Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 26



หลังการประชุมอันยาวนานก็เป็นเวลาพักกลางวันกริชนะถูกดึงให้ออกไปร่วมรับประทานอาหารกับบรรดาคณะกรรมการผู้ถือหุ้นของบริษัทเขาเอ่ยชวนเขมขวัญให้ออกไปด้วยกัน ทว่าเธอปฏิเสธด้วยเหตุผลที่อ้างคือการสรุปวาระการประชุมให้เสร็จ เพื่อว่าจะได้จัดงานงานอื่นๆที่กองอยู่เต็มโต๊ะ กริชนะยอมตามนั้นและหายออกไปไม่กลับเข้ามาบริษัท...ไม่มีการโทรมาบอกสาเหตุให้ทราบ

เขมขวัญกลับมาถึงบ้านโดยลำพังด้วยความสงสัยใคร่รู้ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำวานเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาให้ต้องมานั่งกังวลจนไม่เป็นอันทำอะไรในตอนนี้...แล้ว...จะต้องถามใครถึงจะได้คำตอบตรงตามจริง...คำตอบมีอยู่ในใจแล้วทว่า เจ้าของคำตอบจะยอมเล่าทุกอย่างให้ฟังจนหมดเปลือกหรือเปล่านี่สิยังเป็นปัญหาเพราะยิ่งช่วงระยะหลัง ๆ มานี่ ดูเหมือนพลังอำนาจของท่านจะมากขึ้นกว่าเดิมแถมยังชอบทำอะไรตามอำเภอใจโดยไม่สนข้อห้ามที่เธอตั้งเอาไว้เลยสักนิด

เขมขวัญเดินตรงไปยังบ้านพักของเธอทันทีโดยไม่มีความจำเป็นต้องแวะที่ไหน...บอกตรง ๆ ว่าอยากนอนหลับซักงีบถึงแม้ใครจะว่าการนอนในช่วงเวลานี้ไม่ค่อยจะดีนักแต่เธอก็หวังว่ามันจะทำให้เธอกลับมามีเรี่ยวแรงในการค้นหาความจริงต่อไป

แต่...ตอนนี้เธอจะมีโอกาสได้ทำตามสิ่งที่คิดเอาไว้หรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้เมื่อทันทีที่เดินมาถึงหน้าประตูบ้าน ก็พบว่ามีข้าวของมากมายที่มองป๊าดเดียวก็รู้ว่าเป็นของของเธอวางกองอยู่ข้างนอก

“ขนออกมารวมกันเอาไว้ก่อนแล้วค่อยใช้รถเข็น เข็นไปพร้อมกันทีเดียว จะได้ไม่เสียเวลา”เสียงแหบแห้งสั่นเครือตามวัย สั่งการอยู่ด้านนอกในขณะที่หญิงวัยรุ่นอีกสองคนกำลังช่วยกันลำเลียงส่วนที่เหลือออกมา

“ดะ...เดี๋ยวค่ะคุณยาย...นะ...นี่จะขนของของขวัญไปไหนคะ”หญิงสาวรี่เข้าไปถามโดยเร็ว

“ทำอะไรไว้แล้วยังจะมาถามอีก”

“ทำอะไรไว้ ? ” สรุปว่าเราทำอะไรไว้ล่ะเนี่ย...คงเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขนาดต้องถูกเฉดหัวออกจากบ้านเลยสินะ...โอ๊ยจะบ้าตาย”

สมองก็พยายามคิดหาเหตุผลที่ทำให้ข้าวของของเธอถูกนำมากองเอาไว้นอกบ้านแบบนี้...หรือจะเป็นเรื่องที่เจ้านายพูดเมื่อเช้า...เรื่องที่เธอทำอะไรบางอย่างโดยไม่รู้ตัวแต่...นั่นไม่ใช่ความผิดของเธอเลยแม้แต่น้อย ทำไมถึงไม่มีใครเข้าใจเธอบ้าง

“ไป...รีบทำให้เสร็จก่อนคุณกริชจะกลับมา...”

คุณยายละเอียดหันไปสั่งสาวใช้ที่ทำหน้าที่ลูกมือ...จากสีหน้าเคร่งขรึมของหญิงชราเขมขวัญคิดว่าคุณยายละเอียดคงอยากให้บรรดาลูกมือเหล่านั้นโยนของของเธอทิ้งออกไปทางนอกรั้วให้โดยเร็ว

“เดี๋ยวค่ะ...หยุดก่อนค่ะคุณยาย...”เธอรีบห้ามเอาไว้ พยายามแย่งสิ่งต่าง ๆ ที่สาวใช้ขนไปวางไว้ในรถเข็นที่ถูกนำมาจอดรอ

“ทำไม...เธอต้องการแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ...ถอยไป...เกะกะ”คุณยายไล่ตะเพิด

“อย่าเพิ่งไล่ขวัญเลยนะคะคุณยาย...ที่พักใหม่ขวัญยังไม่มีเวลาหา...คุณยายทำแบบนี้แล้วขวัญจะไปนอนที่ไหน...ให้โอกาสขวัญหาที่พักก่อนสักวันสองวันก็ยังดี”น้ำตาเริ่มซึม เมื่อคิดถึงสภาพของตัวเองที่มีโอกาสได้นอนข้างถนนค่อนข้างสูง

“อะไรกันยะหล่อน...ได้ขึ้นไปอยู่บนตึกนี่ยังไม่พอใจใช่ไหมยังคิดที่จะขอเลือกห้องพักอยู่อีก...อย่าบอกนะว่าอยากจะพักห้องเดียวกันกับคุณกริชเหอะ...ในโลกนี้จะมีผู้หญิงคนไหนทำตัวไร้ยางอายได้มากเท่าทีอีกไหม”คุณยายหันมาเขม่นมองคนที่เข้ามาขัดขวางการทำงานให้ชักช้าอารมณ์เสีย ซึ่งจะว่าไปมันก็ไม่ได้ดีมาตั้งแม่เมื่อค่ำวานนี้แล้ว

“ขวัญนี่นะคะที่อยากพักห้องเดียวกันกับคุณกริช”หญิงสาวชี้มือมาที่ตัวเอง ดวงตาเบิกกว้าง สีหน้างุนงงสงสัยซะเต็มประดา

“หรือไม่จริง...ถ้าหล่อนไม่ต้องการอย่างนั้นหล่อนจะกล้าประกาศตัวว่าเป็นภรรยาคุณกริชเหรอ”คุณยายละเอียดกวาดสาวตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจนัก

“ขวัญทำอย่างนั้นเหรอคะ”น้ำเสียงที่ถามออกไปสั่นเครือ...โธ่...งานเข้าไม่รู้เนื้อรู้ตัวแบบนี้ก็แย่สิ...

“ยังจะมีหน้ามาถาม...ถ้าหล่อนไม่ทำใครจะทำยะ...สมหวังหล่อนแล้วนี่ คุณกริชคงต้องการรักษาหน้ารักษาเกียรติให้หล่อนถึงได้มีคำสั่งให้ย้ายหล่อนขึ้นไปอยู่บนตึกใหญ่ได้...แล้วนี่ยังจะมาทำเรื่องมากอยู่อีก”

น้ำเสียงบ่นอันแสนยืดยาวไม่ได้เข้าหูคนที่กำลังตกอกตกใจจนอ้าปากค้างนั้นเลย...เมื่อรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ซะแล้ว ต้องมีอะไรที่มากกว่าการประกาศ...แต่...อะไรที่ว่านั้น มันคืออะไร...

“คือว่า...เอ่อ...คุณยายคะ...คุณยายไม่ได้คิดจะไล่ขวัญออกจากบ้านใช่ไหมคะ”เขมขวัญถามเพื่อยืนยันความเข้าใจ

“ฉันอยากจะไล่หล่อนออกไปวันละสามหนถ้าทำได้ย่ะ...เกลียดนัก...พวกผู้หญิงที่ไม่รักษาศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้หญิง...พวกผู้หญิงที่อยากมีผัวจนตัวสั่น...ให้ท่าไม่เลือกเวลา”

เขมขวัญเพิ่งเคยเจอฤทธิ์คุณยายละเอียดแบบซึ่งๆ หน้าก็เวลานี้ นึกสงสัยอยู่มาก ทั้ง ๆที่คุณยายแกก็ไม่ค่อยจะได้ออกไปเผชิญโลกภายนอกสักเท่าไหร่ แต่ไหงปากคอถึงได้เลาะร้ายขนาดนี้ ทว่าเธอไม่ควรใส่ใจตอบโต้ให้เกิดเรื่องร้อนที่อาจจะยิ่งลุกลามจนยากจะควบคุม สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำเวลานี้คือทำทุกอย่างให้กลับไปอยู่ในสถานะเดิมให้เร็วที่สุด

“ถ้าคุณยายไม่ได้ต้องการไล่ขวัญออกจากบ้าน...ขวัญก็จะขออยู่ที่บ้านหลังนี้ต่อนะคะ”

“แต่คุณกริชโทรมาสั่งให้หล่อนย้ายขึ้นไปอยู่บนตึก”

“เดี๋ยวขวัญจะพูดกับคุณกริชเองค่ะ...คุณยายสบายใจได้ขวัญอยู่ที่นี่ ขวัญไม่ได้ต้องการอะไรที่พิเศษกว่าที่เป็นอยู่แต่ถ้ามันจะทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากมากมายนัก ขวัญสัญญาค่ะว่าจะหาที่ออยู่ใหม่ให้เร็วที่สุด”หญิงสาวพยายามแสดงความจริงใจ ด้วยน้ำเสียงและสีหน้า

“หล่อนต้องการอย่างนี้จริงๆ เหรอ” หญิงชราถามซ้ำ

“ค่ะ”เขมขวัญตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“ก็ได้...แล้วอย่าลืมสิ่งที่หล่อนพูดไปเมื่อครู่นี้ล่ะ...ฉันจะทิ้งคนไว้ช่วยหล่อนเก็บของพวกนี้กลับเข้าที่เดิมแต่หล่อนต้องบอกคุณกริชให้เข้าใจนะว่า นี่เป็นความต้องการของหล่อนเองไม่เกี่ยวกับฉัน”

“ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็...”คุณยายละเอียดหันไปทางสาวใช้ทั้งสอง “หล่อนอยู่ช่วยคุณขวัญเก็บของเข้าที่ส่วนหล่อน...เข็นรถตามฉันกลับไป” นางสั่งแล้วหมุนตัวเดินดุ่ม ๆ กลับไปด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะกระฉับกระเฉงเกินวัย

เขมขวัญถึงกับทรุดตัวลงนั่งอย่างคนหมดแรงยังเก้าอี้สนามที่วางอยู่ใกล้ๆ นึกไปถึงสาเหตุความรู้สึกที่หญิงชราผู้มีอำนาจในบ้านคนนั้นไม่พอใจกับการดำรงอยู่ในเขตรั้วทรัพย์บริบูรณ์แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความหนักอก...เข้าใจดีว่าทำไมคุณยายละเอียดถึงไม่ชอบเธอเอามากๆ ก็คงเพราะเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเธอกับเจ้านายที่ทำให้มองเห็นเป็นเรื่องไม่สมควรทั้งสิ้น

“เหอะ...ไม่ชอบผู้หญิงที่ไม่รักศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้หญิงและไม่ชอบผู้หญิงที่อยากมีผัวจนตัวสั่น”

เขมขวัญได้แต่หัวเราะเยาะความโชคร้ายของตัวเอง...เธอเองไม่ได้ต้องการให้เป็นแบบนี้สักหน่อยแล้วจะโทษว่าเป็นความผิดของใครล่ะ ในเมื่อคนที่ต้องโทษไม่ได้มีลมหายใจให้กล่าวโทษอีกต่อไปแล้ว

“ฉันขนของของคุณเข้าไปไว้ที่เดิมแล้วนะคะคุณต้องการอะไรจะใช้อะไรเพิ่มหรือเปล่า”

เสียงสาวใช้วัยแรกรุ่นดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้เขมขวัญรู้ตัวว่าไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นลำพังเพียงคนเดียว...

“ไม่มีแล้วล่ะที่เหลือเดี๋ยวฉันทำต่อเองได้” เขมขวัญเอ่ยเมื่อนึกถึงข้าวของที่มีอยู่ไม่มากมายอะไรนักของเธอ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวกลับไปทำงานอื่นต่อนะคะ” เด็กสาวบอกอย่างนอบน้อม

“เดี๋ยวจ้ะ”เขมขวัญเรียกเอาไว้ เมื่อมีความคิดบางอย่างเกิดขึ้น

“อะไรหรือคะ”เด็กสาวหันกลับมาทำหน้าสงสัย

“นั่งลงก่อน...มานั่งด้วยกันตรงนี้เร็วฉันมีเรื่องอยากถามอะไรสักหน่อย” เธอตบลงบนเก้าอี้อีกตัวที่วางอยู่ใกล้ ๆ กัน

“ถามเรื่องอะไรคะ”คนรับใช้ถามกลับ เมื่อนั่งลงตามคำสั่งนั้นเรียบร้อย

“ถามเรื่องค่ำวาน...ฉันอยากรู้ว่าฉันทำอะไรไปบ้างเล่าให้ฟังทีสิ เอาให้ละเอียดเลยนะ” แววตาที่จ้องไปที่เด็กสาวออกอาการบังคับ

“จะไปถามเด็กมันทำไมเด็กมันไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ถามฉันดีกว่า...ไว้คืนนี้จะเล่าให้ฟัง...” เสียงหนึ่งดั่งแผ่ว ดั่งล่องลอยมาจากที่อันไกลแสนไกล

ถามคนนี่แหละดีแล้วจะได้รู้กับไปเลยว่าผีกับคนจะเล่าเรื่องได้ตรงกันหรือแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน...

“เอ๊า ! ก็คุณเป็นคน...”

“คือตอนนั้นฉันทำงานหนักไปหน่อยแถมยังกินยาแก้หวัด แถมยังเมายาแก้ไอซะอีก สมองเบลอ จำอะไรไม่ได้เลยจริง ๆช่วยเล่าให้ฉันฟังทีนะ เท่าที่รู้ก็ได้...”

เขมขวัญรู้ว่านั่นมันเป็นข้ออ้างที่ไม่เข้าท่าเอาซะเลย...แต่จะให้ทำยังไงก็ในเมื่อเธอนึกไม่ออกจริงๆว่าจะใช้เหตุผลอะไรมาโน้มน้าวให้เด็กสาวตรงหน้ายอมเล่าในสิ่งที่อาจถูกเตือนไม่ให้เอ่ยปากถึงเรื่องเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันกับเด็กรับใช้สาวกลับมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายแปลกๆ กับความคิดที่ว่า

ดูท่าคุณผู้หญิงคนใหม่คนนี้จะอาการหนักไม่เบาเชียว...

26

คุณกริชนะเป็นของฉันเราแต่งงานกันแล้ว...

นี่คือคำประกาศก้องให้แขกที่มาร่วมรับประทานอาหารมื้อค่ำวานได้รับทราบซึ่งแขกที่มาครั้งนั้นใช่จะมีเพียงคุณพิมพ์ชนก แต่รวมไปถึงคุณธนัญชัยด้วย

“ตายแล้ว...นี่ฉันพูดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ” หญิงสาวถามเสียงแผ่วอย่างคนหมดแรง

“ค่ะ...แถมคุณยังยืนยันด้วยการกระทำด้วย”เด็กสาวยังเล่าต่อ

“ยืนยันด้วยการกระทำ? ยังไง” เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

“อย่าให้หนูเล่าเลยค่ะหนูไม่รู้จะเล่ายังไง...คือ...ก็...เอ่อ...เหมือนคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันน่ะค่ะ”ใบหน้าของคนเล่าแดงระเรื่อ ด้วยอาการเขินอายเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เธอเห็นมากับตาแต่ก็รู้สึกสะใจไม่น้อยที่ทำให้แขกผู้หญิงจอมหยิ่งของคุณกริชลากลับไปในทันที

“เหมือนคู่สามีภรรยาที่แต่งงานใหม่?” แก้มใส ๆแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อจินตนาการถึงพฤติกรรมของตนเองในครานั้น ก็ไหนคุณป้าบอกว่าไม่หื่นไง...อย่างนี้จะให้เอาหน้าไปไว้ที่ไหน...

“เอ่อ...หนูมีงานค้างอยู่ขอตัวกลับเข้าครัวก่อนนะคะ ไม่อยากถูกคุณยายเอียดดูว่าหนูหาเรื่องอู้”

“เดี๋ยวสิ...งั้นฝากบอกคุณที่ตึกใหญ่ด้วยนะว่าฉันไม่ขอรับมื้อเย็น”

“ได้ค่ะ...” เด็กสาวเอ่ยก่อนจะรีบลุกเดินจากไปโดยไม่รอคำอนุญาตจากว่าที่คุณผู้หญิงที่ดูเหมือนกำลังอยู่ในอาการเหม่อลอยอีกครั้ง

เขมขวัญจมอยู่กับความคิดของตนเอง...ถ้าเป็นอย่างที่ได้ยินเมื่อครู่เธอคงไม่มีหน้าไปให้ใครเห็นไม่แปลกใจสักนิดที่คุณยายละเอียดจะเกลียดขี้หน้าเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัวก็เธอดันบังอาจไปเกาะแกะสุดรักสุดหวงของคุณยายอย่างหน้าไม่อายแบบนั้นนี่...

นึกย้อนไปในอดีตอันเป็นมูลเหตุที่ทำให้เธอต้องมาปวดประสาทกับวิญญาณที่ไม่ยอมไปผุดไปเกิด...และได้ข้อสรุปว่าถ้าเธอไม่ได้พักอยู่ที่นี่ เรื่องวุ่นวายพวกนี้คงไม่เกิดขึ้นสมควรที่สุดที่ต้องทำโดยด่วนนั่นก็คือ ออกไปจากบ้านหลังนี้ ให้เร็วที่สุด

“เธอไปไหนไม่ได้หรอกนะแม่หนูถ้าฉันไม่อนุญาต...”

เสียงเย็นยะเยือกพริ้วแผ่ว ทว่ากลับได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ ดังก้องอยู่ในโสตประสาทไม่ได้ทำให้เขมขวัญเกิดอาการตื่นกลัว แต่เธอกลับรู้สึกโกรธมากกว่า

“หนูเคยขอไม่ให้คุณป้าทำแบบนี้นี่คะ...แล้วทำไมคุณป้ายังทำ...”

“ทำอะไร...”

“ก็...” เขมขวัญรู้สึกกระดากปากที่จะเอ่ยถึงสิ่งที่เธอจินตนาการ “นั่นหลานชายแท้ ๆ ของคุณป้าไม่ใช่เหรอแล้วคุณป้ายังมาอาศัยร่างหนูทำในสิ่งที่ผู้หญิงไม่ควรทำ”พูดแล้วก็นึกอยากปล่อยโฮออกมาให้ลั่นบ้าน

“ก็หลานชายแท้ ๆที่รักเหมือนลูก เรื่องกอดเรื่องจูบฉันก็ทำมาตั้งแต่ตากริชตีนเท่าฝาหอยไม่เห็นจะแปลก”

“แต่นี่มันร่างหนูนะคะ...”

“ฉันเป็นส่วนหนึ่งของหนู...ยังไงหนูก็ห้ามฉันไม่ได้หรอก”

“ยังไง...ไม่เข้าใจ...ทำไมหนูจะห้ามคุณไม่ได้ถ้าคุณยังขืนทำแบบนี้อีก หนูจะหาพระมาสวมคอ จะไม่ยอมให้คุณเข้าใกล้และจะไม่ช่วยอะไรคุณอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหาคนร้ายหรือเขียนนิยายเจ้าปัญหานั่นให้จบ”

พอข่มขู่ไปแล้วความเงียบก็บังเกิดขึ้น...ไม่มีเสียงตอบรับหรือปฏิเสธใด ๆ ให้ได้ยินอีกนั่นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสบายใจเลยแม้แต่น้อยเพราะความรู้สึกของเธอในเวลานี้น่าจะเรียกว่าหดหู่ กังวลใจซะมากกว่า

“บ้าไปแล้วนะเขมขวัญ...เธอไม่ได้ทำอะไรเกินไปซักหน่อยไม่ได้พูดรุนแรงอะไรทั้งนั้น แล้วจะมารู้สึกผิดทำไมกัน” หญิงสาวต่อว่าตัวเองก่อนจะลุกเดินเข้าบ้าน

ทั้งที่นึกอยากหลับซักงีบแต่ก็มีบางอย่างกวนความรู้สึกจนทำให้เขมขวัญต้องเข้ามานั่งยังโต๊ะทำงานเล็ก ๆของเธอ บนโต๊ะมีแฟ้มเกี่ยวกับสถานะการเงินที่เธอถือเป็นงานหลักที่ต้องทำเพื่อพิสูจน์ความเป็นนักบัญชีที่นายจ้างจะไม่เสียใจหากได้ว่าจ้างเธอเข้าทำงานก็ดีเหมือนกัน... ถ้าทำตัวให้ยุ่งหน่อยอาจช่วยทำให้ลืมความรู้สึกเหล่านั้นลงไปได้บ้าง

เพราะแฟ้มหนาเล่มนั้นวางทับแผ่นกระดาษจำนวนหนึ่งเอาไว้ทำให้พอเขมขวัญหยิบแฟ้มมาวางที่กลางโต๊ะ กระดาษจำนวนนั้นก็มีอันปลิวว่อนไปตามแรงลมจากเครื่องที่วางอยู่กลางห้อง

“จริงสิ...รูปพวกนี้ยังดูไม่ครบเลย”เขมขวัญพึมพำกับตัวเอง

เธอเก็บรวบรวมรูปถ่ายที่ได้จากคดีมาไว้ในมือแล้วความคิดที่จะตรวจสอบแฟ้มมีอันถูกข้ามไปโดยทันทีเมื่อมีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าอารมณ์แบบนี้ให้ตรวจบัญชีคงมีแต่ความผิดพลาดซะมากกว่าความรอบคอบ

“เอ๊ะ !”

หญิงสาวขยับรูปถ่ายเข้ามาใกล้ๆ สายตา หากมีแว่นขยายเธอคงใช้มันช่วยมองบางสิ่งที่ปรากฏอยู่ในภาพนั้นอันเป็นภาพห้องโดยสารด้านหน้าของรถที่เกิดอุบัติเหตุ

“พี่ก้องคะ...”เขมขวัญกรอกเสียงลงไปยังโทรศัพท์เครื่องจิ๋วในมือหลังจากที่อีกฝ่ายยอมกดรับสัญญาณที่เธอติดต่อไป

“ว่าไงครับ...ดีใจนะเนี่ยที่ขวัญโทรหาพี่”น้ำเสียงทุ้ม ๆ ฟังดูอ่อนโยนนัก

“คือว่า...เรื่องรูปที่พี่ก้องให้ขวัญมาเมื่อคราวก่อนน่ะค่ะ”หญิงสาวเริ่มเกริ่นเรื่อง

“รูป ?...อ๋อ...รูปถ่ายสำเนาเอกสารรถที่เกิดอุบัติเหตุ...มีอะไรเหรอ...ขวัญเห็นอะไร”ชายหนุ่มคิดไปถึงภาพหลาย ๆ แผ่นเคยถ่ายสำเนาให้ญาติของผู้ประสบเหตุ

“ขวัญเห็นขวดน้ำค่ะขวดบุบ ๆ ที่อยู่ใต้เบาะคนขับ...คิดว่าน่าจะเป็นขวดน้ำนะ”

“ขวดน้ำเหรอ...งั้นรอเดี๋ยวนะตอนนี้ที่อยู่ที่สำนักงานพอดี” ชายหนุ่มเอ่ย ก่อนจะลุกไปที่ตู้บรรจุแฟ้มคดีแล้วหยิบแฟ้มออกมาเปิดดูรูปถ่าย “ใบไหนน่ะขวัญ”

“เดี๋ยวขวัญถ่ายรูปที่นี่ส่งข้อความไปให้ดูนะคะ”

“โอเค...”

ไม่นานภาพที่ส่งผ่านโทรศัพท์ก็ปรากฏตรงหน้าผู้หมวดก้องเกียรติเพื่อให้เขาได้เทียบเคียงภาพถ่ายจริงที่อยู่ในมือ พร้อมเสียงใส ๆ ที่เอ่ยขึ้นเพื่อแสดงความคิดเห็นส่วนตัว

“ขวัญแค่คิดน่ะค่ะอันนี้พี่ก้องคงต้องลองตรวจสอบดูอีกทีจะได้ยืนยันผลการวินิจฉัยถึงสาเหตุของอุบัติเหตุได้ชัดเจนขึ้น”

“ครับ...แล้วพี่จะเร่งทำสำนวนให้เจ้านายของขวัญโต้แย้งไม่ได้อีก...การสรุปสำนวนคดีของเราไม่ได้ทำแบบชุ่ยๆ แต่เรายึดหลักฐานเป็นสำคัญ”

“ฝากด้วยนะคะพี่ก้อง”

“ครับผม...มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้วไม่ต้องห่วง”

คำตอบรับที่ปลายสัญญาณสร้างความรู้สึกสบายใจให้หญิงสาวไปน้อยยกเว้นเสียงห้วน ๆ อีกเสียงหนึ่งที่เอ่ยขึ้นหลังผ่านประตูเข้ามาแบบไร้มารยาททำให้เธอต้องกล่าวลาผู้ที่เธอให้ความเคารพรักไม่ต่างกับพี่ชาย แล้วตัดสัญญาณไป

“โทรหาใคร...มัวแต่โทรศัพท์ไร้สาระอยู่นี่เองถึงได้ลืมไปว่ามีคนรอกินข้าวอยู่”

“ก็ขวัญฝากบอกไปแล้วนี่คะว่าไม่...”

“ฉันไม่สน...สามีภรรยากันก็ต้องกินข้าวพร้อมหน้ากันสิ เธอเป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอ...ฉะนั้น ถึงเธอไม่กินเธอก็ต้องขึ้นไปนั่งเป็นเพื่อนคอยดูแลเอาใจใส่สามีของเธอให้ได้รับความสุขกายสบายใจในฐานะภรรยาที่ดี ไม่ใช่แอบหนีมาโทรศัพท์หาใครก็ไม่รู้แบบนี้”แววตาคมแกมดุจ้องเขม็งไปยังคนที่มักจะก่อกวนอารมณ์ของเขาให้ขุ่นมัวอยู่เสมอแต่ก็น่าแปลกที่เขากลับไม่คิดที่จะกำจัดเธอออกไปให้ไกลจากชีวิตเลยแม้สักวินาที

“พี่ก้องไม่ใช่คนอื่น...อีกอย่างเราก็ไม่ได้เป็นสามีภรรยากันด้วย” เขมขวัญตอบโต้เพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายที่ถึงแม้จะมีอำนาจ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะมาบังคับให้เธออยู่ภายใต้อำนาจเขาในทุกเรื่อง

“โทรถามพ่อกับแม่เธอไหมล่ะว่าใครเป็นสามีของเธอ”

คำถามของเขาทำเอาเขมขวัญถึงกับอึ้งเธอมองหน้าคนที่เข้ามาหาเรื่องถึงที่ไม่รู้ความคิดความต้องการไม่รู้ว่าเขาจะเอายังไงกับเธอกันแน่

“เอาล่ะค่ะ...ถ้าเจ้านายอยากให้ขวัญไปนั่งเป็นเพื่อนกินข้าวขวัญก็จะไป”

“ฉันต้องการให้เธอย้ายไปอยู่บนตึกกับฉันด้วย...” เขาบอกถึงจุดประสงค์หลักที่ทำให้ต้องถ่อลงมาหาแม่ภรรยาตัวดีที่กล้าแม้กระทั่งเรียกคนในบ้านทุกคนมารับฟังประกาศความเป็นนายผู้หญิงของบ้านไม่ใช่กระทำเพียงเพื่อหักหน้าพิมพ์ชนกที่แสดงกิริยาและคำพูดดูถูกเธอว่าเป็นแค่ลูกจ้าง ไม่มีสิทธิ์มานั่งร่วมโต๊ะกับเจ้านาย

“ทำไมต้องย้ายไปอยู่บนโน้นคะ...ขวัญอยู่ที่นี่ก็ดีแล้ว”

“เพราะมันเป็นคำสั่งของฉัน...เธอทำแบบนี้แสดงว่าเธอไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาแล้วพวกคนรับใช้ในบ้านจะคิดยังไง ในเมื่อคำสั่งของเจ้าบ้านไม่มีความหมาย”

“คุณป้า...ทำไมหลานชายคุณป้าถึงได้เป็นคนช่างเอาแต่ใจแบบนี้...มาช่วยแก้ปัญหาให้ทีสิคะ”หญิงสาวมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างระอาทว่าใจกลับคิดฟ้องไปยังคุณป้าผู้เคยเป็นผู้ปกครองของเขา

“ว่าไง...จะย้ายหรือไม่ย้าย...ไม่ตอบก็แสดงว่าไม่ขัดข้อง”เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่โต้แย้ง เขาจำต้องถามซ้ำเพื่อความมั่นใจ

“วันนี้ขอแค่ไปนั่งเป็นเพื่อนเจ้านายกินข้าวก่อนได้ไหมคะ...ส่วนเรื่องย้ายขอเวลาคิด...”

“ได้...ตอนนี้ไปกินข้าวกับผมก่อน...เรื่องย้าย อนุญาตให้อยู่ที่นี่ต่ออีกคืนเพื่อทำใจ...ไปเถอะผมหิวแล้ว...บอกแม่ครัวตั้งโต๊ะรอนานเต็มทีป่านนี้อาหารคงเย็นชืดกันพอดี”

เมื่อผลสรุปตรงตามที่ใจต้องการน้ำเสียงก็เริ่มอ่อนลง และสุภาพขึ้น ยังไงเสียกริชนะก็ไม่ยอมให้อีกฝ่ายโต้แย้งอะไรได้อีกเขาเข้ามาคว้าข้อมือนุ่มนั้นอย่างถือสิทธิ์ ทั้งจับจูงออกจากห้องไปในทันที

อาหารมื้อค่ำเป็นไปอย่างเงียบสงบแม้อารมณ์ของผู้นั่งอยู่รับประทานอาหารและผู้นั่งเป็นเพื่อนที่มีจานข้าววางอยู่ตรงหน้าเช่นกันจะค่อนข้างแตกต่างอยู่ไม่น้อย

กริชนะละเลียดอาหารตรงหน้าอย่างไม่รีบเร่งดื่มด่ำกับรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปาก พอ ๆกับอาหารตาที่ทำเป็นไม่สนใจใครนอกจากหนังสือเล่มเล็ก ๆที่บังเอิญคว้าติดมือมาได้ทัน

“กินสักหน่อยเถอะคุณไม่แตะอาหารเลยสักคำอย่างนี้ แม่ครัวคงได้คิดว่าฝีมือตก เขาจะเสียใจ”

“ไม่หิวค่ะ...”

“ไม่หิวก็ต้องกิน...หรือจะต้องให้ป้อน”

กริชนะขยับเก้าอี้เขมขวัญรีบวางหนังสือลง แล้วคว้าช้อนส้อมมาถือไว้ในมือ...ความรู้สึกตื้อ ๆ อิ่ม ๆเหมือนจะกินอะไรไม่ลงอันตรธานหายไปในทันทีที่อาหารคำแรกถูกส่งเข้าปาก...กระเพาะมันคงรู้ว่าได้เวลาเติมเต็มแล้วก็เขมขวัญไม่เคยอดข้าวเย็นเลยสักมื้อยกเว้นตอนที่ติดอยู่กลางป่าครั้งนั้นครั้งเดียว พอได้คำแรกก็มีคำต่อ ๆไปโดยไม่จำเป็นต้องถูกกระตุ้นซ้ำ ทำให้คนนั่งมองถึงกับอมยิ้มด้วยความเอ็นดู

“ผมอยากให้คุณย้ายขึ้นมาอยู่บนตึกวันนี้นะ...ไหนๆ คุณก็ประกาศออกไปแล้วว่าเป็นอะไรกับผม เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำให้ถูกต้องสามีภรรยาไม่ควรแยกกันอยู่” กริชนะเอ่ยขึ้น หลังจากยกแก้วน้ำขึ้นดื่มไม่สนใจอาการสำลักที่เกิดจากความตกใจของอีกฝ่าย

“ไม่ค่ะ...ขวัญไม่ได้พูดอะไร...เรื่องบ้าๆ แบบนี้ใครจะกล้าพูด” เขมขวัญปฏิเสธ

“แต่คุณก็พูด...คุณเรียกทุกคนในบ้านมารวมกันและประกาศว่าเป็นภรรยาผมอย่างชัดเจน ไม่เพียงเท่านั้นคุณยังแสดงให้พวกเขาเห็นด้วยการกอด และจูบผมด้วย”

“ฉันนี่นะกอดจูบคุณ...โอยจะบ้าตาย...คุณป้านะคุณป้า...นั่นหลานชายคุณป้านะคะ”เขมขวัญถึงกับเอามือกุมขมับ

“ทำไม...คุณป้ามาเกี่ยวอะไรด้วย...อย่าบอกนะว่าที่คุณทำไปทั้งหมดเพราะคุณป้าเข้าสิง”กริชนะถึงกับยิ้มเยาะเหตุผลงี่เง่าที่เขาคาดเดาว่าอีกฝ่ายจะใช้เป็นข้ออ้าง

“ถ้าขวัญจะบอกอย่างนั้นล่ะ”

“ผมไม่เชื่อหรอก...เรื่องแบบนี้จะมาอ้างกันมั่ว ๆ ได้ยังไง คุณป้าทิพย์เสียไปเป็นเดือน ๆป่านนี้คงไม่เกิดหรือไม่ก็อยู่สวรรค์ชั้นไหน ๆ ไปแล้ว” กริชนะปฏิเสธ

“คุณป้าคุณยังอยู่...ท่านมีห่วงท่านไปไหนไม่ได้” หญิงสาวพยายามอธิบายถึงวันนี้เขาจะไม่ยอมรับฟังหรือเชื่อในสิ่งที่เธออยากบอก แต่ยังไงเธอก็จะเล่า

“คุณจะบอกว่าคุณเห็นวิญญาณคุณป้างั้นเหรอแล้วคุณป้าก็เข้าสิงคุณ ทำเรื่องพวกนั้นโดยอาศัยร่างของคุณ”

“ใช่ค่ะ...”

“คุณว่าท่านมีห่วง...”น้ำเสียงถามกลับนั้นห้วนจัด ถึงจะเคยมีเหตุการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้นให้ชวนประหลาดใจแต่เรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้แบบนี้ถ้าเชื่อก็บ้าแล้ว

“ค่ะ...ท่านบอกฉันว่าไปไหนไม่ได้จนกว่าจะได้รับการปลดปล่อย”

“ห่วงที่ว่าคือเรื่องการตายแบบปริศนาอันนี้ใช่ไหม...โธ่เอ๋ย...แต่งเรื่องแบบนี้ใครๆ ก็แต่งได้ ชอบจินตนาการแบบนี้ไงเล่าคุณถึงอยากเป็นนักเขียน” สายตาที่ส่งไปกระทบคนตรงหน้ามีแววจับผิดเต็มประตู “ใครอยู่ข้างนอกบ้างเก็บโต๊ะได้แล้ว” เขาตะโกนบอกคนรับใช้ก่อนจะลุกเดินหนีไป

“ห่วงของท่านไม่ใช่สาเหตุการตายแบบปริศนาค่ะ”เขมขวัญพยายามบอก

ร่างสูงหยุดลงที่หน้าประตูเหมือนรอให้อีกฝ่ายพูดจนจบ แต่เธอกลับเงียบจนเขาต้องหันกลับมาถามในสิ่งที่เธอพูดค้างเอาไว้

“ถ้าไม่ใช่เรื่องความตายจะมีอะไรที่น่าห่วงอีก หรือว่าท่านห่วงผม กลัวผมจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีท่านหรือกลัวว่าผมจะหาสะใภ้ที่ถูกใจท่านไม่ได้หรือว่ากลัวผมจะผลาญสมบัติท่านจนหมดเนื้อหมดตัว”น้ำเสียงบอกอารมณ์ฉุนเฉียวเป็นอย่างดี

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ท่านห่วงหรอกค่ะ...เพราะท่านรู้ถึงความสามารถของคุณเป้นอย่างดี”

“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ...ตอบมา”

“นิยายของท่านที่เขียนไปได้เพียงครึ่งเรื่องท่านห่วงเรื่องนั้น” เขมขวัญเอ่ยออกไปในที่สุด

“บ้าไปแล้ว...ลูกหลานไม่ห่วงการตายปริศนาของตัวเองไม่ห่วง แต่กลับห่วงนิยายที่ยังเขียนไม่จบนี่คุณคิดที่จะอำผมเหรอคุณเขมขวัญคุณคิดจะปั่นหัวผมไปถึงไหนกัน...คุณว่าผมโง่ขนาดเอาเรื่องหลอกเด็กแบบนี้มาเล่าแล้วผมจะเชื่ออย่างนั้นเหรอ...เหอะ...”

“ขวัญรู้ค่ะว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อและคงไม่มีใครคิดที่จะเชื่อ...เอาเถอะค่ะ...เพื่อไม่ให้ใครต่อใครต้องทำใจลำบากขวัญจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้โดยเร็ว...แต่ขอเวลาขวัญหาที่อยู่ใหม่ก่อนสักวันสองวันนะคะ...”ว่าพลางลุกจากเก้าอี้ เพื่อเดินสวนเจ้านายหนุ่มออกไปยังบ้านพักของเธอ

จนปัญญาจริง ๆที่จะบอกเล่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอให้ใครต่อใครเชื่อเธอไม่โกรธที่ไม่มีใครเชื่อ เพราะแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่คิดอยากจะเชื่อเลยสักนิด

“เดี๋ยวสิ...”ต้นแขนนิ่ม ๆ ถูกคว้าเอาไว้ก่อนที่หญิงสาวจะเดินผ่านเขาออกไปทั้งจูงกึ่งลากไปยังห้องอีกห้องหนึ่งที่มีความเป็นส่วนตัว

“ปล่อยค่ะ...เขมไม่มีอะไรจะอธิบายแล้ว...พูดไปคุณก็ไม่เชื่อไม่จำเป็นที่ขวัญจะอยู่ต่อให้เสียเวลาคุณ” ลำแขนเรียวพยายามบิดให้หลุดจากพันธนาการแต่ก็ไม่สำเร็จ

“ก่อเรื่องไว้แล้วคิดว่าจะเดินออกจากที่นี่ไปไดง่ายๆ หรือไง”

“เรื่องที่ทุกคนเข้าใจว่าฉันเป็นภรรยาของคุณฉันจะแก้ข่าวให้เอง” เธอเอ่ยด้วยความกลัวจับจิต

“ใครนะที่จะแก้ข่าวให้”ชายหนุ่มเอ่ยถาม ทั้งดึงร่างบางนั้นเขามาชิดอก

“ขะ...ขวัญค่ะ...ขวัญจะไปแก้ข่าว”

“ยังไง”

“บอกทุกคนว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน...ขวัญแค่ต้องการแกล้ง...”

“ทุกคนก็จะยิ่งดูถูกดูหมิ่นคุณ...รับได้เหรอ”

“ไม่เป็นไรค่ะ...อีกไม่นานขวัญก็จะไปจากที่นี่...ไม่นานทุกคนก็คงลืม...”

“คิดอะไรง่าย ๆ”ชายหนุ่มเอ่ยทั้งกระชับเอวบางนั้นเข้าหาตัวด้วยวงแขนอีกข้างโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวเลยสักนิด

“ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องคิดอะไรให้ยุ่งยากนี่คะ...แค่เราทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดถูกใจที่สุด ที่สำคัญไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ก็ไม่น่าที่จะมีปัญหาเกิดขึ้น”หญิงสาวตอบไปตามความรู้สึกของตัวเอง

“เหรอ...อืม...เข้าใจแล้ว...เอาเป็นว่า...คืนนี้อย่ากลับบ้านตุ๊กตาเลยนะ...ค้างที่นี่เถอะ”ชายหนุ่มบอกหน้าตาเฉย

“ฮะ ! อะไรกันคะ ทำไม...” หญิงสาวถามหน้าตื่นและเริ่มดิ้นรนออกจากอ้อมแขนที่ชักเริ่มจะรัดแน่นมากขึ้นทุกที

“ก็อย่างที่คุณบอกทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด ถูกใจที่สุดไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร...ในเมื่อเราแต่งงานกันแล้วความพอใจของสามีที่อยากอยู่กับภรรยาก็ย่อมสำคัญที่สุด ถูกใจที่สุดและคงไม่มีใครมาเดือดร้อนเรื่องของผัวเมีย”

“บ้าไปแล้ว...”

“ไม่บ้าล่ะ...แต่งแล้วแต่งเลยผมถือพิธีกรรมสำคัญกว่ากระดาษไม่กี่แผ่น จำเอาไว้”

คำประกาศนั้นแม้เพียงแผ่วเบาอยู่แค่ริมหูทว่ามันกลับดังก้องไปทั้งหัวใจ...เขาคิดอะไรอยู่ในหัวใจ เขมขวัญไม่อาจหยั่งถึงแต่จะคิดยังไงแบบไหนก็ช่าง ยังไงวันนี้เธอต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้...ว่าแต่...ทางรอดที่ว่ามันอยู่ที่ไหนล่ะ...

“ขอร้องเถอะ...คุณป้ามาช่วยหนูให้พ้นวิกฤตนี้ไป

ที...ได้โปรด...”




Create Date : 16 มกราคม 2560
Last Update : 16 มกราคม 2560 19:22:38 น. 3 comments
Counter : 1143 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
คุณป้าขาๆๆๆๆผูกไว้ต้องรีบมาแก้นะจ๊ะ เรื่องแรกคือคุณยายละเอียดอ่ะทำให้รักหนูขวัญหน่อยนะจ๊ะ


โดย: panon IP: 203.158.141.10 วันที่: 16 มกราคม 2560 เวลา:19:46:40 น.  

 
คิดถึงจังเลยเลยเลยเลยเลย

หายไปนานมาาาาาาาากกกกกกกกกก

คุณป้าไม่ช่วยหรอก ยายขวัญเอ๊ย

นางเอกเรียกตัวเองว่าเขมที่นึงนะคะ

คิดว่า ปากคอ"เราะ"ร้าย ไม่ใช่ เลาะ


เมื่อไรจะออกเป็นเล่มคะนี่ ชอบเรื่องนี้อ่ะ


โดย: พี่หมูน้อย IP: 223.207.207.4 วันที่: 27 มกราคม 2560 เวลา:14:16:09 น.  

 
สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:18:08:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
มกราคม 2560
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
16 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.