ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 

วันชื่นคืนสุข ที่สุดแห่งรัก กุมภาพันธ์ ดอกไม้บาน ณ ลานใจ

(เนื่องจากบันทึกนี้ ลงไว้ที่พันทิพแต่กระทู้ได้ตกไปนานแล้ว เลยย้ายมาเก็บไว้ที่ blog ครับ)

กุมภาพันธ์ ดอกไม้บาน ณ ลานใจ

การเดินทางไป ภูกระดึงครั้งนี้ พิเศษกว่าครั้งไหนของผม หลังจาก พาใครต่อใคร ไปแล้วกลับมาอกหัก รักคุด

โดนนิสิตสาวทิ้งไปอย่างไม่มีเยื้อใย ครั้งนี้ผมจะไปเจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน

และจะเป็นการเจอกันครั้งแรก ความเดิมคือ เราได้รู้จักกันในกระทู้ของเวปท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ซึ่งเธอได้มาตั้งไว้

ผมและเพื่อนหลายๆคนได้ไปตอบคำถาม แต่ไม่รู้ยังไงเธอดันเลือกที่จะเชื่อผม แล้วเราก็คุยกันมาผ่านทางเมล์

เป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็ม ผมตั้งใจจะไปภูกระดึงอีกครั้งช่วง กุมภาพันธ์ ซึ่งเธอสนใจอยากเดินทางไปด้วย

เพราะเธอยังไม่เคยไป ผมจึงอาสาพาไปเที่ยว แต่ช่วงกลางเดือนเธอติดสอบไปไม่ได้ ไอ้ผมก็น่ะ

เลื่อนวันเดินทางเป็นปลายเดือนก็ได้ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ปกติผมไม่เคยยอมเลื่อนเพื่อใครเลยน่ะ



คิดจะไปก็เก็บเป้ไปเลย และแล้ววันเดินทางก็มาถึง นัดเจอกันที่ เซนทรัลลาดพร้าว ผมไปรอเธอตั้งแต่บ่าย

ไปรับตั๋วที่จองไว้ และไปรอที่ร้านหนังสือแพร่พิทยา(ตอนนี้ไม่มีแล้ว)

บอกเธอว่าไปหาผมเอาล่ะกันถ้าเจอก็ไปด้วยกันถ้าไม่เจอ ผมก็ไปคนเดียว 555 นั่งรอ นอนรอแล้วเธอก็ยังไม่มาสักที่

จนเย็นราวหกโมงก็มีหญิงสาวคนหนึ่งตัวเล็กๆ มายืนจ้องผมอยู่ เลยเงยหน้าจากหนังสือไปมอง

โอแม่ เด็กมัธยมที่ไหนหว่า ตัวนิดเดี่ยวนมใหญ่อิ๊บหาย(คิดในใจน่ะ) เธอทักผมก่อนใช่ พี่วิทยา หรือเปล่าค่ะ

แม่นแล้วครับ ผมอ้ายวิทเอง แล้วเราไปทำความรู้จักกันที่ ฟูดเซนเตอร์ (เมื่อก่อนอยู่ชั้น 4อะน่ะตอนนี้ไม่รู้ นานแล้วไม่ได้ไป)

เป็นครั้งแรกที่คุยกันแบบเห็นตัวเป็น หลังจากคุยเมล์มาเกือบเดือน ได้รู้หน้าแต่ไม่รู้ใจกันระดับหนึ่ง



ได้เวลาไปหมอชิตกันแล้ว วันนี้เราเดินทางเที่ยวสามทุ่มครึ่ง แอร์เมืองเลยอีกแล้ว กว่าจะได้ออกก็ สี่ทุ่มกว่าๆ

ขึ้นรถไปแล้วผมก็แอบมองเธอไปตลอดทาง เธอเป็นสาวน้อยที่น่ารักมาก(จริงเธอเรียนมหาลัยปีสุดท้ายแล้วล่ะไม่ใช่สาวน้อยแล้ว)

คนที่ถูกมองไม่รู้ตัวหรอกหลับไปแล้ว ผมซินอนไม่หลับ ตี่ห้ากว่าใกล้จะถึงผานกเค้า บริกรก็เอา

ของมาแจกซองสีดำๆขาว มองทีแรก เอ้ย แจกถุงยางไมหว่า ให้มาตั้งสองอัน (ผมกำลังเมาขี้ตาครับ) แต่มันเหมือนมาก

เลยไม่กล้าส่งให้เธอ พอเริ่มเปิดไฟ ดูชัดๆถ้าซองเท่ากันน่ะ ถุงยางดีๆนี้แหละเธอยังเห็นด้วยกับผมเลย

ลงร้านเจ้กิมแล้วเข้าไปล้างหน้าแปรงฟัน เอาเสื่อมาปูนอนรอ รถสองแถว วันนี้ที่ร้าน

มีนักท่องเที่ยว 2 คนคือเรา ช่วงนั้นหนาวพอสมควรเธอนอนขดบนเสื่อผมเลยไปนั่งพิงใกล้ๆ



แบบให้ไออุ่นจากด้านหลังงัดเอาเสื้อกันหนาวตัวเองมาห่มให้ พอได้เวลาสว่าง ออกไปกินข้าวขึ้นรถเหมาครับ 200 ถึงที่ทำการ

ไปจัดการเรื่องครบ เดินขึ้นกันเลย เหนื่อยมากครับผม เมื่อคืนไม่ได้นอน แถมต้องแบกเป้เอง โชว์พาวอวดสาว

เป้สองใบผมกับเธอ กระเป๋ากล้องให้เธอแบก วันนี้นักท่องเที่ยวขึ้น 2 คน โอมันเป็นวันอะไรนี้

กว่าจะคืบคลานมาถึง ซำแฮกได้ แทบตาย เจอลุงที่ร้านค้า เขามาทัก ไอ้หนูมากันสองคนไม่กลัวช้างหรือ

ผมทำหน้างงๆกลัวทำไม ขึ้นมา สิบกว่าครั้งไม่เคยเจอ และก็ไม่อยากเจอด้วย

ภูกระดึงเหมือนเป็นบ้านหลังที่สองของผมเลยน่ะ ลุงแก่บอกว่าเมื่อวานมีช้างตกมันเหยียบพระมรณภาพไป 2 รูป

เขาเพิ่งเอาศพลงเมื่อเช้านี้เอง ขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงซำกกโดน แวะกินข้าวกลางวันแม่ค้าก็เล่าให้ฟังเรื่องพระสองรูป



แบบ เล่าซะเห็นภาพเลย ละเอียดยิบ ดีน่ะที่ไม่สวนกันกลางทางไม่งั้นหันหลังกลับแน่เลยผม จนถึงซำแคร่

เหลือร้านไอติมของลุง 1 ร้านแก่จะอยู่ประจำทุกๆปี คือไม่นอนค้าง แก่ขึ้นเช้า เย็นลงขายไอติมอย่างเดียว

แวะคุยกับแก่ แก่เล่าว่าพระก็แวะมากิน ไอติมตอนเดินขึ้นอาทิตย์ก่อน เห็นช้างมาพังร้านค้าเสียหาย

รูปหนึ่งก็พูดขึ้นว่า ถ้าเจอช้างก็ดีซิน่ะจะได้ขี้ขึ้น ภูเสียเลย ลุงก็บอกเราสองคนว่า มาภูกระดึง

อย่าถามถึงช้างนะหนู ก็จะเป็นอย่างพระ สามรูปนี้แหละ ครับๆผมเชื่อลุงครับ ขึ้นไปถึงหลังแปหมดสภาพครับ

เป้ไมมันหนักมากอย่างนี้แถบจะถีบมันทิ้ง แถมช่วงที่เดินทางราบมันยิ่งกดลงบ่าบวดสุดๆ

เดินบ้างพักบ้างถึงลานกางเต็นท์จนได้ ร้านประจำผม ปักษ์ใต้พี่ธรรม เจอพี่โจ้ พี่ธรรม พี่ยุทธ ทองแดงมาก่อนเลย



ดีน่ะมาวันนี้ ถ้ามาเมื่อวานล่ะฮา เขาวุ่นวายกันหมด ทักทายกันเสร็จไปกางเต็นท์แล้วก็นอน

วันนี้เหนื่อยที่สุดกว่าทุกๆครั้งที่มาที่นี้ จนเวลาบ่ายคล้อยอากาศเย็นลงมากแล้วทั้ง ภูมีนักท่องเที่ยว 3 คนคือผมเพิ่งขึ้นมา

และอีกคนที่มาก่อนหน้านี้ งั้นเราไปกันแค่ องค์พระและกัน บรรยากาศมันไม่ค่อยดีเลยช่วงนี้

เดินไปได้นิดเดียวเสียงช้างก็ร้องมาทักทาย เลยหยุดแค่องค์พระ กราบพระขอพร แล้วก็รอชมอาทิตย์อัสดงกันตรงนี้

กลับกันมายังไม่ทันมืด แวะไปคุยกับพี่น้องร้านค้า แล้วก็กลับเข้าเต็นท์ ก็ตรงหน้าร้านนั้นแหละครับ

เดิน 50 เมตรก็ถึงเต็นท์ เอาเสื่อมาปูนอน ดูดาวกัน ผมเลยโชว์ ความรู้(เท่าหางอึ่ง)เรื่องดวงดาว

ก็ชี้ๆไป เธอนี้เคลิ้มไปเลย แอบมาหนุนแขนผมซะงั้น ผมเคยเอาหัวใจที่บอบซ้ำมาฝังไว้ที่นี้ ยินดีจะขุดมันไปดูแลไหมครับ



เธอบอกยินดีค่ะ งั้นเราก็มาคบกันเป็นแฟนตั้งแต่นาทีนี้เลยน่ะ เธอยินดีเช่นกัน (บรรยากาศมันพาไปครับ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้)

คืนนี้เรานอนให้ไออุ่นกันอย่างมีความสุข นี้เป็นการนอน บนภูกระดึงที่ผมมีความสุขที่สุด ในทุกครั้งที่ผ่านมา

ปกติจะนอนหนาวคนเดียวประจำ เช้านี้เราตกลงกันแล้วจะไม่ไป ผานกแอ่น เรื่องมันเพิ่งเกิด (ไม่ได้กลัวน่ะครับ แต่ไม่กล้า)

ปลอดภัยไว้ก่อน หลังจากข้าวเช้า เราก็จัดข้าวห่อไปด้วยไปกราบองค์พระอีกครั้งเจอเพื่อนนักท่องเที่ยวคนนั้น

กำลังจะไปทางน้ำตก พอได้ยินเสียงช้างเท่านั้นแหละ เขาก็หันหลังกลับเลย ผมว่าจะช่วนไปด้วยกันเส้นทาง

สระอโนดาตสักหน่อย แต่แกไม่ยอมไปด้วย เราเลยไปกันสองคน เดินไปถึงทางลงน้ำตกถ้ำใหญ่ก็ได้กลิ่นกล้วยไม้หอม

ลอยมาตลบอบอวน เลยแวะเข้าไปดูสักหน่อยว่าหอมอะไรกันหนัก เข้าไปก่อนลงถ้ำใหญ่ เดินไปทางขวามือก็เจอดง



กล้วยไม้กำลังบานสะฟรั่ง กลิ่นหอมเกินบรรยาย เหมือนกำลังอยู่ในป่าหิมพานต์ ถ้ามีกล้องเก็บกลิ่นได้จะถ่ายมาสักม้วน

แต่พอดีกล้องฟิล์มเก่าๆเลยได้แต่ดู แล้วเรา สองคนเดินกันต่อไปยังสระอโนดาต เส้นทางนี้ทั้ง ภูกระดึงเป็นของเรา

ตั้งแต่เดินมาไม่ยักกะได้ยินเสียงช้างร้องอีกเลย ในที่สุดเราสองก็ถึงที่หมาย น้ำตกถ้ำสอเหนือ ซึงที่นี้เต็มไปด้วย

กุหลาบแดงที่กำลังบานสะพรั่ง แทบทุกต้นมีแต่ดอกสีแดง ผมเคยมาช่วงนี้แต่ไม่เคยเจอบานแบบนี้ ปีนี้เป็นช่วงที่พอเหมาะ

พอดีของกุหลาบแดง เราสองคนเต็มอิ่มกับความงาม ถ่ายรูปหมดไป 2 ม้วนฟิล์ม แล้วมานั่งกินข้าวกลางวันกันใต้ต้นกุหลาบแดง

ที่บานเป็นม้านสีแดงบังแดดให้ อิ่มจากกลางวัน เลยนอนเอาแรงสักงีบ เพื่อเก็บแรงไปกันต่อที่ ผาหล่มสัก แวะมาเรื่อยๆ

สนเกือบทุกต้นเป็นแบบให้กับเรา คนกำลังมีความสุขอะไรก็ดูสวยงามไปหมด ถึงผาหล่มสัก มีร้านค้าเปิดเพียง 2 ร้าน



ได้แต่ไปอุดหนุนน้ำแข็งใส เพราะยังอิ่มกันอยู่ พักพอหายเหนื่อยไปเก็บภาพ ผาหล่มสักยามไร้ผู้คน ช่วงกุมภา

อากาศจะเปิดมาก มองลงไปเห็น อ.หล่มสักโน้นเลย เดินมาใกล้ถึงผาเหยียบเมฆเจอเพื่อนนักท่องเที่ยวคนนั้น

ถามแล้วเขาจะไป ผาหล่มสัก แต่เขาไม่เอาไฟฉายติดมาด้วย เราเลยให้เขายืมไป เพราะผมมีตะเกียงแก๊สไปอีกอัน

ช่วงนี้ตามริ่มผาจะมีแต่ไฟป่า เจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันดับ ตรง ผาเหียบเมฆ เราก็ไปช่วยได้แป๊บเดียวไม่ไหวครับ

สำลักควันไฟ เลยขอตัววิ่งไปกันต่อ มาพ้นควันไฟก็ตรงผานาน้อย ช่วงเดินผ่านทางทรายก่อนไปผาจำศิลสองข้างทางเต็ม

ไปด้วยต้นกุหลาบขาว ซึงบางต้นเริ่มผลิบาน ยามมันต้องแสงแดดยามเย็นเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่ง อะไรมันก็เป็นใจไปหมด

ถึงแล้วครับผาหมากดูก ไปกินไข่ปิ้งรอ ชมอาทิตย์อัสดงกันดีกว่า ขอยืมเสื่อไปปูนอนที่ริมผา มองลงไปด้านล่างมีแต่ควันไฟ



โชดดีที่ลมพัดไปทางผาเหยียบเมฆ ดูๆเหมือนจะเป็นหนอกในยามเย็นเลยทีเดียว และแล้ว อาทิตย์ก็มาตามนัด

แดงสวยงามไม่แพ้ช่วงหนาวจัด อะไรจะดีไปกว่าการที่เราได้นั่งอยู่กับคนที่เรารัก ดื่มดำกับแสงยามเย็น

อิ่มเอมแล้วกลับที่พักดีกว่า หนาวซะแหล๋ว ถึงก็รีบไปอาบน้ำซิครับ ตัวใครตัวมันไม่ต้องรอกัน

ช้ากว่านี้มีหวังแข็งตายแน่ๆ ผมน่ะเสร็จก่อนมารอที่เต็นท์ เพื่อนนักท่องเที่ยวคนนั้นก็เอาไฟฉายมาคืน

เขาก็รีบกลับมาเหมือนกัน เพราะกลัวเดินคนเดียว ทีแรกจะชวนเขากลับมาพร้อมกันตอนเจอที่ผาเหียบเมฆแล้ว

แต่เห็นเขาตั้งใจไปให้ได้เลยไม่อยากขัด แต่ก็แอบห่วงอยู่ แต่แถวนั้นเจ้าหน้าที่เยอะคงไม่น่ากลัวเท่าไหร่

คืนนี้หลังจากข้าวเย็นแล้วเราก็อยู่ต่อที่ร้านจนดึกและกลับมาคุยกันในเต็นท์ ผมสารภาพกับเธอว่าชอบเธอตั้งแต่แรกเจอแล้ว



แต่กับถูกเกทับ เธอบอกชอบตั้งแต่มาตอบกระทู้ฉันแล้วย่ะ บ๊ะมันได้อย่างงี้ซิ ถ้ารู้ตั้งแต่แรกไม่ปล่อยให้นานขนาดนี้ หรอก 555

(มารู้ทีหลังว่าเธอ ได้โทรมาสอบถามฝ่ายบุคคลที่โรงงงานผมแล้วว่ามีคนชื่อ นาย วิทยา ทำงานที่นี้จริง ประวัติเป็นอย่างไร

ฝ่ายบุคคลผมก็ดีแสนดี บอกให้เธอไปหมดทุกอย่าง) แล้วคืนนั้นก็เป็นอีกคืนที่นอนอย่างมีความสุข

เช้านี้เราไม่ไปผานกแอ่นอีกตามเคย สายมา กินข้าวต้มแล้วก็เก็บของ ล่ำลา พี่น้องร้านค้า แล้วก็เดินลงกัน

ขาลงนี้ไม่แบกเองแล้วครับ ให้ลูกหาบดีกว่าเราลงมาถึง ที่ทำการบ่ายโมงกว่า ก็ต้องเหมารถอีกเช่นเคย มาถึงร้านเจ้กิม

ได้ของฝากอาบน้ำเรียบร้อยทันรถเที่ยวบ่ายสามพอดี แต่กว่าจะมาถึง กทม.ก็ ห้าทุ่มครึ่งแล้ว

เราสองคนเดินทางกลับโดยสวัสดีรูป คุณแฟนบ่นปวดขามากโดดเรียนซะงั้น สบายใจไปพาแฟนไปลำบาก ฮ่าๆๆๆๆ




 

Create Date : 08 ธันวาคม 2555
2 comments
Last Update : 8 ธันวาคม 2555 23:36:03 น.
Counter : 1240 Pageviews.

 

 

โดย: Kavanich96 9 ธันวาคม 2555 5:14:43 น.  

 

หวานซ้าาา

อิจฉาจัง

 

โดย: กะเหรี่ยง เมืองเพชร IP: 110.77.227.169 12 ธันวาคม 2555 12:18:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นาย วิท
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับ blog นี้นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยว และข้อมูลเล็กๆที่ ข้าพเจ้าชอบ
เพื่อจะเป็นแนวทางให้บุคคลทั่วไปได้เอาไปใช้บ้างครับ
Friends' blogs
[Add นาย วิท's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.