ธันวาคม 2556

1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
10 ธันวาคม 2556
Aupair in Japan??!!
Aupair in Japan?? มันมีด้วยหรอ หลายๆคนคงมีคำถามอยู่ในใจ ด้วยตัวโครงการมันไม่มีเหมือนประเทศอื่นๆคะ อ้าว แล้วจะไปยังไง?? ก็ไปเอง ไงละ!!

ขอท้าวความก่อนนนะคะว่าเราเป็นเป็นออแพรที่อเมริกามาก่อน ประมาณ 2 ปี เราเรียนภาษาญี่ปุ่นมาตอนม.ปลาย ซึ่งเราก็ลืมไปหมดแล้ว เพราะไม่ค่อยได้ใช้ เราบ้านักร้องกลุ่มหนึ่งชื่อ W-inds! เราชอบเรียวเฮมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก พูดง่ายๆว่าบ้ามาก เรียนภาษาญี่ปุ่นก็เพราะเรียวเฮเนี่ยแหละ จริงๆแล้ว ถามว่าเราอยากไปอเมริกาไหม? เราก็ไม่ได้อยากไปมาก แต่เราอยากไปต่างประเทศไปเปิดหูเปิดตา เพราะที่บ้านไม่ได้มีเงิน เราก็ไม่ได้เก่งมาก และการไปออแพรก็ไม่ได้เสียเงินมากเท่ากับการไปเวริคหรือว่าการไปเรียน หลังจากเราจบ เราก็เลือกที่จะไปออแพรเลย หลังจากเราไปอยู่เมกาได้สองปี เราก็กะว่าจะอยู่ที่อเมริกาไปเรื่อยๆ ทำงาน หาเงิน ได้เงินเยอะกว่าทำงานอยู่ไทย (เพราะค่าเงินที่ต่างกัน)

แล้วอยู่ดีๆวันหนึ่งเราก็เกิดไอเดียว่ามันมีทางไหนบ้างไหมที่เราจะทำความฝันของเราให้เป็นจริง...คือการไปประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ญี่ปุ่นยกเลิกวีซ่า ก็มีคนไทยไปเที่ยวเยอะแยะมากมาย เรารู้สึกว่าเราไม่ได้อยากแค่ไปเที่ยว เราอยากไปอยู่! ไม่อยากเหมิอนคนอื่น... เราก็เลยสองเลริส ว่าเค้ามีออแพรไหม จากการเสริส ไม่มีเลย คนที่จะสามารถทำงานอย่างถูกกฎหมายในญี่ปุ่นจะเป็น work holiday visa ซึ่งถือได้ 6 เดือน แต่คนไทยไม่เข้าข่ายนี้เลย...เราก็เริ่มถอดใจ ประจวบเหมาะเราได้เจอครอบครัวที่เค้าอยากได้พี่เลี้ยงเด็ก เราก็น่าสน อยากจะไปซักสามเดือน แต่แฟนเราไม่ยอม (แฟนเราเป็นคนเมกัน) เราก็เลยยี่นคำขอเค้าว่า..เราอยากไปทำความฝันเราที่เราเคยฝันก่อนเจอเค้า เค้าก็เริ่มเข้าใจเรามากขึ้น

เราหาครอบครัวมาจากเว็บ http://www.newaupair.com ซึ่งเว็บนี้ เป็นเว็บที่เราสามารถหาครอบครัวได้ทั่วโลกโดยที่ไม่ผ่านเอเจนซี่ พูดง่ายๆก็...ถ้าอยากไปเป็นออแพรประเทศไหน แล้วไม่อยากผ่านโปรแกรม(แต่ก็ต้องตรวจสอบดีๆ คุยกันเยอะๆก่อนไปนะคะ คุยให้ชัดว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง) ก็ลองเข้าไปดูในเว็บนี้ได้

ปัญหาหลักๆของเราคือ..เรื่องวีซ่า เพราะญี่ปุ่นไม่ค่อยจะให้วีซ่าง่ายๆ คนไทยสามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ 3 เดือน (ถ้าจะขอนานขนาดนั้นก็ต้องมีเอกสารและข้อมูลว่าทำไมต้องอยู่นานขนาดนั้น)

เราก็คิดว่า ขอแค่ซักเดือนก็พอ เพราะเราก็ไม่อยากไปอยู่นานมากเพราะค่าตอบแทนไม่คุ้มกับค่าเสียเวลาที่เราไม่ได้ทำงานที่อเมริกา (แต่ในใจเราก็เผื่อฟลุ๊คอยู่ได้นานกว่าหนึ่งเดือนเราก็อยากได้อยู่แต่จะอยู่ไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง) เราขอวีซ่าจากอเมริกาที่วอชิงตันดีซี เราได้มาหนึ่งเดือน

ขอบอกก่อนว่าครอบครัวโฮสแฟมมิลี่ญี่ปุ่นไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเรื่องค่าตั๋วเครื่องบิน หรือว่าค่าวีซ่าหรืออะไรทั้งนั้น คนที่จะต้องออกค่าใช้จ่ายคือเราเอง (บวกกับเราจะกลับไทยไปเยี่ยมที่บ้านอยู่แล้วแล้วญี่ปุ่นก็ใกล้ๆ เราก็เลย ไม่คิดอะไรมากเท่าไร) 

ครอบครัวญี่ปุ่นจะให้ที่อยู่ อาหาร ห้องนอน หน้าที่เราก็คือทำงานเป็นออแพร (พี่เลี้ยงเด็ก) ตารางงานชั่วโมงก็แล้วแต่ว่าเค้าจะให้ทำตอนไหนบ้าง ค่าตอบแทนได้สัปดาห์ละ 10000 Yen (ประมาณสามพันกว่าบาทไทย ซึ่งถือว่าน้อยมากกกกก) แต่เราก็ยอมเพราะค่าครองชีพที่นี่ก็สูง

สำหรับความคิดเรา เราเลี้ยงเด็กมาสองปี(ตอนเราเรียนอยู่เราก็ทำงานกับเด็ก) เราเลี้ยงเด็กแตกต่างวัย เจอพ่อแม่ต่างชนชาติ เจอทั้งฝรั่ง แขก เอเชีย ยุโรป แต่ละครอบครัวก็มีวิธีการเลี้ยงที่แตกต่างกันไป แต่เรารู้สึกว่าครอบครัวญี่ปุ่นครอบครัวนี้เค้าแทบไม่ดุลูกเลย น้อยมากจริงๆ ก็เลยทำให้เด็กไม่ฟังเราไปด้วย แต่เราก็ไม่เครียดอะไรมากเพราะอยู่ที่นี่แค่เดือนเดียว

เรารู้สึกสนุกกับที่นี่ เราชอบคนที่นี่ (ถ้าวันไหนได้ออกไปข้างนอก จะได้เจอคนน่ารักๆ เต็มไปหมด ฮ๋าๆๆ)

ข้อดีคือ...ได้เที่ยว ได้เงิน ได้ทำงาน ได้คลุกคลีกับคนท้องถิ่นได้เรียนรู้การใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่น (เราอยู่โตเกียว) ได้ดูคอนเสริต(เรามาดูคอนเสริตวินส์ด้วยก็เลยยิงทีได้นกหลายตัว)

ข้อเสียคือ (ในกรณีที่ทำงานได้เงินเดือนเยอะกว่าที่นี่) เสียเวลา (เพราะทำงานได้เงินน้อย ช็อปไม่เท่าไรก็หมดแล้วเงินที่ได้) ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง ไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วเครื่องบินหรือว่าค่าวีซ่า มีความเสี่ยงแอบสูงที่จะโดนปฎิเสธวีซ่า และข้อเสียมากๆที่เรารู้สึกคิดผิดว่าไม่น่ามาเองคือ...ต้องเที่ยวคนเดียว เพราะไม่ได้มากับเพื่อน หรือว่าต้องมาหาเพื่อนเที่ยวที่นี่เอง ซึ่ง เราว่ายากอ่ะ แต่โชคดีเรามีเพื่อนอยู่ที่นี่นิดหน่อย ก็ได้ไปเจอเพื่อนบ้าง..แต่ส่วนมาก มากกว่า 80% คือเราออกไปเที่ยวคนเดียว

แต่ที่ได้แน่ๆก็คือประสบการณ์ชีวิต ถึงแม้ว่าเราจะมาอยู่ที่นี่แค่เดือนเดียว แต่มันก็ได้เปิดหูเปิดตา ได้รู้ว่าชีวิตคนเมืองที่นี่เป็นยังไง เพราะอ่านประสบการณ์คนอื่นกับมาประสบเองมันก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว

ทั้งนี่ทั้งนั้น การเป็นออแพรมันก็ไม่ได้ง่ายๆแต่มันก็ไม่ได้ยาก...ถ้าคิดว่าตัวเองมีความ"อดทน"

ใครสนใจอยากถามรายละเอียด(เว็บเราทิ้งไว้ให้แล้วข้างบน) ก็ลองคิดดูดีๆนะจ๊ะ ทุกสิ่งอย่างอยู่ที่วจารณญาณของตัวคุณเอง มีอะไรให้เราช่วยได้ ถ้าเราช่วยได้เราจะช่วยนะ ^^

เราก็ไปเที่ยวเวลาที่เราหยุดไม่ต้องทำงาน 
เรารู้สึกผิดหวังนิดหน่อยกับดีสนียส์แลนด์ อาจจะเพราะว่าเราไปดีสนีย์เวริลที่ฟลอริด้ามาก่อน แล้วที่นี่เล็กกว่า พลุก็น้อยกว่า แต่ของที่นี่ทำมาได้น่ารักมาก พวก souvenir น่ารักมาก ซึ่งที่ฟลอริด้าไม่มี

ถ้าอยากรู้อะไรอีก ก็คอมเม้นไว้ได้นะ แล้วถ้าเราว่าง เราจะอัพเรื่องที่รีเควสได้คะ

ขอบคุณคะ ^^




Create Date : 10 ธันวาคม 2556
Last Update : 10 ธันวาคม 2556 13:49:18 น.
Counter : 1626 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

กุญแจซอลระยิบระยับ
Location :
Virginia  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



Nice to meet you all, I'm twinkle Treble Clef.