Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2548
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
26 มิถุนายน 2548
 
All Blogs
 
คริสตัลราตรี...........................

ปี ค.ศ.1890....................ในเมืองเล็กๆที่ห่างไกลผู้คน มีเด็กสาวคนหนึ่งเดินทางมาจากเมืองหลวงมายังเมืองๆนี้เพื่อมาค้นคว้าตำนานเก่าๆไปทำรายงาน และเธอก็เลือกหมู่บ้านแห่งนี้ เธอเองก็เป็นลูกกำพร้าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน เมื่อเธอได้มาพบกับหมู่บ้านเล็กๆอันงดงามแห่งนี้จึงตัดสินใจจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ...ในโรงประชุมเก่าแก่ประจำหมู่บ้าน เธอได้เห็นของเก่าๆมากมายรวมทั้งภาพวาดขนาดใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเธอรู้สึกถูกชะตากับเขาทันทีที่แรกเห็น เมื่อเธอถามเรื่องนี้กับชายผู้ดูแลโรงประชุมวัยกลางคน เขาจึงเล่าเรื่องของชายในรูปให้เธอฟังอย่างไม่ค่อยละเอียดนัก ผู้ดูแลบอกว่าเรื่องราวโดยละเอียดนั้นไม่มีใครรู้แน่ชัดเพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว คนที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วงที่มีเรื่องเกิดขึ้นก็แก่ตายกันไปหมดแล้ว จึงมีเพียงเรื่องเล่าปากต่อปากที่เล่าต่อๆกันมาและร่ำลือกันว่ามีหนังสือที่กล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่เคยมีใครเคยพบหนังสือเล่มนั้น จึงถือว่าเป็นตำนานเก่าแก่ประจำหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ แต่ที่น่าสนใจคือ...ในตำนานบอกไว้ว่ายังมีรูปวาดอีกรูปหนึ่งที่หายไปคือรูปของหญิงผู้เป็นที่รักของชายคนนี้ซึ่งเล่าลือกันว่างดงามมาก โดยพวกชาวบ้านเชื่อว่าถูกขโมยไปโดยผู้หญิงที่ริษยาในความงามของเธอ และเมื่อเด็กสาวถามถึงจุบจบของชายหนุ่มหญิงสาวคู่นี้ เธอก็ได้รับคำตอบเพียงว่า ทั้งสองได้หายสาบสูญไป เธอสนใจในเรื่องราวของชายคนนี้และตั้งใจจะสืบเรื่องนี้ให้ได้ วันๆเธอจึงเอาแต่ขลุกอยู่ในโรงประชุมเพื่อค้นหาหนังสือบันทึกเรื่องราวนี้ซึ่งเธอเชื่อว่าต้องอยู่ที่ใดที่หนึ่งในนั้นแน่นอน และเธอก็สมหวัง เมื่อวันหนึ่งเธอพบกับหีบไม้ย่อมๆที่ถูกหลงลืมในห้องเก็บของเก่าต้องห้ามหลังโรงประชุมที่ถูกทิ้งร้างไม่ใช้แล้ว ในตู้นั้นมีหนังสือคัมภีร์ไบเบิ้ลและหนังสือเกี่ยวกับศาสนาหลายเล่มรวมทั้งหนังสือที่เธอไม่คิดว่าจะเจอมันก็คือ บันทึกตำนาน”คริสตัลแห่งราตรี”ซึ่งนั่นก็คือเรื่องราวของชายในภาพวาดนั่นเอง เมื่อเธอได้หนังสือเล่มนี้มาเธอก็เอาแต่นั่งค้นคว้าตำนานนี้ที่โรงประชุมไม่ยอมออกไปไหน ไม่ยอมพบปะสมาคมผู้คน จนคนทั้งหมู่บ้านคิดว่าเธอเสียสติ แต่มีชายผู้ดูแลคนเดียวที่รู้ว่าเธอปกติดีแต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องขังตัวเองอยู่ในนั้น อย่างน้อยอาทิตย์ละสองสามครั้งที่ชายผู้ดูแลจะไปเยี่ยมเธอและนำอาหารจำนวนหนึ่งไว้ให้เธอยังชีพ เขาเอ็นดูเด็กสาวเหมือนลูกหลานของเขา ชายผู้ดูแลจึงเปรียบเสมือนญาติเพียงคนเดียวในชีวิตของเธอ เขาสงสารเธอที่ไร้ญาติขาดมิตรจึงอนุญาตให้เธออาศัยอยู่ในโรงประชุมนี้ได้ ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกผูกพันกับที่นั่นและชายในรูปนั้น เธอรู้เพียงว่าทุกครั้งที่เธอก้าวเข้ามาในโรงประชุมแห่งนี้ เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดเหมือนได้กลับมาบ้าน แต่เธอเพิ่งเคยมาที่หมู่บ้านนี้เป็นครั้งแรกและไม่เคยรู้จักโรงประชุมนี้มาก่อนเลยแล้วมันจะเป็นบ้านของเธอไปได้อย่างไร และเมื่อเธอมองรูปชายคนนั้นเธอก็รู้สึกว่าเหมือนได้กลับมาเจอคนที่จากกันไปนานแสนนาน ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าแววตาของเขาเหมือนมีชีวิตและกำลังจ้องตอบเธอมาแต่เธอก็ไม่รู้สึกกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับดีใจเหมือนได้เพื่อนเก่าเพื่อนแก่กลับคืนมา เธอใช้เวลาเกือบทั้งหมดในแต่ละวันเพื่อพูดคุยกับรูปวาดของชายคนนั้น เล่าเรื่องต่างๆในชีวิตที่เธอได้ประสบมา ยิ่งคุยก็ยิ่งรู้สึกว่าเขากำลังฟังเธออยู่ เมื่อเธออ่านหนังสือเล่มนั้นเธอก็ได้รู้ถึงความเชื่อที่ว่า ถ้ามองรูปชายคนนั้น ซึ่งว่ากันว่าเป็นเจ้าของหมู่บ้านแห่งนี้ในคืนพระจันทร์เต็มดวงล่ะก็ อำนาจของพระจันทร์จะทำให้รู้สึกเหมือนชายในรูปมีชีวิตจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าในคืนนั้นพระจันทร์เต็มดวงปรากฏพร้อมกับ”คริสตัลแห่งราตรี”ด้วยล่ะก็ ผู้ที่เหมาะสมจะถูกพาไปยังที่ๆเหมะสมกับชายในรูป เธอไม่เข้าใจว่า”คริสตัล”ที่หนังสือเขียนถึงคืออะไร เพราะหนังสือถูกแต่งเป็นคำโคลงกวี เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการถอดความ เด็กสาวจึงไปขอความช่วยเหลือจากชายผู้ดูแล เขาเล่าให้เธอฟังว่า คริสตัลแห่งราตรีคือดวงดาวดวงหนึ่งตามความเชื่อของคนยุคนั้นซึ่งเชื่อกันว่าจะปรากฏก็ต่อเมื่อมีผู้ที่เหมาะสม โดยคริสตัลแห่งราตรีจะทอแสงระยิบระยับทอดยาวลงมาจากฟ้าเพื่อมารับ”คนที่เหมาะสม”คนนั้นไป
แล้วในคืนหนึ่ง ขณะที่เด็กสาวกำลังพูดคุยกับชายในรูปเหมือนทุกๆคืนนั้น เธอก็ได้สังเกตถึงความผิดปกติบางอย่างของชายในรูป คือเขาเหมือนกำลังฟังเธออยู่ ยิ่งคุยเธอก็ยิ่งรู้สึกว่าแววตาของเขาที่มองเธอนั้นแฝงด้วยความอ่อนโยนซึ่งเด็กสาวคิดว่าเป็นเพราะอำนาจของคืนพระจันทร์เต็มดวงที่คนส่วนใหญ่เชื่อกันว่ามีอำนาจพิเศษแฝงอยู่ แต่แล้ว...เมื่อเธอเหลือบมองรูปโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นเธอก็ตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเธอเห็นชายในรูปกำลังยิ้มตอบเธอมาด้วยสายตาที่เป็นมิตร เด็กสาวรู้ดีว่าเธอไม่ได้ฝันไป ไม่ได้ตาฝาดและไม่ได้อุปาทานใดๆทั้งสิ้น ขณะที่เธอกำลังตกตะลึงอยู่นั้น ในสมองเธอก็นึกถึงข้อความในหนังสือเล่มนั้นได้ ”........ในคืนที่คริสตัลแห่งราตรีโดดเด่นประดับนิทรา เจ้าชายแห่งความหลังก็จะตื่นจากหลับใหล....” เร็วดั่งใจคิด เด็กสาวรีบวิ่งไปที่หน้าต่างทันที ฉับพลันนั้นเอง...สายตาเธอก็เห็นสิ่งที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นเลยในชีวิต นั่นก็คือ คริสตัลแห่งราตรีในตำนานที่ไม่เคยมีผู้ใดได้เห็นเลยได้มาปรากฏอยู่บนท้องฟ้าเบื้องหน้าเธอ มันเป็นดวงดาวที่สวยงามที่สุดที่เธอเคยเห็นมา และเธอคิดว่าคงไม่มีวันลืมภาพนั้นเลย ในช่วงเวลาไม่ถึงอึดใจก็มีลำแสงสว่างไสวระยิบระยับทอดยาวจากดาวดวงนั้นลงมายังร่างของเธอ เธอไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ


Create Date : 26 มิถุนายน 2548
Last Update : 26 มิถุนายน 2548 22:58:21 น. 5 comments
Counter : 200 Pageviews.

 
หลังจากนั้น เธอก็พบว่าเธอได้หลงเข้าไปในช่วงเวลาที่ชายคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ คงจะหลายร้อยปีก่อน เธอได้พบกับชายที่เธอคุ้นตากว่าใครๆ ชายในรูป เขาให้เกียรติเธอมาก มากอย่างที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนปฏิบัติกับเธออย่างนี้เลย เขาพาเธอไปที่โน่นที่นี่จนคนในหมู่บ้านคิดว่าทั้งสองเป็นคู่รักกันซึ่งตัวเขาเองก็อยากจะให้เป็นอย่างนั้น เขาพาเธอไปยังทุ่งดอกไม้ เล่นเป็นราชาราชินีที่ครองรักกันอยู่ในดินแดนแห่งเมฆหมอก เล่นเป็นเจ้าชายที่ตามหาเจ้าหญิง เป็นเทพแห่งท้องฟ้า เทพแห่งลำน้ำ เธอรู้สึกผูกพันกับเขามาก จนในที่สุดเธอก็ตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตอยู่กับเขาในดินแดนแห่งอดีตนี้ ในระหว่างนั้น ชายในรูปก็ได้ให้จิตรกรฝีมือดีเขียนรูปเธอและเขาไว้คนละรูปเพื่อจะนำไปติดไว้คู่กัน แต่แล้ว...มีหญิงสาวในหมู่บ้านอีกคนหนึ่งที่แอบหลงรักชายผู้นี้ เธอเกลียดเด็กสาวคนนี้มากเพราะเป็นเหมือนคู่แข่งของเธอ เมื่อรูปของเด็กสาวที่ตนเกลียดแขวนไว้เคียงคู่กับชายอันเป็นที่รักของหล่อนแล้วเธอยิ่งเกลียดชังเด็กสาวมากขึ้นเป็นทวีคูณ เธอแอบเอารูปของเด็กสาวไปซ่อนที่อื่นแล้วใส่ร้ายว่าเด็กสาวเป็นพวกแม่มดหมอผี ไม่มีที่มา พวกชาวบ้านบางคนที่ไม่ชอบเด็กสาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงขับไล่เธอให้ออกไปจากหมู่บ้านโดยติดสินบนกับผู้พิพากษาประจำหมู่บ้าน เมื่อชายในรูปออกมาปกป้องเธอ เขาก็ถูกต่อต้านจากชาวบ้านด้วย ในที่สุดเขาและเธอจึงตัดสินใจจะหนีไปด้วยกัน แต่เขาบอกเธอว่า ถ้าเธอตัดสินใจจะใช้ชีวิตอยู่กับเขาในยุคอดีตแล้ว ความทรงจำของทุกๆคนที่เกี่ยวข้องกับเธอในสมัยปัจจุบันนั้นก็ต้องถูกลบไป ไม่มีใครรู้จักเธอ เธอจะไม่มีตัวตนอยู่ในยุคปัจจุบัน มีเพียงอดีตกับเขาเท่านั้น เธอเองก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ในที่สุด...เธอก็ยืนยันที่จะอยู่ร่วมกับเขา............แล้วทั้งสองก็หนีไปอยู่ที่อื่นซึ่งพวกชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า.........................เรื่องของ”เขา”ชายผู้สูงศักดิ์กับเด็กสาวที่มาจากดวงดาวตามความเชื่อของพวกชาวบ้านจึงกลายเป็นเรื่องเล่าต่อๆกันมา โดยมีเรื่องราวในตอนท้ายคล้ายๆกันก็คือ ทั้งเขาและเธอได้หายสาบสูญไป บางคนก็เชื่อว่า ทั้งสองได้กลายเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน บางคนก็เชื่อว่าเขาและเธอได้พากันไปอยู่ ณ ดินแดนแห่งคำสาปที่จะไม่มีใครพรากทั้งสองไปจากกันได้ แต่ที่ยังเหลืออยู่ก็คือ รูปวาดของชายคนดังกล่าวเพียงรูปเดียว เมื่อทั้งคู่ไปแล้ว พวกชาวบ้านก็รู้สึกผิดในสิ่งที่ได้ทำลงไปจึงได้ระดมกำลังกันหารูปวาดของเด็กสาวที่หายไปแต่ก็ไม่มีใครเคยพบ และเมื่อความจริงที่น่าสงสารของเขาและเธอได้ถูกเปิดเผย หญิงที่ใส่ร้ายเด็กสาวก็ถูกลงโทษจนตายโดยที่ไม่ยอมปริปากบอกว่าทั้งสองได้หนีไปด้วยความช่วยเหลือของผู้ปกครองหมู่บ้าน และก็ไม่ยอมบอกว่ารูปของเด็กสาวอยู่ที่ไหน เมื่อเป็นเช่นนั้น รูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของเธอยังคงเป็นปริศนาดำมืดที่คนในยุคปัจจุบันไม่มีใครเคยเห็น
(เรื่องตัดมายังตอนปัจจุบัน) ในที่สุดโรงประชุมเก่าแก่แห่งนั้นก็ได้รับคำสั่งให้บูรณะซ่อมแซม เมื่อชายผู้ดูแลได้เข้าไปเพื่อนำข้าวของไปเก็บไว้อีกที่หนึ่งนั้น เขาก็ได้นำรูปของชายเจ้าของหมู่บ้านไปเก็บรักษา ในขณะที่เขากำลังปลดรูปออกจากผนังนั้นเอง..... ได้มีสิ่งหนึ่งเคลื่อนออกมาจากหลังรูปของชายคนนั้น มันคือรูปวาดในตำนานอีกรูปหนึ่งที่เล่าลือกันว่าสูญหายไปนับร้อยๆปีแล้ว รูปของหญิงผู้เป็นที่รักของชายในรูปนั่นเอง รูปของเด็กสาว!!! ชายผู้ดูแลนั้นเดาเหตุการณ์ได้ทันที “คริสตัลราตรีแน่”เขาคิด และเมื่อโรงประชุมซ่อมแซมเสร็จ รูปของเขาและเธอได้แขวนไว้เคียงข้างกัน เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักให้คนในหมู่บ้านได้ถ่ายทอดกันสืบไป....................................................................

The End



โดย: Armenhotep วันที่: 26 มิถุนายน 2548 เวลา:23:00:36 น.  

 
มาลงชื่อก่อนอ่านค่ะ


โดย: poky IP: 202.28.76.178 วันที่: 26 มิถุนายน 2548 เวลา:23:06:34 น.  

 
เป็นความรักที่น่าประทับใจจริงๆ นะคะ คริสตัลราตรี ชื่อเก๋มาก และเรื่องก็ผูกโยงให้เป็นปริศนาที่น่าติดตาม จะรออ่านเรื่องต่อไปนะคะ

ขอใช้เพลงนี้ประกอบเรื่องแล้วกัน เนื้อหาพอจะเข้ากันได้ไหมเอ่ย

"เธอมาจากไหน เธอจะเป็นใครฉันไม่เคยคิด รู้แต่บัดนี้เธอมาสถิตย์ มาอยู่ใกล้ชิดในดวงใจฉัน เธอมาจากไหน จากดินผืนใดหรือจากสวรรค์ ฉันก็จะรัก รักเธอเท่ากัน ไม่เคยจะหวั่นแม้คำนินทา

คนเดียวเท่านั้นในชีวิต คนเดียวสนิทแนบอุรา คนเดียวที่ฉันบูชา ที่ปรารถนา คนเดียวในโลก

เธอมากจากไหน เธอจะเป็นใคร ฉันถือเป็นโชค แม้รักเธอแล้วฉันต้องเศร้าโศก เป็นคนโชคร้าย ในโลกก็ยอม..."


โดย: poky IP: 202.28.76.178 วันที่: 26 มิถุนายน 2548 เวลา:23:17:25 น.  

 
สนุกมากค่ะ


โดย: กรพินธุ์ วันที่: 28 มิถุนายน 2548 เวลา:19:28:48 น.  

 
แวะมาทักทายและอ่านครับ


โดย: noom_no1 วันที่: 7 กรกฎาคม 2548 เวลา:11:17:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Armenhotep
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Armenhotep's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.