The journey is my life

Travel Animal
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




เป็นคุณแม่มือใหม่ที่รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ เคยเป็นคนโสดที่รักอิสระและชอบเที่ยว ไปได้ทั้งแบบแบ็คแพ็ค ลุย จนถึงแบบชิลด์ ชิลด์ จิบกาแฟ

แม้ช่วงนี้จะสนใจเรื่องครอบครัวและการเลี้ยงดูลูกเพื่อให้เติบโตเป็นคนดีในอนาคต คุณแม่มือใหม่คนนี้ก็ยังพยายามหาเวลาว่าง ให้ตัวเองสามารถมีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนที่มีครอบครัวและเพื่อนสาวโสดอยู่ตลอดเวลา

งานอดิเรก รักการเดินทาง อ่านหนังสือ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหากบล๊อกนี้จะเน้นเรื่องเที่ยวและเรื่องกิน
New Comments
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2558
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 ธันวาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Travel Animal's blog to your web]
Links
 

 
ทริปเชียงใหม่ กินดี นอนสบาย และกิจกรรมน่าสนใจ ตอนที่ 1

เชียงใหม่เป็นสถานที่อันดับต้นๆ ที่คนอยากไปเยือนเป้เองก็ไปเชียงใหม่หลายครั้งและชอบไปเที่ยวเชียงใหม่ทุกแบบไม่ว่าจะเป็นแบบแบ๊คแพ็คนอนเต้นท์ตามอุทยานแห่งชาติไปจนกระทั่งถึงการไปพักในโรงแรมหรือรีสอร์ทหรูๆ ที่มีเยอะมากในเมืองเชียงใหม่และนอกเมืองเชียงใหม่ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกตามแต่รสนิยมของแต่ละท่าน

รอบนี้ได้มีโอกาสไปพักที่ดาราเทวีซึ่งเป็นหนึ่งในโรงแรมที่เป้ชอบมากด้วยรายละเอียดของตึก บรรยากาศรอบ ๆ โรงแรมเป็นโรงแรมที่เมื่อไปแล้วมีความรู้สึกว่า เราได้เข้าไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ได้ไปซึมซับบรรยากาศแบบโบราณ ๆ รอบๆ ตัว (ทำให้เก็บไปฝันต่อได้ว่าเป็นเจ้านางน้อย)อิอิอิ

ทริปนี้แม้ว่าจะเป็นทริปสั้น ๆ แค่สามวัน มีกิจกรรมที่หลากหลายมากมายแต่คราวนี้เป้อยากเล่าถึงกิจกรรมหนึ่งซึ่งเป้ประทับใจมาก ๆ และอยากจะรีวิวเผื่อให้เพื่อน ๆ ที่สนใจหรือคนอื่น ๆ ได้ลองดู เป้ต้องขอขอบพระคุณทางโรงแรมดาราเทวีที่จัดกิจกรรมนี้ให้ ทำให้เป้ได้ลองประสบการณ์สปาที่น่าสนใจและดีเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศค่ะ

เนื่องจากทริปนี้เป้มีโอกาสมาพักที่ดาราเทวีแค่คืนเดียวแถมตอนมาถึงก็บ่ายมากแล้ว และเป้ก็ต้องไปทำกิจกรรมที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้ (ซึ่งก็เป็นการสปาที่เป้ชอบมากกกก) จึงทำให้ไม่สามารถเก็บ ภาพสวย ๆ ของโรงแรมมาให้ได้ชมกันมากนัก (ซึ่งเป้จะขอเขียนในบล๊อกต่อไปรวบยอดกับที่พักที่อ่างขางซึ่งเป็นอีกที่หนึ่งของที่พัก ที่เราพักกันในทริปนี้ค่ะ) แต่เพื่อให้ข้อมูลกับคนที่มาอ่านบล๊อกนี้ เป้ขออนุญาตนำลิ้งค์ของคุณบุ๊งที่ไปด้วยกันได้ถ่ายไว้ และสมาชิกในพันทิปที่เคยไปมาได้รีวิวไว้ซึ่งสามารถหาอ่านได้ที่ลิ้งค์ข้างล่างค่ะ

อันนี้เป็นบรรยากาศห้องที่เป้พักกับน้องบุ๊ง หนึ่งในบล๊อกเกอร์ที่ไปด้วยกันในทริปนี้ค่ะ

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=close-to-heaven&month=23-02-2015&group=22&gblog=13

และอันนี้เป็นกระทู้รีวิวห้อง colonial suite และบรรยากาศในโรงแรมของสมาชิกในพันทิป

http://pantip.com/topic/31881465

กิจกรรมที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้คณะเราก็มีหลายอย่างค่ะคือการทำมาการองกับเชฟ Fabrice หรือจะเลือกไปทำสปาที่ห้องสปาของโรงแรมหรืออาจจะเลือกไปลองทำนาดูก็ได้ คนเมืองกรุงแบบเป้ที่เป็นออฟฟิศซินโดรมหน่อย ๆต้องเลือกไปผ่อนคลายในสปาอยู่แล้วค่ะ เป็นสิ่งหนึ่งที่เป้รู้สึกว่าพิเศษมากสำหรับการมาเชียงใหม่รอบนี้เพราะสปาของโรงแรมดาราเทวีนั้นมีชื่อเสียงระดับประเทศ(ต้องไปลองดูว่าสูสีกับสปาที่เป้ชอบมากที่สุดที่กรุงเทพฯได้ไหม)ไปดูบรรยากาศกันเลยค่ะ


ด้านหน้าของบริเวณที่เป็นส่วนสปา (เนี่ยถ้าเป้แต่งชุดพื้นเมืองนะค่ะรับรองว่าตัวเองต้องมีความรู้สึกว่าเป็นเจ้านางที่มาเตรียมสรงน้ำจริง ๆ อิอิอิ)

เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่จะให้เราทำแบบสอบถามซึ่งเป็นคำถามเกี่ยวกับร่างกาย การกินอาหาร การนอน การใช้ชีวิตวิถีและกิจวัตรในแต่ละวัน ซึ่งมีคำถามประมาณ 4-5 หน้ากว่าจะตอบคำถามเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อยค่ะ มีความรู้สึกเหมือนทำข้อสอบหน่อย ๆพอกรอกข้อมูลเสร็จ จะมีคุณหมอซึ่งเป็นคนอินเดียและจบมาเกี่ยวกับด้านนี้โดยเฉพาะจะมาพูดคุยกับเราเป็นภาษาอังกฤษ(หากท่านใดไม่ถนัดภาษาอังกฤษ พนักงานของสปาก็จะมาแปลให้ฟังค่ะ)และคุณหมอก็จะแนะนำคอร์สการนวดหรือการปฏิบัติตัวต่าง ๆ ที่เหมาะกับเรา

บริเวณล็อบบี้ของตึกที่เป็นสปา เป็นที่ที่เจ้าหน้าที่ คุณหมอและแขกที่ขอเข้ารับบริการจะมาพูดคุยกันเพื่อเลือกสปาที่ต้องการ


รูปหน้าปกของเมนูคอร์สต่าง ๆ


เช่นในกรณีของเป้ซึ่งเป็นคนธาตุลมและเป็นคนที่ชอบทำอะไรตลอดเวลาบางครั้งจะลืมไปว่าร่างกายต้องการการพักผ่อนเหมือนกัน (แต่สมองมัวแต่สั่งงานให้ร่างกายทำโน่นนี่นั่นมากเกินไป)คุณหมอก็เลยแนะนำการนวดสองคอร์สให้เป้ เพื่อเป็นการผ่อนคลายและเพื่อเป็นการ refreshร่างกายจากความเครียดและความเหนื่อยล้าซึ่งก็คือ 

  1. Pottali Abhyanga is a highly rejuvenativetherapy using freshly prepared rice compresses, “Boluses”, that are dipped in awarm fragant oil and applied to the body using special technique which help toenhance immunity and circulation, creating deep relaxtion for the body and mind การนวดนี้ใช้เวลาเกือบๆ สองชั่วโมง เป็นการนวดโดยใช้ปะคบที่ใช้ข้าวสารมาใส่ในลูกปะคบนำลูกปะคบไปจุ่มในน้ำมันนวดตัวที่อุ่น ๆแล้วนำมาปะคบร่างกายสลับกับการนวดซึ่งใช้เทคนิคพิเศษแบบอายุรเวทของอินเดีย คุณหมออธิบายว่าการนวดแบบนี้จะทำให้ร่างกายผ่อนคลายเพราะน้ำมันอุ่น ๆจะทำให้เซลตามร่างกายคลายอาการเกร็งที่เราอาจจะไม่รู้ตัวและกลิ่นหอมของน้ำมันนวดจะทำให้สมองและจิตใจเราผ่อนคลายและสงบ

  2. Shirobhyanga is the indian head massage, usingthe finest oil, is deeply relaxing. An excellent remedy for insomnia andimproving vision, circulation and concentration. Special emphasis is placed ontreating “marmas”, or energy center, in the head, forehead, eyes, ears, neckand shoulder areas. เป็นการนวดศีรษะแบบอินเดียโดยการใช้น้ำมันที่ดีที่สุดเพื่อการผ่อนคลายอย่างล้ำลึกเป็นวิธีการรักษาที่ดีเยี่ยมสำหรับการนอนไม่หลับและการปรับปรุงวิสัยทัศน์และความเข้มข้นของการไหลเวียนเน้นเป็นพิเศษคือการรักษา "Marmas" หรือศูนย์พลังงานที่ศีรษะหน้าผากตาหูคอและไหล่ทั้งสองข้างที่คุณหมอแนะนำให้เป้นวดคอร์สนี้เนื่องมาจากว่าเป้นอนไม่ค่อยหลับเป็นเวลานานอันเนื่องมาจากความกังวลหลังการคลอดบุตร (ณ ตอนที่ไปเนี่ยลูกของเป้อายุประมาณ 1 ½ ขวบเท่านั้น)ซึ่งคุณหมอบอกว่าเป็นอาการปรกติที่อาจเกิดขึ้นได้กับคุณแม่หลาย ๆท่าน โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องทำงานในตอนกลางวันและต้องดูแลลูกเล็กในตอนกลางคืนซึ่งอาการนี้จะค่อย ๆ หายไปเมื่อลูกโตขึ้นหรือแยกห้องนอนค่ะ

    ความรู้สึกหลังการนวดทั้งสองคอร์สคือ รู้สึกได้เลยว่าร่างกายได้ผ่อนคลายจริงๆ และคืนนั้นเป้ก็นอนหลับสบายมาก ๆเป็นสปาอีกหนึ่งแห่งที่ชอบมากและคิดว่าน่าจะเป็นระดับต้น ๆ ของเมืองไทย


บรรยากาศภายในห้องทรีทเม้นต์ ซึ่งจะมีโซนที่เป็นเตียง และโซนที่เป็นห้องอาบน้ำ (ในกรณีที่แขกต้องการอาบน้ำหลังจากได้รับทรีทเม้นต์)
















เป้เก็บภาพภายในห้องทำทรีทเม้นต์มาให้ชมกันค่ะสวยมากและรู้สึกว่าผ่อนคลาย ภายในตึกสปาเนี่ยเงียบมากจริง ๆหากใครมีโอกาสมาเที่ยวเชียงใหม่และอยากผ่อนคลายโดยมีคุณหมออายุรเวชมาแนะนำแบบถูกต้อง เป้แนะนำให้ไปลองกันค่ะแต่อาจจะต้องเผื่อเวลากันซักหน่อย อย่างคอร์สที่เป้ทำเนี่ยก็กินเวลาไปสามชั่วโมงไม่รวมกับเวลาที่ทำแบบสอบถามดื่มน้ำสมุนไพรหลังการนวดด้วยค่ะ

แต่หากจะสนใจแค่การนวดแบบสั้น ๆ เช่นนวดเท้าหรือนวดเฉพาะจุดที่นี่ก็มีให้บริการค่ะแต่ถ้ามาทำแบบเป็นคอร์สหรือให้คุณหมอแนะนำให้ก็น่าจะดีกว่าเพราะบางทีตัวเราก็ไม่รู้ว่าเราควรจะได้รับทรีทเม้นต์แบบไหนค่ะ

ถ้าเป้อาศัยอยู่ที่นี่เป้ก็คงหาโอกาสไปนวดอีกค่ะคงไม่บ่อยเพราะราคาที่ค่อนข้างสูงแต่คงเป็นที่ที่เป้จะไปให้รางวัลกับตัวเองหรือไปเพื่อผ่อนคลายจริง ๆ

หมายเหตุ เป้ได้ไปทริปนี้ในช่วงวันที่ 23 - 25 มกราคม 2558 ค่ะ




Create Date : 06 ธันวาคม 2558
Last Update : 6 ธันวาคม 2558 17:51:31 น. 2 comments
Counter : 340 Pageviews.

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 7 ธันวาคม 2558 เวลา:2:22:55 น.  

 
น่าไปเที่ยวมั่งจัง


โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 10 ธันวาคม 2558 เวลา:16:53:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.