Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 4

เขมขวัญเก็บเสื้อชั้นในลงรวมตะกร้าก่อนจะเอื้อมไปหยิบกางเกงซับในตัวจิ๋วเนื้อผ้าบางเบาตัวสุดท้าย...ทว่า...

“ตายแล้ว!..” เสียงอุทานดังขึ้นทั้งอ้าปากหวอเมื่อสายลมขี้แกล้ง ได้หอบเอาชิ้นส่วนสุดท้ายปลิวเข้าไปตกอยู่ในอาณาเขตคฤหาสน์หลังงามแห่งนั้นเสียแล้ว

“ทำไงดี...เพิ่งซื้อมาใหม่ๆใช้ยังไม่ถึงสองครั้งเลย”

อาการกระวนกระวายก่อเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้บังคับไม่อยู่ สมองถูกสั่งการให้ใช้งานอย่างหนักในการหาวิธีที่จะได้ของสำคัญชิ้นนั้นกลับคืนมา

“ไม้...ใช่แล้วหาไม้ยาวๆยื่นข้ามกำแพงลงไปเกี่ยวมันขึ้นมา น่าจะได้”

เขมขวัญลุบออกจากระเบียงเดินลงมาชั้นล่างกวาดตามองหาอุปกรณ์ที่จะช่วยให้ปฏิบัติการสำคัญนั้นสำเร็จ เท่าที่มองไปรอบตัวเห็นจะมีเพียงไม้กวาดหยากไย่เก่าๆในห้องเก็บของเท่านั้น

“น่าจะพอใช้ได้”

เธอหยิบไม้กวาดหยากไย่ติดมือเดินไปหลังบ้านตรงที่ซับในหล่นลงไปค้างที่พุ่มไม้ยื่นมันไปจนสุดแขนแต่มันก็แค่...เกือบถึง

“เข้ามาเอาข้างในสิจ๊ะ”เสียงหนึ่งดังขึ้น อย่างใจดี

มือที่กำลังพยายามบังคับด้ามไม้กวาดหยากไย่ถึงกับชะงัก...เจ้าตัวละสายตาจากซับในสีชมพูหวานนั้นเพื่อมองหาเจ้าของเสียงและเธอก็ของเห็นหญิงวัยน่าจะไล่เลี่ยกับมารดา ยืนกอดอกอยู่ห่างไปหลายเมตร

“ได้หรือคะ...” ถามเพื่อความแน่ใจ

“ได้สิ นั่นไงประตู”

หญิงท่าทางภูมิฐานคนนั้นชี้มือไปยังประตูบานเล็กที่ข้างกำแพงซึ่งอยู่ห่างไปอีกหลายเมตรก่อนจะเดินกลับไปยังบ้านตุ๊กตาหลังนั้นเหมือนหมดธุระที่จะพูดคุยกับคนข้างบ้าน

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน...น่าแปลกที่เพิ่งจะสังเกตเห็นประตูเหล็กดัดบานนี้หญิงสาวผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกเมื่อมั่นใจว่าจะได้ของที่หากคนอื่นเห็นคงน่าอายกลับคืนมาเขมขวัญไม่รีรอให้พระอาทิตย์อับแสงลงมากกว่านี้หรือให้ฝนตกลงมาสร้างความเปียกปอนเสียหายเธอเดินแกมวิ่งไปยังประตูที่หญิงสูงวัยใจดีชี้บอก ดูเหมือนประตูนี้จะเป็นช่องทางเชื่อมต่ออาณาเขตระหว่างบ้านหลังที่เธอพักอาศัยกับคฤหาสน์หลังงาม

เขมขวัญล้วงมือเข้าไปจับแม่กุญแจอันใหญ่สนิมเขลอะคล้องคาไว้เหมือนไม่เคยถูกไขนานนับปี...“ล็อกไว้แบบนี้หนูจะเข้าได้เหรอป้า” เธอเผลอบ่นโดยไม่ได้ตั้งใจ

“เฮ้อ...คงไม่ได้คืนมาแล้วล่ะ...”แล้วก็ต้องถอนหายใจอย่างหมดหวัง ก่อนจะหมดตัวเดินกลับ

เอี๊ยด...

เสียงฝืดๆ ยาวๆของโลหะที่เสียดสีกันดังขึ้น รั้งร่างบางที่กำลังเดินคอตกจากไปให้หันกลับมาดู

“ไม่ได้ล็อกหรอกหรือ”เขมขวัญมองไปยังแม่กุญแจที่เธอสัมผัสดูและรู้ว่ามันถูกล็อกแน่นหนา ไม่น่าเชื่อว่าประตูจะเปิดออกเองทั้งๆที่ติดล็อกอย่างนั้น

“อ้าว...มันไม่ได้เกี่ยวกับสายยูที่ประตูนี่หว่า...แย่จริง...จะดูให้ละเอียดกว่านี้หน่อยก็ไม่ได้”โทษตัวเองพลางหัวเราะขบขันความสะเพร่า ก่อนจะก้าวผ่านประตูเข้าไปภายในตรงไปยังจุดที่เธอทำของหล่นไว้

“อยู่นี่เอง...”เขมขวัญเก็บกางเกงซับในด้วยสีหน้ายิ้มแย้มดีใจแกมโล่งอก นึกอยากขอบคุณคุณป้าคนนั้นที่อนุญาตให้เธอเข้ามาเก็บของ...“คุณป้าเดินไปไหนแล้วนะ หรือจะอยู่ในบ้านตุ๊กตาน่ารักหลังนั้น”

ไม่รู้มีอะไรดลใจให้เขมขวัญเดินตรงไปยังเรือนไม้หลังเล็กท่ามกลางสวนดอกไม้ที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้ากลิ่นหอมอ่อนๆที่โชยมาแตะจมูกยิ่งทำให้อยากค้นหาว่านั่นคือกลิ่นดอกอะไรพอๆกับอยากรู้ว่าภายในบ้านหลังงามนั้นจะตกแต่งน่ารักขนาดไหน

“เชิญเข้ามาข้างในสิจ๊ะหนู...”

เสียงเชิญชวนดังแว่วทั้งเงาตะคุ่มที่พอมองเห็นว่ามีใครบางคนรออยู่หน้าประตูท่ามกลางแสงตะวันที่หลงเหลือจับขอบฟ้า

ดูเหมือนสมองจะว่างเปล่าไว้ความนึกคิดใดๆที่จะสามารถยับยั้งขาทั้งสองข้างไม่ให้ก้าวไปตามคำเชิญชวนนั่นไม่ว่าจะเป็นความงดงามของมวลดอกไม้ หรือแม้แต่กลิ่นหอมละมุนที่เขมขวัญยังสงสัยอยู่ไม่วายว่ามีต้นกำเนิดมาจากทิศทางใดเพราะข้างหน้ามีคนกำลังกวักมือเรียก และบ้านน้อยน่ารักหลังนั้นก็ช่างเย้ายวนให้เข้าไปสำรวจภายในด้วยความอยากรู้อยากเห็นซะนี่กระไร

นี่คือโอกาสอันดี...โอกาสที่หาได้ไม่ง่ายเลยจริงๆ...

4

“นั่นใคร!..เข้ามาทำอะไรมืดค่ำที่นี่”

น้ำเสียงห้วนจัดที่ทักถามอยู่ด้านหลังมีอำนาจพอที่จะทำให้ร่างบ้างผู้กำลังก้าวผ่านซุ้มไม้เข้าสู่เขตเรือนไม้ต้องหยุดชะงักทั้งหันขวับมามองสบตาคมกล้านั้นด้วยความรู้สึกตกใจ

“เธอเป็นใคร...ไม่ใช่คนรับใช้ในบ้านหลังนี้นี่”น้ำเสียงนั้นนอกจากจะห้วนแล้วยังดุจนคนฟังถึงกับหงอ

“เอ่อคือ...ฉันมาเอา...”

“จะมาขโมยของหรือไง...”คนถามเริ่มหาเรื่อง เขาสาวเท้าเข้าไปใกล้เพื่อจะได้เห็นหน้าหัวขโมยชัดๆ ทั้งสังเกตเห็นอีกฝ่ายพยายามซุกซ่อนอะไรบางอย่างไว้ข้างหลัง

“เปล่านะคะ” เขมขวัญปฏิเสธหน้าตื่น

“ไม่มาขโมยของแล้วเธอเข้ามาในบ้านของฉันได้ยังไงแถมยังมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวบ้านหลังนี้ คงสืบดูแล้วล่ะสิว่าที่นี่ปลอดคน”

“จะบ้าเหรอ...จู่ๆก็หาคุกมาให้กันได้”เขมขวัญตอบกลับไปด้วยอาการตกใจ

กริชนะเพ่งมองผ่านความเลือนรางให้เห็นถึงคนที่เข้ามาในอาณาบริเวณบ้านของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยแววตาปะปนความสงสัย“หน้าคุ้นๆ...เอ๊ะ! นี่เธอเองหรือนี่ยัยผู้หญิงเรื่องมากคนเมื่อเช้า”

“นายคนขี้เก็กนี่...ตายล่ะ...วันนี้วันซวยของแท้ซวยเช้ายังไม่พอ ตกค่ำยังซวยไม่เลิก เฮ้อ...”บ่นพลางพยายามเดินเลี่ยงร่างสูงที่ยังยืนเป็นยักษ์ขวางประตูตั้งใจกลับบ้านไปแบบเนียนๆ

“เดี๋ยว...”ลำแขนกลมกลึงถูกเกี่ยวเอาไว้ในอุ้งมือแข็งดังครีมเหล็ก

เขมขวัญรีบสะบัดให้หลุดในทันทีด้วยอาการตกใจทั้งถอยหลังหนีไปอีกสองก้าว สายตาของเธอจับจ้องอยู่บนใบหน้าคมคายอย่างไม่วางใจ

“มาขโมยของแล้วคิดจะเผ่นหนีง่ายๆเหรอ”

“ขโมย!..ฉันนะเหรอ” ถามพลางชี้นิ้วมาที่อกตัวเอง

“ใช่...หรือจะเถียง”

“ฉันไม่ใช่ขโมยนะ...ฉันแค่ทำของตกแล้วเข้ามาเอาของๆฉันคืน”เขมขวัญกำซับในตัวบางจิ๋วในมือแน่น

“ของอะไรจะมาตกในบ้านคนอื่น...ชิชะ...ตัวแค่นี้ริจะเป็นโจร”

“จริงๆนะคะ ฉันพักอยู่บ้านหลังนั้นอยู่ข้างกำแพงรั่วบ้านคุณพอดี” เขมขวัญชี้มือไปยังบ้านพักของเธอและชายหนุ่มก็มองตาม ทว่าแววตาของเขากลับไม่ได้แสดงความรู้สึกว่าเชื่อเลยแม้แต่น้อย

“ของเธอทำตกเอาไว้มันหล่นมาไกลถึงตรงนี้เลยเหรอ”

“ปะเปล่า...คือ...ฉันก็แค่จะเข้าไปขอบคุณคุณป้าที่อนุญาตให้ฉันมาเก็บของ”

“คุณป้า!.. คุณป้าที่ไหน” คิ้วเข้มขมวดหมุนทั้งจ้องจับผิดอีกฝ่ายแทบไม่คาดสายตา

“ก็คุณป้าที่อาศัยอยู่บ้านหลังนี้”

“เหลวไหล!”

“จริงๆนะคะ...ฉันทำของตกแล้วคุณป้าก็อนุญาตให้ฉันเข้ามาเอาของ ฉันตั้งใจจะเข้าไปขอบคุณก็แค่นั้นฉันไม่ได้โกหก ไม่เชื่อคุณก็เข้าไปถามความจริงกับท่านได้เลย”

กริชนะมองคนที่พยายามปั้นน้ำเป็นด้วยความรู้สึกทึ่ง...ผู้หญิงคนนี้ช่างแสดงการโกหกของหล่อนได้สมจริงทั้งสีหน้าท่าทางที่หากเขาเป็นคนอื่นคงเชื่อสนิทใจว่าหล่อนต้องการแค่นั้นตามที่อธิบายซะยืดยาวจริงๆแต่...ใครๆก็รู้ว่า บ้านน้อยหลังนี้ เป็นบ้านที่ปราศจากผู้อาศัยมานานนับเดือนแล้ว

“เอาล่ะ...ถ้าเธอยืนยันว่าเธอทำของตกแล้วเข้ามาเก็บกลับไปจริงๆไหนล่ะของที่เธอว่า” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องจับผิด

“เอ่อ...” ใครเล่าจะกล้าเอาของแบบนี้มาโชว์ผู้ชาย...มือที่กำซับในตัวจิ๋วแทบเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

“ว่าไง...ไหนของที่ว่าถ้าบริสุทธิ์ใจก็เอาออกมาให้ฉันดู ไม่อย่างนั้นฉันจะเรียกตำรวจมาจับขังซะให้เข็ด”ขู่ด้วยสีหน้าแววตาดุดันสลับสายตาจับจ้องไปยังบางสิ่งที่อีกฝ่ายยังซุกซ่อนอยู่ข้างหลังกับใบหน้ากระจ่างในความสลัว

“ไม่...คุณดูไม่ได้หรอกมันไม่ใช่ของที่จะให้ใครดู”

“ทำไมจะดูไม่ได้...ส่งมาซะดีๆ ถ้าเป็นของเธอจริงๆฉันก็จะปล่อยให้เธอกลับบ้านแต่โดยดี”

“บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิ”ว่าพลางพยายามเดินเลี่ยงหาทางออก

“จะไปไหน...นี่บ้านคนนะไม่ใช่สวนสาธารณะที่นึกจะมาก็มานึกจะไปก็ไป”ต้นแขนกลมกลึงนุ่มนิ่มถูกยึดเอาไว้อีกรอบคราวนี้รับรองได้ว่าเขาจะไม่ยอมให้ยัยหัวขโมยสะบัดหลุดได้อีก

“ปล่อย...ฉันจะกลับแล้ว” ว่าพลางบิดแขนไปมาเพื่อให้หลุดจากพันธนาการ

“ไม่ปล่อย...ส่งของที่อยู่ข้างหลังมานี้”ไม่พูดเปล่า มือที่ว่างก็พยายามยื้อแย่ง

“อย่านะ...ฉันไม่ให้ดู...บอกให้ปล่อย...”ทั้งดิ้นรน ป้องกัน ทว่าดูเหมือนยิ่งทำให้ร่างทั้งร่างถูกโอบล้อมด้วยอ้อมอกกว้าง

“ส่งมานี่...ขโมยอะไรไป...ส่งมาเดี๋ยวนี้”

“ไม่...ว้าย...” เขมขวัญร้องเสียงหลงเมื่อการป้องกันตัวของเธอทำให้เสียหลักล้มลงไปโดยมีร่างทั้งสูงทั้งหนักล้มทับลงมาทั้งตัว

ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าเรื่องที่เธอเคยค่อนขอดในละครทีวีจะมาเกิดขึ้นจริงๆกับเธอพระเอกนางเอกมีเหตุสะดุดหกล้มทับกันให้สองสายตาประสานแน่นิ่ง...แต่นี่มันไม่ใช่แค่นั้น...เขาไม่ใช่พระเอกและเธอก็ไม่ใช่นางเอกดวงตาของเราไม่ได้ประสานนิ่ง แต่เธอกลับรู้สึกเย็นวาบไปทั้งสมองเพราะริมฝีปากนิ่มๆที่กล่าวหาว่าร้ายฉอดๆ ทั้งปลายจมูกโด่งๆนั่นอีกมันตรงเข้าประกบนิ่งที่มุมปากและข้างแก้มของเธอได้อย่างถนัดถนี่

แม้สิ่งของที่หัวขโมยซุกซ่อนไว้ข้างหลังจะถูกแย่งมาได้สำเร็จแต่กริชนะก็อยู่ในอาการตกใจไม่แพ้กันกับอุบัติเหตุครั้งนี้ชายหนุ่มรีบขยับตัวลุกขึ้น ในมือยังกำบางสิ่งที่รู้สึกได้ถึงความนุ่มเนียนมือ

“คนฉวยโอกาส”ว่าพลางฟาดฝ่ามือลงตรงข้างแก้มสากระคายด้วยแนวเคราเขียวครึ้มนั้นเต็มแรงก่อนจะใช้โอกาสที่ฝ่ายนั้นหน้าหัน วิ่งหนีออกมาด้วยหัวใจที่เต้นแรงและเร็วราวกับรถจักรไอน้ำ

กริชนะมองร่างบางทว่ามือหนักนั้นวิ่งจากออกไปทางประตูบานเล็กที่ตอนเด็กเขาเคยใช้เป็นช่องทางหนีคุณป้าออกไปเที่ยวเล่นเป็นประจำโดยไม่คิดจะวิ่งตามสายตาถูกดึงจากประตูที่กำแพงมายังสิ่งที่น่าสนใจในอุ้งมือ...ชายหนุ่มค่อยๆคลี่ผ้าเนื้อนิ่มนั้นออกดูแล้วมันก็ร่วงลงสู่พื้นด้วยความตกใจของผู้ถือเมื่อเห็นว่าสิ่งนั้นคืออะไร

“บ้าที่สุด...”สบถให้กับตัวเองเบาๆอย่างหัวเสียก่อนจะก้มลงหยิบมันกลับมายัดเข้ากระเป๋ากางเกง แล้วเดินกลับไปทางตึกใหญ่ด้วยอารมณ์อันปรวนแปรซะยิ่งกว่าลมทะเล

แฟ้มเอกสารกองใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานนั้นทำให้กริชนะถึงกับต้องผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่ครั่งค้างมาแต่หัวค่ำ...

หลังรับประทานอาหารเย็นงานที่รออยู่ก็คือการตรวจสอบเอกสารพวกนี้เพื่อหาความผิดปกติตามที่คุณป้าของเขาสงสัยและเขียนไปบอกเขาเมื่อหลายเดือนก่อนท่านจะเสียชีวิตมันไม่ใช่เรื่องง่าย และเขาก็ไม่มีเวลามากมายพอที่จะตั้งใจตรวจสอบเฉพาะงานชิ้นนี้เพียงชิ้นเดียว

“เอาไงดีนะ...อยากตรวจสอบบัญชีให้ละเอียดแต่ไม่อยากให้คนที่บริษัทรู้”

“ให้แม่หนูข้างบ้านคนนั้นช่วยสิลูก” คำแนะนำกระซิบแผ่วอยู่ข้างๆหู ของผู้เป็นป้าไม่ต่างกับสายลมพลิ้วผ่าน

ร่างโปร่งใสยิ่งกว่ากระจกหลบเปลือกตาลงอย่างปลงๆเมื่อนางไม่อาจติดต่อชายหนุ่มผู้เป็นสายเลือด ได้เช่นเด็กสาวคนนั้นมันช่างเป็นเรื่องน่าประหลาดใจยิ่งนักวาวตาที่มองนิ่งไปยังหลานชายอ่อนแสงลงด้วยความทุกข์ทุกข์ที่มองเห็นริ้วรอยความกังวลบนใบหน้าคมเข้ม ใบหน้าที่ถอดแบบผู้เป็นพ่อออกมาโดยไม่ผิดเพี้ยนหากเป็นดังโบราณท่านว่าไว้ ก็คงจะจริงตามนั้นลูกผู้ชายที่เกิดมาหน้าตาเหมือนพ่อมักจะอาภัพ คงเพราะเป็นเช่นนี้กริชนะจึงกลายเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่ยังเยาว์

บางครั้งการปรึกษาหารือใครสักคนที่พอวางใจได้ก็น่าจะดีกว่าต้องมานั่งปวดหัวอยู่คนเดียว...กริชนะจึงคว้าโทรศัพท์เพื่อติดต่อกับบุคคลที่มีคุณสมบัติตามนั้นทันที

“ทำไมนายไม่หาใครสักคนมาช่วยวะ...ถ้าไม่อยากให้เป็นเรื่องกระโตกกระตากนายก็จ้างคนมาทำพิเศษสิ นักบัญชีเรียนจบใหม่ๆ สาวสวยหมวยอึ๋มหน้าตาน่าเอ็นดูมีออกเยอะแยะ”ธนัญชัยเอ่ยผ่านมาทางสัญญาณโทรศัพท์

“ใช่แล้วลูก...นักบัญชีข้างบ้านเราไง” ทิพย์ราตรียิ้มกว้างกับคำแนะนำของเพื่อนหลานชายพลอยให้ดวงจิตระเอียดใสราวกับหยดน้ำค้าง

“เฮ้ย...ฉันหานักตรวจสอบบัญชีนะเฟ้ยไม่ได้หาอย่างว่า” กริชนะแย้งอดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองไปยังชิ้นส่วนบางเบาที่สร้างความกระอักกระอ่วนให้กับความรู้สึกจนต้องรีบคว้ามันไปยัดเก็บไว้ในลิ้นชัก

“ก็นักบัญชีน่ะสิ...นายคิดว่าฉันหมายถึงอะไร”ว่าพลางหัวเราะ

“นายก็รู้ว่าฉันเพิ่งกลับมาเมืองไทยได้ไม่กี่วันจะไปวางใจหาใครที่ไหนได้” ว่าอย่างกังวล

“บอกแล้วไง...ให้แม่หนูขวัญช่วยหนูขวัญเรียนจบบัญชี แถมอยู่ข้างบ้านเรา ไปมาสะดวก จะได้ช่วยงานป้าให้สำเร็จได้” พลังงานโปร่งแสงล่องลอยวนเวียนอยู่รอบตัวชายหนุ่มทว่ากลับไร้ซึ่งสิ่งสนใจ

“เอาไว้ฉันจะช่วยหาก็แล้วกัน ไม่น่าจะเกินความสามารถ”ธนัญชัยรับปาก

“ขอบใจมากเพื่อน”

“ไม่เป็นไร...เรื่องจิ๊บๆ ว่าแต่มีเรื่องแค่นี้เองเหรอที่โทรหาฉัน” ธนัญชัยถามต่อ

“เรื่องการตายของป้าทิพย์ด้วยฉันไม่อยากเชื่อว่านั่นมันคืออุบัติเหตุ ป้าทิพย์เป็นคนรอบคอบ เรื่องตรวจสอบสภาพรถป้าดูแลดีซะยิ่งกว่าบ้าน ทำยังไงฉันถึงจะรู้ว่าที่สงสัยอยู่มันจริงหรือแค่คิดไปเอง”

“ซากรถอยู่ที่ไหน”

“น่าจะยังอยู่ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ที่เกิดเหตุ”

“อืม...เอาเป็นว่าถ้าว่างวันไหนเราไปดูซากรถ ไปสอบถามเรื่องคดีถ้ามันซับซ้อนซ่อนเงื่อนอย่างที่นายสงสัย ฉันว่าฉันพอมีทางช่วยนายรื้อคดี”

“ขอบใจนายอีกครั้งนายนี่เพื่อนแท้ของฉันจริงๆ” กริชนะเอ่ย ซาบซึ้งน้ำใจของเพื่อนยิ่งนัก

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพื่อนย่อมช่วยเพื่อนอยู่แล้ว”

“ขอบใจจริงๆ...งั้นฉันรบกวนนายแค่นี้ก็แล้วกันนายจะได้พักผ่อน”

“เออ...ไว้เจอกัน”

กริชนะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกเบาใจขึ้นมากอย่างน้อยเขาก็เริ่มมีหวังที่จะทำสิ่งที่มุ่งหวังให้สำเร็จ...หากสิ่งที่ป้าทิพย์สงสัยเป็นเรื่องจริงเขาจะจัดการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด คิดแล้วก็คว้าแฟ้มงานชิ้นแรกมาเปิดต้องตรวจสอบด้วยตัวเองไปก่อน รอว่าอีกไม่นานจะมีคนเข้ามารับทำหน้าที่นี้แทน

หลังผ่านเหตุการณ์ชวนอกสั่นขวัญแขวนมาหมาดๆเขมขวัญก็กลับมานั่งกอดเข่าคิดถึงสิ่งที่ผ่านมาโดยเฉพาะความรู้สึกที่เหมือนร่างกายเธอยังถูกโอบกอดมุมปากและข้างแก้มยังเหมือนมีรอยบางอย่างประทับติดแน่นไม่ว่าจะถูจะล้างจะเช็ดยังไงก็ไม่ยอมหลุดหายไปสักที

“บ้าที่สุด เสียของแล้วยังต้องมาเสียจูบแรกให้ไอ้บ้านั่นอีก”ว่าพลางทั้งเช็ดทั้งถูจนปากและแก้มแดงเถือก... “ไม่ใช่สิมันแค่อุบัติเหตุฉันไม่นับหรอกว่านั่นมันเป็นจูบ ชิชิ”

บ่นอุบอิบด้วยความความโมโหก่อนจะหันไปคว้าโทรศัพท์ที่เธอตั้งระบบสั่นเอาไว้ มากดรับสัญญาณ เมื่อมันเกิดอาการสั่นจนแทบหมดแรงพยายามปรับอารมณ์ให้เข้าสู่ภาวะปกติเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตแก่คนผู้อยู่ปลายสัญญาณ

“สวัสดีค่ะ พี่ก้อง” แม้ปรับอารมณ์ไปบ้างแต่เสียงก็ยังสั่นอยู่บ้าง

“เป็นอะไรไปล่ะขวัญ ทำไมเสียงสั่น”

“เปล่า...ไม่มีอะไร”เสียงทักทายประโยคแรก ทำเอาต้องรีบปฏิเสธอย่างตกใจ

“ทำไมจะไม่มี...”

“มีที่ไหน...ไม่มี๊!” เธอปฏิเสธเสียงสูง

“พี่รู้จักขวัญดีนะถ้ามีเรื่องเสียงขวัญจะสั่น และถ้าไม่อยากให้ใครรู้ก็จะทำเสียงสูงแบบนี้”

“แหะๆๆ...ก็มีปัญหานิดหน่อยค่ะ...พี่ก้องนี่สมกับเป็นนายตำรวจแผนกสืบสวนสอบสวนจริงๆ”เขมขวัญยอมรับในที่สุด

“ปัญหาอะไร”

“ก็เรื่องจูบ...เฮ้ยไม่ใช่...เรื่องงาน”เขมขวัญรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน

“ทำไม...ไหนบอกเขาเรียกสัมภาษณ์แล้วไง”

“ก็แค่เรียก...ยังไม่รู้เลยว่าจะได้หรือเปล่า...เฮ้อ”พอคิดถึงงานก็พลอยทำให้ลืมเรื่องวุ่นๆที่ผ่านมายังไม่ถึงชั่วโมงนั้นไปเสียสนิท

“ใจเย็นๆ ขวัญเก่งอยู่แล้วเดี๋ยวเขาก็คงเรียกไปทำงาน” ก้องเกียรติให้กำลังใจ

“เก่งอะไรกันพี่ก้องเกรดเฉลี่ยคาบเส้น แถมยังไม่มีประสบการณ์อีกคนอื่นๆที่ไปสัมภาษณ์ดูท่าทางเก่งๆทั้งนั้น” น้ำเสียงทดท้อ

“ถ้าไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวพี่จะฝากงานให้เพื่อนพี่เป็นเจ้าของบริษัทก็มี เขาน่าจะช่วยได้”

“ขอบคุณค่ะ...แต่ขวัญขอใช้ความสามารถของขวัญก่อนนะคะยังไม่อยากใช้เส้นกวยจั๊บตอนนี้” ว่าพลางหัวเราะเบาๆ

“ว่าแต่เรา สบายดีนะ”

“ค่ะ สบายดี...พี่ก้องถามยังกะว่าขวัญไม่เคยอยู่กรุงเทพฯซะงั้นแหล่ะ”ดูเหมือนพอได้คุยกับนายตำรวจหนุ่มก็ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวของหญิงสาวกระจ่างใสขึ้น

“ก็ห่วง...เห็นว่าห่างหายจากเมืองหลวงมานานสองปีได้มั๊งตั้งแต่เรียนจบ”

“ค่ะ สองปี...”

“แล้วอีกเรื่อง วันนี้ที่โทรหาพี่บอกว่าขึ้นรถไปกับคนแปลกหน้า ทีหลังอย่าทำแบบนั้นอีกนะเราเป็นผู้หญิงอยู่ตัวคนเดียวเวลานี้ อย่าวางใจคน มันอันตราย”ก้องเกียรติเตือนเสียงเข้มขึ้น

“แหะๆๆ ขวัญขอโทษค่ะคือ...ตอนนั้นมันโมโห เลยไม่ทันคิด”

“จะทำอะไรให้ใช้สมองอย่าใช้อารมณ์”

“ค่ะ...ขวัญจะไม่ทำอีก พี่ก้องไม่ต้องห่วงนะคะถ้ามีปัญหาอะไรขวัญจะโทรหาพี่ก้องเป็นคนแรก”หญิงสาวรับปากเพื่อความสบายใจของอีกฝ่าย

“ดีแล้ว...เอาล่ะพักผ่อนซะพี่ว่างเมื่อไหร่จะไปรับมากินข้าวด้วยกัน คุณแม่พี่บ่นถึงขวัญอยู่บ่อยๆถ้าท่านเห็นขวัญท่านคงดีใจ”

“จะล้างท้องรอค่ะ” เขมขวัญรับคำ ทั้งฟังอีกฝ่ายพูดต่ออยู่สองสามประโยคแล้วก็วางสาย

จริงสินะเวลานี้คือเวลาพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์วันใหม่ เรื่องอื่นๆผ่านแล้วก็ผ่านไปจะคิดถึงทำไมให้ป่วยการ...คิดแล้วร่างบางก็ล้มตัวลงดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่าง กินง่ายอยู่ง่าย นอนง่าย จึงไม่แปลกที่เธอจะหลับลงได้เพียงไม่กี่นาที




Create Date : 26 มกราคม 2558
Last Update : 26 มกราคม 2558 14:32:32 น. 3 comments
Counter : 854 Pageviews.

 
อย่าบอกเค้าน๊าๆว่าพี่ก้องเนี่ยเป้นเพื่อนกับอีตาขี้เก๊ก


โดย: panon IP: 203.158.141.10 วันที่: 26 มกราคม 2558 เวลา:15:12:48 น.  

 
อารายกัน เก็บกกนสาวไว้ในลิ้นชักเหรอ เอาไปคืนซะ ตาโรคจิต


โดย: พี่หมูน้อย วันที่: 28 มกราคม 2558 เวลา:15:50:51 น.  

 
รออ่านตอนต่อไปอยู่นะค่ะ...ขอบคุณมากค่ะ


โดย: ดอกฝิ่น IP: 119.63.78.246 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:13:53:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
มกราคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
26 มกราคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.