Group Blog
 
 
เมษายน 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
8 เมษายน 2552
 
All Blogs
 

(ภาคพิเศษ) ติดเชื้อหรือไม่...ทำไมจึงตอบไม่ได้.....

อุตส่าห์เขียนว่าภาคสุดท้าย....เพื่อเป็นฤกษ์งามยามดี...ที่ไม่เขียนภาค 3 ก็เพราะ.....
กลัวว่าจะมีภาค 4.......แต่ก็ดันมีจนด้ายยยยยยยยยยยยยยยยยย
....
....
....
คือเราก็เข้าไป update ผลเม็ดเลือดขาวทุกวัน update อาการให้ผู้ติดตามที่รอลุ้นให้เราหายทุกวัน
....
....
เรารู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่เริ่มนอนทั้งวันติดกันมา 2 วันแล้ว....ขี้เกียจ....ไม่อยากทำอะไรเลย
มันนอนได้นอนดี....นอนทั้งวี่ทั้งวัน!!!!!!!!
....
....
นั่ง...ก็...หลับได้
นอนตะแคงเอามือท้าวคาง...เล่นคอมพ์ฯไป.....ก็หลับอีก....ดีว่าเพื่อนโทรศัพท์มา

ลืมตาขึ้น...อ้าว....หลับท่านี้เลยเรอะ!!!!! ดีว่าไม่หน้าคว่ำตกเตียง
แถมฟาดเอาคอมพ์ฯ ตกมาด้วยอีกต่างหาก......เฮ้อ!!!!!
....
....
แล้วก็แบบว่า....ไร้อารมณ์มาก ๆ ....ยังบอกกับพยาบาลเลยว่า....เหมือนไม่ใช่ตัวเรายังไงไม่รู้
....
....
มันเริ่มมาจากมีไข้ต่ำ ๆ ก่อน.....แล้วก็คลื่นไส้....อยากอาเจียน....
แล้วมันต้องแค่นอาเจียนไง....ไม่งั้นไม่สบายท้อง....มันก็มีแต่น้ำย่อยน่ะ...ขม ๆ
....
....
แต่ก็ยังทานอาหารได้ตามปกติ....เพียงแต่ว่ายังทานได้ไม่มาก....เพราะคอเพิ่งหายเจ็บเอง
.....
.....
แต่ว่า......มันก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดียังไงไม่รู้ ไม่สบายตัวเลย
จากนั้นก็เริ่มรู้สึกว่ามีไข้สูง.....มันจะรู้สึกหนาวๆ ก่อน....ต้องนอนคุดคู้.....
เรียกขอกระเป๋าน้ำร้อนมากอด....ขอให้เพิ่มอุณหภูมิแอร์ในห้อง....
....
....
สักพักก็จะเหมือนร้อนที่หู.....เหมือนมีลมร้อน ๆ ออกจากหู (ไม่ได้โกรธใครนะคะ )
....
....
แต่ก็อย่างที่บอกคือ....ไร้อารมณ์มาก ๆ ไม่ได้เรียกให้น้องพยาบาลเค้ามาวัดไข้

เค้าก็วัดทุก 4 ชม.อยู่แล้ว......ดังนั้นช่วงที่น้องพยาบาลวัดนั้น....จึงเป็นช่วงที่ไข้ไม่ peak สุด ๆ

ช่วงที่ update อาการในกระทู้เดิม ก็ได้เล่าไปบ้างแล้วว่ามัวแต่กังวลว่าจะติด codeine รึเปล่า
....
....
หรือว่ามีอาการ...มาจากการฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว....กันแน่!!!!
....
....
ที่เคยฉีดกระตุ้นตอนเก็บ stem cell นั้น ก็จะมีไข้ต่ำ ๆ บ้าง สูงถึง 38 องศาเซลเซียสบ้าง
(ตอนนั้นพอรู้สึกลมร้อนออกหู....เรียกน้องพยาบาล..บอกว่ามาวัดไข้พี่หน่อยซิ!!!!
งานเข้า!!!!!.....เลย....ถูกจับ admit เพาะเชื้อดูอาการ...โดนอยู่ 2-3 ครั้ง
แต่ผลเพาะเชื้อทุกครั้งก็ไม่มีอะไร)

แต่ทีนี้....เราไม่เคยฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว...ยาวนานขนาดนี้มาก่อน
ดังนั้นจึงเป็นอีกหนึ่งสมมติฐาน....ที่จะต้องพิสูจน์
....
....
(เราน่ะจป.ตรี วิทยาศาสตร์มานะ.....เรียนก็เรียนสายวิทย์มา...ดังนั้น
วิญญาณนักวิทยาศาสตร์อยู่ในสายเลือดเลย )
....
....
หลังจากที่นอนไร้อารมณ์คิดอยู่คนเดียวนั้น.....ก็ตัดสินใจเริ่มจากกลับมากิน
ไทลินอล with codeine ก่อน

เพื่อแยกให้ออกว่า....อาการไร้อารมณ์นั้นมาจากการ หักดิบ.....หยุดยาไปเลยรึ่เปล่า
....
....
ก็ไม่รู้ว่าอุปทานมั้ย....เพราะอาการไร้อารมณ์เริ่มดีขึ้น....แถมไข้ก็ไม่มีในช่วงที่ทานยาเข้าไป

แต่ก็ทานไปครั้งเดียวเท่านั้น....พอกระตุ้นให้ร่างกายได้รับรู้ว่า...ยังได้ codeine อยู่
...
...
...
คิดเองนะคะ.....อะไรประมาณนั้น

ทีนี้พอเริ่มหายจากอาการไร้อารมณ์ ก็เรียกน้องพยาบาลมาวัดไข้ในช่วงที่เรารู้สึกไม่ดี
...
...
ผลก็คือไข้ขึ้นสูงจริง ๆ ......จากนั้นก็กินไทลินอล ธรรมดา สองเม็ดเพื่อลดไข้

ไข้ก็ลดนะ....แต่พอครบสามชั่วโมงครึ่ง...ก็เริ่มหนาว ๆ อีก....แต่วัดไข้แล้ว
ไข้ไม่ขึ้นนะยังถือว่าปกติอยู่ และอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา....ไข้กลับอีกล่ะ!!!!!
....
....
ก็กินยาเอานะ....พอดีว่า...เป็นวันที่นัด off ยาทุกอย่างแล้ว แล้วก็ไปเอาเส้น
ที่ทำที่คอออกด้วย

ก็เลยได้เฝ้าดูอาการตัวเองอย่างใกล้ชิด....ตลอด....โดยไม่ไร้อารมณ์!!!!!

ตอนแรกคุณหมอดูจากผล chart คนไข้ ก็ไม่ได้กังวลมาก เพราะไข้ไม่ได้สูง
ก่อนสั่ง off ยา และ เส้น ก็เลยให้น้องพยาบาลดูดเลือดไปเพาะเชื้อจากตรงเส้น 1 หลอด
....
....
....
แล้วสั่งน้องพยาบาลไว้ว่า ถ้าหากไข้ขึ้นสูงอีก ให้เจาะเลือดที่ข้อพับแขนอีก 1 หลอด
....
....
ท้ายสุดก็ต้องเจาะ....เพราะว่า พอรู้สึกว่าไข้ขึ้นปั๊บ เรียกน้องพยาบาลมาวัดไข้ทันที

ขึ้นสูงค่ะ....ถึง 38.5 เลย....ก็ให้น้องเค้าเจาะไป....

พอทานไทลินอล 2 เม็ด....สักพักไข้ก็ลง.......ชักอยากจะกลับบ้านไปกินยาเองก็ได้นะแบบนี้

แต่พอคุณหมอที่รักษาโรคลูคิเมียเรามาตรวจ.....ก็เลยบอกว่าอาจติดเชื้อจากแผลตรงเส้น
ที่ทำก็ได้.....เพราะว่ามันนานเป็นเดือนแล้ว...ยังไงก็ต้องเอาออกอยู่ดี

ทีนี้ท่าก็จะให้ยาแก้อักเสบ 2 ตัวเดิมที่เพิ่ง off ไป.....เราก็เลยบอกคุณหมอไปว่า

ที่หนูได้ยาตัวนี้มาไม่ได้ช่วยอาการไข้ อะไรหนูเลยนะ....สองวันที่ผ่านมา
ที่ไข้เริ่มขึ้น...ก็ยังเฉย ๆ เลย...คุณหมอก็เลยปรึกษาคุณหมออีกท่านที่ดูแลเรา
....
....
....
คุณหมอบอกว่าให้เฝ้าดูอาการไข้ไปก่อนและจะมาสั่งยาในตอนมืด ๆ
ตอนนั้นก็รู้แล้วว่าอดกลับบ้านแน่ ๆ ...ตอนแรกบอกหมอว่าขอกลับไปกินยาเองที่บ้าน
....
....
แต่คุณหมอว่าไม่ดีหรอก....มีสํญญาณแบบนี้ ....เดี๋ยวต้องกลับมา admit ใหม่
เราก็เลย ok อยู่ก็ได้
....
....
ทีนี้ตอนให้ยา...เราอยากใช้ port ที่เรามีอยู่....แต่เมื่อเปิดแผลดูแล้วมันอยู่
ติดกับรอยเย็บที่เพิ่งเอาเส้นออก
หมอไม่อยากให้ใช้ port เพราะเกรงว่า หากติดเชื้อจากเส้นที่เอาออก ก็จะติดเชื้อตรง port ได้!!!!
....
....
....
เราก็ ok เจาะหลังมือ ก็ หลังมือ!!!!!!!

เมื่อคุณหมออีกท่านได้เข้ามาสั่งยาในตอนค่ำ ๆ ก็มาเปิดดูตามเนื้อตัวเรา
เพื่อหาตำแหน่งติดเชื้อ
....
....
เราก็ได้บอกไปว่าคุณหมออีกท่านบอกว่าอาจจะมาจากแผลที่ทำเส้นก็ได้
คุณหมอก็เลยเปิดขอดูแผล....แล้วบอกว่าแดงนิดหน่อยเอง ไม่น่าใช่
...
...
ถ้าใช่....พรุ่งนี้เธอต้องไม่มีไข้แล้ว
...
...
เราก็เลยเล่าให้ฟังไปว่า....ที่ไข้ขึ้นสูงนี้ไม่ใช่วันแรกนะ....ที่เห็นเรานอนหลับตลอดนั่นน่ะ

เป็นเพราะเราไร้อารมณ์เรียกน้องพยาบาลมาวัดไข้ในช่วงที่รู้สึกไข้ขึ้นสูงก็เท่านั้นเอง

คุณหมอพูดเสียงสูงมากกกกกก......ไร้อารมณ์เนี่ยนะเธอ!!!!!!!!!!!!

หมอ : ไม่ได้!!!!!! ...............เมื่อหนูรู้ตัวว่าหนูไข้ขึ้นตอนไหนก็เรียกพยาบาลมาวัดทันที
เรา : ค่ะ ๆ ได้ค่ะ
หมอ : (หลังจากดูตามร่างกายแล้ว...ก็ขอดูก้นเรา)
เรา : หนูไม่ได้เจ็บก้นแล้วค่ะ....ถ่ายก็ปกติดี วันละครั้ง
หมอ : ขอดูก่อน....(แล้วกดดู)....อือ...ไม่มี...ปกติดี
ผล utrasound ก็ปกติ (ให้เราลุกนั่งแล้วทุบหลังเรา) ผล x-ray ปอดก็ปกติ
ไหนคิดซิ....ว่าผิดปกติตรงไหน????
เรา : (อ้าว!!!!.........) เอ่อ....หนูว่าหนูเจ็บตรงกระเพาะอาหารน่ะค่ะ เวลากดแล้วมันตื้อ ๆ
หมอ : (กด ๆ ดู) ก็ไม่น่านะ....เพราะท้องก็ไม่เสียนี่!!!
(แล้วก็สั่งยาแก้อักเสบ 2 ตัว ....บอกพยาบาลว่า ก่อนให้ยาที่หลังมือ
ให้เก็บเลือดไปเพาะเชื้ออีกครั้ง
....
....
....
ตอนให้ยา.....ปวดเส้นมากกกกกกกกกกกกก
น้องพยาบาลก็มาลดการเดินยาลง.....ให้เดินยาช้า ๆ แต่ก็ยังปวดอยู่

ก็เส้นเรามันเล็กนี่นะ....ส่วนใหญ่ก็เสียไปเกือบหมดจากการให้คีโมครั้งแรก

หมอบอกว่า ถ้าคืนนี้หลังให้ยาแล้ว ไข้ไม่ขึ้น พรุ่งนี้ก็อาจให้กลับบ้านได้
แต่ถ้าไข้ขึ้น.....อย่าเพิ่งกินยาดักทุก 4 ชม. นะ....รอให้ไข้ขึ้น peak ก่อน
วัดไข้แล้วค่อยกินยา

ก่อนกินไทลินอล 2 เม็ดไปตอน ห้าโมงเย็น....อาเจียนอีก....ทีนี้ต้องไปนั่งห้องน้ำ....

เพราะออกทั้งข้างบน...และข้างล่างเลย !!!!!!........แต่ท้องไม่เสียนะ

พอสักสองทุ่มครึ่งเศษ ก็เริ่มหนาวอีกแล้ว.....เรียกขอกระเป๋าน้ำร้อนพยาบาลมากอด

(อ่านดี ๆนะคะ....ไม่ได้เรียกพยาบาลมากอด!!!!!! ....อย่าเข้าใจผิด)

แล้วก็รีบให้วัดไข้ เพราะเกรงว่ากระเป๋าน้ำร้อนจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้น

สังเกตว่า....วัดตอนช่วงที่มีอาการหนาว....ไข้จะยังไม่ขึ้น
....
....
พอผ่านไปสักพัก......เอาล่ะขึ้นได้ที่....ทีนี้ 39 องศาเลย!!!!!!!!!!!

กินไทลินอลไปอีก 2 เม็ด....อีกหนึ่งชั่วโมงผ่านไป....รู้สึกยังไข้ไม่ลง
ให้น้องพยาบาลมาวัดไข้อีก....ก็ยัง 39 อยู่เลย.....แย่แล้วเรา!!!!!!!
....
....
....
น้องพยาบาลไปโทร.รายงานคุณหมอ.....ซึ่งก็ได้สั่งยาฉีดมาลดไข้ให้ตัวนึง

หลังจากนั้นไข้ก็ลดลง....เราหลับได้สนิท....แต่ก่อนหลับได้สั่งน้องพยาบาลไว้ว่า

ตอนตีสอง ....ให้มาวัดไข้พี่ด้วย....พี่หลับก็ให้วัดได้นะ....วัดเลย.....

สรุปว่า ไม่มีไข้มาจนถึงเช้าเลยค่ะ

แต่คุณหมอเข้าตรวจในตอนเช้า.....บอกว่าต้องเฝ้าดูอาการ 72 ชม.

ไม่สามารถกลับบ้านได้.....แต่ให้ย้ายไปยังห้องธรรมดาได้แล้ว ไม่ต้องอยู่ห้องปลอดเชื้อแล้ว

คุณหมอแปลกใจ....เพราะปกติเค้าจะติดเชื้อกันตอนช่วงที่ภูมิตก ๆ (ค่าเม็ดเลือดขาวต่ำ)
...
...
แต่เรา....ดั๊น...มาเป็นตอนช่วงที่น่าจะกลับบ้านได้แล้ว!!!!!!!
....
....
ท่านผู้อ่านที่อ่านมาตั้งแต่ต้น.....คงเห็นว่า....เรามักเจออะไรแปลก ๆ อยู่เสมอเลยนะคะ!!!!!!
....
....
...
ดูเราช่างเป็น case study ให้คุณหมอจริง ๆ เลย!!!!!!
...
...
ที่เขียนชื่อตอนไว้ว่า......คาดว่า...จะติดเชื้อนั้น.....เพราะผลมันยังไม่ออกมาไงคะ...
....
....
และเราที่ได้การบ้านจากคุณหมอมา....ที่ถามเราว่าคิดว่าตัวเองติดเชื้อตรงไหน???
....
...
ก็ได้ตอบการบ้านให้คุณหมอในตอนเช้าว่า.....หนูคิดว่าหนูติดเชื้อในกระเพาะอาหารค่ะ!!!!!
...
...
คุณหมอก็ว่า....ถูก...น่าจะถูก....เพราะหมอก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน
...
...
ทีนี้ก็ต้องเฝ้าดูอาการไปอีก 72 ชม.ค่ะ......คุณหมอว่าถ้าวันนี้ไข้ไม่ขึ้น
พรุ่งนี้ก็อาจให้กลับบ้านได้

....
....

แต่ว่า......ไข้ขึ้นไปแล้วล่ะค่ะ วัดได้ 38 องศา!!!!!.....เฮ้อ......
เวรกรรมจริง ๆ เลย

เอ๊า....อยู่ก็อยู่....จะได้สบายใจกันทั้งผู้รักษา และผู้รับการรักษาด้วย

ทีนี้ขอเสริมเพิ่มเติม....มีความเห็นนึงได้บอกเราไว้ในกระทู้ก่อนว่า.....

สมองที่ผ่านคีโมแล้วจะสู้เมื่อก่อนไม่ได้!!!!!!!!

อันนี้....Confirm!!!!!!

เรากลับไปทำงานช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา....จำเรื่องงานอะไรแทบไม่ได้เลยล่ะค่ะ

เรื่องที่ไม่ใช่งานบางอย่างที่ไม่สลักสำคัญอะไร....พอมีคนพูดถึงว่าเคยพูดกับเรามาแล้ว
...
...
เราจำไม่ได้เลยล่ะค่ะ!!!!!
...
...
ปกติ...ถ้าเป็นเรื่องงาน....จะค่อนข้างแม่นมาก....แก้ปัญหาได้ว่องไว
แต่เมื่อเดือน ม.ค.ที่กลับไปทำงานนั้น....นึกอะไรไม่ออกเลย
...
...
จนน้องที่ทำงานด้วยกันอยู่ในห้องเดียวกันยังว่า....พี่ดู..เอ๋อ ๆ ไปนะ
....
....
ส่วนพวก user ที่สนิทกัน...ยังแซวว่า...ตกลงพี่เป็นอะไรกันแน่.....

มะเร็งสมอง....รึเปล่า....(ขำ ขำ นะคะ)
...
...
ไอ่เราก็ฮาเลย....บอกว่า....สงสัยจะจริง....จำอะไรไม่ค่อยได้เลย ถามย้ำ..ถามซ้ำ ถามซาก
....
....
ก็ไม่ได้เจ็บใจตัวเองนะคะ....คิดซะว่า....ช้า ๆ มั่งก็ได้.....เคยว่องไว...รวดเร็วมาแล้ว แล้วก็ป่วย
....
....
ช้า ๆ ซะมั่ง....คงจะมีอะไรดีขึ้นน่ะ....
....
....
พอมีงานเข้ามา.....นึกไม่ออกว่าเราเคยทำยังไงไว้ ก็ถามน้องข้าง ๆ ล่ะค่ะ
....
....
ดูเหมือนเค้าก็คงรู้สึกกับเราแปลก ๆ ......ก็เราแปลกไปจริง ๆ นี่คะ!!!!!

แต่เค้าก็บอกมานะคะว่า....ก็พี่เคยทำอย่างนี้ไง...ไม่ใช่เหรอ......

ไอ่เราก็พยายามนึก....เออ...ใช่นะ....แล้วก็คิด ๆ ไป
...
...
แล้วอีกเรื่องที่คุณ kaijae เตือน คือว่า...เรื่องอาหารที่กินก็ต้องยังให้ระมัดระวังอยู่ด้วย

"...คล้ายกับว่ากระเพาะเราจะปล่อยน้ำย่อยมาแล้วขึ้นมากัดคอ แสบคอด้วย ท้องอืดแน่นท้อง มีกรดในกระเพาะ ดังนั้นอย่ากินอาหารรสจัดเลยนะคะ"


ที่กินอยู่ตอนนี้ก็อาหารจาก รพ.น่ะค่ะ...ยังไม่มีรสจัด....แต่ก็มีอาการอืดแน่นท้องซะแล้ว

มีกรดในกระเพาะจริง ๆ อาเจียนออกมานี่...ขมปี๋เลย!!!!!

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
(พอดีว่า...มีคนมาแจมเล่าเรื่องขำ ๆ ของตัวเองให้เราฟัง....เราขอแทรกเล่าขำ ๆ มั่ง)

มีพี่คนนึงที่ทำงาน (ผู้ชาย) เค้ายังไม่แต่งงานค่ะ แล้วก็เป็นลูคิเมีย แต่เป็นแบบเรื้อรัง...ใช้กินยาเอาค่ะ

เค้ามาเยี่ยมเราตอนเราเข้า รพ.ครั้งแรก.....มาพูดให้ฟังขำ ๆ แบบคุณอักษรเหมือนกันว่า

"ตั้งแต่ที่พี่มีเมีย.....พี่ต้องดูแลตัวเอง....และเมีย......ตลอดเลย!!!"

เราฟังตอนแรก....เหวอไปหน่อย....(เพราะรู้ไงคะว่าเค้ายังไม่แต่งงาน)

เค้าก็เฉลยว่า....ลูคิเมีย!!!!! ไง

เราเอาไปเล่าให้เพื่อนสนิทฟัง....เค้าเคยทำงานกับพี่คนนี้มาก่อน.....

ตอนแรกเค้าก็เหวอ....เหมือนเราค่ะ.....ทีนี้มีมุขเด็ดกลับมาให้เราอีก

"ทำไมคุณไม่บอกพี่เค้าไปว่า....ตั้งแต่น้องรู้ว่า....น้องมี...ลู...(พ้องเสียงนะคะ ) น้องก็ไม่ได้ใช้มันเลยค่ะ 5555555555555

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

(ต่อค่ะ...)

เมื่อคืนเราก็ยังมีไข้สูงในตอนกลางคืนค่ะ.....กินไทลินอลไม่หาย ต้องฉีดยาช่วย...

แต่สังเกตว่าช่วงกลางวันอาการไข้จะห่างหน่อยน่ะค่ะ

วันนี้...เช้า อาเจียนไป 2 หน แต่ว่ายังพอทานอาหารได้บ้างค่ะ

ผลการเพาะเชื้อก็ใกล้ 72 ชม.แล้ว ที่ผ่านมาก็ยังไม่พบเชื้ออะไร แต่คุณหมอที่ให้ยาฆ่าเชื้อกลับบอกว่า
เราได้ยาแอนตี้ไบโอติกอยู่ตลอด ดังนั้นผลการเพาะเชื้ออาจจะขึ้นช้า

เราก็ขออนุญาตคุณหมอเจ้าของไข้เราว่า....หากคิดว่าเราไม่ติดเชื้อ...ขออนุญาตดูแลตัวเองเหมือนกับที่ผ่านมาได้มั้ยคะ

เรารู้สึกว่า.....บางทีการไปใช้ชีวิตแบบ normal life จะช่วยให้เราดีขึ้นบ้างน่ะค่ะ...(สมมติฐานอย่างนึงที่ยังอยากพิสูจน์)

คุณหมออนุญาตค่ะ.....แต่อีกท่านอยากที่จะหาเชื้อให้พบให้ได้!!!!

เราก็เข้าใจคุณหมอนะคะ แต่มนุษย์ ไม่เหมือน สัตว์ทดลองนะคะ มีจิตใจที่พูดได้ (แต่สัตว์พูดไม่ได้)

หมอคิดว่าเราดื้อ...หงุดหงิด...เอาแต่ใจตัวเอง.....แต่ครั้งนี้....ในเมื่อยาที่ให้
ไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย.....เราอยากช่วยตัวเราเองค่ะ!!!!!
(คุณหมอท่านทราบว่าเราเขียนกระทู้....ยังสั่งให้เราใส่เรื่องไม่ดีของตัวเองลงไปด้วย)

ก็ท่านไม่ได้อ่าน......เราว่าตัวเราเอง ตั้งแต่ภาคแรกแล้ว.....ท่าทางท่านจะคิดว่าเราเขียนแต่สิ่งที่ดี ๆ ของเราน่ะค่ะ...แต่ไม่เป็นไร...ช่างเถอะ

เราห้ามความคิดใครไม่ได้!!!!!!!

ถึงจะได้กลับบ้านวันนี้ แต่คืนนี้ต้องมานอนให้ยาที่ฉุกเฉินตอนสองทุ่มค่ะ

ก็เหมือนอยู่ รพ.แหละค่ะ....ได้ยาเฉพาะตอน 8 โมงเช้า กะ 2 ทุ่ม
แล้วก็นั่งเฉย ๆ ไม่มีอะไรทำทั้งวัน.....อยู่แต่ รพ. (คนไม่ป่วย ก็ป่วยได้นะคะ...อย่างนี้)

ครั้งนี้ท่านก็คิดว่าเราดื้อแพ่งจะกลับให้ได้อีกน่ะแหละ.....แต่เราได้ความเห็นจากในกระทู้ก่อน

ทำให้เราเข้าใจอาการตัวเองมากขึ้น......มันก็เป็นอาการหลังปลูกถ่ายได้นะคะ

หลังจากกลับบ้านมาแล้ว.....ทานกลางวันเสร็จ....ก็หลับไปเลยค่ะ
ตื่นมา 13.30 น. รู้สึกมีไข้...หูร้อน...ทานไทลินอลไป 2 เม็ด...แล้วก็หลับต่อ
.....
....
หลังจากไข้ขึ้นไปตอน 13.30น. ก็กินยาไปแล้ว วัดไข้อยู่เรื่อย ๆ
ก็ยังไม่มีไข้....จนกระทั้งหลังจากที่เมื่อคืนไปให้ยาเมื่อตอนสองทุ่ม....

ประมาณห้าทุ่มครึ่งก็รู้สึกว่าจะมีไข้ ลองวัดปรอทดู....ได้ 37.7 ก็เลยรีบทาน
ไทลินอลไปอีก 2 เม็ด....ดูเหมือนว่าไข้จะห่างไปเยอะเหมือนกัน

เมื่อเช้าตื่นมาก็รีบวัดปรอท...ได้ 36.9 ก็ถือว่าไม่มีไข้นะ....แต่พอเดินไป รพ.
เพื่อไปให้ยาตอนแปดโมงเช้า.....เค้าวัดไข้ให้ที่หูได้ 37.7 แน่ะ...เรารู้สึกเฉยๆ นะ
เพราะเหงื่อก็ยังออกเล็กน้อย.....ให้ยาเสร็จตอนเก้าโมง เค้าวัดไข้ให้อีกที
ได้ 37.9 แน่ะ....

ก็ว่าจะยังไม่กินยา...เพราะยังไม่รู้สึกว่าไม่สบายอะไร...เหงื่อยังออกอยู่
แต่ก็จะคอยวัดปรอทตัวเองอยู่เรื่อย ๆ อ่ะค่ะ

ตอนเย็นนี้คุณหมอสองท่านนัดพบ....คงจะต้องดูว่าจะให้ยาอะไรต่อไปดี...
อาจจะทราบผลการเพาะเชื้อด้วย....ว่าจะลองถามคุณหมอดู

วันนี้เราถามพยาบาลว่า....ถ้าพี่ติดเชื้อ...แล้วจะเป็นยังไง....เพราะไม่แน่ใจ
ว่าเราจะเป็นหวัดรึเปล่า

น้องพยาบาลบอกว่า....เป็นหวัดจะไม่ค่อยดี...เพราะทำให้เซลที่ติดไปแล้วอาจหลุดได้
แล้วก็กลับมาเป็นโรคเหมือนเดิม.......อืม.....เราก็ฟังไว้นะ....แต่อะไรจะเกิด
มันก็ต้องเกิด.......ก็ทำดีที่สุดแล้ว

แล้วอาการที่ว่า....ก็เริ่มเป็นมาจากตอนอยู่ รพ. ไม่ใช่มาเป็นตอนอยู่ที่บ้าน
สักหน่อย.....ซึ่งอันนี้ช่วยตัวเองไม่ได้นะ!!!!
.....
.....
วันนี้ (10 มี.ค.52) ต้องเข้าไปให้เกร็ดเลือดที่ รพ. (ไม่ต้องนอน) ค่ะ เริ่มมีเลือดออกเป็นจุด ๆ บริเวณผิวหนังนิดหน่อย
แล้วก็ต้องเจาะเลือดตรวจหาเชื้อไวรัสต่อด้วยค่ะ

คุณหมอให้ระวังเรื่องการกระทบกระแทก...และไม่ให้เดินมาก

เมื่อคืนก็ไม่มีไข้สูง......มาวัดช่วงเช้า....มีไข้ต่ำ ๆ ประมาณ 37.4 - 37.5

นอนไม่ค่อยหลับค่ะ....คือว่าเข้านอนตอนห้าทุ่มครึ่ง.....พอตื่นมานึกว่าเช้าปรากฏว่าแค่ประมาณตีสี่

พยายามจะหลับแต่ก็ไม่หลับ.....พอใกล้ ๆ หกโมงเช้า ก็เลยต้องลงไปหาอะไรกินหน่อย
กินน้อยมาหลายวันเพราะลิ้นรสชาดมันเสียไป....ทานอะไรไม่ได้...เลี่ยนไปหมด
วันนี้ก็ยังเป็นอยู่แต่น้อยลง เพราะว่ายาแก้อักเสบที่ให้หมดไปตั้งแต่เมื่อวานเช้าแล้ว
(ยาตัวนี้....แพงมาก ๆ แถมยังไม่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเลย ไข้ก็ไม่ลง แถมลิ้นก็เสียรสชาดไปหมด....บ่นๆ ๆ ๆ ๆ)

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

เราพูดถึง เกร็ดเลือด (pletlet) บ่อย ๆ บางคนเข้าใจ แต่ก็มีบางคนอาจไม่เข้าใจ....ขออธิบายให้ฟังง่าย ๆ พอสังเขป...ดังนี้ค่ะ

ในเลือดของเรานั้น จะประกอบไปด้วย เม็ดเลือดแดง, เม็ดเลือดขาว และเกร็ดเลือด ค่ะ...ซึ่งถูกผลิตออกมาจากไขกระดูก

เกร็ดเลือดจะมีสีเหลืองเข้ม...และมีอายุประมาณ 3 วัน ในเลือดหมู่เดียวกันสามารถให้กันได้ เช่นเดียวกันกับเม็ดเลือดแดง

เกร็ดเลือดมีหน้าที่ช่วยหยุดเลือดไม่ให้ไหลเวลาเกิดบาดแผล ทีนี้หากร่างกายมีเกร็ดเลือดต่ำมาก ก็อาจเกิดมีเลือดออกภายใจอวัยวะสำคัญในร่างกายได้

ส่วนเม็ดเลือดขาวนั้นให้กันไม่ได้ จะต้องถูกผลิตออกมาจากไขกระดูกของเราเองเท่านั้น ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เมื่อเวลามีเชื้อต่างๆ เข้ามา

ส่วนเม็ดเลือดแดง....คงไม่ต้องอธิบายนะคะ

ผู้บริจาคโลหิตทั่วไป ที่ไปบริจาคที่สภากาชาดไทยบ่อย ๆ แล้วผลแล็ปเลือดมีคุณภาพดีสม่ำเสมอ ผู้บริจาคแข็งแรงสมบูรณ์ (ส่วนมากเป็นผู้ชาย)
ทางกาชาดก็อาจจะเชิญให้มาบริจาคเกร็ดเลือด ซึ่งก็สุดแท้แต่ความยินยอมของผู้บริจาค

เนื่องจากว่าการบริจาคเกร็ดเลือดนั้นใช้เวลานานพอสมควร (ในครั้งแรก ๆ อาจใช้เวลาไม่นาน)

ตอนเราไปเก็บ stem cell บางครั้งเราเห็นบางคนเค้ามานอนให้เกร็ดเลือด นานพอ ๆ กับที่เราเก็บ stem cell เลย!!! (เราว่าร่วม 3 ชม.เห็นจะได้)

เกร็ดเลือดที่ได้จากบุคคลคนเดียวแบบนี้เรียกว่า single donor ซึ่งจะเป็นเกร็ดเลือดคุณภาพดีมาก

แล้วผู้สมัครใจก็จะต้องมีรายชื่ออยู่ใน list ที่ทางกาชาดสามารถเรียกให้มาบริจาคตามคิวได้

ส่วนเกร็ดเลือดอีกประเภทนั้น....คือต้องนำเลือดแดงประมาณ 8-10 ถุงไปปั่นแยกเกร็ดเลือดออกมาได้ 1 ถุง!!!!

เราได้ถูกจองเกร็ดเลือดไปตั้งแต่เมื่อวานนี้...วันนี้ก็รออยู่ว่าจะได้เมื่อไหร่ โทร.ไปเช็คกับทาง รพ. เค้าบอกว่า ทางกาชาดยังหาคนมา bleed ให้อยู่
สักตอนบ่ายสองที่ รพ.โทร.มาอีกครั้งบอกว่า donor จะมา bleed ให้ตอนสี่โมงเย็นเสร็จประมาณทุ่มนึง!!!! จะให้ทางรพ.ไปรอเลย ได้ปุ๊บจะรีบเอามา
ที่ รพ.ทันที แล้วเค้าจะโทร.มาเรียกเราไปให้ค่ะ (เราบ้านใกล้ รพ.)

เห็นมั้ยคะ....กว่าจะได้มาไม่ใช่ง่าย ๆ เลย....เรานับถือผู้บริจาคที่เสียสละเวลามาก

ทีนี้ก็คงสงสัยกันว่า....ทำไมเราต้องรอ single donor ทำไมไม่เอาเกร็ดเลือดจากเม็ดเลือดแดงไปปั่นล่ะ!!!

ขึ้นอยู่กับคุณหมอสั่งด้วยล่ะค่ะ เราก็เคยได้ทั้งสองแบบ (มาจนนับไม่ถ้วนแล้ว รวมทั้งเม็ดเลือดแดงด้วย)

แต่ทีนี้ทางกาชาดเคยบอกเราว่า เราเก็บ stem cell ที่กาชาด เพื่อการปลูกถ่ายไขกระดูก เค้าจะหา single donor ให้เป็น priority แรก แต่หากต้องการ
ด่วนมากแล้วหาไม่ได้จริง ๆ ถึงใช้อีกแบบค่ะ

เราสังเกตว่าถ้าเราได้ single donor pletlet cell จะทำให้ค่าเกร็ดเลือดเราขึ้นสูงกว่า เกร็ดเลือดที่ถูกปั่นมา

แต่วันนี้เรารู้สึกว่า ทำให้น้องพยาบาลที่หน่วยเคมีบำบัดต้องมารอให้บริการเราคนเดียว เพราะที่หน่วยปิดตอนทุ่มนึง....เฮ้อ

คือเราต้องปักเข็มตรง port ที่หน้าอกด้วนขวาน่ะค่ะ (ที่เคยเล่าไว้แล้ว) แล้วพยาบาลที่ฉุกเฉิน ไม่มีใครปักเป็น แล้ว case เราเป็น case หลังปลูกถ่าย
คุณหมอไม่ยอมให้มือสมัครเล่นทำแน่ ๆ เพราะกลัวติดเชื้อน่ะค่ะ

วันนี้ก็เลยได้มีเรื่องเล่า....สรรเสริญ ผู้บริจาคเกร็ดเลือด...ซะเลย จะได้รู้ว่าเค้าเสียสละมากกกกกกกกค่ะ!!!

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ขณะกำลังให้เกร็ดเลือดอยู่นั้น ได้คุยกับพยาบาลเรื่องอาหารของผู้ป่วยหลังปลูกถ่ายประมาณ 6 เดือน...เค้าบอกว่าห้ามกินของหมักดอง....ผัก ผลไม้สด ก็ไม่ได้...เราอึ้งไปเลย

เราชักมึน......ของหมักดอง เค้าหมายรวมถึงพวก เส้นก๋วยเตี๋ยว ทุกชนิดนะคะ...โห...สุดยอด.....เนย ชีส ไม่ได้!!!!

ตรู..ธ่อ...กินไปมั่งนะเนี่ย...มะวานตอนกลางวันยังกินเส้นใหญ่เย็นตาโฟร้อน ๆ ....ตอนเย็นยังกินแกงจืดฟักตุ๋นมะนาวดองซะด้วย (ทั้งหมัก..ทั้งดอง..555)

คุณหมอบอกตอนอยู่ในห้องปลอดเชื้อเลยว่ากินผักผลไม้สดได้แล้วนะ ชักอยากจะรีบไปถามคุณหมอไวๆ ว่าตกลง...หนูจะกินอะไรได้มั่งเนี่ย!!!!!!

เค้าบอกว่ามีเด็กที่เคยปลูกถ่ายฯ ไปแล้ว อายุประมาณ 10 ขวบนี่แหละ ถูกห้ามกินโน่นนี่ กินได้แต่เฉพาะอย่างนี้ ๆ ๆ เสียจริตไปเลย....ตอนหลังหมอต้องอนุโลม......ก็แหม.....มันก็น่าอยู่หรอกนะ....

เราเลยบอกพยาบาลไปว่า พี่คงตายก่อนที่จะหายขาดละมังเนี่ย!!!!!.....จะหยิบโน่นนี่กิน ต้องมาพิจารณนาส่วนประกอบก่อนว่ามีของหมักดองหรือไม่.....สมมติว่า คุณหมอให้เรากินผักผลไม้สดได้ (ดังที่ได้เคยบอกเราไว้) แล้วเรากินสลัด ในสลัดมีน้ำส้มสายชูหมักผสม...อ้าว....งั้นเราก็แย่ซิ....นั่งเคี้ยวผักเล่นแห้ง ๆ เหรอ!!!!!

นอกจากนี้ยังบอกว่าไอติม ก็กินไม่ได้.....เราก็งงว่าทำไมไอติมกินไม่ได้ (ทีตอนนั้นคุณหมอยังสั่งให้กินไอติมเลย....อันนี้ต้องถามคุณหมอแน่ ๆ ...ชัวร์

พวกขนมปังก็มียีสต์กินไม่ได้อีก....ฮ้า....อย่างนี้มิต้องนั่งกินข้าวสวยคลุกน้ำปลาหรือซีอิ๊ว โปะไข่เจียว หรือไข่ดาว ไปตลอดรึเนี่ย

เค้กก็มีเนยนะ....อดซิ

อาหารทะเลพวก หอย ปู งด....อันนี้ก็พอ ok เพราะพวกนี้มีเชื้อเยอะ

ไม่ไหวล่ะ........คือว่า......ระหว่างที่ยังไม่เจอหมอ....จะไปค้นเน็ตล่ะ หรือว่ามีผู้รู้ท่านใดช่วยบอกที......

สมัยนี้ยังเคร่งครัดเหมือนสมัยก่อนมั้ย.......มันให้ความรู้สึกที่บ่อนทำลายจิตใจจริง ๆ เครียดด้วยนะเนี่ย!!!!!!!!! พอดีว่าหายจากโรคนี้....คงเป็นโรควิตกจริตอีกโรคหนึ่งล่ะ....เหอ เหอ เหอ ท่านผู้ชม....

ระหว่างนี้....ขอตัวไปค้นฟ้าคว้าดาว...เอ๊ย....ค้นอินเตอร์เน็ตก่อนล่ะ...หาข้อมูลโดยด่วน!!!!!!!!
......
......
วันนี้คงจะเข้ามาจบภาคนี้น่ะค่ะ......เพราะอะไรน่ะหรือคะ.....เพราะเฝ้าดูไข้ตัวเองมาได้ 2 วัน...

และพบว่าไม่มีไข้แล้ว.....ทำไมล่ะ.....นั่นซิ.....จะบอกยังไงดี.....มันเหมือนมีปาฏิหาริย์ (miracle)
ซึ่งเราอยากจะบอกให้ท่านผู้อ่านทุก ๆ ท่าน......ได้รู้สึก....ลึกซึ้ง ไปกับเราด้วย

เราขอย้อนกลับไปเปลี่ยนชื่อตอนใหม่ว่า ติดเชื้อหรือไม่...ทำไมจึงตอบไม่ได้....นะคะ (เดิม...คาดว่า...ติดเชื้อซะแล้ว)

การที่ร่างกายมีไข้ขึ้นมา....หมอย่อมต้องเชื่อมั่นว่าเราจะต้องติดเชื้อ....และจะต้องระงับเชื้อให้เร็วที่สุด

หากปล่อยไว้จะทำให้เซลที่เพิ่งปลูกถ่ายฯ ที่ยังติดไม่ดี....อาจจะไม่ success ดังนั้นต้องรีบหาเชื้อให้ได้

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเราได้รับข่าวจากพี่ที่ทำงานคนหนึ่งว่า มีพี่ที่เป็นกัลยาณมิตรท่านนึงเชิญชวนให้
ช่วยกันสวดมนต์ให้เรา...ให้ช่วยกันชักชวนญาติธรรมทั้งหลายช่วยกันสวดมนต์
.....
.....
เราซาบซึ้งใจมาก....ฝากอนุโมทนาบุญไปยังพี่ ๆ เพื่อน ๆ เหล่านั้นด้วย
....
....
และวันต่อมา (วันอังคาร).....ก็เป็นวันแรก...ที่เราไม่มีไข้สูงเลย!!!!!!! จะมีบ้างก็ต่ำ ๆ นิดหน่อยบางเวลา
....
....
และเมื่อวาน (วันพุธ).....จะบอกว่า.....ไม่มีไข้เลย!!!!!!! ทั้งวันค่ะ....และเป็นวันที่ต้องเอาการบ้าน
ที่คุณหมอให้เราจดบันทึก ไข้ของตัวเองไปส่ง พร้อมทั้งไปทำแผลที่เอาเส้นที่หน้าอกออกด้วย
....
....
....
คุณหมอทึ่งมาก.....ถามว่าไปทำอะไรมา ไข้ถึงลด....เราก็บอกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

ก็จริงนะ....เราไม่ได้ทำอะไรเลยนี่....กินตอนนี้ก็แทบจะน้อยมาก เดินก็ยังได้ไม่มาก เพราะห่วงเรื่องเกร็ดเลือด
....
....
ถึงแม้ว่าเพิ่งจะเอาเลือดไปเพาะหาเชื้อไวรัสอีก 2 ตัว (คราวที่แล้วเพาะเชื้อแบคทีเรีย) เราก็ยังเชื่อว่า จะไม่พบ!!!!!
....
....
จะให้พูดอย่างไรดี....เรื่องนี้ก็ไม่มีข้อพิสูจน์....แต่ก็เป็นความเชื่อ...ความศรัทธาของเรานะ

เราเชื่อว่า...กุศลจากพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่ทำงานที่มอบให้ รวมถึงแรงใจจากเพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาย
ทั้งที่ทำงาน และ ที่นี่!!!!! ในพันทิปแห่งนี้........เราได้รับหมดเลยค่ะ!!!!!!!!!!
....
....
ไม่ได้สรรเสริญ เยินยอ กันเองนะคะ.....พูดออกมาจากใจ.....ทุกคนอยากให้เราหาย!!!!!
....
....
เราอยากจะบอกให้ทุกคนรับรู้ว่า....เรารับรู้ได้ค่ะ!!!!!!!!

ต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น.....เราก็พร้อมที่จะฝ่าฟัน....เพราะเรามีครอบครัวที่ดี พี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่ทำงานที่ดี
และเพื่อนใหม่ในพันทิป....ที่ช่วยส่งกำลังใจให้เราตลอดเวลา


.....
....
ผลการเจาะไขกระดูกตรวจโครโมโซม....ออกมาว่า....ปกติ!!!! ค่ะ

ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่เข้ามาอ่าน....และติดตามคอยให้กำลังใจตลอดมานะคะ

.......สวัสดีค่ะ.......




 

Create Date : 08 เมษายน 2552
7 comments
Last Update : 8 เมษายน 2552 14:57:32 น.
Counter : 2147 Pageviews.

 

สู้สู้นะคะ เดี๋ยวก็หายแล้ว

 

โดย: หมอที่ให้กำลังใจคนไข้เสมอ IP: 118.173.16.70 8 เมษายน 2552 18:28:38 น.  

 

เข้ามาให้กำลังใจค่ะ
คุณเก่งมากจริงๆ เข้มแข็งมากๆ ค่ะ
เราอ่านวิธีการและขั้นตอนแล้วยังคิดว่า
ถ้าเป็นเราคงรับไม่ไหวแน่ๆ

เข้าใจอารมณ์อยากออกจากโรงพยาบาลมากๆ เลยค่ะ
เราเคยถึงกับว่าจะถอดสายน้ำเกลือออกเองแล้ว
จนพยาบาลเห็นว่าเราเริ่มคลั่งค่ะ เลยมาเอาออกให้
แล้วก็บอกให้เรานั่งรอหมอ รอมันเข้าไปค่ะ 4 ชั่วโมง
จนเราเริ่มดิ้นอีกครั้ง ไม่รอแล้ว เราจะกลับๆๆๆ
จนในที่สุด พยาบาลก็โทรถามหมอให้ค่ะ แล้วเราก็ได้กลับบ้าน
ตอนนั้นเหมือนเค้าจะกักตัวเราไว้ดูอาการไส้ติ่งค่ะ

สู้ๆ นะคะ

 

โดย: เรนนี่ IP: 58.9.41.196 9 เมษายน 2552 9:35:04 น.  

 

ดีใจมากค่ะ...ที่มีคนเข้ามาอ่านเรื่องของเรา

ขอบคุณมากค่ะ

 

โดย: tourmaline IP: 116.58.231.242 9 เมษายน 2552 15:38:48 น.  

 

ดีใจด้วยนะคะสำหรับผลตรวจ ขอให้ดูแลตัวเองต่อไปดีๆนะคะ

ตอนนี้กำลังเตรียมตัวดูแลเจ้าตัวเล็กค่ะ
มีกำหนดที่จะเริ่มทำการปลูกถ่ายไขกระดูกอีก 2 เดือนข้างหน้าแล้ว

ของน้องได้ stem cell จากรกเด็ก หรือ Cord blood ของผู้บริจาคที่ไต้หวันค่ะ
จากการติดต่อเพื่อขอรับบริจาค stem cell รู้สึกว่าคนฮ่องกงกับไต้หวันจะเข้ากับเราได้ดี case ของคุณหมอโดยมากถ้าไม่ใช่ผู้บริจาคคนไทย ก็จะเป็นผู้บริจาคจากฮ่องกงกับไต้หวันที่และค่ะ

จากขั้นตอนการทำ และอาการข้างเคียงของผู้ป่วย ทำให้ใจฝ่อค่ะ สงสารลูก จากเดิมที่เรากับสามีตั้งใจจะลุยหน้ากันเต็มที่ ส่วนคุณหมอก็ดีใจหาย นอกจากหมอจะเป็นหมอธาลัสซีเมียเด็ก และผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกถ่ายไขกระดูก หมอยังเป็นจิตแพทย์กลายๆด้วย เพราะคุณพ่อคุณแม่ของเด็กที่มาหาหมอแต่ละคน ล้วนแต่มีอาการหัวใจสลายกันทั้งนั้น
แอบคิดว่างั้นเราก็ให้เลือดเค้าไปทุกเดือนอย่างนี้ดีกว่ามั๊ย เพราะตอนนี้เค้าคุ้นกับการไปให้เลือดทุกเดือนจนไม่ร้องไห้แล้ว จากที่เมื่อก่อนเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวที่ไหนเป็นกรี๊ดลั่นร้องไห้จ้า เดี๋ยวนี้เล่นหูเล่นตา ชวนเค้าคุยซะงั้น
พอ admit ขึ้น ward เด็ก ยังไม่ทันเข้าห้องเลย ก็กระโดดใส่รถของเล่นแล้ว น้าๆพยาบาลก็จำหนูได้หมดแล้ว บางวันขึ้นมาช้า สาวๆยังแซวว่าวันนี้มาช้ากว่าเลือดนะคะเนี่ย

แต่ยังไงท้ายที่สุด เราก็อยากให้ลูกเราหายขาดค่ะ ก็จะเดินหน้ากันต่อไป

 

โดย: == พิ้งค์กี้ == 21 เมษายน 2552 10:03:24 น.  

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ

 

โดย: ซาไปรส์ IP: 124.120.106.5 21 พฤษภาคม 2552 22:12:12 น.  

 

สามีก็เป็นเหมือนกันค่ะ แต่แย่กว่าตรงที่ให้คีโมจนครบ 5 คอร์สแล้ว ห่างไปแค่ 6 เดือนก็กลับมาเป็นอีก ตอนนี้ให้ไปอีก 1 คอร์สเพื่อให้ดรคเข้าสู่ภาวะสงบแล้วก็จะไปเตรียมตัวปลูกถ่ายที่จุฬา แต่ติดเชื่อในกระแสเลือดซะก่อน มีอาการช๊อคร่วมด้วย ตอนนี้ก็กลายเป็นคนความจำสั้น จำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ เดินไม่เหมือนเดิม แต่ไม่ห่วงเรื่องเดิน เพราะถ้าร่างกานเค้าดีขึ้น ก็จะเดินได้ปรกติ แต่ห่วงเรื่องสมองมาก ว่าจะกลับมาเหมือนเดิมหรือปล่าว ตอนนี้ก็รอให้คีโมอีก 1 คอร์ส หวังว่าคงไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายอีก

 

โดย: ความรู้สึกใกล้กัน IP: 110.77.137.90 5 สิงหาคม 2556 15:01:38 น.  

 

ิคิดถึงนะ

 

โดย: บุษนียา IP: 27.55.154.58 1 กุมภาพันธ์ 2559 15:46:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


tourmaline
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add tourmaline's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.