Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 14

14

ความคิดความเข้าใจของเขมขวัญแต่เก่าก่อนมองเพียงว่างานเลขานุการของบริษัททำเพียงแค่แต่งตัวสวย ๆ เป็นด่านหน้าต้อนรับแขกให้เจ้านายพิมพ์จดหมายและจัดตารางนัดให้ลงตัวงานนั้นน้อยและสบายกว่าพนักงานบัญชีที่นั่งคำนวณตัวเลขตาเปียกตาแฉะหลายขุมและแล้วเธอก็ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไมงานเลขานุการถึงมีอัตราเงินเดือนที่สูงกว่าพนักงานบัญชีก็วันนี้

เขมขวัญไม่รู้หรอกว่าเลขานุการท่านประธานบริษัทอื่นจะต้องวิ่งต้องเดินกันจนขาขวิดแบบนี้หรือเปล่าสำหรับเธอ ณ เวลานี้ ไม่ใช่เพียงแค่วิ่งและเดินตามเจ้านายไปในทุกแผนก เธอยังต้องจดๆ ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้านายสั่งลงในสมุดพกเล่มเล็กด้วยคำสั่งที่สำทับมาทุกครั้งว่าต้องการด่วน

นี่กะจะเอาให้ทั่วตึกจริง ๆหรือนี่...

“เอาล่ะครับ...หวังว่าพวกคุณจะปฏิบัติงานกันอย่างแข็งขันเช่นดั่งที่เคยทำในสมัยท่านประธานคนเก่าบริหารนะครับ...วันนี้ถือว่าการทำงานในแผนกของคุณเป็นที่พอใจของผมไม่น้อยไว้เมื่อมีโอกาสผมจะมาใหม่” กริชนะเอ่ยกับหัวหน้าแผนกที่ยืนกุมมือก้มหน้าราวกับนักเรียนที่กำลังได้รับคำตักเตือนจากคุณครูฝ่ายปกครอง หากสังเกตดูดีๆก็จะเห้นเหงื่อเม็ดโป้งผุดอยู่เต็มหน้าผาก ทั้ง ๆที่ภายในห้องเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศที่มีไม่ต่ำกว่าสองตัว

“ครับ...ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งกับแผนกเล็กๆของเราที่มีโอกาสได้ต้อนรับท่านประธาน”

กริชนะพยักหน้าตอบรับเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินของไปทางประตูกระจกบานใหญ่

“แล้วนี่จะไปไหนต่อคะเจ้านาย”เขมขวัญวิ่งตามเจ้าของก้าวยาว ๆ มาจนทันที่หน้าลิฟต์

“กลับห้องทำงาน” เขาบอกพร้อมก้าวเข้าภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ เมื่อประตูเปิดอ้าออกต้อนรับ

ดูเหมือนกริชนะจะไม่ได้ให้ความสนใจตัวเล็กๆ ที่วิ่งตามเขาไปทุกที่ แม้กระทั่งในลิฟต์ที่มีเพียงเขาและเธอแค่สองคนภายในจึงมีแต่เพียงความเงียบบวกกับเสียงหายใจที่เร็วกว่าปกติของคนที่ยังไม่คุ้นชินกับความเร่งรีบเช่นนี้

กระทั่งถึงชั้นทำงานของประธานกรรมการใหญ่เวลาเดินไปอย่างรวดเร็ว อีกไม่ถึงชั่วโมงก็เที่ยงวันเขมขวัญยังไม่รู้เลยว่าเธอจะต้องให้การบริการเรื่องอาหารกลางวันด้วยหรือไม่แต่เท่าที่เคยเห็นในหนังหรือได้ยินมาจากคำบอกเล่าขอบรรดาเพื่อน ๆเลขานุการต้องทำหน้าที่ไม่ต่างกับแม่บ้าน หรือ คนรับใช้ใกล้ชิด

“จะเที่ยงแล้วเจ้านายจะรับประทานอาหารที่ไหนคะ หรือจะให้ดิฉันสั่งขึ้นมาข้างบน”ถามไปก่อนที่เจ้านายหนุ่มจะเดินเข้าห้องอย่างน้อยก็จะได้ไม่เสียเวลาเดินเข้าไปถามข้างในอีกรอบ บอกตรง ๆ ว่าไม่อยากอยู่ใกล้เขาเพียงลำพัง สองต่อสองเพราะตั้งแต่เหตุการณ์เมาไม่รู้เรื่องเมื่อคืนนั้นก็เหมือนชนักไม่รู้ว่าเธอทำอะไรน่าเกลียดลงไปบ้างหรือเปล่า

มือที่เอื้อมมาจับลูกบิดประตูชะงักลงทั้งหันมามองเลขาฯสาวด้วยสายตาแสดงความคิด ทว่าว่ายังไม่ทันจะเอ่ยคำตอบของการตัดสินใจ...

“พี่กริชคะ...โชคดีจังที่พริ้มแวะมาไม่เสียเปล่า”

สองสายตาที่เพิ่งจะประสานกันมีอันเบนทิศทางไปยังร่างระหงที่ก้าวเข้ามาอย่างมาดมั่นหยุดยืนยิ้มกว้างให้ชายหนุ่มแถมเผื่อแผ่รอยยิ้มหวานมายังเลขานุการสาวที่จำต้องยิ้มตอบแบบงง ๆ

“สวัสดีครับคุณพริ้ม...มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่า”กริชนะเอ่ยทักทาย

“ก็ไม่มีอะไรมาหรอกค่ะพริ้มเอาโครงการที่เราตัดสินใจจะขยายตัวเพิ่มมาให้พี่กริชดู...ว่าแต่เราจะคุยกันตรงนี้เหรอคะ” เธอตอบแกมถามกลับ

“เอ่อ...ขอโทษครับ งั้นเชิญข้างในเลย”ชายหนุ่มผายมือ เขาเปิดประตูออกกว้างให้ผู้มาเยือนสาวเข้าไปก่อนจะก้าวตามและปิดประตูอย่างเรียบร้อย

สุดท้าย...แม้กริชนะจะไม่บอกอะไรแก่เขมขวัญเพิ่มเติมเธอก็สามารถรู้ได้โดยอัตโนมัติว่าอาหารมื้อกลางวันของเจ้านายจะเป็นแบบไหน...ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อถึงเสน่ห์ดึงดูดของเจ้านายงานเลี้ยงผ่านไปยังไม่ครบยี่สิบสี่ชั่งโมงก็มีสาวสวยที่โดดเด่นที่สุดในงานเมื่อค่ำคืนตามมาเชื่อมสัมพันธ์กันถึงที่

ภายในห้องทำงานเงียบกริบอยู่เกือบชั่วโมงโดยไม่มีคำสั่งให้เลขาฯเสิร์ฟกาแฟ หรือเครื่องดื่มใด ๆ กริชนะอาจต้องการความเป็นส่วนตัวสำหรับแขกคนพิเศษด้วยการบริการเครื่องดื่มที่สามารถหาได้จากตู้เย็นเล็ก ๆ ภายในห้องทำงาน คาดว่าเวลาเที่ยงวันก็คงไม่พ้นควงกันออกไปหาอาหารในร้านหรูๆรับประทานกันอย่างกะหนุงกะหนิง...ก็ดีเหมือนกันจะได้มีเวลาทำงานอย่างไม่ขาดช่วง เพื่อไม่กระทบภารกิจที่ต้องทำในช่วงเย็น...แม้จะคิดอย่างนั้นแต่น่าแปลกที่การรวบรวมสมาธิให้จดจ่อกับงานตรงหน้านั้นยากซะเหลือเกิน

เป็นไปตามคาดการณ์เอาไว้จริง ๆเพียงไม่ถึงชั่งโมงทั้งเจ้านายและแขกผู้มาเยือนคนสวยก็เดินออกจากห้องทำงาน เขมขวัญยืนขึ้นโดยอัตโนมัติเหมือนให้ความเคารพคนทั้งสอง

“เก็บงานของคุณเถอะ กริชนะเอ่ยเมื่อหยุดลงตรงหน้าโต๊ะทำงานของเลขาฯสาว

“คะ?”

“เรากำลังจะไปทานข้าว”

“ค่ะ...” เขมขวัญตอบรับสั้น ๆทว่ายังคงยืนนิ่งไม่ได้เก็บงานตรงหน้าตามคำสั่ง

“ผมชวนคุณไปทานข้าวกับเรา”กริชนะเอ่ยด้วยสีหน้าบ่งบอกว่ารำคาญความเข้าใจยากของเลขาฯประจำตำแหน่งคนนี้ซะเต็มประดา

ก็ยังดีที่มีน้ำใจชักชวน... ทว่าเมื่อเหลือบไปเห็นสีหน้าแววตาของอีกคนที่กำลังทำตาเขียวส่งตรงมาให้เขมขวัญก็ได้แต่ผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะตอบออกไปอย่างรู้หน้าที่ “ไม่ล่ะค่ะ...เชิญเจ้านายตามสบายเลยดิฉันเพิ่งโทรสั่งอาหารขึ้นมาทานบนนี้”

“ผมอาจจะเข้ามาช้าสักหน่อยงานที่สั่งผมต้องการวันนี้นะ” เจ้านายหนุ่มสำทับอีกรอบ

“ค่ะ” เธอตอบ

เขมขวัญทำทีไม่ใส่ใจสายตาที่มองนิ่งนั้นเธอทรุดตัวลงนั่งเพิ่งมองไปยังจอคอมพิวเตอร์ ดำเนินการทำงานต่อได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจ แต่ก็ไม่กล้าที่จะเงยขึ้นสังเกตสีหน้าของเจ้านายหนุ่ม

“ไปกันเถอะค่ะ”พิมพ์ชนกถือวิสาสะเกี่ยวแขนชายหนุ่มดั่งคนคุณเคย

เจ้านายทั้งสองเดินพ้นไปแล้วก็ถึงทีที่เขมขวัญเป็นฝ่ายถอนหายใจบ้าง เธอละมือจากแป้นพิมพ์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทั้งหลับตาอย่างเหนื่อยล้า... งานเยอะเหลือเกินวันนี้ไม่รู้ว่าความตั้งใจตั้งแต่เริ่มต้นจะทำสำเร็จได้ในวันนี้หรือไม่หญิงสาวหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาดู

“ถ้าวันนี้ไม่ได้ส่งก็อย่าว่ากันนะคะคุณป้าเอาไว้พรุ่งนี้ หนูส่งให้แน่นอน”

และแล้วคำว่าเข้ามาช้าสักหน่อยของเจ้านายก็กลายเป็นไม่หน่อย...เมื่อจวนเจียนจะเลิกงานก็ไม่มีวี่แววว่าท่านประธานจะเข้ามา เขมขวัญทำงานตามที่ได้รับมอบหมายจนแล้วเสร็จทันเวลาเลิกงานพอดีมองนาฬิกาแขวนติดผนังทั้งคิดช่างใจ...ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเก็บรวมรวมเอกสารต่างๆให้เข้าที่ ปิดคอมพิวเตอร์เก็บโต๊ะจนดูเรียบร้อย ไม่ลืมที่จะล็อกห้องท่านประธานก่อนจะเดินมายังลิฟต์พร้อมกระเป๋าสะพายใบเก๋ราคาไม่กี่ร้อยและซองเอกสารที่ติดมือมาด้วยตั้งแต่ออกจากที่พัก

เขมขวัญก้าวออกมายืนอยู่นอกอาคารสำนักงานในเวลาบ่ายแก่ๆ หลังเลิกงาน พนักงานบริษัทหลายคนเริ่มเดินออกจากสถานที่ทำงาน อากาศร้อนอยู่มากชวนให้อ่อนใจที่จะเดินฝ่าเปลวแดดร้อนไปยืนรอรถที่ป้ายรถเมล์

“หนูจะแวะส่งเอกสารให้คุณป้าก่อนกลับบ้านยังไงซะก็อย่าให้หนูหลงทางนะคะ” เขมขวัญเอ่ยออกมาเบา ๆแหงนหน้ามองฟ้าอีกรอบก่อนจะก้าวลงบันไดมุ่งสู่ปลายทางคือป้ายรถเมล์

ทว่ายังไม่ทันเท่าไหร่เธอก็ต้องเบรกฝีเท้าจนแทบหัวคะมำเมื่อรถเก๋งคนคุ้นตาตีโค้งเข้าเบียดชิดทางเท้าที่เธอกำลังจะก้าวข้ามไปยังอีกฝั่งถนน

“ว๊าย!..”

หญิงสาวชักเท้ากลับแทบไม่ทันสายตาที่พยายามเพ่งผ่านกระจกสีชานั้นเขียวปั๊ดอย่างห้ามอารมณ์ไม่อยู่ถึงแม้อีกฝ่ายจะลดกระจกลงมาสบตาโดยตรง

“จะรีบไปไหน ทำไมไม่รอกลับด้วยกัน”คนถามดูเหมือนจะไม่ใส่ใจความรู้สึกของคนตรงหน้าแม้แต่น้อย

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันมีธุระต่อ ยังไม่กลับบ้านตอนนี้เชิญท่านประธานค่ะ” พยายามข่มอารมณ์เต็มที่จนน้ำเสียงที่เอ่ยออกไปนั้นราบเรียบ

“ไปธุระที่ไหน” เขายังตื้อ

“ธุระส่วนตัวค่ะ” เธอบอกปัด

“ขึ้นรถ...”

“อ้าว...” จู่ ๆก็ได้รับคำสั่งอย่างนั้น ทำเอาเขมขวัญทำหน้าไม่ถูก

“ธุระอะไรที่ไหน เดี๋ยวฉันจะไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไปเองได้ ไม่อยากรบกวนขอบคุณที่กรุณา” เธอว่าพลางทำท่าจะเดินเลี่ยงไป

“ผมบอกให้ขึ้นรถ นี่เป็นคำสั่งหรืออยากถูกหักเงินเดือน”

อะไรกันอีกล่ะเนี่ย...นี่นายจะมาเป็นเจ้าชีวิตฉันอีกตำแหน่งหรือไง...ไม่มีทาง...ยังไงฉันก็ไม่ยอม...ไม่ยอมให้นายหักเงินเดือนฉันด้วยเรื่องแค่นี้หรอก...คิดแล้วหญิงสาวก็ก้าวมาหยุดยังประตูข้างคนขับ

“ข้างหลัง!..มานั่งข้าง ๆ ผม”

เขาก็ยังออกคำสั่งในสิ่งที่ขัดความต้องการของเธออีกจนได้...อะไรวะ...จะนั่งตรงไหนมันก็เรื่องของฉัน...ทำไมชอบวุ่นวายกับชีวิตคนอื่นนักนะ...ให้ตายเถอะ...ถึงจะบ่นในใจแต่เธอก้ยังไม่อย่างถูกเขม่นจากเจ้านายผู้ยิ่งใหญ่

“คุณขวัญจะไปไหนครับเดี๋ยวผมขับรถไปส่งให้ถึงที่เลย” ลุงชูถามอย่างสุภาพน้ำเสียงเอ็นดูชวนให้รู้สึกดีดั่งมีญาติผู้ใหญ่อยู่ใกล้ให้ความคุ้มครอง

“ไปที่นี่ค่ะลุง”เขมขวัญยื่นซองเอกสารไปให้ดู

ลุงชูแค่เหลือบตามองที่อยู่บนซองป๊าดเดียว“ครับ...ที่นี่ผมไปบ่อยตอนคุณท่านยังอยู่ ไม่ใกล้หรอกครับแป๊บเดียวก็ถึง”

เมื่อรู้ปลายทางรถก็เคลื่อนตัวออกจากที่ ภายในห้องโดยสารเล็ก ๆ ก็ตกอยู่ในความเงียบในที่สุด...

สำนักพิมพ์ตามที่อยู่ที่จ่าหน้าซองเอาไว้หาไม่ยากเพราะลุงชูจักเป็นอย่างดี แต่การสลัดเจ้านายให้พ้นตัวนี่สิ มันช่างยากเย็นนักทั้งๆ ที่เขมขวัญแจ้งความประสงค์ชัดเจนไปแล้วว่าเธอต้องการไปทำธุระส่วนตัวหลังเลิกงานและจะเดินทางกลับบ้านเอง แต่ฝ่ายนั้นก็ไม่ยอม

“จะไปที่สำนักพิมพ์ทำไม”น้ำเสียงเรียบ ๆ ฟังเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายไปกว่าการชวนคุยแต่จะมีใครรู้บ้างว่าหูของเขาจับจดอยู่ที่การรับฟังคำตอบจากอีกฝ่าย

“มีเอกสารไปส่งค่ะ” เขมขวัญตอบ

เธอเหลือบตามองไปยังใบหน้าเรียบเฉยที่กำลังสนใจหนังสือนวนิยายในมือเรื่องเดิมที่เคยเห็นเขาอ่าน แนววาบหวามที่เขมขวัญบอกตัวเองว่าไม่แม้แต่จะคิดจับมาดูรูปที่ปก แค่เห็นในระยะแค่นี้ก็ทำให้เกิดอาการร้อนผ่าวที่หน้าจนต้องเมินไปหาทิวทัศน์จอแจนอกหน้าต่าง

“คุณคิดจะเป็นนักเขียนกับเขาด้วยเหรอ”

“เอ๊ะ...”เขมขวัญหันขวับกับมามองคนถามด้วยสีหน้างง ๆ

“ก็ซองนั่นเป็นต้นฉบับไม่ใช่เหรอ”

เขมขวัญหลุบตาลงมองซองเอกสารในมือ บอกตามตรงว่าเธอไม่เคยเปิดดูข้างในเลยสักครั้งแล้วทำไมเจ้านายถึงรู้ว่านี่คือต้นฉบับ

“ขอโทษนะฉันเคยเห็นมันวางอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณป้า ตอนที่พายัยเลขาฯขี้เมากลับไปนอนก็สงสัยอยู่ว่ามันคืออะไร เลยถือโอกาสเปิดดู”

คำกล่าวของชายหนุ่มทำให้คนฟังถึงกับหันขวับกลับมามองดวงตาขุ่นเขียว...ทว่าไม่อาจบอกไปว่าเธอโกรธด้วยเรื่องอะไรเรื่องที่เขาดูเอกสารในซอง หรือเรื่องที่ถูกหาว่าขี้เมา

“ทำไม...โกรธเหรอที่ฉันละลาบละล้วง...ก็ช่วยไม่ได้ฉันจำเป็นต้องดู”

กริชนะไม่พูดถึงความระแวงที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเขาอุ้มเขมขวัญไปส่งถึงบ้านเล็ก โดยมีคุณยายเอียดกับบริวารอีกหลายคนแห่ตามกันไปเป็นโขยง ทำยังกับกลัวว่าเขาจะค้างที่นั่นไม่ยอมขึ้นตึกใหญ่ ช่วงที่คุณยายบัญชาการบรรดาสาวใช้ให้ดูแลคนเมา เขาก็แวะเข้ามายังห้องทำงานของคุณป้าดูความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น หลังจากยกที่นั่นให้เป็นห้องทำงานของหญิงสาว...ซองเอกสารนั่นที่วางอยู่เด่นสะดุดตาชวนให้รู้สึกวูบไปทั้งหน้าเมื่อเห็นแฟ้มการเงินของบริษัทที่วางอยู่ติดกัน มันคือความลับของบริษัทที่หากถูกแพร่งพรายออกไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงของบริษัท

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ”เธอเอ่ยแล้วก็เมินมองไปทางอื่น

“พล็อตเรื่องของเธอสนุกดีนะถ้าได้ตีพิมพ์คงได้แจ้งเกิดด้วยนิยายเรื่องนี้” เขายังพูดต่อ ทั้ง ๆที่หนังสือเล่มหนายังกางอยู่ตรงหน้า

“ไม่ใช่ของฉันหรอกค่ะมีคนฝากฉันเอาไปส่ง” เธอบอกในที่สุด ไม่อยากจะโกหกด้วยเรื่องที่ใช่จะสลักสำคัญอะไร

“อ้อเหรอ...” กริชนะเอ่ย

นี่น่าจะเป็นประโยคสุดท้ายที่ทำให้บรรยากาศภายในรถเข้าสู่สภาวะความเงียบอีกครั้งแต่หาใช่เป็นเช่นนั้น เมื่อจู่ ๆ ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นมาอีกประโยค

“ตอนเที่ยงขอโทษด้วยนะ”

“เรื่องอะไรคะ”เขมขวัญหันมามองด้วยสีหน้างุนงง ไม่เข้าใจว่าเขาขอโทษเธอด้วยเรื่องอะไร

“ปล่อยให้คุณทานข้าวคนเดียวทำงานคนเดียวทั้งบ่าย...กินข้าวเสร็จ คุณพริ้มพาผมไปพบกรรมการผู้ถือหุ้นอีกคนเลยกลับช้า...ไว้คราวหน้าจะโทร.มาบอกก็แล้วกันว่าติดธุระอะไรที่ทำให้เข้าบริษัทไม่ได้”

คำบอกเล่าดั่งสามีที่กำลังอธิบายให้ภรรยารับรู้เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มหูแผ่วเบาทว่ากลับเขย่าหัวใจของคนฟังให้ตื่นเต้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“เอ่อ...มะ...ไม่เป็นไรค่ะ...”จะขอโทษทำไมเนี่ย...

สำนักพิมพ์อยู่ไม่ใกล้จากบริษัทอย่างที่ลุงชูบอกเอาไว้จริงๆ พอรถจอดเขมขวัญก็รีบลงจากรถเดินตรงไปยังประตูทางเข้า กลัวเหลือเกินว่าจะพลาดโอกาสพบบรรณาธิการที่ระบุชื่อไว้ที่ซองเพราะนี่ก็เลยเวลาเลิกงานมาเกือบชั่วโมงแล้ว

“มาขอพบบ.ก.วินิจค่ะไม่ทราบว่ากลับไปหรือยัง”เขมขวัญเอ่ยถามพนักงานคนหนึ่งที่บังเอิญเดินผ่านเข้ามาใกล้

“ยังค่ะ...เชิญที่ห้องทำงานด้านในเลยค่ะ”พนักงานสาวคนนั้นตอบ ทั้งชี้มือไปยังทิศทางตำแหน่งห้องทำงานของบรรณาธิการ

“ดีจัง...อยากพบก็ขอพบได้ง่าย ๆไม่ต้องยุ่งยากกับการนัดหมายให้เสียเวลาเรื่องธุระเหมือนเจ้านายบางคน”เขมขวัญพึมพำเบา ๆ ทั้งยิ้มบาง ๆเมื่อคิดถึงเจ้านายกับสมุดตารางนัดหมายเล่มเล็กในกระเป๋า

“ที่พูดนี่คงไม่ได้หมายถึงผมหรอกนะ”

“ก็เจ้านายนั่นแหล่ะ...”คำพูดที่หลุดออกมาในทีเผลอชะงักงันชั่วครู่ก่อนที่เจ้าตัวจะหันกลับมามองเจ้าของคำถาม“เฮ้ย...ตามมาด้วยเหรอคะ”

“ก็แน่อยู่แล้วผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าสำนักพิมพ์มันเป็นยังไงทำไมคุณป้าถึงได้หลงใหลได้ปลื้มกับที่นี่นัก โดยเฉพาะบ.ก.วินิจได้ข่าวว่าสนิทสนมกับคุณป้าซะจนเคยตกเป็นข่าวโคแก่กินหญ้าอ่อนมาพักหนึ่ง”

“ไม่ใช่เรื่องจริงซักหน่อย”

“เอ๊ะ...” เขมขวัญอุทานออกมาเบา ๆเมื่อพลังงานเสียงความถี่ที่มีเพียงเธอเท่านั้นสามารถรับฟังได้ ตามมาด้วยเหรอเนี่ย...

“แน่นอนจ้ะ...ป้าก็อยากรู้ความคิดเห็นของบ.ก.เหมือนกัน...รีบไปเถอะห้องทางขวามือนั่นแหล่ะ คุณวินิจรออยู่...”

ขนแขนลุกชันขึ้นอย่างไม่อาจห้ามจากที่เคยนึกรำคาญเจ้านายผู้ต้องการหาเรื่องข้องเกี่ยวกับเธอไปซะทุกเรื่องมีอันเปลี่ยนแปลงไปโดยทันที เขมขวัญเดินช้าลงขยับเข้าใกล้ชายหนุ่มแทบเบียดหากทำได้ เธอคงเกี่ยวกอดแขนเขาอาศัยเป็นหลักคุ้มภัย

“เป็นอะไร...” คิ้วเข้มขมวดหมุนเมื่อก้มมองอากัปกิริยาผิดปกติของเลขาฯสาว

“มะ...ไม่มีอะไรค่ะ...เพียงแต่รู้สึกว่าใจหวิวๆ พิกล”

“เฮ้ย...อย่ามาเป็นลมที่นี่อีกนะ ถ้าเธอเป็นลมไปอีกงานนี้ฉันส่งเธอเข้าผ่าชันสูตรอย่างละเอียดแน่ ๆ”

“ยังค่ะ...ฉันยังไม่ตาย...”ว่าแล้วก็ส่งค้อนให้เจ้านาย เขยิบออกห่างไปสองก้าว ทั้งทำปากบ่นมุบมิบ

กริชนะมองกิริยานั้นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้...ความรู้สึกเครียดมาทั้งวันก็พลันหายไปในพริบตาเพียงแค่ได้เห็นธรรมชาติของการแสดงออกที่ไม่เจือเล่ห์มายาจากเลขาฯที่ไม่เคยคิดจะพูดเอาอกเอาใจ ประจบสอพลอกับเขาสักครั้ง

“เอาเถอะถ้ารู้สึกไม่สบายก็เกาะแขนผมไว้” ไม่เพียงพูดเปล่า เขายังขยับเข้าคว้ามือเล็ก ๆของอีกฝ่ายสอดเข้าวงแขนตัวเอง ทั้งกุมและยึดไว้ไม่ให้ดึงออก

“เอ่อ...ปล่อยเถอะค่ะ ฉันสบายดีแล้ว” ใบหน้าแดงกำยิ่งกว่าตำลึงสุก

“เฉยเถอะน่า...อยู่นิ่ง ๆถึงห้องทำงานคุณวินิจแล้ว” เขาบอกทั้งหันมาสบตากลมโตที่บังเอิญเหลือบขึ้นมองเขาเช่นกัน

“เตรียมตัวพร้อมหรือยัง”

“เตรียมทำไมคะ” คำถามของเจ้านายทำเอาเธองงอีกแล้ว

“ก็เตรียมพร้อมรับคำตอบน่ะสิ...คุณเอาพล็อตเรื่องมาให้บ.ก.ดูไม่ใช่เหรอ ถึงผมจะบอกว่าพล็อตนี้ดี ก็ใช่ว่า บ.ก.จะบอกว่าดีด้วยเพราะฉะนั้น จงเตรียมตัวเตรียมใจรับความผิดหวังเอาไว้ด้วย” กริชนะเตือนซะยืดยาว

“บอกแล้วไงว่าเอกสารฉบับนี้ไม่ใช่ของฉันแต่เป็นของเพื่อนฝากมา” นี่เขายังเข้าใจว่าเราเป็นคนเขียนอีกเหรอ...

“ช่างเถอะจะเขียนเองหรือจะคนอื่นเขียน มันก็เป็นเรื่องภูมิใจมากกว่าน่าอายถ้าคุณบอกว่าพร้อมแล้ว เราก็เข้าพบ บ.ก.กันตอนนี้เลย”ว่าแล้วเขาก็ใช้มือข้างที่ว่างเคาะประตู

“เชิญครับ”

เสียงตอบรับดังจากด้านในไม่รอช้ากริชนะบิดลูกบิดประตูเปิดออกกว้างทั้งจับจูงหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของธุระอย่างแท้จริงให้ก้าวผ่านเข้าไปข้างในปิดประตูกางกั้นให้เกิดความเป็นส่วนตัวในการสนทนาครั้งนี้




Create Date : 12 กันยายน 2558
Last Update : 12 กันยายน 2558 21:06:13 น. 2 comments
Counter : 489 Pageviews.

 
รอนะจ๊ะ อยากรู้ บก.วินิตจะว่าเช่นไรถ้าเห็นพล๊อตนิยายยยยยยย


โดย: panon IP: 223.204.116.166 วันที่: 12 กันยายน 2558 เวลา:23:18:44 น.  

 
กำลังสนุกเลย...อยากอ่านต่อค่ะ รออ่านค่ะ


โดย: ดอกฝิ่น IP: 119.63.78.248 วันที่: 15 กันยายน 2558 เวลา:17:00:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
กันยายน 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
12 กันยายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.