ธรรมชาติผู้ยิ่งใหญ่ ... ให้ทุกสิ่งแก่โลกนี้ มนุษย์ตัวน้อยๆเล่า .... ให้อะไรตอบแทน
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
25 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
......เกาะสะเดิ่ง..น้ำใสในไมตรี......

ก่อนฝนจะร่วงลงมาตามฤดู เราตัดสินใจเพียงวูบเดียวเพื่อจะเดินทาง ... ตามแต่ใจจะฝัน .. ครั้งนี้ตกลงกันว่าจะลองไป”เกาะสะเดิ่ง” กัน รีบค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เนตโดยไว พบเพียงคำบอกเล่าที่น่าหลงใหลสำหรับเหล่าออฟโรด ว่าเส้นทางนั้นโหดร้ายปานกลาง(ยกเว้นฤดูฝน) หลังจากศึกษาเส้นทางแล้วก็เริ่มตรวจสอบสภาวะอากาศ วันรุ่งขึ้นก็โยนเป้ขึ้นท้ายกระบะ ด้วยความที่ไม่ได้เตรียมตัวก่อนทำให้เดินทางช้าแล้วเราก็มุ่งหน้าไปกาญจนบุรี



เริ่มผ่านเขตจังหวัดกาญจนบุรี อากาศภายนอกสดชื่นขึ้น เราขับกันขึ้นไปเรื่อยๆแวะซื้อเสบียงข้างทาง เริ่มตั้งแต่แยกบ้านเก่าเลยทีเดียว มีผลไม้ตามฤดูกาลวางแผงขายกันสลอน ช่วงนี้แคนตาลูปกำลังออกผล ได้ติดรถไปหลายใบ ล่องไปถึงน้ำตกไทรโยคน้อย รถมากนักไม่กล้าจอดทานข้าว ได้แต่แขวนไส้รอไปก่อน เอาน่าอีกเดี๋ยวค่อยกินก็ได้ จนวิ่งเข้าอำเภอทองผาภูมินั้นแหละถึงได้กินมื้อเที่ยงตอนบ่าย3โมง โอ้ย.....หิว
หลังจากอิ่มหนำกันแล้วก็ซื้อของที่จำเป็นเพราะกะว่าจะเข้าไปนอนในป่าข้างทางก่อนถึงเกาะสะเดิ่ง พอเลยน้ำตกเกริงกระเวียไป5กม. ก็เจอกับฝนพอดี ถอนใจเฮือกใหญ่ สงสัยทริปนี้จะไม่รอดซะแล้ว อดแน่เรา แล้วก็สมพรปากถึงปากทางเข้าตอน5โมงเย็น ฝนกำลังลงหนัก คืนนี้ต้องนอนสังขละบุรีแทน




เช้ายามหมอกลงชุมชนชาวมอญผู้เคร่งครัดได้ออกมาใส่บาตรเป็นภาพที่แสนธรรมดาหากแต่น่าเลื่อมใส นั่งอ้อยอิ่งจนแดดเริ่มกระจ่างก็เริ่มเดินทางเช่นกัน
เราย้อนรถกลับไปเส้นทางเดิมประมาณ5 กม. เลี้ยวเข้าถนนลาดยางใหม่เอี่ยม นึกดีใจว่าคราวนี้เจ้าเกอร์(ชื่อรถ)คงไม่เจ็บตัว แต่คิดผิด...... ไม่เกิน2กม.เส้นทางก็สิ้นสุดที่ถนนคอนกรีต200เมตรสุดท้าย ถนนดินปนลูกรังก้อนใหญ่ๆทำให้ข้าวมื้อเช้าเราย่อยเร็วกว่าที่ควร ระหว่างทางเป็นไร่ของชนกระเหรี่ยงและมอญตลอดทาง ฝุ่นฟุ้งกระจายจับกับยอดไม้ข้างทาง โชคเป็นของเรา เพราะฝนเมื่อวานนี้ไม่ผ่านเข้ามาในเส้นทาง ยิ่งลึกไม้ยิ่งใหญ่ แต่ไร่ก็ยังเห็นอยู่ตลอดทาง แล้วเราก็ถึงลำน้ำทอดกายเอื่อยตรงหน้า แวะพักข้างทางก่อนกินข้าวกลางวัน



รถพื้นที่คันหนึ่งบรรทุกของเต็มเอียดโขยกมาอย่างรวดเร็วผ่านหน้าเราไป วิ่งเข้าปะทะลำจนน้ำแตกกระจายแล้วส่งตัวขึ้นพื้นดินฝั่งตรงข้ามไม่มีการผ่อน เราได้แต่มองตาปริบๆแล้วไม่กล้าทำตาม พับขากางเกงให้สั้นขึ้นแล้วลงเดินหยั่งน้ำ ดูไลน์แบบค่อยๆงมกันไป เป็นแบบนี้ไปทุกลำน้ำที่ผ่าน สักพักเราก็เจอ หน่วยพิทักษ์ป่าสะเน่พ่อง ซึ่งเป็นหน่วยงานของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เราจ่ายเงินเล็กน้อยในการผ่านทาง ทุ่งใหญ่นเรศวรนี้มีกฎเกณฑ์พอสมควร เพราะเป็นผืนป่ามรดกโลก





ถามเจ้าหน้าที่ฯว่าลำน้ำที่เราผ่านมาแล้วนั้นมีกี่สาย เจ้าหน้าที่หัวเราะแล้วบอกกับเราว่ามีสายเดียว คือโรคี่ เพียงแต่เส้นทางที่เราผ่านจะเลียบน้ำตลอดเพราะเป็นก้นหุบบางทีก็ต้องขึ้นเขาหรือเนินบ้าง แต่เดิมเป็นทางเดินของชาวบ้าน รถที่จะผ่านเข้าไปได้ต้องขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น เราเชื่อที่เจ้าหน้าที่พูดเพราะระหว่างทางที่ผ่านมาต้องขับรถขึ้นเขาหน้าแทบจะตั้งชันจนมองไม่เห็นพื้นหน้ารถที่เขาแดง เราผ่านบ้านสะเน่พ่องด้วยทางดินลูกรังปนทรายไปเรื่อย ข้ามน้ำลำเดิมวกไปวนมาอีกหลายสิบครั้ง บางจุดถึงขั้นงงงันเพราะหาทางขึ้นฝั่งตรงข้ามไม่เจอ หันไปมองหน้ากันแล้วถามว่า เค้าเหาะข้ามกันไปหรือไงนะ ... สุดท้ายต้องถลกขากางเกงกันอีกแล้ว เดินลุยน้ำไปก็เห็นร่องรอยรถคันก่อนหน้าเราผ่านวิ่งสวนลำน้ำขึ้นไป30-40เมตรก่อนจะวกขึ้นฝั่งตรงข้ามได้ แอบถอนใจโล่งอก นึกว่าจะหลงทางซะแล้วดีนะไม่ดื้อดันทุรังมากลางคืน ยิ่งลึกเข้ามาต้นไม่ยิ่งแปลกตาไปเรื่อย เริ่มเหมือนป่าขึ้นทุกทียกเว้นแต่ไร่ของชาวบ้านเท่านั้นที่แลแปลกตา




2 ชั่วโมงผ่านไป ... ขณะกำลังขับรถไต่กระดืบแบบค่อยๆหย่อนตัวลงจากชายเขา ก็เหลือบเห็นบางอย่างเคลื่อนไหวข้างลำน้ำ ไม่ใช่สัตว์ป่าอะไรหรอก สิ่งที่เห็นคือครกกระเดื่องกำลังทำหน้าที่อย่างแข็งขันเพราะมีระหัดน้ำเป็นแหล่งพลังงาน อืม.....งั้นก็คงใกล้หมู่บ้านแล้วซินะ
ในที่สุดเราก็ถึงที่ทำการฯเกาะสะเดิ่งแล้ว ติดต่อกับผู้พิทักษ์ฯเรียบร้อยก็ลงมือหุงข้าวเลย เพราะหิวกันมาตลอดทาง ระหว่างรอข้าวเดือดก็ออกไปเดินเล่นรอบๆที่ทำการฯ ด้านหลังเป็นลำห้วยโรคี่ที่เราผ่านมาเป็นสิบครั้ง ตัดกับอีกสายน้ำหนึ่งซึ่งเป็นห้วยที่แยกมาจากภูเขา ลำน้ำใสสะอาด ตะไคร้น้ำขึ้นเป็นกอข้างลำ ให้นึกอยากอาบน้ำแล้วซิ ระหว่างที่เดินเล่นอยู่นั้นก็เจอชาวบ้านเกาะสะเดิ่ง2-3คนกำลังแบกกระสอบปุ๋ยข้ามลำน้ำหลังที่ทำการฯ ยืนเมียงมองอยู่แต่ยังไม่กล้าทัก จนพวกเรียกมากินข้าวเย็น คืนนั้นเรานอนฟังเสียงน้ำไหล ลมหวิดเบาขณะไหวผ่านใบไม้ในป่าใหญ่ ฟ้าร้องครวญยาวมาจากระยะไกล กบเขียดในลำน้ำร้องรับอย่างยินดีกับเสียงฟ้า เพลินและสงบจนหลับไปไม่รู้ตัว




เช้าแล้ว.. อากาศสดชื่นจริง ดีใจที่ได้สัมผัสไอธรรมชาติบ้าง ตั้งน้ำชงกาแฟได้(ก้น)กระติกนึง เดินไปทางที่ทำการฯ คุยเจ้าหน้าที่ฯที่กำลังทำกับข้าวมื้อเช้าเช่นกัน สอบถามเส้นทางที่จะขึ้นไปถึงลำน้ำกะสะ หรือในแผนที่เรียกลำน้ำกษัตรย์ ผู้พิทักษ์ฯเล่าให้ฟังว่า ทางที่จะขึ้นไปโหดกว่านี้นัก เพราะต้องขึ้นเขา ผ่านลำน้ำน้อยลงใช้เวลาเดินทาง4-5 ชม.จะถึงหน่วยฯทิไล่ป้าแล้วต้องขับไปถึงหน่วยฯจะแกอีก20กม. ถึงจะพบลำน้ำกะสะ และลำน้ำกะสะนี้ชาวบ้านเรียกลำน้ำทรยศ เป็นเพราะไหลจากไทยไปออกชายแดนพม่า ระหว่างทางไม่มีแหล่งท่องเที่ยวนัก ยกเว้นจะดูนกหรือชมต้นไม้ใหญ่



ขณะที่คุยกัน ชาวบ้านชุดเมื่อวานก็เดินมาจากหมู่บ้านเพื่อนขนกระสอบเมื่อวานที่ฝากเจ้าหน้าที่ไว้ สอบถามก็ได้ผลว่าเป็นข้าวเปลือกที่ไปทำไว้ในไร่ชายเขาที่เราเห็นลำน้ำแยกหลังที่ทำการฯ



เจ้าหน้าที่บอกว่า ชาวบ้านเกาะสะเดิ่งส่วนใหญ่เป็นชนกระเหรี่ยง พวกเขารักป่าและใช้ชีวิตอยู่กับป่าอย่างสมดุล บ้านหนึ่งก็จะถางที่ชายเขาที่ไม่มีไม้ใหญ่ไว้ปลูกข้าวและพืชผลประมาณ4-5ไร่ เก็บไว้กินตลอดปี พืชที่ปลูกถ้าได้ปริมาณเยอะก็จะนำไปขายหรือแลกสิ่งที่ต้องการใช้ ข้าวที่ได้ก็จัดการตำโดยใช้ครกกระเดื่องอย่างที่เราเห็น การเดินทางเข้าไปไร่บ้างก็เดิน บ้างก็ขี่ช้างเข้าไป ไฟฟ้าที่ใช้ก็ใช้แผงโซล่าเซลขนาดเล็ก มีโรงเรียนเล็กๆอยู่ที่หมู่บ้าน ทุกอย่างมีเกือบครบถ้วน เพราะหน้าฝนเส้นทางนี้ไม่สามารถใช้รถได้เลย ถ้าต้องการเข้าหรือออกไปต้องเดินเพียงอย่างเดียว




นั่งคุยกันจนเพลินเกือบเที่ยงแล้วจึงขอตัวออกไปเดินเที่ยวแถวนั้น ต้นไม้ใหญ่ข้างลำเยอะจนลานตา บ้างก็ป่าไผ่ ได้ยินเสียงกระดึงผูกคอวัวดังแววตามลม นั่งเขียนบันทึกนี้บนเปลผ้าขะม้าที่เนินชายน้ำใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ที่กรองแสงตกถึงพื้นเหมือนลายของผ้าลูกไม้ชั้นเยี่ยม บ่ายแก่ก็กลับมาเล่นน้ำกันจนเพลียค่ำนี้หลับอย่างรวดเร็วและเป็นสุข




วันเดินทางกลับมาถึงแล้วตื่นมาเก็บเปลใส่เป้แต่เช้า เพราะได้ยินเสียงฟ้าร้องครางมาแต่ไกล จากคำบอกเล่าเมื่อวานก็รู้ว่าถ้าฝนตกเราจะกลับไม่ได้แน่ รีบจัดครัวลงกล่องเลือกอาหารที่เรามีและบุหรี่และยาที่ตุนมาให้กับผู้พิทักษ์ เป็นการขอบคุณที่ช่วยดูแลเรา ซึ่งก็ได้ยอดผักกูดป่ามากำโตเป็นของฝากเช่นกัน ยิ้มกับคำซื่อแล้วกล่าวอำลากัน เก็บความประทับใจไว้เพื่อถ่ายทอดสู่ผู้ได้อ่าน ไมตรีในป่าลึก....
.


Create Date : 25 พฤษภาคม 2549
Last Update : 26 พฤษภาคม 2549 10:20:45 น. 4 comments
Counter : 1010 Pageviews.

 
ฮาโหลๆๆ

แวะมาดูรูปจ้า


โดย: โอละหน่าย..หน่อยเอย วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:18:58:24 น.  

 
เนเธงเธฐเน€เธ‚เน‰เธฒเธกเธฒเธญเนˆเธฒเธ™ เธญเธขเธฒเธเน„เธ›เธˆเธฑเธ‡ เน€เธ„เธขเน€เธ‚เน‰เธฒเน„เธ›เนเธ„เนˆเธชเธฐเน€เธ™เนˆเธžเนˆเธญเธ‡เน€เธกเธทเนˆเธญ 13 เธ›เธตเธเนˆเธญเธ™ เธ”เน‰เธงเธขเธงเธดเธ˜เธตเน€เธ”เธดเธ™ เธกเธตเน‚เธญเธเธฒเธชเธˆเธฐเน€เธ‚เน‰เธฒเน„เธ›เน€เธซเธกเธทเธญเธ™เธเธฑเธ™


โดย: เธ™เธเธ›เนˆเธฒ IP: 58.8.58.156 วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:17:33:00 น.  

 
เขาอยู่ที่นี่มาก่อนเจ้าหน้าที่จะอยู่มาสะอีก ไม่แปลกใจทำไมเส้นนี้
เจ้าหน้าทีกับชาวบ้านถึงไม่ค่อยปฏิสัมพันธ์เหมือนฝั่งอุ้มผาง
ทั้งๆ ที่ก็อยู่ในพื้นป่าเดียวกัน

การจะเข้าไปเที่ยวที่ไหนหาเวลาไปพูดคุยกับชาวบ้านให้เยอะๆ
และเรียนรู้จากเขา เส้นนี้ที่จริงไม่อยากให้เอารถเข้ามาเลยบอกตรงๆ
อยากเข้าก็เดินเท้าเอา เพราะเดินมานับ 10 ปีแล้วสำหรับเส้นนี้
ถ้าไปนั่งพูดคุยจะรู้ว่าชาวบ้านเขาไม่ชอบนักหรอกกับรถที่วิ่งเข้าๆ ออกๆ
เหมือนไม่เห็นหัวพวกเขา หัวหน้าหน่วยป่าไม้ทางนี้ก็เปลี่ยนบ่อยมาก
แต่ละคนนโยบายก็ต่างกัน บางคนปล่อยให้รถเข้าได้เสรี
บางช่วงเข้ากันไป 40-50 คัน บ้าไปแล้ว

ผ่านมาเลยแวะบอก อยากให้เส้นทางสายนี้คงอยู่ไปนานๆ
ตราบเท่าที่ชนกะเหรี่ยงยังดำรงอยู่ในกับผืนป่าแห่งนี้



โดย: ผ่านมา IP: 124.121.22.98 วันที่: 8 มกราคม 2552 เวลา:23:03:56 น.  

 
เกาะสะเดิ่งเดินไกล ลำบากแค่ไหนถึงไกลก็จะมา ครูมาหนูจะตั้งใจ เพราะครูเดินไกล หนูจะตั้งเรียน......(เพราะคิดถึง..สิ่งดีงามที่เกาะสะเดิ่ง....จำได้ว่า เมื่อตอนอยู่ที่นั่น..จะพยายามแฝงตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน....ในความรู้สึกเวลามีคนนอกเข้าในหมู่บ้าน.....เป็นอะไรที่วุ่นวาย.......ไม่ชอบเลย............วอนบอกผู้มาเยือน...............โปรดเรียนรู้ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน อย่างยอมรับและเข้าใจ..........สำหรับผู้ที่จะเข้าไปที่.....โกเทอเดิ่ง ........เพราะ........ดอกไม้ขาวแสนสวยงาม........เพราะกลีบเจ้าบอบบางนัก..................)


โดย: ครูมื้อหน่องซาเกาะสะเดิ่ง IP: 125.27.201.200 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:14:34:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Twining
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..??...
Friends' blogs
[Add Twining's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.