กันยายน 2556

1
2
3
4
5
7
11
12
14
17
20
21
23
24
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
นั่งเจอาร์ลั้ลล้าเจแปน
         ครั้งนี้เราจะพาท่านไปแบกเป้เที่ยวญี่ปุ่นกันนะครับ แบ็คแพ็ครอบนี้กรุ๊ปใหญ่หน่อยไปกัน 7 คน มี 4 สาว 3 หนุ่ม จริงตอนแรกมี 5 คน ที่ไปขอวีซ่ากันก่อนแล้ว มีอีก 2 ตัดสินใจไปทีหลังก็แยกออกไปอีก

ต่างหาก คือแยกทุกอย่างตั้งแต่การขอวีซ่า บินคนละไฟล์ พักคนละที่ แต่ที่พักก็ใกล้กันนะพอไปมาหากันได้ เมื่อได้เวลาเดินทาง มันก็มั่วๆตั้งแต่เมืองไทยแล้วล่ะ อยู่มหาสารคาม 5 คน แต่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ

ไปก่อนหนึ่ง ขับรถตามไปอีก 4 คน แวะลงวิหารแดง 1 เพื่อไปรับหลานชายที่ตอนนั้นเรียนอยู่มัธยม 5 แล้วพ่อแม่เขาจะไปส่งที่สนามบิน ส่วน 3 คน ก็ขับรถไปจอดคอนโดเพื่อนแล้วนั่งแท็กซี่ไปสนามบิน

อีก 1 คนมาจากระยอง เมื่อทุกคนพร้อมกันที่สุวรรณภูมิแล้วอย่าช้าเรามาเดินทางลุยกันเลย 5 คน บินนำไปก่อน 2 คน บินตามไป 

       เมื่อไปถึงสนามบินนาริตะ เราก็รอ 2 สาวที่นั้น ช่วงนั้นเราแลกเงินให้เรียบร้อยและเอาตั๋วเจอาร์ไปเปิดเพื่อจะได้ไม่เสียเวลา เมื่อ 2 สาวมาจะได้ออกเดินทางกันเลยเพราะเราต้องนั่งรถไฟไปเกียวโต

 เราจะไปเริ่มต้นที่นั้นแล้วเราถึงจะกลับมาโตเกียว แต่ว่าเครื่องของ 2 สาวล้าช้าไปเกือบ 2 ชั่วโมงทำให้เวลาที่เราวางไว้คาดเคลื่อนเรากะว่าพอเรานั่งรถไฟไปถึงสถานีรถไฟโตเกียวยังไม่ใช่เวลาก็จะไม่วุ่นวาย

แต่เมื่อไปเจอเวลานั้นพอดีผู้คนเยอะมาก จึงทำให้เราพลัดหลงกันเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก 3 สาว กลุ่มสอง 3 หนุ่ม 1 สาว เรายืนรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงเมื่อไม่เจอเราก็จำเป็นต้องไปและเราคิดว่าอีกกลุ่มเขา

ก็สามารถไปได้เพราะเรามีแผนที่ ตารางรถไฟแจกไว้ให้ทุกคนไว้ เราพากันนั่งรถไฟไปด้วยอาการเซ็งๆ ก็คิดไปต่างๆแหละนะ เรานั่งซินคันเซ็นจากโตเกียว เกียวโตใช้เวลา 4 ชั่วโมงนะครับ

       ตอนที่เราไปถึงเกียวโตก็ดึกพอควรแล้วน่าจะสี่ทุ่มได้ เราเดินหาที่พักก็ไม่ไกลจากสถานีหรอกนะ แต่วันแรกที่มามันก็ยังงงๆอยู่เลยใช้เวลาไปพอควรบวกกลับมาถึงก็ดึกแล้ว ที่พักของเราเป็นคุณลุง

มาต้อนรับ เราบอกว่าเราจะพักที่นี้คุณลุงบอกว่าเต็มแล้ว เราเลยเอาใบจองให้ดูและบอกว่ามาจากไทยแลนด์ แกบอกว่าเพื่อนเรามาก่อนแล้วและได้ไปยังที่พักแล้วแกขอพาสปอร์ตเรา เมื่อเรียบร้อยแกบอก

ว่าที่พักต้องเดินไปอีกห้านาทีเพราะอยู่คนล่ะที่ ที่นี้เป็นบ้านและใช้เป็นสำนักงาน เราไปที่พักก็หลงนิดหน่อยนะครับว่จะเจอเดินผิดซอย เมื่อเจอที่พักเรารีบพุ่งเข้าไปเลยเพราะอากาศข้างนอกหนาวมาก

เพื่อนที่มาก่อนแกจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วอาบน้ำพร้อมนอนแล้ว ก็ซักถามกันนิดหน่อยได้ความว่าพอหลงกันเขาคิดว่าเราคงขึ้นรถไฟมาแล้วเขาเลยขึ้นรถมากันเลย เขาก็เดินหาเราบนขบวนรถแต่ไม่เจอ

คิดว่ายังไงเราต้องตามมาแน่ พอมาถึงแกก็ไปส่งสองสาวเข้าที่พักแล้วแกก็มาหาที่พักของตัวเอง ก็อย่างที่บอกว่าสองสาวตัดสินใจช้าเลยได้ที่พักคนล่ะที่ก็อยู่คนล่ะฝั่งสถานีรถไฟเดินมาหากันใช้เวลา 15 นาที

พวกเรารีบอาบน้ำและเข้านอนกันเลยพรุ่งนี้ค่อยสอบถามกันใหม่ไม่ไหวแล้วมันครบ 24 ชั่วโมงแล้วที่ไม่ได้นอนแล้วเจอกันตอนเช้า

       เราตื่นแต่เช้ามากหกโมงได้อาบน้ำแต่งตัวพร้อมลุย ออกจากที่พักเจ็ดโมงเช้าเดินไปรับสองสาว ก็ยังคุยกันเรื่องเมื่อวาน พอมาวันนี้ก็เป็นเรื่องขำๆไป วันนี้เราจะไปเมือง ฮิเมจิ เพื่อไปชมปราสาท ฮิเมจิ

ที่สวยงาม เป็นสิ่งก่อสร้างแห่งหนึ่งที่เหลือรอดจากการทิ้งระเบิดช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ฮันซิง พ.ศ 2538 ได้รับการขึ้นเป็นมรดกโลกและมรดกแห่งชาติญี่ปุ่น แล้วเราไปต่อที่เมืองโกเบ

เพื่อไปหาเนื้อโกเบกินกัน อร่อยมากสมคำล่ำลือนะครับขอบอก เราไปถึงโกเบก็มืดแล้วนะครับ เราเดินชมเมืองนิดหน่อยเพราะเราต้องเดินทางไปโอซาก้าเพื่อไปชมเมืองกันเราว่าจะไปที่ชิงช้าสวรรค์ยักษ์กัน

แต่พอไปถึงเดินออกจากสถานีรถไฟได้หน่อยเดียวต้องรีบกลับเข้ามาเพราะหนาวมากๆๆ ตัดสินใจเข้ามาช็อปปิ้งห้างในสถานีแล้วกลับที่พักกันดีกว่า (แล้วเราจะกลับมาใหม่ฝากไว้ก่อน) ช่วงนั่งรถไฟกลับ

ฝนกับหิมะเริ่มตกนะครับ มิน่าหนาวโครตๆ พอไปถึงสถานีเกียวโตสองคนไปส่งสองสาวที่พัก สามคนที่เหลือเลยออกมาถ่ายรูปกับหิมะ ก็นี่ครั้งแรกที่เห็นหิมะตกนี่เลยตื่นเต้นกันใหญ่สนุกสนานจนคนที่นี่เขามอง

เขาคงว่าพวกนี้แปลกๆ 5555 

       วันนี้เราจะไปเมืองฮิโรชิม่า เราจะไปดูศาลเจ้าลอยน้ำที่เกาะมิยาจิม่าและเสาโทโรอิกลางน้ำ ที่ว่าลอยน้ำคือสร้างยื่นลงไปในทะเลพอน้ำขึ้นจึงทำให้เหมือนว่าศาลเจ้าลอยน้ำอยู่ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น

มรดกโลกด้วย อ้อเรือข้ามฟากมีสองเจ้านะครับถ้าเราซื้อเจอาร์ไปสามารถนั่งเรือฟรีเลือกให้ถูกด้วย ใช้เวลาเดินทางด้วยซินคันเซ็นจากเกียวโต ฮิโรชิม่า 3 ชั่งโมง ที่เกาะนี้เราได้เจอกับเพื่อนของพี่ในทริป ที่พาแม่

พี่สาว และเพื่อนมาเที่ยว คุณแม่ท่านต้องนั่งรถเข็นเวลาจะขึ้น ลง บันได รถไฟ เรือ เจ้าหน้าที่เขาจะมาช่วย อย่างตอนขึ้น ลงบันไดข้ามทางรถไฟ เขาจะมีที่ใส่รถเข็นแล้วค่อยๆเลื่อนขึ้น ลง ก็สะดวกดีนะครับสำหรับ

คนพิการหรือคนแก่ จากเกาะมิยาจิม่า เราข้ามกลับมาเพื่อไปอะตอมมิกบอมบ์โดม  สวนสันติภาพ พิพิธภัณฑ์สงคราม เก็มบากุโดมุ  ซากอาคารที่โดนระเบิดถล่ม ยังคงเก็บรักษาสภาพความเสียหายที่ถูกระเบิดไว้

 ทั้งโครงตึกและโดม ใกล้กันนั้นมีพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพและใกล้กันมีรูปปั้น ซาดาโกะ ที่ป่วยเป็นมะเร็งในเม็ดเลือด เป็นผลมาจากกัมมันตภาพรังสีของระเบิด เธอเชื่อว่าพับนกกระเรียน 1,000 ตัวแล้วจะหาย

 แต่เธอพับนกได้ 954 ตัวก็เสียชีวิต

       วันนี้ไม่ต้องรีบมากเพราะเราจะเที่ยวในเกียวโตกัน เราจะไปวัด คินคะคุจิ หรือปราสาททอง เดิมเป็นสถานที่ตากอากาศของโชกุน โยชิมิสึ จากตระกูล อาชิคางะ จากการ์ตูนเรื่อง อิคคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา

หลังจากชม วัดคินคะคุจิ แล้วเราจะพาท่านไปชมซากุระ ที่สวน มารุยามะ ท่านจะได้ชมต้นซากุระต้นใหญ่อายุเป็นร้อยปี และบริเวณสวนมีการจัดงานเทศกาล ฮานามิ เทศการชมดอกซากุระ ที่ชาวญี่ปุ่นจะมานั่งทาน

อาหาร ดื่มสาเก ร้องเพลงสนุกสนานท่ามกลางดอกซากุระที่เบ่งบาน บ่ายๆจะพาท่านไป วัดคิโยมิสึ หรือวัดน้ำใส วัดตั้งอยู่บนเนินเขาเดินขึ้นไป 500-600 เมตร ก็ถึงแล้วครับ แต่ไม่น่าเบื่อนะครับเพราะตลอดสองข้าง

ทางมีร้านค้า สินค้าน่ารักๆ ให้ท่านได้แวะซื้อแวะชมตลอดทาง เดินเพลินๆก็ถึงแล้วละครับ วัดคิโยมิสึ สาเหตุที่เรียกว่าวัดน้ำใส ก็เนื่องมาจากมีน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำสามสาย ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไหลมาจาก

เทือกเขา สร้างขึ้นสมัยนาระ ประมาณปี พ.ศ 1321 เพื่อถวายแด่พระโพธิ์สัตว์กวนอิม 11 พักต์ สร้างขึ้นก่อนที่เกียวโตจะเป็นเมืองหลวง วัดคิโยมิสึ เป็นมรดกโลกอันเก่าแก่กว่า 1,500 ปี       

       วันสุดท้ายในเกียวโตเราตื่นแต่เช้าเพื่อไปชมศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ หรือศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว เป็นศาลเจ้าในศาสนาซินโต สร้างขึ้นเพื่อถวายให้แด่เทพเจ้าแห่งการกสิกรรม จะรูปปั้นและสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับ

สุนัขจิ้งจอก ในตำนานพื้นบ้านญี่ปุ่นเชื่อว่า สุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์นำสาส์นของเทพเจ้า อินาริ เพื่อให้พื้นที่บริเวณนี้มีน้ำอุดมสมบูรณ์ ปลูกข้าวได้ผลผลิตดีมีคุณภาพ เป็นสัตว์ที่มีอิทธิฤทธิ์อำนาจพิเศษสามารถแปลง

กายเป็นมนุษย์ได้ นอกจากนี้ศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีเสาโทโรอิสีแดงส้มนับเป็นพันๆหมื่นๆต้น ที่ตั้งเรียงรายติดๆกัน จนกลายเป็นอุโมงค์เสาโทโรอิ ที่ยาวถึง 4 กิโลเมตร เสาโทโรอิเป็นสัญลักษณ์แทนประตูเข้าสู่

ดินแดนศักด์สิทธิ์ ของเทพเจ้าตามความเชื่อของศาสนาซินโต อ้อวันนี้เราไปเที่ยวกันแค่ 4 คนนะครับ สามสาวเขาไม่ไป

       พอเรากลับมาจากศาลเจ้าก็เกิดเรื่องขึ้นอีกจนได้ คือว่าเราจองที่พักในโตเกียวผิดเดือน คือแทนที่เราจะจองเดือนเมษา เรากลับจองมีนา เราเลยไม่มีที่พักในโตเกียว  ในส่วนของพวกเรา 5 คน ส่วน 2 สาว

เขาจองแยกต่างหากเลยไม่มีปัญหา เราเลยแก้ปัญหาโดยการ ไปที่สาถานีรถไฟแล้วไปให้ทางบริษัททัวร์ในสถานีเขาช่วยหาให้ เราเลยได้ที่พักเป็นแบบแคปซูล เราเสียเวลาในการหาที่พักนาน 2-3 ชั่วโมงกว่าจะได้

แล้วเราต้องเดินทางไกลจากเกียวโตเพื่อมาโตเกียวอีกหลายชั่วโมง ที่ตอนแรกกะว่าจะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิผ่านหน้าต่างรถไฟ ระหว่างนั่งมาโตเกียวแต่ว่าหลับกันหมดไม่เห็นเลย ตื่นอีกทีจะถึงโตเกียวแล้ว ไม่เป็นไร

เดี๋ยวเราจะไปล่องเรือแล้วเราก็จะเห็นจนได้แหละ









ปราสาทฮิเมจิ 


น้าหลาน



คู่จิ้น



สองพี่น้อง คู่แฝด อิอิ


แถวยาวมากนะครับถ้าใครจะไปชมปราสาทต้องใจเย็นๆและมีเวลาพอสมควร ที่นี้อย่างน้อยก็ครึ่งวัน



ระหว่างเข้าแถวเพื่อชมปราสาท ครอบครัวนี้มาทานอาหารกันใต้ต้นซากุระ น่ารักดี



เห็นใกล้ๆ ตื่นเต้นมาก


ต่อแถวเข้าชมปราสาท คนเยอะมากๆ 









ช่วงระหว่างรอเข้าชมปราสาท 











ด้านในตัวปราสาทจัดแสดงอุปกรณ์ เครื่องใช้ และสิ่งที่ใช้ในการก่อสร้าง ที่เห็นถือถุงคือถุงรองเท้าของตัวเองนะครับ



วิวที่มองจากด้านบนของตัวปราสาทลงมา



เมืองโกเบ เรามาถึงกำลังจะมืดแล้ว



ได้เวลาอาหารเย็นเลยพากันไปลองเนื้อโกเบที่ขึ้นชื่อ อยากทานอันไหนก็ไปหยอดตู้เอานะครับ แล้วเอาบิลมาให้เขาๆก็จะทำให้เราตามนั้น กว่าจะได้กินก็มั่วกันพอดู



กลับมาถึงสถานีโตเกียวหิมะโปรยเลยออกไปถ่ายรูปกัน ลืมหนาวไปชั่วขณะ 



ระหว่างรอขึ้นเรือไปศาลเจ้าลอยน้ำที่เกาะมิยาจิม่า ถ้าซื้อเจอาร์ไปขึ้นเรือฟรีนะครับ แต่ให้ถูกลำล่ะ



เรามาสายไปหน่อยน้ำเริ่มลดแล้ว



จะเห็นว่าตอนนี้เสาโทโรอิยังอยู่ในน้ำนะครับ






จะเห็นว่าศาลเจ้าไม่ได้ลอยน้ำแล้ว เพราะน้ำลดแล้ว





ลุง-หลาน 











เรามาเจอ เจ้าบ่าว เจ้าสาว ที่มาไหว้เจ้าที่นี้พอดี






จะเห็นว่าน้ำลดลงไปไกลมากจากตอนแรกที่เรามา คนลงไปเดินเล่นแถวๆเสาโทโรอิได้เลย และมีชาวบ้านเขาลงไปหาหอยกันด้วย เราก็ลงไปดูกับเขานะครับ



คลองเล็กๆบนเกาะ น้ำใสมากๆ สะอาดจริงๆ


รวมพล 


กวางบนเกาะก็มีเยอะมาก






อุด้งหอยนางรม  อาหารขึ้นชื่อของที่นี้ อร่อยมากนะครับ หอยสดมาก



อุด้งเนื้อ นี้ก็ไม่ควรพลาด



ที่นี้มีโรงงานทำขนม ที่เขาทำให้เราชมหลายร้านมาก และมีสินค้าอื่นให้เลือกซื้อกันเยอะ



หอยนางรมเผา 



ร้านน่ารักๆ บนเกาะมีให้เห็นมากมาย



สองเพื่อนสมัยเรียน ป.ตรี มช. อีกคนพาแม่กับพี่สาวมาเที่ยว เพราะแม่อยากมาเลยพาท่านมา


เจ้าหน้าที่กำลังใช้รถพารถเข็นของแม่ขึ้นบันไดข้ามไปอีกฝั่ง เพื่อไปขึ้นรถไฟกลับเกียวโต


อะตอมมิกบอมบ์โดม ที่โดนระเบิดช่วงสงคราม
























นกกระเรียนกระดาษที่ถูกส่งมาให้จากทั่วประเทศ จะถูกจัดให้เป็นรูปต่างไว้ในตู้ และแหวนไว้






คลองในเมือง จะเห็นว่าน้ำใสมากๆ



วันนี้จะพาท่านไปชมวัดทอง วัดคินคะคุจิกัน



ก่อนเข้าไปชมต้องซื้อตั๋วก่อนนะครับ หลานที่ไปด้วยเสียครึ่งราคานะครับ ผู้ใหญ่ 400 เยน










ใครที่เคยดูอิกคิวซัง คุ้นๆกันไหมครับ



ลุงพาหลานเที่ยว ตามรอยอิกคิวซัง 



เห็นสีสวยดีเลยเอามาฝาก








ภายในบริเวณวัดจะมีที่ให้ท่านชมเยอะนะครับ และมีร้านขายของอย่าที่เห็น เดินลงไปข้างล่างก็มีร้านค้าอีกนะครับมีไอศครีมรสซากุระด้วยลองทานกันดูนะ



จากวัดทอง พาท่านมาเที่ยวแถวเมืองเก่ากัน
























มีรถลากไว้คอยบริการท่านด้วยนะครับ









แล้วพาท่านมาศาลเจ้ากัน อยู่ใกล้ๆกัน มาไหว้ขอพรกัน



เสร็จแล้วพาท่านมาชมซากุระ ที่มีอายุนับ 100 ปี ที่สวนมารุยามะ


















พอซากุระบาน ก็มีเทศกาลฮานามิ เทศกาลชมดอกซากุระ ญาติมิตร ครอบครัว จะมาทานอาหาร ดื่มสาเก ร้องเพลง ท่ามกลางดอกซากุระ




สุดท้ายในวันนี้จะพาท่านไป วัดคิโยมิสื (วัดน้ำใส) เดินขึ้นเนินไปเรื่อยๆ สัก 500-600 เมตร หว่างทางจะมีร้านค้าให้ท่านชม ซื้อ ไปเพลินๆ



จะเห็นว่าผู้คนเยอะมาก ถนนนี้เรียกว่า ถนนสายกาน้ำชา



มาถึงกันแล้ว วัดคิโยมิสึ












น้ำศักด์สิทธิ์ จากแม่น้ำสามสายที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ 












วัดคิโยมิสึ (วัดน้ำใส)



อุโมงค์เสาโทโรอิ นับพันนับหมื่น ยาวถึง 4 กิโลเมตร ที่ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ ศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว



















เนื้อย่างไม้ละ 500 เยน อร่อยมากนะครับ



เบนโตะ อาหารประจำของเรา  กล่องนี้น่าจะ 1,000 เยน


แล้วเจอกันตอนสองที่โตเกียว




Create Date : 22 กันยายน 2556
Last Update : 27 กันยายน 2556 19:04:03 น.
Counter : 920 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tuiontour
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทาง ถึงไม่เคลื่อนที่ เวลาก็เปลี่ยนไป แม้ไม่ทำอะไร โลกก็หมุนไป ไยไม่สนุกกับชีวิต