นิยายเรื่องรักยกกำลังสอง แนวโรแมนติกวัยมัธยม ผมไม่สามารถเล่าเนื้อเรื่องย่อได้ เพราะเนื้อหาทุกอย่างจะทำให้คุณลุ้นและเซอร์ไพรส์อยู่ตลอดเวลา ถ้าคุณชอบอ่านนิยายแนวโรแมนติ และมีปริศนาให้คาดเดาและลุ้นไปกับมัน ลองเข้ามาอ่านเรื่องนี้สิครับ รับประกันความสนุก
 
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
5 กรกฏาคม 2552

รักยกกำลังสอง บทที่ 4 เดทสุดซึ้ง (First Date) ตอน 1

พอกลับมาที่ห้องเรนะก็ถามเอย์จิว่า “พี่เรกะย้อมผมมาน่ารักมั้ยจ๊ะ”

เอย์จิตอบว่า “อื้อ ก็สวยดีนะ”

เรนะเลยเปรย ๆ ว่า “งั้นชั้นไปย้อมบ้างดีมั้ยนะ”

“เรนะก็อยากจะไปย้อมเหรอ” เอย์จิตกใจ

“เปล่าหรอกจ๊ะ พูดเล่นหน่ะ อิอิ” เรนะยิ้มขำ ๆ “ถ้าชั้นย้อมจะย้อมสีอะไรดีน้า” เธอทำตาบ้องแบ๊ว

เอย์จิเขินที่เธอทำตัวน่ารัก เขาอึก ๆ อัก ๆ ตอบไปว่า “เอ่อ อย่างเรนะย้อมสีอะไรก็น่ารักมั้ง”

“เหรอจ๊ะ งั้นชั้นย้อมสีขาวดีมะ อิอิ”

“สะ สะ สีขาวเลยเหรอ” เอย์จิตกใจตาโต

“ล้อเล่นหน่ะ แหมเอย์จิคุงนี่จริงจังเกินไปรึเปล่าจ๊ะ”

“ขอ ขอโทษนะ” เขาตอบ

“แต่ตอนเอย์จิคุงตกใจนี่น่ารักดีนะ” เรนะทำตาหวานยิ้มนิด ๆ ที่มุมปาก ทำให้เอย์จิอายหน้าแดงจนไม่กล้าสบตาเธอ

ซักพักอาจารย์เข้ามาพอดี ทั้งสองเลยเตรียมตัวเรียน ระหว่างคาบเรียนเอย์จิยังแอบหันไปมองเรนะเหมือนเคย พอเรนะรู้ตัวก็หันไปยิ้มให้เขา ทำให้เอย์จิอายจนไม่กล้าแอบมองเธออีก

ระหว่างเรียนฝนเกิดตกแล้วสาดเข้ามาทางหน้าต่าง นักเรียนที่นั่งริมพากันปิดหน้าต่าง ขณะที่เรนะกำลังเอื้อมมือไปปิดก็มีลมกรรโชกแรงพัดเข้ามาพร้อมฝนห่าใหญ่ ทำให้ตำราเรียนปลิวหมด

“ว๊ายยยย” เธอตกใจที่โดนฝนสาดอย่างจังมือพยายามตามเก็บตำราที่ปลิวไป เอย์จิเลยเอื้อมมือไปช่วยปิดหน้าต่างแทน ทั้งสองไม่ทันคิดอะไรแต่ตัวทั้งคู่แทบจะอยู่ติดกัน หน้าเรนะอยู่บริเวณหน้าอกเอย์จิ เอย์จิชะงักเล็กน้อยเนื่องจากได้กลิ่นหอมจากผมของเรนะ เขานึกในใจว่า “ผมเรนะหอมเหมือนกลิ่นวานิลลาเลย” ในขณะที่เรนะที่เกือบซบลงที่หน้าอกเอย์จิ

ทั้งคู่สบตากันนิ่งอยู่อึดใจนึงแล้วเอย์จิก็พูดว่า “ชะ ชั้นปิดหน้าต่างให้”

“ขอบใจจ๊ะ” เรนะตอบเสียงค่อย แล้วเอย์จิก็ลุกไปปิดหน้าต่าง ทั้งคู่ตัวเปียกโชกเพราะฝนที่สาดเข้ามา

อาจารย์เลยบอกว่า “พวกเธอสองคนไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวที่ห้องพยาบาลก่อนนะ ปล่อยไว้เดี๋ยวจะเป็นหวัด”

“ครับ/ค่ะ” แล้วทั้งคู่ก็ลุกออกไป

“แล้วรีบกลับมานะ” อาจารย์บอกทั้งคู่ก่อนออกจากห้อง

“ทางนี้จ๊ะเอย์จิคุง” เรนะนำทางเอย์จิไป

เสื้อของเรนะที่โดนฝนเปียกทำให้บางจนมองเห็นด้านใน เอย์จิข่มใจไม่มองแล้วหันไปขอโทษเรนะ “ขอโทษนะ”

“เรื่องอะไรเหรอจ๊ะ” เรนะทำหน้างง

“ก็ถ้าชั้นปิดหน้าต่างเร็วกว่านี้เธอก็คงไม่เปียกมาก” เอย์จิตอบ

“ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ” เรนะมองหน้าเอย์จิแล้วยิ้ม

“มีอะไรเหรอ” เอย์จิถาม

“เอย์จิคุงนี่ใจดีจังนะ” เธอยิ้มหวานให้เอย์จิ ทำให้เขาเขินจนพูดอะไรไม่ออก ระหว่างที่ทั้งคู่เดินไปห้องพยาบาลก็ผ่านห้องเรียนของเรกะ เรกะที่นั่งเรียนอยู่บังเอิญเหลือบไปเห็นทั้งคู่พอดี จึงนึกในใจว่า “สองคนนี้ไปไหนกันนะ” แล้วเธอก็นั่งใจลอยจนไม่เป็นอันเรียน

พอใกล้ถึงห้องพยาบาลก็มีนักเรียนคนอื่นเดินสวนมา 2 – 3 คน เรนะกับเอย์จิจึงเดินหลบ ๆ ให้ ทำให้แขนด้านในบริเวณข้อพับของทั้งคู่แตะกันพอดี ความรู้สึกที่เรนะสัมผัสทำให้เธออ่อนปวกเปียกไปชั่วขณะหนึ่ง ในขณะที่เอย์จิคิดในใจว่า “ตัวเรนะอุ่นจัง” แล้วทั้งคู่ก็เดินแยกห่างจากกัน

พอไปถึงห้องพยาบาลอาจารย์พยาบาลก็ถามว่า “พวกเธอมีอะไรเหรอ”

“พวกเราโดนฝนสาดครับ อาจารย์เลยให้มาเช็ดตัว” เอย์จิตอบ

“งั้นเธอสองคนมาทางนี้จ๊ะ” แล้วอาจารย์ก็พาทั้งคู่ไปเช็ดตัว พอยื่นผ้าขนหนูให้ทั้งสองแล้วอาจารย์ก็พูดว่า “ผู้ชายไปทางนั้นนะ” เธอชี้ไปที่อีกฟากที่มีม่านกั้นไว้แล้วเอย์จิก็เดินไปที่นั่น

พอผมเช็ดตัวเสร็จก็มารอเรนะที่หน้าประตูห้องพยาบาล ซักพักเรนะก็เดินออกมาพร้อมอาจารย์ห้องพยาบาล “เสร็จแล้วเหรอ” ผมถามเรนะ

“จ๊ะ เอย์จิคุงรอนานมั้ย” เธอถามผม

“ไม่หรอก ชั้นเพิ่งเสร็จเมื่อกี้เหมือนกัน กลับห้องกันเถอะ” ผมตอบเธอแล้วเปิดประตูห้องพยาบาล

“ขอบคุณนะคะอาจารย์” เรนะหันไปก้มหัวขอบคุณอาจารย์

“ขอบคุณครับ” ผมก้มหัวตามเธอ ระหว่างเดินไปตามระเบียงผมก็กลับไปนึกถึงเรื่องเมื่อวันแรกที่ผมมาถึงโรงเรียนนี้ ผมเชื่อว่าผู้หญิงที่เกือบถูกมอเตอร์ไซด์ชนในวันนั้นน่าจะเป็นเรนะ แต่ผมก็ยังสองจิตสองใจว่าจะถามเธอดีรึเปล่า

ระหว่างที่เดินไปคิดไปเรนะก็ถามผม “เอย์จิคุงเป็นไรรึเปล่าจ๊ะ ดูเหม่อ ๆ นะ”

“อ๋อ เปล่า ไม่มีอะไรหรอก เผอิญคิดอะไรเพลิน ๆ หน่ะ” ผมตอบเธอ

“เหรอจ๊ะ ระวังเพลินจนเดินชนอะไรเข้านะ อิอิ” เธอขำนิด ๆ

“ฮะ ๆ งั้นเรนะก็เตือนชั้นสิ”

“เอ จะเตือนดีมั้ยน้า” เรนะทำหน้าเจ้าเล่ห์แล้วเราก็พากันเดินต่อ

ซักพักผมก็ตัดสินใจจะถามเธอเรื่องเมื่อวันนั้น “เอ่อ เรนะ / เอ่อ เอย์จิคุง” เรนะพูดขึ้นพร้อม ๆ กับผม

“มีอะไรเหรอ” ผมถามเธอ

“เอย์จิพูดก่อนเถอะจ๊ะ” เธออึก ๆ อัก ๆ

“มะ ไม่มีอะไรหรอก เรนะแหละมีอะไรเหรอ” ผมถามเธอ

“คือว่าเวลาเรียนทำไมเอย์จิชอบหันมามองชั้นบ่อย ๆ เหรอ” เธอถามผมด้วยแววตาไร้เดียงสา

ผมอึ้งและอายจนไม่รู้จะตอบยังไงดี “เอ่อ คือ ขอโทษนะ” เธอยังมองผมด้วยแววตาเหมือนเดิม “คือเอ่อ คือว่า เพราะ...เธอน่ารักหน่ะ” ผมตอบไปโดยไม่กล้ามองหน้าเธอ ไม่มีเสียงตอบจากเรนะ ผมจึงค่อย ๆ เงยหน้ามองดูเธอปรากฏว่าเธอหน้าแดงก่ำ พอเธอเห็นผมหันไปมองก็หลบตาผม เราสองคนเลยเดินต่อโดยไม่พูดอะไร

ระหว่างที่ทั้งสองเดินกลับห้องเรกะก็เหม่อมองไปที่ประตูห้องเรียนเหมือนรอคอยอะไรซักอย่าง ซักพักเรกะก็เห็นเอย์จิกับเรนะเดินกลับไปที่ห้องเรียนของทั้งคู่ เรกะมองตามทั้งสองด้วยความสงสัยจนทั้งคู่พ้นประตูไป

ขณะเดียวกันเรนะก็คิดในใจว่า “ทำไงดีอ้ะ อยู่ ๆ เอย์จิคุงมาพูดแบบนี้แล้วเรา...” พอไปถึงห้องเรียนทั้งคู่ก็เดินเงียบ ๆ กลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม แล้วเอย์จิก็คิดในใจว่า “สุดท้ายเลยไม่ได้ถามเรื่องวันนั้นเลย แต่ช่างมันเถอะ”

ตอนพักเที่ยงโรงอาหารอื้ออึงไปด้วยเสียงซุบซิบจากทั่วทั้งโรง สายตาหลายคู่หันมามองผมสีทองสว่างไสว แต่เรกะก็นั่งทานข้าวต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“แหมเด่นไปเลยนะเรกะจัง” คูมิยะแซว

“ทำไมคนย้อมผมมันแปลกตรงไหน” เรกะทำหน้าเฉย ๆ

“ไอ้แปลกหน่ะไม่แปลกหรอก แต่เพราะพวกเธอเป็นฝาแฝดกันหน่ะซิถึงแปลก” คูมิยะตอบ

“ดีแล้วไม่ใช่เหรอ จะได้ไม่มีใครจำพวกเราสลับกันอีกไง” เรกะตอบ

คูมิยะถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ว่า “ก่อนหน้านี้เธอไม่เห็นจะว่าอะไรที่มีคนจำผิดเลย หรือว่าเธอไม่อยากให้มีใครบางคนจำเธอผิดหรือเปล่าจ๊ะ หุหุ” นายะที่กำลังกินข้าวอยู่ตกใจจนถึงกับข้าวติดคอ เธอรีบกินน้ำแล้วก็หันมามองหน้าเรกะ

“อะไรหล่ะพวกเธอนี่มั่วกันไปใหญ่แล้ว ชั้นแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศย่ะ” เรกะตอบค้อน ๆ แต่ไม่กล้าสบตาเพื่อนทั้งสอง

คูมิยะทำน้ำเสียงเหมือนรู้ทัน “แน่ใจนะจ๊ะว่าไม่ใช่เพราะทาคุ...” แต่เธอยังไม่ทันพูดจบก็มีเสียงแทรกขึ้นมา

“คุยเรื่องอะไรกันอยู่เหรอจ๊ะทุกคน” เรนะที่เพิ่งซื้อข้าวเสร็จเดินมาพร้อมกับเอย์จิ

คูมิยะทำหน้าเจ้าเล่ห์แล้วแกล้งหยอกเรกะ “อ๋อก็กำลังคุยเรื่องเรกะย้อมผมเพราะทาคุ...”

“ไม่มีอะไรหรอก คุยกันเรื่อยเปื่อยหน่ะ” เรกะรีบตัดบทแล้วทำหน้าดุใส่คูมิยะ นายะที่นั่งฟังก็ได้แต่ถอนหายใจ

“แล้วพวกฟูจิหล่ะ” เรกะรีบเปลี่ยนเรื่องคุย

“ต่อแถวอยู่อีกร้านนึงหน่ะ” เอย์จิตอบ

พอแต่ละคนทานอาหารใกล้จะหมดฟูจิกับคอนจิก็เพิ่งมา “โทษที ๆ วันนี้ร้านป้าแกคิวยาวเลย” ฟูจิพูดแล้วทั้งคู่ก็รีบนั่งลง

“ป้าแกทำอร่อยก็งี้แหละเสียอย่างเดียวคนต่อแถวกันเยอะเกิน” คูมิยะบอก

“ปกติชั้นก็ไม่ค่อยกินร้านนี้หรอกนะแต่วันนี้เกิดอยากขึ้นมาหน่ะ” คอนจิอธิบาย

ฟูจิกับคอนจิรีบกินเพราะกลัวเพื่อน ๆ จะรอนาน คูมิยะเลยบอกว่า “พวกนายไม่ต้องรีบหรอกเดี๋ยวติดคอ พวกชั้นหาขนมกินรอก็ได้เนอะทุกคน”

“อื้อ” เรกะตอบโดยมีเรนะกับนายะพยักหน้ารับ

เอย์จิเห็นแก้วน้ำของแต่ละคนน้ำใกล้หมดเลยพูดว่า “งั้นเดี๋ยวชั้นไปซื้อน้ำมาให้ พวกเธอเอาไรกันมั่ง”

พอทุกคนฝากซื้อเสร็จเรนะก็พูดว่า “เอย์จิคุงยกคนเดียวหมดเหรอจ๊ะ”

“อื้อ ไม่เป็นไรหรอก” เอย์จิตอบ

“งั้นชั้นไปช่วยยกละกัน” เรกะรีบออกตัวแล้วทั้งสองก็เดินไปด้วยกัน พวกคูมิยะมองตามเรกะด้วยสีหน้างง ๆ

ระหว่างต่อแถวซื้อน้ำเรกะก็ถามเอย์จิด้วยสายตากังวลนิด ๆ ว่า “เมื่อตอนสาย ๆ นายกับเรนะไปไหนกันเหรอ”

“อ้าวเธอเห็นด้วยเหรอ” เอย์จิพูดแล้วหยุดไปนิดนึง “พวกเราโดนฝนสาดหน่ะเลยไปเช็ดตัวที่ห้องพยาบาล”

“เหรอ” เรกะพูดแล้วนิ่งไปสายตาเธอดูเหงา ๆ แต่เอย์จิก็ไม่รู้จะพูดอะไรจึงได้แต่เงียบ พอซื้อน้ำเสร็จทั้งคู่ก็ยกไปที่โต๊ะ

“นี่ ๆ ชั้นได้ข่าวว่าร้าน J. Latin ที่ห้าง DMC เค้าเซลครั้งใหญ่เลยนะใครสนมั่ง” คูมิยะชวนเพื่อน ๆ

“ดีจังชั้นไปด้วยจะไปหาซื้อชุดสวย ๆ ซะหน่อย” เรกะทำท่าดีใจราวกับสายตาเหงา ๆ ของเธอเมื่อกี๊ไม่เคยเกิดขึ้น

“เอาอีกแระพวกผู้หญิงกับการช้อปปิ้ง” คอนจิทำหน้าเบื่อโลก

“ทำไมยะซื้อของมันผิดตรงไหน!!!” คูมิยะทำหน้าดุใส่ฟูจิ

“ปะ ปะ เปล่าคร้าบบบ ไม่มีอะไรผิดเลยคร้าบบ” ฟูจิทำเสียงอ่อย

“เรนะจังกับนายะจังหล่ะไปด้วยกันมั้ย” คูมิยะถาม

“อื้อไปจ๊ะ” เรนะตอบในขณะที่นายะพยักหน้า

“ต้องอย่างงี้สิ แล้วพวกผู้ชายหล่ะมีใครไปมั้ย” คูมิยะถาม

“จะหาคนช่วยถือของว่างั้น” คอนจิรู้ทัน

“แหม แหะ ๆๆ ไม่ใช่อย่างงั้นซะหน่อย ก็ไปกันหลาย ๆ คนสนุกดีออก...เนอะ” คูมิยะอ้อนคอนจิ

“ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ชั้นไปด้วยก็ได้” คอนจิตอบ

“อื้อชั้นก็เหมือนกัน เอย์จิหล่ะว่าไง” ฟูจิถาม

“โทษที ๆ วันนี้ชั้นต้องช่วยที่บ้านเปิดร้านหน่ะ” เอย์จิพูดด้วยความเสียดาย

“ร้านอะไรเหรอ” เรกะถาม พวกคูมิยะก็ตั้งใจรอฟัง

“ร้านเค้กหน่ะพ่อกับแม่ชั้นเปิดร้านเค้กมาตั้งแต่ที่ฮอกไกโดแล้ว พอย้ายมาที่นี่ก็เพิ่งจะได้ทำเลดี ๆ” เอย์จิตอบ

“ว๊าวว ร้านเค้กเหรอดีจัง” คูมิยะทำท่าอยากกินมาก

“ร้านอยู่แถวไหนเหรอจ๊ะ” เรนะถาม

“อยู่ใกล้ ๆ สถานีรถไฟหน่ะ”

“อ๋อ ชั้นเคยผ่านนะ เห็นมีป้ายติดอยู่ว่ากำลังจะเปิด” นายะพูด

“อื้อ ร้านนั้นแหละ”

“งั้นพอซื้อของเสร็จพวกเราไปแวะร้านทาคุมิคุงกันมั้ย” เรกะชวนเพื่อน ๆ

“ไปสิ ๆ ชั้นอยากกินเค้กอยู่พอดี” คูมิยะตอบ

“อื้อพวกชั้นไปด้วยนะ อาจจะไปช่วยเอย์จิขายของ อิอิ” ฟูจิกับคอนจิอาสา

“ร้านเค้กสงสัยสาว ๆ เพียบแน่” คอนจิเริ่มฝันหวาน

“ไม่รบกวนนะจ๊ะเอย์จิคุง” เรนะถาม

“ไม่หรอกคนยิ่งเยอะยิ่งดีจะได้คึกคัก” เอย์จิตอบ

พอเลิกเรียนพวกคูมิยะก็พากันไปที่ห้าง DMC ส่วนเอย์จิก็แยกไปที่ร้านก่อน ที่ร้าน J. Latin พวกสาว ๆ เลือกซื้อเสื้อผ้ากันอย่างสนุกสนาน คอนจิกับฟูจิก็ได้แต่ยืนเซ็ง เวลาผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมงแต่ละคนจึงได้ชุดที่ถูกใจคนละตัวสองตัว

“นี่ ๆ พวกเธอไม่เหนื่อยกันมั่งเหรอ” ฟูจิยืนรอจนเมื่อย

“ไม่เลยย่ะสนุกจะตาย” คูมิยะตอบ

“ไปหาไรกินก่อนมั้ย” เรกะชวน

“อื้อดีเหมือนกัน” คูมิยะตอบ แล้วทุกคนก็เดินไปหาซื้อน้ำซื้อขนมทาน

“มีใครจะดูอะไรที่ไหนอีกป่าว” คูมิยะถามทุกคน

“นี่ยังจะไปซื้ออย่างอื่นกันอีกเหรอ” คอนจิทำหน้าเบื่อโลก

“ชั้นไม่มีอะไรอ่ะ” เรกะตอบ

“ชั้นก็ไม่มีจ๊ะ” เรนะตอบ

“อื้อชั้นก็เหมือนกัน” นายะตอบ

“งั้นจะไปร้านเอย์จิกันเลยมั้ย” ฟูจิถาม

“อื้อรีบไปเถอะเดี๋ยวจะมืดซะก่อน” คูมิยะตอบ

พอมาถึงหน้าสถานีทุกคนก็มองหาร้านเค้กของเอย์จิ นายะก็ชี้ให้ทุกคนดูร้านเค้กเปิดใหม่ที่ชื่อว่า Amusesbouche เป็นร้านที่ตกแต่งสไตล์ยุโรปมีที่นั่งหน้าร้าน 3 ที่ ผนังร้านเป็นกระจกติดฟิล์มมองเห็นภายในมีโต๊ะอีกประมาณ 10 โต๊ะ

เคาน์เตอร์เป็นตู้กระจกใส่เค้กชนิดต่าง ๆ ภายในมีเปียโนวางอยู่หลังนึงตรงมุมห้อง ในร้านเปิดเพลงคลาสสิกบรรเลงเบา ๆ พอทุกคนเดินเข้าไปในร้านก็เห็นเอย์จิกำลังเสิร์ฟกาแฟอยู่ ลูกค้ามีทั้งกลุ่มเด็กนักเรียนหญิง คู่หนุ่มสาว และกลุ่มสาว ๆ วัยทำงาน

“เชิญครับ” เสียงผู้ชายวัยกลางคนต้อนรับพวกคูมิยะ

“สวัสดีค่ะพวกเราเป็นเพื่อนที่โรงเรียนของทาคุมิคุงค่ะ” เรกะแนะนำตัว

“อ้าวเพื่อนเอย์จิเองหรอกเหรอ นั่นไงเดินมาโน่นแล้ว” ผู้ชายวัยกลางคนพูด

“ชื้อของเป็นไงมั่ง” เอย์จิทักพวกคูมิยะ

“นี่ไงผลงาน” คอนจิชูถุงเสื้อผ้าของพวกผู้หญิงที่ให้ตัวเองถือพร้อมทำหน้าเซ็ง

“ดีจังนะลูก” ชายวัยกลางคนพูดกับเอย์จิ

“ทุกคนนี่พ่อชั้นเอง” เอย์จิแนะนำ

“สวัสดีครับ/ค่ะ” พวกคูมิยะทักทายพร้อมกัน

“สวัสดีนะทุกคน” พ่อเอย์จิตอบ แล้วเอย์จิก็แนะนำเพื่อนแต่ละคนให้พ่อรู้จัก

“ลูกพาเพื่อน ๆ ไปที่โต๊ะเถอะนะทางนี้พ่อดูแลเอง”

“ครับ” เอย์จิตอบแล้วก็พาทุกคนไปนั่งที่โต๊ะ “กินอะไรกันมารึยังพวกนาย”

“ยัง! เก็บไว้รอกินเค้กร้านนายนี่แหละ” คูมิยะมีท่าทีอยากกินเค้กอย่างแรง เอย์จิเลยส่งเมนูให้เพื่อน ๆ

“ไหน ๆ มีอะไรมั่งนะดับเบิ้ลช๊อคฟัดจ์นี่เป็นยังไงอะ” คูมิยะถาม

“เป็นเค้กช็อคโกแลตรสเข้มข้นหน่ะใช้เค้กเนื้อนุ่มทำ เวลาเสิร์ฟก็จะราดช็อคโกแลตอุ่น ๆ ลงไป ถ้าจะเพิ่มทอปปิ้งก็ใส่แผ่นไวท์ช็อคแต่งหน้า” เอย์จิอธิบาย

“แล้ว Gâteau au chocolat หล่ะจ๊ะ” เรนะถามบ้าง

“อันนั้นเป็นเมนูใหม่หน่ะ เป็นเค้กช็อคโกแลตสูตรฝรั่งเศส ตอนนี้กำลังจัดโปรโมชั่นเสิร์ฟพร้อมกาแฟลาเต้เย็นด้วยนะ” เอย์จิตอบ

“ท่าทางน่าทานจังงั้นชั้นเอาอันนี้แหละจ๊ะ” เรนะบอก

“ชั้นเอาบลูเบอรี่ชีสพายกับแฟรบปูชิโน่ใส่วิปครีมนะ” เรกะเลือกบ้าง

“ชั้นเอาครีมโรลกับชูครีมละกัน” ฟูจิบอก

“ชั้นเอาพายแอปเปิลนะของโปรดชั้นเลย หุหุหุ” คอนจิทำน้ำเสียงร่าเริงมาก

“แล้วพวกนายสองคนจะดื่มอะไรหล่ะ” เอย์จิถาม

“ขอเป็นเบียร์สดละกัน อิอิอิ” ฟูจิทำหน้าทะเล้น

คูมิยะตีหลังฟูจิดังเพียะ!!! แล้วทำหน้าดุ “นี่นายพวกเรายังเรียนมัธยมกันอยู่นะ”

“ล้อเล่นน่าขำ ๆ หน่ะ แหมทำเป็นจริงจังไปได้” ฟูจิหัวเราะ

“ชั้นเอาโกโก้ปั่นละกัน” คอนจิตอบ

“ชั้นขอชาเขียวร้อน” ฟูจิอ่านในเมนูแล้วเลือก

“รอแปบนะพวกนาย” เอย์จิบอกเพื่อน ๆ

พอเอย์จิเดินไปที่เคาน์เตอร์คูมิยะก็พูดว่า “ทาคุมิคุงเก่งจังนะเลิกเรียนแล้วมาช่วยที่บ้านขายของอีก”

“นั่นสิชั้นพอเลิกเรียนก็กลับบ้านไม่มีไรทำเบื่อจะตาย” เรกะบ่น

“ชั้นก็เหมือนกันแต่พวกนายคงไม่เบื่อหรอกมั้ง” คูมิยะหันไปมองพวกฟูจิ

“ใช่!!! พวกเราพอถึงบ้านก็ออกมาเที่ยวเล่นเดินดูสาวน่ารัก ๆ ไปเรื่อย” ฟูจิกับคอนจิยืดอกทำหน้าภาคภูมิใจมาก พวกผู้หญิงได้แต่ถอนหายใจทำหน้าเซ็ง

“จะว่าไปคุณพ่อเอย์จิคุงแต่งร้านได้โรแมนติกดีเนอะ” เรนะชมพลางมองไปรอบ ๆ ร้าน

“บรรยากาศเหมือนอยู่ต่างประเทศเลยเนอะ” นายะจินตนาการถึงร้านกาแฟในหนังฝรั่ง

“อื้อดูสิมีเปียโนวางอยู่ด้วย” เรกะมองไปที่มุมห้อง

“เปียโนของใครนะคงไม่ใช่ทาคุมิคุงหรอกมั้ง” คูมิยะทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ

“ถ้าใช่ก็โรแมนติกเกินไปหน่อยหล่ะ” เรกะพูดถึงเอย์จิ สาว ๆ พากันหัวเราะคิกคัก

“คุยอะไรกันอยู่เหรอจ๊ะสาว ๆ” เสียงหญิงสาวอายุประมาณ 20 เดินมาที่โต๊ะพวกเรกะ ทุกคนที่โต๊ะหันไปมองหน้าเธอแล้วถึงกับเคลิ้มในความสวย เธอเป็นหญิงสาวหน้าหวาน สวยแบบผู้ใหญ่ สูงประมาณ 170 ผิวขาวสว่าง รูปร่างเซ็กซี่ ผมสีดำยาวถึงสะโพก

“เอ่อ สวัสดีค่ะคุณคือ...” เรกะหันไปทักทายหญิงสาวแปลกหน้า

“ดีจ๊ะ โทษทีลืมแนะนำตัวชั้นทาคุมิ ยูริเป็นพี่สาวเอย์จิจ๊ะ” พี่สาวเอย์จิยิ้มให้ทุกคน

“เรียนห้องเดียวกันเหรอดีจังเลยนะ” ยูริพูด

“หนูกับเรนะแล้วก็สองคนนี่เรียนห้องเดียวกับทาคุมิคุงค่ะ ส่วนเรกะกับนายะเรียนอีกห้องนึง” คูมิยะอธิบายพลางแนะนำตัวทุกคน

“อุ๊ย! พวกเธอเป็นฝาแฝดเหรอน่ารักจัง” ยูริทำตาวาว

“หนูเรกะค่ะเป็นพี่สาว” เรกะยิ้มเขิน ๆ

“หนูเรนะค่ะ” เรนะยิ้มให้ยูริบ้าง

“น่ารักจังเลยเห็นแล้วอยากมีน้องสาวเป็นฝาแฝดมั่งจัง”

“ไม่แน่นะคะในสองคนนี้อาจจะมีคนนึงเป็นน้องสะใภ้คุณยูริก็ได้ อิอิ” คูมิยะพูด เรนะกับเรกะถึงกับต้องหันไปทำหน้าดุใส่เพื่อนจอมทะเล้น

ยูริทำหน้างงพักนึงแล้วก็ยิ้มหวาน “แหมถ้ามาเป็นน้องสาวได้ทั้งคู่ก็ดีสิจ๊ะ”

“แหมคุณพี่สาวพูดถูกใจ” คูมิยะหันไปส่งสายตาเจ้าเล่ห์แบบรู้กันให้นายะแล้วทั้งสองก็หันไปยิ้มอย่างมีลับลมคมในให้สองพี่น้องฝาแฝด ทำให้แก้มของเรกะกับเรนะมีเลือดฝาดจนเป็นสีชมพู

ซักพักเอย์จิก็เดินเข็นรถใส่ขนมมา “ได้แล้วพวกนาย”

คูมิยะนึกในใจว่า “แหมมาขัดจังหวะพอดีกำลังมันเลย อิอิ”

เอย์จิทยอยส่งขนมกับน้ำชาให้เพื่อน ๆ โดยมีพี่สาวช่วยอีกแรง “คุณยูริไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ” เรนะเกรงใจ

“ไม่เป็นไรหรอกจ้าช่วย ๆ กัน” ยูริยิ้มตอบ

“ว้าวววน่าทานจัง” คูมิยะตาโตเมื่อเห็นขนมเค้ก

“ของเรกะก็น่าอร่อยนะ” นายะพูด

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวแบ่งกันชิมเนอะ” เรกะหันไปบอกเพื่อน ๆ

“แหม ๆ พวกผู้หญิงนี่เห็นขนมเค้กทำยังกะเห็นขุมทรัพย์” ฟูจิแซว

พอทุกคนครบคอนจิก็พูดว่า “เอย์จินายก็นั่งกินด้วยกันสิ”

“อื้อ” เอย์จินั่งข้าง ๆ คอนจิแต่เขาเอามาแต่ขนมของเพื่อน ๆ

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปเอาเค้กมาให้จ๊ะ” พี่สาวพูดกับน้องชาย

“ขอบคุณครับพี่เดี๋ยวผมไปเอาเองก็ได้”

“ไม่เป็นไรจ้าเธอคุยกับเพื่อน ๆ ไปเถอะ”

พอยูริเดินไปเรนะก็หันไปคุยกับเอย์จิว่า “คุณยูริสวยจังเลยนะจ๊ะแถมยังใจดีอีก”

“อื้อ” เอย์จิยิ้มตอบ

“แหมอยากได้เป็นพี่สาวเหรอจ๊ะ” คูมิยะแซว

เรนะหน้าแดงแล้วตอบว่า “แหมอย่าคิดลึกซิ” ฟูจิกับคอนจิได้แต่กลั้นหัวเราะ

“อึ้มมมอร่อยจัง” คูมิยะปลื้มมาก

“คุณพ่อทาคุมิคุงทำเค้กอร่อยจัง” นายะก็ปลื้มไปกับเค้าด้วย

“คุณพ่อเอย์จิคุงทำเองคนเดียวหมดนี่เลยเหรอจ๊ะ” เรนะถาม

“คุณพ่อช่วยกันทำกับคุณแม่หน่ะ แต่คุณแม่จะทำซะเป็นส่วนใหญ่” เอย์จิตอบ

“คุณแม่เอย์จิคุงต้องสวยเหมือนคุณยูริแน่ ๆ เลย” เรนะพูด

ระหว่างที่พวกสาว ๆ กำลังสนุกอยู่กับการแบ่งกันกินเค้ก ที่ร้านก็เปิดเพลงบรรเลงเบา ๆ คลอ “เพลงเพราะจังนะ” เรกะพูดกับเอย์จิ

“คุณพ่อเป็นคนเลือกหน่ะ ท่านชอบเพลงสากลบรรเลงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว” เอย์จิอธิบาย

“ฟังเพลงเพราะ ๆ แล้วกินเค้กอร่อย ๆ นี่มีความสุขจังเนอะ” นายะเหมือนกำลังอยู่ในความฝัน

“อื้ออร่อยจริง ๆ” คอนจิกินเร็วจนแทบจะไม่หยุดพักหายใจ

“อย่างงี้ต้องซื้อไปฝากที่บ้านหน่อยแล้ว” ฟูจิบอก

“ได้เลยจะเอาอะไรเดี๋ยวจัดให้” เอย์จิตอบ

“แล้วเปียโนนั่นของใครเหรอ” เรกะสงสัย

“อ๋อของพี่สาวชั้นหน่ะ พี่เรียนเปียโนตั้งแต่เด็กแล้ว” เอย์จิตอบ ทุกคนมีสีหน้าทึ่งในตัวพี่สาวเอย์จิ

“มาแล้วจ๊ะ พี่เอา Macaron กับชาราสเบอรี่ของโปรดเธอมาให้นะ” ยูริยกขนมเค้กมาให้น้องชาย

“ขอบคุณครับพี่”

“เอย์จิคุงบอกว่าคุณยูริเล่นเปียโนด้วยเหรอคะเก่งจังเลย” เรนะหันไปหายูริ

ยูริเห็นเรนะเรียกน้องชายอย่างสนิทสนมก็เลยเอามือปิดปากแล้วยิ้มเล็ก ๆ “จ้าอยากลองฟังมั้ยหล่ะ” พวกสาว ๆ พากันพยักหน้า

“งั้นรอเดี๋ยวนะ” ยูริเดินไปปิดเพลงแล้วไปนั่งที่เปียโน เธอบรรเลงเพลง Canon in D Major ของ Johann Pachelbel ทั้งร้านเงียบฟังเพลงที่เธอบรรเลงอย่างซาบซึ้งราวกับมีเวทมนตร์ เสียงเปียโนของเธอทำให้บรรยากาศในร้านโรแมนติกมากยิ่งขึ้นราวกับนั่งจิบน้ำชายามบ่ายอยู่ในลอนดอน พอเธอเล่นจบลูกค้าในร้านพากันปรบมือ ยูริยืนขึ้นแล้วโค้งขอบคุณ

“สุดยอดเลยนะ” เรกะทึ่ง

“เพราะมากเลย” คอนจิเสริม

“เป็นไงมั่งจ๊ะพอฟังได้รึเปล่า” ยูริเดินมาที่โต๊ะ

“เพราะมากเลยค่ะ” เรนะชม

“เพราะจริง ๆ ค่ะ คนฟังปรบมือกันทั้งร้านเลย” คูมิยะชมต่อ

“เหรอจ๊ะดีใจจัง” ยูริยิ้มขอบคุณ “งั้นเดี๋ยวพี่ขอตัวก่อนนะจ๊ะ ลูกค้าเริ่มเข้าร้านเยอะแล้ว” ทุกคนยิ้มให้แล้วยูริก็เดินไปที่เคาน์เตอร์

“คุณยูริสุดยอดเลยนะจ๊ะทั้งสวยแล้วยังเก่งอีก” เรนะชมพี่สาวเอย์จิ

“อื้อ พี่เค้าขยันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วหล่ะ” เอย์จิตอบ

“แต่เอย์จิก็เก่งนะจ๊ะ เลิกเรียนแล้วยังมาช่วยที่บ้านขายของอีก” เรนะชมเอย์จิบ้าง

“อื้อเทียบกับพวกชั้นแล้วเลิกเรียนก็กลับบ้าน สู้นายไม่ได้เลย” เรกะเองก็ชมด้วย

“แหมสองพี่น้องอะไรกันจ๊ะ” คูมิยะแซวฝาแฝด

“อะ อะไรกันหล่ะ ชั้นก็แค่พูดตามความเป็นจริง” เรกะแก้ตัวพัลวัน

“ก็จริงนะพวกชั้นพอกลับถึงบ้านก็ไม่มีอะไรทำ” ฟูจิพูด

“ไม่หรอกที่ชั้นมาช่วยเพราะที่ร้านคนไม่พอหน่ะ นี่คุณพ่อคุณแม่ก็กำลังคิดว่าจะจ้างคนเพิ่ม” เอย์จิบอก

“นั่นสิเนอะลูกค้าเต็มร้านเลย” เรกะหันไปมองรอบ ๆ เห็นยูริคอยเสิร์ฟอาหารมือเป็นระวิง

“จริง ๆ ถ้าได้ทำงานในร้านบรรยากาศดี ๆ อย่างงี้คงจะดีนะ” เรนะพูด

คูมิยะกับนายะมองหน้าแบบรู้ใจกัน “งั้นถ้าพวกเราว่างก็มาช่วยงานที่ร้านนี้กันมั้ยหล่ะ” คูมิยะชวน

“เอ๋!” คอนจิร้องอย่างประหลาดใจแล้วหันไปมองหน้าฟูจิ

“ไอเดียดีเหมือนกันนะ หลังเลิกเรียนชั้นก็ไม่ได้เข้าชมรมอะไรอยู่แล้ว” เรกะเห็นด้วย “เรนะหล่ะมาทำด้วยกันมั้ย” พี่สาวฝาแฝดชวนน้องสาว

“ค่ะ ถ้าหนูมาทำกับพี่คุณพ่อคุณแม่คงอนุญาต”

“ชั้นก็จะมาช่วยด้วยนะ” นายะตอบรับ

“พะ พวกเธอเอาจริงเหรอ” เอย์จิประหลาดใจ

“ไม่ได้เหรอจ๊ะ” เรนะทำเสียงใส

“เปล่า ๆ เดี๋ยวลองถามคุณพ่อดูก่อนนะ” เอย์จิตอบ

“น่าสนุกเหมือนกันนะ งั้นชั้นขอมาช่วยด้วยละกัน” ฟูจิเสนอตัว

“เดี๋ยวชั้นลองขอคุณแม่ดูก่อนนะ ถ้าท่านไม่ว่าอะไรก็จะมาด้วย” คอนจิพูด

“ขอบใจพวกนายมากนะ” เอย์จิพูด

พวกเรนะนั่งกันอยู่จนเกือบ 1 ทุ่มจึงเตรียมตัวกลับบ้าน หลังจากฟูจิสั่งเค้กกลับบ้านเรียบร้อยแล้วครอบครัวเอย์จิก็ออกมาส่งทุกคน

“วันนี้พ่อเลี้ยงเองนะลูก ๆ” พ่อเอย์จิพูดด้วยน้ำเสียงใจดี

“จะดีเหรอคะ” คูมิยะเกรงใจ

“ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ เพื่อน ๆ เอย์จิมาเที่ยวที่ร้านทั้งที” คุณแม่เอย์จิพูด เธอสวยไม่แพ้ลูกสาวแต่ดูอายุมากกว่านิดหน่อย

“คุณพ่อครับทุกคนเค้าอยากมาช่วยงานที่ร้านหน่ะครับ” เอย์จิถาม

“เอาจริงเหรอลูก ๆ เรียนมาเหนื่อย ๆ น่าจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านนะ” พ่อเอย์จิถาม

“สบายมากค่ะ” คูมิยะตอบด้วยน้ำเสียงสดใส

“ถ้างั้นลองมาทำก่อนก็ได้นะ แต่ต้องขออนุญาตที่บ้านก่อนนะ” พ่อเอย์จิบอก

“ครับ / ค่ะ” ทุกคนตอบเกือบจะประสานเสียงกัน

“ขอบใจมากนะ แล้วพ่อกับแม่จะไปขอบคุณคุณพ่อคุณแม่พวกเราที่บ้านอีกที” พ่อเอย์จิตอบเสียงนุ่ม

“กลับบ้านดี ๆ นะจ๊ะ” แม่เอย์จิพูด

“กลับหล่ะครับ / ค่ะ” ทุกคนพากันแยกย้าย พอส่งทุกคนเสร็จพ่อแม่เอย์จิก็กลับเข้าร้านปล่อยให้เอย์จิกับพี่สาวยืนอยู่ตามลำพัง ยูริมองตามสองพี่น้องฝาแฝดแล้วแอบยิ้ม

“มีอะไรเหรอพี่” เอย์จิถาม

“เปล่าจ้า เรนะน่ารักดีนะ” ยูริทำหน้ารู้ทัน

“เอ่อ คะ ครับ” เอย์จิตอบ

“แล้วคนผมทองหล่ะจ๊ะ” พี่สาวถามแล้วยิ้มเล็ก ๆ

“คน คนนั้นชื่อเรกะครับ” เอย์จิพยายามเปลี่ยนเรื่อง

“พี่รู้จักแล้วจ๊ะ หุหุ งั้นพี่ไปเก็บร้านก่อนนะ” เแล้วเธอก็เดินเข้าร้านไป

คืนนั้นหลังจากเรกะอาบน้ำเสร็จแล้วก็มานั่งเล่นที่ห้องเรนะ ขณะนั้นก็มีเสียงเพลง Gee ของวง G Generation ดังขึ้น!!! อ้าวเรนะมือถือเธอดังแหน่ะ พี่สาวเอื้อมไปหยิบมือถือที่อยู่ใกล้มือให้น้องสาว “นี่จ๊ะ”

“ขอบคุณค่ะพี่” แล้วเรนะก็เปิดมือถือดู พอเธออ่าน SMS ที่ส่งมาก็อมยิ้ม

“มีอะไรเหรอ” พี่สาวสงสัย

“เอย์จิคุงส่ง SMS มาว่าหลับฝันดีนะอะค่ะ” เรนะตอบ

“แหมน่าอิจฉาจังนะ งั้นพี่ก็ขอตัวด้วยละกัน” เรกะลุกจะกลับห้อง

“ฝันดีนะคะพี่” น้องสาวยิ้มส่ง

“จ้าเธอก็เหมือนกัน” แล้วเรกะก็ทำหน้าเหงานิด ๆ เดินออกไป

วันรุ่งขึ้นเวลา 9 โมงเช้าที่ห้องเรียนวิชาโฮมรูมระหว่างที่นักเรียนกำลังรอครูประจำชั้น “เฮ้เอย์จิพวกเรามีข่าวดีมาบอก” สองคู่หูฟูจิคอนจิทำหน้ายิ้มแฉ่ง

“มีอะไรเหรอ” เอย์จิสงสัย

“รู้จักสวนสนุกที่ชื่อ Precious Memories มั้ย” คอนจิถาม

“เคยได้ยินนะสวนสนุกประจำเมืองนี้ใช่มะทำไมเหรอ” เอย์จิถามต่อ

“พวกเราได้บัตรผ่านประตูจากเพื่อนที่ทำงานพิเศษที่นั่นหน่ะ นายไปเที่ยวกับเรนะสิ” ฟูจิยื่นบัตรให้ 2 ใบ

“จะ จะให้ชั้นชวนเรนะเดท...มันจะดีเหรอ” เอย์จิประหม่า

“เอาน่าแค่นี้ทำเป็นป๊อดไปได้ ลองชวนดูก็รู้เองแหละ” คอนจิยุ

“คือ...” เอย์จิอ้ำอึ้ง

“เรนะกับคูมิยะมาโน่นแล้วรีบเก็บบัตรก่อนเร็ว” ฟูจิเร่งแล้วทั้งสามคนก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ก็ยังไม่วายมีพิรุธให้คูมิยะสงสัย

“คุยอะไรกันอยู่เหรอ” คูมิยะถาม

“คุย อ๋อ คุยกันเรื่อยเปื่อยหน่ะ” ฟูจิตอบอย่างร้อนรน

“แปลกจริงพวกนายนี่” คูมิยะบ่นแล้วกลับไปนั่งที่ เรนะก็กลับไปที่โต๊ะ เอย์จิเหลือบไปมองบัตรสวนสนุกในกระเป๋านักเรียนแล้วก็ลังเลว่าจะทำไงดี ซักพักครูประจำชั้นก็เข้ามา

ตอนบ่ายเป็นวิชาห้องสมุดโดยห้องของเรนะกับเรกะเรียนวิชานี้ด้วยกัน ห้องสมุดที่โรงเรียนนี้มีตู้ไม้ใส่หนังสือวางเรียงกันเป็นแถวให้บรรยากาศโบราณ แต่ผนังทั้งสองฝั่งเป็นกระจกติดฟิล์มบาง ๆ เรียงติดกันยาวจนถึงหลังห้องทำให้แสงแดดจากภายนอกส่องเข้ามาจึงไม่อึมครึม

ส่วนหลังห้องก็มีกระจกติดฟิล์มเช่นเดียวกัน ที่หน้าห้องและหลังห้องมีโต๊ะวางเรียงกันสำหรับนั่งอ่านหนังสือ ริมหน้าต่างก็มีเคาน์เตอร์สำหรับนั่งอ่านเรียงกันเป็นแนวยาว

ครูบรรณารักษ์สอนวิธีค้นหนังสือและสั่งงานให้นักเรียนแต่ละคนเลือกหนังสือที่ชอบคนละเรื่อง แล้วให้เขียนสรุปเนื้อหาในหนังสือทำรายงานส่งอาทิตย์หน้า ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปเลือกหนังสือ ส่วนพวกคูมิยะนัดกันไปนั่งที่หลังห้อง

“เอย์จิทางนี้ ๆ” เสียงคอนจิกระซิบเรียก

“มีไรเหรอ” เอย์จิถามพลางเดินมาหา

“ชู่!!! เบา ๆ” คอนจิชี้ไปที่เรนะที่กำลังเลือกหนังสืออยู่คนเดียว

“นี่ไงได้โอกาสแล้วชวนเลยสิ” ฟูจิกำลังดูต้นทางให้

“ตอนนี้เลยเหรอชั้นยังไม่ได้เตรียมใจเลยอะ” เอย์จิทำหน้าเหวอ

“สู้ ๆ หน่อยเพื่อนตอนนี้แหละโอกาสดีแล้วคนอื่น ๆ มัวแต่เลือกหนังสือกันอยู่” ฟูจิเร่งแล้วคอนจิก็ผลักเอย์จิไปทางเรนะ “เหวออออ” เอย์จิพยายามร้องเบา ๆ

“อ้าวเอย์จิคุงก็หาหนังสือแถวนี้เหมือนกันเหรอจ๊ะ” เรนะหันไปยิ้มให้เขา เอย์จิรีบทรงตัวให้อยู่ไม่งั้นจะคะมำไปชนเรนะแน่

“อะ อื้อ แล้วเรนะหาหนังสืออะไรเหรอ” เอย์จิพยายามหาเรื่องคุย

“จะอ่านนิทานเรื่องยักษ์ใจดีหน่ะจ๊ะแต่มันอยู่สูงหยิบไม่ถึง” เรนะพูดพลางเขย่งเท้าไปเอื้อมหยิบหนังสือที่อยู่ชั้นบนสุด ทำให้ชายเสื้อนักเรียนลอยขึ้นเผยให้เห็นเอวคอดสีขาวตัดกับขอบกระโปรงสีน้ำเงินเข้ม

เอย์จิยืนตะลึงอยู่หน่อยนึงก็บอกว่า “เอ่อ เดี๋ยวชั้นหยิบให้นะ” แล้วเขาก็เอื้อมมือไปหยิบหนังสือให้เธอ

“ขอบใจจ๊ะ”

“นิทานเรื่องนี้ท่าทางน่าอ่านนะ” เอย์จิพูด

“เอย์จิคุงชอบอ่านนิทานเหมือนกันเหรอ”

“ก็ชอบนะแต่ไม่ค่อยได้อ่านหน่ะ ทำไมเรนะเลือกเรื่องนี้หล่ะ”

“คือคนแต่งเรื่องนี้เค้าชื่อโรอัลล์ ดาห์ลหน่ะจ๊ะ ชั้นเคยอ่านเรื่องอื่นของเค้าแล้วชอบเลยอยากลองอ่านเรื่องนี้ดู” เรนะบอกสาเหตุ

“แล้วเอย์จิคุงจะอ่านเรื่องอะไรเหรอ”

เอย์จิไม่รู้จะตอบว่าอะไร เขาหันรีหันขวางไปเจอหนังสือชุดเชอร์ล็อคโฮมส์เข้าเลยตอบไปว่า “ชั้นหาเล่มนี้อยู่หน่ะ” แล้วเขาก็หยิบหนังสือส่งให้เรนะดู

เรนะพยายามอ่านชื่อตัวอักษรคันจิที่สะกดค่อนข้างยาก “เชอร์ล็อคโฮมส์ตอนรหัสลักษณ์แห่งสี่แนวนักสืบเหรอจ๊ะ ท่าทางเรื่องนี้จะอ่านยากนะ เอย์จิคุงเก่งจัง”

“อะอื้อเรื่องนี้สนุกนะ” เอย์จิมั่วตอบไป ขณะที่เรนะกำลังจะเอ่ยปากชวนเอย์จิไปนั่งที่โต๊ะ เอย์จิก็อึก ๆ อัก ๆ พูดออกมาว่า “เอ่อ เรนะเคยไปเที่ยวสวนสนุก Precious Memories มั้ย”

เรนะงงนิด ๆ แล้วตอบว่า “เคยครั้งนึงตอนเด็ก ๆ อะจ๊ะแต่นานมากแล้ว”

เอย์จิยังอึก ๆ อัก ๆ น้ำลายติดคอ เขาพยายามกลืนน้ำลายแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “เอ่อ คือ เผอิญชั้นได้บัตรฟรีมา 2 ใบหน่ะ ยังไม่รู้จะชวนใครไปดี” แล้วเขาก็หยุดนิ่งไปอึดใจนึง

เรนะทำตาโตหน้าตาไร้เดียงสามองเขา “คือถ้าเธอว่างจะไปด้วยกันมั้ย” เอย์จิกลั้นใจพูดออกมาจนได้ เขาใจเต้นแรงราวกับมีใครมาตีกลองอยู่ในอก ยืนตัวเกร็งมือเย็นเฉียบรอคอยคำตอบจากปากเธอ

เรนะที่ได้ฟังคำชวนก็อึ้งจนแก้มเป็นสีชมพู เธอพูดอะไรไม่ออกและคิดในใจว่า “นี่เขาชวนเดทเหรอ ทำไงดีอ๊ะ” พวกฟูจิแอบลุ้นอยู่ตรงหัวมุมตู้ด้วยความตื่นเต้นอย่างกับเป็นคนชวนซะเอง แต่เรนะยังนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร

เอย์จิเลยชิงพูดออกมาก่อนว่า “ขอโทษทีนะที่มาชวนกะทันหัน ไม่ว่างไม่เป็นไร เดี๋ยวชั้นลองชวนพวกคอนจิดูก็ได้” เอย์จิพยายามหาทางลง

“จะ จ๊ะ” เรนะได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พวกที่แอบลุ้นอยู่เลยเซ็งไปตาม ๆ กัน

“ไปที่โต๊ะกันเถอะพวกสึสึโมะคงมารอแล้ว” เอย์จิเปลี่ยนเรื่องแล้วเดินนำเรนะไป

ที่หลังห้องคูมิยะ นายะ และเรกะนั่งอ่านหนังสือกันอยู่ พอเอย์จิกับเรนะมาถึงเรกะก็ถามว่า “เลือกอ่านอะไรเหรอเรนะ”

เรนะที่หน้าตาไม่ค่อยสดชื่นกำลังเหม่อลอยเพราะเรื่องที่คุยกับเอย์จิเมื่อกี้ เรกะเลยเรียกซ้ำ “เรนะ! เรนะ!”

“คะ ค่ะ!!!” เรนะสะดุ้งตกใจ

“เป็นอะไรรึเปล่า” เรกะถามด้วยความเป็นห่วง คูมิยะกับนายะก็มองเธอ

“ปะ เปล่าค่ะพี่” เรนะตอบ แล้วพวกฟูจิก็เดินมาที่โต๊ะ

“นี่พวกเราตกลงว่าไง” คูมิยะถามทุกคน

“เรื่องอะไรเหรอ” คอนจิงง

“ก็เรื่องไปช่วยงานที่ร้านของทาคุมิคุงไง” คูมิยะเตือนความจำ “คุณพ่อชั้นอนุญาตแล้วนะพวกนายหล่ะ”

“อ๋อชั้นคุยกับคุณแม่แล้ว ไม่มีปัญหา” คอนจิตอบ

“อื้อน้าชั้นก็โอเค” ฟูจิพูด “แล้วพวกเธอหล่ะ” ฟูจิถามคนอื่น ๆ

“ชั้นกับเรนะขอคุณพ่อแล้ว ท่านบอกว่าได้แต่อย่าให้เสียการเรียนละกัน” เรกะบอกทุกคน

“คุณแม่ชั้นก็โอเคเหมือนกัน” นายะบอก

“งั้นก็ไปกันได้ทุกคนเลยสิ ดีจัง” คูมิยะดีใจ

“ขอบใจนะทุกคน” เอย์จิพูด

“แล้วจะเริ่มกันเย็นนี้เลยป่าว” นายะถาม

“ชั้นยังไงก็ได้” คอนจิตอบ

“วันนี้มีใครติดธุระอะไรรึเปล่า” คูมิยะถามแต่ทุกคนก็ส่ายหัว ทุกคนเลยตกลงกันว่าจะเริ่มช่วยงานที่ร้าน Amusesbouche กันตั้งแต่วันนี้

พอเลิกเรียนทุกคนก็ไปที่ร้าน Amusesbouche พอไปถึงพ่อกับแม่ของเอย์จิก็ออกมาต้อนรับ “สวัสดีจ๊ะทุกคน”

“สวัสดีครับ / ค่ะ” ทุกคนทักทายพร้อม ๆ กัน

“พวกเราจะมาช่วยงานที่ร้านหน่ะค่ะ” คูมิยะบอก

“ขอบใจมากนะแล้วที่บ้านไม่ว่าอะไรเหรอ” พ่อของเอย์จิถาม

“พวกเราขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่มาแล้วครับ” คอนจิตอบ

“งั้นช่วยหน่อยนะ” พ่อของเอย์จิพูด แล้วทุกคนก็เข้าไปเตรียมตัวทำงานโดยมีเอย์จิเป็นคนแนะนำ ในร้านจะแบ่งสองคนประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์ ส่วนที่เหลือจะคอยเสิร์ฟ แต่ถ้าใครเหนื่อยก็สลับเปลี่ยนที่กันได้

“มิลฟิเยล์แอปปริคอทชาเขียวกับเอ็กเพรสโซ่ 2 ที่ได้แล้วค่ะ” เรกะเสิร์ฟลูกค้าที่โต๊ะ 2

“สวัสดีค่ะจะรับอะไรดีคะ” คูมิยะต้อนรับลูกค้าอยู่ที่เคาน์เตอร์

“ค่ะรอซักครู่นะคะ” เรนะรับออเดอร์จากโต๊ะ 5

“สโคนกับชาเอิร์ลเกรย์ได้แล้วครับ” ฟูจิเสิร์ฟลูกค้าที่โต๊ะ 6

“นายะเลดี้ฟิงเกอร์สกับชาดาร์จีริ่งของโต๊ะ 4 ได้แล้วจ้า” คูมิยะจัดอาหารใส่ถาดแล้วส่งให้นายะ

“ช็อคโกแลตดำโรยลูกเกดเปรี้ยวกับมอคค่าได้แล้วค่ะ” เรกะเอาอาหารไปเสิร์ฟที่โต๊ะ 3

“วันนี้มีเมนูแนะนำอะไรบ้างเหรอครับ” ลูกค้าโต๊ะ 2 ถามเอย์จิ

“วันนี้ร้านเรามีค็อทเทจพายกับชาแอปเปิลเย็นครับ” เอย์จิตอบ

ทุกคนทำงานกันอย่างขยันขันแข็งแต่ก็ไม่มีใครเหนื่อย ต่างก็ทำงานกันอย่างสนุกสนาน ยามว่างก็นั่งคุยกันหลังเคาน์เตอร์ บางคนก็เข้าไปดูแม่ของเอย์จิอบเค้ก แต่เรนะกับเอย์จิยังคงเข้าหน้ากันไม่ติด พอเรนะออกไปรับออเดอร์แล้วเดินสวนกับเอย์จิ เธอมองหน้าเขาด้วยแววตาลำบากใจ ส่วนเขาก็มองหน้าเธอด้วยแววตาสำนึกผิด ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จะคุยอะไรกันแล้วเรนะก็เป็นฝ่ายพูดก่อน

“วันนี้คุณยูริไม่มาเหรอ” เรนะกระซิบถาม

“วันนี้พี่มีเรียนที่มหาลัยหน่ะเห็นว่าเลิกเย็นเลย” เอย์จิตอบหงอย ๆ

“จ๊ะ” แล้วเรนะก็เดินไปสั่งเค้กที่เคาน์เตอร์ เอย์จิรู้สึกใจชื้นขึ้นเล็กน้อยที่ยังได้คุยกับเธอ เขาตั้งใจว่าคืนนี้จะส่ง SMS ไปขอโทษ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วแปบเดียวก็ 1 ทุ่มตรง “ขอบใจมากนะทุกคนเหนื่อยกันรึเปล่า” พ่อของเอย์จิพูด

“ไม่หรอกค่ะสนุกมากกว่า” เรกะตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“ขอบใจนะจ๊ะ วันนี้ช่วยได้มากเลย” แม่ของเอย์จิพูดแล้วก็ห่อเค้กให้ทุกคนเป็นของฝากที่บ้านคนละกล่อง

“ขอบคุณครับ / ค่ะ” แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

ระหว่างที่เอย์จิ เรนะ และเรกะเดินกลับบ้านด้วยกันท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืนละอองหิมะก็โปรยปรายมาอย่างบางเบา ทั้งสามเดินไปด้วยกันอย่างเงียบ ๆ เรกะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศไม่ปกติระหว่างทั้งสองคน แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรจึงได้แต่เงียบ ภายในใจของเอย์จิคิดกังวลว่าเรนะจะรู้สึกอย่างไร

ถึงแม้ทุกอย่างจะดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเขาได้คุยกับเธอตอนอยู่ในร้านแต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ง่ายดาย สีหน้ากังวลใจของเขาแสดงออกมาชัดเจนจนเรกะที่ชำเลืองมองรู้สึกได้ พอทั้งสามคนเดินไปถึงหน้าปากซอยของสองพี่น้อง ทั้งคู่ก็เดินแยกจากถนนหลักตรงไปในซอย

เอย์จิได้แต่หยุดยืนมองตางหลังทั้งคู่เดินจากไปท่ามกลางละอองหิมะที่โปรยปรายต้องแสงจากเสาไฟ หลังจากที่สองพี่น้องเดินไปจนเกือบจะลับตาเอย์จิก็ชะเง้อจะเอ่ยปากเรียกทั้งคู่ แต่เป็นเรนะที่หันกลับมาก่อนแล้วเรกะก็หันตามน้องสาวมาอย่างช้า ๆ เรนะยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ฝันดีนะจ๊ะเอย์จิคุง”

แล้วเขาก็ตอบเธอว่า “อื้อ ฝันดีนะ” แล้วสองพี่น้องก็เดินจากไป แต่เขาสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มของเรนะที่แตกต่างกับรอยยิ้มที่สดใสที่เขาเคยเห็น

กลางดึกเรนะยังคงนอนห่มผ้าอยู่บนเตียงเพียงแต่เธอยังข่มตาหลับไม่ลง ใจวนเวียนคิดถึงเหตุการณ์ในห้องสมุด ในความเงียบงันก็มีเสียงเคาะประตูห้องของเรนะ “ก๊อก ๆๆ เรนะหลับรึยัง” เสียงนั้นเป็นเสียงที่เธอคุ้นเคย

“ยังค่ะพี่”

“งั้นพี่ขอเข้าไปนะ” น้องสาวลุกขึ้นนั่งบนเตียงส่วนพี่สาวที่เป็นห่วงเป็นใยก็นั่งลงบนเก้าอี้สำหรับอ่านหนังสือ

“พี่มีอะไรเหรอ”

“เปล่า เห็นวันนี้เธอดูเหมือนไม่ค่อยสบายใจเลยมาถามดูหน่ะ” เรกะถาม

“ค่ะ มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยหน่ะ” เรนะตอบ

“เรื่องนายทาคุมินั่นเหรอ” เรกะถามต่อ

เรนะอึ้งที่พี่สาวรู้ใจเธอ “ค่ะพี่ คือเมื่อตอนบ่ายเอย์จิคุงเค้าชวนหนูไปเที่ยว Precious Memories หน่ะ”

เรกะนิ่งไปเล็กน้อยแล้วถามต่อ “เค้าชวนเธอไปกันแค่สองคนเหรอ” น้องสาวก็พยักหน้าตอบเบา ๆ

“แล้วตอบเค้าไปว่าไงหล่ะ”

“หนูไม่รู้ตอบยังไงเลยไม่ได้พูดอะไร แล้วเอย์จิคุงก็บอกว่าจะลองชวนพวกฟูจิคุงแทน” เรกะที่ได้ฟังเรื่องราวก็ยังนิ่งเงียบไม่พูดอะไร “พี่ว่าหนูควรทำไงดี”

“อืมนั่นสินะ จริง ๆ นายทาคุมิคงไม่ว่าอะไรหรอกมั้งถ้าเธอจะปฏิเสธเขาไปหน่ะ” เรกะแนะนำ “นายนั่นคงทำใจไว้แล้ว” เรนะยังตั้งใจฟังต่อ “แล้วใจเธอคิดว่าไง” เรกะถาม

“หนูคิดว่าถ้าไปกันแค่สองคนคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่” เรนะตอบด้วยสีหน้าลังเล

“พี่ไม่ได้ถามถึงเหมาะไม่เหมาะแต่อยากรู้ว่าใจเธอคิดยังไง”

“ใจหนูเหรอ” เรนะพูดเบา ๆ แล้วหยุดคิดเล็กน้อย “จริง ๆ เอย์จิคุงก็ไม่ใช่คนไม่ดี เพียงแต่...” เธอหยุดพูดกลางคัน

“อืมพี่เข้าใจแระ” เรกะพูด “เอาน่าทำใจให้สบาย ก็อย่างที่พี่บอกแหละนายนั่นคงไม่ว่าอะไรหรอก แต่อย่างน้อยเธอก็ควรทำตัวตามปกติแล้วทุกอย่างคงดีขึ้นเองแหละ”

“ขอบคุณค่ะพี่”

“งั้นพี่ไปนอนก่อนนะ”

“ฝันดีค่ะ” เรนะพูด

“ไม่ต้องคิดมากนะ” เรกะตอบแล้วเดินกลับห้อง

รุ่งเช้าเอย์จิออกจากบ้านมารอเรนะตามปกติ แต่เขาไม่แน่ใจว่าจะได้เจอเธอหรือเปล่า แล้วเธอจะยอมคุยกับเขาหรือไม่ เขายืนรออย่างกระสับกระส่ายซักพักเรนะก็เดินมา “อรุณสวัสดิ์จ๊ะเอย์จิคุง” เธอทักทายด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงสดใสเหมือนเรนะคนเดิม

“อะ อรุนสวัสดิ์” เอย์จิทักเธอตอบ ในใจเขาทั้งประหลาดใจทั้งโล่งอกที่เรนะกลับมาสดชื่นเหมือนเดิม

“เมื่อคืนพอถึงบ้านแล้วปวดเมื่อยไปทั้งตัวเลย” เรนะพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนนิด ๆ

“ขอโทษนะที่ทำให้ต้องลำบาก” เอย์จิทำหน้าตาสำนึกผิด

“แต่ก็สนุกดีนะเดี๋ยวทำซักพักก็คงชินไปเอง” เรนะยิ้มตอบ

“แล้ววันนี้เรกะไม่มาด้วยกันเหรอ” เอย์จิถามเธอ

“พี่บอกจะไปสายหน่อยหน่ะไม่รู้เป็นไร” ระหว่างที่ทั้งสองเดินไปจนถึงถนนเลียบชาดหาดเรนะก็พูดขึ้นมาว่า “นี่เอย์จิคุงเรื่องเมื่อวานหน่ะชั้นขอโทษนะ”

“ขอโทษทำไมชั้นสิที่ต้องขอโทษเธอ” เอย์จิตอบ

“เอย์จิคุงไม่ว่าอะไรนะจ๊ะ” เรนะทำตาโตใสชื่อ

“ไม่ต้องคิดมากหรอก ชั้นว่าจะลองชวนพวกฟูจิดูหน่ะ”

เรนะพูดโดยไม่หันมามองหน้าเขา “จ๊ะ แต่คราวหน้าเธอชวนอีกชั้นสัญญานะว่าจะไปด้วย” แล้วเรนะก็วิ่งนำไปข้างหน้าแล้วหันหลังมาแลบลิ้นทำหน้าตาน่ารัก ทำให้เอย์จิรู้สึกสดชื่นไปด้วย

“อื้อ แล้วอย่าลืมละกัน” เขายิ้มตอบกลับเธอแล้วเรนะก็รีบวิ่งไป “เฮ้รอด้วยสิ” แล้วทั้งสองก็วิ่งไล่กันไปจนถึงโรงเรียน

พอไปถึงโรงเรียนเอย์จิเอาบัตรสวนสนุกไปคืนฟูจิ “เก็บไว้ก่อนก็ได้เผื่อลองดูอีกที” ฟูจิไม่รับคืน

“ไม่หรอกเราคุยกันแล้ว” เอย์จิตอบ

“ไม่เป็นไรนะเพื่อน” คอนจิปลอบใจ

“อื้อ แค่เราได้คุยกันอย่างงี้ทุกวันชั้นก็มีความสุขมากแล้ว แถมเค้ายังบอกอีกว่าถ้าคราวหน้าชวนอีกเค้ายอมจะไปด้วย”

“อย่างงั้นก็ดีสิ นายยิ่งต้องเก็บบัตรไว้ก่อนเลยคราวหน้าค่อยชวนเธอใหม่” ฟูจิเชียร์เพื่อน

“แต่บัตรนี่มันมีหมดอายุนะชั้นคงไม่ชวนเธอเร็วขนาดนั้นหรอก”

“อืมก็จริงนะ น่าเสียดายเหมือนกันงั้นเราไปเที่ยวกัน 3 คนมั้ย” คอนจิออกไอเดีย

“นั่นสิซื้อบัตรเพิ่มอีกใบก็ไปได้แล้ว” ฟูจิเห็นด้วย

“เอาสิชั้นก็ยังไม่เคยไปเหมือนกัน แล้วไปเมื่อไหร่ดีหล่ะ” เอย์จิถาม

“เสาร์นี้ดีมะ” คอนจิตอบแล้วทุกคนก็เห็นด้วย

ตอนเที่ยงทุกคนมากินข้าวรวมกันพร้อมหน้าแล้วคูมิยะก็บ่นออกมา “เมื่อคืนชั้นปวดไปทั้งตัวเลย ดูสินี่ยังไม่หายเมื่อยเลย” เธอพูดพร้อมบิดขี้เกียจ

“ชั้นก็เหมือนกัน โอยยย ปวด” เรกะบ่นตามแล้วเอามือบีบแขนบีบขา นายะเองก็ทำท่าปวดเมื่อยเหมือนกันแต่ไม่ได้พูดอะไร

“ไม่ค่อยได้ทำงานก็เงี้ยแหละ” คอนจิแซว

“ไรยะชั้นอยู่บ้านก็ทำงานบ้านนะ” เรกะทำเป็นฉุน

“ขอโทษนะพวกเธอ” เอย์จิหน้าเสีย

“ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวก็ชิน นายนี่เอะอะก็ขอโทษ ๆ อยู่เรื่อยชักจะเหมือนเรนะเข้าไปทุกทีแล้วนะ” เรกะบ่นเอย์จิ

“อะไรอะพี่อยู่ ๆ วนมากัดหนูได้ไง” เรนะทำหน้ามุ่ยใส่พี่สาว แล้วเธอก็หันมายิ้มเยาะเอย์จิอย่างน่ารัก “แต่เอย์จิคุงก็เกรงใจเกินไปจริง ๆ นะจ๊ะ”

“นี่เธอยังมีหน้าไปว่าทาคุมิคุงเค้าอีกเหรอ เธอแหละตัวดีเลย” คูมิยะกัดเรนะต่อ

“คูมิจังก็เอากับเค้าด้วยเหรอ” เรนะงอนเพื่อน ทั้งกลุ่มพากันหัวเราะอย่างสนุกสนาน

พอตกเย็นทุกคนพากันไปช่วยงานที่ร้าน พ่อแม่เอย์จิจ้างคนงานมาช่วยงานเพิ่มอีก 3 คน ทำให้พวกเด็ก ๆ สบายขึ้น วันนี้พี่สาวเอย์จิก็มาช่วยตอนเย็น “สวัสดีค่ะคุณยูริ” พวกสาว ๆ ทักทายเธอ

“สวัสดีจ๊ะทุกคน ได้ข่าวว่ามาช่วยตั้งแต่เมื่อวานเลยเหรอ ขอบใจนะจ๊ะ”

“วันนี้คุณพ่อทาคุมิคุงจ้างคนงานมาเพิ่มเหรอคะ” เรกะถามเธอ

“จ๊ะ เพราะร้านเปิดตั้งแต่ 10 โมงแต่พี่กับเอย์จิต้องไปเรียนก็เลยไม่มีคนมาช่วยงานหน่ะ”

ทุกคนแบ่งหน้าที่กันแล้วทำงานอย่างสนุกสนาน และแต่ละคนก็มีเวลานั่งพักนั่งเล่นมากขึ้น กลายเป็นกิจกรรมหลังเลิกเรียนที่สนุกสำหรับพวกเรนะไปเลย บางครั้งยูริก็ขึ้นไปเล่นเปียโนให้ลูกค้าฟัง พอเล่นจบลูกค้าก็พากันปรบมือ

หลายวันผ่านไปร้านนี้ก็กลายเป็นที่พูดถึงกันในหมู่ชาวเมืองว่าทั้งชาทั้งเค้กก็อร่อย บรรยากาศดีแถมดนตรีก็เพราะ แต่ที่พูดถึงกันมากที่สุดคือสาวสวยที่เล่นเปียโน ว่ากันว่าถึงกับมีลูกค้าประจำเข้ามานั่งเพื่อรอฟังยูริเล่นเปียโนกันเลยทีเดียว

พอมาถึงวันศุกร์ตอนบ่ายมีวิชาพละอาจารย์ให้พวกเอย์จิเล่นเบสบอล นักเรียนทั้งชั้นต่อแถวผลัดกันตี บางคนก็อยู่ทีมรับคนที่อยู่ชมรมเบสบอลอยู่แล้วก็เล่นเป็นพิชเชอร์ ระหว่างรอแต่ละคนก็ยืนคุยเล่นกันอย่างสบาย ๆ “นี่ ๆ พวกเราวันเสาร์นี้ไปไหนกันดี” คูมิยะเปิดประเด็น

ทุกคนเงียบแล้วคอนจิก็บอกว่า “เสาร์นี้พวกชั้นนัดกันว่าจะไป Precious Memories หน่ะ”

“จริงเหรอ ดีจังชั้นก็ไม่ได้ไปนานแล้วเหมือนกันนะ พวกนายไปกับใครอะ” คูมิยะท่าทางตื่นเต้น

“พวกเราไปกัน 3 คน มีชั้น ฟูจิ และก็เอย์จิ”



Create Date : 05 กรกฎาคม 2552
Last Update : 7 กันยายน 2552 14:03:26 น. 0 comments
Counter : Pageviews.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
TonyLaFraga
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add TonyLaFraga's blog to your web]