Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
3 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
96 เคล็ดลับ คู่บ้าน

96 เคล็ดลับ คู่บ้าน


1. โรงรถมีกลิ่นอับมาก จะขจัดกลิ่นออกได้โดยโรยหญ้าที่เพิ่งตัด มาใหม่ๆ ลงบนพื้นโรงรถ แล้วปล่อยทิ้งไว้สักระยะหนึ่งต้นหญ้าจะดูดเอากลิ่น อับในโรงรถออกไปจนหมด

2. ถ้าต้องการอบผ้า 2-3 ชิ้นให้แห้งเร็วขึ้นทำได้โดยหาผ้าขนหนูสะอาดๆ ใส่ลงไปในเครื่องด้วยเพราะผ้าขนหนูจะ ไปช่วยดูดซับความชื้นทำให้ผ้า แห้งเร็วขึ้นอีก


3. วิธีทำให้กรอบกระจกเงา หรือกรอบกระจกรูปภาพมองดูใหม่ เสมอ ทำได้โดยการใช้ผ้าชุบน้ำมันสนแล้วทา บริเวณ กรอบไม้ รอจนแห้งสนิท กรอบจะมองดูใหม่ทันที

4. วิธีล้างคราบสกปรกที่แก้วเจียระไน ทำง่ายๆคือหาเปลือกฝรั่ง ใส่ลงไปในแก้วเจียระไน แช่ทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมง แล้วล้าง ด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้แก้วจะดูใสสะอาด

5. วิธีทำความสะอาดเครื่องเคลือบที่ทำด้วยทองเหลืองมีวิธีการทำง่ายๆ คือนำเอาหัวหอมมาต้มในน้ำเดือด แล้วนำมาขัดลงบนเครื่องเคลือบ เพียงเท่านี้เครื่องเคลือบจะมองดู ใหม่สะอาดหมดจดทีเดียว

6. วิธีการขจัดคราบไขมันที่ติดรอบท่ออ่างล้างจาน ซึ่งถ้าปล่อยไว้ นานๆ จะเป็นเหตุให้ท่ออุดตันได้ มีวิธีทำคือ นำเกลือแกงใส่ลง ไปในท่อ 2-3 ช้อน จากนั้นนำเบกกิ้งโซดาหรือผงฟูต้มน้ำให้ เดือดแล้วเทลงไป ไขมันที่อุดตันก็จะหลุดออกไปหมด

7. วิธีขจัดพวกมดแมลงมาขึ้นถังขยะทำได้ง่ายๆ โดยหยดแอมโมเนีย ลงข้างๆ ถังขยะ สักเล็กน้อย กลิ่นแอมโมเนียจะทำให้มดแมลง ไม่กล้าเข้ามาใกล้ถังขยะอีก

8. การรักษาเครื่องมือทำสวนที่เป็นโลหะไม่ให้ผุกร่อนได้ง่าย มีวิธีการรักษาโดยใช้วาสลินทาผิวของโลหะทุกครั้งเมื่อใช้ เสร็จแล้ว และนำมาทำความสะอาดอีกครั้ง

9. การใช้เตาแก๊สแบบประหยัด ทำได้โดยปรับเปลวไฟให้เป็น สีน้ำเงินเสมอ และไม่ควรเปิด ไฟแก๊สให้สูงกว่า ก้นหม้อด้วย จะทำให้หม้อร้อนช้า ควรปรับระดับให้พอดีกับก้นหม้อ

10. วิธีดับกลิ่นเหม็นในถังขยะไม่ว่าจะเป็นหน้าบ้านหรือในบ้านให้หมดกลิ่น ได้ ทำได้โดยใส่เปลือกมะนาว หรือเปลือกส้มเขียวหวาน ส้มโอก็ได้ ใส่ลงไปในถังขยะ กลิ่นส้มจะไปลดกลิ่นลงทำให้มีกลิ่นน้อยลง

11. การขัดรอยแมลงวันบนกระจกมีเคล็บลัดคือ ใช้ผงกาแฟคั่วหนึ่งช้อน ผสมกับน้ำมันก๊าดหนึ่งลิตร และใช้เศษผ้า ชุบเช็ดกระจกรอยแมลงวัน ก็จะหมดไป

12. หากต้องการทาสีห้องใหม่ แต่กลัวว่าห้องจะมีแต่กลิ่นเหม็น ของสี อยู่หลายวัน มีวิธีขจัดกลิ่นเหม็นของสีคือ ก่อนจะทาสี ให้ผสมน้ำวานิลลา 1 ช้อนชาต่อสี 1 แกลลอนคนให้เข้ากัน แล้วจึงนำไปทาห้อง สีที่ทาใหม่จะไม่มีกลิ่นเหม็นเป็นเด็ดขาด


13. วิธีการป้องกันไม่ให้ถุงในเครื่องดูดฝุ่นโดนแมลงกัดเป็นรูคือ นำการบูร หรือลูก เหม็นใส่เข้าไปในถุงดูดฝุ่นสัก 1 ก้อน นอกจากป้องกันแมลง แล้วยังป้องกันกลิ่นอับอีกด้วย

14. แก้ปัญหายุงไปไข่ทิ้งไว้ในแท็งก์น้ำ ทำให้มีลูกน้ำ ว่ายวนอยู่ในแท็งมีวิธีทำคือ นำอิฐแดงๆ ที่ใช้ในการ ก่อสร้างมาเผาไฟให้ร้อนๆ แล้วเอาใส่ลงไปในแท็งก์น้ำ ทันที เพียงเท่านี้ยุงจะไม่กล้าเข้าไปไข่ทิ้งไว้อีกเลย

15. วิธีกำจัดต้นหญ้าที่ขึ้นไม่ถูกที่ ทำได้โดยใช้เกลือโรยตรงส่วนที่ ต้นหญ้าขึ้น เหตุเพราะเกลือจะ ไปทำให้ดินตรงที่ต้นหญ้าขึ้นอยู่ เค็มจึงทำให้ต้นหญ้าตายในที่สุด

16. น้ำประปาที่มีกลิ่นคลอรีนแรงมากมีวิธีกำจัดกลิ่นให้หมดไปโดยฝานมะนาวบางๆ ลงไปในน้ำ มะนาวจะช่วย ดูดกลิ่น คลอรีนให้หมดไป และทำให้น้ำดื่มได้อีกด้วย

17. ขอบยางประตูตู้เย็นมีราขึ้น จะมีวิธีลบราออกได้โดยใช้ผ้าชุบ น้ำส้มสายชูแล้วนำ ไปถูตรงขอบยางประตู ตู้เย็นที่เป็นรา ราก็ออกไปได้โดยง่ายดาย

18. ขจัดปัญหาหมาแมวฉีและอุจจาระไม่เลือกที่ทำได้โดยการโรยพริกไทย ป่นลงไป บนที่มันเคยฉี่หรืออุจจาระไว้ เพียงเท่านี้หมา แมวก็จะดมกลิ่น หาที่ที่มันเคยฉี่และ อุจจาระไม่เจอ เหตุเพราะพริกไทยป่นจะไปดับกลิ่น หมด ทางที่ดีควรสอนให้มันฉี่และอุจจาระ ในห้องน้ำ หรือบนกระดาษที่ เราควรจะวางไว้ให้จนเคยชิน

19. การรักษาไม้กวาดดอกหญ้าที่ซื้อมาใหม่ให้ใช้ไปได้นานๆ ทำได้โดยการจุ่มไม้กวาด ดอกหญ้าใน น้ำเกลือร้อนๆ ขนของไม้กวาดจะเกาะตัวกันเวลาใช้จะทนทานไม่ขาดง่าย

20. ตะปูที่ตอกไว้ข้างฝาคอนกรีตสำหรับแขวนรูปหลวม มีวิธีแก้ไขง่ายๆ คือ ใช้สำลีพันตะปูชุบกาวและตอก เข้าไปใหม่ กาวที่สำลีจะยึดติดกันแน่นขึ้น

21. วิธีการขจัดกลิ่นเหม็นสาปที่ติดอยู่ในกระติกน้ำแข็งทำได้โดย นำเบกกิ้งโซดามาผสม กับน้ำร้อน และนำมาล้างถู กระติกน้ำ ให้ทั่ว แล้วล้างน้ำอีกครั้งกลิ่นสาปก็จะหายไป

22. วิธีการเก็บสายยางที่ยาว ไว้โดยไม่เปลืองเนื้อที่ ทำได้โดยม้วนสอดเข้าไป ในยางรถ ยนต์อันที่ไม่ใช้แล้ว เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

23. ขจัดปัญหากลิ่นส้วมเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบ้านคือใช้นำมันก๊าดประมาณ 1 ขวดใหญ่ มาเทราดลงไปในคอห่าน แล้วเทน้ำตามลงไปเพื่อ ขจัดกลิ่นน้ำมันก๊าดให้หมด


24. วิธีป้องกันหมาแมวตัวโปรดมากัดแทะเฟอร์นิเจอร์ในบ้านคือ ใช้น้ำมันยูคาลิปตัส หรือน้ำมันที่มีกลิ่นฉุนทา ที่เฟอร์นิเจอร์ กลิ่นฉุนนั้นจะทำให้มันไม่กล้าเข้ามากัดแทะอีก

25. วิธีขจัดรอยเปื้อนด่างดำบนเครื่องใช้ที่เป็นหนังคือ หยดน้ำมันสลัดสัก 2-3 หยด ในน้ำสบู่ แล้วใช้แปรงจุ่มน้ำ ที่ผสมไว้มาถู จากนั้นจึงซักใน น้ำสบู่ธรรมดาอีกครั้ง แล้วล้างด้วยน้ำเย็น ต่อด้วยเช็ดให้แห้งผึ่งลมไว้

26. วิธีการดึงสติกเกอร์ที่ติดอยู่บนฝาห้องออกโดยไม่ทิ้งคราบกาวไว้ ที่ฝาทำได้โดยใช้น้ำมันพืชมาทาบน รูปสติกเกอร์ แล้วจึงค่อยๆ ดึงออกมา

27. การใช้เครื่องซักผ้าแบบประหยัดที่สุดคือในการซักผ้าแต่ละครั้ง ควรจะซักผ้าในปริมาณที่มากที่สุด

28. การทำให้ตู้เสื้อผ้าของคุณหอมได้โดยที่ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อ มาใส่ เพียงแต่คุณใช้เศษสบู่ที่จะทิ้งแล้วไปวาง ไว้ในมุมใดมุม หนึ่งของตู้ กลิ่นสบู่นั้นก็จะหอมไปทั่วตู้เลย

29. วิธีทำความสะอาดภาชนะอลูมิเนียมให้ใสสะอาดเหมือนใหม่คือ นำเอาเปลือกแอปเปิ้ล ต้ม 2-3 นาที แล้วใช้น้ำ ขัดถูภาชนะ อะลูมิเนียมก็จะดูเงาวามเหมือนใหม่

30. วิธีการใช้เตาอบให้ใหม่อยู่เสมอคือ หลังจากใช้เตาอบแล้ว ควรเช็ดทำความสะอาดทุกครั้ง และทำในขณะที่ เตายัง อุ่นๆ อยู่ เพราะจะเช็ดได้ง่ายกว่าในขณะที่เย็นแล้ว

31. วิธีขจัดรอยคราบเหนียวบนผนังตู้เย็นคือ ใช้น้ำมันพืชเทลงบน กระดาษเช็ดมือ แล้ว ถูจนสะอาด ทำสัก 2-3 ครั้ง น้ำมันพืชจะ ไม่ทำลายความเงาของตู้เย็นหรอก


32. วิธีขจัดกลิ่นเหม็นของท่อระบายน้ำล้างจาน ให้หอมสดชื่นได้คือ เทเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วย ลงไปในท่อระบายน้ำ ทิ้งไว้ 5 นาที เทน้ำส้ม สายชูตามลงไปอีก 1 ถ้วย จะขจัดกลิ่นเหม็นได้ดีจริงๆ

33. ในการใช้ยาขัดเฟอร์นิเจอร์ไม่ควรใช้ประเภท เช่น น้ำมัน ขี้ผึ้ง บ่อยๆ เพราะอาจจะทำให้ผิวเฟอร์นิเจอร์เกิด ความเสียหายได้ง่าย

34. ในการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้าฝ้าย ให้ใช้แปรงทาสี ด้ามใหม่ปัดตามซอกมุมเฟอร์นิเจอร์ไป พร้อมกันกับการทำความ สะอาดเฟอร์นิเจอร์ทุกครั้ง

35. การทำความสะอาดในซอกเล็กซอกน้อยของโคมไฟ ให้ใช้เครื่อง เป่าผม เป่าลมไปตาม ที่มีฝุ่นละอองจับ แล้วเช็ดถูทำความสะอาด ด้วยผ้าชุบน้ำอีกครั้ง โคมไฟก็จะดูใหม่เสมอ

36. วิธีลบคราบดวงๆ ที่ติดบนเฟอร์นิเจอร์คือ ให้ใช้จุกไม้ก๊อกถู ถ้าไม่ออกให้ใช้นิ้วมือแตะยาสีฟันผสมขี้เถ้าบูหรี่ถูอีกครั้ง จากนั้นใช้ ผ้าชุบน้ำเช็ดรอยเปื้อนซ้ำอีกครั้ง

37. การทำความสะอาดพื้นกระเบื้องยางคือ ใช้แปรงสีฟัน ชุบยาสีฟัน แล้วนำไปขัดถูบริเวณรอยเปื้อนให้แรงๆ จะทำให้ รอยเปื้อนหลุดออกไปได้โดยง่าย

38. วิธีการตอกฝาผนังตะปูโดยไม่ให้งอคือ ให้ทาปลายตะปูด้วย น้ำส้มสายชูหรือน้ำมันพืช ก่อนที่จะนำมาตอก ฝาผนัง จะตอกได้คล่องและไม่งอ จริงๆ

39. วิธีการทาสีกำแพงให้ติดอยู่ได้ทนนานคือ ก่อนที่จะทาสีกำแพง ให้ล้างกำแพงให้สะอาด ด้วยน้ำมันสนเพื่อ ขจัดคราบสกปรกและสี ที่ทาจะติดทนนานไม่ร่อนออกง่าย

40. วิธีแก้ปัญหาเฟอร์นิเจอร์ไม้โป่งออกมาคือ ให้วางผ้าชื้นๆ ลงบน รอยที่โป่ง ใช้เตารีดร้อนๆ ทับบนผ้า จะทำให้คืนสู่สภาพเดิม

41. วิธีขจัดรอยขีดข่วนบนเฟอร์นิเจอร์ไม้คือ ให้ใช้ผ้าแตะยาขัด รองเท้าที่สีเดียวกับไม้ แล้วถูตรงรอย แล้วใช้ผ้าขัด ต่ออีกครั้ง รอยขีดข่วนก็จะหายไป


42. วิธีการแก้ปัญหาเก้าอี้หวายหย่อนคือ ถ้าอยากให้ตึงให้ล้างเก้าอี้ หวายด้วยน้ำสบู่ร้อนๆ แล้วล้างน้ำสบู่ออก นำออกตากแดดกลาง แจ้งให้แห้ง หวายที่หย่อนจะตึงเหมือนเดิม

43. วิธีการทำความสะอาดพื้นบ้านไม้ให้เงางามอยู่เสมอคือ ให้ผสม น้ำส้มสายชูครึ่งถ้วยต่อน้ำ 8 ลิตร จะช่วยขจัด เศษฝุ่นละออง และพื้นก็เป็นเงางามอีกด้วย

44. การรักษาเฟอร์นิเจอร์โลหะไม่ให้เป็นสนิมได้ง่ายคือให้เคลือบ โลหะด้วยขี้ผึ้งขัดรถ เมื่อจำเป็นต้องเอา เฟอร์นิเจอร์โลหะ ไว้ตากน้ำค้าง จะได้ไม่ขึ้นสนิมได้ง่าย

45. วิธีการติดรูปโปสเตอร์บนกำแพงโดยไร้ร่องรอยเมื่อดึงภาพออกคือ ให้ใช้ยาสีฟันแทนกาวในณะที่ติดรูป เมื่อถึงเวลาดึงรูปออก ก็เพียง แค่ขัดยาสีฟันที่แห้งออกเท่านั้น ฝาผนังก็สะอาดแล้ว

46. ถ้าบังเอิญต้องจัดงานเลี้ยงที่มีฟลอร์เต้นรำแบบกะทันหัน ทำได้ โดยโรยแป้งผงสำหรับ โรยตัวให้ทั่วก็จะแก้ขัด ไปได้ด้วยดีทีเดียว

47. วิธีแก้ปัญหาหน้าต่างปิดและเปิดออกได้ยากคือ ให้เอาน้ำมัน เครื่องหยอดตรงราง อลูมิเนียมให้ทั่วเพียง เท่านี้ก็จะทำให้เปิด และปิด ได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า

48. วิธีป้องกันไม่ให้มดขึ้นตู้กับข้าวคือ ใช้เศษผ้าหรือเชือกที่เป็นผ้า ไปชุบน้ำมันเครื่อง แล้วบิดพอหมาด นำไปผูก ไว้ที่ขาตู้กับข้าว ทั้งสี่ขา มดก็จะไม่กล้าขึ้นแน่นอน

49. วิธีการไล่ยุงแบบง่ายๆคือ หาการบูรมาห่อด้วยผ้าแล้วมัดไว้กับ หลอดไฟฟ้าที่อยู่ภายใน บ้าน ความร้อนของ ไฟฟ้าจะทำให้ การบูร ระเหยออกไป และกลิ่นของการบูรจะช่วยป้องกันยุง ไม่ให้มารบกวน

50. วิธีการไล่หนูแบบง่ายๆ และประหยัดเงินคือ นำไม้ยี่โถไป ตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปบดเป็นผง เสร็จแล้วนำไปโรย ตามซอกที่หนูชอบอยู่ เพียงเท่านี้หนูก็พากันขนย้ายครอบครัว หนีออกไปจากบ้านของคุณไปเลย

51. วิธีการกำจัดปลวกที่ขึ้นบ้านแบบประหยัดคือนำน้ำมันเครื่อง ที่ใช้แล้วมาราดให้รอบ บริเวณบ้าน เพียงเท่านี้ก็จะ สามารถไล่ปลวกไม่ให้มารบกวนบ้านอีกต่อไป


52. การขัดพื้นกระดานให้เงาแบบโบราณคือ หามะพร้าวมาผ่า ครึ่ง ทุบกะลาตรงปากออก สักเล็กน้อย แล้วนำมา คว่ำลง กับพื้นกระดานขัดถูพื้นบ่อยๆ พื้นกระดานจะมองดู เงางามเชียวแหละ

53. โฟมสามารถใช้เป็นประโยชน์ได้หลายอย่างเช่น ใช้ทำเป็นกาว อุดรอยรั่วของภาชนะได้เป็นอย่างดีคือ ก่อนนำ มาใช้จะต้องเอา เศษโฟมหักเป็นชิ้นเล็ก แช่น้ำมันทินเนอร์ให้ละลาย เหนียวข้น แล้วนำไปอุดรอยรั่วปล่อยให้แห้ง ก็จะสามารถใช้ต่อไปได้อีก เป็นระยะเวลา ยาวนาน

54. วิธีการปรับเสาทีวีในบ้านด้วยตัวเองทำได้ง่ายๆ คือ หากระดาษ ตะกั่วหรือหากระดาษฟอยล์ ที่ห่อปลาเผามา พันรอบๆ สาย อากาศด้านหลังทีวีหลายๆ รอบ แล้วค่อยๆ รูดไปตามสาย เรื่อยๆ ให้มีคนคอยสังเกตภาย ในจอทีวีด้วย ถ้าภาพคมชัดก็ให้บีบ กระดาษตะกั่วนั้นติดอยู่ กับสายตรงนั้นเลย ก็เป็นอันเสร็จ เรียบร้อย

55. วิธีขจัดสนิมบนราวตากผ้าคือ หาเศษผ้ามาชุบน้ำส้มสายชูถูให้ทั่ว แล้วใช้น้ำสบู่ถูทับอีกที ต่อ จากนั้นเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ ตามด้วยผ้าแห้งอีกรอบหนึ่ง สนิมบนราวผ้าก็จะหมดไป

56. การขจัดมีดในครัวเรือนขึ้นสนิมคือ นำมีดนั้นมาถูกับมะนาวหรือ หัวหอมก็ได้ แล้วล้างด้วยน้ำ สะอาดเช็ดให้แห้ง รับรองได้ว่า มีดทำครัวของคุณจะปราศจากสนิมมาขึ้นอีกเลย

57. การลับมีดในครัวให้มีความคมและอยู่ได้นานๆ ทำได้โดยหยอด น้ำมันก๊าดสัก 2-3 หยดลงบน หินลับมีดแล้ว ลับไปตามปกติ รับรองมีดของคุณจะคมกริบเชียวละ

58. วิธีขจัดกลิ่นเหม็นอาหารในตู้เย็นติดน้ำดื่มทำได้โดยนำกากกาแฟหรือ กากใบชาที่ชงหมดแล้ว นำมาใส่ไว้ใน ตู้เย็น กากกาแฟหรือกากใบชา พวกนี้จะดูดกลิ่นอันไม่พึงปรารถนาให้หมดไปจาก ตู้เย็นของคุณ

59. ผงชันยาเรือมีประโยชน์ช่วยป้องกันมดได้อีกแบบหนึ่งคือ นำผง ชันยาเรือมาโรยไว้ในขาตู้กับ ข้าว เพียงเท่าน ี้มดก็จะไม่มา รบกวนขาตู้อีกเลย

60. วิธีทำความสะอาดเครื่องซักผ้าให้สะอาดทำได้โดยใช้แอมโมเนียสัก 2 แก้วผสมน้ำเย็นธรรมดาครึ่งลิตร ใส่ลงใน เครื่องซักผ้า แล้วเปิด เครื่องทำงาน น้ำส้มสายชูจะ ช่วยไล่คราบฝุ่นออกจากตัวเครื่อง และป้องกันการอุดตันได้ด้วย

61. วิธีทำความสะอาดกรอบกระจกเงาหรือกรอบรูปภาพให้มองดูใหม่คือ ให้เอาน้ำมัน ชุบผ้าทาตรงส่วนที่เป็นกรอบ แล้วรอจนแห้งแล้ว จะมองดูใหม่ขึ้น

62. วิธีทำความสะอาดเครื่องแก้วโดยไม่ต้องเช็ดคือ ใช้น้ำผสมแอลกอฮอล์ ล้าง น้ำผสมผสมแอลกอฮอล์จะช่วยขจัด สิ่งสกปรกออกได้ง่าย ข้อสำคัญ จะแห้งได้เอง โดยไม่ต้องเช็ดด้วยผ้าอีกครั้ง

63. วิธีขจัดกลิ่นเหม็นอับในตู้กับข้าวให้หอมสดชื่นคือ ใช้ปูนขาวเล็กน้อย ใส่ชามใบ ย่อมไปวางมุมใดมุมหนึ่ง ของตู้กับข้าว ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน กลิ่นอับชื้นก็จะ ค่อยจางหายไป


64. วิธีทำความสะอาดคราบสกปรกที่ติดกระเบื้องปูห้องน้ำมีวิธีทำคือ ราดด้วยน้ำให้ทั่ว แล้วเอาเกลือแกงโรยลง บนแปรงขัดทั้งห้องน้ำ หรืออาจจะโรยเกลือที่ผ้าเปียกน้ำ แล้วขัดพื้นให้ทั่ว เพียงเท่านี้ ห้องน้ำกระเบื้องของคุณก็จะ สะอาดเป็นเงางาม เลยทีเดียว

65. วิธีการทำความสะอาดผ้าม่านที่เป็นใยสังเคราะห์ ควรซักด้วย มือ ก่อนซักควรปัดฝุ่นให้สะอาดก่อน หลังจากนั้น เทน้ำยาซัก ผ้าลงบริเวณที่เปื้อน แล้วจุ่มลงในน้ำยาซักผ้า ที่ผสมน้ำอุ่น แล้วอย่าบิด ควรคลี่ตากเพราะในเวลาแห้ง จะได้ผ้าม่าน ที่เรียบไม่ยับยู่ยี่

66. วิธีทำความสะอาดงาช้างที่มีคราบฝุ่นติดอยู่เต็มไปหมดคือ นำมาถูด้วยมะนาวกับ เกลือ แล้วล้างออก ด้วยน้ำสบู่แล้วเอา งาช้างวางไว้กลางแดดทั้งๆ ที่ยังเปียกน้ำน้ำสบู่อยู่ ทิ้งไว้ ครึ่งชัวโมง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เมื่อแห้งแล้วขัดด้วยผ้า สักหลาด ก็จะได้งาช้างสะอาดดังเดิม

67. วิธีทำความสะอาดคราบเหลืองที่ติดตามภาชนะเคลือบสีขาว มีวิธีทำคือ ใช้น้ำมันพาราฟินถูรอยสกปรก น้ำมัน พาราฟิน จะช่วยขจัดคราบสกปรกคราบเหลืองของ ภาชนะเคลือบ ขาวได้

68. วิธีทำความสะอาดคราบดำของกาแฟที่หม้อต้มคือใช้ผง ซักฟอกที่ใช้กับเครื่องซักผ้า 1 ช้อนโต๊ะใส่น้ำจนเต็ม หม้อ แล้วแช่ไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงจึงล้างออก

69. วิธีขจัดรอยเปื้อนบนผ้าปูโต๊ะให้สะอาดคือ ให้โรยเกลือป่นตรง รอยเปื้อน ใช้น้ำ ร้อนราด แล้วนำไปแช่ใน น้ำนมสดต้มด้วยไฟ อ่อนๆแล้วจึงนำไปซักรอยที่เปื้อน

70. วิธีทำความสะอาดโป๊ะไฟ โคมไฟในส่วนที่ทำความสะอาดยาก เช่น รอยจีบซอกเล็ก ซอกน้อย ให้ใช้เครื่องเป่า ผมเป่าลมไปตาม ที่มีฝุ่นละอองจับ แล้วค่อยๆ ใช้ผ้าชุบ น้ำยาล้างจานเช็ด ตามด้วย ผ้าสะอาดเช็ดอีกครั้ง เพียงเท่านี้ โคมไฟที่ว่าหมองจะ ใหม่สะอาด ทันที

71. วิธีทำความสะอาด ผ้าม่านพลาสติก ควรซักด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ หรือ น้ำยาซักผ้าที่ผสม น้ำอุ่น แล้วล้างออก ด้วยน้ำอุ่น ใช้ตากลมดีกว่า ตากแดด เพราะจะไม่ทำให้ผ้าม่านสี จืดจางลงไป

72. วิธีการทำความสะอาดกระจกเงาส่องหน้าให้ใสคือ นำยาสีฟัน มาบีบใส่ไว้บนกระจก แล้วหาผ้าชุบน้ำมา เช็ดเยาสีฟันที่บีบ ทิ้งไว้บนกระจก โดยถูให้ทั่วๆ กระจก แล้วใช้ผ้า เช็ดอีกครั้ง กระจกเงาที่หมองจะดูเงางามเป็น ประกายทันที

73. วิธีทำความสะอาดคราบน้ำมันบนพื้นปูนซีเมนต์ให้สะอาดเอี่ยมคือ หาขี้เถ้าที่อยู่ใน เตาถ่านมาโรยไว้บน คราบน้ำมันที่เปื้อนพื้นปูน ซีเมนต์ให้ทั่ว ทิ้งไว้สักครู่ล้างออก ด้วยน้ำให้สะอาด ขี้เถ้าก็จะดูดคราบน้ำมันออกไปจน หมดเกลี้ยง


74. วิธีทำความสะอาดรอยดินสอหรือดินสอเทียนที่ติดบนวอลล์เปเปอร์ คือ ให้ใช้ เครื่องเป่าผมโดยใช้ลมร้อนจี้ ตรงบริเวณนั้น แล้วหาผ้า ฝ้ายชุบน้ำสบู่บิดให้ หมาด นำมาเช็ดถูตรงรอยเปื้อน รอยของสีนั้น ก็จะจางหายไป

75. วิธีทำความสะอาดคราบตะกอนที่ติดฝักบัวอาบน้ำคือ สำหรับ แบบที่ไม่สามารถ ถอดออกได้ ให้หาถุง พลาสติกใส่น้ำส้ม สายชูพอประมาณ เอาฝักบัวใส่ไว้ถุงน้ำ ส้มสายชูแล้วผูกถุง ให้แน่น ทิ้งไว้สักหนึ่งคืน นำออกมาล้างด้วยน้ำสะอาด หัวฝัก บัวก็จะสะอาดและปราศจากคราบของตะกอน ทำให้น้ำไหล สะดวกขึ้น

76. วิธีทำความสะอาดสีที่เปื้อนหน้าต่างผลมาจากการทาบ้าน ให้ใช้ น้ำส้มสายชูผสม น้ำเปล่า อัตราส่วน 2 : 1 ตั้งไฟให้ร้อนจัด ใช้แปรงทาสีที่สะอาดจุ่มส่วนผสมที่ยังร้อนอยู่ถูตรงบริเวณ รอยเปื้อน รอยเปื้อนดังกล่าว จะหลุดออกได้เอง

77. วิธีทำความสะอาดฝุ่นผงออกจากหมอนอิง ใช้เครื่องอบผ้าก็ได้ โดยตั้งไว้ที่ อุณหภูมิต่ำๆ แล้วใส่ผ้าขนหนูชุบน้ำ บิดพอหมาด ลงไปด้วย

78. วิธีทำความสะอาดพื้นที่ทำด้วยไวนิลให้สะอาดหมดจด มีวิธีทำง่ายๆ คือ นำน้ำอุ่น ผสมกับน้ำส้มสายชูในอัตรา ส่วนเท่าๆ กัน แล้วนำมาล้างพื้นไวนีล เช็ดให้แห้ง พื้นก็จะสะอาดสดใสทีเดียว

79. วิธีทำความสะอาดคราบน้ำมันที่ติดอยู่บนวอลล์เปเปอร์ ใช้ แป้งฝุ่นผสมน้ำยาทำความสะอาด แล้วนำมาป้ายตรง จุดที่ สกปรก ปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง ใช้ผ้านุ่มๆ เช็ดออก คราบน้ำมัน ก็จะติดออกมาด้วย

80. วิธีทำความสะอาดพรมที่เปื้อนคราบน้ำมัน ให้เทเบกกิ้ง โซดาลงตรงบริเวณที่ เปื้อนคราบน้ำมัน ปล่อยทิ้งไว้ ประมาณ 12 ชั่วโมง แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดตรง รอยเปื้อน น้ำมันนั้น คราบก็จะจางหายไป

81. วิธีทำความสะอาดคราบสกปรกที่เปื้อนกระเบื้องเคลือบ ให้ใช้ส่วน ผสมของ ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ และครีม ออฟทาร์ทาร์อย่างละ เท่ากัน ทาให้ทั่วแล้วล้าง ออกตามปกติ จะทำให้คราบสกปรก นั้นหายไป


82. วิธีทำความสะอาดคราบสนิมออกจากถัง ทำได้โดยใช้น้ำ มะนาวใส่ลงไปในบริเวณ ที่เป็นสนิม ปล่อยทิ้งไว้ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วล้างออกคราบสนิมก็จะหลุด ออก ไปด้วย

83. วิธีทำความสะอาดพื้นโรงรถที่เปื้อนน้ำมันเครื่อง ให้โรย ด้วยทราย ทิ้งไว้ 1 คืน กวาด ทรายออกไป คราบน้ำมัน ก็จะหลุดออกไปด้วยกับทรายนั่นเอง

84. วิธีทำความสะอาดหน้าต่างกระจกให้ใสสะอาด ผสมน้ำกับน้ำส้ม สายชู 1 : 2 ส่วน แล้วนำไปใส่ในขวดสเปรย์ นำไปฉีดบน หน้าต่างกระจก แล้วใช้กระดาษ
หนังสือพิมพ์ เช็ดอีกที หน้าต่างกระจกจะใสจริงๆ

85. วิธีทำความสะอาดเปียโนควรใช้แวกซี่ทำความสะอาดดีที่สุด เพราะสารทำความสะอาด อย่างอื่นอาจจะทำ ให้ไม้โค้งงอได้

86. วิธีทำความสะอาดเครื่องถ้วยชามคริสตัลให้ดูเป็นประกายเงางาม ให้ใช้ผ้าหนังสัตว์เช็ด ผ้าผนังสัตว์จะ กำจัดฝุ่นผง และคราบน้ำออก ได้ง่ายกว่าผ้าชนิดอื่นๆ

87. วิธีทำความสะอาดคราบเทียนไขที่ติดแน่นออกจากเชิงเทียน มีวิธีทำง่ายๆ คือ ใส่เชิงเทียนในช่องแช่แข็งทิ้ง ไว้สักครู่ จะสามารถเอาคราบเทียนออกได้ง่ายและหมดจดทีเดียว

88. วิธีทำความสะอาดทัปเปอร์แวร์ให้หมดกลิ่นอับคือ ให้ ผสมวานิลลาสกัด 2 ช้อนโต๊ะกับ น้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง แล้ว ใช้ผ้าชุบเช็ดให้ทั่วกลิ่นอับต่างๆ จะจางหายไป

89. วิธีทำความสะอาดคราบตะกอนที่ติดอยู่ในแจกันดอกไม้ให้ออก ได้โดยง่ายคือ ใช้เม็ดทำความสะอาด ฟันปลอมใส่ไว้ในแจกัน โดยให้มีน้ำติดอยู่นิดหน่อย เพื่อที่จะทำให้เกิด ฟองฟู่ แล้วดึง เอาตะกอนออกมา

90. วิธีทำความสะอาดผ้าม่าน ทำได้โดยปฏิบัติตามคำแนะนำ จากป้ายที่ติดมากับผ้าม่าน แล้วจุ่มลงไปในอ่างน้ำอุ่นที่ ผสมกับเกลือ 1 ถ้วย แล้วแขวนผ้าม่านให้แห้ง โดยแผ่ให้ หมดเนื้อผ้า จะทำให้ผ้าม่านสะอาดและไม่ยับอีกด้วย

91. วิธีการทำความสะอาดตู้ปลาหรืออ่างปลาใช้ฟองน้ำชุบเกลือป่น เช็ดถูให้ทั่ว เพราะ เกลือจะช่วยฆ่าเชื้อโรค ที่ติดอยู่ในตู้หรือ อ่างปลา และทำให้ตู้ปลาสะอาดหมดจด อีกด้วย

92. วิธีการทำความสะอาดคราบไขมันที่เปรอะเปื้อนจาน ชาม หม้อ และภาชนะในครัว ให้ ล้างด้วยน้ำอุ่นกับน้ำยา ล้างจาน จะทำให้การล้างเป็นไปได้ง่ายขึ้น


93. วิธีการทำความสะอาดกรอบรูปที่ปิดทอง ควรใช้ผ้าแห้ง เช็ดฝุ่นให้ออกก็พอแล้ว เพราะ ถ้าใช้ผ้าชุบน้ำจะทำให้ ทองที่ปิดอยู่ลอกออกหมด

94. วิธีทำความสะอาดคราบราที่ติดอยู่บนหนังสัตว์ที่ประดับตกแต่ง บ้านเรือน ให้ใช้ผ้านุ่มๆ จุ่มแอลกอฮอลล ์ผสมน้ำเช็ดให้ทั่ว แล้วตากไว้ในที่ร่ม รอยเปื้อนคราบนหนังสัตว์จะหายไป

95. วิธีทำความสะอาดคราบเขม่า หรือคราบควันไฟที่ติดอยู่ หน้าเตาไฟ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำส้ม สายชูที่ต้มพอร้อน เช็ดถู ตามคราบเปื้อนให้ทั่ว แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้งคราบ สกปรก นั้นๆ ก็จะออกไป

96. วิธีขจัดกลิ่นลูกเหม็นที่ติดเสื้อผ้า มีวิธีทำง่ายๆ คือ นำ เสื้อนั้นไปพรมน้ำให้แค่ชุ่มพอ แล้วนำเสื้อไปแขวนไว้ใน ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพียงชั่วข้ามคืนเดียว กลิ่น ลูกเหม็น ที่ติดอยู่กับเสื้อผ้าก็จะจางหายไปหมด








Create Date : 03 กรกฎาคม 2552
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 17:11:43 น. 0 comments
Counter : 336 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Toad
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ประวัติส่วนตัว

ชื่อ- นามสกุล ทศพล จึงทวีสูตร
ด้านโหราศาสตร์
มูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์
สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ

ข้อคิดเตือนใจ
1.ดวงคืออดีตกรรม นำสู่วันเวลาเกิด ใช่ว่าจะมิอาจเปลี่ยนแปลงเรื่องดี – ร้าย เพราะยังมีปัจจุบันกรรม อันเป็นการกระทำของเราเองในปัจจุบันขณะ ซึ่งอาจส่งผลต่ออำนาจของบุญ – กรรมเก่าที่เราสั่งสมมาดังปรากฏในดวงชะตาได้ คือที่ว่าตกก็อาจไม่ตกมาก ที่ว่าแย่อาจไม่แย่มาก หรือที่ว่าจะได้ทำไมไม่ได้ ที่ว่าจะสำเร็จทำไม่ล้มเหลว

ดังนั้น ....พึงอย่าหลง หรือติดยึดกับอดีตกรรมเสียทีเดียว ว่าจะได้ หรือเสีย ตามนั้น..... ขึ้นอยู่กับปัจจุบันกรรม และกำลังของสติ ที่ท่านสามารถควบคุมจิต มิให้ตกไปสู่อำนาจกรรมวิบาก ที่จะจรมาในชีวิตเมื่อถึงเวลาของเขาด้วย

สิ่งหนึ่งที่เหนือกว่า กฎของดวงดาว คือ กฎแห่งกรรม และที่เหนือไปกว่ากฎแห่งกรรม นั่นคือ กฎแห่งธรรมนั่นเอง

2.ทุกสิ่งล้วนมีจิต ของท่านเองเป็นตัวนำ จะดี จะชั่ว ได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์ “จิต”ของ ท่านนึกน้อมไป ตามแรงบุญ – กรรมนั้นๆ หากถึงเวลาที่กรรมมาตัดรอน อำนาจกรรมนั้นๆ ก็จะมาครอบงำจิตใจท่าน ให้หลงผิด คิดเข้าใจผิด จนเกิดความเสียหาย ตามแต่อำนาจของ “ กรรม “ แต่ละคน

3.หาก “ สติ “ ของท่านมีกำลัง มีความเข้มแข็ง ย่อมมีอำนาจเหนือจิต ที่อาจถูกครอบงำจากแรงกรรมได้ สติท่านจะมีมากน้อย จะเข้มแข็งหรืออ่อนแรง ขึ้นกับท่านว่าจะใส่ใจ สนใจ ฝึกสติบ้างไหม.... ?

บางท่านบอกว่าก็มีสติดีอยู่ กันทุกคนมิใช่หรือ เช่นเวลาเราข้ามถนนเราก็ต้องมีสติ รู้ว่าจังหวะไหนควรข้ามนี่นา แต่...โปรดเข้าใจ สติในทางพุทธศาสนา หมายถึง ท่านมีสติที่จะรู้อย่างถูกต้องว่า สิ่งนี้มีประโยชน์ หรือมีโทษต่อท่าน อันนี้ขอให้พิจารณา

4.“ สติ “ จะฝึกอย่างไร ...ก็มีกุศโลบายหลายอย่าง หากพูดแบบรวบรัด แต่ง่ายที่จะเข้าใจก็คือ ท่านต้องหมั่นทำความรู้สึก รู้เนื้อรู้ตัวบ่อยๆ จะลุก จะนั่ง ก็รู้สึก “ รู้ “ จะทำกิจกรรมใดๆ ก็รู้สึก “ รู้ “ แม้ว่าในทางนามธรรม เช่น โลภ อยากได้ โกรธ โมโห มีตัณหา ระคะเกิด ก็แค่รับรู้ รู้สึก ไม่ต้องไปกด ไปข่ม ไปหนี ไปเพ่งอะไร.... ทำหน้าที่รู้ เสมือนผู้ดูละคร ดูตัวละครแต่ละตัวเขาเล่นไป คือดู และรับรู้เท่านั้น ใส่ใจเช่นนี้บ่อยๆ ท่านก็จะมีสติเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ

หากท่านไม่เข้าใจ ท่านก็ต้องเข้าสู่การฝึกสติ แบบมีรูปแบบไปก่อน แนว พอง-ยุบ ที่วัดอัมพวัน ก็ไม่ยาก แต่ต้องอดทนสำหรับที่นี่ แน่นอนว่าอินทรีบารมีจะแกร่งกว่าที่อื่น เพราะได้ขันติบารมีเพิ่มไปด้วย แนวเคลื่อนไหว ก็น่าสนใจ ไม่ต้องกำหนด ภาวนาอะไร มีสติกับการเคลื่อนไหว สนุกดีถ้าชอบ แนวเซน ฯ...

แต่ไม่ว่าแนวไหน สุดท้ายก็จะเข้ามาสู่ธรรมชาติตามความเป็นจริง ที่ผมกล่าวข้างต้น คือ รู้สึกในอารมณ์ ปัจจุบันขณะเข้าไว้.. : )

Friends' blogs
[Add Toad's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.