Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
3 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
ค้นหาคุณค่าตัวเอง…กันเถอะ

ค้นหาคุณค่าตัวเอง…กันเถอะ

ทุกเวลานาทีล้วนแล้วแต่เป็นชิ้นส่วนของชีวิต ที่ควรผ่านไปด้วยความปิติยินดี เมล็ดพืชพันธุ์แห่งกุศลเล็กๆ น้อยๆ เมื่อผ่านการเอาใจใส่ดูแล แสงแดดอ่อน ๆ สายฝนประพรม ดอกไม้คุณธรรมก็เบิกบาน สร้างความแจ่มใสให้แก่กันทั้งตนเองและกัลยาณมิตรที่ผ่านมาพบเห็น จงมีกำลังในปลุกเร้าให้ตนถามหาความงดงามในชีวิต

ขอเพียงความเข้มแข็งขึ้นอีกสักนิด ทำใจยอมรับบ้างแล้วชะตากรรมทั้งปวงจะเป็นสิ่งที่เราฟันฝ่าเข้าไปด้วยใจผ่องแผ้ว ไม่มีชีวิตใดที่ไร้ปัญหา ไม่มีทะเลใดที่ปราศจากคลื่น ขอเพียงได้สติได้ลืมตารับรู้และยิ้มสู้กับบทเรียนชีวิตด้วยตนเองปัญหาชีวิต การงาน การเรียน และกับผู้คนที่วนเวียนเข้ามาให้ขบคิด ล้วนแล้วแต่เป็นบททดสอบที่ท้าทาย

การดำรงความวิเวกความผุดผ่อง ท่ามกลางการเผชิญปัญหา เป็นงานหลักของชีวิต ถึงไม่ง่าย ...... ก็ไม่ใช่เกินวิสัย...เมื่อตั้งใจอย่างมั่นคงที่จะอยู่เหนือความทุกข์ยากทั้งปวง ปัญหาอย่างโลก ๆนั้นไม่มีวันหลบหนี...... แต่การดำรงความสงบไร้ความวิตกกังวล ในการเผชิญกับปัญหาเป็นสิ่งที่พึงสำรวจทบทวนตอกย้ำ เพราะนั่นคือสติปัฎฐานของชีวิต เป็นที่เดียวที่ความทุกข์ความต่ำทรามตามไปไม่ถึง

ขอให้มีกำลังใจ แม้จะล้มลงไปบ้างก็ประเสริฐกว่าการจำยอมจมอยู่ในปลักแห่งความท้อแท้ไร้หวัง ถึงจะล้มลุกคลุกคลาน ก็ขอให้คลานไปข้างหน้า ทุกคนต้องผจญกับปัญหาที่เข้ามาสั่นคลอนชีวิตจิตใจ แต่ไม่พึงหยุดยั้งความเห็นจริงว่ามันก็ธรรมดา มีสติตั้งหลักและรู้เท่าทัน อย่าปล่อยให้ภารกิจอื่นใดทิ่มตำใจให้วุ่นวาย แต่งานการที่มุ่งทำให้สำเร็จอันเป็นความรับผิดชอบส่วนตนทั้งปวง ก็ต้องสำเร็จหรือคืบหน้าไปตามเหตุอันควร ความสำเร็จในแต่ละหนคือกำลังใจที่ตนจะมอบให้แก่ตนเอง ความก้าวหน้าในการฝึกฝนตนอง มันทำให้เรารู้สึกถึงชัยชนะ มั่นใจในการพึ่งพาตนเอง มันทำให้เรารู้สึกว่าไม่มีหน้าผาใดชันเกินความเพียร ไม่มีภูเขาใดสูงเกินความตั้งใจ





Create Date : 03 กรกฎาคม 2552
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 17:51:41 น. 1 comments
Counter : 286 Pageviews.

 
เป็นอีกหนึ่งบทความที่อ่่านแล้วมีกำลังใจ ชอบมากกกกกกกกคะ


โดย: lovelylek IP: 125.25.129.5 วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:31:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Toad
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ประวัติส่วนตัว

ชื่อ- นามสกุล ทศพล จึงทวีสูตร
ด้านโหราศาสตร์
มูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์
สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ

ข้อคิดเตือนใจ
1.ดวงคืออดีตกรรม นำสู่วันเวลาเกิด ใช่ว่าจะมิอาจเปลี่ยนแปลงเรื่องดี – ร้าย เพราะยังมีปัจจุบันกรรม อันเป็นการกระทำของเราเองในปัจจุบันขณะ ซึ่งอาจส่งผลต่ออำนาจของบุญ – กรรมเก่าที่เราสั่งสมมาดังปรากฏในดวงชะตาได้ คือที่ว่าตกก็อาจไม่ตกมาก ที่ว่าแย่อาจไม่แย่มาก หรือที่ว่าจะได้ทำไมไม่ได้ ที่ว่าจะสำเร็จทำไม่ล้มเหลว

ดังนั้น ....พึงอย่าหลง หรือติดยึดกับอดีตกรรมเสียทีเดียว ว่าจะได้ หรือเสีย ตามนั้น..... ขึ้นอยู่กับปัจจุบันกรรม และกำลังของสติ ที่ท่านสามารถควบคุมจิต มิให้ตกไปสู่อำนาจกรรมวิบาก ที่จะจรมาในชีวิตเมื่อถึงเวลาของเขาด้วย

สิ่งหนึ่งที่เหนือกว่า กฎของดวงดาว คือ กฎแห่งกรรม และที่เหนือไปกว่ากฎแห่งกรรม นั่นคือ กฎแห่งธรรมนั่นเอง

2.ทุกสิ่งล้วนมีจิต ของท่านเองเป็นตัวนำ จะดี จะชั่ว ได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์ “จิต”ของ ท่านนึกน้อมไป ตามแรงบุญ – กรรมนั้นๆ หากถึงเวลาที่กรรมมาตัดรอน อำนาจกรรมนั้นๆ ก็จะมาครอบงำจิตใจท่าน ให้หลงผิด คิดเข้าใจผิด จนเกิดความเสียหาย ตามแต่อำนาจของ “ กรรม “ แต่ละคน

3.หาก “ สติ “ ของท่านมีกำลัง มีความเข้มแข็ง ย่อมมีอำนาจเหนือจิต ที่อาจถูกครอบงำจากแรงกรรมได้ สติท่านจะมีมากน้อย จะเข้มแข็งหรืออ่อนแรง ขึ้นกับท่านว่าจะใส่ใจ สนใจ ฝึกสติบ้างไหม.... ?

บางท่านบอกว่าก็มีสติดีอยู่ กันทุกคนมิใช่หรือ เช่นเวลาเราข้ามถนนเราก็ต้องมีสติ รู้ว่าจังหวะไหนควรข้ามนี่นา แต่...โปรดเข้าใจ สติในทางพุทธศาสนา หมายถึง ท่านมีสติที่จะรู้อย่างถูกต้องว่า สิ่งนี้มีประโยชน์ หรือมีโทษต่อท่าน อันนี้ขอให้พิจารณา

4.“ สติ “ จะฝึกอย่างไร ...ก็มีกุศโลบายหลายอย่าง หากพูดแบบรวบรัด แต่ง่ายที่จะเข้าใจก็คือ ท่านต้องหมั่นทำความรู้สึก รู้เนื้อรู้ตัวบ่อยๆ จะลุก จะนั่ง ก็รู้สึก “ รู้ “ จะทำกิจกรรมใดๆ ก็รู้สึก “ รู้ “ แม้ว่าในทางนามธรรม เช่น โลภ อยากได้ โกรธ โมโห มีตัณหา ระคะเกิด ก็แค่รับรู้ รู้สึก ไม่ต้องไปกด ไปข่ม ไปหนี ไปเพ่งอะไร.... ทำหน้าที่รู้ เสมือนผู้ดูละคร ดูตัวละครแต่ละตัวเขาเล่นไป คือดู และรับรู้เท่านั้น ใส่ใจเช่นนี้บ่อยๆ ท่านก็จะมีสติเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ

หากท่านไม่เข้าใจ ท่านก็ต้องเข้าสู่การฝึกสติ แบบมีรูปแบบไปก่อน แนว พอง-ยุบ ที่วัดอัมพวัน ก็ไม่ยาก แต่ต้องอดทนสำหรับที่นี่ แน่นอนว่าอินทรีบารมีจะแกร่งกว่าที่อื่น เพราะได้ขันติบารมีเพิ่มไปด้วย แนวเคลื่อนไหว ก็น่าสนใจ ไม่ต้องกำหนด ภาวนาอะไร มีสติกับการเคลื่อนไหว สนุกดีถ้าชอบ แนวเซน ฯ...

แต่ไม่ว่าแนวไหน สุดท้ายก็จะเข้ามาสู่ธรรมชาติตามความเป็นจริง ที่ผมกล่าวข้างต้น คือ รู้สึกในอารมณ์ ปัจจุบันขณะเข้าไว้.. : )

Friends' blogs
[Add Toad's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.