โลกจะสวยงาม เพราะมีความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบไหน
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
28 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
มหาวิทยาลัยวัยวุ่น

น้องรัก

ในที่สุดพี่อ้อก็ได้ออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านสมใจ และการออกจากบ้านในครั้งนี้ไม่มีการดุด่าจากพ่ออีกต่อไปเพราะเป็นการย้ายออกมาอยู่หอพักของมหาวิทยาลัยในเชียงใหม่ ที่นี่พี่อ้อได้ใช้ชีวิตอิสระอย่างที่ต้องการ ไม่มีอีกแล้วกฏเกณฑ์หรือข้อกำหนดทั้งหลายแหล่ ถึงแม้ว่าพี่ยังต้องใช้เงินอย่างกระเบียดกระเสียรเช่นเดิมเพราะยิ่งยากสำหรับพี่ที่จะเอ่ยปากขออะไรจากที่บ้านเมื่ออยู่ไกลกัน แต่พี่ก็โชคดีที่ยังมีน้าสาวที่พ่อกับแม่รับมาเลี้ยงตั้งแต่พี่อ้อเกิด ซึ่งขณะนั้นมีงานทำมั่นคงแล้วคอยให้เงินพี่อ้อใช้ในบางเดือนที่น้ามาเยี่ยม แต่ถ้าเดือนไหนน้าไม่มาก็เป็นอันว่าพี่ต้องประหยัดสุดๆ

พี่อ้อต้องปรับตัวกับการเรียนมากในปีแรก เพราะพี่ไม่เข้าหาอาจารย์ที่ปรึกษาตามเคย จะหวังพึ่งคนที่บ้านก็คงจะเป็นไปไม่ได้ พี่เลยลงเอยด้วยการเลือกเรียนวิชาเลือกที่ไม่เหมาะกับตัวเอง ได้แต่ตามเพื่อนและทำตามที่รุ่นพี่แนะนำ ทำให้ต้องไปเรียนวิชาที่ตัวเองไม่ชอบเลยอย่างเช่น การตลาด การบริหารจัดการ เพราะคิดง่ายๆว่าคงมีประโยชน์เวลาสมัครงาน แต่ไม่ใช่เลย พี่อ้อไม่มีความสุข และไม่ถนัดในการเรียนวิชาพวกนี้เลย นอกจากนี้ สมัยเรียนมัธยมพี่อ้อเคยแต่ทำรายงานโดยเอาสิ่งที่อยู่ในหนังสือมาพูดเท่านั้น เป็นรูปแบบการเขียนรายงานชนิดเดียวที่พี่อ้อรู้จักในชีวิต และพี่ก็ได้คะแนนดีมาตลอด (เฮ้อ...ระบบการศึกษาไทย) แต่เมื่อมาเรียนในมหาวิทยาลัย อาจารย์ให้ทำรายงานวิพากษ์วิจารณ์สังคมไทยสมัยใหม่ พี่อ้อตก!! ทีแรกพี่อ้อไม่เข้าใจเลยว่ารายงานที่พี่เขียนส่งอาจารย์ไปไม่ดีตรงไหน อุตส่าห์ลงทุนรวบรวมข้อมูลมาเสียยาวยืด ไปขออ่านของเพื่อนที่เขาได้คะแนนดีๆ ก็ยังไม่เก็ท โชคดีที่อาจารย์ท่านเมตตาให้แก้ แต่พี่อ้อก็ยังทำไปเหมือนเดิม (ไม่เชิงเหมือนเดิม แต่ยิ่งยาวยืดมากกว่าเก่า...แหะๆ) เพราะไม่มีปัญญาจะทำดีกว่านั้น ที่อาจารย์ให้ผ่านก็คงเพราะเห็นความพยายามอันไร้ค่าของพี่อ้อโดยแท้ จนกระทั่งสิ้นเทอมแรก พี่อ้อก็ยังไม่รู้ว่าเหตุใดพี่จึงได้คะแนนน้อยในวิชานั้น

พี่อ้อเพิ่งจะมาเรียนรู้ภายหลังว่าเราไม่จำเป็นต้องเขียนอะไรเหมือนที่อาจารย์สอน หรือมีในหนังสือ แต่เราสามารถเสนอความคิดของเราได้อย่างเสรี ไม่มีถูกผิด ตราบใดที่เรามีเหตุผลมาสนับสนุนอย่างพอเพียง สิ่งนี้พี่อ้อได้จากการเรียนวิชาวรรณคดี

ในช่วงปีที่สอง พี่ใช้ทุกโอกาสเลือกเรียนวิชาเลือกที่เกี่ยวกับวรรณคดีไทยซึ่งเป็นสิ่งที่พี่ถนัด ภาษาไทยเป็นภาษาที่ไพเราะและตีความได้หลายแบบ และการศึกษาวรรณคดีไทยก็ทำให้เราได้ศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทยไปในตัวด้วย ในขณะเดียวกัน พี่อ้อก็สนุกกับการศึกษารูปแบบ โครงสร้าง และการใช้ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นวิชาเอก โดยเน้นหนักที่วรรณกรรมและวรรณคดีภาษาอังกฤษ ทั้งวิชาเอกและวิชาเลือกทำให้พี่อ้อต้องใช้เวลากับการอ่านมากเป็นพิเศษ เพราะต้องวิเคราะห์ความเป็นมา การเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของความคิดและพฤติกรรมของตัวละคร รวมไปถึงการตีความเหตุการณ์แวดล้อม สัญลักษณ์ คำพูด และอวัจนภาษาต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกับความสนใจของพี่ การเรียนวรรณคดีบังคับให้พี่อ้อเรียนรู้ที่จะแสดงความคิดของตนเองอย่างเสรีและมีระบบ

แต่การเรียนวรรณคดีก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่อ้อชอบหมกมุ่นครุ่นคิดเรื่องเกี่ยวกับจิตใจคนมากกว่าเดิม ไม่ค่อยมองโลกให้กว้างกว่านั้น

ดูเหมือนสิ่งที่เปิดโลกทรรศของพี่อ้อให้มีมิติอื่นบ้างในระหว่างการเรียนที่เชียงใหม่คือการทำกิจกรรมออกค่าย ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงปิดเทอมใหญ่ในปีแรก พี่อ้อเริ่มจากเป็นลูกค่าย จนขยับมาเป็นสต๊าฟ ประธานค่าย เลขาชมรม และรองประธานชมรม การได้ทำกิจกรรมทำให้พี่อ้อเรียนรู้การบริหารเวลา การทำงานร่วมกับผู้อื่น การเป็นผู้นำและผู้ตาม ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำ เช่นค้างคืนตามบ้านของคนที่ไม่รู้จัก การนั่งมอเตอร์ไซค์เป็นร้อยๆกิโลฯ เดินทางออกไปเรื่อยๆโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ไหน ได้ไปในที่ๆไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่ เช่นน้ำตกใหญ่ไม่มีชื่อกลางป่าลึกที่ไม่มีแม้แต่เส้นทางเดินเท้าเข้าไป ได้ศึกษาปัญหานอกตัวมากขึ้น เช่นปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เช่นความยากไร้และคุณภาพชีวิตของชาวเขา การประกาศพื้นที่อุทยานทับที่ทำกินของชาวบ้านซึ่งอยู่มาก่อนหลายช่วงอายุคน อีกทั้งยังได้รับรู้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่เกิดจากการพัฒนา เช่น การสร้างเขื่อน การทำเหมืองแร่ การจัดการขยะมูลฝอยในเมืองใหญ่ที่ไม่มีประสิทธิภาพ

แต่ถึงกระนั้น เมื่อถึงที่สุดแล้วพี่อ้อก็ยังไม่รู้สึกว่าปัญหาเหล่านั้นเป็นปัญหาของตัวเอง เพราะได้สัมผัสก็เพียงสั้นๆในช่วงที่ออกค่าย จึงรู้สึกว่าได้เปิดตัวเองให้รับรู้เพียงผิวเผิน ประกอบกับมีภาระกิจด้านการเรียนที่ค่อนข้างหนักหนาในปีสุดท้าย ทำให้พี่อ้อไม่ได้ไปคลุกคลีกับงานค่ายอีกจนกระทั่งเรียนจบ

เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัย พี่อ้อและเพื่อนฝูงต่างแยกย้ายไปสู่เส้นทางของตนเองราวกับนกน้อยโบยบินออกจากรังสู่โลกกว้าง เหลือไว้เพียงความทรงจำของผืนป่าเขียวชอุ่มชุ่มฝน สายหมอกลอยอ้อยสร้อยระเรี่ยยอดไม้ ละอองอากาศเย็นจัดยามเช้าปลิวมาปะทะแก้ม เสียงเด็กนักเรียนท่องอาขยาน ข้าวร้อนๆกับเนื้อหรือปลาแห้งปิ้งชิ้นเล็กๆเคียงคู่มาในใบตอง อาหารง่ายๆปรุงจากมือและใจซื่อๆของพี่น้องชาวเขาแต่อร่อยอย่าบอกใครเมื่อได้กินข้างลำธารใสเย็น ยามค่ำคืนแผ่นฟ้ามืดมิดดุจผ้ากำมะหยี่สีดำสนิทถูกแต่งแต้มด้วยประกายเพชรระยิบระยับจากดวงดาวนับพันนับหมื่นที่กระจัดกระจายดารดาษ แสงเทียนสีนวล เสียงเพลง กองไฟ มิตรภาพและรอยยิ้มใสๆของชาวค่าย ความทรงจำเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่พี่อ้อได้รับในช่วงเวลาสี่ปีนั้น

นอกจากนี้ การได้มาอาศัยอยู่ในมหาวิทยาลัยที่มีทัศนียภาพสวยงาม เงียบสงบ อากาศเกือบทั้งปีเหมือนกับสวิสเซอร์แลนด์ ทำให้พี่อ้อชอบที่จะอยู่เงียบๆและปล่อยให้ความคิดล่องลอย ช่วงเวลานี้เองที่พี่เริ่มเขียนบันทึกอย่างจริงจัง

สรุปว่าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของพี่อ้อเป็นปกติ มีความสุขและโลดโผนพอประมาณ พี่อ้อใช้เวลาสี่ปีในเชียงใหม่อย่างเด็กวัยรุ่นทั่วไป ทั้งเรียน ทั้งเที่ยว ทั้งทำกิจกรรม หัดดื่มเหล้า(พอประมาณ) มีแฟน อกหัก แต่ก็ยังนับว่าอยู่ในกรอบพอสมควร การได้มาเรียนที่เชียงใหม่เปิดหูเปิดตาพี่อ้อให้กว้างขึ้น แต่ก็ยังนับว่าโลกทรรศของพี่อ้อยังแคบอยู่มาก ถึงแม้ว่าจะจบออกมาแล้วก็ตาม จะบอกว่าพี่อ้อยังไม่มีความสนใจสิ่งที่ไกลตัวหรือเข้าใจอะไรๆที่เกิดขึ้นในสังคมมากนักก็เห็นจะจริง

เรียนจบแล้วเป็นอย่างไรจะเขียนมาเล่าทีหลังนะจ๊ะ

รัก

พี่อ้อ



Create Date : 28 กันยายน 2552
Last Update : 28 กันยายน 2552 14:52:19 น. 18 comments
Counter : 287 Pageviews.

 
อ่ะนะ ได้อ่านสิ่งดีดี (จริงๆ) วิธีเขียนวิธีเรียบเรียงคำ ชักนำให้ผมอ่านจนจบบท จึงสังสัยนักอักษรศาตร หลุดไปเรียนการตลาดในปีแรกได้อย่างไรกัน


โดย: RageMachine วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:15:43:19 น.  

 
อ่านแล้วมองภาพของนักศึกษาคนหนึ่งที่ใช้ชีวิต
เรื่อยๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยออกมาอย่างเห็นภาพเลยคะ
แล้วยังทำให้เราได้คิดถึงสมัยเรียนไปด้วยเลย
แม้ว่ากิจกรรม การเรียน จะไม่ได้เหมือนกันแต่ว่ารวมๆ แล้ว
ทุกอย่างเราวาบรรยากาศก็คงไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ค่ะ

ชอบคิดถึงเรื่องเก่าๆ เสมอเวลามาอ่านอะไรที่เป็นแนว
รื้อฟื้นค่ะ อาจจะเพราะว่าความหลังคิดและคุยแล้ว
มันทำให้เรามีความสุขนะค่ะ
.................

สำหรับโครงการเขียน ถนนสายนี้..มีมิตรภาพ
อยากให้คุณอ้อร่วมเรียงเคียงตัวหนังสือกับน้องๆ ด้วยค่ะ
เพราะว่าเรื่องราวในการเขียนของคุณอ้อเราว่าคงมี
เยอะแยะมากมาย และอีกอย่างคุณอ้อเขียนได้ดีด้วยค่ะ
เลยคิดว่าคงจะดีถ้าหากว่าคุณอ้อว่างและก็อยากมา
ลองเขียนเรื่องราวตามหัวข้อกำหนดพร้อมกันคะ



โดย: JewNid วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:16:41:14 น.  

 
อื่ม......คนเรา........มีประสบการณ์หลาย ๆ อย่าง แตกต่างกันไป

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย เป็นอะไรที่สุดยอดครับ

อิอิ

ใครอยู่ได้คิดได้ ก็โอเคไป แต่ก็ระวังให้ดี

ชีวิตที่อิสระของหนุ่มสาว มหาลัย มันก็อาจจะทำให้เราหลงระเริงไปได้

อิอิ

อยากให้เขียนออกมาเยอะ ๆ นะครับ

เล่าความเป็น มช. ให้ฟังหน่อยนะครับ

อิอิ



โดย: นายกาแฟ (matadorman ) วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:16:55:10 น.  

 
สวัสดีครับ

เรื่องราวชีวิต ดั่งกับละครเลยครับ
ตอนแรกคิดว่าจะอ่านจบมั๊ยนี่ ตั้งยาวเลย
แต่ทำไปทำมาก็อ่านได้จนจบ ^^

ขอบคุณที่ฝากข้อความทักทายไว้นะครับ


โดย: penguinsound วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:19:26:14 น.  

 
upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง


เห็นภาพเลยค่ะ .. เห็นภาพ ตอนเป็นนิสิตเหมือนกัน
แม้จะไม่ใช่นิสิต ม.ช. แต่ก็เป็นนิสิต บ้านใกล้เรือนเคียง (อยู่ Teenดอย ไม่ได้หยาบนะค่ะ เค้าเรียกกันงั้นจริง ๆ) ม.ช. ด้วยกัน

ช่วงนั้น อิสระเต็มที่จริง ๆ ค่ะ อยู่หอพัก
เที่ยวกับเพื่อน ๆ - - เคย ขับแมงกะไซด์ขึ้นดอยสุเทพ
และขึ้นถึงตำหนักภูพิงค์ ตั้งแต่ก่อนตะวันจะขึ้น ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นข้างบน
ตอนหน้าหนาว .. ไปกันเป็นกลุ่มเลยค่ะ

เป็นลูกค้าประจำร้านเช่าหนังสือหน้ามอ
เป็นนักเต้นแอโรบิค ไปเต้นลดความอ้วนอยู่ในมอ
ไปซื้อสลัดในตลาดมอ
ไปนั่งกินอะไร ๆ บนกาแล
ไปนั่งเล่นที่อ่างแก้วตอนตีสอง นอนดูดาว..
เกือบได้เป็นนิสิต ม.ช. ถ้าเลือกคณะได้ (สองปีสุดท้าย)
เดินไปไหว้ครูบา ก่อนสอบ (ประจำ .. เอิ๊กกกส์)
อยู่หอหญิงหน้ามอ เป็นอะไรที่โดนล้อประจำ เอิ๊กกกส์
ฯลฯ

มันก็เป็นช่วงชีวิตหนึ่งที่ "คิดถึงจัง" ..
อยากย้อนเวลากลับไป ณ ตรงนั้นเหมือนกันในบางครั้ง ..



โดย: SongPee วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:19:36:00 น.  

 
แวะมาอ่านเรื่องราว
อีกช่วงเวลาหนึ่งของคุณอ้ออ่ะครับ...
เทคแคร์ๆนะครับ ช่วงนี้ ฝนตกบ่อยๆ


โดย: sananda (sananda ) วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:22:43:47 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่ไปเยี่ยมกันค่ะ
ขออนุญาตมา add บล็อกไว้นะคะ


โดย: ปณาลี วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:22:58:47 น.  

 
อ่านแล้วคิดถึงอดีต 555+

ตอนอยู่มหาลัยผมไม่แน่ใจว่าผมได้เรียนรู้โลกมากขึ้นมั้ย
รู้แต่ว่าได้ทำอะไรเยอะขึ้น กิจกรรมมากมายร้อยแปดจนจะเรียนไม่จบ
ผมไม่ได้ออกมาจากบ้าน แต่ก็เกือบเหมือนเพราะไม่ค่อยได้กลับบ้าน
น่าแปลกที่เมื่อผมนึกถึงชีวิตในมหาลัย ผมนึกถึงแต่เพื่อน กิจกรรม ความรัก การเที่ยวเตร่
แทบจะไม่มีเรื่องการเรียนการสอบอยู่ในสมองเลย

ขอบคุณบล๊อกนี้ที่ทำให้ผมได้นึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้นอีกครั้ง
ในขณะที่ตอนนี้ผมไม่มีโอกาสได้ใช้เวลาไปวันๆ
ด้วยความสนุกสนานแบบนั้นอีกแล้ว


โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:0:06:29 น.  

 
Tags Maker is a Text Image Generator to write Messages, Comments or Tags on Pictures

เหมือนคุณเจฟ(ไรอัน) เลยค่ะ
อ่านแล้วก็นึกถึงอดีต และเป็นเพื่อน ๆ ซะมาก
จาก blog มิน..ใช่ มินก็ว่าแบบนั้นอ่ะนะ
ปล.ขอบคุณที่ไปเยี่ยมทักทายกัน นะคะ
ถ้ามีเวลาก็เชิญอีกนะ ยินดีต้อนรับ ตลอดเวลาค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:5:09:35 น.  

 

สวัสดีตอนเช้าๆค่ะ แวะมาทักทายค่ะ
คิดถึงเช่นกันนะค่ะ


โดย: เพราะฉันห่างไกล วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:7:57:42 น.  

 
อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ
เจี๊ยบเองก็แพ้กลิ่นบุหรี่อย่างแรงค่ะ

อ่านเรื่องราวของพี่อ้อแล้วนะคะ
รออ่านตอนต่อไปด้วยค่ะ
อัพแล้วอย่าลืมแวะไปบอกกันบ้างนะ
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ


โดย: ชินโจมายุ วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:8:15:17 น.  

 
สวัสดีคะพี่อ้อ(ขอเออออห่อหมกเรียกพี่ก็แล้วกันนะคะ)
มาแอบดูชีวิตพี่อ้ออีกแล้วคะพี่ ก็พี่เขียนไว้ได้ดีและน่าอ่านนี่คะขออนุญาติแวะมาอีกเรื่อยๆนะคะ
รูปสวย น่ารัก glitter emoticon http://www.yenta4.com


โดย: pinklilac วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:8:57:00 น.  

 
สวัสดีครับคุณอ้อ
ขอบคุณมากนะครับที่แวะเข้าไปเยี่ยมเยือนและทักทายกัน

อ่านแล้วทำให้นึกถึงบรรยากาศสมัยเป็นนักศึกษาจังเลยครับ....

เป็นไงบ้างครับ สบายดีไหม


โดย: เพลงดาบกระบี่เดียวดาย วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:9:27:07 น.  

 
เสียดายตอนเรียน ไม่เคยไปออกค่ายอย่างคุณอ้อ
มาคิดได้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว

T_T


โดย: Life & Learn วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:10:10:38 น.  

 
อ่านแล้วย้อนคิดถึงตอนเรียนอะ


โดย: น้องผิง วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:11:36:46 น.  

 
อ่านแล้ว อยากให้เด็กที่ใช้ชีวิตล้นๆ ขาดๆ เกินๆ มาอ่านจังเลย


โดย: เช้านี้ยังมีเธอ วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:13:04:40 น.  

 
เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตใครหลายๆคนเลย ซึมซับไว้เยอะครับ แล้ววันนึงที่ย้อนคิดถึงมัน คุณจะยิ้มได้แบบไม่รู้ตัว


โดย: praraam วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:13:46:48 น.  

 
อ่านเพลินเลยค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปให้กำลังใจที่ บล๊อคนะค่ะ


โดย: บางส้มเปรี้ยว วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:15:19:00 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

sandseasun
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add sandseasun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.