Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
4 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
85 :: เด็กวัยสองเดือนถึงสามเดือน: ลักษณะเด็ก

เด็กอายุ 60 วัน ตามองเห็นแล้ว

ถ้าเอาของเล่นมาวางไว้ตรงหน้าจะจ้องดู

และเมื่ออายุได้ 90 วัน

จะรู้จักยิ้มเมื่อแม่เล่นด้วย

แขนขาของเด็กแข็งแรงขึ้น

ถ้าลองเอาหัวนมหลอกให้จับเล่น

เด็กอายุใกล้ 3 เดือนจะจับได้นานทีเดียว

แต่เด็กอายุเท่านี้ยังไม่พยายามทำอะไรด้วยตัวเอง

เด็กอายุ 3 เดือนเกือบทุกคน

จะเอานิ้วโป้งหรือกำปั้นทั้งอันใส่ปากดูด

การดูดมือของเด็กวัยนี้

ไม่ได้เป็นการเรียกร้องความสนใจจากแม่

แต่เด็กดูดเพราะรู้สึกสนุกสนานกับการดูดมือ

กำลังขาของเด็กมีมากขึ้น

เด็กบางคนถ้าอุ้มยืนบนตัก

จะถีบเท้ากระโดดตัวลอยทีเดียว

เด็กเริ่มสนใจสิ่งของรอบตัว

เมื่ออายุได้ 3 เดือนจะเริ่มสนใจของเล่น

และถ้าอุ้มพาไปเที่ยวนอกบ้าน

เด็กจะลืมตาแป๋วมองโน่นมองนี่ไปตลอดทาง

เด็กจะส่งเสียงหัวเราะบ่อยขึ้น

เวลาอารมณ์ดีก็ร้องเอ้อ ๆ อ้า ๆ อยู่คนเดียว

เวลานอนค่อย ๆ เหมือนผู้ใหญ่

คือ ส่วนใหญ่นอนตอนกลางคืน

และตื่นตอนกลางวัน

ระยะเวลานอนตอนกลางวัน

จะแตกต่างกันตามนิสัยของเด็กแต่ละคน

เด็กบางคนนอนมาก

ช่วงเช้านอน 3 ชั่วโมง

ตอนบ่ายนอนอีก 2 ชั่วโมงครึ่ง

เด็กบางคนไม่ค่อยนอน

ตอนกลางวันนอนเพียงหนเดียวก็มี

สำหรับตอนกลางคืน

เด็กบางคนนอนรวดเดียว

ตั้งแต่ 3 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า

บางคนตื่นหนเดียว บางคนตื่นสองหนก็มี

นิสัยในการกินนมก็แตกต่างกัน

เด็กบางคนกินเก่ง

ชงนมให้ตามปริมาณ

ที่เขียนไว้ข้างกระป๋องแล้วยังไม่พอ

ดูดขวดเปล่าจุ๊บจั๊บแล้วร้องจะเอาอีก

ถ้าคุณแม่ตามใจชงเพิ่มให้เป็นครั้งละ 180 ซี.ซี.

ก็ดูดจนหมดน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นเร็วมาก

เฉลี่ยวันละ 40-50 กรัม

เด็กโตวันโตคืนอย่างเห็นได้ชัด

คุณพ่อคุณแม่ดีใจว่าลูกอ้วนท้วนสมบูรณ์ดี

แต่อยู่มาวันหนึ่ง

เด็กจะปฏิเสธไม่ยอมกินนมขึ้นมาเฉย ๆ

ลองชงนมให้จางลงก็แล้ว

เปลี่ยนหัวนมให้ก็แล้ว

ลองให้นมที่แช่เย็นก็แล้ว

เด็กก็ยังไม่ยอมกินอยู่ดี

คุณแม่กลัวลูกจะอดตาย

จึงพยายามดันหัวนมเข้าปากบังคับให้ดูด

เมื่อเด็กถูกบังคับมากเข้า

ในที่สุดพอเห็นขวดนมเท่านั้น

จะเม้มปากแน่นทีเดียว

อาการอย่างนี้เรียกว่า “โรคเกลียดนม”

เด็กบางคนกินนมน้อย

แต่ละครั้งกว่าจะกินนมได้ 120 ซี.ซี.

เล่นเอาคุณแม่เหนื่อย

เด็กจะไม่อ้วน

คุณแม่ก็อยากให้ลูกอ้วนเหมือนเด็กข้างบ้าน

จึงพยายามให้ลูกกินนมมากขึ้น

เมื่อเด็กดูดนมได้ 80 ซี.ซี.

มักจะดุนหัวนมออกจากปาก

คุณแม่ต้องเล่นหยอกล้อให้อารมณ์ดีสัก 10 นาที

แล้วจึงหลอกล่อให้กินนมต่อ

เด็กจะกินอีก 40 ซี.ซี. แล้วไม่ยอมดูดอีก

เป็นเช่นนี้ทุกวัน

เด็กจะกินนมเหมือนจำใจต้องกินทุกครั้ง

ทั้ง ๆ ที่เวลาอื่น

นอกจากเวลากินนม เด็กก็ร่าเริงแจ่มใสดี

เป็นเด็กเลี้ยงง่าย

กลางคืนก็นอนรวดเดียวถึงเช้า

ทำให้คุณแม่นอนหลับสบาย

นอกจากเด็กกินเก่งกับเด็กกินน้อยแล้ว

ยังมีเด็กแบบ “มาตรฐาน”

คือ กินนมครั้งละ 150-160 ซี.ซี.

แต่บางคนกินวันละ 6 ครั้ง

บางคนวันละ 5 ครั้ง

เด็กที่นอนเก่ง ๆ บางคน

กินนมเพียงวันละ 4 ครั้งก็มี

ถ้าจะให้กิน 5 ครั้ง ต้องปลุกให้กิน

ถึงแม้เด็กจะกินนมเพียงวันละ 4 ครั้ง

แต่ถ้าน้ำหนักเพิ่มขึ้นวันละ 30 กรัมขึ้นไป

ก็ปล่อยให้นอนดีกว่าปลุกขึ้นมากินนม

เด็กผู้ชายที่อาเจียนทุกครั้งที่กินนม

เมื่ออายุใกล้ 3 เดือน อาการจะดีขึ้น

น้ำหนักเด็กอาจจะน้อยกว่าเด็กปกติมาก

แต่คุณพ่อคุณแม่คงดีใจ

ที่รอดูอาการจนเด็กเลิกอาเจียนเอง

โดยไม่ได้รีบพาไปผ่าตัด

เมื่อถูกหาว่าเป็น “โรคปลายกระเพาะตีบ”

ตั้งแต่ตอนอายุครึ่งเดือน

ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับเด็กในระยะนี้คือ

เด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่และนมวัวผสมกัน

จะเกลียดนมอย่างใดอย่างหนึ่ง

ไม่ยอมกิน ถ้าเด็กไม่ยอมกินนมแม่

ซึ่งเริ่มจะไม่พอเลี้ยงก็ไม่ค่อยมีปัญหา

แต่ถ้าเด็กชอบกินแต่นมแม่

ไม่ยอมกินนมวัวล่ะก็ชักจะยุ่ง

เพราะแรกเริ่มเดิมทีที่ให้กินนมวัวด้วย

ก็เพราะนมแม่ไม่ค่อยมี

แม่กลัวลูกขาดอาหารจึงบังคับให้กินนมวัว

เมื่อเด็กถูกบังคับจะไม่ยอมกินเอาเลย

มีเด็กหลายคนที่เป็นอย่างนี้

น้ำหนักตัวของเด็กจะไม่เพิ่มสักระยะหนึ่ง

แต่ก็ไม่ถึงกับส่งผลเสียต่อเด็กในอนาคต

คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง

สำหรับวิธีแก้ไขจะกล่าวถึงในหัวข้อ

“โรคเกลียดนม” ในตอนต่อไป

สาเหตุใหญ่ของโรคเกลียดนมคือ

การให้นมมากเกินไป

ดังนั้นสำหรับเด็กในวัยนี้

ถึงแม้จะดูเหมือนว่าเด็กอยากได้นมเพิ่มอีก

เราก็ไม่ควรให้นมแต่ละครั้งถึง 180-200 ซี.ซี.

โดยเฉพาะในฤดูร้อนต้องระวัง

อย่าให้นมมากเกินไป

เพราะอากาศร้อน

ทำให้เด็กรู้สึกเบื่ออาหารง่ายอยู่แล้ว

เมื่อเด็กอายุได้ 2 เดือน

ถ้าเลี้ยงด้วยนมวัวอย่างเดียว

ควรให้น้ำผลไม้ด้วย

สำหรับเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่

ซึ่งมีวิตามินผสมอยู่ในน้ำนมแล้ว

ยังไม่จำเป็นต้องให้น้ำผลไม้

แต่ถ้าลองให้ดูแล้วเด็กชอบ ก็ให้ต่อไปได้

เด็กบางคนไม่ชอบรสเปรี้ยว

ไม่ยอมกินน้ำผลไม้

คุณแม่ไม่จำเป็นต้องบังคับให้กิน

ให้วิตามินแทนได้

สำหรับอุปนิสัยในการขับถ่าย

เด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่

บางคนยังอึวันละ 5-6 ครั้งก็มี

แต่ร่างกายแข็งแรงดี ไม่ใช่ท้องเสีย

เด็กที่ท้องผูกบางคน

อาจจะต้องสวนทวารให้ทุก 2 วัน

แต่เด็กส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้น

เพราะเมื่ออายุได้ 2 เดือน

เราให้เด็กกินน้ำผลไม้ช่วยในการขับถ่ายได้

สำหรับจำนวนครั้งที่ปัสสาวะ

เด็กบางคนฉี่บ่อยแต่ปริมาณแต่ละครั้งน้อย

บางคนเก็บไว้ได้นาน

ฉี่ไม่บ่อยแต่ฉี่คราวละมาก ๆ

เด็กที่เมื่อเล็ก ๆ ฉี่บ่อย

โตขึ้นมักจะฉี่บ่อย

ส่วนในช่วงที่อากาศร้อน

เด็กเหงื่อออกมากจะฉี่น้อยลง

สำหรับเด็กที่เมื่อตอนอายุหนึ่งเดือน

เป็นผดมากนั้น

เมื่ออายุได้สองเดือน

บางคนอาการจะดีขึ้น

แต่กลับมีอาการอื่นเข้ามาแทน

คือมีเสียงครืดคราดในหน้าอก

เหมือนกับมีเสมหะติดอยู่

คล้ายกับเสียงที่เราได้ยินเวลาเข้าใกล้แมว

อาการเช่นนี้ไม่ใช่อาการเจ็บป่วย

เพราะเด็กจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ

นอกจากจะไอบ้างบางครั้ง

โดยเฉพาะตอนก่อนนอนและตอนเช้า

ตอนกลางคืน ถ้าไอหลังจากกินนม

มักจะอาเจียนเอานมออกมาด้วย

ถ้าพาไปหาหมอ

หมอบางคนอาจบอกว่า

เป็นโรคหลอดลมอักเสบคล้ายหืด

ความจริงอาการนี้ไม่ใช่โรค

แต่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของเด็กบางคน

ซึ่งจะปรากฏอยู่ระยะเวลาหนึ่ง

เช่นเดียวกับการเป็นผดของเด็ก

เมื่อเด็กอายุได้ 2 เดือน

ตามองเห็นแล้ว

เด็กจะสนใจสภาพรอบตัว

และอยากออกนอกบ้าน

คุณแม่ควรพาลูกออกเที่ยวนอกบ้านทุกวัน

เพื่อให้เด็กรู้สึกสนุกสนาน

และได้รับอากาศสดชื่นภายนอก

สำหรับระยะเวลาที่ให้เด็กอยู่นอกบ้าน

ขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ

และอารมณ์ของเด็ก

ถ้าอากาศดี

ควรให้อยู่นอกบ้านวันละประมาณ 2 ชั่วโมง

ตามปกติเรามักเริ่มตัดผมให้เด็กในระยะนี้

เมื่อเราพาเด็กออกนอกบ้านมากขึ้น

โอกาสที่จะติดโรคก็มีมากขึ้น

แต่เด็กอายุเท่านี้ยังมีภูมิคุ้มกันโรคจากแม่อยู่

เด็กจะไม่เป็นหัดและคางทูม

แต่สำหรับไอกรนและวัณโรคเด็กอาจเป็นได้

คุณแม่จึงไม่ควรพาลูกเข้าใกล้เด็กที่มีอาการไอ

โรคที่เด็กอายุเท่านี้เป็นบ่อย คือหวัด

โดยรับเชื้อจากพ่อแม่หรือคนในบ้าน

ทำให้มีอาการจาม คัดจมูก หรือไอบ้าง

เด็กอายุเท่านี้ถ้าเป็นไข้หวัด ไข้จะไม่สูงนัก

(ไม่สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส)

ถ้าเด็กมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส

อาจเป็นโรคหูอักเสบ

เด็กจะร้องกวนตลอดคืน

เพราะรู้สึกปวดหู

โรคร้ายแรงสำหรับเด็กอายุ 2-3 เดือน

มีเพียงโรคหัวใจซึ่งเป็นมาแต่กำเนิด

และไส้เลื่อนติดค้าง

ถ้าเด็กร้องอย่างรุนแรงขึ้นมากะทันหัน

ให้คิดถึงไส้เลื่อนไว้ก่อน

ส่วนใหญ่เด็กในวัยนี้มักไม่เป็นโรคอะไร

คุณแม่ควรระวัง

อย่างเหมาเอาอาการบางอย่าง

ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของเด็ก

(เช่น มีเสมหะมาก)

ว่าเป็น “โรค” และดูแลเด็กเหมือนคนป่วย

ที่มาของสาระดีๆ ขอขอบคุณ




Create Date : 04 เมษายน 2553
Last Update : 4 เมษายน 2553 3:50:36 น. 0 comments
Counter : 440 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

RohanCMI
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add RohanCMI's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.