โลกกว้างใหญ่.. ฟ้ากว้างกว่า

unter den linden
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Image Hosted by ImageShack.us Image Hosted by ImageShack.us Image Hosted by ImageShack.us Image Hosted by ImageShack.us
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
7 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add unter den linden's blog to your web]
Links
 

 

@ กรุงเบอร์ลิน @ เมืองหลวงของเยอรมนี


T R A I on Tour

กรุงเบอร์ลิน เมืองที่ใหญ่ที่สุดและปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศ โดยถูกล้อมรอบด้วยรัฐบรานเดนบวร์ก (Brandenburg) และมีแม่น้ำสายสำคัญคือแม่น้ำ Spree ไหลผ่าน พื้นที่โดยรวมประมาณ 889 ตารางกิโลเมตร และมีจำนวนประชากรทั้งสิ้นเกือบสี่ล้านคน เมื่อครั้งอดีตเมืองหลวงแห่งนี้เคยได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์การแบ่งโลกออกเป็นสองฝ่าย หลังสงครามโลกครั้งที่สองโดยในปี 1948 เป็นช่วงสงครามเย็นระหว่างประเทศในกลุ่มโลกเสรีและสหภาพโซเวียต (ในขณะนั้น) ซึ่งได้แบ่งเมืองนี้ออกเป็นสองส่วน คือฝั่งตะวันตก จะถูกควบคุมโดยอังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศส และทางฝั่งตะวันออกถูกควบคุมโดยสหภาพโซเวียต ซึ่งมีกำแพงเบอร์ลินกั้นเขตออกจากกัน
จนมาถึงยุคล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ ในที่สุดกำแพงเบอร์ลินก็ถูกทำลายไป ประเทศเยอรมนีที่เคยถูกแบ่งเป็นสองส่วนก็กลับมารวมเป็นประเทศเดียวดังเดิมภายใต้ชื่อ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน และกรุงเบอร์ลินก็ถูกฟื้นฟูบูรณะให้กลับมาเป็นเมืองหลวงอีกครั้ง
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

ในปัจจุบัน เมืองหลวงแห่งนี้มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเพราะเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ และเป็นเมืองหลวงของประเทศที่มีความเจริญทางเทคโนโนยีอย่างเยอรมนี อีกทั้งที่นี่ยังได้ชื่อว่าเป็นจุดรวมศิลปะวัฒนธรรมของยุโรป (Kulturmetropole im Herzen Europas/Germany 's capital and a European cultural center) เพราะกรุงเบอร์ลินนี้ได้รวบรวมศิลปะตั้งแต่ยุคก่อนสงครามโลก (Preussen/Prussia) มาจนช่วงสงครามโลก (ศิลปะแบบนาซี) และยุคหลังสงครามโลกซึ่งรวมไปถึงสถาปัตย์แบบโมเดิร์น
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอาทิ Brandenburger Tor/Brandenburg Gate , Reichtag , Kaiser-Wilhelm-Gedaechtniskirche/Memorial Church , Siegessaeule/Victoria Monument , Berliner Dom , Gendarmenmarkt , Schloss Charlottenburg , Museumsinsel , Nikolaiviertel ฯลฯ รวมถึงศูนย์กลางแหล่งบันเทิงแห่งใหม่ที่เรียกว่า Potsdamer Platz และย่านช้อบปิ้งที่มีชื่ออย่าง Kurfuerstendamm และ Friedrichstrasse
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

และนอกจากความเป็นเมืองใหญ่ที่ดูวุ่นวายก็สามารถหาความสงบได้ไม่ยาก ภายใต้ร่มรื่นของต้นไม้และธรรมชาติรอบๆ เมือง ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ ทะเลสาบ ป่า อย่างเช่น Tiergarten , Berlin Zoo , Wannsee หรือ Grunewald เป็นต้น
Image Hosted by ImageShack.us

ข้อมูลทั่วไปที่น่าสนใจของกรุงเบอร์ลิน สามารถหาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.berlin.de/


ความเป็นมาของกรุงเบอร์ลิน

เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของชนชาติเยอรมัน นครหลวงของประเทศเยอรมนีนับเป็นนครที่ยังเยาว์วัย ซึ่งเบอร์ลินพึ่งจะเคยปรากฏเป็นหลักฐานครั้งแรกใน ค.ศ.1237 เนื้อความในเอกสารนั้นบ่งบอกเพียงว่า เบอร์ลินเป็นชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ข้างเคียง และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชุมชนเคิล์น (Koelln)

ชุมชนเล็กๆ แห่งนี้คงได้เติบโตขึ้นตามวันเวลา ใน ค.ศ.1451 เบอร์ลินได้รับเลือกให้เป็นที่ประทับถาวรของเจ้าอิเลคเตอร์ในราชวงศ์โฮเฮนโซเลิร์น (Hohenzollern) แห่งปรัสเซียร์ (Prussia)

ระหว่าง ค.ศ.1740-1786 ซึ่งเป็นเวลาที่ปรัสเซียร์ภายใต้การนำของฟรีดดริก (Friedrich) มหาราชเป็นมหาอำนาจทางการทหารและการเมืองในยุโรป เบอร์ลินก็รุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางทางศิลปะวิทยาการ ใน ค.ศ.1871 ปรัสเซียร์ได้ชัยชนะเหนือฝรั่งเศส เบอร์ลินกลายเป็นนครหลวงของอาณาจักรไรซ์ที่ 2 (Reich)

พอถึง ค.ศ.1918 ซึ่งเป็นสมัยของจักรพรรดิวิลเฮล์ม (Wilhelm) ที่ 2 แห่งปรัสเซียร์ ระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของชนชาติเยอรมันก็ได้ถึงกาลยุติลงด้วยฟิลิปป์ ชไนเดอร์มานน์ (Philipp Schneidermann) ผู้นำแห่งพรรคสังคมประชาธิปไตยได้ประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครองทำให้เกิด ประเทศสาธารณรัฐเยอรมนีหรือสาธารณรัฐไวมาร์ (Weimar Republic) โดยมีเบอร์ลินซึ่งมีประชากรถึงสี่ล้านคน (ในสมัยนั้นถือว่าเยอะมาก) ครองตำแหน่งเมืองหลวง

ใน ค.ศ.1933 ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ประกาศสถาปนาประเทศเยอรมนีเป็นจักรวรรดิไรซ์ที่ 3 โดยแต่งตั้งตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี เบอร์ลินถูกใช้เป็นศูนย์กลางอำนาจของนาซี (National Socialist Dictatorship) แต่ในขณะเดียวกันศูนย์กลางการเคลื่อนไหวต่อต้านนาซีก็มีฐานอยู่ที่เบอร์ลินเช่นกัน

ระหว่าง ค.ศ.1939-1945 หรือช่วงเวลาของสงครามโลกครั้งที่ 2 พื้นที่ประมาณ 30 ตารางกิโลเมตรของเบอร์ลินถูกระเบิดทำลายยับเยิน ชาวเบอร์ลินเสียชีวิตไปกว่า 50,000 คน บ้านเรือนถูกทำลายไปกว่า 620,000 หลัง จนเกิดซากปรักหักพังเป็นจำนวนรวมถึง 80 ล้านลูกบาศก์เมตร ครั้งนั้นกองทัพโซเวียตเป็นผู้ยึดครองเบอร์ลินได้สำเร็จนับตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ.1945 เป็นต้นมา ประเทศเยอรมนีได้ถูกยึดครองโดยมหาอำนาจทั้งสี่ในสงครามโลกครั้งที่ 2 นครเบอร์ลินกลายเป็นเขตพิเศษ ที่ถูกแบ่งเป็น 4 โซน ภายใต้การควบคุมของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และโซเวียต เบอร์ลินด้านตะวันออกหรือเขตที่อยู่ภายใต้อำนาจของโซเวียตนั้น แท้จริงคืออดีตใจกลางเมืองที่เคยเป็นศูนย์รวมอำนาจและความเจริญรุ่งเรืองทั้งปวง
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

ในปี ค.ศ.1948 โซเวียตได้ประกาศแยกตัวออกจากกองทัพสัมพันธมิตรเนื่องจากความขัดแย้งทางอุดมการณ์ สาธารณรัฐเยอรมนีจึงถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศโดยปริยาย ดินแดนส่วนที่โซเวียตยึดครองกลายเป็นเยอรมนีตะวันออกที่พัฒนาตนเองไปสู่การปกครองระบอบสังคมนิยม โดยมีเบอร์ลินตะวันออกเป็นเมืองหลวง ส่วนเบอร์ลินด้านตะวันตกซึ่งยังตกอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส จึงกลายเป็นเกาะโดดเดี่ยวอยู่ภายในวงล้อมของเยอรมนีตะวันออก ประเทศเยอรมนีทั้งสองต่างก็พัฒนาตนเองไปคนละทิศละทาง แต่ความแตกต่างทางอุดมการณ์มิอาจสกัดกั้นความผูกพันทางสายโลหิตของชาวเยอรมันในทั้งสองเขตที่ยังคงมีต่อกันอย่างมั่นคงได้ ในวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ.1961 กำแพงคอนกรีตยาวเหยียดจึงได้ถูกรัฐบาลฝ่ายตะวันออกสร้างขึ้น โดยเริ่มจากจุดกึ่งกลางที่แบ่งนครเบอร์ลินทั้งสองออกจากกัน ทั้งนี้เพื่อยุติการไปมาหาสู่ระหว่างพี่น้องร่วมชาติที่ถูกแบ่งแยกด้วยความแตกต่างทางความคิดของผู้มีอำนาจปกครอง และเพื่อสกัดกั้นการหลบหนีข้ามแดนของประชาชนจากฝ่ายตะวันออกไปสู่แดนตะวันตก แต่ด้วยความเพียรพยายามอย่างไม่ย่อท้อของฝ่ายตะวันตกบนพื้นฐานการยอมรับของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส ชาวเยอรมันตะวันตกค่อยๆ ได้รับโอกาสให้เดินทางเข้าไปเยี่ยมญาติมิตรในฝั่งตะวันออกมากขึ้นทีละนิด ระหว่าง ค.ศ.1971-1989 กระแสความรู้สึกและความหวังของชาวเยอรมันทั้งปวงที่ปรารถนาจะรวมประเทศทั้งสองของตนเข้าด้วยกันอีกครั้งหนึ่งได้ก่อตัวและพัฒนารุนแรงขึ้นทุกที
Image Hosted by ImageShack.us

ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ทางการเมืองของยุโรปก็ถึงจุดสุกงอม ประเทศต่างๆ ในค่ายสังคมนิยมเริ่มตั้งแต่โซเวียตอันเป็นพี่ใหญ่ได้อ่อนแอลงจนถึงจุดเสื่อมสลายด้วยปัญหาความยากจน และความด้อยพัฒนาในทุกๆ ด้านที่เรื้อรังมานานปี

ปลายปี 1989 พรมแดนฮังการี และอดีตเชคโกสโลวาเกียได้เปิดออกสู่โลกภายนอก และนับตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ.1989 เป็นต้นมา ชาวเบอร์ลินตะวันออกจำนวนมหาศาลได้หลั่งไหลเข้าไปยังเขตตะวันตกโดยใช้เส้นทางผ่านประเทศทั้งสอง จนในที่สุดรัฐบาลเยอรมนีตะวันออกได้ยอมเปิดกำแพงเบอร์ลินด้านประตูบรานเดนบวร์ก (Brandenburg Gate) ออกอนุญาตให้ชาวเบอร์ลินสองฝั่งนครไปมาหาสู่กันได้ และยกเลิกกฎเกณฑ์ในการใช้วีซ่าเดินทางเข้ามาสู่เขตตะวันออก ในวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ.1990 เกิดการประชุม Two-Plus-Four-Talks ขึ้นระหว่างมหาอำนาจทั้งสี่และเยอรมนีทั้งสอง เพื่อเตรียมการรวมประเทศเยอรมนี ซึ่งจะมีผลให้อำนาจปกครองของมหาอำนาจทั้งสี่เหนือดินแดนเยอรมันสิ้นสุดลงด้วยพร้อมกัน

ในวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ.1990 กำแพงเบอร์ลินได้ถูกพลังมวลชนทำลายลงโดยเริ่มจากจุดแรกที่ถนนแบร์นเนาเออร์ (Bernauer Strasse) และในวันที่ 29 ของเดือนเดียวกัน ชาวเบอร์ลินทั้งสองฟากเมืองได้ร่วมกันประกาศให้ ริชาร์ด ฟอน ไวช์เชคเค่อ (Richard von Weizsaecker) ประธานาธิบดีในขณะนั้นของฝั่งตะวันตกเป็นราษฎรกิตติมศักดิ์ (The first citizen of honour) คนแรกของนครเบอร์ลินรวม ซึ่งท่านประธานาธิบดีเองก็ได้สนองรับโดยการประกาศว่า เบอร์ลินจะได้รับทั้งตำแหน่งเมืองหลวง และที่ตั้งของรัฐบาลคืน

ในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ.1990 สนธิสัญญา Two-Plus-Four-Treaty ได้รับการลงนามที่กรุงมอสโคว์ ถือเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการว่า ประเทศเยอรมนีทั้งสองจะได้รวมกันเป็นแผ่นดินเดียว โดยมีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนของตนเอง และประเทศมหาอำนาจทั้งสี่จะค่อยๆ ถอนกองทหารออกไปจากดินแดนนี้จนหมดภายในปี 1994 แล้วระหว่างเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 2 ต่อกับวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ.1990 ประเทศเยอรมนีที่ถูกแยกเป็นสองแผ่นดิน มานานเกือบครึ่งศตวรรษก็ได้ฤกษ์รวมเป็นแผ่นดินเดียวกันอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งวันที่ 3 ตุลาคมของทุกปี ได้ประกาศเป็นวันชาติของเยอรมันตั้งแต่นั้นมา

หลังจากการรวมประเทศ รัฐบาลได้จัดให้มีการหาประชามติถึง 13 ครั้ง ในเรื่องที่ตั้งของเมืองหลวงและรัฐบาล ผลปรากฏออกมาว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้เบอร์ลินเป็นเมืองหลวง แม้ว่าการดำเนินงาน 7 ขั้นตอนเพื่อบูรณะเบอร์ลินจะต้องใช้งบประมาณถึง 13,000 ล้านมาร์ก และจะต้องใช้เวลานานถึงปี ค.ศ.2000 จึงจะแล้วเสร็จ

แต่ประเด็นที่กลับกลายมาเป็นปัญหาคือคำถามที่ว่า เบอร์ลินสมควรจะเป็นที่ตั้งของรัฐบาลด้วยหรือเปล่า เพราะนับตั้งแต่ปลาย ค.ศ.1949 หลังจากที่ บอนน์(Bonn) ได้รับเลือกให้เป็นเมืองหลวงแล้ว รัฐบาลเยอรมันได้ลงทุนก่อสร้างเมืองมหาวิทยาลัยเล็กๆ แห่งนี้ให้เป็นที่ตั้งรัฐบาลด้วยเงินจำนวนมหาศาล และค่าใช้จ่ายในการย้ายทำเนียบรวมทั้งกระทรวงทบวงกรมทั้งหมดนั้นจะต้องใช้เงินอีกเป็นจำนวนที่ประมาณมิได้ และเป็นที่แน่นอนว่าบรรดารัฐทางใต้ และทางตะวันตกนั้นย่อมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการย้ายที่ตั้งรัฐบาลจากบอนน์ไปอยู่เบอร์ลิน

ในที่สุด หลังจากการโต้เถียงในสภานานถึง 12 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ.1991 รัฐบาลก็ได้ลงคะแนนด้วยเสียง 337 ต่อ 320 ให้เบอร์ลินเป็นทั้ง นครหลวง และเป็นที่ตั้งของรัฐบาล ทั้งนี้โดยมีเงื่อนไขว่าการย้ายที่ทำการของรัฐจะต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยคำนึงถึงความประหยัดเป็นหลัก และอาจจะต้องใช้เวลาถึง 10 ปี กว่าการย้ายที่ทำการทั้งหมดของรัฐบาลจะเสร็จสมบูรณ์

มหานครบนสายน้ำ Spree จึงมีสถานภาพในปัจจุบันที่พิเศษกว่านครใดๆ ในเยอรมนี ด้วยเบอร์ลินเป็นทั้งมลรัฐ และนครหลวงของประเทศ ดังนั้นแม้ว่าการบูรณะเบอร์ลินยังจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะแล้วเสร็จ เบอร์ลินในสภาพที่เป็นอยู่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็น a must see สำหรับใครๆ ก็ตามที่มีโอกาสมาเยือนเยอรมนี

เบอร์ลินในปัจจุบันยังมีลักษณะเหมือนเมือง 2 เมือง เพราะความแตกต่างกันที่ดำรงมานานกว่า 40 ปี เบอร์ลินด้านตะวันตกคือมหานครที่เป็นศูนย์กลางทางการพาณิชย์ ทันสมัย และมีชีวิตชีวา ในขณะที่ด้านเบอร์ลินตะวันออกมีอดีตอันรุ่งเรือง จึงเด่นในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม

ความเป็นเมืองแฝดของเบอร์ลินมีส่วนดีสำหรับนักท่องเที่ยว ด้วยพอรวมเมืองเข้าด้วยกันก็มีทุกสิ่งทุกอย่างให้ชมในจำนวนสองอย่างเป็นอย่างน้อย (และบางอย่างมีมากกว่านั้น) เช่น หอศิลป์ของรัฐ 2 แห่ง โรงละครของรัฐ 2 แห่ง โรงละครโอเปร่า 3 แห่ง พระราชวัง 10 แห่ง พิพิธภัณฑ์ 170 แห่ง ฯลฯ เพราะทั้งฝ่ายตะวันตกและตะวันออกต่างก็เคยมีทุกอย่างเป็นของตนมาก่อน

สถานที่สำคัญที่ไม่ควรพลาดของเบอร์ลิน

ประตูบรานเดนบวร์ก (Brandenburger Tor/Brandenburg Gate) เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบอร์ลินเพราะเป็นประตูเมืองเก่า ได้รับการก่อสร้างระหว่าง ค.ศ.1788-91 ตามศิลปะแบบโรมัน โดยฝีมือ C.G.Langhans ตั้งอยู่ที่ Pariser Platz และถนน Unter den Linden สถานที่แห่งนี้ถือเป็นเครื่องหมายแห่งความสงบสุข และมีความสำคัญโดยเป็นจุดแบ่งกรุงเบอร์ลินออกเป็นสองส่วนคือตะวันออกและตะวันตก ด้านบนมีรูปปั้นชื่อ Quadriga สูง 5 เมตร มีราชินีแห่งชัยชนะ (Siegesgoettin Viktoria)ควบขับรถเทียมม้า 4 ตัว มุ่งหน้าไปทางฝั่งตะวันออกของเบอร์ลิน ในมือถืออิสริยาภรณ์กางเขนเหล็กกับพวงมาลัยใบมะกอกและ นกอินทรีซึ่งเป็นสัตว์ที่แสดงอำนาจของยุคปรัสเซียร์ (Preussen/Prussia)
Image Hosted by ImageShack.us

ศาลาว่าการกรุงเบอร์ลิน (Berliner Rathaus) เป็นที่ทำงานของนายกเทศมนตรีกรุงเบอร์ลิน ออกแบบก่อสร้างโดย H.F.Wassemann ในระหว่าง ค.ศ.1861-9 มักจะถูกเรียกว่าจตุรัสแดง เพราะวัสดุก่อสร้างเป็นอิฐแดงทั้งหลัง เป็นศิลปะแบบเรอเนสซอง และตรงกลางมีหอนาฬิกาสูงขึ้นไป 74 เมตร
Image Hosted by ImageShack.us

อนุสาวรีย์แห่งชัยชนะ (Siegessaeule) สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคปรัสเซียร์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ของการต่อต้านพวกเดนมาร์ก ในปี1864 ออสเตรีย ในปี 1866 และฝรั่งเศส ในปี 1870-71 เป็นเสาสูงประมาณ 69 เมตร ออกแบบก่อสร้างโดย J.H.Strack ระหว่าง ค.ศ.1865-73 แต่ชาวเบอร์ลินมักจะเรียกสถานที่นี้ว่า Golde Else หรือ Victoria แห่งเบอร์ลิน บนยอดเสาคือรูปปั้นของวิคตอเรีย (Victoria) เทพีแห่งชัยชนะ ถือพวงมาลัยจากใบมะกอก (สัญลักษณ์ของชัยชนะ) กับหอก รูปปั้นนี้หนัก 35 ตัน สูง 8 เมตร มีบันได 285 ขั้น สามารถเดินขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ บริเวณนี้ทั้งหมดเรียกว่า Grosser Stern แปลว่าดาวดวงใหญ่ เพราะมีถนนห้าสายใหญ่มาบรรจบกันที่อนุสาวรีย์นี้ ถ้ามองจากข้างบนลงมาจึงดูคล้ายรัศมีของดาวที่เป็นแฉก นอกจากนี้บริเวณนี้ยังใช้เป็นที่จัดงาน Loveparade หรือ Techno-Party อีกด้วย
Image Hosted by ImageShack.us

โบสถ์อนุสรณ์จักรพรรดิวิลเฮล์ม (Keiser-Wilhelm-Gedechtniskirche/Memorial Church) สร้างในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ 19 และถูกทำลายในสงครามโลกครั้งที่ 2 โบสถ์ใหม่ได้รับการก่อสร้างอยู่เคียงข้างซากโบสถ์เก่าซึ่งถูกการรักษาให้คงอยู่ในสภาพนั้น ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมืองใกล้ Bahnhof Zoo และแหล่งช้อบปิ้งที่ขึ้นชื่อของเบอร์ลิน ชาวไทยมักจะเรียกโบสถ์นี้จนติดปากว่า โบสถ์หัก
Image Hosted by ImageShack.us

อาคารรัฐสภา (Reichstag) ออกแบบก่อสร้างโดย Wallot ระหว่างปี 1884-94 ใช้เป็นที่ประชุมรัฐสภาของประเทศเยอรมันซึ่งเรียกว่า Sitz des Deutschen Bundestages ถือเป็นอาคารที่สำคัญที่สุดของประเทศเยอรมันเลยก็ว่าได้ และอาคารหลังนี้เคยถูกทำลายในสมัยสงครามโลกจนปัจจุบันได้ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ โดยตรงกลางด้านบนสร้างเป็นครอบแก้ว มีบันไดวนสามารถเดินขึ้นไปชมทิวทัศน์ได้ ครอบแก้วนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง
Image Hosted by ImageShack.us

ทำเนียบรัฐบาล (Kanzleramt) ใช้เป็นที่ทำงานของนายกรัฐมนตรีของประเทศเยอรมัน เป็นศิลปะสมัยใหม่ แต่ชาวเบอร์ลินกลับมักจะไม่ค่อยชอบใจรูปทรงของอาคารนี้และแซวว่าเป็น เครื่องซักผ้า (Waschmaschinen) แห่งชาติ

ย่านรัฐบาล (Platz der Republik) เป็นที่ตั้งของเหล่าอาคารที่ทำการรัฐบาลต่างๆ มากมาย รวมไปถึงกระทรวงที่สำคัญต่างๆ มีสวนสาธารณะที่สวยงามให้พักผ่อนหย่อนใจรอบๆ บริเวณ

ถนน Unter den Linden เป็นถนนที่สำคัญที่สุดของเยอรมันเลยก็ว่าได้ และเป็นถนนสายเชิดหน้าชูตาของนครหลวงแห่งนี้ เพราะเก่าแก่ที่สุด มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์หลายๆ ยุคสมัย ในปัจจุบันมักจะใช้เดินขบวนประท้วง ริมสองข้างทางของถนนเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆ เช่น พระราชวังเก่า หอสมุดแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเก่าแก่ โรงละครแห่งชาติ โบสถ์เก่าแก่ ที่ใช้ชื่อถนนชื่อนี้ เพราะบริเวณตรงกลางและริมถนนมีต้น Linden อยู่ตลอดสาย ผู้คนสามารถนั่งพักผ่อนหย่อนใจชมวิวทิวทัศน์ได้ ถนนสายนี้ยังใช้เป็นต้นแบบของถนนราชดำเนินในบ้านเราเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือรัชกาลที่ 5 ทรงเคยเสด็จประพาสกรุงเบอร์ลิน
Image Hosted by ImageShack.us

สถานที่สำคัญบนถนนสายนี้ที่น่าสนใจได้แก่

โรงแรมอาดลอน (Hotel Adlon) เป็นโรงแรมที่หรูและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศเยอรมัน รับรองแขกบ้านแขกเมืองในเวลาที่มีบุคคลสำคัญต่างๆ มาเยือนประเทศเยอรมันและกรุงเบอร์ลิน เช่น เชื้อพระวงศ์จากประเทศต่างๆ ประธานาธิบดีของแต่ละประเทศ หรือดาราฮอลลีวู้ด ฯลฯ นอกจากนี้โรงแรมแห่งนี้ยังมีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไทยเป็นหุ้นส่วนใหญ่อีกด้วย (เช่นเดียวกับโรงแรม Kempinski)
Image Hosted by ImageShack.us

สถานทูตของเหล่าประเทศมหาอำนาจ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย

มหาวิทยาลัยฮุมโบลท์ (Humboltd Universitaet Berlin) มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากของเบอร์ลิน ในอดีตเคยเป็นวังเก่าของเชื้อพระวงศ์ในสมัยปรัสเซีย นักฟิสิกส์ชื่อดังก้องโลกอย่างไอนสไตน์ก็เคยทำวิจัยอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ นอกจากนี้ในสมัยสงครามโลกมหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังรอดพ้นจากการถูกทำลาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสงครามก็ยังให้ความสำคัญกับการศึกษาที่ละเว้นไม่ทำลายแหล่งให้ความรู้แก่มนุษย์ แต่กระนั้นห้องสมุดของมหาวิทยาลัยก็ถูกรัฐบาลในสมัยฮิตเล่อร์เผาทำลายทั้งหมด ปัจจุบันจึงได้มีการสร้างห้องสมุดจำลองของมหาวิทยาลัยขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นอนุสรณ์ตรงบริเวณ Bibel Platz หน้าคณะกฎหมายของมหาวิทยาลัย
Image Hosted by ImageShack.us

อนุสาวรีย์ของพระเจ้าฟรีดดิกมหาราชที่สอง (Friedrich II) ซึ่งถือเป็นยุคทองและยุคเรืองอำนาจของสมัยปรัสเซียร์

โรงละครแห่งชาติ (Deutsche Staatoper) ใช้แสดงคอนเสิร์ตและการแสดงโอเปร่า บางโอกาสใช้เป็นอาคารมอบรางวัลเกี่ยวกับวงการบันเทิงของประเทศเยอรมัน

หอดนตรี (Konzerthaus Berlin) สร้างระหว่าง ค.ศ. 1818-21 โดย K.F.Schinkel ใช้แสดงคอนเสิร์ต

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เยอรมัน (Deutsche Historische Museum) หรือ Zeughaus เป็นศิลปะแบบบารอค เริ่มสร้างในปี 1695 โดย Schlueter เป็นที่แสดงประวัติศาสตร์ของประเทศเยอรมัน ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ ตัวอาคารด้านหลังมีบันไดที่เป็นครอบแก้ว ออกแบบโดย M.P. Pei ซึ่งเป็นสถาปนิกชื่อดังที่เคยออกแบบครอบแก้วพีระมิดที่ Lourve ในปารีสมาแล้ว
Image Hosted by ImageShack.us

หอคอย Fernsehturm (TV Tower) สูง 365 เมตร ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในเยอรมัน สร้างปี 1965-9 ในสมัยนั้นเยอรมันตะวันออกใช้หอคอยนี้ส่งสัญญาณโทรทัศน์และเป็นสิ่งแสดงถึงความเจริญของประเทศ ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ชั้นกระจกที่เป็นหอสูง 200 เมตร ถูกใช้เป็นจุดชมวิว ร้านอาหารและร้านกาแฟ
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

Haus der Kulturen der Welt ซึ่งชาวเบอร์ลินขนานนามให้ว่าเป็น หอยนางรมตั้งท้อง ได้รับการก่อสร้างใน ค.ศ. 1957 เพื่อเป็นที่จัดประชุมและจัดงานนิทรรศการนานาชาติในยุคนั้น ปัจจุบันใช้เป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมโลกเพื่อแสดงนิทรรศการและการแสดงจากประเทศต่างๆ ในกลุ่มโลกที่ 3

Neue Wache เป็นอาคารเรียบๆ ที่มีหอคอยสี่ทิศแบบป้อมโรมัน ได้รับการก่อสร้างในปี ค.ศ. 1816-18 โดย Schinkel ตึกนี้ได้รับการอุทิศให้เป็นอนุสรณ์สถานถึงผู้ที่ได้รับเคราะห์กรรมจากลัทธิฟาสซิสม์
Image Hosted by ImageShack.us

ปราสาทเบลวู (Schloss Bellevue) ใช้เป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีประเทศเยอรมันในปัจจุบัน (Amsitz des Bundespraesidents) หรือ ไวท์เฮ้าส์ของเยอรมัน สร้างในปี ค.ศ.1785-6 สไตล์บารอคของฝรั่งเศส เพื่อเป็นที่ประทับของเจ้าชายแห่งราชสำนักโฮเฮนโซเลอร์น (Hohensolern) แต่ถูกทำลายในสมัยสงครามโลก คำว่า Bellevue ชื่อของปราสาทมาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า วิวที่สวยงาม

ปราสาทชาล็อทเทนบวร์ก (Schoss Charlottenburg) พระราชวังฤดูร้อนของพระนาง Sophie Charlotte มเหสีของพระเจ้า Friedrich ที่ 1 ได้รับการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมหลายครั้ง จนถึง ค.ศ.1790 จึงมีสภาพเช่นในปัจจุบัน ด้านหลังมีสวนหย่อมที่สวยงามและร่มรื่นให้เดินเล่น ซึ่งสวนแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสวนหย่อมสไตล์บาร็อคที่สวยที่สุดในเยอรมัน
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

ปราสาทบนเกาะนกยูง (Pfaueninsel) ในอดีตเคยเป็นวังฤดูร้อนของพระเจ้า Friedrich Wilhelm ที่ 2 อยู่ในอุทยานแบบชนบทบนเกาะที่มีรูปร่างคล้างนกยูง ออกแบบโดย Lenn'e เมื่อ ค.ศ.1822

โบสถ์นิโคไล (Nikolaikirche) เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในเบอร์ลิน ของเดิมสร้างในปี 1230 ปัจจุบันถูกใช้เป็นที่แสดงดนตรีคอนเสิร์ต และนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เบอร์ลิน บริเวณนี้เป็นจุดตั้งรกรากชองเบอร์ลินในยุคเริ่มแรกเลยก็ว่าได้ ในปัจจุบันจึงบูรณะขึ้นมาใหม่อย่างน่าทึ่งและสวยงามมาก
Image Hosted by ImageShack.us

ย่านเบอร์ลินที่เก่าที่สุด (Nikolaiviertel) เป็นย่านที่อยู่อาศัยที่เก่าแก่ที่สุดของเบอร์ลินตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ซึ่งความจริงได้ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สภาพที่สวยงามและโรแมนติกอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันถูกเนรมิตขึ้นมาจากงบประมาณมหาศาลของเยอรมันตะวันตกในครั้งนั้น เพื่อเป็นของขวัญแด่ชาวเบอร์ลินตะวันออก เนื่องในโอกาสครบรอบ 750 ปีของนครหลวง
Image Hosted by ImageShack.us

มหาวิหารแห่งเบอร์ลิน (Berliner Dom) ตั้งอยู่บน Museumsinsel เคยเป็นโบสถ์ประจำราชสำนักโฮเฮนโซเลอร์น สร้างในปี 1894 สูง 74.8 เมตร มหาวิหารแห่งนี้ถือเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมัน ภายในตัวโบสถ์มีความงดงามตระการตาอย่างมาก
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

มหาวิหารเซนต์เฮดวิก (St.Hedwigs Kirche) สร้างใน ค.ศ.1747 ได้แนวคิดมาจากวิหาร Pantheon ในกรุงโรม เป็นที่พำนักของบิชอปในเบอร์ลิน
Image Hosted by ImageShack.us

ชองดาร์เมนมาร์ก (Gendarmenmarkt) เป็น Platz หรือจตุรัสที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป โดยทางด้านทิศเหนือเป็นที่ตั้งของโบสถ์ฝรั่งเศส (Franzoesischer Dom) ทางด้านทิศใต้เป็นที่ตั้งของโบสถ์เยอรมัน (Deutscher Dom) สร้างในต้นคริสตศตวรรษที่ 18 แต่ละโบสถ์สูง 70 เมตร มีหอระฆังอยู่ภายในซึ่งจะดังทุกๆ 12 , 15 และ 19 นาฬิกา ส่วนตรงกลางเป็นโรงละคร สร้างสไตล์คลาสสิค ด้านหน้ามีรูปปั้นของกวีนักประพันธ์ที่โด่งดังของเยอรมันที่ชื่อ Schiller ส่วนรอบๆ บริเวณของจตุรัสนี้เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้านกาแฟ และโรงแรมมีชื่อเสียงมากมาย
Image Hosted by ImageShack.us

พิพิธภัณฑ์
เบอร์ลิน ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งพิพิธภัณฑ์ มีมากกว่าร้อยแห่งทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ทางซีกเมืองด้านตะวันตก พิพิธภัณฑ์ที่ไม่ควรพลาดชมคือ The new National Gallery (Neue National Galerie) , The Dahlem Picture Gallery , The Egyptian Museum และ The Antique Art Collection ส่วนทางด้านตะวันออกที่โดดเด่นคือเกาะพิพิธภัณฑ์ หรือ The Museum Island หรือ Museum Insel ซึ่งเป็นบริเวณที่มีพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายแห่งตั้งอยู่รวมกัน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนน Unter den Linden พิพิธภัณฑ์ที่สำคัญที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ The Old Gallery (Alte Gallrie) , The Old National Gallery (Alte National Gallerie) , Pergamon Museum , Bode Museum โดยเฉพาะ Pergamon Museum ซึ่งนักชื่นชมศิลปะทั่วโลกต่างต้องมาเยือนเมื่อได้มาถึงกรุงเบอร์ลิน
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

เช็คพอยท์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์สมัยแบ่งประเทศเป็นอย่างมาก เพราะเป็นจุดผ่านแดนระหว่างเบอร์ลินตะวันตก ซึ่งเป็นโซนของสหรัฐอเมริกา และเบอร์ลินตะวันออกซึ่งเป็นเขตของรัสเซียร์ เป็นการทำสงครามเย็นกันของทั้งสองฝ่ายซึ่งเป็นพี่ใหญ่มหาอำนาจของโลกในสมัยนั้น โดยเอากำลังทหาร รถถัง และอาวุธมาประจันหน้ากันเพื่อประกาศให้อีกฝ่ายรู้ว่าประเทศของตนมีศักยภาพและอำนาจมากแค่ไหน ปัจจุบันยังมีป้อมจุดตรวจและป้ายปักเขตแดนในสมัยนั้นอยู่ให้เห็น บริเวณใกล้ๆ กันนี้มีพิพิธภัณฑ์ชื่อ Checkpoint Chatlie Museum ซึ่งแสดงกรรมวิธีในการพยายามหลบหนีจากฝั่งตะวันออกมาสู่ตะวันตก
Image Hosted by ImageShack.us

ช้อบปิ้งในเบอร์ลิน

ถนนช้อบปิ้งสายสำคัญที่สุดของเบอร์ลินคือ ถนน Kurfuerstendamm หรือที่ชาวเบอร์ลินเรียกสั้นๆ ง่ายๆ ว่า Ku'damm ซึ่งเต็มไปด้วยห้างร้านทันสมัยมากมาย ติดกันนี้เป็นถนน Tauentzienstrasse เป็นที่ตั้งของห้าง KaDeWe หรือ Kaufhaus des Westens ซึ่งได้ชื่อว่าป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ชาวเบอร์ลินคุยว่าห้างนี้ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ ค.ศ.1907 หรือก่อนสงครามโลกเสียอีก มีพื้นที่ใช้สอยถึง 70,000 ตารางเมตร พื้นที่ขายสินค้าถึง 43,900 ตารางเมตร มีลิฟท์ 21 ตัว บันไดเลื่อน 44 แห่ง พนักงานขาย 2,400 คนและมีลูกค้าเข้ามาจับจ่ายซื้อของไม่ต่ำกว่าวันละ 70,000 คน
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

ถนน Friedrich Strasse เป็นถนนสายช้อบปิ้งที่หรูหราอีกแห่งหนึ่งของเบอร์ลิน เป็นที่ตั้งของห้าง Galeries Lafayette ที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส ชั้นใต้ดินของ ถนนสายนี้ยังเป็นแหล่งช้อบปิ้งอีกด้วย

Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

นอกจากนี้กรุงเบอร์ลินมีการแบ่งเป็นหลายเขต และในแต่ละเขตก็จะมีศูนย์กลางแหล่งช้อบปิ้ง (Centrum) เป็นของตัวเอง สำหรับย่านช้อบปิ้งที่มีชื่อเสียงอื่นๆ เช่น Alexander Platz , Wilmersdorfer Strasse , Kreuzberg , Naukoelln-Herrmann Platz , Steglitz , Spandau เป็นต้น ส่วนสินค้ามือสองบางประเภท เช่น หนังสือ ซีดี คาสเซท เสื้อผ้า ก็มีย่านให้เลือกซื้อ เช่น Kreuzberg หรือตลาดของเก่า (Frohmarkt) ก็มีหลายแห่งในแต่ละเขต เช่น ที่เทียร์การ์เต้น (Tiergarten) , หน้าศาลาว่าการกรุงเบอร์ลิน , บริเวณเกาะพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น

Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

ร้านกาแฟหรือผับ บาร์ มีอยู่หลายแห่งเช่นกัน เพราะเบอร์ลินเป็นเมืองใหญ่และเป็นเมืองท่องเที่ยวจึงสามารถเห็นได้ตามถนนหนทางทั่วไป ย่านที่มีชื่อเสียงได้แก่ Hackescher Markt , Unter den Linden , Ku'damm , Kantstrasse , Nollendorf Platz , Oranienstrasse เป็นต้น
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

Posdamer Platz เป็นศูนย์กลางความบันเทิงแห่งใหม่ของเบอร์ลิน บริเวณนี้จะมีทั้งโรงภาพยนตร์ โรงละคร ห้างสรรพสินค้า ร้านกาแฟ บาร์ ร้านอาหารนานาชาติ ฯลฯ บริเวณนี้เพิ่งได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดในสมัยที่เพิ่งรวมประเทศ จึงถือเป็นจุดก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป สร้างเสร็จในปี ค.ศ.2000
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

สถานที่สำคัญของ Potsdamer Platz ได้แก่

Sony Center อาคารทันสมัยที่มีชื่อเสียงของที่นี่ เพราะเป็นศิลปะที่ทันสมัยโดยใช้กระจกทั้งหลังสร้างเป็นโดมขึ้นไป ในเวลากลางคืนจะมีสีสันสวยงามและเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ภายในอาคารเต็มไปด้วยบาร์ และร้านอาหารชื่อดังหลายสไตล์ นอกจากนี้ยังใช้ในโอกาสสำคัญ เช่น การแข่งขันบอลโลกก็ใช้เป็นที่ให้ผู้คนมาเชียร์ได้มากกว่าพันคน
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

Filmhaus พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ที่ทันสมัย โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ก็จะมีการจัดเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลินขึ้นที่บริเวณนี้

สถานที่สำคัญอื่นๆ ของย่าน Potsdamer Platz ได้แก่ Daimler Crysler Building, DB Building , Casino เป็นต้น
Image Hosted by ImageShack.us

เทศกาลสำคัญๆ ของเบอร์ลิน

เทศกาลภาพยนตร์แห่งเบอร์ลิน หรือ Berlinale จัดช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี ในแต่ละปีจะมีภาพยนตร์แต่ละประเทศทั่วโลกเข้ามาประกวดและมาเข้าฉายที่ โรงภาพยนตร์ทั่วกรุงเบอร์ลิน ศุนย์กลางของงานอยู่ที่ Potsdamer Platz มีการมอบรางวัลให้ผู้ผลิตภาพยนตร์หลายๆ สาขา และมีดาราดังๆ ของทั้งเยอรมันและฮอลลีวูดมาเข้าร่วมเปิดงานมากมาย

เทศกาลคาร์เนวัล (Karneval der Kulturen/Carneval) ถือเป็นเทศกาลคาร์เนวัลที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมัน เพราะรวมวัฒนธรรมจากที่ต่างๆ ทั่วโลก จัดขึ้นในเขต Kreuzberg ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ

เลิฟพาเหรด (Loveparade) เทศกาลแห่งความรักหรือเท็คโนปาร์ตี้ จะมีขึ้นทุกวันเสาร์แรกของเดือนกรกฎาคมของทุกปี ถือว่าเป็นงานปาร์ตี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยจุดเริ่มต้นของงานอยู่ที่ Ernst Reuter Platz ไปที่ถนน Strasse des 17.Juni จนไปสุดที่ถนน Unter den Linden รอบๆ Siegessaeule ในปี ค.ศ.1998 มีการสร้างสถิติโดยมีคนมาร่วมงานมากที่สุดถึงหนึ่งล้านกว่าคน จึงไม่แปลกใจเลยที่ทั้งกรุงปารีส โรม หรือเวียนนา จะขอซื้อลิขสิทธิ์ไปจัดบ้าง

Lange Nacht der Museen ในปีหนึ่งจะมีสองครั้งในช่วงกลางฤดูหนาว และกลางฤดูร้อน โดยสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์เป็นสิบๆ แห่งทั่วกรุงเบอร์ลินได้ถึงตีสอง และจะมีบัตรส่วนลดที่ซื้อครั้งเดียวในราคาถูกแต่สามารถเข้าได้ทุกแห่ง

Lange Nacht Shopping จะจัดขึ้นสองครั้งในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลคือจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิ และจากฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งนักช้อบปิ้งทั้งหลายสามารถซื้อของตามห้างสรรพสินค้า ร้านต่างๆ ได้ถึงเที่ยงคืน

เบอร์ลินมาราธอน Berlin-Marathon จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่สองหรือสามของเดือนกันยายนของทุกปี มีนักวิ่งมาราธอนทั่วโลกมาร่วมแข่งขัน โดยใช้เส้นทางซึ่งผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเบอร์ลิน
Image Hosted by ImageShack.us

คริสตมาส (Christmas/Weihnachten) เป็นเทศกาลแห่งความสุขในฤดูหนาวหรือสิ้นปี มีการประดับประดาไฟอย่างสวยงามตามถนนหนทางและห้างร้าน นอกจากนี้ยังมีตลาดคริสตมาสให้เลือกซื้อของขวัญเทศกาลอยู่ทั่วเมืองในแต่ละเขตตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงคืนวันที่ 24 ธันวาคม
Image Hosted by ImageShack.us

งานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับนานาชาติ

Gruene Woche/Green Week งานแสดงสินค้า ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและพืชผลที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก จัดขึ้นในช่วงกลางเดือนมกราคมของทุกปี

International Tourismusboerse (ITB) งานแสดงเกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีซุ้มวัฒนธรรมและเวทีการแสดงจากประเทศต่างๆ จัดขึ้นในเดือนมีนาคมของทุกปี

กิจกรรมที่ผ่านมาของเบอร์ลิน

Olympic Games ปี 1936 กรุงเบอร์ลินเคยเป็นเจ้าภาพการจัดงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิคมาแล้ว ซึ่งถือเป็นการจัดครั้งแรกของเยอรมัน (ครั้งที่ 2 จัดที่มิวนิค) โดยในครั้งนั้นมีพรรคนาซีเป็นรัฐบาล

Fifa World Cup 2006 เป็นการแข่งขันบอลโลกในปี 2006 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศเยอรมันเป็นเจ้าภาพ มีสนามที่ใช้ในการแข่งขันทั้งสิ้น 12 สนามใน 12 เมืองใหญ่ และนัดชิงชนะเลิศจัดแข่งที่สนาม Olympic Stadium ในกรุงเบอร์ลินอย่างยิ่งใหญ่ โดยสนามนี้มีการปรับปรุงใหม่สามารถจุคนได้ถึง 76000 คน

การเดินทางมายังกรุงเบอร์ลิน

ถึงแม้กรุงเบอร์ลินจะอยู่ทางฝั่งตะวันออกของประเทศเยอรมัน แต่การเดินทางมายังกรุงเบอร์ลินก็สามารถมาได้หลายทางและสะดวกเนื่องจากเป็นเมืองหลวง ถ้าเดินทางมาโดยรถไฟจากทางภาคตะวันตกก็สะดวกมากเพราะสามารถมาลงได้ที่สถานีต่างๆ รอบเมืองขึ้นอยู่กับว่าจะมาต่อรถในเมืองที่ใด เพราะในเบอร์ลินมีสถานีรถไฟใหญ่อยู่หลายแห่ง เช่น Zoologischer Garten, Friedrichstrasse, Alexander Platz, Potsdamer Platz, Charlottenburg, Gesundbrunnen, Suedkreuz, Ostbahnhof เป็นต้น นอกจากนี้เบอร์ลินยังมีสถานีรถไฟหลักหรือ Berlin Centralstation ซึ่งสร้างเสร็จเพื่อรองรับนักเดินทางในช่วงบอลโลกปี 2006 ตั้งอยู่ในใจกลางกรุงเบอร์ลินใกล้กับย่านรัฐบาล โดยภายในตัวสถานีเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ มากมาย ถือว่าเป็นสถานีที่ทันสมัยที่สุดในโลกและใหญ่ที่สุดในยุโรปเพราะมีถึง 7 ชั้น
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

ถ้าเดินทางมาโดยเครื่องบิน เบอร์ลินก็มีสนามบินพาณิชย์ถึง 3 สนามบิน คือ Tegel , Tempelhof และ Schoenefeld และจากแต่ละสนามบิน ก็จะมีรถเมล์ รถเร็ว รถราง และรถไฟใต้ดินเพื่อเดินทางเข้ามาในตัวเมือง

การเดินทางทางรถยนต์ก็สะดวกเช่นกันเพราะมี Autobahn (ทางด่วน) อยู่รอบเมือง เรียกว่า Berliner Ring

การเดินทางในตัวเมือง

กรุงเบอร์ลินเป็นเมืองใหญ่ จึงมีการแบ่งเขตการเดินรถออกเป็น 3 โซน คือ A,B,C ดังนี้ A,B จะอยู่ในเขตเมือง ส่วนโซน C จะอยู่ชานเมือง พาหนะที่ใช้ในกรุงเบอร์ลินมีหลายประเภทได้แก่ รถเมล์ (Bus) รวมไปถึงรถเมล์ที่วิ่งกลางคืน (Nachtbus/Nightbus), รถไฟใต้ดิน (U-Bahn/Underground/Subway/Metro) , รถเร็ว (Schnellbahn,S-Bahn) และรถราง (Strassenbahn/Tram) ส่วนตั๋วที่ใช้เดินทางในเมืองก็มีหลายประเภท ถ้าเป็นตั๋วที่ใช้คนเดียว (Einzelticket/Single) ก็จะมีทั้งแบบเดินทางได้แค่สามสถานี กับแบบเดินทางได้ภายในเวลาสองชั่วโมง นอกจากนี้ยังมี ตั๋ววัน , ตั๋วสัปดาห์ , ตั๋วเดือน และตั๋วกรุ๊ป อีกทั้งยังมีตั๋วแบบพิเศษ คือใช้ได้สามวันและสามารถเข้าพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงได้หลายแห่ง เรียกว่าตั๋ว Welcomecard โดยสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bvg.de
Image Hosted by ImageShack.us




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2550
15 comments
Last Update : 20 มีนาคม 2550 4:40:50 น.
Counter : 8609 Pageviews.

 

แวะมาเก็บความรู้ค่ะ ^_^
ยังเที่ยวเบอร์ลินได้ไม่เท่าไหร่เลยค่ะ
กะว่าซัมเมอร์นี้ จะตระเวณเที่ยวให้ครบ

 

โดย: unique-unique 7 กุมภาพันธ์ 2550 3:05:49 น.  

 

สวัสดีค่ะเข้ามาหาคาวมรู้รอบตัว

 

โดย: saengjan 7 กุมภาพันธ์ 2550 4:03:12 น.  

 

ดีใจจังมีคนเข้ามาชม ขอบคุณนะครับ

นี่ยังไม่ได้ลงรูปเลย

 

โดย: unter den linden IP: 85.179.16.216 7 กุมภาพันธ์ 2550 7:21:25 น.  

 

เพิ่งลงรูปเสร็จครับ

 

โดย: unter den linden 7 กุมภาพันธ์ 2550 8:33:14 น.  

 

สวยอย่างนี้ จะพลาดได้ไงเนี่ย

 

โดย: oะuะ IP: 203.131.209.66 7 กุมภาพันธ์ 2550 15:46:15 น.  

 

The best blog of the World

 

โดย: Tee IP: 141.41.97.221 8 กุมภาพันธ์ 2550 1:59:33 น.  

 

ขอบคุณเพื่อนๆ มากครับ ที่เข้ามาชม แวะมาเยี่ยมกันบ่อยๆ เน่อ

 

โดย: unter den linden 8 กุมภาพันธ์ 2550 4:54:12 น.  

 

ขอรูปหน่อยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: ตอง IP: 58.9.156.65 2 พฤษภาคม 2551 0:07:24 น.  

 

รูปสวยมาก และก็ได้รับความรู้หลาย ๆ อย่างด้วย
อยากดูรูปของแต่ละเมืองหลัก ๆ สำคัญ ๆ ของเยอรมัน
เพิ่มเติมนะคะ

 

โดย: แต๋ว IP: 58.8.4.197 1 กุมภาพันธ์ 2554 15:38:29 น.  

 

ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะมาก ชอบรูปสวยสวยของเบอร์ลินค่ะ

 

โดย: maimom IP: 192.168.2.24, 182.52.122.45 17 มีนาคม 2554 11:10:42 น.  

 

Very nice picture

 

โดย: Patty IP: 101.109.145.154 26 พฤษภาคม 2554 1:24:44 น.  

 

ไปมาเห็นของจริงมาแล้ว สวยมาก

 

โดย: nui IP: 125.25.45.14 24 มิถุนายน 2554 13:24:19 น.  

 

อิอิ..เรา ก้ เคยมี แฟน เปนคน Germany..

ดี มาก มาก อ้

 

โดย: Jenny IP: 125.27.44.247 29 กุมภาพันธ์ 2555 3:30:34 น.  

 

รูปสวยมากเลย นู๋อยากไปอยู่มากเลยคะ หนุ่เยอรมันก็หล่อ

 

โดย: wipa IP: 192.168.2.108, 14.207.210.153 22 เมษายน 2555 20:27:12 น.  

 

หาอะไรอ่านเพื่อไม่ให้สมองว่าง ปรากฏว่ามีแต่รูปสวย ๆ น่าสนใจ ขอบคุณที่รวบรวมมาให้ดู

 

โดย: มาลีรัตน์ IP: 182.93.214.142 14 มกราคม 2556 15:41:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.