Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
3 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
อยู่กับคนจำไว้ว่า .......

อยู่กับคนจำไว้ว่า

....ปัญหาของคุณเป็นของคุณคนเดียว ไม่ใช่ของคนอื่น

....คนที่อยู่เหนือกว่าไม่ใช่สัตว์ประหลาด
....คุณอาจจะไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุดในบริษัท
....บางคนก็ทำงานหนักเท่าๆกับที่คุณทำ
....การทำงานหนักจริงๆเป็นที่น่านับถือ
....การทำแบบขอไปทีใช้ไม่ได้
....ถ้าคุณไม่มีความสุข คุณสามารถทำอะไรบางอย่างกับมันได้
....บางทีการเอาหูไปนาเอาตาไปไร่จะเป็นการดีเพราะในที่สุดมันจะผ่านไป
....การพี่งพาได้เป็นสิ่งที่น่าชมเชย
....ทุกคนไม่ได้โกงนิดหน่อย(อย่าคิดว่าคุณก็ทำได้)
....มันไม่สำคัญที่ใครจะได้เครดิต

รับมือความกดดัน
1. มอบความไว้วางใจให้กับคนที่คุณสามารถไว้ใจได้
2. หลีกหนีความกดดันไปสักพัก
3. ยอมรับว่ากลัว ทุกคนก็มีเหมือนกัน
4. ประนีประนอมกับคนอื่นบ้าง
5. ทำอะไรให้คนอื่นบ้าง
6. อย่ากวาดฝุ่นไว้ใต้พรม โดยหวังว่ามันจะหายไป
7. จำไว้ว่า 99 %ของเรื่องที่เรากังวลไม่เคยเกิดขึ้น
8. อย่าโกรธจนไม่พูดไม่จา
9. พยายามให้ความร่วมมือ มากกว่าที่จะแข่งขัน
10. ใช้เวลาทำสิ่งที่ชอบเสียบ้าง
11. ออกกำลัง
12. เขียนรายการสิ่งที่สำคัญจริงๆ สำหรับชีวิตคุณ แล้วถามตัวเองว่าสิ่งนั้นใช่สิ่งที่คุณให้ลำดับสำคัญในชีวิตในการทำอยู่หรือไม่

ละลายความเครียด
1. เรียนรู้ที่จะวางแผนที่ดีกว่า
2. เรียนรู้ที่จะยอมรับข้อจำกัดของตัวเอง และ ของผู้อื่น
3. เรียนรู้ที่จะสำราญกับชีวิต
4. เรียนรู้ที่จะชมผู้อื่นและมีความคิดบวก
5. เรียนรู้ที่จะอดทน และให้อภัย
6. เรียนรู้ที่จะหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่ไม่จำเป็น
7. เรียนรู้วิธีการผ่อนคลายเป็นระบบ
8. เรียนรู้ที่จะไว้วางใจผู้อื่น
9. เรียนรู้ที่จะยอมรับว่าบางอย่างไม่สามารถเปลี่ยนได้
10. มีสติรู้ตัวว่ามีความเครียด อย่าให้คุ้นเคยจนมันเป็นส่วนหนึ่งของทัศนคติ
11. เรียนรู้ที่จะยอมรับว่าบางอย่างไม่สำคัญกับคนอื่น เท่าที่มันสำคัญกับคุณ
12. เรียนรู้ที่จะมอบหมายหน้าที่ให้คนอื่นบ้าง


การมอบหมายงาน
1. ทำให้งานที่กำลังจะมอบหมายชัดเจนและไม่กำกวม
2. เจาะจงผลที่คาดหมายไว้ และกำหนดเส้นตายของงาน
3. ปล่อยให้คนที่ทำงานใช้วิธีของตัวเองทำงานให้สำเร็จ
4. ให้ข้อมูลและแนวทาง แต่อย่าวิจารณ์
5. ให้แต่ละคนรู้ว่าคุณมอบหมายงานและเขามีอำนาจหน้าที่ที่จะทำงานให้สำเร็จ
6. อย่ามอบหมายงานเล็กๆ งานประจำ งานน่ารังเกียจ
7. ให้รางวัลกับงานที่มอบหมายไปและทำได้ดี โดยการให้งานที่มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น
8. ทำให้แน่ใจว่าแต่ละคนได้รับการยอมรับที่เหมาะสม
9. คอยสอดส่องเหตุการณ์ อย่าให้แต่ละคนใช้อำนาจหรือตำแหน่งเพื่อตนเอง
10. อย่ามอบหมายงานแย่ๆ ที่แม้แต่ตัวคุณเองก็ไม่อยากทำ




การปรับตัวที่จะเปลี่ยนแปลง
1. ยอมรับการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. อย่าให้การแสดงอาการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงของคนอื่นมีอิทธิพลต่อเรา
3. จดจ่อกับโอกาสที่การเปลี่ยนแปลงนำมาสู่
4. รู้เหตุผลว่าทำไมถึงเกิดการเปลี่ยนแปลง
5. ใช้โอกาสของการเปลี่ยนแปลงที่จะเปลี่ยนเรื่องอื่นที่คุณตั้งใจไว้แล้วด้วยเลย



การนำการเปลี่ยนแปลงมาใช้
1. คาดว่าจะมีการต่อต้าน
2. ใช้โอกาสของการเปลี่ยนแปลงที่จะทดสอบจุดอ่อนในหน่วยงาน
3. แน่ใจว่าได้สื่อสารอย่างชัดเจนถึงจุดประสงค์ที่มีการเปลี่ยนแปลง
4. จำไว้ว่าตัวแทนที่มีชื่อเสียงที่สุดในหน่วยงานมีอิทธิพลต่อผู้อื่นมากที่สุดด้วย
5. ใช้ความเป็นคนน่ารักของคุณสร้างความยอมรับในการเปลี่ยนแปลง
6. การเปลี่ยนแปลงจะมีประสิทธิภาพที่สุดเมื่อคนที่ได้รับผลมีส่วนร่วมในกระบวนการเปลี่ยนแปลง
7. รางวัลที่จะได้จากการเปลี่ยนแปลง ต้องมากกว่าความพยายามที่ต้องใช้ในการเปลี่ยนแปลงนั้น

ต้องเข้าใจว่าลูกน้องต้องการอะไรจากผู้จัดการ
1. ความรับผิดชอบทั้งหมดเท่าที่เขาจะรับมือไหว
2. มีส่วนร่วมในทุกเรื่องที่กำลังเดินหน้า
3. ได้รับการยกย่องในการทำงาน
4. รู้ว่าในใจคุณเห็นแก่ผลประโยชน์ของเขาเสมอ
5. ได้รับการขอคำแนะนำ
6. ไม่เคย ถูกมองว่าไม่มีความหมาย ถูกเยาะเย้ย หรือถูกละเลย
7. เป็นที่พอใจ
8. ช่วยให้เขาเติบโตในอาชีพ


ลูกน้องต้องการให้ผู้จัดการเป็นคนอย่างไร
1. สนใจในความเป็นอยู่ของเขา
2. สามารถเข้าพบได้
3. มีความรู้ในงาน
4. จริงใจ
5. ให้ความช่วยเหลือ
6. มีความยุติธรรม
7. มีความเป็นเพื่อน
8. ให้ความร่วมมือ
9. มีความเห็นใจ
10. มีความกระตือรือร้น

แก้ปัญหาอย่างสร้างสรร
1. เปิดใจกว้างไว้ พิจารณาทางเลือกทุกทาง อย่าปฏิเสธทางเลือกที่เป็นไปได้เพียงเพราะว่าคุณคาดว่ามันใช้ไม่ได้ผล

2. รับรู้ข้อเท็จจริง เมื่อบางอย่างเป็นความจริง ยอมรับมันและอย่าพยายามผลักดันสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้น

3. ให้จิตใจคุณทำงาน ในการแก้ปัญหา คุณต้องคิด สังเกต ประเมิน ค้นหา วิจัย สำหรับกุญแจใหม่ หรือ ทางเลือกที่ใกล้เคียง

4. เมื่อคุณจนปัญญาแล้วให้พึ่งผู้เชี่ยวชาญ หรือหาดูว่าในสถานการณ์เดียวกันใครแก้อย่างไรได้สำเร็จ หารายการความรู้ที่ต้องมี เพื่อช่วยให้คุณเกิดความคิดใหม่ๆที่อาจให้ทางแก้ต่อปัญหา
5. กำหนดดูว่าสามารถ ย่อยให้ปัญหาเล็กลง และแก้ที่ละเปลาะปัญหาทั้งหมดจะได้ถูกแก้

6. ถ้าคุณพบว่ากำลังรู้สึกสิ้นหวัง ให้เก็บปัญหาใส่ลิ้นชักไว้ก่อน อย่าให้ความรู้สึกลบเกิดขึ้นเพราะว่าคุณแก้ปัญหาไม่ได้ ทำเรื่องอื่นไปก่อนจนกระทั่งคุณมีพลังที่จะกลับมาจัดการใหม่

7. รู้เป้าหมายของคุณ คุณสามารถได้ความรู้สึกเข้มแข็งจากความก้าวหน้าที่มี

8. อย่ายอมให้ความผิดหรือความล้มเหลวเป็นอุปสรรคต่อคุณ เพราะความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จมันนำคุณเข้าใกล้การค้นหาความสำเร็จ คุณอาจจะล้มเหลวในการแก้ปัญหาเป็นร้อยครั้ง แต่เมื่อคุณแก้ได้ความสำเร็จก็เป็นขอคุณ

9. ระวังไว้ว่าความสมบูรณ์ที่สุดไม่สามารถบรรลุถึงได้

10. ทำสิ่งที่คุณเริ่มไว้ให้จบ ทุกคนสามารถเริ่มทำโครงการยากๆได้ แต่สิ่งที่ทำให้คนสำเร็จแตกต่างคือทำโครงการให้จบ


การจัดการกับการตัดสินใจที่ไม่ดึ(ของคุณ)
1. อย่าซ่อนมัน ยอมรับความผิด ขอโทษเมื่อโอกาสเหมาะๆ
2. จำไว้ว่าคุณตัดสินใจได้ดีหลายครั้งมากกว่า ตัดสินใจไม่ดี
3. ขอคำแนะนำ คุณอาจจะอยู่ใกล้สถานการณ์เกินไปจนไม่อาจแยกความรู้สึกส่วนตัวออกมาในการประเมินสถานการณ์
4. อย่าเป็นคนคอยแต่ป้องกันตัว
5. อย่าโทษใคร หรืออะไร ยกเว้นตัวคุณเอง
6. จดจ่ออยู่กับการแก้ปัญหา และหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่ไม่ดีอีก
7. อย่าให้เกิดความรู้สึกว่าคุณกำลังรับความผิดหรือผลที่ตามมาเพียงเล็กน้อย(ไม่สำนึก)

การแก้ปัญหาผัดวันประกันพรุ่ง
1. ไม่สำคัญว่าโครงการจะดูยากแค่ไหน ขอให้เริ่มต้นก้าวแรกก็พอ
2. ให้รางวัลตัวเองในทุกขั้นตอนที่เสร็จสมบูรณ์ในระหว่างการทำงาน
3. เมื่อคุณกำลังรู้สึกดีทำงานเพิ่มอีกสักเล็กน้อย
4. คิดถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นถ้าเอาแต่กังวลจนมีผลต่อคุณค่าของการทำงาน
5. มีความซื่อสัตย์ต่อตัวเองในเหตุผลที่แท้จริงที่ผัดวันประกันพรุ่ง
6. ประเมินค่าใช้จ่ายของการไม่ทำในสิ่งที่คุณควรทำ
7. ใส่ความทุ่มเทให้กับการทำให้เสร็จมากกว่าการทำให้สมบูรณ์
8. ตั้งเวลาที่แน่นอนที่จะทำเสร็จ
9. เตรียมระวังงานขั้นต่อไปและพร้อมจะทำเสมอ
10. หลีกเลี่ยงการรอแรงบันดาลใจ หรือความรู้สึกที่ดี นี่เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น

นำการตัดสินใจมาใช้
1. ทำให้ชัดเจนว่าคุณตัดสินใจอะไรและทำไมทำอย่างนั้น
2. จำไว้ว่า อารมณ์ จูงใจได้มากกว่าเหตุผล
3. ใช้เวลาหน่อย ทุกคนมีความลำบากในการปรับตัวรับกับไอเดียใหม่ๆ
4. ย้ำข่าวสารของคุณทุกทางบ่อยเท่าที่เป็นไปได้
5. คาดว่าจะมีการต่อต้าน
6. พยายามให้มีส่วนร่วม
7. อย่ากังวลกับการตัดสินใจเมื่อได้ทำลงไปแล้ว

วิเคราะห์ปัญหา ก. แยกอาการออกจากปัญหา ข. รวบรวมข้อเท็จจริง ค. ต้องแน่ใจว่าคุณกำลังถามคำถามที่ถูกต้อง จ. ต้องระวังการแอบสรุป โดยเฉพาะจากคนอื่น ฉ. ทดลอง: สรุปว่าการสันนิษฐานผิดทั้งหมด ช. เมื่อคุณพร้อม กำหนดปํญหาให้ชัดเจนและรัดกุม
พิจารณาทางเลือกในการแก้ปัญหาทุกทาง ก. รวมทุกทางเลือกที่เป็นไปได้โดยไม่ตัดสินก่อน ข. ทดลอง: คิดว่าทางแก้ที่ดีที่สุดใช้ไม่ได้ ค.ชั่งน้ำหนัก ผลดี ผลเสียของทุกทางแก้ ง. คำนวน อัตราส่วนค่าใช้จ่าย/กำไร ของปัญหาที่ต้องใช้ทรัพยากรในการแก้
เลือกทางแก้ ก.เลือกทางแก้บนเกณฑ์ต่อไปนี้ 1. ศักยภาพที่จะนำไปใช้ 2. อัตราส่วนค่าใช้จ่าย/กำไร 3. ผลดี ต่อ ผลเสีย 4.ยุติธรรมให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ข. เลือกทางแก้ที่ดีที่สุดกับการปฏิบัติงานในอนาคต

มารู้เหตุผลผิดๆที่ใช้ทำการตัดสินใจ
1. มันยากเกินไป
2. เราไม่เคยทำด้วยวิธีนี้มาก่อน
3. ทำไมต้องเปลี่ยน
4. มันไม่เคยได้ผล
5. เราทำอีกวิธีเมื่อครั้งที่แล้ว
6. คนอื่นเขาก็ทำกันอย่างนี้
7. บางอย่างจะผิดพลาด
8. ไม่ต้องห่วง มันจะได้ผล
9. ก็แค่ทำอะไรสักอย่าง

การตัดสินใจต้องจำไว้ว่า
1.ไม่มีการตัดสินใจใดที่เป็นการตัดสินใจในตัวเอง
2. ความซื่อสัตย์เป็นนโยบายที่ถูกต้อง
3. นิสัยไม่มีจรรยาบรรณไม่มีทางรอดไปได้
4. มันง่ายกว่าที่จะแสดงความเสียใจที่ไม่ได้ทำอะไรลงไปมากกว่าที่จะได้รับอนุญาตให้ทำอะไรที่ไม่สมควรจะทำ
5. ความมั่นใจช่วยตัดสินใจมากกว่าเหตุผล
6. ความมีชื่อเสียงไม่ช่วยแก้ปัญหา
7. คนสามารถเจ็บปวดกับการแนะนำผิดๆแบบโง่แล้วอวดฉลาด (อย่าหวังดีแต่ประสงค์ร้าย)

ข้อสังเกตในการเป็นผู้นำ
1. การเป็นผู้นำเป็นบางอย่างที่ได้รับจากคนอื่น
2. มันไม่สำคัญว่าคุณอยู่ในฝ่ายบริหารนานเท่าไร แต่การบริหารอยู่ในตัวคุณนานเท่าไรต่างหากที่สำคัญ
3. การทดสอบที่แท้จริงของการบริหาร คือออกไป แล้วดูว่ามีใครตามมาบ้าง
4. ถ้าคุณสั่งอย่างมีศิลป คุณจะได้รับการเชื่อฟังอย่างเต็มใจ
5. การเป็นผู้นำที่มากเกินไปประกอบด้วยการ ทำให้มันยากสำหรับคนอื่นที่จะทำงานได้สำเร็จ
6. ไม่มีใครจะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ได้ถ้าทำทุกอย่างด้วยตนเอง หรือเอาเครดิตไว้คนเดียว
7. ผู้นำที่ดีจะไม่สนใจว่าใครถูกต้องมากกว่า อะไรถูกต้อง
8. ผู้นำอยู่เพื่อจะทำให้กฏมีข้อยกเว้นที่ฟังดูมีเหตุผล
9. ผู้นำที่ดีจะรับความผิดไว้มากกว่า และรับความชอบไว้น้อยกว่า


การเป็นผู้นำที่ดีกับการเป็นผู้นำที่เลว
1. ผู้นำที่ดีช่วยเหลือ ผู้นำที่เลวบังคับ
2. ผู้นำที่ดีสาธิตให้ดู ผู้นำที่เลวเรียกร้องให้ทำ
3. ผู้นำที่ดีแนะนำ ผู้นำที่เลวละเลย
4. ผู้นำที่ดีร่วมกลุ่ม ผู้นำที่เลวเห็นแก่ตัว
5. ผู้นำที่ดีนำโดยการทำเป็นตัวอย่าง ผู้นำที่เลวแหกกฏ
6. ผู้นำที่ดีควบคุม ผู้นำที่เลวสับสน

กฏในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
1. ความเข้าใจเป็นข้อพิสูจน์อย่างเดียวว่าการสื่อสารประสบความสำเร็จ
2. ความหมายอยู่ภายในตัวพวกเรา
3. การสื่อสารที่แท้จริงไหลไป-กลับ
4. การฟังสำคัญเท่าๆกับการพูด
5. การฟังไม่ใช่สิ่งเดียวกับการเข้าใจ
6. ข่าวสารยิ่งพูดมากเท่าไร ยิ่งผิดพลาดมากเท่านั้น
7. ผู้ฟังสามารถรับรู้จากน้ำเสียงได้มากกว่าจากตัวผู้พูด
8. ในที่สุดแล้วการสนทนาทั้งหลายจะเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัว

วลีที่ทำให้การสื่อสารดีขึ้น
1. "ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด คุณหมายความว่า...."
2. "พูดอีกอย่างคือคุณคาดว่าผมจะ...."
3. "ที่คุณพูด หมายความว่า...."
4. "ให้ผมสรุปว่าเราได้พูดอะไรไปบ้างวันนี้...."
5. "ผลจากการคุยกันวันนี้ ผมจะ...."
การฟัง
1. ฟังโดยไม่ประเมิน
2. อย่าคาดการณ์ อย่าตัดบท
3. อย่าแสร้งทำเป็นสนใจ
4. ทบทวนเป็นระยะๆว่าได้พูดอะไรไปบ้าง

กฎในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงาน
1. หนุนตัวแทนเมื่อพวกเขาถูก
2. แสดงความรับผิดชอบในความผิดพลาด
3. ห้ามตำหนิ วิจารณ์ตัวแทนลับหลัง
4. อย่ามีคนโปรด
5. รักษาสัญญา
6. อย่าเลี่ยงคำถาม
7. อยู่กับร่องกับรอย
8. มีความสนใจในงานตัวแทน
9. ต้อนรับความคิด และคำแนะนำ ที่สร้างสรร
10. ยอมรับการตำหนิที่มีหลักการ
11. รวมทุกคนในการวางแผน
12. อย่าตื่นตระหนก


การสื่อสารที่ไม่ใช้คำพูด
1. ในการคุยกันตัวต่อตัว อย่างน้อยที่สุดครึ่งหนึ่งของข้อความถูกส่งออกไปโดยไม่ได้พูด
2. จากการแต่งกายของคุณจะมีอิทธิพลต่อผู้คน
3. ถ้าคนฟังดูน่ารำคาญใจ โอกาสที่จะเป็นไปได้คือเขากำลังรำคาญใจในตัวผู้พูด






Create Date : 03 กรกฎาคม 2552
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 17:50:47 น. 0 comments
Counter : 292 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Toad
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ประวัติส่วนตัว

ชื่อ- นามสกุล ทศพล จึงทวีสูตร
ด้านโหราศาสตร์
มูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์
สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ

ข้อคิดเตือนใจ
1.ดวงคืออดีตกรรม นำสู่วันเวลาเกิด ใช่ว่าจะมิอาจเปลี่ยนแปลงเรื่องดี – ร้าย เพราะยังมีปัจจุบันกรรม อันเป็นการกระทำของเราเองในปัจจุบันขณะ ซึ่งอาจส่งผลต่ออำนาจของบุญ – กรรมเก่าที่เราสั่งสมมาดังปรากฏในดวงชะตาได้ คือที่ว่าตกก็อาจไม่ตกมาก ที่ว่าแย่อาจไม่แย่มาก หรือที่ว่าจะได้ทำไมไม่ได้ ที่ว่าจะสำเร็จทำไม่ล้มเหลว

ดังนั้น ....พึงอย่าหลง หรือติดยึดกับอดีตกรรมเสียทีเดียว ว่าจะได้ หรือเสีย ตามนั้น..... ขึ้นอยู่กับปัจจุบันกรรม และกำลังของสติ ที่ท่านสามารถควบคุมจิต มิให้ตกไปสู่อำนาจกรรมวิบาก ที่จะจรมาในชีวิตเมื่อถึงเวลาของเขาด้วย

สิ่งหนึ่งที่เหนือกว่า กฎของดวงดาว คือ กฎแห่งกรรม และที่เหนือไปกว่ากฎแห่งกรรม นั่นคือ กฎแห่งธรรมนั่นเอง

2.ทุกสิ่งล้วนมีจิต ของท่านเองเป็นตัวนำ จะดี จะชั่ว ได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์ “จิต”ของ ท่านนึกน้อมไป ตามแรงบุญ – กรรมนั้นๆ หากถึงเวลาที่กรรมมาตัดรอน อำนาจกรรมนั้นๆ ก็จะมาครอบงำจิตใจท่าน ให้หลงผิด คิดเข้าใจผิด จนเกิดความเสียหาย ตามแต่อำนาจของ “ กรรม “ แต่ละคน

3.หาก “ สติ “ ของท่านมีกำลัง มีความเข้มแข็ง ย่อมมีอำนาจเหนือจิต ที่อาจถูกครอบงำจากแรงกรรมได้ สติท่านจะมีมากน้อย จะเข้มแข็งหรืออ่อนแรง ขึ้นกับท่านว่าจะใส่ใจ สนใจ ฝึกสติบ้างไหม.... ?

บางท่านบอกว่าก็มีสติดีอยู่ กันทุกคนมิใช่หรือ เช่นเวลาเราข้ามถนนเราก็ต้องมีสติ รู้ว่าจังหวะไหนควรข้ามนี่นา แต่...โปรดเข้าใจ สติในทางพุทธศาสนา หมายถึง ท่านมีสติที่จะรู้อย่างถูกต้องว่า สิ่งนี้มีประโยชน์ หรือมีโทษต่อท่าน อันนี้ขอให้พิจารณา

4.“ สติ “ จะฝึกอย่างไร ...ก็มีกุศโลบายหลายอย่าง หากพูดแบบรวบรัด แต่ง่ายที่จะเข้าใจก็คือ ท่านต้องหมั่นทำความรู้สึก รู้เนื้อรู้ตัวบ่อยๆ จะลุก จะนั่ง ก็รู้สึก “ รู้ “ จะทำกิจกรรมใดๆ ก็รู้สึก “ รู้ “ แม้ว่าในทางนามธรรม เช่น โลภ อยากได้ โกรธ โมโห มีตัณหา ระคะเกิด ก็แค่รับรู้ รู้สึก ไม่ต้องไปกด ไปข่ม ไปหนี ไปเพ่งอะไร.... ทำหน้าที่รู้ เสมือนผู้ดูละคร ดูตัวละครแต่ละตัวเขาเล่นไป คือดู และรับรู้เท่านั้น ใส่ใจเช่นนี้บ่อยๆ ท่านก็จะมีสติเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ

หากท่านไม่เข้าใจ ท่านก็ต้องเข้าสู่การฝึกสติ แบบมีรูปแบบไปก่อน แนว พอง-ยุบ ที่วัดอัมพวัน ก็ไม่ยาก แต่ต้องอดทนสำหรับที่นี่ แน่นอนว่าอินทรีบารมีจะแกร่งกว่าที่อื่น เพราะได้ขันติบารมีเพิ่มไปด้วย แนวเคลื่อนไหว ก็น่าสนใจ ไม่ต้องกำหนด ภาวนาอะไร มีสติกับการเคลื่อนไหว สนุกดีถ้าชอบ แนวเซน ฯ...

แต่ไม่ว่าแนวไหน สุดท้ายก็จะเข้ามาสู่ธรรมชาติตามความเป็นจริง ที่ผมกล่าวข้างต้น คือ รู้สึกในอารมณ์ ปัจจุบันขณะเข้าไว้.. : )

Friends' blogs
[Add Toad's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.