของบล็อกคงพิมพ์ไม่จบ แต่โดนคนทำร้ายก่อน เพราะกัดคนอื่นไปทั่ว ฮ่าๆๆๆ)

แต่เอาเถอะ ในที่สุด เธอก็ดังสมใจ คอลัมน์ชื่อแรงๆ เนื้อหาแรงๆ พอเป็นกระษัย ก็ได้พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนแตกหน่อออกผลเป็นอีกหลายคอลัมน์ ไม่ว่าจะเป็น “จดหมายจากเกียวโต” , “จดหมายจากสันคะยอม” (ภายใต้นามปากกา ฮิมิโตะ ณ เกียวโต) ที่อ่านๆ ไป ก็อดนึกไม่ได้ว่า เอ.. สงสัยยัยเจ๊แขก (ชื่อเล่นของเธอคือแขก) จะโดนรัฐบาลญี่ปุ่นล้างสมองจนคิดว่าญี่ปุ่นเป็นเมืองสวรรค์ แล้วไทยเป็นเมืองนรกแล้วหรืออย่างไร? ก็ดูแต่ละเรื่องที่เธอเขียนสิ... ชมญี่ปุ่น ด่าไทยซะขนาดนั้น จะให้เราคิดได้ว่ายังไงหว่า?

แถมคอลัมน์ถัดๆ มาอย่าง 'ยุให้รำ ตำให้รั่ว' หรือ 'Just Be' ก็ยังมีแทรกๆ ความเห็นวิพากษ์สังคมไทยแบบแย่ๆ อยู่เนืองๆ อีก .... หลายคนเลยยิ่งไม่ชอบยัยนี่ไปกันใหญ่

ไม่ได้หมายความว่าไม่ชอบเพราะว่าประเทศไทยนะครับ ไม่ชอบเพราะเธอดูเหมือนจะรู้จริง แต่ความจริงสิ่งที่วิพากษ์มันดู “กลวงโบ๋” ยังไงก็ไม่รู้... ใครเค้าพูดยังไงมา “เจ๊แขก” ก็ต้องไม่เห็นด้วย สร้างความแตกต่างเข้าไว้ อะไรประมาณนั้น (อันนี้ ฟังจากคนอื่นพูด แต่เจ้าของบล็อกคิดยังไงกับเธอคนนี้ อดใจไว้ เดี๋ยวบอก หุหุ) จนประมาณปีที่แล้ว ทุกคนก็ต้องฮือฮากับการเปลื้องผ้า (เพื่อบทบาททางการเมืองของผู้หญิง!) ของ “คำ ผกา” ผ่านหนังสือ GM

อุแม่เจ้า! ผู้หญิงอะไรวะ สวยก็ไม่สวย ทำไมถึงกล้าโชว์ขนาดนี้!! คนไทยงง? แต่นั่นยังไม่จบ ยิ่งพลิกไปอ่านที่เธอให้สัมภาษณ์ ยิ่งงงไปกันใหญ่ ....ผู้หญิงอะไร๊ ช่าง “มั่ว” “หมกมุ่น” และ “โชว์กึ๋น” จัง! ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรม “แอบอ่อย” เสี่ย, หรือจะเป็นพฤติกรรม “เลิกกับแฟน” เพราะเดี๊ยนอยากมีเซ็กส์กับคนอื่นบ้าง? ล้วนแล้วแต่ทำให้ใครต่อใครเหวอ! กับพฤติกรรมของเธอได้เป็นแถบๆ (แต่แปลกไม่เห็นป้าเบียบออกมาพูดถึงเลย? 555)

ดูเหมือนว่า ส่วนใหญ่แล้ว คนหมู่มากจะไม่ค่อยชอบเธอซักเท่าไหร่
แต่แปลกที่ว่า ยิ่งมีคนโจมตีเธอมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้เธอได้เฉิดฉายอยู่บนแวดวงนักเขียนมากขึ้นเท่านั้น
หรือจะเป็นอย่างที่เธอว่า? คนไทยก็อย่างงี้แหละ ด่าๆๆๆๆ แต่ก็ยังอ่านอยู่ แบบเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกงนั่นไงล่ะ (ฮา!)

* แล้วคุณล่ะ ชอบเจ๊แขกคนนี้ไหม?

ไม่รู้ว่าคุณๆ จะคิดกันยังไง
แต่ผมอายจังเลยที่จะบอกว่า...
ผมชอบ "คำ ผกา" มากๆ เลย

ครั้งแรกที่ผมรู้จักผู้หญิงคนนี้ก็เพราะว่า ได้ไปเดินสัปดาห์หนังสือ (ปีที่แล้ว) แล้วก็แอบไปเห็นบู้ทอยู่บู้ทนึง -- มีนักเขียนหญิงยิ้มเหงือกแห้งๆ รอคนมาซื้อหนังสืออยู่หนึ่งคน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เลยลองไปเฉียดๆ บู้ทนั้นดู พอเดินไปถึงปุ๊บ เธอก็โฆษณาหนังสือใหญ่เลย "...เล่มนี้ก็ดีนะคะ (จดหมายจากเกียวโต) ถ้าชอบประเทศญี่ปุ่นก็น่าจะลองอ่านดู จะได้แง่มุมเยอะเลยนา" อืม..พลิกไป พลิกมา น่าสนใจดีเหมือนกัน (ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ค่อยชอบอะไรที่เป็นญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ แบบอนุรักษ์นิยมอ่ะ ฮ่าๆๆ) ซื้อก็ได้วะ...

อ่านไปอ่านมา ผู้หญิงคนนี้แปลกดีจัง ไปเรียนญี่ปุ่น โดยเกลียดและไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อน แต่ในที่สุด กลับพูดได้ อ่านได้ และหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปโดยไม่รู้ตัว (จากการตีความของผม)

แถมยังเป็นสาวเหนือ 'บ่อสร้างกางจ้อง' อีก (บ้านเกิดเธออยู่หมู่บ้านสันคะยอม อ.สันกำแพง) อืม..เก่งแฮะ

นี่คือความคิดแว่บแรกที่ผมมีต่อเธอคนนี้ (ไม่รู้ว่าแพ้ยิ้มของเธอ (ยิ้มมรณะ :D) ด้วยรึเปล่า เลยทำให้หลงเสน่ห์คนเขียน ฮ่าๆๆ) แต่หลังจากนั้น ก็ไม่ค่อยได้ติดตามผลงานเธอหรอก ไม่มีเวลาน่ะครับ จนถึงตอนถ่ายนู้ดสะท้านโลกผ่านหนังสือ GM นั่นแหละ ถึงทำให้ผมกลับมาสนใจเธออีกครั้ง...

"อ่า...ทำไม "คำ ผกา" ที่เราชื่นชอบ ถึงทำตัวอย่างงี้นะ ดูให้สัมภาษณ์แต่ละคำซิ" ผมนึกในใจไป พลางก็อดที่จะผิดหวังไปกับตัวเธอไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ลองแวะไปทำความรู้จักเธอผ่านตัวหนังสือที่เธอได้ขีดเขียนไว้จะเป็นไรไป เผื่อเราอาจได้อะไรดีๆ เกี่ยวกับตัวเธอมากขึ้นก็เป็นได้ (ยืนอ่านฟรีน่ะครับ หุหุ)

แล้วหลังจากคิดพินิจ พิจารณาอยู่นานสองนาน (กับการอ่านหนังสือของ "คำ ผกา" จบเกือบทุกเล่ม)
อืม.. เธอก็เป็นอย่างงี้มาตั้งนานแล้วนี่
แรงผ่านหนังสือ ...จนมาแรงผ่านเรือนร่าง อ่า.. อย่างน้อย จะหาว่าเธอไม่มีจุดยืนก็ไม่ได้นะ

จริงอยู่ ที่บางครั้ง ความคิดของเธอก็ประหลาดโลก (จนดูเหมือนว่าได้ทุนไปเรียนญี่ปุ่นได้ไงวะ) จริงอยู่ ที่บางครั้ง ความคิดของเธอก็ดูเหมือนคนไม่มีความรู้ คนไม่รู้จริง แต่คุณกล้าปฏิเสธหรือว่า คุณก็ยังแอบๆ ไปหยิบหนังสือของเธอมาอ่านอยู่เสมอๆ (ภาษาช่างแสบๆ คันๆ เจ็บๆ มันส์ๆ ได้ใจจริงๆ)

เพราะ "คำ ผกา" ยังไงๆ มันก็ "ดอกทอง" อยู่วันยังค่ำแหละว้า...
อ่านขำๆ ฮาๆ หรือจะเอาความรู้เข้าว่า คำ ผกาก็มีแนวคิดประหลาดๆ ให้คุณได้เหมือนกัน (ฮา!)

ป.ล. หนังสือ "รวมเล่ม" เล่มใหม่ของเธอ "ยุให้รำ ตำให้รั่ว" มีขายตามแผงหนังสือแล้วจ้า
หมายเหตุ ข้อมูลบางอย่างอาจมั่วๆ งงๆ เพราะเจ้าของบล็อกก็ไม่ได้อ่านหนังสือของ "คำ ผกา" ทุกเล่มนะจ๊ะ อย่างงไปหากอ่านอะไรที่ไม่ค่อยรู้จริง (เหวอ!??)
หมายเหตุ 2 ไปหารูปมาประกอบบล็อก เลยเพิ่งรู้ว่าเว็บผู้จัดการก็ลงเรื่องหนังสือเล่มใหม่นี้เหมือนกัน ใครสนใจไปอ่านได้ที่นี่จ้า http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9480000052312


Create Date : 21 เมษายน 2548
Last Update : 1 กันยายน 2548 17:00:34 น. 69 comments
Counter : Pageviews.  
 
 
 
 
เราชอบ
ไม่ต้องเป็นเฟมินิสต์ให้น่ารำคาญก็ได้
แค่ยอมรับบทบาทและสิทธิของผู้หญิงในโลกปัจจุบัน
 
 

โดย: ชมทะเล วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:10:04:51 น.  

 
 
 
ไม่ชอบเค้าแล้วมาโปรโมทหนังสือให้เจ้าหล่อนป่าวเนี่ย
 
 

โดย: หัวใจสีม่วง วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:10:20:00 น.  

 
 
 
>>> ไม่ชอบเค้าแล้วมาโปรโมทหนังสือให้เจ้าหล่อนป่าวเนี่ย

งงอ่ะครับ หมายถึง ผมไม่ชอบเค้า หรือ คุณไม่ชอบเค้า
แต่สำหรับผม อย่างที่บอก ถึงแม้หลายคนจะไม่ชอบ แต่ผมก็ยังชอบพี่ คำ ผกาอยู่ดี

.. ส่วนมาโปรโมตหนังสือรึเปล่าเนี่ย ถ้าหมายถึงผม ไม่ได้โปรโมตอย่างแน่นอนครับ ไม่ได้เขียนถึงหนังสือของเธอเลย แค่อยากเขียนถึงนักเขียนที่เราชอบ (เพราะความแปลก) ก็แค่นั้น

อย่างว่าน่ะครับ คนเพี้ยนและประหลาดย่อมชอบคนเพี้ยนและประหลาดเหมือนกัน (ฮา!)
 
 

โดย: it ซียู วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:11:20:35 น.  

 
 
 
ชอบเจ๊แขกเหรอ เธอมีเว็บอยู่นะ ต้องหาเอง เพราะไม่รู้เหมือนกัน
แบบว่าชอบ ส.ศิวลักษณ์ อ่ะ คนละแนว
 
 

โดย: suparatta วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:12:05:35 น.  

 
 
 
แรงค่ะ แรงจริงๆให้ตายเหอะ

นี่คือความคิดแวบแรก ตอนที่รู้จักเธอผ่านสื่อ

ส่วนตัวจริงของเธอลึกๆแล้วเป็นยังไง อันนี้ไม่รู้ลึก

เพราะไม่ได้ติดตามผลงานของเธอแบบจริงๆจังๆเท่าไหร่

แต่ก็นะ .... ช่างกล้า อิอิ
 
 

โดย: +*~ S O u LM a T e~*+ วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:13:49:49 น.  

 
 
 
กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ขอกรี๊ดดังๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


นักเขียนหญิงที่ชอบตอนนี้มี คำ ผกา อยู่แถวหน้าสุดเลยค่ะ
บทสัมภาษณ์ในจีเอ็ม อันนั้น Must Read เลยนะคะ อย่าดูแต่รูปอย่างเดียว

>จริงอยู่ ที่บางครั้ง ความคิดของเธอก็ดูเหมือนคนไม่มีความรู้ คนไม่รู้จริง

อันนี้ขอเถียงค่ะ เรื่องที่เธอพูดเธอมีความรู้อยู่นะคะ ลองอ่านบทวิจารณ์หนังสือ -กระทู้ดอกทอง -ของเธอดูซิคะ รวมบทวิจารณ์วรรณกรรมแนวเฟมินิสท์ เล่มนี้คล้ายๆ กับบทเริ่มของธีซิสด้วยซ้ำไป เธอกำลังขียนวิทยานิพนธ์ระดับปริญญญาเอกอยู่ค่ะ ชื่อหัวข้อคือประวัติศาสตร์ว่าด้วยเรื่องเพศในสังคมไทยสมัยใหม่ ศึกษาจากนวนิยานพาฝันปี 2470-2530

เธอมีส่วนผสมหลายอย่างค่ะ ทั้งความเป็นบ้านนอก จากสันคะยอมอย่างที่เธอบอก บวกกับวิธีคิดที่ได้จากการเรียนประวัติศาสตร์จากเชียงใหม่ และการเรียนระดับปริญญาเอกจากโตเกียว
ชอบที่เธอมักชี้ให้เห็นว่าเรื่องที่เราไม่คิดว่าจะเกี่ยวกับการเมือง
แต่จริงๆ แล้วมันเกี่ยวกับการเมืองได้ (แม้แต่เรื่องบนเตียง ) เป็นอันนี้อย่างไร ต้องตามอ่านในงานของเธอนะคะ

เพิ่มเติมข้อมูลผลงานของเธอ
นามปากาฮิมิโตะ ณ เกียวโต
- จดหมายจากเกียวโต
-จดหมายจากสันคะยอม
-ยุให้รำตำให้รั่ว (สามเล่มนี้เป็นซี่รีย์ )
-ยำใหญ่ใส่ความรัก (ความเรียงว่าด้วยความรัก ครอบครัว เพื่อน และอาหาร )

นามปากากา คำ ผกา
งานแปล เซี่ยงไฮ้ เบบี้ วรรณกรรมร่วมสมัย(หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือต้องห้ามในเมืองจีน)
-กระทู้ดอกทอง (รวมบทวิจารณ์วรรณกรมแนวเฟมินิสต์)
-รักไม่เคยชิน (รวมความเรียงคัดสรร ชิ้นที่ต้องอ่านอย่างยิ่งคือ
ที่เธอพูดถึงแอนนาเบล ชอง นักแสดงหนังโป๊ ผู้หญิงสิงคโปร์ที่ตั้งบริษัทผลิตหนังโป๊ที่อเมริกา )
-ฉัน-บ้า-กาม (เรื่องเล่าร่วมสมัย หยอกเอินและหยิกกัดความสัมพันธ์หญิงชาย ) ดูชื่อหนังสือแต่ละชื่อของเธอ ดอกทองอย่างนี้ บ้า-กาม อย่างนี้ ใครเขาจะรับเธอได้ (โปรดสังเกต ฉัน-บ้า-กาม คำแยกกันนะคะไม่ได้อยู่ติดกัน )
เล่มนี้ Must Read อีกเล่ม เธอพูดวามสัมพันธ์หญิง-ชาย เอาความรัก เซ็กซ์มามองมุมใหม่ มีหลายชิ้นที่ ตั้งคำถามแรงๆ อย่าง ทำไมผู้หญิงถึงไม่สามารถแยกความรักออกจากเซ็กซ์ได้ , รัฐกับเซ็กซ์ของคนในชาติ ,เซ็กซ์ฟรีๆ ไม่มีในโลกฯลฯ แต่ทั้งหมดนี้เธอไม่ได้พูดของภาษาของนักวิชาการ เธอกลับใช้ท่าทีการเขียนแบบกำลังเล่าเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ของเพื่อนให้เพื่อนอีกคนฟัง (ก็เม้าท์ นั่นแหล่ะค่ะ แต่เป็นการเม้าท์ไปด้วย วิเคราะห์ไปด้วย )

เหตุผลหลักที่ชอบงานของเธอมากก็เพราะว่า เธอมีวิธีคิดของนักวิชาการ แต่ไม่ได้พูดออกมาด้วยภาษาของนักวิชาการ กลับเขียนมันออกมาด้วยภาษาของคนเขียนนวนิยาย ชอบจริงๆ

มากรี๊ดให้เจ้าของบล็อค อีกทีที่ชอบนักเขียนคนเดียวกัน



 
 

โดย: grappa วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:15:24:52 น.  

 
 
 
ผมไม่รู้จักเธอเลยครับ .. เหอๆ รู้สึกผิดยังไงชอบกล
 
 

โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:15:50:00 น.  

 
 
 
มาบอกต่อว่า หนังสือรวมเล่มใหม่ของเธอ ที่ยังไม่วางแผง ชื่อ เมนูปรารถนา ต้องติดตามอ่านให้ได้นะคะ

ไม่ต้องอายหรอกคะที่จะบอกว่าชอบ คำ ผกา ผู้ชายที่ชอบหนังสือเธอน่ะ เป็นผู้ชายที่เป็นเฟมินิสท์นะคะ น่ารักจะตายไป อิอิ
 
 

โดย: grappa วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:15:50:53 น.  

 
 
 

ถ้าอิทซัง อยากรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่น
อ่านงานของ ยาสุนาริ คาวาบาตะ รับรองไม่ผิดหวัง สมัยเรียนไม่โชคดีเหมือนตอนนี้ ต้องนั่งรอเจ๊ยุพเรศ (เขียนถูกเปล่า) แปลให้เสร็จก่อน ถึงได้อ่านกัน เป็นผู้ชายที่ลุ่มลึก มีความละเอียดทางภาษา และมีเสน่ห์อย่างชาวเอเชียแท้ แค่ประโยคๆ เดียวของท่าน ทำเอารู้เลย ว่าเอเชียนั้นลึกล้ำกว่าตะวันตกขนาดไหน (ภาพวาดเซน หรือไฮกุ ก็บอกอยู่แล้ว)
นี่เป็นเหตุหนึ่ง ที่อ่านมูราคามิ ไม่ได้สักที
(เพราะตะวันตกมัวแต่เพ้อถึงความเหงา แต่ตะวันออกเราเฝ้ามองมันอย่างไม่ตัดพ้อ ตะวันตกเอาแต่คร่ำครวญ แต่ตะวันออกยิ้มให้กับมัน..)
อย่างไรเสียตะวันออกก็เป็นตะวันตกไม่ได้ดีหรอก จนกว่าเราจะค้นพบจิตวิญญาณของเราเอง และคาวาบาตะรู้จุดนี้ดี
แต่อย่างว่านะ คนที่โวยวายอ่านง่าย
คนที่มีชั้นเชิงอ่านยาก และเขาก็เขียนแบบโวยวายไม่ได้เสียด้วย ก็คนมันลึกไปแล้ว

ข้างหลังภาพ ก็เป็นหนังสือที่ไม่ควรพลาด
ผู้ชายที่ทั้งกล้าและลุ่มลึก หาไม่ได้ง่ายๆ ในโลก

ย้อนรอยอดีตไงไม่รู้..
 
 

โดย: สุภาฯ IP: 202.5.80.92 วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:15:58:42 น.  

 
 
 
เอ่อ.. ถามพี่สุภาฯว่า ข้างหลังภาพ ใครกล้ามใหญ่หรอครับ ??
นพพรรึเปล่า เอิ้กๆ แต่เรื่องนี้จบเศร้าจัง น้ำตาไหลเลยครับ
 
 

โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:16:03:52 น.  

 
 
 
มูราคามิ ซื้อมาดองเป็นปียังไม่ได้แตะเลยครับ
ต้องรีบอ่านละ มีแต่คนบอกว่าดีกันทั้งนั้นเลย พี่สุภาฯลองอ่านบ้างสิครับ จะได้มาถกกัน หุหุ

คุณ grappa offline ไปละ กำลังว่างงานเลยอด discuss
>จริงอยู่ ที่บางครั้ง ความคิดของเธอก็ดูเหมือนคนไม่มีความรู้ คนไม่รู้จริง

อ้อๆๆ อันนี้ โดยส่วนตัวผมก็ไม่เห็นด้วยนะครับ
แต่เคยไปอ่านคนอื่นที่เค้าเถียงกัน เค้าบอกว่า คำ ผกาน่ะ ก็แค่จำขี้ปากคนอื่นมาพูด อ่านเล่มโน้น มาโยงเล่มนี้ ชอบพูดให้ดูโก้ๆ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีความรู้มากมายอะไรหรอก

ผมก็พวกไม่รู้จริง เลยไม่รู้ว่าคนที่กล่าวหา เค้ากล่าวหาเพราะอคติ หรือเพราะเค้ารู้จริงๆ

แล้วตกลงเจ๊แขกรู้จริงรึเปล่า? ผมก็ไม่อาจบอกได้... เพราะเจ๊แกปากตลาด เลยงงว่าเอ.. ตกลงจะเชื่อได้ไหมเนี่ย?

แต่ที่บอกได้คือ ไม่ว่าสิ่งที่เธอเขียนจะเป็นสิ่งแปลกใหม่หรือสิ่งโบราณ เก่าคร่ำคร่า, ไม่ว่าสิ่งที่เธอเขียนจะเป็นความรู้ หรือ สิ่งไร้สาระ แต่สำหรับผมแล้ว การอ่านบทความของคำ ผกา ทำให้ผมได้ไอเดียอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ เหวอๆ หลุดโลก ซึ่งส่วนใหญ่สามารถนำเอาไปนั่งคิดและใช้กับชีวิตตัวเองและคนรอบข้างได้ครับ (เอ๊ะ ใช้ได้รึเปล่าหว่า? งง)
 
 

โดย: it ซียู วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:16:25:08 น.  

 
 
 
- ฉัน-บ้า-กาม ถึงจะเขียนแยกกัน แต่เท่าที่อ่านบทความของคำ ผกาหลายๆ เรื่อง คนเขียนก็น่าจะ "บ้ากาม" เหมือนกันนะ หุหุ
- ข้างหลังภาพ เล่มบ๊าง บาง แต่ทำไมผมอ่านไม่จบก็ไม่รู้ แต่ดูหนังแล้วชอบนะครับ
 
 

โดย: it ซียู วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:16:33:12 น.  

 
 
 
ชอบเธอมากเหมือนกันค่ะ เธอแรง เธอเป็นตัวของตัวเอง
เธอทำสิ่งที่ผู้หญิงหลายๆคนอยากทำ แต่ไม่กล้าแหกกรอบที่ล้อมตัวเองออกมา เธอแรงจนเราถึงกับหายใจสะดุดที่เห็นเธอถ่ายแบบลงGM แต่พอหายใจเป็นปกติก็บอกกับตัวเองว่าเจ๋งดีว่ะ ชอบเธอมากๆเลยค่ะ
 
 

โดย: paper wing วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:21:34:05 น.  

 
 
 
ดูแล้วรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้มีหนังสือพอคเก็จบุคออกมาในแนวๆภาษาเหน็บๆเจ็บๆ เกี่ยวๆกับเรื่อง relationship, gender, sexuality นี้เยอะเหมือนกันนะครับ เห็นเขียนกันออกมากันเยอะทีเดียว ของทั้งนักเขียนผู้ชาย ผู้หญิง แล้วก็ดูจะได้รับความนิยม คนอ่านกันเยอะเหมือนกันนะครับ เพราะคงอ่านแล้วก็สนุกกับสำนวนภาษาเหน็บๆเจ็บๆมันๆสนุกๆ แถมยังเหมือนกับได้อ่านเรื่องราวที่เหมือนเป็นเรื่อง secret talk ที่คนสมัยก่อนไม่ค่อยได้เอาพูดถึงกันตรงๆ ^ ^

ก็น่าสนใจดีครับ เคยได้ยินชื่อๆนี้อยู่เหมือนกัน วันนี้เลยได้รู้จักเรื่องราวของคนๆนี้และหนังสือของคนๆนี้มากขึ้น เดี๋ยวเดือนหน้ากลับไปเมืองไทย จะไปแวะเดินดูตามร้านหนังสือบ้างครับ ขอบคุณ it ซียู ที่เอาเล่าแนะนำให้ฟังกันนะครับ ^ ^

ป.ล. หนังสือเรื่องข้างหลังภาพ ของศรีบูรพา ผมก็เคยอ่านเหมือนกันครับ ชอบจากที่ดูหนังนี่แหละครับ แต่ที่ประทับใจมากๆ และชอบมากกว่าด้วย สำหรับผม อยากจะแนะนำว่า หนังสือเรื่องข้างหลังภาพ ที่เป็นบทภาพยนตร์ ของคุณเชิด ทรงศรี ก็น่าอ่านมากๆนะครับ (หน้าปกเป็นรูปใบปิดหนังเรื่อง ข้างหลังภาพ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชอบหนังเรื่อง ข้างหลังภาพ ใน version ของคุณเชิด ทรงศรี (เคน ธีรเดช - คาร่า พลสิทธิ์) เพราะภาษาของหนังใน version นี้งดงามมากๆครับ หนังสือเล่มที่เป็นบทภาพยนตร์เล่มนี้อ่านแล้วจะเพลินดี เพราะอ่านไปแล้วจะนึกถึงหนัง จำคำพูดได้เกือบทั้งหมดแหละครับ ^ ^
 
 

โดย: Tempting Heart วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:21:36:57 น.  

 
 
 
เคยอ่านบางเล่มของเธอ ค่ะ แ ร ง ดี ช อ บ
 
 

โดย: . . . (WhaT iT'S W๐l2tH ) วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:23:47:15 น.  

 
 
 
ไม่เคย อ่านนะ ไม่ชอบความเฟมมินิสท์มากเกินไป อะไรๆก็ควรอยู่บนทางสายกลาย มากไปน้อยไปย่อมไม่ดี เดี๋ยวนี้สังคมไทยก็เปิดกว้างให้กับผู้หญิงมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอะไรแรงๆเพื่อเรียกร้องความสนใจก็ได้
อีกอย่าง ข้างหลังภาพผมเคยอ่านเป็นหนังสือนอกเวลาน่ะครับ ไม่ค่อยชอบเท่าไหรืนะ มาเศร้าเอาตอนสุดท้ายก่อนจบนั่นแหละ ก่อนหน้านั้นไม่ค่อยชอบอะครับ
สำหรับวัฒนธรรมญี่ปุ่นนั้นผมชอบมากกกก...ทีเดียว เข้าใจเลยว่าทำไมสาวๆสมัยนี้ถึงขั้นคลั่งญี่ปุ่นกันเลยหลายคน
 
 

โดย: เลิฟแอดดิค วันที่: 22 เมษายน 2548 เวลา:15:34:05 น.  

 
 
 
ฝากซื้อเทปร้านพาวเวอร์หน่อยได้มั้ย เอา 2 อัลบั้มนะ
1. Micheal Buble อัลบั้มล่าสุดอะ
2. Ken Hirai อัลบั้ม Ken's Bar นะ
เดี๋ยวโทรไปนัดอีกที
 
 

โดย: เลิฟแอดดิค วันที่: 22 เมษายน 2548 เวลา:15:36:58 น.  

 
 
 
โอ ไม่รู้จักครับ แต่น่าสนใจนะ ท่าทางแรง

ขอบคุณน้องที่ให้กำลังใจนะครับ ตอนนี้พี่ไกด้แต่คิดว่าจะทำยังไงไม่ให้ร้องไห้แค่นั้นเอง
 
 

โดย: underdog(พ่อน้องโจ) IP: 203.156.73.36 วันที่: 22 เมษายน 2548 เวลา:16:14:12 น.  

 
 
 
อ่านสัมภาษณ์เธอครั้งแรกในผู้จัดการ

อ่านแล้วไม่แปลกใจ ที่เธอจะลุกขึ้นมาถ่านนู้ด แย่งผัวชาวบ้านจนเขาบ้านแตก เน้นเรื่องเซ็กส์ขึ้นสมอง เพื่อนๆ ส่วนนึงซึ่งเป็นชาวเจียงใหม่ ลุกขึ้นมาแฉพฤติกรรม แต่เธอก็กลับยิ่งดังแบบเตลิดเปิดเปิง

ไม่แปลกใจที่จะมีพวกหลงเธออยู่เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด

ก็มันอยู่ในช่วงขาลงของศาสนาอยู่นี่หว่า..
ช่วยกันให้เสื่อมเข้าไป ไอ้พวกที่พยายามช่วยโลกอยู่จะได้หนักเข้าไปอีก
 
 

โดย: กรรมของโลก IP: 202.57.175.80 วันที่: 22 เมษายน 2548 เวลา:21:45:13 น.  

 
 
 
ผมว่าเธอมีหลายบุคลิกนะ ผมอ่านแค่สองเล่มของเธอคือจดหมายจากโตเกียวกับสันคะยอม รุ้สึกเลยว่าคำ ผกากับฮิมิโตะเป็นคนละคนกัน เผลอๆคนชื่อแขกก็อาจจะเป็นอีกคนก็ได้ อ่านบทสัมภาษณ์ของเธอจากจีเอ็มเล่มนั้นแล้ว ผมก็รู้สึกเฉยๆนะ ผมว่าเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงคนนึงที่ใช้ชีวิตเหมือนกับผู้ชายคนนึง แต่คนรับไม่ได้เพราะเธอเป็นผู้หญิง อืม ผมล่ะอยากให้คุณสรยุทธนำคุณคำ ผกากับคุณระเบียบรัตน์ไปออกรายการจังเลยนะเนี่ย
 
 

โดย: ข้าวตู วันที่: 23 เมษายน 2548 เวลา:11:39:58 น.  

 
 
 
เพิ่งได้อ่าน "ยุให้รำ ตำให้รั่ว" เหมือนกันค่ะ


อ่านจบแล้วรู้สึกว่า

เราเจอคนสปีชีส์เดียวกันแล้ววว ^^

แม้เรื่องส่วนตัวจะเป็นยังไงก็ตาม

แต่ชื่นชอบที่เธอเป็นคนไม่ fake
ทำก็ยอมรับว่าทำ

เป็นสิ่งที่เราชื่นชมมากกว่าคนที่สวยหรู ดูดี แต่แท้จริงแล้วโกหกทั้งเพ


และจะติดตามผลงานของคุณฮิมิโตะต่อไป


 
 

โดย: ไข่เจียวหมูหยอง IP: 203.146.94.81 วันที่: 28 เมษายน 2548 เวลา:6:33:10 น.  

 
 
 
เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่านเลย แต่ชอบจดหมายจากโตเกียวนะ ส่วนสันคะยอมก็ชอบเหมือนกัน แต่เล่มนี้ไม่ได้ซื้อ ว่าจะยืมเพื่อนอ่าน
 
 

โดย: cottonbook วันที่: 17 พฤษภาคม 2548 เวลา:21:30:08 น.  

 
 
 
 
 

โดย: wbj วันที่: 29 กรกฎาคม 2548 เวลา:19:02:24 น.  

 
 
 
มันแปลกดีนะ
 
 

โดย: โจ โตน เต๋า ปาล์ม พีม IP: 203.151.140.118 วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:14:49:00 น.  

 
 
 
นี่จ้า -- บทสัมภาษณ์จาก Alternative Writers ฉบับที่ 26 ประจำเดือน มกราคม 2545

"ใช้นามปากกาเยอะแยะไปหมดแบบนี้ เพราะรู้สึกสนุกที่จะเล่นกับตัวตนหลายตัวในร่างเดียว เวลาเป็น ฮิมิโตะ ก็จะเฉิ่ม ตลก เวลาเป็นคำ ผกา ก็จะเป็นผู้หญิงปากร้าย จัดจ้าน เวลาเป็น ปันคำ ณ ปันนา ก็จะเป็นอะไรที่เป็น fiction ล้วนๆ เป็นการ fictionalized ตัวเองน่ะค่ะ พอมาเป็นลักขณาก็เป็นกึ่งๆ นักวิชาการ ไว้เนื้อไว้ตัว ทีนี้ 'ลักขณา' เป็นใคร เป็นผู้หญิงที่เชื่อว่าตัวเองสวยและเซ็กซี่มาก เป็นผู้หญิงบ้ายอ ขี้โม้ อายุ 29 ปี"
 
 

โดย: งิ งิ IP: 158.108.180.253 วันที่: 2 มกราคม 2550 เวลา:18:59:53 น.  

 
 
 
รู้จักคำ ผกาครั้งแรกจากงานแปล " เซี่ยงไฮ้ เบบี้ " เป็นหนังสือในดวงใจอีกเล่ม หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้รู้จักตัวตนจริงๆของเธอ พี่แขกเป็นคนสนุก มีความรู้และสามารถพูดเรื่องเพศของตัวเองได้อย่างเปิดเผย ใครที่หัวโบราณก็คงจะไม่ชอบแกหรอกค่ะ แต่เราชอบนะ เวลาอ่านงานของแกแล้วรู้สึกสบายเหมือนคุยกับเพื่อน และแกสามารถเขียนเรื่องที่มีสาระให้อ่านง่าย เข้าใจง่าย ที่สำคัญมันจริงค่ะ แกเขียนความจริง ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าเปิดเผย เพราะกลัวถูกสังคมประนาม เรื่องผัวๆเมียๆมันก็มีมานานแล้ว เมียน้อยเมียหลวงก็มีอยู่จริง หรือใครจะกล้าปฎิเสธ โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่สายลมแสงแดด และความเหงา เศร้า หดหู่นะคะ เปิดตา เปิดใจและกล้าพูดกล้าทำ กล้ายอมรับในความจริงกันเถอะค่ะ
 
 

โดย: ยามเช้า IP: 203.113.50.13 วันที่: 7 เมษายน 2550 เวลา:1:24:59 น.  

 
 
 
ไม่ชอบแกเอาเลยล่ะ รู้สึกว่าแกเร่าร้อนเกินไป แล้วก็ไม่สวยแต่อยากโชว์ เอ แต่ก็มีสิทธิ์นะ อิ อิ
 
 

โดย: อ้อ IP: 203.157.146.34 วันที่: 21 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:38:45 น.  

 
 
 
หนังสือดังเหรอ ไม่รู้จัก ไม่เคยอ่านหรอกนะ แต่เมื่อวานซืน มีโอกาสที่จะได้รู้รักเธอในการประชุมแห่งหนึ่ง แต่ก็หมดศรัทธา (ทั้งที่ไม่เคยคิดจะศรัทธา) เธอได้เป็นวิทยากรพูดเรื่องเกี่ยวกับเพศในเวทีนึง แต่แล้วทุกคนก็อึ้ง เมื่อเธอพูดว่า เธอใส่รองเท้าสี ...... (สีสีหนึ่งที่เราให่กันทุกวันเลยปีนี้ ขอเนเซอร์นะคะ มันไม่ดี)เพื่อเย้ย รัฐบาล แต่ทุกคนรู้นะคะว่าสีนั้นมันหมายถึงอะไร เป็นสีของใคร แล้วเธอยังพูดอีกว่า ขอให้ยกเลิกวันสำคัญ 2 วัน ในเดือนสิงหา และ ธันวาคม อึ้งไหม ? สรุปว่า คณะทำงานเขาเลยไม่ให้ขึ้นไปพูดในวันถัดมา สมไหม ปากดีนัก ไม่ทราบว่า เขาเป็นคนไทยหรือเปล่าคะ หรือการที่อยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วมันทำให้เขาลืมกำพืดตัวเอง การที่พูดไรแรงๆ อาจจะช่วยโปรโมทตัวเองได้ หรือการที่ทำอย่างนั้น มันเพียงแค่ธุรกิจคะ จิตสำนึกอยู่ไหน ทำไมคุณไม่ไปอยู่ญี่ปุ่นหล่ะ อยู่ที่นี่ทำไม หนักแผ่นดินเว้ย ... จบ ปล.ที่ออกมาพูดเนี่ย เราโกรธมากๆเลยนะ ถึงเราไม่ใช่คนดีเด่ แต่เราก็รักเมืองไทยของเรา อย่ามาพูดอย่างนี้อีก ขอทีเถอะ
 
 

โดย: คนในเหตุการณ์ IP: 124.121.26.99 วันที่: 7 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:26:33 น.  

 
 
 
มาอ่านย้อนหลังค่ะ
ชอบกระทู้ดอกทองค่ะ

ส่วนเกี่ยวกับนักเขียนขอไม่คอมเม้นล่ะก้น
 
 

โดย: พื้นที่สีเขียว วันที่: 12 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:34:09 น.  

 
 
 
พอนึกออกว่าเธอใส่รองเท้าสีอะไร

ก็ไม่แปลก
เพราะเท่าที่อ่านๆ เธอออกจะเป็นพวกฝ่ายซ้ายด้วย
ฝ่ายซ้าย ไม่สนับสนุนวันสำคัญในเดือนสิงหา กะ ธันวา เป็นธรรมดาอยู่แล้น
 
 

โดย: kara IP: 58.8.59.138 วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:13:17:23 น.  

 
 
 
ชอบ.. ติดตามผลงานของเธอทุกเล่ม ตอนแรกติดตามอ่านในสยามรัฐ ....ยังนึกว่าคนเขียนเป็นกระเทย อีก เพราะพูดตรง และแรงดี ส่วนเรื่องสีรองเท้า ...555 สะใจดี ขดคารวะ
 
 

โดย: xiang wen IP: 61.7.164.179 วันที่: 26 ตุลาคม 2550 เวลา:18:57:56 น.  

 
 
 
เออ หลงเข้ามาค่ะ

เพราะหาข้อมูลคุณ คผพกาอยู่

เป็นฝ่ายสนับสนุนค่ะ

เพราะชอบเธอค่ะ
 
 

โดย: BeCoffee วันที่: 1 ธันวาคม 2550 เวลา:21:51:16 น.  

 
 
 
เออ หลงเข้ามาค่ะ

เพราะหาข้อมูลคุณ คำผกาอยู่

เป็นฝ่ายสนับสนุนค่ะ

เพราะชอบเธอค่ะ
(แก้คำผิด)
 
 

โดย: BeCoffee วันที่: 1 ธันวาคม 2550 เวลา:21:52:29 น.  

 
 
 
คำ ผกา พูดเรื่องจริง ที่ ผู้หญิงส่วนใหญ่อยากทำอยากพูด แต่ไม่มีใครกล้า ... ยกนิ้วให้ สิทธิสตรี สุด สุด
 
 

โดย: วุ้นมะพร้าว IP: 125.24.43.109 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:50:30 น.  

 
 
 
ชอบบบบบบพี่แขกค่ะ ติดตามอ่านหนังสือของแกตั้งแต่สมัยอยู่มอปลายละ ตอนแรกก็ชอบเพราะเป็นคนเชียงใหม่เหมือนกัน อ่านไปอ่านมาก็ชอบความคิดของเค้า อ่านไปอ่านมาเคยมีโอกาสได้ไปสัมพาษณ์เจ๊แก เออเนอะยิ่งชอบอ่ะ ก็ติดตามอ่านทุกเรื่องเลย เรื่องแปลก็ชอบนะ เซี่ยงไฮ้เบบี้ ชอบมากๆยังไงก็จะติดตามพี่แขกต่อไป
 
 

โดย: แอมมี่ IP: 118.173.106.209 วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:32:38 น.  

 
 
 
ผมชอบนักเขียนคนนี้มาก โดยเฉพาะที่เขียนโดยใช้นามปากกาคำ ผกา ผมเป็นพวกไม่ชอบดัดจริต ลองไปอ่านที่เธอเขียนในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1448 ดูแล้วกัน
ท่านผู้รู้ทั้งหลายกรุณาช่วยผม 2 อย่าง
1.ซื้อกระทู้ดอกทองที่ไหน
2.ใครมีe-mail ของเธอขอความกรุณาด้วย
ขอขอบพระคุณอย่างสุดซึ้งล่วงหน้า
 
 

โดย: jarin_c8@hotmail.co.th IP: 124.120.30.204 วันที่: 18 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:12:11 น.  

 
 
 
ตอบคุณ WhaT iT'S W๐l2tH และ คุณ underdog(พ่อน้องโจ) จากที่อ่านหนังสือ ของ คำผกา หลายๆ เล่ม ดิฉันคิดว่า สิ่งที่เธอต้องการจะบอกไม่ใช่การที่ให้เราไปแย่งสามีใครนะคะ หรือแรงไปอย่างนั้นนะคะ แต่เธอต้องการบอกว่า ผู้หญิงเรา มีเสรีภาพในเรื่อง รัก และ ใคร่
ไม่ให้ผู้หญิง ตีกรอบของความเป็นเพศหญิงว่าจะต้อง น่ารัก งดงาม น่าทะนุถนอม เพราะนั่นหมายถึงการจำกัดตัวเอง
มีหนึ่งบทความที่เธอกล่าวถึง คำพูดของ anable chong ที่ว่า "ถ้าผู้ชายนอนกับผู้หญิง 251 คน เขากลายเป็นยอดชายผู้ทรหด แต่พอผู้หญิงนอนกับผู้ชาย 251 คนเธอกลายเป็นดอกทองไปเลย"
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจากการตีกรอบ มันสะท้อนถึงทัศนคติของ
การเมืองและสังคมไทยค่ะ อย่างเช่นเรื่องที่พูดถึง การเปลี่ยนนามสกุล หรือ คุณระเบียบรัตน์ มันก็เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการปลูกฝังความคิดความเชื่อที่ว่า เพศหญิง จะต้องบริสุทธิ์ผุดผ่อง มันโยงไปถึงการครอบงำทางการเมือง ที่ว่าเพศชายเป็นใหญ่ เธอแค่พูดถึงเรื่องของความเท่าเทียมผ่านมุมมองเรื่องเพศในสังคมไทยน่ะค่ะ
ดังข้อความหนึ่งที่เธอกล่าวว่า
" ฉันไม่ได้ออกมาวิพากวิจารณ์สิ่งเหล่านี้ เพื่อจะบอกว่า ผู้หญิงทั้งหลายมาเป็นโสดกันเถอะ เพราะการมีคู่คือการถูกกักขังหรืออะไรทั้งนั้น เพราะด้านหนึ่งการมีคู่หรือการได้ใช้ชีวิตกับคนที่เรารักถือเป็นความสุขอย่างประเสืรฐอย่างหนึ่งของมนุษย์เลยทีเดียว แต่กำลังจะบอกว่าชีวิตไม่ได้มีแค่สองทาง คือ โสด กับ ไม่โสด และแต่งงานไม่ได้แปลว่าดีกว่าโสด หรือโสดดีกว่าแต่งงาน ไม่มีอะไรดีกว่าอะไร แต่มันขี้นอยู่กับว่าเงื่อนไขของคุณคืออะไร และคุณเลือกอะไร... "

 
 

โดย: yooyoung IP: 76.167.185.188 วันที่: 20 กรกฎาคม 2551 เวลา:4:08:44 น.  

 
 
 
เราชอบเค้านะ ไม่เสแสร้งดี
 
 

โดย: anisada IP: 118.175.204.215 วันที่: 31 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:31:46 น.  

 
 
 
อ่านทุกเรื่องที่เธอเขียนออกมาสู่ท้องตลาด เป็นความแปลที่กล้าท้าในยุคปัจจุบัน...ตรง ๆ ดี....ชอบครับและคิด CSEAS ด้วย
 
 

โดย: ishiro@thaimail.com IP: 58.147.93.113 วันที่: 6 มกราคม 2552 เวลา:22:13:45 น.  

 
 
 
อ่านทุกเรื่องที่เธอเขียนออกมาสู่ท้องตลาด เป็นความแปลที่กล้าท้าในยุคปัจจุบัน...ตรง ๆ ดี....ชอบครับและคิดถึง CSEAS ด้วย
 
 

โดย: ishiro@thaimail.com IP: 58.147.93.113 วันที่: 6 มกราคม 2552 เวลา:22:15:37 น.  

 
 
 
เป็นคนเชียงใหม่นิ มิหน่าหละ
 
 

โดย: ป IP: 161.200.255.162 วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:11:14:58 น.  

 
 
 
ตามมาจาก เสรีไทยจ๊า

ใครอ่ะ ไม่รู้จัก บ้านนอกจังเรา

เรื่องอย่างว่า อ่านแต่ เสพสมบ่มีสม 555 เมื่อก่อนนี้ สะเด็ดสะเด่ามาก
 
 

โดย: กลับบ้านเก่าเถอะนาย IP: 125.26.106.204 วันที่: 28 เมษายน 2552 เวลา:3:52:26 น.  

 
 
 
หนูชอบความแรงของ คำผกา มากเลยคะ ใครที่ไม่ชอบเธอขอรบกวนให้ไปหาหนังสือของเธอมาอ่าน แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมใคร ๆ ถึงชอบเธอ
 
 

โดย: หนูดาว IP: 202.28.48.217 วันที่: 10 มิถุนายน 2552 เวลา:12:49:02 น.  

 
 
 
เป็นคนที่ชอบงานของคำผกาเหมือนกันค่ะ
 
 

โดย: น้อย IP: 202.28.249.180 วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:21:16:58 น.  

 
 
 
ต่ำมาก ผู้หญิงคนนี้ ไปอ่านที่มติชนสุดสัปดาห์หลังๆดูสิ เขียนตกขอบไปเลย หนังสือนั่นก็ยังให้ลงอีก แทนทีจะเป็นกลางๆ เลยกลายเป็นอยากได้ตลาดคนอ่านทางเหนือ ทางอีสานอีก

ความคิดแย่มากครับ ผมไม่อ่านและไม่ซื้อมติชนสุดมาหลังๆนี้ ตั้งแต่อีเจ๊นี่เขียนตกกระเท่เร่ตอนช่วงเหตุการณ์วันสงกรานต์

อย่างว่าตกเขียวนะ เลยออกแนวถ่ายโป๊
 
 

โดย: โนงิ IP: 124.122.230.17 วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:21:17:57 น.  

 
 
 
ป่านนี้เจ้าของบล๊อกคงได้อ่านงานของคำ ผกา มามากขึ้นแล้ว รู้สึกยังไงบ้างล่ะคะ
ส่วนตัวแล้วอ่านงานของเจ๊แกแล้วก็จะจี๊ดดี
..ชอบ 55+
อาจเป็นเพราะชีกล้ามาตีแผ่ อะไรๆในสังคมแบบเคาะกะลาดัง โป๊กๆๆๆ คนไทยส่วนใหญ่(ที่ชีว่า "ดัดจริต" เลยรับมิใคร่ได้

สำหรับคนที่เรียน และจบทางด้านสตรีศึกษามาโดนตรง มาโดนกระแทกแนวคิดแรงๆแบบนี้ก็มันส์ดีค่ะ
เธอตอบโจทย์ที่คล้ายอยู่ในใจได้ตรง แรงดี

ถ้าตัดอคติออกบ้าง
บ้านเราคงน่าอยู่กันมากกว่านี้
ตาคงจะได้ใช้มากกว่าการแค่ได้มองเห็น
ถ้าตราบใดความแตกต่าง...ยังเป็นสมดุลย์ของสังคมอยู่

ขอบคุณเจ้าของบล๊อกสำหรับพื้นที่ค่ะ
 
 

โดย: อิงดาว IP: 125.26.193.66 วันที่: 21 ตุลาคม 2552 เวลา:14:23:44 น.  

 
 
 
เรากลับอ่านความเห็นของคนบางคนในนี้ที่วิพากษ์เขา แล้วพบว่า "ตื้นเขิน" ซะอย่างนั้น หึหึ

 
 

โดย: Zymple4bia IP: 58.9.191.34 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:21:13 น.  

 
 
 
เธอเป็นคนสุดขั้วและอยากท้าทายขนบแบบไทยที่ปากว่าตาขยิบ
 
 

โดย: jj IP: 10.33.20.123, 10.1.5.21, 58.137.129.220 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:17:53 น.  

 
 
 
ต่ำมาก ผู้หญิงคนนี้ ไปอ่านที่มติชนสุดสัปดาห์หลังๆดูสิ เขียนตกขอบไปเลย หนังสือนั่นก็ยังให้ลงอีก แทนทีจะเป็นกลางๆ เลยกลายเป็นอยากได้ตลาดคนอ่านทางเหนือ ทางอีสานอีก

ความคิดแย่มากครับ ผมไม่อ่านและไม่ซื้อมติชนสุดมาหลังๆนี้ ตั้งแต่อีเจ๊นี่เขียนตกกระเท่เร่ตอนช่วงเหตุการณ์วันสงกรานต์

อย่างว่าตกเขียวนะ เลยออกแนวถ่ายโป๊

ขอยืมข้อความเขาลงด้วย วันก่อนเข้ารับฟังการเสวนา แต่ผิดหวังมาก การเสวนาลักษณะไทย ลักษณะล้านนา คำผกา นุ่งกางเกง ขึ้นไปพูด แต่พูดในสิ่งที่คนบ่าเก่าอย่างครูแก่ๆไม่เคยพูด และสอนเด็กนักเรียนห้ามพูด ผู้หญิงอะไร กล้าพูดมาก ไม่กระดากปากเลยไม่เคยได้อ่านบทความของ"คำผกา"และไม่เคยได้ยิน ทุกวันจะบริโภคข่าวที่สร้างสรรค์และมีประโยชน์ แต่มาวันนี้ได้พบเธอบนเวที "เสวนาลักษณะไทย - ลักษณะล้านนา"ของธนาคารกรุงเทพฯ ดดยมีคณะครู นักศึกษาและบุคคลที่เป็นปัญญาทั่วไป และที่สำคัญที่สุดมีเจ้าดวงเดือน ณ. เชียงใหม่มาเป็นประธานเปิดงาน อาจารย์ 3ท่านพูด ก็ โอเค อยู่ค่ะ

แต่พอมระเด็นของ คุณ คำผกา ผู้ก๋ากั่น ตอนแรกทุกคนคิดว่า เป็นเด็กสมัยใหม่ที่เก่ง แต่พอได้ฟังเรื่องพูดแล้ว อยากจะแทรกแผ่นดินหนี เราถูกอบรมสั่งสอนและเราก็อบรมสั่งสอนเด็กมาตลอดไม่ให้พูดคำหยาบและนำเรื่องของศาสนามาเกี่ยวข้อง ทุกคนผิดหวังกันหมด แต่เนื่องด้วยเวลาจำกัดจึงไม่มีโอกาสขึ้นไปวิพากษ์ พูดได้อย่างไร ต่อหน้าอาจารย์ผู้ใหญ่ และทุกคนโดยเฉพาะต่อหน้าเจ้าดวงเดือน ณ. เชียงใหม่ ตอนแรกคิดว่าเธอจะไปพูดเกี่ยวกับประเพณีวัฒนธรรมของล้านนาที่คสรอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันงดงามไว้ แต่พูดแต่สิ่งที่ไร้สาระและหยาบคายมาก นักศึกษาเดินหนีกันหมด ขอฝากทางธนาคารกรุงเทพด้วยผ่านเข้ามาในระบบได้อย่างไร การแต่งตัวก็ไม่ถูกต้องกับลักษณะล้านนาที่สมกับจะได้ไปพูดบนเวทีให้ปัญญาชนฟัง และยังตำหนิป้ายการทำบุญตักบาตร 10,000 รูปอีกบอกว่าไม่เข้าใจ เขานำข้าสาวรอาหารแห้งไปทำบุญให้คนทางใต้ อ้อลืมไปว่า คนอย่างคำผกา หลงญี่ปุ่นจนลืมล้านนาไทย โรงเรียนดาราเขาเสียใจมากที่ศิษย์เก่าดาราเป็นเช่นนี้ก็มัวแต่พูดคำหยาบคายและไม่สนใจในพระพุทธศาสนา คนชื่อคำผกา ในสายตา วันนี ติดลบมาก ขอให้เจ้าได้พิจารณาคำพูดของ คำผกา และควรเรียกมาตักเตือนด้วยค่ะ


ลิงค์ :
ผู้ตอบ : ครูผู้เข้าเสวนาลักษณ
 
 

โดย: คนเชียงใหม่ IP: 114.128.107.187 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:56:15 น.  

 
 
 
ไม่ได้คิคอะไรกับเธอมากนัก ก็คิคเสียว่าเธอเป็นเธอไม่เห็นต้องเหมือนใคร เรามีเสรีภาพในความคิคมิใช่หรือ แล้วใครจะคิคอย่างไรก็
แล้วแต่ใครล่ะครับ ผมก็อยากให้มีคนกล้าอย่างนี้มากมาก ให้มันรู้กันซะบ้าง
 
 

โดย: rewat IP: 117.47.189.130 วันที่: 2 ธันวาคม 2552 เวลา:22:44:25 น.  

 
 
 
ไม่เคยอ่านหนังสือของ คำผกา แต่ชื่นชอบงานเขียนของฮิมิโตะ ณ เกียวโต มากเลยค่ะ โดยเฉพาะ จากปลาร้าถึงวาซาบิ โสดสนุกสูตรอร่อย จักรวาลในสวนดอกไม้ เกียวโตรักเธอมากขึ้นทุกวัน... เธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดีนะคะ ชอบจังผู้หญิงที่รักต้นไม้ ทำอาหารพื้นบ้านก็ได้ นี่ล่ะค่ะถือเป็นการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมแล้ว หากเราคิดแบบบวก เราจะเห็นสิ่งดีๆในตัวเธอค่ะ
 
 

โดย: แกงป่าไก่ IP: 125.25.156.212 วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:23:27:56 น.  

 
 
 
เราชอบคำ ผกา
เธอเปิดมุมมองของโลกชายหญิงให้แก่เรา
 
 

โดย: หญิง IP: 125.26.124.215 วันที่: 14 ธันวาคม 2552 เวลา:22:17:41 น.  

 
 
 
คำผกา ใน มติชนสุดสัปดาห์
ชอบอย่างยิ่ง มันได้อีก
 
 

โดย: sunisa IP: 172.18.5.141, 203.155.159.7 วันที่: 5 มกราคม 2553 เวลา:11:43:39 น.  

 
 
 
ก็คงมีแต่พวกคร่ำครึและคับแคบเท่านั้นแหละที่ไม่ชอบเธอ
 
 

โดย: จริง IP: 125.24.134.138 วันที่: 6 มกราคม 2553 เวลา:13:02:02 น.  

 
 
 
อยากถามหลายๆๆท่านที่ไม่ชอบ คำ ผกา
ท่านชอบที่เธอพูด(เขียน) ความจริงของสังคมไทยทุกวันนี้เหรอ

คุณยอมรับความจริงของประเทศไทยทุกวันนี้ไม่ได้ใช่ใหม

มีบทความชิ้นใหนบ้างที่มันไม่ใช่ความจริงที่เกิดในสังคมไทยปัจจุบัน
 
 

โดย: mcga IP: 192.168.0.145, 119.42.83.27 วันที่: 27 มกราคม 2553 เวลา:15:53:28 น.  

 
 
 
รัก คำผกา เลยหละ ไม่ใช่แค่ชอบ
 
 

โดย: qp IP: 61.7.136.198 วันที่: 19 มีนาคม 2553 เวลา:19:05:43 น.  

 
 
 
ชอบคำผกา มากค่ะ เป็นผู้หญิงที่กล้าคิดกล้าเขียนเห่งยุค..อ่านของคำผกามาเกือบทุกเล่มเลยค่ะ แล้วดีใจด้วยที่เมืองไทยมีนักเขียนดีๆ ที่กล้าได้กล้าเสียแบบนี้...

เบื่อหนังสือแนวเต้าล้านปี อนุรักษ์นิยม และคิดเขียนตามชาวบ้าน โดยไม่มีจุดยืนของตัวเองค่ะ ...อยากให้อ่านค่ะ ส่วนเรื่องที่ว่าชีแรงก็เป็นเรื่องส่วนตัวค่ะ วัดกันที่ผลงานดีกว่า

โดยส่วนตัวให้ เต็มร้อยค่ะ :)
 
 

โดย: Minnie IP: 192.168.182.110, 124.120.184.120 วันที่: 17 เมษายน 2553 เวลา:19:12:25 น.  

 
 
 
เรามีสิทธิชอบหรือไม่ชอบผลงานของเธอได้ แต่เราไม่มีสิทธิไปตัดสินความดีเลวในตัวของเธอ

ทุกคนล้วนมีความคิดเป็นของตัวเอง และเลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้

เปิดใจให้กว้าง ยอมรับความแตกต่างของทุกคนในสังคมเถอะค่ะ
 
 

โดย: Pink Pink IP: 118.174.11.157 วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:18:17:48 น.  

 
 
 
ผู้หญิงคนนี้
เก่ง .. ที่จะอธิบายปรากฏการณ์ให้คนเชื่อ
ด้วยหลักความรู้และหลักวิชาการ
หากแต่....ผู้อ่านมีความรู้ และหลักวิชาการ
จะมองเห็นช่องโหว่ที่ผู้หญิงคนนี้เขียนได้อย่างชัดเจนมาก

ผู้หญิงคนนี้ ไร้มารยาท...แต่เที่ยวถามหามารยาทกับผู้อื่น
ผู้หญิงคนนี้ไร้กติกา...แต่เที่ยวถามหากติกากับผู้อื่น
ผู้หญิงคนนี้พยายามหลุดจากกรอบวัฒนธรรม...แต่ถามหาวัฒนธรรมจากผู้อื่น
ผู้หญิงคนนี้ก่นด่าสังคม...แต่ตัวเองเกลือกกลั้วกับสังคมที่ตนเองด่าอย่างตัวแม่
ผู้หญิงคนนี้ทนไม่ได้กับพวกชนชั้นสูง จบนอก ดูดี การศึกษาดี เพราะมันทำให้คนการศึกษาต่ำ คนจน ถูกตัดสินจากภายนอกว่าชั่ว แต่ตัวเอง ก็เกาะการพูดภาษาวิชาการ ไทยคำอังกฤษคำ รวมทั้งเอาดีกรีนักศึกษาทุนปริญาเอกที่เขาตัดทุนไปตั้งนานแล้วมาทำให้ตัวเองดูดี
งานบางอย่างของเธอเขียนได้ดีโดยเฉพาะงานเขียนยุคแรกๆ ของเธอ (แน่นอนว่าในวงการ..เขารู้กันหมดว่าจำขี้ปากชาวบ้านมาพูด...แต่เธอก็ยังมีคณูปการที่เอาขี้ปากคนอื่นมาพูดให้แพร่หลายมากขึ้น..อันนี้ก็ยกความดีให้เธอไปเต็มๆ)
แต่....งานยุคหลังๆ ของเธอ เน้นเอาเลวจะได้ดัง

เธอเป็นคนชาญฉลาด แต่ไร้คุณธรรม
(ไม่แน่....เธออาจจะด่าคนอ่านของเธอว่า..โง่บรรลัยเขียนอะไรก็เชื่อ)
และนี้เป็นสาเหตุที่เธอขยะแขยง คำว่าคุณธรรม
คุณผู้อ่านที่อ่านงานเขียนของเธอแล้ว สนุก มันส์ สะใจ ลองหลุดจากการครอบงำความคิดของเธอ แล้วเล่นกับการค้านความคิดเธอดู แล้วจะพบว่า เธอช่างตลก มัน ฮา หน้าไม่อาย ไม่แพ้งานเขียนของเธอเลยทีเดียว
...มาถึงตรงนี้ หลายคนคงบอกว่าเราไม่ใจเปิดกว้าง.....คุณลองเปิดกว้างดู..แล้วจะพบโฉมหน้า ใหม่ภายใต้โฉมหน้าใหม่ที่คำผกาเผยให้คุณเห็น...
คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม..จ่าย 1 แล้วได้มากกว่า 2
 
 

โดย: Faces IP: 114.128.104.233 วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:17:38:04 น.  

 
 
 

It seems that u know her very well but actually, u don't..

อย่าดูแต่เปลือกนอกของเธอ แต่ขอให้อ่านดีๆ แล้วจะรู้ว่าเธอ
สื่ออะไร
 
 

โดย: Kiki IP: 10.0.0.195, 115.87.215.237 วันที่: 6 มิถุนายน 2553 เวลา:23:55:45 น.  

 
 
 
ชื่นชมและชื่นชอบ ไม่ใช่เพราะเป็นคนเชียงใหม่เหมือนกัน แต่ชอบที่กล้า
นำความจริงเกือบทุกด้านมาเล่าสู่สังคมที่แสนจะดัดจริต
จะว่าคำผกาไม่มีมารยาท ไม่มีวัฒนธรรมก็ไม่น่าจะใช่ต้องอ่านงานของเธอในมติชนสุดฯ อ่านหนังสือที่เธอเขียนและฟังความคิดความเห็นเวลาเธอวิเคระห์สังคม วัฒนธรรมแล้วจะรักเธอ โดยเฉพาะเราผู้หญิง จะเห็นได้ว่า งานเขียนของเธอชี้ให้เห็นถึงความเป็นคนเท่าๆกัน หาใช่เพราะ เป็นชายหรือหญิงเท่านั้น จึงทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ได้หรือไม่ได้
 
 

โดย: คนเจียงใหม่ในกรุงเทพฯ IP: 58.136.224.249 วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:11:19:47 น.  

 
 
 
ไม่เคยรู้จักตัวจริง แต่อ่านบทความที่เธอเขียนลง มติชน สุด ฯ ตลอดเป๊นบทความแรก เพราะชอบที่เธอพูดได้ตรงกับความเป็นจริง จริงอยู่บางครั้งเธออาจลอกคำพูดของคนอื่นมา แต่ก็เน้นให้เห็นชัดขึ้น ถ้าคนอ่าน และสังคมยอมรับความจริง ไม่ใช่ดัดจริต ปั้นยิ้มปากหวาน แต่ปกปิดความจริงกัน พร้อมทั้งคิด และพูดให้ตรงกับความเป็นจริงที่ถูกต้อง ประเทศเราจะเจริญกว่านี้เยอะ
 
 

โดย: คนชายขอบ IP: 125.25.71.115 วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:53:59 น.  

 
 
 
ติดตามงานเขียนในมติชนสุดสัปดาห์ชอบในความจริงใจที่วิพากษ์สังคมไทยตรงๆดีเหมือนมีใครมาพูดแทนเราเลยถ้าไม่มีอคติคิดตามในสิ่งที่เธอเขียนจะเห็นภาพสังคมไทยชัดขึ้น
 
 

โดย: ไท IP: 192.168.5.175, 61.19.66.28 วันที่: 28 กรกฎาคม 2553 เวลา:13:45:39 น.  

 
 
 
บางคนก็ชมเธอ บางคนก็ด่าเธอ

นี่หละที่อยากให้เกิด คนแบบนี้

ไม่ได้มีแต่คนชม หรือคนด่าอย่างเดียว

เป็นคนต้องมีทั้งคนชม คนด่า

เราชมนะ ชอบมาก จิงๆ
 
 

โดย: ชอบ คำผกา IP: 58.9.13.225 วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:12:09:03 น.  

 
 
 
อ่นมติชนรายสัปดาห์ประจำ ชอบคำผกาวิจารณ์เขาพระวิหารมากๆ
 
 

โดย: ห้วยสันนาและภูผากูด IP: 202.29.55.50 วันที่: 16 สิงหาคม 2553 เวลา:14:13:41 น.  

 
 
 
ผมอ่านมติชนมาตั้งแต่ฉบับแรกเกิด บางครั้งต้องขับรถไปกลับเกือบร้อยกิโลเมตรเพื่อซื้อหนังสือฉบับเดียว แต่มาเลิกอ่านพักใหญ่ๆเพราะหลายสาเหตุ ปีกว่าๆที่ผ่านมาไปอ่านคอลัมน์ของเธอโดยบังเอิญเลยต้องกลับมาเป็นขาประจำมติขนอีก และอ่านคอลัมน์เธอเป็นอันแรก ขอชื่นชมเด็กรุ่นใหม่ที่กล้าแตกต่าง
 
 

โดย: คนแก่แอลเอ IP: 114.128.174.178 วันที่: 21 สิงหาคม 2553 เวลา:13:38:39 น.  

 
 
 
ขอคำนำเกี่ยวกับข้างหลังภาพหน่อยค่ะคิดไม่ออกเลย
 
 

โดย: pp IP: 110.49.193.27 วันที่: 18 กันยายน 2553 เวลา:10:16:56 น.  

 
 
 
เป็นผู้หญิงไทยที่มีความคิด ความอ่าน และมองสังคมได้อย่างถูกต้องคนหนึ่งเชียวแหละ
 
 

โดย: suphatra IP: 124.122.86.81 วันที่: 16 ตุลาคม 2553 เวลา:22:36:15 น.  

 
 
 
คำ ผกาเป็นนักวิจารณ์ที่มีความคิดนอกกรอบดีค่ะ บางอย่างก็สร้างสรรค์ แปลกใหม่ แต่บางครั้งที่ทำอะไรไม่ดูจารีตของสังคมนี่มันก็เกินไปนะคะ หรือการที่คำ ผกามาพูดในงาน Be young and shut up? ที่ศิลปากร เน้นการพูดเรื่องรับน้องด้วยถ้อยคำรุนแรง เสียดสี ดูถูกและวิเคราะห์โดยไม่ผ่านการเรียนรู้ วิจัย หรือเก็บข้อมูลใดๆมาก่อนเลย มันไม่น่าจะเป็นวิสัยของนักวิจารณ์ที่ดีนะ
 
 

โดย: beitong IP: 58.8.125.215 วันที่: 23 มิถุนายน 2554 เวลา:16:24:39 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
it ซียู
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








Google




ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
[Add it ซียู's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com