017 36w3d กับเรื่องยุ่งๆตลอดทั้งวัน


วันนี้เราไปเจอป้าหมออีกรอบแล้ว

ห่างจากครั้งล่าสุด 4 วัน เพื่อเชคว่าอาการบีบตัวของมดลูกดีขึ้นแล้ว

ทุกอย่างเข้าที่เป็นปกติ หนูเอาหัวลง นอนเอียงขวานิดหน่อย

น้ำหนักหนูอยู่ที่ 2,480g ถือว่าไม่เยอะสำหรับ 36 สัปดาห์ 3 วัน

ป้าหมอบอกว่า ถ้าเทียบกับคนอื่นอาจจะดูน้อยไปด้วยซ้ำ แต่คาดเดาว่าม๊าสามารถคลอดเองได้

อาการอื่นๆไม่มีแล้ว ต่อจากนี้ก็แค่เฝ้ารอวันที่หนูจะเด้งออกมา

ป้าหมอนัดอีกทีวันที่ 10 กันยายน ถ้าไม่รีบคลอดซะก่อนครั้งหน้าก็คงได้ตรวจปากมดลูกและอื่นๆ






วันนี้ม๊ารู้สึกเหนื่อยและเพลียมาก เพราะเมื่อคืนมีเรื่องให้คิดอยู่ตลอดเวลา

ช่วงนี้ป๊ากับม๊าลำบากมากขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายหลายทางเหลือเกิน


1. ค่ารถ 2. ค่าเช่าบ้าน น้ำ ไฟ 3. ค่าโรงพยาบาล 4. ค่าใช้จ่ายประจำวัน


ตอนนี้ป๊าหนูทำงานคนเดียวนะลูก เพราะม๊าทำงานไม่ไหวแล้ว

วันนี้เราต้องจ่ายค่ารถ + ค่าชุดครุยม๊า + ค่าหมอ + ค่าเตียงนอนของหนู

เรามีเงินไม่พอ ป๊าก็พยายามวิ่งหาอยู่หลายวัน

ม๊าสงสารป๊ามาก แต่ไม่มีทางไหนจะช่วยได้เลย

ม๊าตัดสินใจเอาทองให้ป๊าไปตึ๊งไว้

อย่างน้อยมันก็ยืดเวลาได้ พอเงินเดือนป๊าออกเราค่อยไปไถ่เอาออกมา



พี่เติม ลูกรู้ไม๊


ก่อนหน้านี้ป๊ากับม๊าไม่ค่อยจะติดขัดเรื่องเงินกันซักเท่าไหร่หรอก

แต่พอรู้ว่ามีหนูขึ้นมา เราพยายามที่จะสร้างสิ่งที่ดีที่สุดเตรียมไว้ให้กับหนู

บางทีมันก็เหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง แต่เราก็อดทนและช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรค

เราเชื่อว่าอานุภาคของความรัก จะทำให้เราผ่านทุกเรื่องไปได้ด้วยดี


วันนี้ป๊าจับมือม๊าอีกครั้ง เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

ป๊าบอกขอบคุณม๊า ที่เป็นกำลังใจให้ป๊ามาตลอด

ม๊าสิ อยากจะขอโทษป๊า ที่ตอนนี้ช่วยอะไรป๊าไม่ได้มากเลย

ป๊าตอบกับม๊าว่า "แค่มีม๊าเป็นกำลังใจ ป๊าก็ดีใจแล้ว"

ม๊าได้แต่ยิ้ม (จริงๆเหมือนน้ำตาจะไหล)






จะว่าไปเมื่อต้นปีที่แล้วป๊ากับม๊าเคยลำบากกันมากกว่านี้

เพราะถูกคนไม่ดีสร้างความเดือดร้อนให้อย่างมากมาย

ลำบากถึงขนาดไม่มีเงินติดบ้าน ไม่มีที่พึ่งพา ม๊าร้องไห้แทบจะทุกวัน

แต่เราก็โตๆกันแล้วทั้งสองคน อดแค่ไหนก็ยังทนลำบากได้



ม๊าโชคดี มีเพื่อนๆที่ดี พอรู้ว่าม๊าเดือดร้อนเขาก็รีบยื่นมือเข้ามาช่วย

ม๊าตั้งตัวได้จากการเปิดร้านขายเครื่องสำอางค์เล็กๆ มีรายได้พอแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในบ้าน

เก็บเงินออกมอเตอร์ไซค์เอาไว้ส่งของให้ลูกค้า ค่าผ่อนรถก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก



พอน้ำท่วม ม๊ากลับไปช่วยงานที่แพร่

คุณยายของหนูก็ขอร้องให้หยุดทำงานและกลับมาเรียนให้จบ โดยจะส่งเสียในเทอมที่เหลือ

ม๊าเห็นว่าอายุเริ่มมากแล้วถ้านานกว่านี้จะหางานยาก ก็เลยตัดสินใจพักเรื่องร้านแล้วมามุ่งเรื่องเรียน



แต่แล้ว ฟ้าก็ส่งของขวัญอีกชิ้นมา เป็นลูกชายของม๊า



กำลังเป็นนักศึกษาสบายๆอยู่เชียว ต้องมาทำแบบฝึกทดสอบความอดทนอีกครั้ง



คราวนี้หนัก เพราะม๊ากับป๊าถือว่าเป็นครอบครัวแล้ว ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

และนี่แหละ เป็นสาเหตุให้ป๊ากับม๊าต้องดิ้นรนหนักหน่วงอย่างทุกวันนี้


(เล่าเสร็จอยากจะลบทิ้งไปซะ แต่มันก็คือความจริงน่ะลูก)






การมีลูก อาจจะทำให้ป๊ากับม๊าเหนื่อยมากขึ้น

แต่ไม่มีวันไหนที่เราไม่มีความสุขเลย

รถคันนี้ ผ่อนหนักหน่อย แต่ก็ปลอดภัยดีกับเราทั้งสามคนพ่อแม่ลูก

ค่าหมอของลูก จ่ายบ่อยหน่อย แต่วันที่หนูออกมาแข็งแรงสมบูรณ์ มันก็คุ้มค่า



หนูไม่ต้องเสียใจว่าจะเป็นภาระที่ทำให้ป๊ากับม๊าต้องเหนื่อยนะลูก

ม๊าพูดบ่อยๆว่าหนูคือส่วนเติมเต็ม ที่เข้ามาทำให้เรารู้จักจัดการกับชีวิต

วันหนึ่งที่หนูโตขึ้นมา บางสิ่งบางอย่างอาจจะไม่ได้ดั่งที่ใจหนูต้องการ



ม๊าอยากให้หนูเรียนรู้จากชีวิตป๊ากับม๊า



ม๊าไม่เคยร้องขอหรืออยากได้อะไรที่ไม่ใช่ของม๊า

คุณยายมีกิจการร้านอาหาร มีบ้าน มีรถ แต่นั่นคือน้ำพักน้ำแรงของคุณยาย ม๊าไม่ได้สร้าง

คุณย่ามีร้านขายของเล็กๆมีบ้านให้อยู่อย่างไม่ลำบาก แต่นั่นก็แลกมากับความเหนื่อยยากของท่าน



ม๊าไม่เคยร้องอยากได้ร้าน อยากได้บ้าน อยากได้รถ

เพราะสิ่งที่คุณยายให้ม๊ามันมากมายกว่านั้น

คุณยายให้ความรักและการศึกษาที่ดีมากๆกับม๊า

และนั่นแหละที่ให้ทำให้ม๊าก้าวผ่านความลำบากมาได้ตั้งหลายครั้ง






วันนี้ม๊าอาจจะเขียนอะไรที่หนักไปซะหน่อย

ก็เหมือนที่บอกกับหนูทุกครั้ง .. เพราะม๊าไม่รู้ว่าตอนหนูโตขึ้นเราจะได้สอนอะไรกันแบบนี้ไม๊






ม๊าอยากให้พี่เติมรู้ว่า

ม๊ากับป๊ารักหนูมาก

เราฝันว่าหนูจะเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง

เราอาจจะไม่ใช่ตัวอย่างที่งดงามที่สุดในโลก

แต่เราจะพยายามเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับหนูนะลูก






รักพี่เติมครับ










Create Date : 31 สิงหาคม 2555
Last Update : 31 สิงหาคม 2555 18:57:32 น.
Counter : 1174 Pageviews.

6 comments
  
แวะมาส่งกำลังใจดวงโจให้พ่อกะแม่มะเขือเทศพร้อมกะสำนวนฝรั่งว่า
Just keep smiling! And one day life will get tired of upsetting you.
ช่วงชีวิตมันก็งี้แหละแม่ฯ มีช่วงที่ลำบากหน่อยและสบายกว่าสลับสับเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ
ตะก่อนเหตุผลหนึ่งที่เราไม่เคยคิดว่าฉันอยากมีลูก อยากสร้างคนให้เกิดขึ้นมาเพิ่มบนโลกใบนี้
อยู่ในหัวเลยก็คงเป็นเพราะกลัวชีวิตแทนเขาแหละ (กลัวและคิดไปไกลมาก 555 )

ปีนี้กทม.มีแววว่าน้ำจะท่วมอีกหรือเปล่า จำได้ว่าปีก่อนมันก็เริ่มประมาณกันยายนนะ
แม่มะเขือเทศอยู่แถวไหนกันอ่ะ บ้านน้าเราอยู่หลักสี่ดอนเมือง หุหุหุ โดนแบบจัดเต็มล่ะ
นี่สองหมื่นไม่รู้ได้ไม่ได้ยังไงนะ ช่วงก่อนกลับไทยน้ายังว่าให้เขาไปช่วยจัดการให้แล้ว
ถ้าได้ก็ให้เขาไปเลย 5 พัน ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย เฮ้อ ระบบเพ่ไทยของแท้ อืม ก็บ่นไปแต่เราก็เข้าใจแหละ

ลุ้นพี่เติมระยะสุดท้ายให้เกินสองพันห้า ถือว่าโอเคแล้วนะ เด๋วขุนกันให้อ้วนท้วนสมบูรณ์ได้
ไม่มีปัญหาแน่นอน เด็กโตไวจะตาย แม่มะเขือเทศตื่นมาทำกับข้าวทุกวันหรือเปล่า
จะว่าไปข้อดีอย่างหนึ่งของการได้ฝาละมีผู้มีถิ่นฐานในประเทศนี้คือไม่ต้องตื่นมาทำอาหารเช้าแหละ
ครัวซอง ไม่ก็หนมปังปิ้ง หรือซีเรียลก็เป็นอันเสร็จพิธี ไม่เหมือนที่บ้านเรานะ พ่อเรากินข้าวเช้า
อย่างกะข้าวเย็นน่ะ ทุกข้าวแม่ยังตื่นมาด้วยความเคยชินและสร้ามะเขือแจ้ ต๋ำน้ำพริกอ๋อง
ต๋ำหม่าหนุน หรือว่ายำไก่บ้านอยู่เลย ฮ่า ๆๆ พูดแล้วอยากกินอาหารเหนือมาก
โดย: prunelle la belle femme IP: 31.32.18.106 วันที่: 31 สิงหาคม 2555 เวลา:22:51:37 น.
  
บล็อกดีดีแบบนี้
อย่าลืมเซฟเก็บใน word ด้วยนะครับ

อีกหน่อยเมื่อคุณลูกรู้ความ
เปิดให้เขาอ่านครับ

ผมเชื่อว่าเด็กจะรู้ว่า
ลำบากแค่ไหน
พ่อแม่ก็ยอมสู้
สู้เพื่อลูก


ปล. ผมเองก็เช่นกัน
พอมีลูกค่าใช้จ่ายบานตะไทเลยครับ 555
ดีที่ก๋งช่วยแบ่งเบาภาระได้เยอะเลย 555


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 สิงหาคม 2555 เวลา:22:53:55 น.
  
เป็นอีกบันทึกนึงที่ประทับใจมาก

ในคราวที่ทุกข์ร้อนใจ
ป๊าไม่อยากให้ม๊าต้องรับความรู้สึกนั้นไปด้วย
แต่ถึงกระนั้นก็คงปิดไม่อยู่ ม๊ารู้ตลอดเลย

ได้กำลังใจจากมาม๊า
ป๊าก็มีแรงเพิ่มขึ้นอีกร้อยเท่าพันเท่าครับ
โดย: พ่อมะเขือเทศ วันที่: 1 กันยายน 2555 เวลา:0:43:39 น.
  
555 ขนาดแม่มะเขือเทศอยู่บ้านเรายังไม่ค่อยได้กินจองกิ๋นเมืองดี ๆ เลย
ช่วงกลับบ้านเราน่ะฟาดข้าวเหนี่ย น้ำพริกหนุ่มกะแคปหมูลำ ๆ เกือบทุกเช้าเลยนะ
ไหนจะหน่อไม้ต้มอีก พูดแย้วน้ำลายสออ่ะ

อยู่นี่เราทำกับข้าวกินเองตลอด ร้านอาหารข้างทาง ตลาดสด หรือโต้รุ่งแบบบ้านเราก็ไม่มี
การออกไปกินข้าวนอกบ้านเป็นอะไรที่ต้องเนื่องในโอกาสพิเศษหน่อยหรืออะไรแบบนี้
เพราะว่าราคาแพง เมื่อเทียบกะซื้อมาทำเองที่บ้าน กินโรงอาหารในห้างก็ไม่อร่อยเลย
แต่โดยเฉลี่ยคู่เราก็กินข้าวนอกบ้านสัปดาห์ละไม่เกิน 2 หน เดี๋ยวมีลูกคงอาจจะไม่ไปเลยก็
ได้ ยุ่งย่างเรื่องรถเข็นลูกอีก 555

ฮ้า ๆๆ พูดถึงผมแฟนเราก็ไม่ค่อยมีนะ เริ่มล้ำละ ล้ำลึกเข้าไปข้างในน่ะ
ไม่รู้ว่าเป็นลางจะจะได้เงินล้านป่าว ก็ดีที่ไม่ได้เป็นสปอร์ตไลท์ตรงกลางหัว ฮ่า ๆๆ

แม่มะเขือเทศน่ะเข้มแข็งอยู่ละ จะอะไรก็ได้แต่กำลังใจอย่าให้เสียเด็ดขาด
โดย: prunelle la belle femme วันที่: 1 กันยายน 2555 เวลา:3:19:41 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับแม่มะเขือเทศ

ยิ่งเหน็ดเหนื่อยมากเท่าไหร่
ผมว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะน่าจดจำนะครับ

กว่าจะรักกัน กว่าจะแต่งงานกัน
กว่าจะมีลูกด้วยกัน

แม้มันจะเป็นสเต็ปแบบนี้

แต่เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น
จะทำให้การเดินทางที่ดูธรรมดาไม่ธรรมดา


ปล. ขนาดหมิงหมิงไม่ไ่ด้เป็นหลานคนแรก
ทุกคนในบ้านผมยังตามใจเลย 555

แต่สุดท้ายคนที่ตามใจมากที่สุดก็คือ พ่อครับ 555
แต่ลูกรักมากที่สุดคือแม่ หุหุหุ





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 กันยายน 2555 เวลา:5:12:05 น.
  
อ่านแล้วน้ำตาไหลเลย แหะๆ สงสารปะ๊ป๊าเราเหมือนกันตอนนี้ทำงานคนเดียว เพราะเราทำไม่ไหวแล้ว ไหนจะค่าคลอดค่าใช้จ่ายในบ้านอีกเยอะ เฮ้อ เหนื่อยแต่เราสู้ๆ เพื่อลูก!!
โดย: autobeauty วันที่: 6 กันยายน 2555 เวลา:17:03:32 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

แม่มะเขือเทศ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ลูกคนหนึ่งขโมยหัวใจของพ่อแม่
เพื่อหวังจะที่จะนำไปขายเอาเงิน

ระหว่างทางลูกหกล้ม
ทำหัวใจของพ่อแม่ร่วงหล่นพื้น

หัวใจของพ่อแม่ยังเอ่ยถามว่า
"เจ็บตรงไหนไม๊ลูก"

นี่แหละลูก คือความรักของพ่อแม่
New Comments
สิงหาคม 2555

 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
19
20
23
25
26
27
30
 
 
All Blog