ตุลาคม 2552

 
 
 
 
2
3
4
5
6
8
10
11
12
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
อาการวันที่ 2 ของผู้ป่วยติดเชื้อ Swine Flu ของฉัน !
21.10


วันนี้ ดีกว่าเมื่อวาน และวันพรุ่งนี้ จะต้องดีกว่าวันนี้ แน่นอน



วันนี้เราตื่นนอนตามเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้คือ 08.00 เพราะเราต้องทานมื้อเช้าและจะได้ทานยาหลังอาหารตามที่หมอสั่งไว้ เราเดิืนลงบันไดอย่างช้าๆ กำลังจะเดินเข้าครัว ก็เห็นเืพื่อนสองคนกำลังทานมื้อเช้ากันอยู่ เราก็เลยรีบเดินหันหลังกลับขึ้นห้องนอน เพราะไม่อยากอยู่ใกล้คนอื่น ไม่อยากให้ไข้ของเราไปติดพวกเขา แต่เปล่าเลย เพื่อนสองคนนั้น......

เเคสเปอร์+ไอโอนา - เห้ๆๆ เจนนี่ สวัสดีตอนเช้า ยูเป็นยังไงบ้าง จะมาทานมื้อเช้าหรอ มาๆๆ มานั่งด้วยกัน

เจนนนี่ - สวัสดีตอนเช้าเช่นกัน ฉันหรอ ก็ยังมึนๆงงๆโง่ๆอยู่นะ สงสัยเพราะฤทธิ์ยาแหล่ะ ไม่เป็นไร พวกยูกินไปก่อนเลย เดี๊ยวฉันไปรอบนห้องได้ ฉันไม่อยากให้ยูติดไข้ฉัน

แคสเปอร์ - เจนนี่ อย่าทำแบบนี้สิ มาเหอะน่า ไม่เป็นไรหรอก พวกเราไม่เป็นไรหรอก เราอยากให้ยูหายไวๆนะ ไม่มีใครอยากเห็นยูร้องไห้แล้วก็มีสภาพแบบเมื่อวานนี้ด้วย มาเร็วๆๆ มานั่งด้วยกัน

แล้วเราก็ไปนั่งกับเขา แต่ก็ยังเลือกที่จะนั่งห่างๆพวกเขาอยู่ดี เราก็คุัยกับเขา ถามเขาถึงที่ทำงาน พร้อมกับฝากขอโทษทุกคน ที่เมื่อวานเราทำให้ทางโรงแรมยุ่งวุ่นวาย แคสเปอร์เล่าให้เราฟังว่า หลังจากที่คนที่โรงแรมกลับมาจากส่งเราที่โรงพยาบาลแล้ว ทุกคนต่างก็ถามเขาว่า เจนนี่เป็นยังไงบ้าง แล้วมีใครเฝ้าเจนนี่ไหม ตกลงเจนนี่เป็นอะไร เพื่อนที่ทำงาน รวมทั้งแขกที่มาัพักที่เขารู้จักเรา ต่างก็เป็นห่วง ถามถึงอาการของเราตลอดช่วงเช้า... What happen with jenny? How about the little one? What wrong with the little girl? Is jenny o.k now?

จนกระทั่งสายๆ ทางออฟฟิศก็ได้รับโทรศัพท์จากทางโรงพยาบาลแจ้งให้ทราบว่า เราป่วยเป็นอะไร แล้วพอช่วงพักเที่ยง เจ้าของโรงแรมก็เรียกประชุมพนักงานทุกคน พร้อมกับพูดว่า...ข่าวไม่ดีสำหรับพวกเรานะ เจนนี่ติดเชื้อ Swine Flu ตอนนี้สภาพร่างกายและจิตใจของเจนนี่แย่มาก พวกเราในฐานะเพื่อนร่วมงาน หากคิดว่า สามารถช่วยเจนนี่ได้ พวกเราก็น่าจะทำ เจนนี่เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีของทุกๆึคน ฉันอยากให้เจนนี่หายไวๆ ไม่อยากให้เจนนี่รู้้สึกว่า เขาไม่มีใคร ไม่มีเพื่อน ไม่มีญาติพี่น้อง เพราะฉันคิดว่า ที่นี่คือบ้านหลังที่สองของเจนนี่ ขอให้ทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้เจนนี่ด้วยนะ และสิ่งสุดท้าย หากแขกคนไหนถามถึงเหตุการณ์ที่เกิืดขึ้น ขอให้ทุกคนบอกไปว่า เจนนี่ป่วยธรรมดา ไม่ได้เป็นอะไรมากมาย และเจนนี่จะกลับมาทำงานได้ในอาทิตย์หน้า..............

เราฟังแล้ว ก็รู้สึกสลดทันที จากที่คิดน้อยใจตัวเองว่า ทำไมต้องเจอแต่เรื่อง ทำไมเราต้องเป็นแบบนี้ ทำไมเราไม่มีใครเลย ทำไมเราต้องอยู่ตัวคนเดียวด้วย เราเบื่อ เราเหนื่อย เราท้อ เราอยากกลับบ้าน....แต่เปล่าเลย ไม่คิดว่า ทุกๆคนจะเป็นห่วงเราขนาดนี้ ตื้นตันใจมาก ที่อย่างน้อย เราก็ไม่ได้ตัวคนเดียว เราได้แต่นั่งก้มหน้า อาหารเช้าที่วางอยู่ตรงหน้าก็กินไม่ลง

แคสเปอร์+ไอโอน่า - เห้ๆๆ เจนนี่ เดี๊ยวยูก็หายแล้ว อาทิตย์หน้าก็ได้กลับไปทำงานแล้วนะ กินข้าว กินยา นอนพักผ่อน ห้ามออกไปไหนเลยนะ แล้วเย็นนี้ฉันจะกลับมาคุยกับยูใหม่ โอเคไหม

เรามีเวลาคุยกับพวกเขาสองคนประมาณ 15 นาที เพราะเขาสองคนต้องไปทำงานตอนเช้า

อาการของเราวันนี้ เรารู้สึกเจ็บปวดเนื้อตัวไปหมด เหมือนกับว่าร่างกายของเราอ่อนเพลียเหลือเกิน เราปวดหัว หัวเราหนักมาก ตาก็จะลืมไม่ขึ้น ทานมื้อเช้าเสร็จแล้ว ก็กินยาหลังอาหาร แล้วเราก็ต้องกลับขึ้นห้องนอนต่อ

12.00 เราตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกอีกครั้ง กว่าจะลุกจากที่นอนได้ ก็ใช้เวลาเกือบ 15 นาที เพราะรู้สึกว่า มึนๆ แล้วก็มองไม่ค่อยเห็นอะไร ยังกลัวว่า ถ้าเดินลงไปชั้นล่าง จะตกบันไดอีกไหม 12.30 เราก็กินแค่ซุปธรรมดาๆ ถ้วยเล็กๆ เพราะเรากินอะไรไม่ได้เลย อยากแต่จะนอนอย่างเดียว

บ่ายนี้ บ้านช่างเงียบเหงาเหลือเกิน เพื่อนๆก็ไปทำงานกันหมด ตัวเราเองก็รู้สึุกว่ายังเหนื่อย ยังปวดหัวอยู่นะ ก็เลยกลับขึ้นห้องนอน นอนเล่นอยู่บนเตียง ในหัวก็คิดอะไรเพลินๆไปเรื่อยเปื่อย ทำไมเราถึงเป็นแบบนี้ เพราะเราคิด เรากังวล เราเครียด กับเรื่องบางเรื่องมากเกินไปใช่ไหม ทำให้ร่างกายและจิตใจเราถึงอ่อนแอได้ขนาดนี้ ลองจัดระบบระเบียบตัวเราเองใหม่ดีไหม ปล่อยวาง ไม่ซีเรียส ไม่คิดมาก ปัญหาอะไรที่มันผ่านมาแล้ว ก็ให้ลืมๆ ทิ้งๆมันไป แยกให้ถูก ให้เป็นเรื่อง ให้เป็นหมวดหมู่ ทั้งเรื่องที่ทำงาน เรื่องลูก เเละเรื่องส่วนตัวของเรา อย่าเอาทั้งหมดมาผสมปนเปกัน จนทำให้เราไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ก็นอนคิดไปเรื่อยๆ จนหลับไป มาตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกอีกทีก็ 16.30 กว่าจะลุกจากที่นอนได้ ก็เกือบ 17.00

รู้สึกว่า ตัวเองดีขึ้นนิดนึงนะ อาจจะเป็นเพราะมีเวลานอนเยอะก็ได้ แล้วก็กินยา กินข้าวตรงเวลาด้วย หัวสมองก็พยายามไม่คิดอะไรใดๆทั้งนั้น คิดว่า ตัวเองดีขึ้นกว่าเดิม ยอมรับกับสภาพที่เจอได้แล้ว ว่าเราป่วยเป็นอะไร จากที่เมื่อวานเราตกใจเราช็อค เพราะตัวเราเอง เมื่อเดือนสองเดือนที่ผ่านมา เราพูดเสมอว่า ไอ้โรคบ้าๆแบบนี้อ่ะ เราไม่ปรารถนาที่จะเป็นหรอก เดี๊ยวตาย แต่ก็ไม่คิดว่า เดือนนี้ เราจะเป็น ก็เลยทำให้ความรู้สึกของเราตกใจมากและช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เมื่อวานก็ยังยอมรับไม่ได้ว่าตัวเองป่วย ยังไม่ยอมรับ ว่าเราเป็นโรคนี้ แต่พอวันนี้ ก็ยังบอกตัวเองว่า อืม มันเป็นเองได้ เดี๊ยวมันก็หายเองได้แหล่ะ

มื้อเย็นของเราวันนี้ มีเพื่อนที่ทำงานรุ่นพี่สองคน(อาราน+ทิม) เขาทำอาหารกล่องมาให้เรา พร้อมกับเอาหนังมาให้เราดูแก้เหงาแก้เบื่อ เขาอยู่คุยกับเราไม่นาน เขาก็กลับบ้าน แต่เราก็ยังพยายามที่จะเซฟพวกเขาอยู่ดี เราพยายามไม่อยู่ใกล้เขา พยายามที่จะห่างๆเขา แต่พวกเขาไม่ได้รังเกียจอะไรเราเลย เขาบอกว่า....พวกเรายังเหมือนเดิมกับยูทุกอย่าง พวกเราไม่กลัวว่าจะป่วยเหมือนยู เพราะถ้าจะเป็น มันก็คือ ต้องเป็น แต่พวกเรากลัว กลัวว่ายูจะไม่หายต่างหาก พวกเรารอยูกลับไปทำงานอยู่นะ อยากให้ยูหายไว ไม่อยากให้ยูคิดว่า ยูอยู่ตัวคนเดียว พวกเราจะเป็นกำลังใจให้ยู อาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ก็คิดว่า คงทำให้ยูดีขึ้นได้นะ.........

เราส่งเขาที่หน้าประตู มองเขาเดินกลับบ้าน จนลับตา หันหลังให้พวกเขาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา ไม่ใช่น้ำตาเหมือนกับเมื่อวาน ไม่ใช่น้ำตาของความตกใจหรือน้ำตาของความเสียใจใดๆทั้งสิ้น แต่เป็นน้ำตาของความดีใจตื้นตันใจ ในน้ำใจของเพื่อนๆที่ทำงานทุกคน

วันนี้ เราไม่ได้ร้องไห้เหมือนเมื่อวานแล้ว เรามีแต่รอยยิ้ม เรามีแต่กำลังใจ เรามีแต่ความสุข สุขที่อย่างน้อย เราก็ไม่ได้ตัวคนเดียวเหมือนที่เราคิดไว้ ตอนนี้เราได้แต่นั่้งนับวันเวลา อีกแค่ไม่กี่วัน เราก็จะได้กลับไทยแล้ว จะได้ไปเที่ยวหลายๆที่ ที่เราอยากจะไป จะได้กินอาหารไทยที่เราอยากกิน จะได้เจอหน้าพ่อแม่และน้องๆ

ตอนนี้ สภาพจิตใจของเราดีขึ้นกว่าเมื่อวานเยอะเลย เราไม่ร้องไห้ เราไม่เหงา ไม่รู้สึกแย่ๆอีกต่อไป ไม่เศร้า เราพยายามทำทุกอย่างให้ตัวเราเองดีขึ้น เพราะเราบอกตัวเองไว้ว่า ถ้าหากเราไม่ช่วยเหลือตัวเอง ก็คงไม่มีใครคนไหนสามารถจะมาช่วยให้เราหายดีขึ้นได้

และสุดท้ายของวันนี้ ขอขอบคุณ.....................

1. ฟริช ที่ช่วยตะโกน ให้คนมาช่วยอุ้มเราออกจากซอกบันได

2. เดฟ ที่รีบวิ่งมาอุ้มเรา แล้วพาเราไปที่รถ

3. อะเล็กซ์ ที่ขับรถไปส่งเราที่โรงพยาบาล และอยู่ให้ข้อมูลกับทางโรงพยาบาล

4. ออฟฟิศ ที่คอยประสานงาน คอยติดตามอาการป่วยของเรา

5. คุณหมอด๊อกเตอร์ฮอสะแนล ที่ทำเรื่องส่งตัวจากคลีนิคเล็กๆไปที่โรงพยาบาลในเมือง พร้อมกับบอกว่า เป็นคนไข้กรณีพิเศษของคุณหมอ

6. คุณพยาบาล ที่อยู่เฝ้าไข้เป็นเพื่อน และเป็นคนแรก ที่ยื่นกระดาษทิชชู่เช็ดน้ำตาให้เรา ตอนที่เราร้องไห้ที่โรงพยาบาล ขอบคุณบุรุษพยาบาล ขอบคุณคนขับรถฉุกเฉินของทางโรงพยาบาล ที่ระหว่างทางกลับบ้าน พยายามที่จะชวนเราคุยตลอด (แต่เราไม่ยอมคุยด้วย)

7. เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ที่โทรมาสอบถามอาการเมื่อเช้านี้

8. จิว ที่ทำพิซซ่ามาให้ เมื่อคืนนี้ พร้อมกับอาสาเอาข้าว เอาน้ำขึ้นมาให้ถึงหน้าห้องนอน

9. อาราน + ทิม ที่ไปช้อปปิ้งอาหาร และทำอาหารกล่องมาให้

10. เจน หัวหน้างานที่ดี ให้เรากลับเข้าไปทำงานวันไหนก็ได้ ถ้าเราพร้อม ถ้าเราหายดีแล้ว

11. แด๊ดดี๊เจ้าทริสตัน ที่ส่งข้อความมารายงานเกี่ยวกับเจ้าทริสตันให้ทราบว่า ตอนนี้เวลาที่ทริสตันจะฉี่หรืออึ เขาจะร้องขอให้คนในบ้านพาเขาไปนั่งส้วม และส่งข้อความมาทวงค่ามือถือ 70 ปอนด์ที่เรายังไม่ได้จ่ายเขา

12. ขอบคุณตัวเราเอง ที่เ้ข้มแข็ง ที่สู้ ไม่ยอมแพ้ ไม่อ่อนแอ ไม่ร้องไห้ เหมือนเมื่อวาน

13. ขอบคุณคนที่เมืองไทย ที่พยายามออนไลน์เฝ้าทั้งคืน ส่งข้อความมาหา ให้กำลังใจกัน ส่งรูปมาให้ดู ขอบคุณที่พยายามติดต่อมา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการติดต่อกลับก็ตาม สาเหตุเพราะ เรานอนหลับ แล้ืวปิดเสียงมือถือไว้ ขอบคุณที่เป็นห่วงกัน ขอบคุณมากๆๆๆๆ

14. ขอบคุณ แม่ ที่โทรมาหา ถามถึงอาการป่วย ซึ่งเราก็ยังมิวาย โกหกแม่ไปว่า เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา ตัวร้อนเฉยๆ ไม่มีไรมาก ไม่ได้เป็นอะไรมาก ก็ยังไปทำงานได้ตามปกติ แต่เลิกงานไวหน่อย ขอบคุณสำหรับคำบ่นของแม่ ขอบคุณที่แม่บังคัุบให้กินข้าวเยอะๆ ขอบคุณคำสอนของแม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ของเราที่เพิ่งเกิืดขึ้นมาเมื่อวันสองวันนี้ ขอบคุณแม่มากๆๆๆ ขอบคุณที่พอแม่บ่นเสร็จ แม่ก็บอกว่า เออ ไปนอนแล้วว่ะ ดึกแล้ว.........

คนสุดท้ายที่อยากขอบคุณก็คือ ขอบใจและขอบคุณ เจ้าทริสตัน ที่เป็นกำลังใจให้มัมมี๊ขอบคุณมากๆๆ ที่ทำให้มัมมี๊รู้สึกว่า โลกใบนี้มันก็ยังสวยงามอยู่ เพราะบนโลกเล็กๆแคบๆใบนี้ มันมียู อยู่บนโลกใบนี้ด้วยนี่เอง

ขอบคุณทุกคน...............เจนนี่







Create Date : 09 ตุลาคม 2552
Last Update : 9 ตุลาคม 2552 4:19:33 น.
Counter : 143 Pageviews.

8 comments
  
โดย: น้องภูมิ (kanok_noi ) วันที่: 9 ตุลาคม 2552 เวลา:8:53:52 น.
  
Get well soon Little Jenny
......

อย่าท้อนะจ๊ะ เดี๋ยวก็หายนะ
เข้มแข็งๆ สู้ๆ
มากกว่านี้ก็เคยเจอมาแล้วไม่ใช่เหรอคะ
พี่เดาเอานะ .... หนูต้องผ่านมันไปได้ เชื่อพี่สิ
โดย: Thee-T'sMom วันที่: 9 ตุลาคม 2552 เวลา:15:07:25 น.
  
สู้ๆนะค่ะ พรุ่งนี้ก็หายแล้วเนอะ
อย่าท้อ อย่าคิดมากนะ กินข้าวกินยา พักผ่อนเยอะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
โดย: ma-fia2009 วันที่: 9 ตุลาคม 2552 เวลา:17:04:07 น.
  
เป็นงัยบ้างนะ ยัยหนูเจน เป็นห่วงจังง
โดย: แม่หมู (แม่หมูมหัศจรรย์ ) วันที่: 9 ตุลาคม 2552 เวลา:20:29:26 น.
  
รอไปกินข้าวต้ม .............เย้ๆๆๆ

โดย: mr_incredible (Mr_Incredible ) วันที่: 10 ตุลาคม 2552 เวลา:10:29:30 น.
  
พิมยังไม่เสร็จ ขอโต๊ดดดด

ข้าวต้ม โรงแรม ซีอิ๊ว ตอนสิ้นปี

โดย: mr_incredible (Mr_Incredible ) วันที่: 10 ตุลาคม 2552 เวลา:10:30:35 น.
  
Get well soon nakha xx
โดย: GolFy JuSt OrdiNaRy GirL วันที่: 11 ตุลาคม 2552 เวลา:21:55:18 น.
  
โอ้วว....เจ้ตกข่าวอีกแล้ว ยัยหนูเจนของเจ้ป่วยรึเนี่ย

คนเราช่วงที่ป่วยเนี่ย สุขภาพจิตก็พาลจะแย่ไปด้วย นึกถึงเจ้าทริสตันไว้จะได้เรียกกำัลังใจกลับมานะหนู

เจ้เชื่อว่าคนเข้มแข็งอย่างหนูต้องผ่านช่วงนี้ไปได้นะจ๊ะ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
โดย: Gdnzz วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:15:51:58 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ยัยหนูเจน
Location :
Swanage - Bournemouth  United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Jny & Tristan
New Comments