Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
6 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
ที่มาของสาระดีๆ ขอขอบคุณ


246 :: เด็กหนึ่งขวบถึงหนึ่งขวบครึ่ง: ลักษณะของเด็ก

เด็กอายุเกินหนึ่งขวบ

จะมีความไวต่อเหตุการณ์รอบตัวมากขึ้น

และจำเสียงของพ่อแม่ได้

เมื่อพ่อกลับจากทำงานตอนเย็น

เด็กได้ยินเสียงก็พยายาม

จะออกไปหาที่ประตูบ้าน

หรือลืมตาตื่นขึ้นตอนบ่ายได้ยินเสียงแม่

คุยกับคนอื่นอยู่อีกห้องหนึ่ง

แกจะร้องไห้

เพราะอยากไปอยู่ใกล้แม่

เด็กจะรู้จักฟังเพลงในโทรทัศน์และวิทยุ

โดยเฉพาะเด็กที่มีประสาทหูดี

พอถึงวัยขวบครึ่ง

ก็พอจะร้องเพลงเป็นได้บ้างแล้ว

ความสามารถในการมองก็ดีขึ้น

ถ้าบนพื้นมีของเล็กๆ

หรือของอะไรแปลกตาอยู่

ก็จะเก็บขึ้นมาดูหรือเอาเข้าปาก

ขี้จิ้งจกบนผนังห้องหรือขี้แมลงสาป

ในครัวจะมองเห็นทั้งนั้น

เวลาพาออกไปข้างนอกตอนเย็น

หนูน้อยอาจสนใจมองดูพระอาทิตย์ตกดิน

ดูนกบินกลับรัง ดูดวงจันทร์บนฟ้า

เด็กรับรู้สิ่งใหม่ๆ และโลกภายนอก

รอบกายเพิ่มขึ้นทุกวัน

ทางด้านความเคลื่อนไหวของร่างกาย

ก็พัฒนาเร็วขึ้น

เด็กที่เคยเดินได้เพียง 2-3 ก้าว

ตอนอายุหนึ่งขวบ

พอถึงขวบครึ่งก็เดินได้เก่งแล้ว

เด็กที่ยังเดินไม่ได้ตอนอายุ1ขวบ

จะเดินได้เองเมื่ออายุในราว13หรือ14เดือน

ไม่ว่าเด็กจะเริ่มเดินได้

ตอนหนึ่งขวบหรือขวบเศษ

พอถึงขวบครึ่งแกก็จะเดินเก่งพอๆกัน

แต่ยังไม่ถึงกับวิ่งได้

การใช้มือของเด็กคล่องแคล่วมากขึ้น

เมื่ออายุเกินขวบ

เด็กใช้มือถือถ้วยดื่มน้ำได้เองแล้ว

แต่ยังใช้ช้อนไม่ค่อยเก่ง

รู้จักปีนเข้าไปนั่งในเก้าอี้

สำหรับกินข้าวได้เอง

ยังไม่รู้จักตีหรือเอาของขว้างปาคนอื่น

และยังไม่สามารถป้องกันตนเองได้

ในขณะที่เด็กรับรู้โลกภายนอก

รอบกายมากขึ้น

แต่ยังไม่มีความสามารถ

ป้องกันตนเองเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า

ทำไมแกจึงขี้กลัว

เด็กช่วงวัยหนึ่งขวบถึงขวบครึ่งนี้

จากประสบการณ์ในฐานะ

ที่เป็นกุมารแพทย์มานาน

พอจะพูดได้ว่า เป็นวัยขี้กลัวที่สุด

กล่าวกันว่าเด็กกลัวหมอ

เพราะจดจำความเจ็บ

ตอนที่ถูกหมอฉีดยาได้

แต่พออายุเกินหนึ่งขวบ

ถึงไม่ฉีดยาเด็กบางคนก็ร้องไห้

โดยเฉพาะเด็กที่มีพ่อแม่ซึ่งมีความรู้สึกไว

เด็กจะขี้กลัวมาก

เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพราะ

การอบรมสั่งสอน

หากแต่เป็นนิสัยของเด็กเอง

เด็กบางคนกลัวเสียงดัง

โดยเฉพาะเสียงกริ่งโทรศัพท์

เสียงออดแตรรถยนต์ เสียงเครื่องบิน ฯลฯ

เด็กบางคนไม่ชอบถูกราดหัว

เวลาอาบน้ำ

ถึงขนาดกลัวจนตัวสั่น

และเด็กบางคน

ที่มีประสบการณ์ตื่นขึ้นมา

แล้วไม่เห็นหน้าแม่

ร้องไห้เท่าไรแม่ก็ไม่มาสักที

ครั้งต่อๆไปเด็กจะกลัวมาก

ถ้าไม่เห็นร่างแม่

ทำให้พันพัวนัวเนีย

เกาะติดแม่ไม่ยอมห่างทีเดียว

เด็กวัยนี้ไม่สามารถต่อสู้

กับความกลัวตัวเอง

จึงเกาะติดแม่เพื่อความสบายใจ

แม่ทุกคนควรเข้าใจด้วยว่า

เด็กวัยขวบครึ่งมีโอกาสเป็นเช่นนี้มาก

สิ่งที่สำคัญในช่วงนี้คือ

พยายามอย่าทำให้เด็กกลัว

เพราะเมื่อเด็กเกิดความกลัวขึ้นมา

แกจะเกาะแม่แจ

และจะไม่เป็นตัวของตัวเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลี้ยงดูเด็กก็คือ

เลี้ยงให้เด็กเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่สามารถ

ยืนอยู่บนขาของตัวเองได้

เด็กวัยหนึ่งขวบถึงขวบครึ่ง

ควรได้รับความเอาใจใส่

ให้ปลอดภัยจากความกลัว

ถ้าเด็กไม่ตกอยู่ในความกลัว

เติบโตขึ้นมาอย่างสงบสุข

และพัฒนาพละกำลัง

ในการเคลื่อนไหวร่างกาย

ได้ราบรื่นแกจะมีความมั่นใจในพลังตนเอง

และไม่กลายเป็นคนขี้ขลาด

ซึ่งเอาแต่วิ่งหนีฝ่ายตรงข้าม

โดยเฉพาะเด็กที่มีความรู้สึกไว(sensitive)

แม่ต้องระวังเป็นพิเศษ

การพาเด็กแบบนี้ไปหาหมอ

เพื่อฉีดยาบ่อยๆ

เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุด

อย่าให้แกดูสิ่งที่น่ากลัว

ผีจะมาหลอก หรือตำรวจจะมาจับ

อย่าคิดว่าการทำเช่นนี้เป็นการฝึกเด็ก

เช่นเดียวกับเด็กที่มีความรู้สึกไว

ซึ่งควรได้รับการปกป้องจากความกลัว

เด็กที่คล่องแคล่วว่องไวก็ควรได้รับ

การปกป้องจากอุบัติเหตุ

เด็กซนนั้นชอบสำรวจโลกรอบกาย

และชอบสอดรู้สอดเห็นเป็นที่สุด

มีที่สูงแกก็จะปีน

มีของแปลกก็เอาเข้าปาก

เห็นของประหลาดก็จับดู

เผลอทีหนึ่งตกจากระเบียง

เผลออีกทีกลืนเศษสตางค์เข้าปาก

ความวัวยังไม่ทันหาย

แกก็เอามือไปแตะเตารีด

จนหนังพองเข้าอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็ก

เกือบทั้งหมดสามารถป้องกันได้

ถ้าพ่อแม่เอาใจใส่ ระมัดระวัง

เอาไว้เสียแต่แรก

เด็กวัยนี้พูดได้มากคำ

กว่าตอนก่อนหนึ่งขวบ

เมื่ออายุใกล้ๆขวบครึ่ง

เด็กส่วนใหญ่จะพูดได้ราว10คำ

เช่น พ่อ แม่ หม่ๆ ปู๊นๆ หมา แมว

บ๋ายบาย จ๋าจ้ะ จุ๊บ ไป ไม่ เป็นต้น

โดยเฉพาะชื่อของเพื่อนเล่นข้างบ้าน

ซึ่งแกเล่นด้วยบ่อยๆ

เด็กจะเรียกได้

ถ้าเพื่อนชื่อสองพยางค์

แกจะเรียกพยางค์เดียว

เช่น เพื่อนชื่อ"ม่าเหมี่ยว"

แกก็เรียก "เหมี่ยวๆ"

เด็กบางคนอายุขวบครึ่งแล้ว

ยังพูดได้แค่2คำ คือ หม่ำๆ กับ ไม่

แต่แม่พูดอะไรแกเข้าใจหมด

แสดงว่าไม่ใช่เด็กปัญญาอ่อน

เด็กที่ไม่ค่อยมีใครพูดด้วย

แม่เองก็งานยุ่งจนลืมคุยกับลูก

เด็กจะไม่ค่อยมีโอกาสจดจำคำพูด

ทำให้พูดช้า

เด็กวัยนี้แสดงอารมณ์ได้ชัดเจนขึ้น

เวลาดีใจแกจะส่งเสียงหัวร่อ เอิ๊กอ๊าก

และเวลาโกรธก็น่าดูเหมือนกัน

ถ้ากำลังอุ้มอยู่แกจะเหวี่ยงตัวจนเกือบตก

หรือบางคนก็กระทืบเท้าเต้นเร่าๆ

เด็กที่โกรธจัดมากๆบางคนร้องไห้จนปากเขียว

และถึงขนาดชักก็มี

เด็กบางคนร้องขึ้นมาทีไร

กว่าจะทำให้เงียบได้ผู้ใหญ่พากันอ่อนใจ

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เป็นเพราะการเลี้ยงดูไม่ดี

แต่เป็นอุปนิสัยของเด็กมากกว่า

ตอนกลางคืน

เด็กวัยนี้มักจะนอนประมาณ3ทุ่ม

และตื่นเช้าตอน7-8โมง

ถ้าพ่อแม่บ้านไหนไม่มีปัญหา

ในเรื่องตื่นเช้า

เด็กก็จะนอนในราวหนึ่งทุ่ม

และตื่นตอนหกโมงเช้า

ตอนกลางวันเด็กบางคนนอนครั้งเดียว

บางคนก็นอนสองครั้ง

ระยะเวลานอนแตกต่างกันมาก

เด็กที่นอนเก่งบางคนนอนกลางวัน

นานถึง2ชั่วโมงขึ้นไป

เกี่ยวกับเรื่องการนอนของเด็กวัยนี้นั้น

ที่แปลกคือ

เด็กบางคนชอบตื่นขึ้นมาเล่นกลางดึก

สมัยอายุยังไม่ถึง1ขวบ

เมื่อถูกจับใส่เตียงและดับไฟ

แกก็จำเป็นต้องนอน

แต่เมื่อถึงวัยนี้เตียงมักคับแคบเกินไปเสียแล้ว

เด็กจึงนอนบนเตียงของพ่อแม่

หรือบางบ้านก็นอนกับพื้น

พอตื่นขึ้นมากลางดึก

แกก็เดินไปไหนต่อไหน

ค้นหาของเล่นมาเล่นคนเดียวได้

ที่เป็นเช่นนี้เพราะตอนกลางวัน

เด็กได้เล่นออกกำลังกายภายนอกบ้าน

ไม่เพียงพอ แกไม่เหนื่อยจึงนอนไม่หลับ

เด็กอายุเกินหนึ่งขวบกินอาหาร3มื้อ

โดยนั่งโต๊ะร่วมกับผู้ใหญ่ได้แล้ว

บางมื้ออาจเป็นขนมปังหรือข้าวต้ม

บางมื้ออาจเป็นก๋วยเตี๋ยวหรือข้าว

เด็กวัยนี้ไม่ค่อยชอบกินข้าวนัก

มื้อหนึ่งจะกินเพียงครึ่งถ้วย หรือ 1/3 ถ้วย

แม่ไม่ควรบังคับให้แกกินข้าวมากขึ้น

เพราะจะทำให้กินกับข้าวจำพวกไข่

ปลา หรือเนื้อได้น้อยลง

ซึ่งไม่ถูกหลักโภชนาการ

การบังคับขืนใจให้เด็กกินข้าว

ทำให้เด็กพยายามหนี

เมื่อถูกจับนั่งโต๊ะกินข้าว

เพราะกลัวว่าจะถูกบังคับอีก

เด็กที่ใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง

ในการกินอาหารแต่ละมื้อ

มักเป็นเด็กที่มีแม่หรือพี่เลี้ยงซึ่ง

มีความอดทน

ดึงดันที่จะทำให้เด็กกินข้าวให้หมดจงได้

แม่บางคนคิดว่า

เด็กถึงวัยหย่านมแล้ว

ต้องลดนมเหลือขวดเดียว

ถ้าเด็กไม่ค่อยชอบกินปลาหรือไข่หรือเนื้อสัตว์

แม่ควรให้นมมากกว่านี้

เพื่อไม่ให้เด็กขาดโปรตีนจากสัตว์

แทนที่จะป้อนข้าวให้เด็กเป็นชั่วโมง

เพราะเด็กไม่ชอบ

ก็ควรให้ลูกกินข้าวเพียง2-3คำ

แล้วให้นมกับอาหารอื่น

โดยให้กินภายใน20-30นาทีจะดีกว่า

เด็กวัย1ขวบถึงขวบครึ่งนี้

ชอบใช้ช้อนตักข้าวกินเอง

แต่ยังใช้ไม่เก่ง

ผลสุดท้ายมักลงเอยด้วยการ

ใช้มือขยำข้าวใส่ปาก

และบรรเลงเสียจนเกลื่อนพื้นบ้าน

แม่ที่รักสะอาดมักไม่ชอบเห็นข้าวหก

แม่ที่เจ้าระเบียบ(แก่มารยาท)

มักไม่ชอบเห็นลูกเอามือขยุ้มข้าวใส่ปาก

จึงไม่ยอมให้เด็กถือช้อนตักข้าวกินเอง

แต่ถ้าต้องการให้เด็กเกิดความอยากกินข้าว

แม่ควรเคารพความเป็นตัวของตัวเองของลูก

ปล่อยให้เด็กตักข้าวกินเอง

(อย่าลืมล้างมือให้แกก่อน)

และแม่คอยช่วยป้อนกับข้าวใส่ปากให้ก็พอ

เวลากินอาหารควรเป็นเวลา

ที่เด็กมีความสุขสดชื่น

ถ้าแม่มัวคิดถึงแต่ปริมาณแร่ธาตุอาหารที่ให้

เหมือนกับการเลี้ยงไก่ล่ะก็ แม่มักผิดหวัง

เมื่อเด็กอายุเกินหนึ่งขวบ

มีอีกเรื่องที่ครอบงำอยู่ในหัวของแม่คือ

เรื่องการฝึกนิสัยขับถ่ายของลูก

แต่นิสัยในการขับถ่ายของเด็กแต่ละคน

แตกต่างกันมากยิ่งกว่าเรื่องอื่นใดทั้งสิ้น

เด็กบางคนในวัยนี้สามารถบอกแม่ได้

ทุกครั้งที่ปวดปัสสาวะหรืออุจจาระ

แต่เด็กแบบนี้มีน้อย

ส่วนใหญ่ยังต้องใช้ผ้าอ้อมอยู่

เด็กที่เคยนั่งกระโถนแต่โดยดี

พออายุหนึ่งขวบกลับไม่ยอมนั่งก็มีมาก

สำหรับเด็กวัยนี้เรื่องอุบัติเหตุ

น่าเป็นห่วงมากกว่าเรื่องเจ็บป่วยเสียอีก

สมัยก่อนมีโรคโปลิโอระบาด

แต่สมัยนี้มีวัคซีนสำหรับกินป้องกัน

ทำให้โรคนี้ลดน้อยลงมาก

เมื่อเด็กเป็นไข้ตัวร้อน

ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากเชื้อไวรัส

โดยเฉพาะไข้หวัด

นอกจากนั้นก็มีพวกโรคเกี่ยวกับ

ทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย บิด

ทัยฟอยด์ เป็นต้น

ซึ่งโรคพวกนี้ถ้าระมัดระวัง

เรื่องความสะอาดให้ดีก็จะไม่มีปัญหา

โรคร้ายแรงที่เด็กในวัยนี้

มีโอกาสเป็นกันมากในบางท้องที่

คือ โรคที่มียุงเป็นหาหะนำเชื้อ เช่น

มาลาเรีย และไข้สมองอักเสบ

ถ้าเมืองไทยเราไม่มียุง

เวลาลูกเป็นไข้แม่ทั้งหลาย

คงเบาใจกว่าทุกวันนี้มาก

Create Date : 06 เมษายน 2553
Last Update : 6 เมษายน 2553 9:05:03 น. 2 comments
Counter : 4548 Pageviews.

 
ลูกชายคลอดตอนแปดเดือนตอนนี้อายุสิบเอ็ดเดือนแล้วพัฒนาการเพิ่งเริ่มคลานได้แต่อารมณ์ฉุนเฉียวมากเอาแต่ใจมากถ้าขัดใจเค้าจะร้องให้จนเขียวไปก็มีบางครั้งเอาหัวโขกพื้นก็มีแม่ควรทำยังไงดีคะเป็นห่วงมาก


โดย: ปอ IP: 113.53.73.84 วันที่: 19 สิงหาคม 2555 เวลา:23:26:04 น.  

 
ลูกชายคลอดตอนแปดเดือนตอนนี้อายุสิบเอ็ดเดือนแล้วพัฒนาการเพิ่งเริ่มคลานได้แต่อารมณ์ฉุนเฉียวมากเอาแต่ใจมากถ้าขัดใจเค้าจะร้องให้จนเขียวไปก็มีบางครั้งเอาหัวโขกพื้นก็มีแม่ควรทำยังไงดีคะเป็นห่วงมาก


โดย: ปอ IP: 113.53.73.84 วันที่: 19 สิงหาคม 2555 เวลา:23:33:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

RohanCMI
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add RohanCMI's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.