-:- Just alright, My life is Great -:-
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
4 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
อ้อ...นี่ใช่มั้ยสันดานของมึง

**คำเตือน Blog นี้ประกอบด้วยคำหยาบคายจำนวนมาก**

สืบเนื่องมาจาก Blog จะเลือกเป็นคนอย่างไร กับ Blog Tag 70 ข้อ กับการตอบคำถามมาราธอน และล่าสุด Blog มาดูที่พักของนักเรียน นักศึกษาต่างชาติกันดีกว่า จึงทำให้เกิด Blog นี้ขึ้น

Blog ที่ผ่านมา เคยมีคนบอกว่าอยากฟังเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจถึง 4 คน และยังมีคนถามถึงเมทอีก จริงๆ จำนวนคนที่ตั้งไว้คือ 10 คน แต่มีคนอยากฟัง ก็โอเคแล้วครับ จะกี่คนไม่สำคัญสำคัญที่มีคนอยากฟัง ก็ถือโอกาสเล่าเลยละกัน คนเราเมื่ออยู่ด้วยกันย่อมเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ ทุกข้อที่เล่าให้ฟัง ผมรับได้หมด ยกเว้น เรื่องปิดแก๊ส พฤติกรรมไร้วุฒิภาวะ และเรื่องขโมย ของแค่นั้นเอง เรื่องอีนมันแก้ปัญหาได้ไม่ยาก ผมเชื่อว่าคนเราถ้าไม่เหลืออดจริงๆ คงไม่พยายามที่จะคิดเรื่องความขัดแย้งหรอก อะไรที่ปล่อยได้ก็ปล่อย วางได้ก็วาง

ผมเคยพูดเกี่ยวกับเรื่อง "การเตือนคนอื่น" จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของเราเลยที่จะไปเตือนเค้า แต่การกระทำของเค้ามันทำให้เราเดือดร้อนก็ต้องเตือน เพราะมันอาจไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่จะเดือดร้อน คนอื่นก็อาจเดือดร้อนไปด้วยจากการกระทำของเค้า ดังนั้นไม่เตือนไม่ได้ ต้องเตือน

ลืมปิดแก๊ส
ปัญหานี้ถ้าไม่เตือนอาจก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ได้ แก๊สระเบิดทีตายกันเป็นสิบเป็นร้อย ในเมืองไทยก็ปรากฏให้เห็นเป็นข่าวกันอยู่บ่อยๆ หรือไม่ก็อาจเกิดเหตุการณ์นอนๆ อยู่แล้วหลับไปเลยไม่ตื่น เนื่องจากได้รับสารพิษจากแก๊ส...ลืมประจำ เตือนทุกครั้งที่เค้าลืม แต่ก็ไม่เคยปิด ทุกครั้งพูดแต่ "เออๆ" ซึ่งตามความจริงควรพูด "ขอโทษ" แล้วแก้ไข ไม่ขอโทษก็ไม่เป็นไร แค่ปรับปรุงตัวก็พอ

"เรื่องแค่นี้เอง คิดมากไปได้ แล้วแก๊สมันระเบิดรึยังหล่ะ" แน่นอน มันจะต้องมีไอ้พวกขวางโลกพูดแบบนี้ "แล้วคุณจะปล่อยให้มันระเบิดแล้วค่อยเตือนดีมั้ย แม่คนฉลาดมาก" ในโลกนี้ เรื่องบางเรื่องเราอาจคิดว่ามันไม่น่าจะเกิด แต่ใครจะไปรู้ขึ้นชื่อว่า โลกใบนี้แล้ว เรื่องบ้าๆ ที่เราคิดว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้น มันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น” ใครจะไปรู้ว่าเรื่องเล็กๆ แค่นี้อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้ และถ้ามันเกิดเรื่องขึ้นมาก็สายเกินกว่าจะแก้เสียแล้ว

ใช้สบู่คนอื่น
เรื่องนี้มันค่อนข้างน่าเกลียด สบู่ก้อนเป็นของใช้ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวก็ยังหยิบใช้อย่างหน้าตาเฉย ผมเองก็ไม่ใช่คนงกอะไร ถ้าเป็น ยาสีฟัน แชมพู โฟมล้างหน้า ที่บีบออกมาจากหลอดหรือจากขวด จะหยิบไปใช้ผมไม่ว่าหรอก แต่สบู่ที่เป็นสบู่ก้อนผมว่ามันทุเรศ ถ้าหากว่า สบู่หมด แล้วไม่มีสบู่เหลว จะมาใช้ของผม ครั้งสองครั้งเพราะยังไม่ได้ซื้อสบู่ผมยังพอจะทำใจ แต่นี่สบู่น้ำคุณก็มี ยังไม่หมดแล้วมึงจะมาใช้ของกูทำหอกอะไรวะ ไอ้ขี้ขโมย (อย่าให้ผมต้องพูดว่าทำไมผมถึงรู้ เพราะมันทุเรศ แค่นี้ก็ทุเรศพอแล้ว)

เคยถามคนในพันทิพ ห้องสวนลุม ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงจะรับได้ที่คนอื่นเอาสบู่เราไปใช้มากกว่าผู้ชาย อืม...แสดงว่าสำหรับเรื่องนี้ผู้ชายคิดมาก มากกว่าผู้หญิงสินะ

สันดานโจร
พูดถึงเรื่องขโมยของคนในบ้านแล้ว มันทุเรศ ขอเหอะ กะแค่ไวไวห่อเดียว มึงยังต้องขโมยอีกเหรอวะ "ขโมยไวไวต้มยำกุ้ง" จะกินก็บอกกัน ขอมาผมก็ให้ทุกครั้ง ทำไมต้องขโมย...? อย่างที่บอกผมไม่ใช่คนงก น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก ผมเอามาจากเมืองไทยผมก็ให้ใช้ จริงๆ เรื่องจะใช้ของนั้น แค่บอกกันสักคำก็จบ ไม่ใช่นึกจะหยิบก็หยิบ โดยไม่บอกกันหรือขโมยใช้ ของคนอื่นนะโว๊ยไม่ใช่ของมึง ไม่น่าแปลกใจเลยที่ของอย่างอื่นที่ซื้อมาจะหาย ไส้กรอกที่ซื้อมาก็หาย ของบางอย่างที่ผมใช้เยอะก็จะซื้อมาเองเลย เช่น ซอสแม๊กกี้ แค่ซอสแม๊กกี้มึงยังต้องขโมยอีกเหรอ ผมอุตสาห์ซื้อเอง 1 ขวด วางคนละที่แล้ว หรือว่ามึงยังเผลอหยิบผิด...? มึงหยิบผิดบ่อยจังเลยนะ...? เวลามึงหยิบของของคนอื่นไปใช้มึงไม่เคยบอกสักคำ ของใช้อะไรก็ตามถ้าไม่ใช่ของๆ เราจะใช้ก็ควรจะขอเจ้าของก่อนไม่ใช่หยิบไปใช้เองโดยไม่บอกเจ้าของ แม้แต่น้ำดื่มมึงก็ยังขโมยของกู…? นึกว่าไม่รู้เหรอ การเอาน้ำร้อนเทใส่ขวดพลาสติกทันทีโดยไม่ปล่อยให้น้ำเย็นก่อน มันจะทำให้ขวดเสียรูป แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่าไม่เพียงแต่ขโมยน้ำคนอื่นยังเข้าห้องคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่อยู่ มีวัตถุประสงค์อะไร จะขโมยอะไรอีก ถ้าจะขโมยก็ทำให้มันเนียนๆ หน่อย จะใช้กระติกน้ำที่ผมซื้อต้มน้ำผมก็ไม่ว่า ซื้อมาให้ใช้ ก็บอกไปแล้วตั้งแต่วันแรก แต่นี่ทำเป็นบอกว่าไม่ใช้แล้วย่องมาขโมยน้ำแล้วดันโง่กรอกน้ำร้อนที่พึ่งเดือดลงขวดโดยที่ไม่รอให้มันเย็นก่อน จนขวดน้ำในห้องผมเสียรูป ไม่รู้จะเปรียบเทียบมึงเป็นตัวอะไรดี

วุฒิภาวะ ทางอารมณ์ต่ำ
เพื่อนกัน ถ้าจะขอโทรศัพท์นานๆ ครั้ง ไม่ว่าหรอก แต่นี่มันทุกบ่อยก็ไม่ไหว ตอนแรกๆ เอ็งยังสามารถอ้างได้ว่าเอ็งไม่มีโทรศัพท์ ก็ไม่เป็นไรก็ไม่มีโทรศัพท์จริงนี่ ไม่ได้เอามือถือมาจากไทย เพื่อนกันให้กันได้ แต่รู้สึกมันจะบ่อยเกินไป ถ้าบ่อยนักก็ควรช่วยออกค่าบัตรกันบ้าง แล้วตอนที่เอ็งมีโทรศัพท์แล้วล่ะ ยังมีหน้ามาขอใช้โทรศัพท์คนอื่นโดยอ้างว่าเงินหมดเหรอ เงินหมดก็ไปเติมสิครับ ร้านค้ามันก็ยังไม่ปิดซะหน่อย ไปซื้อบัตรมาเติมก็โทรหาเพื่อนคุณได้แล้ว พอเราบอกไม่ให้ (เงินกูก็จะหมดแล้วเหมือนกัน) เล่นปิดประตูบ้านกระแทกดัง "โครม" คงจะไม่พอใจอย่างหนัก ถ้าประตูบ้านมันพังขึ้นมาไม่แย่กันหมดเหรอ ใครจะรับผิดชอบ อายุคุณก็ 30 ปีแล้วนะ ปีนี้ก็ 31 ปีแล้ว หาเมียได้ก็มีลูกได้ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมวุฒิภาวะทางอารมณ์ของคุณถึงได้แต่ขนาดนี้ต่ำ ถ้าคุณเป็นเด็กอายุ 14-15 ปี ผมจะไม่ว่าเลย แล้วเวลาคุณต้องการอะไรผมมักจะให้ได้ทันที แต่ถ้าให้ไม่ได้ในทันทีคุณจะไม่พอใจ ทำท่าทำอารมณ์ โถ่...แล้วมึงล่ะ กูขอยืมอะไรมึง เคยให้กูได้บ้างมั้ย

เอาของส่วนรวมไปใช้ในห้องตัวเอง
เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเกลียดเป็นอย่างมากอีกเรื่องหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวอย่างเห็นได้ชัด ที่เอาของใช้ส่วนรวมไปใช้ในห้องส่วนตัว อย่างที่แขวนผ้า พอเราถามว่าผ้าที่ตากแห้งยัง เพื่อที่ว่าเราจะใช้บ้าง ตอบทันทีว่า “ยังไม่แห้ง” มึงยังไม่ไปดูผ้าของมึงเลยว่าแห้งหรือยัง แล้วมึงรู้ได้ไงวะว่ายังไม่แห้ง แค่เอาไปใช้ในห้องก็น่าเกลียดพอแล้ว พอทวงยังไม่ให้อีก จะเลวก็ให้มันมีขอบเขตหน่อยสิวะ

ซื้อของ
ผมไม่ชอบผู้ชายที่ชอบประชดประชัน เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่า มันไม่ใช่ผู้ชาย ลูกผู้ชายมีอะไรพูดกันตรงๆ เลยดีกว่าไม่ต้องประชด เรื่องเครื่องเล่น ดีวีดี พูดอยู่ได้ เมื่อไรจะซื้อ ผมก็บอกแล้วไงว่า รอวันชาติจะซื้อ จะได้ราคาถูกหน่อย ก็ยังเหน็บอยู่ได้ ไม่ชอบว่ะ ขนาดพูดตรงๆ ก็ยังจะเหน็บ หรือคุณชอบ จะให้ผมเหน็บเล่นบ้างมั้ย แล้วเมื่อไรคุณจะเลิกขอยืมมือถือผมใช้ล่ะครับ ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะเลิกตุ๊ดแบบนี้

เอาหน้าเก่งนัก
เพื่อนมาบ้านชวนไปเที่ยวพูดออกมาได้ว่า เดี๋ยวต้องกวาดบ้านก่อนแล้วก็กวาดต่อหน้าเพื่อนเพื่อเอาหน้า ทั้งที่เวลาปกติเคยทำบ้างมั้ย ทำความสะอาดบ้านน่ะ อย่างมากแค่กวาด ถามจริงถ้าแค่นั้นเรียกทำความสะอาดจริงล่ะก็ ผมทำความสะอาด ทั้งกวาด ถู เช็ดขอบหน้าต่าง ทีวี จัดของ รวมไปถึงขนขยะไปทิ้ง อย่างนั้นเค้าไม่เรียกว่าล้างบ้านเหรอ ถ้าแค่กวาดก็สะอาดโลกนี้ก็ไม่ต้องผลิตน้ำยาทำความสะอาดพื้นแล้ว แล้วส้วมน่ะมึงเคยขัดมั้ย ไอ้เวร ดีแต่ใช้ๆ จนท่อตัน แล้วจานใช้แล้วก็กองๆ ไว้ เคยล้างบ้างมั้ย น้อยมากที่จะทำ

อย่าดื่มเบียร์ดีกว่า + ยืมจมูกคนอื่นหายใจ
เห็นแล้วมันหงุดหงิด ดื่มเบียร์ไม่เป็นก็บอกมาเหอะ ไม่ต้องกลัวเสียหน้า ผมก็เป็นคนนึงที่ดื่มไม่เป็น ดื่มเฉพาะงานสังคมเท่านั้น และดื่มอย่างมาก 2 ขวดก็คอพับ เพราะผมไม่ชอบดื่มด้วย แต่พี่แกบอก "ดื่มเป็น" แต่ไม่ยักกะเห็นดื่ม ดีแต่ถือแก้วแกว่งไปมา เบียร์เค้ามีให้ดื่มไม่ได้มีไว้ให้แกว่งไปแกว่งมานะครับ ดื่มไม่เป็นก็ไม่ต้องโกหกกันหรอก เห็นแล้วสมเพชว่ะ แหม...อยากจะกลับตัวสั่นตั้งแต่ 2 ทุ่มทำเป็นพูดดีว่า "(ชื่อผม)นอนนี่ก็ได้นะ เดี๋ยวพี่กลับไปนอนคนเดียวได้" คุณคงอยากกลับเต็มที่แล้ว แต่เวลานั้นผมยังไม่อยากกลับ แต่พอผมจะกลับแล้วคนอื่นรั้งไว้ แม่งรีบบอกน้องเค้าเมาเลยกลับด้วย ไม่งั้นเดี๋ยวน้องเค้าอันตราย รีบพูดเลย อ้างว่ากลับเป็นเพื่อนน้อง โถ่...ไอ้ควายถ้ามึงอยากจะดื่มต่อมึงก็อยู่ดื่มเหอะ มึงคงดื่มเป็นหรอก ขนาดเบียร์รสอ่อนเป็นน้ำล้างตีนขนาดนั้น 2 ชั่วโมง มึงดื่มได้ไม่ถึง 2 แก้ว

ปากบอกประหยัด แต่ตัวมึงทำห่าไร
ไม่เข้าใจว่าไอ้คนพันธุ์นี้มันคิดอะไรของมัน ปากอย่างใจอย่าง และการกระทำก็เป็นอีกอย่างบอกว่าจะประหยัดไฟ แล้วมึงเปิดไฟซะสว่างทั่วบ้าน ส่วนไหนที่ไม่ใช้ก็ปิดสิครับ มันจะได้ประหยัด ประหยัดไฟ ก็ไม่ใช่ใครได้ ก็เราเองนี่แหละที่ได้หรือว่าไม่จริง บอกว่าจะประหยัดกะจะใช้เงินสัปดาห์ละไม่เกิน 1,000.- บาท แล้วไปซื้อยาโกรกผมมาโกรกผมทั้งที่ไอ้ยาโกรกนี่แหละตัวแพงเลย อ้อ...ผมอาจจะผิดเอง เพราะเค้าพูดว่า "จะประหยัด" เน้นครับ "จะ" เท่านั้น

เชียร์อยู่ได้ เอาสิ เอาสิ ไปเอาป๊ะมึงสิ
มีรุ่นน้องคนนึงเค้าเชียร์ผมให้เรียนพิเศษติวหนังสือเป็นเพื่อนเค้า เพราะเห็นว่าความรู้เราไม่ทิ้งกันมาก และถ้าเรียน 2 คน จะประหยัดเงินได้มากขึ้น ผมไม่ได้เตรียมเงินในจุดนี้มาเพื่อใช้ในการติวหนังสือเพิ่ม เหตุผลก็บอกไปแล้ว แต่คุณก็ยังพูดอยู่ได้ "เอาสิ เอาสิ" เอาป๊ะมึงเหอะ มึงก็เอาเงินมาสิ มันน่ารำคาญ เหตุผลก็รู้ว่า ผมไม่พร้อม ไม่มีเงินในจุดนี้ยังเชียร์อยู่ได้ มึงออกเงินให้กูมั้ย กูจะได้เอา

เชื้อร้ายไม่ทิ้งแถว
หลังจากที่คุยกันและคบกันได้ระยะ รู้ว่าที่บ้านเค้าประกอบอาชีพอะไรทำให้ผมยิ่งหน้าซีด เชื่อร้ายมันไม่ทิ้งแถวจริงๆ ขึ้นชื่อว่าอาชีพนี้แล้วกลิ่นมันก็ออกมาแล้ว ผมก็ไม่อยากดูถูกอาชีพไหนๆ ผมให้ความสำคัญกับทุกอาชีพ แม้แต่คนกวาดถนนที่ดูต้อยต่ำ แต่คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่าเค้าน่านับถือเพียงใด เมื่อเทียบกับงานที่เค้าต้องทำอย่างหนักเพื่อเปรียบเทียบกับเงินเดือนที่น้อยนิด รวมไปถึงความเสี่ยงภัยในการทำงานที่มากเหลือเกิน แต่ไอ้อาชีพของพ่อเค้าที่ผมพูดอยู่นี้นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จัดได้ว่าเป็นอาชีพที่ สันดานไม่เคยเปลี่ยน สันดานโจร ต่อให้แต่งกายเป็นพระเอก แต่มันก็ไม่ใช่ พระเอก ยิ่งรู้ว่า พ่อเค้าทำงานแค่คนเดียว ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน ทำให้ยิ่งมั่นใจ แต่ไม่คิดว่าเชื้อร้ายจะถ่ายทอดมาขนาดนี้

ทุกเรื่องเราพูดกันตรงๆ แบบลูกผู้ชาย มีอะไรก็ตีอกชกหน้ากันตรงๆ แต่ดูเหมือนคุณจะไม่ใช่ลูกผู้ชาย เป็นได้แค่เพศชายเท่านั้น

คำถาม อยากรู้ว่าคนอย่างนี้มันมีในโลกเหรอ เลวขนาดนี้มีอยู่ในโลกมนุษย์นี้จริงเหรอ มันมีในโลกด้วยเหรอ

.
..
...
....
.....
......
.......
........
.........
..........
.........
........
.......
......
.....
....
...
..
.

คำตอบคือ มี เลวกว่านี้ก็น่าจะมี ฉะนั้นเทอมหน้าผมจึงตัดสินใจอยู่คนเดียวดีกว่า อยู่คนเดียวสบายใจกว่าเยอะ หลายเรื่องที่เล่าอาจมีคนมองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก แต่กล้าปฏิเสธมั้ยว่า "การหยิบของของคนอื่นไปใช้โดยเจ้าของไม่ยินยอมนั้น ไม่ใช่การขโมย"

วันหยุดที่ผ่านมาผมเลยถือโอกาสไปตักบาตร ก่อนที่จะไปกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้เค้า และไปศาลเจ้าไหว้พระเพื่อให้ใจเราสบาย คิดซะว่ามันคงเป็นเวรกรรมของเราแต่ชาติก่อน ชาติก่อนเราคงไปติดหนี้เค้าไว้ ขอให้ผลบุญที่ผมทำนี้ จงทำให้เค้าจิตใจสูงขึ้น โดยเฉพาะเรื่องโจรขอให้สันดานเค้าสามารถขุดได้ และชาติหน้าเราอย่าได้มีเวรมีกรรมแก่กันและกันเลย รวมไปถึงอย่าได้พบหน้ากันอีกเลย

"ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนธรรมะ ก็เป็นที่พึ่งทางใจที่ดีที่สุด"


Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2551 9:01:20 น. 22 comments
Counter : 601 Pageviews.

 
( )


โดย: นายแจม วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:16:20 น.  

 
อ่านเพลินค่ะ ชัด เจน ดี
นานาจิตตังนะคะ


โดย: แม่อ้วนคนสวย วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:53:38 น.  

 
เห็นชื่อเรื่อง โดนค่ะ รีบคลิกเลย
เงี้ยแหละ เขาถึงว่า ทำงานกับคนเหนื่อยที่สุด


โดย: นางฟ้าผู้ต้อยต่ำ (ayopolie ) วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:00:28 น.  

 
อ่านแล้วอึ้งอะ ยิ่งเป็นพี่ต่อยิ่งอึ้ง หนูจำได้ว่าพี่เคยเจอกับป้าที่ร้ายๆพี่ยังทนได้

แต่ที่พี่ต่อยังทนไม่ได้แปลว่าคนนี้คงสุดยอดจริงๆอะ

ใจเย็นๆนะพี่ เทอมหน้าอยู่คนเดียวดีแล้วละคะ หนูก็ไม่ชอบอยู่กับคนไม่รู้จักเหมือนกันอะ


โดย: น้องผิง วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:23:03 น.  

 
หลวงพ่อปราโมทย์ท่านเคยเทศน์ว่า "คนดีทำดีง่าย แต่ทำชั่วยาก ส่วนคนชั่วทำชั่วง่าย แต่ทำดียาก" ผมว่าเอาคำสอนนี้มาประยุกต์ให้เราเข้าใจจิตใจคนอื่นได้ดีเหมือนกันนะครับ


เปลี่ยนจากทำดีหรือทำชั่ว เป็นมีระเบียบหรือไร้ระเบียบ
ไม่ก็แทนด้วยคำว่า มีมารยาทหรือไร้มารยาท


คนบางคนไม่กล้าทำเรื่องไร้มารยาทเพราะตัวเองก็จะไม่สบายใจซะเอง ที่ไปทำเรื่องที่อาจจะไปทำให้คนอื่นไม่ชอบใจ ส่วนบางคนทำเรื่องไร้มารยาทก็ยังไม่คิดว่าตัวเองทำตัวน่ารังเกียจด้วยซ้ำ คนเรานี่มันต่างกันจริงๆ ถ้าอยู่ด้วยกันคงลำบากน่าดูโดยเฉพาะฝ่ายที่รักระเบียบนะครับ


เรื่องการใช้สบู่คนอื่นผมเดาว่าที่คุณผู้หญิงแสดงคคห.ในกระทู้พันทิปว่ารับได้มากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงมีเนื้อตัวสะอาดกว่าผู้ชายมั้งครับ(เดานะครับเดา ^^) จึงเห็นว่าใช้ร่วมกันได้ อีกอย่างเค้าคงนึกจากเรื่องของตัวเองที่อาจจะเคยไปเที่ยวกับเพื่อนๆ หรืออยู่หอกับเพื่อนๆที่สนิท ถ้าเป็นเพื่อนกัน รักกัน ผมว่าก็จะไม่ค่อยคิดว่ามันไม่ดีมั้งครับ


ส่วนตัวผมเอง ไม่เคยไปใช้ชีวิตร่วมกับคนแปลกหน้านะครับ แต่อยู่บ้านก็ใช้สบู่ร่วมกันกับคนในครอบครัว ถ้าต้องไปแชร์สบู่กับคนอื่นที่ไม่ค่อยรู้จักกันมานาน เอ่อ คิดแล้วผมก็คิดว่าอย่ามาใช้ร่วมกันน่าจะสบายความรู้สึกกว่านะครับเนอะ ยิ่งบวกด้วยความรู้สึกที่ว่าเค้าก็น่าจะใช้สบู่ของเค้าเองยิ่งทำให้เราฉุนเข้าไปใหญ่


เดี๋ยวมาต่อภาค 2 นะครับ ไปเฝ้าตลาดหุ้นก่อน รับรองเม้นท์ยาวครับงานนี้


โดย: อะไรคือสิ่งหายาก แต่ไม่มีค่า วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:30:33 น.  

 
นายแจม - ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมครับ

แม่อ้วนคนสวย - ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมครับ นานาจิตตังอย่างที่บอกน่ะ

ayopolie - จริงๆ ถ้าพูดแล้วฟัง พูดกันรู้เรื่องมันก็ไม่เหนื่อยหรอกครับ แต่นี่พูดกันไม่รู้เรื่อง อย่าว่าแต่ภาษาจีนเลย ภาษาไทยยังรู้เรื่องรึเปล่า

น้องผิง - พี่กับเค้าอาจต่างกันมากเกินไปให้หลายๆ ด้านน่ะ แต่ก็อย่างที่บอก ที่ทนไม่ไหวเพราะ พฤติกรรมไร้วุฒิภาวะเป็นเหตุสุดท้ายที่ต้องแตกหัก

พี่ตี๋ - ถ้าจำไม่ผิด พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต เคยกล่าวไว้คล้ายๆ กัน แต่ท่านไม่ได้แยกคนดีคนเลว ส่วนเรื่องที่ว่ามีมารยาทไร้มารยาทนั้น มีอะไรเราจะพูดกันตรงๆ เลย จะได้ปรับปรุงตัวกัน

จริงๆ หลายๆ เรื่องผมสามารถแก้ปัญหาได้หมด เรื่องขโมยของหรือสบู่ก็แค่เก็บเข้าห้องใส่ตู้ล็อคกุญแจก็จบ เรื่องยึดของส่วนรวม ยอมได้ก็ยอมไปอย่าไปคิดมาก เรื่องปิดแก๊สก็แค่เราเดินไปดูก่อนนอนว่าเค้าปิดหรือยัง คือทุกเรื่องมันพอจะแก้ปัญหาได้ แต่ที่น่าเกลียดคือ การปิดประตูโครมนี่แหละ

เพื่อนชาวอินเดียคนนึงถามผมว่าเทอมหน้าจะเรียนต่อมั้ย อยู่ที่เดิมมั้ย ผมตอบว่าเรียนต่อแต่คงไม่พักอยู่ที่เดิม เค้าถามมาทันทีว่าทำไม ผมเลยตอบเค้าว่า "เพราะคนที่อยู่ด้วยกันเค้ายังไม่แน่ใจว่าจะเรียนต่อหรือเปล่า ผมเลยต้องรอ "ซึ่งเรื่องนี้ผมได้เคยถามเค้าตั้งแต่ตอนแรกที่เราอยู่ร่วมกันใหม่ๆ ว่า เทอมหน้าจะเรียนต่อมั้ย คำตอบที่ได้คือ "ต้องดูก่อนว่าที่ที่เราเรียนปัจจุบันดีหรือเปล่า ถ้าไม่ดีจะย้ายไปเรียนที่อื่น" (หมายถึงมณฑลอื่น) แล้วผมก็พยายามติดตามคำตามมาเรื่อยๆ ว่าจะเรียนต่อแน่หรือเปล่า จนมาตอนหลัง ผมได้ถามเค้าอีกครั้ง เค้าตอบมาว่า "ไม่แน่ใจต้องดูว่า พ่อจะส่งเงินมาให้หรือเปล่า" ปัญหามันเปลี่ยนไปแล้วนะครับ จากที่อาจารย์สอนดีหรือเปล่ากลายเป็น "จะมีเงินเรียนต่อหรือไม่" เค้าบอกให้ผมรอถึงเดือนมกราคมต้นๆ เดือน ซึ่งพูดตามตรงเลยว่า ถ้าเป็นแบบนี้อันตรายมากนะครับ เสี่ยงแต่การที่ผมจะต้องหาที่อยู่ใหม่เอง
เพื่อนชาวอินเดียคนนั้น พูดทันทีแทบไม่คิดเลยว่า "เพื่อนคุณนี่เห็นแก่ตัวจริงๆ" ผมตกใจยิ่งกว่าเพราะผมไม่ได้คิดขนาดนั้น ถึงตอนหลังๆ จะมานั่งนึกว่า เออ...จริง เห็นแก่ตัวมากๆ ก็ตาม

ยาวก็ดีครับรอภาค 2 อยู่ เพราะรู้สึกหลังๆ ทำดีไม่ขึ้นเลย เค้ามาขอยาขออะไรผมมักจะให้ (ใครมันจะปล่อยให้เพื่อนป่วยตายได้ล่ะ) ก็ไม่ได้จะทวงบุญคุณแต่บางครั้งพอ เราต้องการให้ช่วยอะไรบ้างกลับไม่ได้มันทำให้เราคิดทุกทีเลย และจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ทราบว่าเค้าจะเรียนต่อมั้ย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:22:46 น.  

 
เข้ามาอ่านอีกรอบนะครับ ตะกี๊ยังอ่านไม่จบเลย
ตอนแรกนึกว่าต้องเม้นท์ยาวแต่สงสัยสรุปสั้นๆก็พอว่า ตาคนนี้สุดๆไปเลย

โห รูมเมทคุณต่อนี่ไม่น่าคบเลย เรียกว่าไม่น่าพบเจอกันเลยดีกว่า
ผมว่าผมเป็นคนใจเย็นคนหนึ่ง แต่งานนี้ถ้าผมเป็นคุณต่อ ผมขอหนีตาคนนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้จะดีกว่าครับ อยู่ด้วยกันนานๆเสียสุขภาพจิตตายแน่ๆเลย


โดย: อะไรคือสิ่งหายาก แต่ไม่มีค่า วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:17:33 น.  

 
สวัสดีครับ คุณต่อ โห บล็อกนี้ของท่านแรงจริงเลยครับ.......
อืมผมก็เคยเจอปัญหาบางข้อที่คุณต่อยกมาครับแต่ว่าของผมอาจจะเป็นเรื่องเล็กไปเลยถ้าเทียบกับคุณต่อ

ผมเคยถูกแอบอ่านบันทึก ประจำวัน ผมเคยโดนเพื่อนใส่ร้ายป้ายสี(อันนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่)
ผมเคยโดนเอาของส่วนตัวไปใช้....
ตอนที่ผมแก้ไข้ ผมใช้คำพูดบอกมันตรงๆเลยครับ โกรธก็ปล่อยมันครับ เพราะมันคือเรื่องจริง ยิ่งปล่อยไว้ยิ่งแย่ กับตัวเราด้วย ยิ่งถ้าเราไม่พูดบ้างสักวันมันคงจะระเบิดอย่างแน่นอนครับ
ผมคิดว่าเมท คุณต่อคงเป็นประชากรเหลือน้อยที่คนรอบข้างรังเกียจแล้วครับ.....(น่ากลัวจิงๆ)
ยังไงซะถ้าทนไม่ได้ก็อย่าไปทนมันเลยครับ เพราะเป็นแบบนี้แล้ว มันก็แก้ไขยากแล้วล่ะ
"ไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก"ครับ


โดย: ทัน (ราม-ไทย-จีน ) วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:38:16 น.  

 
จริงเลยจะน้องต่อ นี่มันแย่มากๆ ยิ่งกว่าที่พี่เจอนะเนี่ย

รูมเมทพี่ จะประมาณว่า ผิดสัญญาเรื่องเปิดปิดแอร์ ชอบเที่ยวกลับมาดึกๆ เปิดไฟทำเสียงดัง เที่ยงคืนตีหนึ่งยังเปิดโทรทัศน์ดู คุยกะเพื่อน (ที่อยู่หออื่นแต่แอบปีนเข้ามาไม่บอก) ทั้งที่ก็เห็นว่าพี่หลับอยู่ต้องตื่นเช้าไปเรียน เรื่องห้องก็ไม่ได้ช่วยทำความสะอาด จะเจอเศษผม คราบสกปรกในห้องน้ำเป็นอาจิณ ไม่นับเรื่องส่วนตัวประเภทว่าพยายามกีดกันไม่ให้เพื่อนผู้ชายเค้ารู้จักพี่กับเพื่อนๆ เพราะหวง ประมาณว่างานมหาลัยเลิกดึก เพื่อนเค้าอาสาไปส่ง รูมเมทพี่ก็รีบออกหน้าก่อนเลยว่าไม่ได้หรอก เดี๋ยวรถเต็ม พวกพี่เดินกลับเองได้ และ ฯลฯ

พี่ว่าก็ดีนะจ๊ะ อยู่คนเดียวอ่ะ ถ้าจ่ายไหว หรือไม่ก็คบกะเพื่อนในคลาสที่เห็นนิสัยกันพอควรค่อยไปแชร์กันก็เข้าทาดี บางอย่างทนได้ก็ทนเนอะ แต่กรณีน้องต่อ น้องต่อไปเรียน ต้องใช้เวลา สมาธิ ต้องมีสุขภาพจิตที่พร้อม มาเสียเวลาทนกะคนพวกนี้คงไม่คุ้มแน่ๆเลย

ยังไงก็สู้ๆ นะจ๊ะ ขอให้เจอเพื่อนดีๆ แล้วก็ห่างไกลจากเพื่อนประเภทนี้จนกว่าจะเรียนจบเลย เพี้ยง!


โดย: Hobbit วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:35:39 น.  

 
อยู่รวมกับคนอื่น
มีแต่เรื่องหนักใจอย่างนี้แหละค่ะ

ถ้าลำบากใจ
คิดว่า
แยกออกมาอยู่คนเดียวดีกว่า

ซื้อความสบายใจ


โดย: โสดในซอย วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:45:57 น.  

 
ตั้งใจอ่านจนจบเลยครับ

แต่ละข้อนี่โดนใจผมหมดเลย เรื่องใหญ่ ๆ ยังใช้คำพูดมักง่ายเลยเนอะ และก็ไม่ชอบเลยที่โดนขโมยของส่วนตัวไปใช้ (โดยเฉพาะสบู่ก้อนหน่ะ ) อยู่ไปเหมือนโดนเอาเปรียบหน่ะ อยู่คนเดียวสบายใจกว่าครับ


โดย: postmaker วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:33:40 น.  

 



แวะมาทักทายค่ะ

มีความสุขกับเดือนแห่งความรักนะคะ



โดย: มณีไตรรงค์ วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:40:16 น.  

 



“ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้“ ปีใหม่นี้ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ร่ำรวยๆนะคะ ^^


โดย: น้องผิง วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:38:11 น.  

 
จาก Blog ของพี่
พี่ไม่มีทางเลือกจริงๆ เพราะจ่ายเงินไปแล้วสัญญามันเป็นแบบ 6 เดือนสัญญามันคล้ำคอเลยแยกกับไอ้เมทไม่ได้ (จริงๆ มีทางนะ แค่ไปหาห้องใหม่ก็จบ แต่ต้องมีเงินขนาดเงินถุงเงินถัง แล้วห้องเก่าให้มันอยู่ไปเลยคนเดียว) มันช่วยไม่ได้เลยต้อง อดทนไว้ก่อน ถ้ารู้อย่างงี้ไม่อยู่กับมันให้โง่หรอก คนอะไรจะแย่ได้ขนาดนี้ แต่เทอมหน้าพี่แยกกับมันแน่นอน

อ๊ะ อ๊ะ...ยังไม่ทันไรเลยพี่ (ตั้งใจ) เผลอใช้ 3 คำที่น้องผิงไม่ชอบใช้ซะแล้ว


^
^

หนูแก้ให้ อิอิ ^^


จาก Blog ของพี่
พี่มีความจำเป็นจริงๆ เพราะจ่ายเงินไปแล้วสัญญามันเป็นแบบ 6 เดือนสัญญามันคล้ำคอเลยแยกกับไอ้เมทไม่ได้ (จริงๆ มีทางนะ แค่ไปหาห้องใหม่ก็จบ แต่ต้องมีเงินขนาดเงินถุงเงินถัง แล้วห้องเก่าให้มันอยู่ไปเลยคนเดียว) มันช่วยไม่ได้เลยต้องยอมอยู่ชัวคราวก่อน ถ้าย้อนเวลาได้ไม่อยู่กับมันให้โง่หรอก คนอะไรจะแย่ได้ขนาดนี้ แต่เทอมหน้าพี่แยกกับมันแน่นอน





โดย: น้องผิง วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:29:00 น.  

 
ตามมาอ่านแล้วจ้า ..
ได้ระบายออกมาบ้าง
ก็ดีน่ะ อ่านแล้วรู้สึกได้ว่านายต่อ
เป็นคนรักความเป็นระเบียบมากคนหนึ่ง
แต่รูมเมทออกเป็นออกละแนวกับนายต่อเลย
เรื่องรูมเมท เป็นเรื่องของเพื่อนเรา
สมัยเรียนออกจากบ้านไปเช่าหอ
กับเพื่อนอยู่ เป็นเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกัน
ตอนมหาลัย อยู่กันได้ไม่กี่เดือน
ลายก็เริ่มออก พออ่านของนายต่อ
มันคล้ายกับเรื่องของเพื่อนเรา
เราว่าพอได้มาใช้ชีวิตร่วมกัน
ลายก็จะเริ่มออกมาทีละนิด
รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ทางใครทางมันเนอะ
ทั้งเรื่องการหยิบใช้ข้าวของส่วนตัว
ของกิน
แต่รูมเมทนายต่ออายุมากแล้วจริง ๆ
อ่านแล้วรู้สึกว่ามีความเห็นแก่ตัวสูง
ยังไงซะ เทอมหน้าถ้ามีโอกาส
พักกับรูมเมทใหม่ ก็ขอให้เจอที่ดีกว่านี่เนอะ
แต่ดูท่าทางมีแนวโน้มจะพักคนเดียวสูงใช่มั้ยนี่





โดย: ดอยปุย วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:45:59 น.  

 
emoemoemo
แวะมาเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างบล็อกค่ะ


โดย: หอมกร วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:58:21 น.  

 
เชื่อค่ะว่าคนแบบนี้มี
ยิ่งกว่านี้ก็มี
และไม่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำเป็นสิ่งที่ผิดด้วย


โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:16:34 น.  

 
ปล่อยมันไปเหอะ


โดย: น้องเบจัง วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:30:15 น.  

 


ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ ครับ


โดย: postmaker วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:03:44 น.  

 
พี่ตี๋ - อย่างที่พี่ตี๋บอก ผมก็อยากจะรีบหนีให้ไกล จริงๆ เรื่องนี้พี่สาวผมเคยพูดเตือนไว้ว่า อยู่กับเมทเดือนแรกมันจะไม่มีปัญหา เพราะถ้าเกิดอะไรที่มันขัดแย้งเราจะไม่คิดมาก เนื่องจากคนเรามาอยู่ด้วยกันก็ย่อมมีความขัดแย้งเป็นธรรมดา แถมเป็นช่วงแรกด้วย แต่เมื่อผ่านเดือนแรกสันดานจะเริ่มออก แน่นอนครับสุขภาพจิตต้องมาก่อน ผมเลยตัดสินใจอยู่คนเดียวในเทอมหน้า ว่างๆ ต่อภาค 3 ได้ครับ

ทัน - พี่ก็ใช้วิธีพูดตรงๆ เหมือนกัน แต่ปัญหาคือเค้าฟังแต่ไม่ทำตามที่เราบอก (ก็ไม่ต่างจากไม่ฟังน่ะนะ) ไม่ว่าจะเรื่องแก๊ส หรือเรื่องอื่นๆ มันเหนื่อยใจจริงๆ กับคนแบบนี้ แก่แล้วแก่เลย วุฒิภาวะต่ำ พี่รู้สึกฟิวส์ขาดจริงๆ ก็เรื่องมันปิดประตูโครม เพราะพี่ไม่ให้ยืมโทรศัพท์นี่แหละ

พี่ปุ๊ก -
อืมพี่ปุ๊กก็เจอมาไม่น้อยเหมือนกัน เทอมหน้าผมอยู่คนเดียวแน่นอนครับ เพิ่มเงินอีกประมาณ 250 บาทต่อเดือน แต่สุขภาพจิตที่ได้มาคุ้มค่าครับ จริงๆ เพื่อนอินเดียที่ผมคุยด้วยเค้าก็บอกว่า ถ้าผมสามารถอยู่คนเดียวได้ (ไม่ใช่พวกขี้เหงา) ก็อยู่คนเดียวดีกว่า เพราะเค้าก็เคยเจอปัญหาแย่ๆ คล้ายๆ กันมา ผมไม่แน่ใจว่าของๆ ผมที่ทิ้งไว้ที่บ้านเก่าใส่ตู้ล็อคกุญแจไว้ จะโดนขวานฟันจนพังหรือไฟไหม้บ้านหรือเปล่า (โอกาสเกินขึ้นน้อยแต่ก็ไม่แน่เหมือนกัน)


โสดในซอย - ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ซื้อความสบายใจดีกว่า เพราะมันไม่ใช่ลำบากแต่ใจ มันทั้งกายและใจ

postmaker - ขอบคุณที่ตั้งใจอ่านจนจบนะครับ ที่ผมรู้สึกไม่พอใจที่สุดคงเป็นปัญหาเรื่องวุฒิภาวะของเค้ามากกว่าน่ะ

มณีไตรรงค์ - เช่นกันครับ

น้องผิง - ขอบใจจ้าน้องผิงที่แวะมาอวยพร มีการตามมาแก้ด้วย

ดอยปุย - จริงๆ ผมก็ไม่ได้เจ้าระเบียบอะไรหรอก คนเราถ้าพูดกันแล้วรู้เรื่องรับฟังกัน มันก็จะอยู่กันได้ แต่เค้าไม่ฟังแถมวุฒิภาวะต่ำ ไม่พอใจกระแทกประตู มันเหมือนคนบ้าน่ะ อายุก็ปูนนี้แล้ว

หอมกร - มาเจริญสัมพันธไมตรี ไหนล่ะของฝาก

หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท - ผมไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่ามันจะแย่ขนาดนี้ ผมตัดสินใจต้องแยกเพราะ เรื่อง วุฒิภาวะต่ำ ไม่พอใจกระแทกประตู นี่แหละ อายุไม่น้อยแล้วยังจะทำแบบนี้อีก

น้องเบจัง - ปล่อยมันไปแล้วครับ กรวดน้ำให้แล้วด้วย รวมไปถึงขอพรพระให้ชาติหน้าอย่าได้เจอกับมันอีกเลย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:21:29 น.  

 
ร้อยคนร้อยเหตุผล ร้อยความชอบ ร้อยความลับ ร้อยความรู้สึก ร้อยต่างๆ นานา ว่ามั้ยคะ





ปล. รักษาสุขภาพนะคะ



โดย: แกงส้มชะอมกุ้งใส่ผักบุ้งนิดนึง (น้องแกงส้ม ) วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:25:07 น.  

 


ได้ยินว่าแถวนี้มีคนร้องขอบรรณาการทางการฑูตเหรอจ๊ะ อิอิ



โดย: หอมกร วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:8:09:00 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

toor36
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 64 คน [?]




"สิ่งที่ได้มาด้วยวิธีการที่ผิด ย่อมไร้ซึ่งความหมาย"

:UPDATE-:-
18 ก.ค. 2560 - มาดูตลกร้ายของจีนกันบ้าง บางตครั้งภาษามันก็มีการเคลื่อนที่เหมือนกัน
/人◕ ‿‿ ◕人\

บล็อกก่อนบล็อกนี้
- [การ์ตูนสั้น] สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ

ธรณีนี่นี้ เป็นพยาน
เราก็ศิษย์มีอาจารย์ หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมาล้าง ดาบนี้คืนสนอง


天生我才必有用 千金散尽还复来

เริ่มนับ 08/07/2010
Free counters!













New Comments
Friends' blogs
[Add toor36's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.