ขออย่ายอมแพ้ ....อย่าอ่อนแอ ...แม้จะร้องไห้ จงลุกขึ้นสู้ไป จุดหมายไม่ไกลเกินจริง
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
2 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
+++ ที่พึ่งทางใจ...ใครว่าไม่สำคัญ +++



คิดว่าหลายๆคน คงมีที่พึ่งทางใจ คำว่าที่พึ่งทางใจ ก็เปรียบเสมือน สิ่งที่เราสมมุติขึ้นมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

ต้องยอมรับกันว่า บางครั้งยามที่เราหมดที่พึ่ง สิ้นหนทาง เราต้องหาเครื่องที่มายึดเหนี่ยวจิตใจให้กลับมามีพลังได้เหมือนเดิม

บ้างก็เข้าวัดเข้าวา นั่งสมาธิ เพื่อหาความสงบให้จิตใจ เป็นการผ่อนคลายความตึงเครียด ทำใจให้หยุดนิ่งๆ

ก็เป็นหนทางที่ดี สมควรปฏิบัติ และป้าก็ได้ทำไปแล้ว เห็นว่าสร้างความสบายใจได้ในระดับหนึ่งจริงๆ

แต่อยากจะบอกว่า ตลอดเวลาเป็นสิบๆปีที่ผ่านมา ป้ามีเครื่องยึดเหนียวจิตใจอยู่อย่างหนึ่ง

ที่วันนี้จะนำมาเล่า ถ่ายทอดให้ฟังกัน ถ้าจะบอกว่า ไม่เชื่อ ก็อย่าลบหลู่ เพราะบางอย่าง ก็ไม่สามารถหาคำอธิบายได้

เรื่องบางเรื่อง ต้องประสบด้วยตัวเอง เช่นที่ป้าเคยประสบมา

ถ้าจะพูดกันตามจริง ชีวิตป้าผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมาย เดี๋ยวรวย เดี๋ยวจน สลับสับเปลี่ยนไปมา หาความแน่นอนไม่ได้

บางครั้ง ถึงขนาดไม่มีงานทำ ไม่มีเงินใช้ แต่ก็รอดชีวิตมาได้ถึงป่านนี้ คิดย้อนกลับไปก็เกิดความอัศจรรย์ใจในหลายๆอย่าง

สมัยอยู่เมืองไทย เราต้องยอมรับกันว่า ที่เมืองไทยนั้น เรื่องความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องไสยศาตร์ เรื่องเร้นลับต่างๆ
เป็นของคู่กับคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน มาอยู่ญี่ปุ่น ไม่ใช่คนญี่ปุ่นเขาจะต่างจากคนไทยเท่าไหร่

พวกเขาก็ยังเชื่อเรื่องไสยศาตร์ เรื่องเร้นลับ ความศักดิ์สิทธิ์ หรืออะไรไม่ต่างจากคนไทย

จะเห็นได้ว่า ที่ญี่ปุ่น มีศาลเจ้า แยกแยะความศักดิ์สิทธิ์ กันไปเป็นเรื่องๆ เช่นบางศาลก็เน้นไปทางเรื่องบนบานศาลกล่าวว่า

ศักดิ์สิทธิ์ สามารถขอเรื่องนั้นเรื่องนี้ได้ เรียกว่าเด่นกันไปเป็นเรื่องๆ ใครอยากสอบได้ ก็ไปขอศาลนี้

ใครอยากได้ลูกก็ไปขอศาลนั้น ใครอยากได้คู่ครอง ก็ไปขอได้ที่ศาลที่เคยลงเอาไว้แล้วในบล็อกนำเที่ยว

ใครอยากถูกล็อตตอรี่ ก็ยังมีศาลที่เขาไปบนบานขอโชคลาภกัน อย่างนี้แหละที่เขาว่า ที่พึ่งทางใจ

ส่วนที่พึ่งทางใจของป้า ไม่ต้องไปไกลที่ไหน อยู่ที่บ้านนี้เอง

ทุกวัน ป้าก็ต้องนำ น้ำ และ นม มาถวายท่าน และกล่าวขอพรท่านทุกๆวัน ทำอย่างนี้มาเป็นเวลาหลายปี

อยากรู้แล้วใช่ไหมว่า ที่พึ่งทางใจของป้า คืออะไร

มาดูกันชัดๆเลย ภาพด้านล่างนี้คือ พระแม่อุมาเทวี ที่พึ่งทางใจของป้า









ประวัติพระแม่ศรีอุมาเทวี หรือ พระแม่ปารวตี เป็นพระธิดาของท้าว หิมวัต กับพระนางเมนกา
เป็นชายาพระศิวะ บรมเทพแห่งสวรรค์ มีโอรส สองพระองค์ คือ พระบรมเทพขันทกุมาร เทพเจ้าแห่งสงคราม
และอีกองค์ ที่เรารู้จักกันดี คือ พระบรมเทพศรีมหาคเนศ เทพเจ้าแห่งการขจัดอุปสรรค
พระแม่ศรีอุมาเทวี มีหลายปาง และที่ผู้คนบูชามากที่สุด คือองค์ที่มีพระพักตร์ลักษณะเทวี ที่มีความเมตตา เปรียบเสมือนพระแม่ของโลก
ผู้ที่บูชาปางนี้ จะมีสุขภาพแข็งแรง มีเมตตามหานิยม และมีความสุข ได้สิ่งที่ปรารถนา

ทุกครั้งที่ป้ามองพระพัตร์ของพระแม่อุมาเทวี ป้าจะรู้สึกถึงความเมตตาของท่าน ทำให้มีกำลังใจฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ



จะเล่าที่มาของพระแม่อุมาเทวี องค์ที่ป้า บูชาอยู่เวลานี้ว่า ได้มาอย่างไร

หลานๆท่าน คงพอเคยได้ยินชื่อ หมอหยอง หมอดูบัณฑิต รุ่นแรกๆของเมืองไทย

หมอหยองโด่งดังมาก เมื่อประมาณยี่สิบกว่าปีก่อน หมอหยอง หรือมีชื่อจริงว่า

ป้าก็เหมือนคนไทยทั่วไป ที่นิยมการดูหมอ ใครว่าที่ไหนดี ที่ไหนแม่น ก็ตามไปพิสูจน์มาหลายที่

และหมอหยอง ก็เป็นหนึ่งในหมอดูที่อยู่ในระดับสุดยอด เมื่อยี่สิบปีก่อน

ป้าติดต่อหมอหยอง ได้รับวันนัด ก็เดินทางไปดูดวงกับหมอหยอง สมัยที่ยังอยู่แถวซอยศรีฟ้า ถนนพหลโยธิน

ค่าดูเท่าไหร่จำไม่ได้แน่ แต่ที่จำได้แน่นอนก็คือ หมอหยองดูดวงป้าเสร็จ แล้วก็ได้มอบ องค์พระแม่อุมาเทวี องค์นี้มาให้ป้าบูชา

โดยคิดค่าบูชา องค์พระแม่อุมาเทวี องค์นี้ 900 บาท เรียกว่า ป้าหมดกระเป๋าเลย คิดดูสิ เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เงิน 900 บาท
ไม่ใช่เงินน้อยๆ เพราะทองบาทละสองพันหรืออย่างไรนี่ แต่ด้วยแรงศรัทธา ที่มีต่อหมอหยอง และองค์พระแม่อุมา

ก็เดินอุ้ม องค์พระแม่ออกมาจากบ้านของหมอหยอง อย่าง งง เพราะยังคิดไม่ออกเลยว่า ต่อไปจะเอาเงินที่ไหนใช้

เพราะเทกระเป๋าบูชา พระแม่มาหมดตัวอย่างนี้ แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ลองดูสักตั้ง เดี๋ยวเรื่องเงินค่อยไปคิดหาเอาใหม่

เมื่อได้พระแม่อุมาเทวีมาไว้บูชา โดยหมอหยองกำชับให้ บูชาองค์ท่านด้วย น้ำสะอาด และน้ำนม ทุกวัน

ป้าก็ได้ปฎิบัติมาเรื่อยๆ และจะเห็นได้ว่า ชีวิตเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่น่าเชื่อ

จนมาถึงช่วงหนึ่ง ป้าต้องการเงินก้อนจำนวนหนึ่ง คือสามหมื่นบาท สมัยนั้น เงินสามหมื่น ก็ถือว่ามากนะ

ป้าก็ได้ตั้งใจ อธิษฐาน ขอพรจากพระแม่อุมาเทวี ว่า ขอให้ลูกได้มีโชคมีลาภ ได้เงินจำนวนนั้นมาเพื่อแก้ปัญหาและใช้จ่าย

ลูกจะขอถวาย สร้อยไข่มุกสวยๆหนึ่งเส้น

และไม่นานนัก เรื่องไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อป้าได้ลาภลอยอย่างที่คิดไม่ถึงว่าจะได้ ตามจำนวนที่ขอพระแม่ไว้พอดิบพอดี

จะด้วยเป็นเรื่องบังเอิญ หรือจากพระเมตตาของพระแม่อุมาเทวี ป้าก็ไม่อาจทราบได้

แต่ป้าก็ได้ทำการแก้บนท่าน ด้วยการไปหาซื้อสร้อยไข่มุก อย่างสวย มาถวายท่านเป็นเส้นแรก

จะเห็นสร้อยเส้นแรกอยู่บนพระศอของท่านดังภาพ



ชีวิตดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนเป็นที่มาของไข่มุกเส้นที่สอง บนพระศอของพระแม่อุมาเทวี
เมื่อป้าได้รับการติดต่อจากเพื่อนให้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อไปช่วยเลี้ยงลูกที่กำลังจะเกิด

การเดินทางไปญี่ปุ่น ก็ต้องมีการขอวีซ่า คราวนี้ป้าก็ต้องขอบารมีพระแม่อุมาเทวีอีกครั้ง เพื่อช่วยให้วีซ่าของป้าไม่มีอุปสรรค

และป้าก็ได้รับวีซ่า ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นจริงๆ อยู่ญี่ปุ่นได้สามเดือน ตามกำหนดวีซ่า ก็เดินทางกลับ

แต่ก็ไม่ลืมที่ได้สัญญากับพระแม่อุมาเทวีไว้ว่า จะนำสร้อยไข่มุกที่ญี่ปุ่นมาถวายท่าน

ป้าซื้อสร้อยไข่มุก ที่ทำเทียม เพราะกำลังทรัพย์ไม่มากพอที่จะซื้อสร้อยไข่มุกจริงมาถวายท่านได้
และเป็นที่น่าสังเกตุว่า ตั้งแต่ได้ท่านมาบูชา ชีวิตที่เคยอับเฉา ก็เริ่มเปิดสว่างขึ้นเรื่อยๆ ไปไหนใครก็เมตตา ช่วยเหลือ

การงานการเงิน ก็ไม่ติดขัดเหมือนก่อนนั้น ป้าจะนำดอกไม้สวยๆ น้ำนม และน้ำสะอาดมาบูชาท่านไม่ขาด

จนเมื่อป้าได้มาพบรักและแต่งงาน มาอยู่ญี่ปุ่นกับลุง ในครั้งแรก ป้าไม่ได้นำท่านเดินทางมาอยู่ด้วยที่ญี่ปุ่น
ได้แต่เพียง กล่าวลาท่าน และฝากให้ท่านอยู่ดูแลปกป้อง คุ้มครองลูกสาวที่อยู่เมืองไทย
ลูกเขาก็ไหว้บ้าง ไม่ไหว้บ้าง ไปตามประสาเด็ก แต่ป้าก็ยังอุ่นใจที่ถึงเราไม่อยู่เมืองไทย แต่ยังมีพระแม่คอยคุ้มครองลูกอยู่

อยู่ญี่ปุ่นมาเกือบสิบปี จึงได้กลับไป อยู่เมืองไทย ซื้อคอนโด แยกมาอยู่ต่างหากสองคนตายาย
และได้อัญเชิญพระแม่อุมาเทวีมาอยู่ที่คอนโดมิเนียมด้วย

จนเมื่อเกิดเรื่องราวที่ลุงไปมีกิ๊ก ทำให้ตัดสินใจ ย้ายกลับญี่ปุ่นอีกครั้ง คราวนี้ก็ไม่ได้นำท่านกลับมาด้วย ให้ท่านเฝ้าคอนโด

แต่ก็คิดถึงท่านเสมอมา ได้แต่กล่าวลาท่านว่า ขอให้ท่านอยู่ที่คอนโดไปก่อน สะดวกเมื่อไหร่จะนำท่านมาอยู่ญี่ปุ่นด้วย

และเมื่อปีที่แล้ว ก็กลับไปเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อขายคอนโดได้ ตอนจะย้ายของออกจากคอนโด
ก็นั่งมองท่าน แล้วก็คิดว่า จะเอาท่านขึ้นเครื่องมาอยู่ญี่ปุ่นด้วย นำท่านวางไว้บนโต๊ะรับแขก ยังไม่ได้เคลื่อนย้ายท่านไปไหน

แล้วก็ตามที่เคยเล่าว่า ได้ไปดูหมอดูพี่เฮี้ยง ตอนสุดท้าย พี่เฮี้ยงได้แนะนำให้นำสิ่งที่เรานับถือ กลับมาญี่ปุ่นด้วย เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ

เราก็นึกถึงองค์พระแม่อุมา ขึ้นมาทันที คงเป็นว่า ท่านต้องการมาอยู่ญี่ปุ่นกับเราเป็นแน่
เพราะเราสองจิตสองใจว่าจะเอามาหรือไม่เอามา แต่ท่านคงมาดลใจให้พี่เฮี้ยงแนะนำให้เรานำท่านมาญี่ปุ่นด้วย

วันนั้น ก่อนเดินทางแค่วันเดียว ก็ไปไขห้อง อัญเชิญท่านเดินทางมาอยู่ญี่ปุ่นด้วย อุ้มท่านขึ้นเครื่องบินมาด้วย

นับจากนั้น ท่านก็ได้มาอยู่ญี่ปุ่น คอยปกป้องคุ้มครองป้าให้ได้รับความสุข ยามที่ติดขัด ขัดสนเงินทอง
ก็อธิษฐานขอให้ท่านช่วย สำเร็จ ก็ถวายสร้อยไข่มุกและคริสตัลให้ท่าน เป็นเส้นที่สาม



เรื่องอย่างนี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ปรกติป้าก็บูชาท่านด้วยน้ำและนม ดอกไม้ และขอพรให้ท่านคุ้มครอง ลูกหลาน

ลูกสาวที่เมืองไทย ก็เชื่อและศรัทธาองค์พระแม่ และก็เป็นที่มาของสร้อยเส้นที่สี่ เส้นล่าสุดนี้

เมื่อลูกสาว ไปสมัครงาน หลังจากว่างเว้นไปเป็นคุณแม่เสียนาน ลูกสมัครงาน ก็โทรมาขอให้ป้าให้พรว่าขอให้ได้งาน

และฝากให้ป้าขอพรพระแม่อุมาด้วยว่า ขอให้ได้งานที่ไปสมัครเอาไว้

เรื่องไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อป้าไหว้พระแม่ขอพรให้ลูกสาว

หลังจากนั้นเพียงไม่นาน ลูกก็โทรมาบอกว่า ได้งานที่ไปสมัครไว้แล้ว ซึ่งก็เป็นที่มาของสร้อยเส้นที่สี่

ป้าไปหาดูหลายร้าน หลายที่ อย่างไม่น่าเชื่อว่า แต่ละร้าน ไม่ถูกใจป้าเลย

จนได้มีโอกาสไปร้านเก่า ที่ซื้อเส้นที่สามมาถวาย ก็ไปได้เส้นที่เป็นเซทเดียวกับเส้นที่สาม สวยถูกใจทั้งขนาดและราคา

นำมาถวายพระแม่อุมา ด้วยความเคารพและขอบคุณที่ท่านเมตตาแก่ลูกสาวให้ได้งาน

จะเป็นความบังเอิญ หรือด้วยความสามารถระดับปริญญาตรีของลูกสาว ก็ไม่สามารถตอบได้

แต่ที่แน่ๆ ถ้าลูกสาวไม่มีใบปริญาบัตร ยืนยันความรู้ความสามารถในการทำงาน ทางบริษัทก็คงไม่รับเข้าทำงานแน่

แต่อย่างน้อย สิ่งที่เราได้อธิษฐานขอพรพระแม่ ก็เป็นที่พึ่งทางใจ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้เราเกิดความมั่นใจ มีพลังใจ

ทุกสิ่งทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้น ถ้าเราเป็นคนไม่ดี ไม่มีศีลธรรม

สิ่งที่พระแม่อุมาเทวี โปรดปราน คือ เมื่อเราบูชาท่านแล้ว เราควรมีความรักและเมตตาผู้อื่น มีจิตใจที่ดีงาม
ไม่ข่มเหงผู้ที่ด้อยกว่า หมั่นบำเพ็ญอยู่ในศีลธรรม หรือไม่ทำตนให้ตกต่ำอยู่ในกิเลศและอบายมุข

เราเกิดเป็นมนุษย์ นับว่าเป็นโชคลาภอันประเสริฐ ที่สามารถกราบไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเจ้าทั้งหลายได้ ผู้ใดตั้งอยู่ในความไม่ประมาท หมั่นสวดมนต์ ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ

สิ่งนี้จะช่วยคุ้มภัย ให้เราแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งหลายได้

เทพเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหน ก็ไม่สามารถช่วยเราได้ ถ้าเราเป็นคนเลว ไม่ตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรม
ไม่ว่า คุณจะนับถือศาสนาใด เทพเจ้าองค์ใด จะไม่สำคัญเท่า ถ้าคุณไม่นับถือตัวเอง
ได้ประโยชน์อยู่บ้าง ก็ยินดี อย่าเชื่อที่เล่า แต่จงใช้วิจารณญาน คิดใคร่ครวญให้ดี ป้าไม่ได้มาพูดเพ้อเจ้อให้เชื่อ
แต่มาเล่าประสบการณ์เล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่อย่างแรกเลย ก็อยากจะบอกคนที่ยังมีพ่อมีแม่อยู่
พระที่ไหนก็ไม่สำคัญเท่าพระคุณของพ่อของแม่ กราบไหว้บูชาพ่อแม่เสียให้สมใจ ท่านเป็นพระที่ประเสริฐที่สุดสำหรับคุณ
กว่าจะเลี้ยงดูเราให้เติบโตมาได้ขนาดนี้ ท่านต้องเสียสละความสุขส่วนตัวไปมากแค่ไหน
น้ำเพียงหนึ่งแก้ว ที่รินให้ท่านดื่ม พ่อแม่ก็คงเกิดความชื่นใจที่มาจากมือของลูก ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันค่ะ




Create Date : 02 มิถุนายน 2554
Last Update : 14 ธันวาคม 2555 11:02:11 น. 14 comments
Counter : 6485 Pageviews.

 
ลงชื่ออ่านแล้วค่ะ น่าอัศจรรย์จริง ๆ
คนดีสิ่งศักดิืสิทธิ์ย่อมคุ้มครองอยู่แล้ว

คิดถึงนะคะ


โดย: น้านก IP: 66.245.192.20 วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:15:25:41 น.  

 
มาลงชื่ออ่านด้วยคนค่ะ


โดย: bear hunt วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:17:02:26 น.  

 
มาอีกแล้วค่ะ คิดถึงนะคะ อาทิตย์ที่แล้วไปเที่ยวญี่ปุ่นกะทัวร์มา เจอฝนซะ 3 วัน มาวันสุดท้ายเพิ่งเจอแดดค่ะ ที่ไปเพราะทัวร์ราคาถูกมาก แถมให้น้ำหนักกระเป๋าเพิ่มอีกด้วย ไม่ดีตรงเงินเยนแข็งนี่ซิคะ


โดย: ฟ้าใส IP: 61.90.14.3 วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:20:27:52 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณป้า นกแวะมาเยี่ยมนะคะ
คุณป้าเล่าเรื่องได้น่าสนใจมากๆเลยค่ะ
นกเองก็มีที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ
เหมือนกันค่ะ สิ่งนั้นก็คือพ่อกับแม่
ของนกเอง แต่ตอนนี้ไม่มีพ่อแล้ว
นกก็ได้แต่อธิษฐานขอพรจากท่าน
ทุกคืนก่อนนอน ส่วนแม่ก็ส่งเสียดูแลตลอด มันก็จริงนะคะ การให้กับผู้มีพระคุณ เราได้คืนกลับมาหลายเท่าตัวเลย
โดยเฉพาะบุพการีของเราเอง


โดย: เรไรไอด้า (เรไรไอด้า ) วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:21:19:23 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ ที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจสำคัญมาก หากไม่มีใครที่สามารถช่วยเราแก้ปัญหาได้ สิ่งนี้จะทำให้เราผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ด้วยตัวเราเองค่ะ
เครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจของฟานอกจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว ยังมีหลวงพ่อโสธรที่ฟานับถือมาก ๆ ด้วยค่ะ ^^


โดย: fahtsuki วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:8:29:48 น.  

 
ขอบคุณสำหรับท่านที่แวะมาอ่านและทักทายกันค่ะ


โดย: พนอจัน (พนอจัน ) วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:7:24:08 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณป้า อ่านแล้วค่ะ สนุก และได้ข้อคิด ค่ะ


โดย: beeze IP: 219.126.145.21 วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:8:28:33 น.  

 
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านแล้วค่ะ สำหรับคนที่ประพฤติดีมีศีลธรรมย่อมได้สิ่งที่ดีๆเกิดขึ้นตามมาค่ะ


โดย: tukky IP: 125.25.251.226 วันที่: 6 มิถุนายน 2554 เวลา:14:27:56 น.  

 
สุดยอดมากครับ อ้อ ขอคัดลอกตอนท้ายๆบางส่วนนะครับ เพราะมีปรัชญาดีมากเลย อาจจะสอนคนที่งมโข่งได้ ด้วยคำสอนง่ายที่พี่เขียน


โดย: amma IP: 183.88.63.19 วันที่: 24 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:13:54 น.  

 
ประทับใจมากค่ะ มีหมอดูแนะนำมาว่าให้บูชาเหมือนกันค่ะ ท่านเปรียบเหมือนแม่ของเราเลยค่ะ มองดูท่านแล้วอบอุ่นดี แม่ของหนูก็มีตาโตเหมือนแขก แบบท่านเลยค่ะ


โดย: ริสา IP: 110.171.40.220 วันที่: 28 ธันวาคม 2554 เวลา:1:57:16 น.  

 
เข้าโพสต์เรื่องคุณป้า..จริงค่ะ..ถ้าเรามั่นใจและอดทนที่จะสู้กับสิ่งต่างๆ..ดิฉันมั่นใจในองค์แม่ปารวตีเสมอค่ะ...
"โอม..มหาศักติ ปารวตี มาตา"


โดย: แก้ไขหน้าI Shared by พลอยไพลิน นามปากกา IP: 101.108.184.126 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:02:41 น.  

 
มีคนบอกว่าในตัวของเรามีองค์พระแม่อุมา


โดย: วัชรา พรมด่าน IP: 124.121.132.60 วันที่: 17 เมษายน 2555 เวลา:18:50:14 น.  

 
หนูรักและศรัทธาในพระแม่มากค่ะ

ปัจจุบันถวายผลไม้และน้ำแดงและน้ำทุกวันศุกร์ค่ะ รู้สึกรักท่านมากมาย


โดย: ญาณิกา IP: 113.53.35.72 วันที่: 8 สิงหาคม 2555 เวลา:21:51:37 น.  

 
ดิวรักพระแม่มากเลยค่ะ ขอบารมีพระแม่ช่วยให้ลูกผ่านอุปสรรคเหล่านี้ไปได้ด้วยเทิด รักพระแม่ และบูชาสุดหัวใจ^^


โดย: ดิว IP: 125.27.194.135 วันที่: 19 ตุลาคม 2555 เวลา:16:23:16 น.  

พนอจัน
Location :
กรุงเทพฯ Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 291 คน [?]




ป้าพนอจัน เกิด วันที่ ๒ พฤกษภาคม ๒๔๙๔

เป็นคนกรุงเทพ เกิด ที่ เขตดุสิต ถนนสุโขทัย

ชอบทำอาหาร ชอบดอกไม้ ชอบท่องเที่ยว

ตอนนี้แต่งงาน มาอยู่ประเทศญี่ปุ่น ได้ 16 ปี
New Comments
Friends' blogs
[Add พนอจัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.