Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
20 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
กำเนิดมาวิน

กลับมา up blog แล้วค่ะ วันนี้ หลังจากวุ่นกับการเลี้ยงลูกทั้งคนโตคนเล็กคนใหม่คนเก่ามือเป็นระวิง เพราะตั้งใจไว้ว่าลูกใหม่ก็จะดูแลแต่ลูกแมกซ์ก็จะไม่ให้ห่างเหิน คุณแม่บ้าพลังมากจนเครียดหัวตึงอยู่หลายวัน ตอนนี้หายแล้ว ยอมให้แมกซ์อยู่กับพี่เลี้ยง คุณพ่อ คุณย่าแต่โดยดี แล้วมารบรากับเจ้ามาวินจอมโวย อายุ สิบวันแต่ร้องดังนำหน้าไปแล้วสิบเดือน

เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 เดือน 8 ที่ผ่านมา วันพิธีเปิดโอลิมปิกเบจิง คุณแม่ถือเป็นวันธงชัยให้มาวินโผล่ออกมาดูโลก เพราะ คุณหมอไฟเขียวว่าเป็นช่วงเลย 38 วีคพอดิบพอดี เหมาะกับการถูกเจื๋อน (ไอ้หยา เสียวพุงวูบ)
อีเวนท์ระดับโลกแสดงศักยภาพแบบ the rise of china อะไรทำนองนี้เป็นที่ถูกใจคุุณแม่บ้าพลังเป็นอันมาก ถึงกับจะตั้งชื่อน้องว่าเบจิง แต่ก็โดนเบรกเอาไว้จาก stakeholders หลายฝ่ายที่จะต้องคอยกระดกปากเรียกไปตลอด

เอาเป็นว่าพอคุณแม่เลือกวัน คุณป้าคนเก่งก็ไปหารือหมอดูเลือกเวลามาให้ทันที แต่คุณแม่ก็ยังงงๆว่ามันจะให้ตรงเวลาเป๋งตามฤกษ์คุณป้าได้อย่างไร เอาเป็นว่าคุณหมอยิ้มๆบอกว่าน่าจะได้ คุณแม่ก็บอกว่าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เอาแม่ลูกปลอดภัยหนูก็พอแล้ว แหม ไอ้ผ่าตัดใหญ่แบบนี้ถึงจะหนทีสองแล้วก็ใช่ว่าจะขินจนขิลล์ๆกันได้เมื่อไหร่

คืนก่อนคลอดคุณแม่มีอาการ baby blues attack ล่วงหน้า เพราะ เกิดนั่งมองหน้าแมกซ์ตอนหลับแล้วใจหาย ว่าต่อไปนี้แมกซ์จะไม่ได้เป็นลูกคนเดียวจอมอำนาจบาตรใหญ่ในบ้านอีกต่อไป (แต่ตอนนี้กลายเป็นจะมีจอมอำนาจบาตรใหญ่สองคน) ก็ให้สงสารลูก ว่าจะไม่ได้อะไรๆเต็มที่อย่างที่แม่ตั้งใจจะให้มาตลอด ทำเอาคุณแม่น้ำตาไหลพราก จนคุณพ่อตกใจ เอาเป็นว่าแม่ก็ให้แมกซ์ได้มีน้อง ได้มีอีกคนหนึ่งในสายเลือดเดียวกันไว้ให้ผูกพันสืบต่อไป ค่อยสงบใจลงหน่อย

ตอนเช้าเราย่องลงจากเตียง ฝากแมกซ์ไว้กับคุณย่า คุณพ่อหอบกระเป๋าเสื่้อผ้ากับคุณแม่และพวงมาลัยหนึ่งพวงขึ้นรถ ขับไปโรงพยาบาลแต่มืด

พอไปถึงคุณแม่ก็ไปพบพยาบาลเพื่อเจาะเข็มน้ำเกลือ ซึ่งเข็มก็สยดสยองอยู่แล้ว คุณพยาบาลยังมือใหม่ เจาะจนเส้นเลือดมือแตกบวมเป่งเขียวอื๋อ ทำเอาคุณแม่ร้องจ๊าก ตามด้วยความหงุดหงิดสุดๆ เพราะต้องเจาะใหม่ ก็ไอ้จะเข้าห้องผ่าตัดนีก็เครียดกลัวเจ็บจะแย่อยู่แล้ว ยังมาทำให้เจ็บล่วงหน้าเข้าไปอีกหนึ่งอย่าง คุณพยาบาลมือหนักเห็นคุณแม่หน้าเม้ง เลยไม่กล้าพยายามใหม่ ให้เข็นคุณแม่ขึ้นห้องไปเจาะข้างบนโดยคนอื่นทีมือนิ่งกว่า ส่วนคุณพ่อเห็นท่าไม่ดีรีบเอาพวงมาลัยไปไหว้พระ หน้าโรงพยาบาลทันที

พอขึ้นมาถึงวอร์ดก็รีแลกซ์ขี้นมาหน่อย เพราะคณะพยาบาลเข้ามาเอาใจใส่ดูแลดีมาก เริ่มจากต้องชั่งน้ำหนัก วัดไข้ ความดัน รอบที่แล้วความดันสูงปรี๊ดเพราะนอนไม่หลับทั้งคืน คราวนี้นอนได้ประมาณห้าชั่วโมงถือว่าดีขึ้น น้ำหนักสิริรวมแล้วขึ้นมาสิบกิโลนิดๆ ท้องที่แล้วสิบสามโลกว่า คุณพยาบาลคนใหม่โผล่มา เจาะน้ำเกลือใหม่เข้าตรงข้อมือแทน เจ็บสุดยอด เสร็จแล้วก็สวนก้นให้ถ่ายท้อง แล้วก็ใส่ชุดคนไข้เปิดหลัง เตรียมเข้าห้องผ่าตัด คุณตาก็ตื่นเช้ามารอส่งเข้าห้องผ่าตัดเหมือนเช่นเคย

ตอนนี้ก็นอนสงบใจคุยกับคุณพ่อเพลินๆ คราวนี้คุณแม่บอกว่าไม่ต้องเข้ามาดูก็ได้ เพราะคราวที่แล้วคุณหมอให้ไปยืนไกลๆปลายเตียงนู่น ทั้งเห็นภาพทั้งได้กลิ่น น่าสยดสยองใจ แถมไม่ได้เข้าใกล้แม่ซักแอะ

คราวนี้คุณพ่อไม่ยอมอยู่ดี บอกว่าเดี๋ยวมาวินจะต่อว่าทีหลังว่าไม่เข้าไปถ่ายรูปให้แบบพี่แมกซ์ เลยจะไปต่อรองกับคุณหมอที่หน้าห้องผ่าตัดเอาเองอีกที คราวนี้จะขอมานั่งข้างๆคุณแม่

สักพักเตียงห้องผ่าตัดก็มารับ คุณแม่มือเย็นไปหมด ลงลิฟต์จากชั้น 18 ไป 17 ห้องผ่าตัดมีคุณหมอพยาบาลนั่งยิ้มรออยู่เต็มไปหมด

ห้องผ่าตัดใหม่เอี่ยมคราวนี้ใหญ่กว่าคราวที่แล้ว ทาผนังสีเหลืองดูอบอุ่นกว่า มีอุปกรณ์ไฮเทคต่างๆระโยงระยางเต็มไปหมด เราถูกจับย้ายขึ้นเตียงผ่าตัด คุณหมอวิสัญญีคนเก่ง (คนเดิมที่คุณพ่อขอไว้เพราะคราวที่แล้วคุณแม่ไม่เจ็บเลยแม้แต่วันเดียว)พร้อมคณะผู้ช่วยก็เข้ามารุม
เต็มไปหมด คุณหมอให้เรานอนตะแคงขวา พร้อมกับอธิบาย process ในการ block หลังให้ฟังอีกรอบ (สองปีสี่เดือนให้หลัง) แล้วก็ให้เราคู้เข่าทำตัวงอแบบกุ้ง เพื่อให้ไขสันหลังเปิด แล้วเอาเข็มจิ้ม ปล่อยยาชาเข้าสันหลังรู้สึกวูบๆ ซ่าๆ สักแป๊บก็เสร็จ

พอเสร็จคุณหมอก็จับเรานอนหงาย เอาสายอ๊อกซิเจนเสียบจมูก พอยาใกล้จะออกฤทธฺ์เราก็เริ่มรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกเหมือนจะตายเหมือนคราวที่แล้ว แต่เป็นอยู่ไม่นานก็หาย สักพักก็รู้สึกอุ่นวาบขึ้นที่ขาสองข้างแล้วก็ค่อยๆชา ในขณะที่ผู้ช่วยหมอและพยาบาบเริ่มทำความสะอาดส่วนท้องแล้วใส่สายปัสสาวะ เราก็แทบจะไม่รู้สึกอะไรนอกจากผิวๆ
คราวนี้เราใจดีสู้เสือชวนคุณหมอวิสัญญีคุยเล่นไปเรื่อยๆ แนวขอคำปลอบใจว่าจะไม่เกิดเจ็บร้องจ๊ากขึ้นมาตอนลงมีดแน่นะ สักพักคุณหมอสูติก็เข้ามาท่าทางชิลล์ๆ ทักทายปลอบขวัญแล้วก็ เตรียมลงมีด พร้อมดูนาฬิกาไปด้วย เราก็ไม่คิดเหมือนกันว่าคุณหมออาวุโสท่านนี้จะเอาจริงๆเอาจังกับฤกษ์คุณแม่มาก พอคุณหมอเริ่มลงมีดคุณพ่อก็เดินเข้ามานั่งข้างๆแม่ ยิ้มให้กำลังใจ (ตัวเองด้วย) ทำให้คุณแม่หายเครียดขึ้นมาทันที คุณพ่อนั่งคุยกับคุณหมอสู นั่งถามโน่นถามนีคุณหมอวิสัญญี คุยกันไปหัวเราะกันไป (แต่ไม่กล้ามองผ่านผ้าที่ขึงไว้) สักแป๊บคุณหมอก็ทำเสียงเซอร์ไพรส์ ว่าช่องท้องคุณแม่นิ้งมากไม่มีพังผืดให้เลาะเลย เรียบสวย เปิดได้ทันที (กรี๊ด คุณแม่สยอง ไม่ต้องบรรยายก็ได้) ทำให้เปิดออกมาก่อนเวลาไปมาก เหลือเวลาก่อนถึงฤกษ์อีกร่วม ยี่สิบนาที คุณเหมอบอกเอ้าถ้างั้นมารอกัน คุณแม่ร้องจ๊าก บอกคุณหมอ เอาออกมาเลยก็ได้ ไม่ซีเรียส (กลัวท้องเปิดโหว่ทิ้งไว้ตั้งนาน) คุณหมอไม่ยักฟังคุณแม่ บอกให้พยาบาลเอาเพลงมาเปิดฟังแถมทำท่าจะสั่งแซนด์วิช
ส้กพักก็มีเพลง theme for a dream ของ cliff richards ดังก้องห้องผ่าตัด ว๊าว อะไรมันจะสุนทรีย์ขนาดนี้ พุงเพิงเราก็เปิดอยู่หรือมิใช่ ลำไส้โผล่ออกมาหรือเปล่า สักพักแม่ก็ปลงได้ เริ่มร้องคลอตามคลิฟฟ์ คุณพ่อเองก็ขำ แต่ก็จะเป็นลมไปด้วย แล้วตกลงคุณหมอได้กินแซนด์วิชหรือเปล่าหว่า

ยี่สิบนาทีผ่านไปคุณหมอกับผู้ช่วยและพยาบาลทั้งมวลก็มองที่นาฬิกาฝาผนัง แล้วก็นับถอยหลังพร้อมกัน คุณหมอสูบอกเอาล่ะนะ แล้วเรียกคุณพ่อไปเตรียมพร้อม แล้วก็พากันมากดอึ๊บๆอะไรอยู่แถวพุงก็ไม่รู้เพราะไม่รู้สึกอะไรเลย จนดึงลูกออกมาร้องแว๊ก เม้งแตกตั้งแต่เกิด (ขนาดให้ฟังเพลงคลิฟฟ์) นัยว่าให้รอนานไปหน่อย

มาวินเสียงเครือออกมาเลยแต่ร้องเป็นจังหวะอยู่ไม่หยุด (ตอนแมกซ์ร้องออกมาสองแว๊ดก็เงียบ เพราะขี้เกียจ)

ตัดสายสะดือทำความสะอาดอะไรสักพักก็พาลูกมาให้ชม ไอ้หยาหน้าแดงแป๊ด เหี่ยวๆแต่หน้าเหมือนแมกซ์เลยเป็น เดจาวูหรือไร คุณพ่อถ่ายรูปยกใหญ่ก่อนจะโดนไล่ออกไปนอกห้องพร้อมลูก

คุณหมอวิสัญญีบอกไม่ต้องหลับก็ได้ไม๊ ไม่มีอะไรแล้วนี่ (เห็นเราชิลๆ) เราก็ยิ้มแหยๆ ช่วงนี้คุณหมอเอารกออกแล้วก็ดูดน้ำคร่ำทีเหลือทำความสะอาดพุง (ได้ยินเสียงดังฉู่ฉ่า) ให้ก่อนจะเย็บปิดกลับไปเหมือนเดิม คิดภาพแล้วสยอง หลับดีกว่าเนาะคุณหมอ สามีออกไปแล้ว หนูกลัว

เอาเป็นว่าคุณหมอให้ยาแค่สลึมสลือ ตอนเสร็จแล้วคุณแม่ตัวสั่นงันงกด้วยความหนาวอยู่ใต้เสื้อ แต่ตื่นเร็วมาก ตอนถูกเข็นมาอยู่ห้องดูอาการ เห็นคุณแม่ผ่าคลอดอีกสองคนนอนสลบอยู่ซ้ายขวา แล้วก็มีคุณแม่ (หรือเปล่าไม่แน่ใจ)อีกคนที่ถูกตัดซีสต์มดลูกออกไป มีคนเอาใส่ถุงมาให้ดู สักพักคุณพ่อกับพยาบาลก็เข้ามาพร้อมลูกมาปลุกๆ เอาลูกมาดูดนมกระตุ้นแล้วก็ถ่ายรูปกันไปด้วย พอลูกกลับไป คุณแม่นอนไม่หลับรู้สึกสดชื่นเกินกว่าเหตุ นอนมองซ้ายขวาไปเรื่อยๆ แล้วถามเชิงสั่งพยาบาลว่าเอ๊ะไม่เป็นไรแล้วกลับห้องเลยได้มะ

เลยได้กลับเร็วเป็นพิเศษ สดชื่นรับคนมาเยี่ยมรับโทรศัพท์ทั้งวันไม่เป็นอันนอน แถมนอนดูพิธีเปิดโอลิมปิกกับคุณพ่อถึงห้าทุ่มกว่า (รอดูจุดคบเพลิง ที่หลี่หนิงบินวิชาตัวเบาขึ้นไปวิ่งอยู่บนขอบสนามกีฬาหนึ่งรอบ) แทบสลบ วันแรกซ่ามากไปหน่อย วันที่สองก็ยังซ่า รับคนมาเยี่ยมได้ทั้งวัน แถมยังพาแมกซ์ไปเล่นมุมเด็กเล่นของโรงพยาบาลกับคุณพ่อแล้วไปซื้อชาเย็นกินอีกต่างหาก แต่สลบคาเตียงพร้อมลูกมาวินทีหลัง (หลับใส่คนมาเยี่ยมนั่นแหละ) วันที่สาม แอบคุณพยาบาลเดินออกไปดินเนอร์โรแมนติกกับคุณพ่อ (ในชุดคนไข้) ที่ร้านอาหารฝรั่งข้างโรงแรม (กินฟัวกราส์อีกต่างหาก)พยาบาลรู้แทบเป็นลม กลับมานอนเจ็บแผล ปวดมดลูกไปอีก สองวัน (ไม่รู้เกี่ยวรึเปล่า)
ท้องนี้ รู้สึกแข็งแรงน้อยลงหน่อย หลังคลอดท้องผูกไป หกวันแก๊สเต็มท้องไปหมด ทั้งปวดท้องและเจ็บแผล พออึดีใจมากเหมือนสวรรค์มาโปรด วันที่หกก็หายเจ็บหมดสิ้น เลี้ยงลูกเหนื่อยดีจริงๆ






Create Date : 20 สิงหาคม 2551
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2551 23:20:44 น. 0 comments
Counter : 305 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สาวช่างเที่ยว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




I love you in a place,
where there's no space or time,
I love you for a reason,
you are a friend of mine.
Friends' blogs
[Add สาวช่างเที่ยว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.