Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2548
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 กรกฏาคม 2548
 
All Blogs
 
เยือนเกาะหมู (3) - ข้ามทะเล


(3) รถถึงท่ารถที่เมืองตรังในยามเช้า เข้าใจว่าเป็นเวลาประมาณเจ็ดนาฬิกา ป๊อป-น้องชายของแป๋มลางานและมารอรับเราอยู่แล้ว หลังจากนั่งรอรถสองแถวมารับอยู่พักใหญ่ (แน่นอนที่นุชไม่พลาดที่จะเอาโน้ตบุ้คมานั่งรายงานสดต่อ) แป๋มก็นำเราไปรับประทานติ่มซำเป็นอาหารเช้า

อ้อ ลืมบอกไปว่างานนี้แป๋มเป็นแม่งานเนื่องจากเป็นคนในพื้นที่จังหวัดตรัง มีบ้านของพ่อแม่อยู่ที่เกาะหมู

ติ่มซำกับหมูย่างร้านนี้โดยทัศนะของผมค่อนข้างจะหวานและมันเลี่ยนไปหน่อย แต่พวกเราทานติ่มซำกันจนพุงกางโดยถ้วนหน้า ชำระเงินเสร็จสิ้นพวกเราก็นั่งรอป้าสายและครอบครัวที่มาจากภูเก็ต ระหว่างรอผมก็ไปเดินถ่ายรูปรอบๆ บริเวณนั้นซักหน่อย นี่เป็นข้อดีของการเปลี่ยนจากกล้องฟิล์มมาเป็นกล้องดิจิตอล เพราะถ่ายได้แหลก ไม่ต้องกลัวเปลืองฟิล์ม ทดลองภาพได้เรื่อยๆ แต่ต้องเตรียมแบตเตอร์รี่และหน่วยความจำให้ดีหน่อยเท่านั้นเอง ซึ่งทริปนี้มีกล้องดิจิตอลเยอะตัวมาก ยิงกันสนั่น

ครอบครัวของป้าสายประกอบด้วย ป้าสาย พี่พล-สามี ไหมชิ้ง-ลูกสาว และจินเหล่ง-ลูกชาย โดยขับรถกันมาเองจากภูเก็ต เมื่อตามมาสมทบหลังป๊อปไม่นานที่ร้านติ่มซำแล้ว พวกเราจึงเคลื่อนขบวนต่อไปยังที่หมายถัดไป นั่นคือ บ้านแม่ถ้วน – แม่ของคุณชวน หลีกภัย

ที่นั่นอยู่ภายใต้การดูแลของจังหวัด นัยว่าให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในจังหัวดตรัง ตัวบ้านเป็นเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว รายล้อมไปด้วยสวนไม้ใบและไม้ดอก มีตำรวจคอยอารักขา (หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหว่า) พร้อมกับคอยกันผู้มาเยี่ยมเยียนไม่ให้สร้างความรบกวนแก่แม่ถ้วน

จังหวะทื่พวกเราไปพอดีกับที่แม่ถ้วนตื่น จึงเข้าไปพบปะและถ่ายรูปได้ ซึ่งดูเหมือรพี่วู้ดกับโสภิสจะตื่นเต้นที่สุดในการเจอแม่ถ้วน เห็นบอกว่าต้องเอารูปถ่ายคู่แม่ถ้วนไปอวดคนทางบ้านให้ได้ แต่เนื่องจากเขาไม่ให้ใช้แฟลชกับแม่ถ้วนเนื่องจากกลัวจะทำให้ตาเสีย (ไปมากกว่านี้) จึงทำให้ภายอาจสั่นไหวไปบ้างเพราะแสงน้อย ก่อนจะออกจากบ้านแม่ถ้วน ถ่านกล้องของผมก็หมดซะแล้ว (ดันลืมชาร์จก่อนมา)

เสร็จจากการเยี่ยมเยือนแม่ถ้วนเราก็ไปซื้อของในตลาดสด ผมจึงถือโอกาสซื้อถ่านไฟฉาย AA 4 ก้อนแทนถ่านกล้องที่หมดเกลี้ยง แต่เจ้ากรรมร้านแถวนั้นมีแต่ถ่านไฟฉายแบบธรรมดา ไม่ใช่แบบอัลคาไลน์ ผมจึงลองซื้อถ่าน National สีเขียวมาลองดู เหอๆ ไม่น่าเชื่อเลย ขนาดถ่ายโดยไม่ใช่แบตจเตอรรี่ มันยังหมดอย่างรวดเร็ว ถ่ายไปไม่ถึง 20 ใบเลย จึงต้องเลิกถ่ายภาพแล้วไปรอชาร์จถ่านที่ที่พักเอาแทน

จากนั้นเราจึงขึ้นสองแถวอัดกันไปที่ Lotus ในตัวเมืองตรัง ซึ่งเป็นจุดนัดพบกับป้าจูและเพื่อนของป้าจูอีกคน (เอ่อ จำชื่อไม่ได้นะครับ ขอโทษที) ซึ่งบินลงมากันที่ตรัง
ระหว่างรอคนให้ครบ พวกเราจึงเดินดูของใน Lotus เล่นกันไปพลางๆ บางคนก็ไปปักหลักนั่งหาอะไรกินใน Food Center ผมเองก็เล็งไว้ว่าจะหาซื้อกระเป๋าสะพายใส่กล้องดิจิตอลเพื่อความสะดวกในการพกพา จึงเดินหาใน Lotus แล้วก็เจอชั้นวางกระเป๋าหลายรุ่นหลากสีจนได้ ขณะที่ชั่งใจอยู่ว่าจะเอาใบไหนดี ก็มีพี่กบกับพี่วู้ดเดินมาสมทบช่วยกันเลือก ในตอนแรกพี่วู้ดเลือกแบบคาดเอว แต่พอพิศเดินมาเจอรีบห้ามว่าไม่ให้เอาแบบคาดเอว เพราะดูเหมือนคนขายปลา (ผมว่า คนไม่ขายปลาก็ใช้กันเยอะนะ) และบื่นคำขาดว่าห้ามเด็ด ไม่งั้นจะไม่ยอมเดินด้วย ดังนั้นพี่วู้ดจึงจำใจเปลี่ยนมเป็นแบบสะพายบ่าแทน ซึ่งเราทั้งสามคนเลือกแบบและสีดำเหมือนกันหมด



เสร็จจากซื้อกระเป๋า ผมก็มาสมทบกับคนอื่นๆ ใน Food Center ซึ่งกำลังฟาดส้มตำ ข้าวเหนียว และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อรอป้าจูไปพลาง เด็กๆ พากันไปเล่นเกมส์ตู้อยู่พักหนึ่ง ผมเองก็เดินเตร่ไปดูหนังสือในแผงหนังสือฆ่าเวลา
เมื่อคนทั้งหลายครบแล้ว พวกเราจึงออกเดินทาง โดยป้าสายทิ้งลูกทิ้งสามีย้ายมานั่งรถสองแถวกับพวกเราหวังเม้าท์เต็มที่ ปล่อยให้ป้าจูไปนั่งดูแลเด็กๆ แทน จุดหมายปลายทางครั้งนี้อยู่ที่ท่าเรือ เพื่อจะข้ามไปยังเกาะหมู

(4) เนื่องจากเรือที่พาข้ามฟากมีขนาดไม่ใหญ่มากจึงต้องใช้เรือ 2 ลำสำหรับขนคนและขนของทั้งหมด หลังจากขนย้ายสัมภาระและเสบียงลงเรือแล้ว ใช้เวลาประมาณสี่สิบนาทีก็ถึงเกาะหมู

ที่นั่น มีรถสองปิคอัพมารับพวกเราอยู่แล้ว แต่เนื่องจากไม่มีหลังคา ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องวิ่งสองเที่ยวเพื่อที่จะพาเราไปยังที่พักริมชายทะเลอีกฟากของเกาะ ระหว่างทาง พวกเราจะเห็นท้องทุ่งแซมไปด้วยต้นมะพร้าวและต้นยางเป็นระยะ มีบ้านชาวบ้านแบบยกใต้ถุนให้เห็นตามรายทาง

เกาะหมูหรือเกาะสุกรตามาแผนที่ไทยเป็นเกาะขนาดใหญ่อยู่ใต้กว่าเกาะไหงและเกาะกระดานและเกาะลิบงลงไปอีกมาก คนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นนับถือศาสนาอิสลาม พ่อ แม่ และป๊อปเองก็เป็นมุสลิม แต่แป๋มเองกลับเป็นพุทธ เพราะไปอยู่กับย่าในเมืองตรังตั้งแต่เด็ก (พ่อแป๋มมาเปลี่ยนศาสนาเมื่อมาแต่งกับแม่แป๋ม) ซึ่งสร้างความแปลกใจกับผมอยู่พอสมควร

ผมนั่งคู่คนขับ จึงฉวยโอกาสถามคนขับว่าทำไมเกาะนี้จึงเรียกว่าเกาะหมู คนขับตอบกลับมาว่าเนื่องจากในอดีตนานมาแล้ว ที่นี่มีหมูป่าอยู่เยอะ ในปัจจุบันไม่มีให้เห็นแล้ว แต่เมื่อผมมาสอบถามป๊อปในภายหลัง ได้คำตอบอีกอย่างหนึ่งในรูปนิทานว่า ในอดีตมีคนขว้างหมูออกไปในทะเลจึงเกิดเป็นเกาะหมู




Create Date : 03 กรกฎาคม 2548
Last Update : 17 กรกฎาคม 2548 21:33:16 น. 7 comments
Counter : Pageviews.

 
ถึงท่ารถ เมืองตรัง..


ยังไม่วาย ออนไลน์ รายงานสด





โดย: ๏๏กะปอม๏๏ วันที่: 3 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:35:28 น.  

 
สองแถวสุดหรู ฮิๆ





โดย: ๏๏กะปอม๏๏ วันที่: 3 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:37:19 น.  

 
"รถขนหมู"


20 กว่าตัว เอ๊ย คน





โดย: ๏๏กะปอม๏๏ วันที่: 3 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:39:59 น.  

 
ก๊ากก

รถขนหมู อิอิ อัดกันได้ตั้ง 20 กว่าคน
นั่งกันได้ไงเนี่ย 555

แต่อบอุ่นอ่ะ หนุกหนานโค่ดๆๆ


โดย: ชากีร่า IP: 203.156.27.247 วันที่: 4 กรกฎาคม 2548 เวลา:5:02:43 น.  

 

แป๋ม เป็น พุทธ เพราะ ยาย เลี้ยงมาแต่เล็กค่ะ

ซึ่งยาย เป็น จีน ฮกเกี้ยน งงเด้ งงเด้

ก็ตาแป๋ม ซึ่งนับถือศาสนา อิสลาม เจ้าชู้ยักษ์

คว้าสาวจีน มาเป็น ภรรยา ได้อีก 1 คน

ก็เลย คลอดแม่แป๋มออกมา

แต่แม่ ก็ถูกเลี้ยงโดย ป้า ซึ่งเป็น พี่สาวของตา
แม่ของแป๋ม ก็เลยเติบโตมา เป็นสาวอิสลาม

ขณะเดียวกัน ที่ยาย เอาแป๋มไปเลี้ยง เพราะไม่อยากให้อยู่ที่เกาะ

แป๋ม ก็เลย เป็น สาวในตัวเมือง แต่ตัวไม่ขาว ฮี่ๆ

นับถือ ศาสนาพุทธ ตามรอย คุณยาย เพราะอยู่แต่กับยายอะ

หายงง อ๊ะยัง...

....

อ้อ.. ขอแก้ไข นิ๊ดนึง ตอนที่เราออกจากร้านติ่มซำ
แล้วไปเสียเวลาที่โลตัส นั่นน่ะ

เพราะว่า.....

1. เราต้องรอรถของป้าสาย ที่เปลี่ยน สายพานแอร์ อยู่ที่ร้านซ่อม
(จำได้ปะ รถป้าสายมีปัญหา ตอนมาถึงตรังพอดิบ พอดี)

2. รอป้าจู บินมาสมทบ เครื่องลง ประมาณ เกือบเที่ยงอะ

มิใช่ ไปรับป๊อบ เน้อ เพราะป๊อบ มารับพวกเราที่ขนส่งแล้วไง

ตะเองก็ แค่นี้ ทำงง ทำงง

โดย: WonDerFulSumMer IP: 202.5.95.205 วันที่: 4 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:42:56 น.  

 
อ่ะ ขอโทษๆ มันชักลืมๆ หนะ นานและอ่ะ


โดย: JaCk SpArOw วันที่: 4 กรกฎาคม 2548 เวลา:23:28:12 น.  

 
เอ้า แก้ให้ถูกต้องแล้วนะคร้าบ


โดย: JaCk SpArOw วันที่: 7 กรกฎาคม 2548 เวลา:22:39:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
JaCk SpArOw
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add JaCk SpArOw's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.