ToGethel2
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
28 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 

สินค้าเศรษฐกิจที่สำคัญในการส่งออก และนำเข้า


ภาพรวมการค้าของจีน


สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างประเทศได้ขยายตัวจาก 1.76 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2549 เป็น 2.17 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2550 หรือเพิ่มขึ้น 23.5% โดยการส่งออกของจีนในปีดังกล่าวคิดเป็นมูลค่า 1.22 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 25.7% แต่เป็นอัตราการขยายตัวที่ลดลงจากปี 2549 ที่ขยายตัว 27.2% ถือเป็นสถิติที่เป็นประวัติการณ์การส่งออกสินค้า ส่วนการนำเข้าของจีนในปีที่ผ่านมาคิดเป็นมูลค่า 0.96 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 20.8% และเป็นอัตราการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 19.9% เห็นได้ว่าในปี 2550 จีนยังคงได้เปรียบดุลการค้ากับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยดุลการค้าของจีนคิดเป็นมูลค่า 262.20 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 47.7% จากปีก่อน ซึ่งความได้เปรียบด้านดุลการค้าของจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงจากปี 2549 ที่เพิ่มขึ้นถึง 73.7% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายควบคุมการค้าระหว่างประเทศของรัฐบาลจีนที่ประสบความสำเร็จ

สินค้าจีนที่ส่งออก

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่จีนได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกในปี 2544 เป็นต้นมา มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของจีนได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยอัตราการขยายตัวเฉลี่ยต่อปีไม่น้อยกว่า 20% เฉพาะในส่วนของการนำเข้าในช่วงดังกล่าวมีการขยายตัวกว่า 400% ในปี 2550 ประเภทสินค้าส่งออกที่สำคัญของจีนยังคงไม่แตกต่างจากปี 2549 โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญที่สุด ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ซึ่งได้ก้าวขึ้นมาแทนที่เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มในฐานะสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุด คิดเป็น 1.24 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 33.0% จากปีก่อน ส่วนการส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มและด้ายสิ่งทอคิดเป็นมูลค่า 1.15 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และ 0.56 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.9% และ 15.0%

สินค้านำเข้าจีน

ด้านการนำเข้า ในปี 2550 จีนยังคงมีการนำเข้าน้ำมันดิบมากที่สุดต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าการนำเข้า 79.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.1% นอกจากนี้ จีนยังนำเข้าสินค้าที่เป็นวัตถุดิบค่อนข้างมากเพื่อป้อนอุตสาหกรรมของจีนที่ตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีการนำเข้าแร่เหล็ก เม็ดพลาสติก และวัสดุเหล็กคิดเป็นมูลค่า 33.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ 32.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ และ 20.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 61.6 19.5 และ 3.7 ในส่วนของยางดิบและยางสังเคราะห์ จีนมีการนำเข้ารวมทั้งสิ้น 3.26 พันล้านเหรียญสหรัฐ และ 2.84 พันล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 7.5% และ 19.9%

ในปี 2550 คู่ค้าที่สำคัญของจีน ได้แก่ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอาเซียน ด้านการส่งออก สหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของจีน ด้วยมูลค่าการส่งออก 245.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้จีนยังส่งออกไปสหรัฐ ญี่ปุ่น และอาเซียนคิดเป็นมูลค่า 232.7, 102.1 และ 94.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ ในส่วนของการนำเข้า คู่ค้าสำคัญของจีนได้แก่ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และอาเซียน โดยจีนมีการนำเข้าคิดเป็น 134.0, 111.0 และ 108.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ ในขณะที่จีนนำเข้าจากสหรัฐ คิดเป็นมูลค่า 69.4 พันล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

ดุลการค้าระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ได้เปรียบดุลการค้าอย่างมหาศาลของจีน เริ่มก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างจีนกับหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เช่นสหรัฐ และสหภาพยุโรปที่อ้างว่ารัฐบาลจีนมีการควบคุมค่าเงินหยวนให้ต่ำกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้สินค้าส่งออกของจีนมีราคาถูกกว่าและทำให้จีนได้เปรียบดุลการค้าอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ หลายประเทศมีการเรียกร้องให้จีนจัดการกับปัญหาการเกินดุลการค้าด้วยการปรับอัตราแลกเปลี่ยนให้เงินหยวนแข็งค่ามากขึ้น ซึ่งความขัดแย้งดังกล่าวอาจจะทวีความรุนแรงมากขึ้นในปี 2551 นี้ ซึ่งคาดว่ารัฐบาลจีนยังคงดำเนินนโยบายการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนอย่างเข้มงวดในปี 2551 โดยจีนอาจมีการปรับค่าเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านเงินตราและการค้าระหว่างประเทศ

ในปี 2551 มีการคาดการณ์ว่าตลาดสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจีนจะได้รับผลกระทบจากปัญหาสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้อยคุณภาพหรือ Sub Prime ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจของสหรัฐเกิดการชะลอตัว และจะกระทบต่อการส่งออกของจีนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าแม้จีนจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดส่งออกเช่นสหรัฐ แต่การส่งออกของจีนในช่วงปี 2550 ที่ผ่านมา คิดเป็น 37% ของจีดีพีเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าไทยที่ต้องพึ่งพาการส่งออกค่อนข้างมากโดยการส่งออกสูงถึง 62% ของจีดีพี นอกจากนี้การส่งออกของจีนไปสหรัฐ คิดเป็น 7.2% ของจีดีพีเท่านั้น ซึ่งใกล้เคียงกับไทยที่มีการส่งออกไปสหรัฐ คิดเป็นประมาณ 7.8% ของจีดีพี ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นกับจีนจากปัญหา Sub Prime ของสหรัฐ จึงน่าจะอยู่ในวงจำกัด

แนวโน้มในปี 2551

ในปี 2550 จีนเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 3 ของไทย ด้วยมูลค่าการส่งออก 14,836.49 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา เคมีภัณฑ์และเม็ดพลาสติก แผงวงจรไฟฟ้า น้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบ รวมถึงผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง การส่งออกสินค้าดังกล่าวคิดเป็นมูลค่ารวม 6,424.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 43.3% ของการส่งออกไปจีนทั้งหมด ส่วนการนำเข้าในปี 2550 ไทยนำเข้าจากจีนคิดเป็นมูลค่า 16,225.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 19.27% สินค้านำเข้าจากจีนที่สำคัญได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์ สินค้าเหล่านี้คิดเป็นมูลค่ารวม 9,373.4 ล้านเหรียญสหรัฐ

ปัจจุบันจีนถือเป็นประเทศที่ไทยมีการพึ่งพาการค้าค่อนข้างมาก เห็นได้จากในปีที่ผ่านมา จีนเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 3 ของไทย ในทางกลับกัน ไทยเองเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 18 ของจีน ส่วนตลาดส่งออกที่สำคัญที่สุดของจีนได้แก่ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นตามลำดับ อนึ่ง สินค้าที่ไทยส่งออกไปจีนจำนวนไม่น้อยเป็นสินค้าวัตถุดิบหรือกึ่งวัตถุดิบ เช่น คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน ยางพารา เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก ฯลฯ ซึ่งในอนาคตจีนยังมีแนวโน้มต้องนำเข้าจากไทยในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สินค้าไทยนำเข้าจากจีนเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งคาดว่าในปี 2551 สินค้านำเข้าหลักจากจีนยังคงเป็นสินค้าในกลุ่มดังกล่าว

ซึ่งจีนอาจต้องนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคมากขึ้นเนื่องจากภัยธรรมชาติในประเทศ ในช่วงต้นปี 2551 ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ทางภาคกลางและภาคใต้ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของจีนต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดจากพายุหิมะ ล่าสุดทางการจีนระบุว่าพื้นที่เพาะปลูกของจีนที่ได้รับความเสียหายครอบคลุมพื้นที่ถึง 20 มณฑล รวม 65.6 ล้านไร่ หรือ 7.5% ของพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ นอกจากนี้ ปศุสัตว์ของจีนก็ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเดือน ม.ค.51 การส่งออกสินค้าเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการเกษตรของไทยไปจีนขยายตัวถึง 33.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมาจีนเองก็ต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อในสินค้าอุปโภคบริโภคค่อนข้างมาก ยิ่งทำให้การนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากต่างประเทศมีความจำเป็นมากขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาความยากลำบากด้านการครองชีพ ทั้งนี้ ไทยในฐานะผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลกจะมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการส่งออกสินค้าดังกล่าวไปจีนเพิ่มขึ้นด้วย

การค้าระหว่างประเทศของจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าการค้าในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 3 เท่าจาก 62.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ฯ ในปี 2533 เป็น 249.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ฯ ในปี 2543 ทำให้จีนเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 7 ของโลก ทั้งนี้ ในระยะเดียวกัน โครงสร้างสินค้าของจีนก็ได้เปลี่ยนจากสินค้าขั้นปฐมเป็นสินค้าอุตสาหกรรม
 สินค้าส่งออกที่สำคัญของจีน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รองเท้า เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าผืน อุปกรณ์ที่ใช้ในการสื่อสาร อุปกรณ์เครื่องเสียง ของเด็กเล่น เหล็กกล้า พลาสติก ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ วัสดุกึ่งตัวนำ และน้ำมันดิบ
 สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องบิน เครื่องจักรกล ปุ๋ย ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรรวม ธัญพืช น้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
 ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน เยอรมนี สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์













 

Create Date : 28 สิงหาคม 2551
0 comments
Last Update : 29 สิงหาคม 2551 12:30:34 น.
Counter : 938 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


TogetherIB
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ToGetheR ♬ToGeThel2♪

♥ ToGether IBM ♥
Friends' blogs
[Add TogetherIB's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.