โลกจะสวยงาม เพราะมีความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบไหน
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
22 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
พ่อกับแม่ของพี่อ้อ - คำว่ารักคงยังไม่พอ


พ่อของพี่อ้อเป็นคนลำปางโดยกำเนิด พ่อเล่าว่าตอนที่ยังเด็กครอบครัวของพ่อยากจน แค่มีพอกินไปวันๆเท่านั้น พ่อเป็นลูกชายคนโต ถัดจากพี่สาวคนโต มีน้องชายอีก 2 คนและน้องสาวอีก 1 คน รวมทั้งหมด 5 คน ย่าเป็นชาวไร่ส่วนปู่เป็นช่างตีเหล็ก พ่อเป็นเด็กเรียนเก่ง แต่จบแค่ชั้นประถมก็ต้องออกมาช่วยเลี้ยงควายเลี้ยงน้อง (ไม่รู้ว่าเลี้ยงใครมากกว่าใคร) ไม่นานก็ถูกเรียกตัวให้ไปช่วยงานน้าสาวหรือ "แม่ย่า" ซึ่งเป็นน้องสาวของย่าทำการค้าอยู่ในตัวจังหวัดเชียงราย

ส่วนแม่ของพี่อ้อก็มาจากครอบครัวชาวไร่ในจังหวัดพะเยา แต่มาอยู่กับป้าที่เชียงราย แม่เป็นลูกสาวคนโต มีน้องสาว 2 คนและน้องชายอีก 1 คน แม่เรียนน้อยกว่าพ่อ เพราะไม่ชอบเรียนแต่เก่งเรื่องการฝีมือ แม่เย็บผ้าและทำผมแต่งหน้าได้ เมื่อมาอยู่กับพ่อก็เคยไปเรียนเสริมสวยสอบได้ที่หนึ่ง โรงเรียนจะให้ทุนแม่เรียนฟรี โดยให้เข้ามาเรียนที่เกศสยามกรุงเทพฯ แต่พ่อไม่ยอมเพราะหวงแม่และตอนนั้นพี่อ้อกับน้องยังเล็ก ไม่มีใครดูแล เป็นอันว่า แม่ของพี่อ้อเลยหมดอนาคตด้านความสวยความงามเท่านั้น ได้แต่เปิดร้านทำผมแต่งหน้าในหมู่บ้าน แต่ก็ทำได้ระยะหนึ่งก็ต้องปิดกิจการสุดที่รักของแม่มาช่วยพ่อค้าขาย แม่เลยทิ้งมรดกเป็นเตียงนอนสระผม อุปกรณ์ตัดผมและแต่งหน้าและเครื่องอบผมให้พี่อ้อกับน้องได้เอามาเล่นเสริมสวยสนุกสนาน (เฉพาะเวลาที่แม่ไม่อยู่) ครั้งหนึ่งแม่จับได้ว่าพี่อ้อเอากรรไกรตัดผมของแม่ไปตัดกระดาษ พี่อ้อถูกแม่ไล่ตีแทบแย่

พี่อ้อไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับตำนานรักของพ่อกับแม่ แต่รู้จากน้าสาวที่เลี้ยงพี่อ้อมาว่าพ่อกับแม่รักกันมาก น้าชอบดูเวลาพ่อกับแม่หยอกล้อกัน พ่อของพี่อ้อเป็นคนตลกและง่ายๆ ส่วนแม่เป็นคนใจดีแต่พูดจาโผงผางและอารมณ์ร้อน แต่ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจอะไร แม่มักจะยอมพ่อเสมอ พี่อ้อเป็นเด็กไม่ค่อยโยเย เลี้ยงง่ายแม่เลยโยนให้พ่อเลี้ยง ส่วนน้องสาวจะเอาแต่ใจร้องงอแงเวลาไม่ได้ดังใจ แม่เลยต้องเลี้ยงเอง พี่อ้อเลยสนิทกับพ่อมากกว่าอย่างที่เขาเรียกว่าลูกพ่อนั่นแหละ ส่วนน้องสาวพี่เขาเป็นลูกแม่ สรุปแล้วพี่อ้อไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับแม่มากนัก รู้แต่ว่าแม่ดุ เวลาที่พี่อ้อทะเลาะกับน้อง น้องสาวจะขี้ฟ้อง ส่วนพี่อ้อไม่พูดแก้ตัว แม่ใจร้อนขี้รำคาญก็เลยตีพี่อ้อฝ่ายเดียว สรุปพี่เลยไม่ค่อยกล้าเข้าหาแม่ เวลาอยู่กับแม่จะไม่กล้า อยากได้อะไรก็ไม่พูด แต่สิ่งที่แม่เลือกมักจะถูกใจพี่อ้อเสมอ ไม่รู้ว่าแม่รู้ได้อย่างไร

แม่ของพี่อ้อเป็นคนสวย ใครๆก็ชม พ่อเลยหวงแม่มาก และนี่เป็นสาเหตุของจุดจบที่น่าเศร้า

ครอบครัวของพี่อ้ออยู่กันอย่างปกติเรื่อยมา การค้าของพ่อไปได้ดี มีรถบรรทุกคันที่สอง และมีลูกน้องมากขึ้น แต่พ่อยังไว้ใจให้ใครถือเงินไม่ได้ พ่อกับแม่เลยต้องแยกไปรถคนละคันเพื่อไปคุมลูกน้อง เวลาผ่านไปเป็นปีก็มีข่าวจากแม่ค้าที่ไปกับรถแต่ละคันเรื่องพ่อมีอะไรๆกับแม่ค้าสาวสวยคนหนึ่ง ส่วนแม่ก็ถูกจับคู่ให้คนขับรถหนุ่มอารมณ์ดี พี่อ้อได้ยินเรื่องทำนองนี้ทุกวัน จะว่าเศร้า หรือโกรธ ก็คงจะไม่ ถ้าพ่อกับแม่ของพี่อ้อไม่ทะเลาะกันเรื่องนี้ทุกคืน จากทะเลาะกันเบาๆในห้องนอนเป็นมีปากเสียงกันรุนแรง ต่อหน้าลูกๆ หลังจากนั้นพ่อก็ให้แม่เลิกออกไปกับรถ ให้แม่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ทำกับข้าว ดูแลลูก จำกัดเงินค่าใช้จ่าย เพื่อแม่จะไปไหนไม่ได้ แม่กับพ่อเริ่มไม่พูดกัน แม่ฟังแต่เพลงเศร้าๆและอารมณ์เสียใส่พี่อ้อบ่อยๆ พี่อ้อเริ่มพูดน้อย ขลุกตัวอ่านหนังสือคนเดียว ไม่ชอบคุยกับชาวบ้านเพราะเกลียดทุกคนที่ทำให้พ่อกับแม่ของพี่อ้อทะเลาะกัน ระหว่างนั้นพ่อกับแม่ก็ยังทะลาะกันเป็นครั้งคราว พี่อ้อได้ยินเสียงแว่วออกมาจากห้องนอนซึ่งอยู่ติดกัน บางครั้งพี่อ้อคิดในใจว่าถ้าพ่อกับแม่เลิกกันเสียก็อาจจะมีความสุขกว่านี้ เป็นความคิดของเด็กสิบขวบ

สุดท้ายพ่อกับแม่ก็เลิกกัน พ่อขายทุกอย่างแล้วเอาเงินมาแบ่งกับแม่ เพราะทรัพย์สินที่ได้มาต่างก็ช่วยกันหา วันที่พ่อกับแม่เลิกกันเป็นวันครบรอบอายุสิบเอ็ดปีของพี่อ้อ แม่ซื้อเสื้อเป็นของขวัญให้พี่ ตอนแรกแม่เอาเสื้อมาทาบกับตัวพี่แล้วก็กอดพี่อ้อร้องไห้พร้อมกับพูดว่า "แม่ขอโทษ" และตั้งแต่นั้นแม่ก็ย้ายไปอยู่บ้านตากับยาย แม่คงทนอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับพ่อไม่ได้ จึงเข้ามาหาญาติที่กรุงเทพฯเพื่อหาลู่ทางค้าขาย เดือนหนึ่งก็กลับมาเยี่ยมพี่อ้อกับน้องทีหนึ่ง เป็นช่วงเวลาที่พี่อ้อรู้สึกได้ใกล้ชิดแม่มากที่สุด แม่เป็นตัวของตัวเอง ยิ้มและหัวเราะเหมือนเมื่อก่อน อาจจะเป็นเพราะแม่ได้รับอิสระจากอะไรก็ตามที่ทรมานแม่อยู่นาน

ส่วนที่บ้านของพี่ เหลือแค่พ่อ พี่อ้อและน้องสาว เราสองพี่น้องค่อนข้างจะรับสภาพได้เพราะเราฟังพ่อกับแม่ทะเลาะกันมาเป็นปีแล้ว คิดว่าวันนี้ยังไงคงต้องมาถึงสักวัน เราอยู่กันสามคนประมาณหนึ่งเดือนพ่อก็พาย่ามาจากลำปางมาดูแลพี่อ้อกับน้องแทนแม่ บางครั้งพี่อ้อรู้สึกว่าย่าเฉยเมยกับพี่และน้อง อาจจะเป็นเพราะย่ารักพ่อเลยคิดว่าที่พ่อต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะแม่ เลยพาลโกรธพี่อ้อกับน้อง แต่พี่ไม่ใส่ใจมากนักเพราะไม่สนิทกับย่าเท่าใด อย่างไรก็ตาม พ่อของพี่อ้อทำแต่งาน พูดน้อยลง กินข้าวน้อยลง และผอมลงจนเห็นได้ชัด

ไม่นานเพื่อนของพ่อก็แนะนำให้พ่อเริ่มชีวิตใหม่กับผู้หญิงคนใหม่เพื่อลืมแม่ เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันนั้นเอง อายุอ่อนกว่าพ่อ 9 ปี ยังสาวและสวย พี่อ้อแปลกใจว่าทำไมเขาถึงเลือกพ่อของพี่อ้อ ทั้งที่พ่อก็ไม่ได้มีเงินอีกแล้ว ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ภายหลังเมื่อเขาได้มาเป็นแม่เลี้ยงของพี่อ้อและเวลาผ่านไปพอสมควรจึงทราบว่าเขาเองก็มีคนรักอยู่ก่อนหน้านี้แต่เขารู้มาตลอดเนื่องจากอยู่หมู่บ้านเดียวกันว่าพ่อของพี่อ้อเป็นคนดี ทุกคนในหมู่บ้านยอมรับในข้อนี้ ญาติๆของเขาก็สนับสนุนเขาจึงยอมคบหากับพ่อของพี่

พ่อมีชีวิตชีวาขึ้นเมื่อได้รู้จักกับผู้หญิงที่เพื่อนพ่อแนะนำให้ คบหาดูใจกันประมาณสามเดือนหลังจากนั้นก็ตกลงหมั้นหมายกัน แม่ของพี่อ้อพอทราบข่าวก็ดูปกติดี แต่พี่อ้อยังเด็ก ไม่เข้าใจความลึกลับของความรักและจิตใจคน จึงไม่รู้ว่าแม่ของพี่อ้อรู้สึกอย่างไรแน่ ในที่สุดวันหมั้นก็มาถึง พี่อ้อรู้สึกเฉยๆเพราะทุกคนในบ้านต่างก็ยุ่งเรื่องเตรียมงานหมั้น พี่อ้อถูกย่าดุเรื่องใส่กระโปรงสีดำ พี่อ้อเริ่มโตจึงมีทิฐิ คิดในใจว่าก็ตลอดมาแม่เป็นคนแต่งตัวให้ ตอนนี้ไม่เห็นมีใครใส่ใจว่าพี่อ้อกับน้องจะใส่อะไรนี่นะ

พี่อ้อเก็บตัวอยู่บนบ้าน ไม่สนใจงานหมั้นที่จัดอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิงซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของหมู่บ้าน ช่วงบ่ายๆได้ยินเสียงแม่มาเรียกจึงลงไปพบ แม่มาชวนไปบ้านของน้าซึ่งอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง พี่อ้อกับน้องจึงไปด้วย พี่กับน้องซ้อนจักรยานยนตร์ของแม่พร้อมด้วยน้าสาวอีกคนออกไป พี่อ้อถึงจะเป็นเด็กช่างคิดก็หยั่งใจแม่ไม่ถูกว่าแม่คิดอะไร คิดเอาเองง่ายๆว่าอยู่ที่บ้านก็เบื่อ ออกไปกับแม่ดีกว่า

แม่ขี่รถไปเรื่อยๆจนใกล้ถึงทางเข้าหมู่บ้านที่เราต้องการไป ตอนที่แม่เลี้ยวขวาจะตัดถนนเพื่อเข้าไปในซอยนั้นก็มีรถจักรยานยนตร์คันหนึ่งวิ่งมาด้านหลังด้วยความเร็วสูง พุ่งเข้าชนรถของเราตรงกลางลำ พี่อ้อกระเด็นหลุดจากรถ ลอยคว้างอยู่หลายวินาทีจึงกระเทกพื้นและไถลไปเกือบจะถึงอีกฟากของถนน ไม่ได้หมดสติแต่ลุกไม่ได้เพราะรู้สึกว่าจุกมาก และเจ็บที่ข้อเท้า ได้แต่ผงกหัวขึ้นมามองเหตุการณ์รอบตัว พี่อ้อได้ยินเสียงร้องของน้องสาวว่า "แม่...แม่...ลุกขึ้นสิ" จึงหันไปมองเห็นน้องสาวซึ่งตอนนั้นอายุไม่ถึงเก้าขวบ กำลังพยายามประคองช่วงบนของแม่ขึ้นมาจากพื้นถนน พี่อ้อเห็นเลือดจำนวนมากทะลักออกมาจากปากและจมูกของแม่ก็ใจหาย คิดว่าแม่ต้องเป็นอะไรมาก แต่ก็ลุกไม่ขึ้น มีผู้ชายคนหนึ่งเห็นว่าพี่อ้อยังไม่ตายจึงมาอุ้มพี่อ้อไปพักข้างๆตัวแม่ รอเรียกรถไปโรงพยาบาล น้าสาวกับน้องสาวของพี่อ้อไม่เป็นอะไรมาก แค่ฟกช้ำดำเขียว และมีรอยถลอกตามแขนขา แต่แม่ของพี่อ้อตาลอยและถามตลอดซ้ำๆว่ามีใครเป็นอะไร และรถเป็นอะไรไหม พี่อ้อเห็นว่ามีเลือดออกจากหูของแม่และแม่บ่นว่าปวดหัว พี่อ้อร้องไห้ตลอดเวลาเพราะสงสารแม่พอถึงโรงพยาบาล เราก็ถูกจับแยกไปตรวจอาการ พี่อ้อ น้า และน้องสาวได้กลับบ้าน แต่แม่ต้องนอนรอการผ่าตัดที่โรงพยาบาล

พ่อของพี่อ้อรีบมาที่โรงพยาบาล พอเห็นพี่อ้อนั่งรถเข็นก็เข้ามากอดแล้วร้องไห้ ถามแต่ว่าลูกเป็นอะไรหรือเปล่า พ่อโกรธมากคิดว่าแม่ตั้งใจทำร้ายลูก ตั้งใจทำลายงานหมั้น ถึงพี่อ้อจะไม่รู้แน่ว่าแม่คิดอะไรในตอนนั้นเพราะพี่ยังเด็ก แต่พี่อ้อไม่เชื่อว่าแม่จะทำร้ายพี่กับน้องได้ หรือแม้แต่จะทำลายงานหมั้น พี่อ้อโกรธพ่อมาก คิดว่าพ่อห่วงแต่งานหมั้น

คืนแรกที่แม่อยู่โรงพยาบาล บ้านของเรามีคนเข้าออกตลอดเวลา เพื่อนบ้านมานั่งเป็นเพื่อนรอฟังข่าวมากมาย โรงพยาบาลต่างจังหวัดสมัยพีอ้อยังเด็กไม่มีความพร้อมมากนัก ต้องรอนี่รอนั่น ไม่มีแม้แต่เครื่องช่วยหายใจ ญาติๆต้องช่วยกันเวียนบีบลูกโป่งช่วยหายใจให้แม่ตลอดทั้งคืน ทุกวินาที ชีวิตของแม่แขวนอยู่บนเส้นด้าย บางทีก็มีข่าวว่าหัวใจของแม่หยุดเต้น บางทีก็มีข่าวว่า หมอจะไม่ผ่าตัดให้เพราะยังไงก็ไม่รอด เป็นความทรมานของลูก เหมือนใจจะขาดที่ต้องรับรู้ว่าแม่คนสวยของลูกกำลังจะจากไป กว่าแม่จะได้ผ่าตัดเวลาก็ผ่านไป 1 คืน กับ 1 วัน
หลังจากผ่าตัด อาการของแม่ทรงตัว มีการตอบสนองบ้าง น้าคนเล็กซึ่งเคยเลี้ยงพี่อ้อตอนเด็ก ขณะนั้นเป็นพยาบาล ได้ลางานมาเฝ้าแม่ตลอด 24 ชั่วโมงไม่ให้คลาดสายตาเป็นเวลา 7 วันจนอาการแม่พอวางใจได้น้าจึงให้พยาบาลของโรงพยาบาลเฝ้าในคืนวันที่ 7 เพื่อตนจะได้พักบ้าง แต่แล้วเช้าวันที่ 8 เมื่อน้ากลับไปเฝ้าแม่ก็พบว่าสมองของแม่กำลังจะตายเพราะขาดอากาศเนื่องจากเสมหะอุดตันในหลอดลม เป็นความโชคร้ายที่แม่หายใจเบามากจนพยาบาลไม่ได้ยินเสียงเสมหะที่อุดตันจึงไม่ได้ดูดออกให้ ทางโรงพยาบาลรีบนำแม่เข้าห้องผ่าตัดเพื่อเจาะคอใส่เครื่องออกซิเจน แต่ถึงจะเจาะคอแล้วก็ไม่มีโอกาสที่แม่จะกลับมาอีกเพราะสมองของแม่ได้ตายไปแล้วหลายส่วน

น้าของพี่อ้อมาหาพี่ที่บ้านในวันนั้น ถามทั้งน้ำตาว่า "ถ้าไม่มีแม่จะอยู่ได้ไหม ?" เท่านี้พี่อ้อก็ร้องไห้ ตลอดเวลา 7 วันที่แม่อยู่โรงพยาบาล พี่อ้อไม่ได้ไปโรงเรียน นั่งอยู่แต่หน้าหิ้งพระ สวดมนต์ไปร้องไห้ไปขอให้แม่หาย วันนี้เป็นวันแรกที่พี่อ้อเลิกสวดเพราะคิดว่าแม่น่าจะอาการดีขึ้นแล้ว แต่ก็ต้องมาพบกับข่าวร้าย พี่อ้ออดคิดไม่ได้ว่าเพราะตัวเองทำดีไม่พอหรืออย่างไร วันนั้นพ่อพาเราสองพี่น้องไปกราบแม่ที่โรงพยาบาล เรายังไม่มีโอกาสได้เห็นแม่เลยตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ แม่ที่พี่อ้อเห็นในวันนี้ช่างไม่เหมือนแม่เลย แม่ถูกโกนผม มีผ้าก๊อซพันรอบศีรษะ ที่คอมีรอยเจาะต่อด้วยท่อส่งออกซิเจน แม่ดูผอมลง ผิวหนังไม่มีน้ำมีนวล มือทั้งสองปล่อยวางไว้ข้างตัว มีสายระโยงระยางรอบตัว พี่อ้อคิดว่าแม่ในตอนนั้นคงได้จากพวกเราไปแล้ว เหลือแต่ร่างกายที่ยังไม่หมดลมหายใจเพราะความช่วยเหลือของเครื่องมือต่างๆ พี่อ้อกราบแม่เป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีน้ำตาอีกต่อไป เพราะที่เห็นนี้คงไม่ใช่แม่คนเดิมของพี่อ้อ

หลังจากนั้นอีกเพียงหนึ่งหรือสองวันแม่ก็สิ้นลม หมดสิ้นกันทีกับชีวิตหนึ่ง วันที่แม่จากพวกเราไปจริงๆพี่อ้อก็ไม่ร้องไห้ ร่างกายของแม่ที่เขาส่งมาให้ทำพิธีก็ดูไม่เหมือนแม่ พี่อ้อร้องให้อีกครั้งเมื่อเปิดโลงในวันเผา เพราะคงเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆที่พี่อ้อจะได้เห็นร่างเนื้อของแม่ แม้ว่าส่วนอื่นๆจะดูไม่เหมือนแม่เท่าไรนัก แต่พี่อ้อจำมือของแม่ได้ มือนั้นยังคงเป็นเหมือนเดิม

เรื่องของแม่กับพ่อ ตอนที่พี่อ้อยังเด็ก รู้สึกว่าไม่เห็นจะมีอะไรซับซ้อน ในเมื่อคนเราไม่รักกันแล้วก็ควรจะแยกกันไปตามทางเพื่อความสุขของตัวเอง แต่เมื่อโตขึ้น จากประสบการณ์ของตัวเอง และอายุที่เพิ่มมากขึ้น ชีวิตก็สอนพี่อ้อว่า ความรักไม่ได้ง่ายอย่างนั้น การที่จะทำให้หัวใจที่แหลกสลายไปแล้วกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิมโดยไม่เจ็บปวดนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้ และหัวใจที่ยังรักแต่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ก็คงจะเจ็บปวดไม่แพ้กับการรักใครสักคนเพียงข้างเดียว

พี่อ้อคิดว่าแม่และพ่อยังคงรักกันอยู่ในวันที่เลิกรากัน เพียงแต่พ่อสามารถฟื้นตัวได้เพราะมีคนเยียวยาหัวใจให้ ในขณะที่แม่ต้องยอมรับความจริงที่เจ็บปวดว่าจะไม่มีวันย้อนวันเวลาที่มีร่วมกับพ่อกลับมาได้อีก วันที่แม่ขี่รถออกจากบ้าน หัวใจของแม่คงจะเจ็บปวดมาก สมองคงจะสับสนวุ่นวาย แต่แม่ไม่อาจพูดออกมาได้ จะมีประโยชน์อะไรที่จะพูดออกมา อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น...แม่ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด แต่มันมีสาเหตุโดยตรงมาจากการที่พ่อแต่งงานใหม่ ทำให้แม่คิดมาก ขาดสติในการขี่รถ ส่งผลให้แม่ต้องจบชีวิตลงในเวลาอันสั้น จบลงพร้อมกับหัวใจที่แหลกสลาย

วันที่แม่เสียชีวิต แม่มีอายุมากกว่าพี่อ้อในตอนนี้แค่ 5 ปีเท่านั้น พี่อ้อได้เรียนรู้ว่าชีวิตของคนเราช่างสั้นนัก และคนเราเติบโตขึ้น มีอายุมากขึ้น ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องรู้ หรือจะต้องทำถูกทุกอย่าง บางที สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของคนที่เรามองว่าอายุมากกว่าเราหรือเป็นผู้ใหญ่กว่าเรา ก็อาจจะไม่ต่างจากเด็กๆอย่างเรา บางครั้งเขาก็อ่อนไหวและสับสน ไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิต แต่เรื่องที่ทำให้เราทุกข์กับเรื่องที่ทำให้เขาทุกข์อาจจะเป็นคนละเรื่องกัน อย่าคาดหวังว่าเขาจะต้องดีทุกอย่าง และอย่าโทษเขาถ้าหากเขาจะตัดสินใจหรือทำอะไรที่ผิดในความเห็นของเรา

เมื่อแม่จากไป พ่อแต่งงานใหม่ ชีวิตของพี่อ้อก็เปลี่ยนไป สิ่งต่างๆรอบตัวอาจจะไม่เปลี่ยนมากนัก โลกยังคงหมุนไปตามปกติ แต่สิ่งที่เจริญเติบโตในใจของพี่อ้อคือความรู้สึกว่าต้องดูแลตัวเอง เราไม่มีใครให้พึ่งอีกต่อไปแล้ว ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดหลักที่หล่อหลอมพี่อ้อให้เป็นคนแบบพี่อ้อ และกำหนดชีวิตของพี่อ้อในช่วงต่อๆมา จะน่าติดตาม หรือจะน่าเบื่ออย่างไร ก็ลองตามมาอ่านนะจ้ะ

รักเสมอ

พี่อ้อ

22 ตุลาคม 2550



Create Date : 22 ตุลาคม 2550
Last Update : 10 ธันวาคม 2550 14:20:15 น. 3 comments
Counter : 264 Pageviews.

 
เคยมีคนกล่าวไว้ว่า "บางครั้งความรักเพียงอย่างเดียว ก็ไม่สามารถทำให้คนสองคนอยู่ร่วมกันได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย" และ Ootเองก็เชื่อเช่นนั้น แต่ในขณะเดียวกัน Beaver เชื่อวา หากมีความรักแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะสามรถก้าวผ่านมันไปได้จ๊ะ แล้วพี่อ้อล่ะ คิดยังไง?


โดย: Oot IP: 58.8.7.112 วันที่: 23 ธันวาคม 2550 เวลา:19:23:22 น.  

 
พี่อ้อคิดว่า ถูกทั้งสองอย่าง อยู่ที่ว่าคนสองคนจะเชื่อแบบเดียวกันหรือไม่ แต่ถ้าคิดคนละแบบ การกระทำที่ออกมาย่อมต่างกัน และผลที่ได้ก็ย่อมต่างกันแน่นอนจ้ะ


โดย: พี่อ้อ IP: 58.8.26.36 วันที่: 16 มกราคม 2551 เวลา:7:04:34 น.  

 
พี่อ้อ คร้า อ่านแล้ว เศร้ามากค่ะ และมีหลายๆจุดที่ ย่าเข้าใจค่ะ เพราะว่า สิ่งที่อ้อ เจอ คล้ายกับชีวิตย่าเลยค่ะ

เข้าใจ ย่าเข้าใจ ปล่อยให้เวลารักษาทุกอย่างค่ะ อีก10-20ปี พี่อ้อ ก็จะเปลียนไปค่ะ

ความทุกข์ที่เกิดจากพ่อและแม่ มันจะจางหายไป

เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: ย่าชอบเล่า วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:20:58:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

sandseasun
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add sandseasun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.