Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
3 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
ออกกำลังกายทำให้ข้อเสื่อมเร็ว จริงหรือ

ออกกำลังกายทำให้ข้อเสื่อมเร็ว จริงหรือ

มีคนจำนวนมากตั้งข้อสงสัยว่าการออกกำลังกาย เช่น วิ่งมาราธอน, เดิน เป็นกีฬาที่ต้องใช้เท้าวิ่งและกระโดด อาจทำ ให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น ก็เลยพยายามหลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย แต่ผลที่ตามมาก็แสดงให้เห็นผลเสียมากกว่าผลดี เช่น มีภาวะ น้ำหนักเกิน, โรคอ้วน, ร่างกายอ่อนแอ, สมรรถภาพในการทำงานลดลง และจิตใจหงุดหงิดเป็นต้น

นักวิชาการวิทยาศาสตร์สุขภาพพยายามค้นหาปรากฏการณ์มาอธิบายสิ่งเหล่านี้ การที่จะตอบคำถามนี้ให้ชัดเจน จำเป็น อย่างยิ่งที่ต้องอธิบายตามภาวะหรือข้อจำกัดที่แต่ละบุคคลมี การตอบเพียงแค่ว่าใช่หรือไม่ใช่เท่านั้นไม่เพียงพอที่จะให้ความกระจ่าง และถูกต้องได้ ตัวอย่างเช่น คนปกติที่ออกกำลังกายเป็นประจำนั้น การออกกำลังกายไม่ได้เร่งให้เป็นโรคข้อเสื่อม แต่คนที่เป็น โรคข้อเสื่อมอยู่แล้ว การออกกำลังกายบางอย่างทำให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น ในทางตรงกันข้ามคมที่เป็นโรคข้อเสื่อมอยู่แล้ว การออกกำลังกายบางอย่างที่เหมาะสมกลับช่วยบำบัดรักษาให้ผู้ป่วยดีขึ้น

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลของการออกกำลังกายต่อภาวะข้อเสื่อมโดยจำแนกตามภาวะของผู้ป่วยและภาวะของการออกกำลัง กายดังต่อไปนี้

1. คนปกติออกกำลังกาย

2. ผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมออกกำลังกาย
- ออกกำลังกายอย่างไรทำให้ข้อเสื่อมเร็ว
- ออกกำลังกายอย่างไรทำให้ข้อเสื่อมดีขึ้น
- ผลของการไม่ออกกำลังกายในภาวะข้อเสื่อม

ผลการวิจัย จากหลายสถาบันทั้งในอเมริกาและยุโรปพบว่า คนที่ปกติไม่มีโรคข้อเสื่อมอักเสบ การออกกำลังกายไม่ว่าจะหนัก หรือเบาอย่างไรไม่มีผลเร่งทำให้ข้อเสื่อมเร็ว ดร.เลน และคณะนักวิจัยด้านโรคข้ออักเสบแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ประเทศ สหรัฐอเมริกาพบว่า คนที่วิ่งมาราธอนไม่ได้ทำให้ข้อเสื่อมเร็วกว่าคนปกติที่ไม่ออกกำลังกาย และที่แน่นอนที่สุด สมรรถภาพทางกาย และคุณภาพชีวิตคนวิ่งมาราธอนเหล่านี้ย่อมดีกว่าคนปกติที่ไม่ออกกำลังกาย

คราวนี้ถ้านักวิ่งมาราธอนเกิดอุบัติเหตุหกล้มหรือมีภาวะบาดเจ็บของข้อหรือกล้ามเนื้อที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของข้อและไม่ได้ รอจนกว่าสภาพของร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติแต่กลับไปออกกำลังกายวิ่งมาราธอนเช่นเดิม จะมีโอกาสเกิดภาวะข้อเสื่อมเร็วขึ้นกว่า คนปกติที่ไม่ออกกำลังกาย กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้ามีภาวะบาดเจ็บของข้อ แล้วรีบออกกำลังกายรุนแรงจะทำให้ข้ออักเสบเร็ว อย่างไร ก็ตามถ้าบุคคลเหล่านี้ได้รับการฟื้นฟูสภาพที่เหมาะสมร่วมกับการออกกำลังกายที่พอควร (ไม่รุนแรง, ไม่ลงน้ำหนักข้อที่บาดเจ็บมาก เกินไป) จะช่วยให้หายจากภาวะบาดเจ็บได้เร็วขึ้น

คำถามก็คือว่า ออกกำลังกายแบบไหนและเพียงไรจึงพอเหมาะพอดี ในกรณีที่มีการบาดเจ็บของข้อ และภาวะข้อเสื่อมแล้ว คำตอบก็คงจะไม่ตรงไปตรงมา เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพความรุนแรงและชนิดของการบาดเจ็บและภาวะข้อเสื่อมอักเสบ

ตัวอย่างเช่น คนที่ข้อแพลงเล็กน้อยอาจหยุดพักการใช้ข้อเพียง 3-5 วัน แล้วก็เริ่มออกกำลังกาย เคลื่อนไหวข้อมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการปั่นจักรยานหรือเกร็งกล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อซ้ำ ๆ กันจนเมื่อยแล้วฝึกเดินบนพื้นราบ เดินขึ้นเนิน แล้ววิ่งเหยาะ ๆ เมื่อกล้าม เนื้อแข็งแรงมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามคนที่ภาวะเอ็นยึด ข้อฉีกขาดจากการเล่นกีฬา อาจต้องรับการผ่าตัดเย็บซ่อมเอ็นที่ขาดนั้น แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มความหนักของการออกกำลังกายขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพนานกว่ากรณีแรกอย่างแน่นอน

อีกตัวอย่างหนึ่งที่พบบ่อยคือ ภาวะที่มีข้อเสื่อมอักเสบร่วมกับมีอาการบวมน้ำและร้อน ซึ่งแสดงว่ามีภาวะข้ออักเสบระยะ เฉียบพลัน ภาวะนี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องพักการใช้ข้อ (ไม่เดินลงน้ำหนัก) สัก 2-3 วัน หรือรอจนกว่าอาการบวมและร้อนนั้นทุเลาลง แล้วจึงเริ่มเกร็งกล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อ และค่อย ๆ เพิ่มความหนักของการออกกำลังกาย เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากท่านสงสัยในรายละเอียดควรปรึกษาแพทย์และนักกายภาพบำบัด
แนวทางในการออกกำลังกายสำหรับผู้ที่มีภาวะข้อเสื่อมอักเสบได้ถือปฏิบัติเพื่อการบำบัดรักษาด้วยตนเอง

1. ก่อนเริ่มออกกำลังกายครั้งแรกควรปรึกษาแพทย์และนักกายภาพบำบัดที่ดูแลรักษาท่านก่อน เพื่อให้แนวทางในการปฏิบัติ ตลอดจนข้อห้ามและข้อพึงระวังต่าง ๆ สำหรับภาวะร่างกายของท่านเอง

2. ควรตั้งเป้าหมายระยะสั้นของการออกกำลังกายเพื่อท่านสามารถประเมินผลและเห็นความก้าวหน้าของตนเองโดยลำดับ เช่น ภายใน 2 สัปดาห์ ควรรู้สึกว่าอาการปวดลดลงและเคลื่อนไหวข้อได้มากขึ้น, ภายใน 6 สัปดาห์ ควรรู้สึกว่ากล้ามเนื้อแข็งแรง ขึ้นอย่างชัดเจนเป็นต้น

3. ถ้ามีเพื่อนร่วมออกกำลังกาย จะทำให้รู้สึกไม่เบื่อหน่ายง่ายและช่วยกระตุ้นความสนใจในการออกกำลังกายได้ดีกว่า ทำแต่เพียงคนเดียว พึงระลึกไว้เสมอว่าผลด้านความแข็งแรงของร่างกายจะเห็นไดชัดเมื่อออกกำลังกายครบ 6 สัปดาห์ไปแล้ว ไม่ใช่ครั้งสองครั้งแล้วท้อไปเสียก่อน

4. ควรเริ่มด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ ก่อนเสมอ เพื่อเป็นการอบอุ่นร่างกาย เช่น เคลื่อนไหวข้อในช่วงการเคลื่อนไหว ที่ไม่ปวดหรือเพียงแค่เกร็งกล้ามเนื้อรอบ ๆข้อ ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานาน 5-10 นาที ไม่ควรหักโหม โดยเฉพาะในวันแรก ๆของ การออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้บาดเจ็บเพิ่มแล้วเลยพลอยไม่อยากออกกำลังกายอีก เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้ว จึงค่อย ๆ เพิ่ม ความหนักและระยะเวลาของการออกกำลังกายขึ้นทีละน้อย
มีข้อสังเกตว่า ถ้าออกกำลังกายแล้วมีอาการปวดบวมที่ข้อมากขึ้น แสดงว่าอาจออกกำลังกายมากเกินไปหรือทำผิดวิธี ควรหยุดพักจนกว่าอาการเหล่านี้บรรเทาไป อย่างไรก็ตาม คนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายครั้งแรก ๆ อาจรู้สึกเมื่อย ๆ ขัด ๆ บริเวณข้อ และกล้ามเนื้อซึ่งถือว่าเป็นธรรมดา แต่อาการนี้ควรหายไปภายใน 24 ชั่วโมง หลังออกกำลังกาย

5. ผู้ที่มีภาวะข้อเสื่อมอักเสบควรออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันหรือสัปดาห์ละห้าวัน โดยสลับความหนักเบาของ การออกกำลังกายได้ เพื่อว่าร่างกายจะไม่หักโหมจนเกินไป ขณะเดียวกัน ก็ทำให้การออกกำลังกายเป็นปัจจัยหนึ่งของชีวิตประจำวัน

6. ตัวอย่างของการออกกำลังกายสำหรับภาวะข้อเสื่อมแบ่งตามระดับความหนักเบาต่อข้อได้ดังนี้

- การออกกำลังกายชนิดเบา เช่น เกร็งกล้ามเนื้อรอบข้อซ้ำ ๆ กัน เคลื่อนไหวข้อตลอดช่วงการเคลื่อนไหวโดยไม่ลงน้ำหนัก, เคลื่อนไหวข้อในสระน้ำ

- การออกกำลังกายชนิดปานกลาง เช่น การปั่นจักรยานโดยไม่ปรับความฝืด, การเดินบนพื้นราบ, การเต้นแอโรบิคระดับ เบื้องต้น,การว่ายน้ำ, การเต้นแอโรบิคในน้ำ

- การออกกำลังกายชนิดหนัก เช่น การวิ่งมาราธอน, การฝึกยกน้ำหนัก, การเดินขึ้นและลงพื้นที่ชัน

7. พึงระลึกไว้เสมอว่า การไม่ออกกำลังกายเลยมีผลเสียมากกว่าผลดีในผู้ป่วยข้อเสื่อมอักเสบ กล่าวคือ ทำให้กล้ามเนื้อ อ่อนแอ, กระดูกอ่อน, ผิวข้อเสื่อมสลายเร็ว, น้ำหนักตัวเพิ่ม, ปวดมากขึ้น และเสื่อมสมรรถภาพทางกาย ส่วนการออกกำลังกายนั้น แม้เพียงเล็กน้อยก็ย่อมให้ผลดีกว่าไม่ออกกำลังกายเลย





Create Date : 03 กรกฎาคม 2552
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 17:19:41 น. 0 comments
Counter : 334 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Toad
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ประวัติส่วนตัว

ชื่อ- นามสกุล ทศพล จึงทวีสูตร
ด้านโหราศาสตร์
มูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์
สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ

ข้อคิดเตือนใจ
1.ดวงคืออดีตกรรม นำสู่วันเวลาเกิด ใช่ว่าจะมิอาจเปลี่ยนแปลงเรื่องดี – ร้าย เพราะยังมีปัจจุบันกรรม อันเป็นการกระทำของเราเองในปัจจุบันขณะ ซึ่งอาจส่งผลต่ออำนาจของบุญ – กรรมเก่าที่เราสั่งสมมาดังปรากฏในดวงชะตาได้ คือที่ว่าตกก็อาจไม่ตกมาก ที่ว่าแย่อาจไม่แย่มาก หรือที่ว่าจะได้ทำไมไม่ได้ ที่ว่าจะสำเร็จทำไม่ล้มเหลว

ดังนั้น ....พึงอย่าหลง หรือติดยึดกับอดีตกรรมเสียทีเดียว ว่าจะได้ หรือเสีย ตามนั้น..... ขึ้นอยู่กับปัจจุบันกรรม และกำลังของสติ ที่ท่านสามารถควบคุมจิต มิให้ตกไปสู่อำนาจกรรมวิบาก ที่จะจรมาในชีวิตเมื่อถึงเวลาของเขาด้วย

สิ่งหนึ่งที่เหนือกว่า กฎของดวงดาว คือ กฎแห่งกรรม และที่เหนือไปกว่ากฎแห่งกรรม นั่นคือ กฎแห่งธรรมนั่นเอง

2.ทุกสิ่งล้วนมีจิต ของท่านเองเป็นตัวนำ จะดี จะชั่ว ได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์ “จิต”ของ ท่านนึกน้อมไป ตามแรงบุญ – กรรมนั้นๆ หากถึงเวลาที่กรรมมาตัดรอน อำนาจกรรมนั้นๆ ก็จะมาครอบงำจิตใจท่าน ให้หลงผิด คิดเข้าใจผิด จนเกิดความเสียหาย ตามแต่อำนาจของ “ กรรม “ แต่ละคน

3.หาก “ สติ “ ของท่านมีกำลัง มีความเข้มแข็ง ย่อมมีอำนาจเหนือจิต ที่อาจถูกครอบงำจากแรงกรรมได้ สติท่านจะมีมากน้อย จะเข้มแข็งหรืออ่อนแรง ขึ้นกับท่านว่าจะใส่ใจ สนใจ ฝึกสติบ้างไหม.... ?

บางท่านบอกว่าก็มีสติดีอยู่ กันทุกคนมิใช่หรือ เช่นเวลาเราข้ามถนนเราก็ต้องมีสติ รู้ว่าจังหวะไหนควรข้ามนี่นา แต่...โปรดเข้าใจ สติในทางพุทธศาสนา หมายถึง ท่านมีสติที่จะรู้อย่างถูกต้องว่า สิ่งนี้มีประโยชน์ หรือมีโทษต่อท่าน อันนี้ขอให้พิจารณา

4.“ สติ “ จะฝึกอย่างไร ...ก็มีกุศโลบายหลายอย่าง หากพูดแบบรวบรัด แต่ง่ายที่จะเข้าใจก็คือ ท่านต้องหมั่นทำความรู้สึก รู้เนื้อรู้ตัวบ่อยๆ จะลุก จะนั่ง ก็รู้สึก “ รู้ “ จะทำกิจกรรมใดๆ ก็รู้สึก “ รู้ “ แม้ว่าในทางนามธรรม เช่น โลภ อยากได้ โกรธ โมโห มีตัณหา ระคะเกิด ก็แค่รับรู้ รู้สึก ไม่ต้องไปกด ไปข่ม ไปหนี ไปเพ่งอะไร.... ทำหน้าที่รู้ เสมือนผู้ดูละคร ดูตัวละครแต่ละตัวเขาเล่นไป คือดู และรับรู้เท่านั้น ใส่ใจเช่นนี้บ่อยๆ ท่านก็จะมีสติเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ

หากท่านไม่เข้าใจ ท่านก็ต้องเข้าสู่การฝึกสติ แบบมีรูปแบบไปก่อน แนว พอง-ยุบ ที่วัดอัมพวัน ก็ไม่ยาก แต่ต้องอดทนสำหรับที่นี่ แน่นอนว่าอินทรีบารมีจะแกร่งกว่าที่อื่น เพราะได้ขันติบารมีเพิ่มไปด้วย แนวเคลื่อนไหว ก็น่าสนใจ ไม่ต้องกำหนด ภาวนาอะไร มีสติกับการเคลื่อนไหว สนุกดีถ้าชอบ แนวเซน ฯ...

แต่ไม่ว่าแนวไหน สุดท้ายก็จะเข้ามาสู่ธรรมชาติตามความเป็นจริง ที่ผมกล่าวข้างต้น คือ รู้สึกในอารมณ์ ปัจจุบันขณะเข้าไว้.. : )

Friends' blogs
[Add Toad's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.