... มาแว้วๆ ***ยอดรักนักศิลป์ตอนที่ 26 ทางรอด *** OG 2 ตอน13-ตอนจบ** **คลิกอ่านทุกเรื่องได้ที่เมนูด้านซ้ายเลยจ้า.. ^_^
“ความทุกข์-หากเล่าสู่กันฟังจะลดลงครึ่งหนึ่ง ส่วนความสุข-ถ้าเราแบ่งปันมันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า” ขอบคุณลูกบล็อกทุกท่านที่ร่วมสร้างบล็อกแห่งความสุขนี้ขึ้นมา อยากให้พื้นที่ในบล็อกแห่งนี้ได้เป็นที่แบ่งปันทุกข์และสุขร่วมกัน จะไม่มีรักรูปแบบใดที่เป็นไปไม่ได้ ณ ที่แห่งนี้....วอนวอน
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
3 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
ภาพวาดภาพที่ 10/1 ละทิ้งเฮวอน

ซินยุนบก
ภาพวาดภาพที่ 10 – ละทิ้งเฮวอน

“ทำไมพี่ซอ ไม่แม้แต่สนใจจะมองข้า เขาไม่ชอบข้าใช่ไม๊” คิม ยุน สะอึกสะอื้น ในห้องฮูหยินมิน ที่บ้านหลิวเขียว

“เด็กโง่เอ้ย แค่สองสามวันที่เจ้าได้พบเขา เจ้าก็รักพี่ซอขนาดนี้เลยหรือ เจ้ารู้จักเขาดีแล้วหรือ” ฮุหยินมินยิ้มขณะมองสาวน้อยผู้แสนเศร้าเบื้องหน้า


“มันไม่ใช่แค่นั้นหรอกค่ะ เมื่อไม่นานมานี้พี่ชายซอได้ช่วยชีวิตข้าไว้ค่ะ ข้ารู้สึกซาบซึ้งน้ำใจเขา แล้วก็ แล้วก็ เรื่องที่พี่รองยูนเคยเล่าให้ข้าฟังก่อนหน้านี้ ความรู้สึกลึกซึ้งที่เขามีให้กับคนรักของเขาที่ตายจากไป ข้า ข้ารู้สึกว่าเขาเป็นคนดี จริงใจเป็นที่สุด และน่าศรัทธา”สาวน้อยเงยหน้าขึ้นใบหน้าเลอะไปด้วยน้ำตา ลูกตาใสแจ๋วสองข้างมองมาที่ฮูหยินมินเหมือนจะถามว่า “ผิดหรือคะที่ข้าจะรักคนเช่นนี้”


“เจ้ายังเด็กนัก เป็นธรรมดาที่เมื่อพี่ซอช่วยชีวิตเจ้าไว้ เจ้าจึงอยากจะขอบคุณเขา แต่ในทางกลับกัน ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีความรู้สึกอะไรต่อเจ้า ถ้าชอนซังหรือพี่ใหญ่
มินอยู่ในจุดเดียวกับพี่ซอ เขาก็จะช่วยเจ้าไว้เหมือนกัน เจ้าพอจะคิดออกไม๊” ฮูหยิน
มินยิ้มระหว่างที่นางอธิบาย หวังใจว่าเด็กสาวจะเข้าใจ

“แต่เขาคือคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นสละได้ทุกอย่างเพื่อความรักที่ลึกซึ้ง ข้าเพียงหวังจะได้เป็นคนรักและเป็นเจ้าของหัวใจเขา ข้ามั่นใจว่าจะมีความสุขที่สุด” คิมยุนพูดเบาๆ ก้มหน้าลงด้วยความกระดาก


“พี่ชายซอ เป็นบุคคลพิเศษ แม้แต่ตอนนี้ข้าและพี่ใหญ่มินของเจ้าก็ยังอ่านเขาไม่กระจ่าง จริงอยู่ที่เขาเป็นคนดีโดยไม่มีอะไรน่าสงสัย แต่ เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าต้องเข้าใจว่า

สิ่งที่มีค่าที่สุดบนโลกใบนี้ คือรักแท้ และสิ่งที่หาได้ยากที่สุดบนโลกใบนี้ก็คือ รักแท้

พี่ซอของเจ้าเป็นคนที่มีความรู้สึกกับใครได้อย่างลึกซึ้งดูดดื่มและจริงใจ อย่างไรก็ตาม นั่นคือ รักแท้ของเขา ที่ไม่มีทางจะเป็นของเจ้าหรือบางทีอาจจะไม่ได้เป็นของผู้หญิงคนไหนอีกเลยก็ได้ ดังนั้นเจ้าไม่อาจบังคับให้เขาเป็นดั่งใจเจ้าได้”

“แต่ ไม่ใช่คนรักเขาตายไปแล้วหรือคะ อย่าบอกข้าว่า เขาจะไม่สามารถลบนางจากใจจนชีวิตจะหาไม่” คิม ยุน ไม่พอใจในคำอธิบายของฮูหยินมิน

“บุคคลพิเศษย่อมมีอดีตและเรื่องราวที่ไม่ธรรมดา อาจจะเป็นเพราะเรื่องราวที่พิเศษนี้เองที่ทำให้พี่ชายซอมีที่พักสำหรับความรู้สึกที่ลึกซึ้งในใจเขา แล้วคนภายนอกจะเข้าไปแทนที่ตำแหน่งนั้นได้อย่างไร เจ้าต้องตระหนักว่า ความสุขที่แท้จริงที่เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนสองคนมีความรู้สึกที่ร่วมกัน เหมือนกันและทั้งสองฝ่ายได้มาพบกัน มันคือโชคชะตา หรือพรหมลิขิตที่ลิขิตไว้แล้ว เจ้าไม่มีทางได้มันมาด้วยการบังคับหรือฝืนใจใคร ถ้าเจ้าโชคดีพอเจ้าก็จะได้เจอคนคนนั้น คนที่เจ้าจะต้องเรียนรู้คุณค่าและชื่นชมเขา อย่าเสียใจกับเรื่องนี้อีกเลย”ฮูหยินมินแนะนำอย่างอ่อนโยน พลางลูบมือคิม ยุน

“อืม ความรู้สึกที่สองฝ่ายมีร่วมกัน รู้ซึ้งถึงคุณค่าของคนที่อยู่เบื้องหน้า” คิม ยุน พึมพำ เหมือนจะยอมรับที่ฮูหยินมินชี้แนะ คล้ายเข้าใจแต่ก็ยังคลุมเครือในบางสิ่ง

“น้องยุน น้องยุน มาดูอะไรเร็ว มาดูนี่เร็ว ข้ากับหลานซองทำโคมลอย ‘กงมิง’ ให้เจ้า มันสวยจริงๆ นะ เร็วเข้า มาดูเร็ว!!” ชอนซังตะโกนเรียกมาจากลานบ้าน คิม ยุน เช็ดน้ำตา แล้วพูดว่า “’โคมลอย กงมิง อะไร มันคืออะไร” นางวิ่งออกไปออกไปดู

“ดูสิ ดูนี่นะ โคม ‘กงมิง’ ที่ข้าทำให้เจ้า เดี๋ยวพอจุดเทียนข้างในแล้วมันก็จะลอยขึ้นไปบนฟ้า แล้วยังมีนี่อีก ข้าให้หลานซองวาดภาพไว้ด้านข้าง ข้างนี้เป็นรูปดอกพลัมกับดอกเบญจมาศ อ้อ ใช่ อีกด้านเป็นรูปนกขมิ้นตัวเล็กเหมือนชื่อของเจ้าไง” ชอนซังอวด
โคมลอย ‘กงมิง’ กับคิมยุน อย่างร่าเริงเมื่อนางวิ่งออกมา

“ไม่เชื่อหรือ ข้าจะปล่อยมันออกไปให้เจ้าดู มันสามารถลอยขึ้นไปได้สูงมากมาก” ชอนซังจุดไฟอย่างเร่งรีบ เมื่อเห็นว่านางไม่ค่อยจะเชื่อที่เขาพูด และแล้ว โคมลอย “กงมิง’ ที่มีภาพดอกพลัม ดอกเบญจมาศ และนกขมิ้นตัวเล็ก วาดอยู่ข้างๆ ก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าช้าๆ

“ว้าว สวยจริงๆ มันกำลังบิน มันบินได้จริงๆ” ในที่สุด เด็กสาวที่ใบหน้ายังเปื้อนน้ำตา ก็กระโดดโลดเต้นไปรอบๆ อย่างร่าเริงมีความสุข กับ มิน ยักซอง หลังจากได้เจอกับของเล่นใหม่ที่น่าสนใจ

“ฮ่า ฮ่า สวยใช่ไม๊ล่ะ เจ้าชอบมันไม๊ ถ้าเจ้าชอบ พี่รองยูน จะทำที่ใหญ่กว่าสวยกว่า อันเมื่อกี๊ให้เจ้าพรุ่งนี้ ดีไม๊” ชอนซังพูด เขามองสาวน้อยแสนสวยอย่างความหลงใหล

“แน่นอน พี่รองยูนนี่ดีกับน้องยุนจริงๆ นะคะ”ยุนพูดขณะมองชอนซังที่เพิ่งมายืนข้างนาง ใบหน้านางดูสวยเป็นพิเศษเมื่อดวงตามีน้ำตาเป็นประกายส่องต้องแสงจันทร์ ชอนซังได้แต่มองนางอย่างงมงายใหลหลง เขาค่อยๆเช็ดน้ำตาให้นาง แล้วพูดว่า “ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าร้องไห้อีกแล้วนะ ข้าอยู่ที่นี่เสมอ ขออย่าเศร้าเสียใจกับเรื่องอะไรอีกเลยนะ
ข้าอยากให้เจ้ามีความสุข ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น หัวใจข้าจะเจ็บปวดทรมาน

“พี่รองยูน....” คิม ยุน รู้สึกได้ถึงกระแสความอบอุ่นไหลซาบเข้าไปในหัวใจนาง นางจ้องมองใบหน้าคุ้นเคยหล่อเหลา “หรือนี่คือพรหมลิขิตของข้า”

ที่ทางเข้าห้องโถง จุงโฮก้มตัวลงไปที่หูของฮูหยิน กอดนางไว้ในอ้อมแขน กระซิบว่า “ภาพนี้สวยเหลือเกิน”

“ใช่ คืนนี้เป็นคืนที่งดงาม ข้าได้แต่หวังให้คู่รักทุกคู่ในโลกใบนี้ได้อยู่ร่วมกัน” ฮูหยินมินจับมือสามีไว้ขณะตอบ

ชินยุนบก
ภาพวาดภาพที่ 10 – เฮวอน -- อยู่ด้วยกันอีกครั้ง

ในบ้านของยุนบกที่ตั้งอยู่เชิงเขา คนสองคนนั่งตรงข้ามกันในห้องที่มีแสงจากตะเกียงน้ำมันวับแวม ไม่มีใครเอ่ยอะไร มีเพียงความเงียบ อีกคนกำลังขยับหัวยุกยิก ไปด้านนั้นที ด้านนี้ที มียิ้มแบบซื่อๆ บนใบหน้าเขา เหมือนกำลังพยายามบอกตัวเองว่าผู้หญิงที่อยู่เบื้องหน้าคือเรื่องจริง เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ตรงกันข้ามกับอีกฝ่ายหนึ่งที่มีรอยยิ้มบางๆ ที่ริมฝีปาก กำลังมองคนที่คุ้นเคยที่มีใบหน้าแปลกตา นางไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย เพื่อให้เขาสำรวจให้พอใจ มีเพียงสายตาเท่านั้นที่ขยับตามการเคลื่อนไหวของเขา จากซ้ายไปขวา รออย่างอดทนให้บุรุษเบื้องหน้าเชื่อในสิ่งที่เขาเห็น

ยุนบกดึงมือจองฮยางเข้ามาหาตัวอย่างนุ่มนวล แล้วลูบเบาๆ ด้วยความรัก เขาก้มหน้าลง ซึมซาบความรู้สึกของรสสัมผัส ยังคงเป็นความรู้สึกที่เคยคุ้น จองฮยางปล่อยให้เขาทำตามใจปรารถนา ริมฝีปากยังคงมีรอยยิ้มบางๆ งานหนักที่ยาวนานสร้างรอยตำหนิให้มือที่เคยงามคู่นี้ ยุนบกเสียใจเล็กน้อยที่เป็นเช่นนี้ เขาจึงถามขึ้นเบาๆ “เจ็บไม๊”

“อืม เจ็บมากค่ะ” เขาสะดุ้งรีบปล่อยมือนาง เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นแววตายิ้มๆ มองมาที่เขา นางกลายมาเป็นสาวน้อยซนๆ เขาไม่ใส่ใจที่โดนหลอก ยังคงยิ้มเซื่องๆเซ่อๆ ต่อไป จับมือนางขึ้นมาไล้ใบหน้าตนเอง แค่ได้นั่งมองสาวงามคนนี้ หัวใจเขาตอนนี้บวมพองไปด้วยความสุข ที่ไม่สามารถอธิบายด้วยคำพูดใดได้

“หนวดของท่านน่าเกลียด” นางพูดทำหน้าแบบไม่พอใจ “แล้วก็ผอมกว่าเดิมมาก” หน้าของเขาซูบซีด แก้มตอบเหมือนได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ รอบดวงตายังดำคล้ำ

“อ่า มันเป็นเพราะ เอ่อ ข้ากลัวว่าจะมีคนหาข้าพบ ทำให้ข้าต้องใส่หนวดปลอม” เขาทำหนวดปลอมมาจากขนพู่กัน เขามองลงไปเมื่อนางดึงแขนเสื้อคลุมที่ คิมยุน เคยเย็บให้ขึ้นมาดู

“เอ้ ไม่ใช่เสื้อตัวนี้ข้าเป็นคนเย็บหรือคะ ทำไมท่านถึงใส่พอดีตัวเช่นนี้ แล้วทำไมที่แขนเสื้อมันยับยู่อย่างนี้ล่ะค่ะ ใครเป็นคนปะชุนให้ท่านกัน เหมือนงานฝีมือหยาบๆ” นางออกความเห็นเชิงเย้าแหย่

“โอ้ว ปากเจ้าข้าสู้ไม่ได้ สาวน้อย” ยุนบกไม่รู้จะพูดอะไรได้อีกกับหญิงสาวคนนี้

“ข้าไม่ใช่สาวน้อยแล้วนะคะ ลูกชายข้าโตแล้ว เขาปกป้องข้าได้แล้ว นางต่อปากต่อคำ

“ฮืม ก็ไม่แน่นะ เขาเชื่อฟังอาจารย์เขามาก”ยุนบกนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะคิดอะไรขึ้นมาได้

“ยุมบก เขาชื่อ ยุมบก เอ่อ เพราะข้าใช่ไม๊” เขาถามเสียงกลั้วหัวเราะ (ยุมบกแปลว่าสิ่งที่เตือนความทรงจำถึงยุนบก) นางเลาะด้ายที่ชุนแขนเสื้อออก แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างทอดสายตาไปยาวไกล


“ข้าคิดว่าชีวิตนี้ข้าจะไม่ได้เจอท่านอีกแล้วค่ะ ช่างเขียน” ความเศร้าเข้ามาแทนที่รอยยิ้ม

“ข้าขอโทษ สถานการณ์ตอนนั้นมันคับขันและอันตรายมาก ข้าต้องให้เจ้าจากไปโดยเร็ว ข้าขอโทษ” เขาค่อยๆ หันหน้านางมาทางเขาอย่างอ่อนโยน แล้วก็ได้เห็นหยาดน้ำตานาง มันก่อความเจ็บปวดให้เขาอย่างยิ่ง เขารีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตา“เอ่อ ทำไมผ้าเช็ดหน้าที่ข้าให้บกน้อยถึงได้อยู่กับท่านคะ”นางสงสัย

“ไม่ใช่แค่ผ้าเช็ดหน้าเท่านั้น บกน้อยยังเอาข้าวปั้นแสนอร่อยมาให้แบ่งข้ากินด้วย เล่าให้ข้าฟังว่ามารดาของเขาสวยและเก่งอย่างไร ไม่เคยนึกฝันเลยว่าท่านแม่ที่เขาพูดถึงทุกวันนั้นคือเจ้า เช่นเดียวกันกับเสื้อผ้าและที่นอนของข้าที่ฮูหยินมินสั่งทำให้ข้าก็เป็นฝีมือเจ้าอีก โชคชะตาเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้จริงๆ ถ้าข้าคิดได้สักนิด ข้าก็ได้อยู่ข้างๆ เจ้าตั้งนานแล้ว ยุนบกถอนหายใจเมื่อเขาคิดถึงสภาพตัวเองเมื่อปีที่แล้ว

“ใช่ เป็นความจริง ข้าฟังเรื่องท่านทุกวันจากลูกบก แต่ทำไมถึงไม่รู้ว่าคนผู้นั้นคือท่าน อาจารย์ที่ดูแลเอาใจใส่ และสอนลูกข้าวาดภาพคือท่าน คนที่ช่วยพาหมอมารักษาข้ากลางดึกก็คือท่าน ทำไมเราถึงไม่ได้เจอกันสักครั้งทั้งๆ ที่มีโอกาสตั้งมากมาย” นางส่ายหน้าด้วยความเสียใจ เขาเข้ามากอดปลอบโยนมาง

“จะไม่มีเรื่องเศร้าเสียใจอีกต่อไป แม้ว่าเราจะสูญเสียโอกาสไปมากมายแต่มันจบไปแล้ว ในที่สุดเราก็ได้เจอกันแล้วนี่ อย่างเฉียดฉิว เฉียดฉิวมาก” เขากระซิบกับตัวเองเมื่อนึกถึงเรื่องที่เขาตัดสินใจจะจากไปพรุ่งนี้ “เราเกือบจะคลาดจากกันอีกครั้งแล้ว ข้าตั้งใจจะจากไปพรุ่งนี้ จะไม่มีโอกาสไหนจะเปิดให้เราได้พบกันอีกแล้ว เฉียดฉิวจริงๆ”

“ท่านจะไปพรุ่งนี้ ท่านจะไปไหนคะ” จองฮยางหน้าซีด มือกำเสื้อคลุมแน่น
“โอ้ ข้าพบเจ้าแล้ว ข้าไม่ต้องไปไหนแล้วล่ะ” เขาหัวเราะให้ความมั่นใจนาง “ดูนี่สิ นี่เป็นที่ที่ข้าจะไป” เขาเอาถุงผ้าปักใบเล็กๆ ออกมายื่นให้นาง นางเปิดออกดูเห็นผมที่ใช้มีดตัดมัดด้วยเชือกอย่างประณีต แล้วก็ถุงผ้าเล็กๆ ซึ่งยังอุ่นไอจากตัวเขา

“ท่านยังเก็บไว้หรือคะ” นางถามอย่างปลื้มใจ

“แน่นอน จนวันที่ชีวิตจะหาไม่” เขาก้มหน้าลงท่าทางเขินอาย

“แล้วนี่อะไรคะ”นางถามเมื่อเปิดถุงผ้าเล็กๆ ที่มีก้อนดินในนั้น

“นั่นคือที่ที่ข้าอยากจะไป ข้าขอร้องให้พี่มินช่วยข้าค้นหาเจ้าเมื่อปีที่แล้ว เราพบหลุมฝังศพที่สลักชื่อเจ้าไม่ไกลจากซองโด การได้เห็นป้ายหินสลักชื่อเจ้าที่หลุมฝังศพทำให้ข้าเจ็บปวดและเป็นทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ข้าจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่เมืองเล็กๆ นั้นเพื่อคอยดูแลหลุมศพเจ้าตลอดชีวิตที่เหลือของข้า” เขาส่งประกายตาร่าเริงมาที่นาง นางซาบซึ้งใจกับความมั่นคงซื่อสัตย์ของเขา

“ท่านช่างโง่เขลานักที่จะทำเช่นนั้น ขัาคิดว่าชีวิตนี้จะไม่มีโอกาสได้เจอท่านอีก และข้าก็ยังกังวลเรื่องคิมโจนึนจะทำให้ท่านตกอยู่ในอันตรายอีกถ้าเขาหาข้าพบ แล้วข้าก็คิดว่าถ้าท่านจะมาตามหาข้า ท่านคงต้องไปหาพี่น้องโชที่ท่านไหว้วานให้ส่งข้ามาที่เปียงยาง ข้าไม่เคยคิดว่าแผนที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงคิมโจนึนจะย้อนกลับมาสร้างความทุกข์ให้ท่าน”นางพูดหลังจากฟังเขาอธิบายเรียบร้อยแล้ว นางมองลงไปที่ของในมือนาง “แม้แต่ดินท่านก็เก็บไว้กับตัวหรือคะ”นางสงสัย


“เช่นนั้น หลุมฝังศพนั้นก็เป็นหลุมที่ว่างเปล่าที่เจ้าทำขึ้นมาหรือ”เขาถอนหายใจ “เป็นแผนการที่ดีแต่นั่นทำให้ข้าหัวใจสลาย”เขาส่ายศรีษะ คิดถึงวันที่แสนทรมาน

“โชคร้าย หลุมฝังศพนั้นไม่ได้ว่างเปล่าค่ะ”จองฮยางสารภาพเศร้าๆ “ผู้หญิงที่นอนอยู่ในนั้นคือมารดาของบกน้อย”

“มารดาของยุมบก” ยุนบกประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น”

“เรื่องมันยาวมาก แต่.....”นางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว

“อ้อ เรื่องราวเป็นอย่างนี้นี่เอง” เขาประหลาดใจกับข้อเท็จจริงที่ได้ยิน”ข้าคิดไว้แล้วตั้งแต่เจอบกน้อยครั้งแรกว่าเขาเหมือนใครสักคนที่ข้ารู้จัก แต่ก็คิดไม่ออกสักทีว่าคือใคร คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นศัตรูของข้า คิมโจนึน เด็กชายเป็นเด็กโชคร้าย เจ้าคิดเกี่ยวกับสถานภาพเขาดีแล้วใช่ไม๊ ถ้างั้นโชคชะตาของเด็กชายกับเราทั้งสองคงผูกพันกันอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ต่อไป”เขาไตร่ตรอง

“ท่านรังเกียจภูมิหลังของบกน้อยหรือไม่คะ ท่านสะสางความแค้นได้แล้วหรือยังคะ ทำไมท่านไม่อยู่ที่ฮันยาง ทำไมถึงออกมาตระเวนไปทั่วเช่นนี้”จองฮยางถามอย่างรอบคอบ หวั่นเกรงคำตอบอยู่บ้าง นางจะทำยังไรถ้าความเกลียดของยุนบกที่มีต่อคิมโจนึนจะเปลี่ยนมาที่ลูกชายนาง

“ทำไมข้าต้องรังเกียจประวัติลูกบก” เขาเหมือนอ่านใจนางออก เอามือลูบบ่านางเพื่อให้นางสบายใจ “เจ้าเป็นคนดีและมีความเมตตากรุณาที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา คิมโจนึนตายไปแล้ว เขาถูกมือสังหารที่ส่งมาจากผู้สมรู้ร่วมคิดกับเขาฆ่าตาย ผู้ที่ใช้เขาทำเรื่องเลวร้ายนี้ก็โดนลงโทษไปอย่างยุติธรรมแล้ว โชคดีที่ข้ามีอาจารย์คอยช่วยเหลือ ข้าแก้แค้นให้พ่อแม่ได้สำเร็จ แต่ก็ไม่อาจอยู่ที่นั่นต่อไปได้ ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้” เขาตกลงไปในความเงียบและไม่พูดอะไรอีกเกี่ยวกับวันสุดท้ายที่ฮันยาง เขาไม่ต้องการให้นางรู้ถึงเหตุการณ์อันตรายที่เกิดขึ้น รวมถึงความเจ็บปวดระหว่างเขากับอาจารย์

“อย่าเสียใจด้วยเรื่องอะไรอีกเลย ได้โปรดเถอะค่ะ” จองฮยางทนเห็นความอ้างว้างในตัวเขาไม่ได้ นางรู้ดีว่ามันต้องมีความยากลำบากบางอย่างที่เขาสุดจะทนทาน แต่ไม่อยากเอ่ยถึง นางรู้ว่าการพูดถึงรังแต่จะนำมาซึ่งความยุ่งยากและความเศร้าให้เขา มีเวลาพูดคุยกันหลังจากนี้อีกมากมาย ยุนบกรู้สึกสบายใจและมีความสุขที่ได้เห็นความรักและความห่วงใยจากสายตานาง

“ข้าคิดว่าเจ้าจะอยู่กับใครสักคนที่จะทำให้เจ้ามีความสุขได้ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะต้องมามีความเป็นอยู่ที่ยากลำบากเช่นนี้ ข้าทำให้เจ้าผิดหวัง” เขาพูดอย่างอึกอัก ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่พูดไปจะสามารถทำให้นางเข้าใจได้เท่ากับความรู้สึกของเขา และความความรู้สึกที่มีร่วมกัน ได้อย่างเต็มที่และชัดเจน

“ทำไมท่านจึงคิดเช่นนั้นคะ แม้ว่าทุกคนในโลกจะอยากชื่นชมดอกไม้สดงดงาม แต่ทว่าแม้แต่ดอกไม้ดอกเล็กที่ไม่น่าดูก็ปรารถนาที่จะบานสะพรั่งในมือของผู้รู้คุณค่า ผิดด้วยหรือคะ” นางกล่าวเบาๆ มองผู้ที่นางเฝ้าแต่คิดถึงมานานแสนนาน

“จองฮยาง” ยุนบกไม่ต้องการจะคิดถึงเรื่องอะไรแล้วในนาทีนี้ เขาไม่ต้องการจะคิด เขาเพียงต้องกอดนางไว้แน่นไม่ให้ไปไหน เพิ่งจะเข้าใจในตอนนี้เองว่า เขาโหดร้ายกับนาง เขาตัดสินใจได้แล้ว ต่อจากนี้ไป เขาจะไม่ยอมปล่อยให้นางไปไหน จะอยู่ดูแลนางให้ดี รู้ซึ้งถึงคุณค่าของผู้หญิงคนนี้ที่ได้มอบหัวใจให้เขาได้เพียงคนเดียว

“ท่านจะกรุณา อย่าให้ข้าต้องจากท่านไปไหนอีกจะได้ไม๊คะ เป็นไปได้ไม๊คะ ช่างเขียน”

ในอ้อมกอดที่อบอุ่นและอ่อนโยนเช่นนี้ นางกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้อีกแล้ว

“ไม่ ข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว” เขาไม่รู้จะทำอย่างไรในตอนนี้ ไม่รู้ว่าจะปลอบนางอย่างไร น้ำตานางไหลอาบแก้ม เขาประคองใบหน้านาง จูบที่เปลือกตาและน้ำตาอย่างทะนุถนอม อยากจะนำความเจ็บปวดและความเศร้าออกมาจากตัวนาง

ขณะเดียวกัน ที่บ้านหลิวเขียว มีแต่ความเงียบ”สามีที่รัก ท่านคิดว่าน้องซอหาเพื่อนเก่าเจอไม๊” ฮูหยินมินถามมินจุงโฮนางนอนอยู่ในอ้อมแขนเขา

“ฮ่าฮ่า เขาต้องหานางเจอสิ ไม่งั้นเขาก็ต้องกลับมาอย่างซังกะตายมาร่วมดื่มเหล้ากับข้าแล้วสิ” เขาพูดพลางสูดกลิ่นหอมจากผมฮูหยิน

“คนคนนี้เป็นคนพิเศษจริงๆ”ฮูหยินพึมพำ นางยังรู้สึกครึ่งๆกลางๆ ยังมีปมปัญหาอยู่ในใจที่ยังไขไม่ออก

“ใช่ น้องชายข้าคนนี้เป็นคนไม่ธรรมดาจริงๆ” เห็นได้อย่างชัดเจนที่ว่าสามีของนางก็ยังไม่เข้าใจที่นางพูด

“ท่านช่างเป็นคนโง่จริงๆ”ฮูหยินมินยิ้มเอามือไล้ใบหน้าสามี

“ได้ ถ้าเจ้าบอกว่า ข้าเป็นคนโง่ ข้าก็จะเป็นคนโง่ คนโง่ที่คิดถึงแต่เจ้าทุกวัน”เขาหัวเราะ ไม่เข้าใจความหมายที่นางพูดเลย คิดว่านางแค่แสดงความรัก เขากอดนางไว้ไม่พูดอะไรอีก ฮูหยินมินส่ายหน้าเบาๆ บรรจงจุมพิตสามีที่หลับใหล


ในบ้านหนาวมาก ยุนบกตำหนิตัวเองที่เก็บที่นอนไปหมดแล้ว แต่ก็เพราะเขาไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบคืนนี้นี่” เจ้าหนาวไม๊” ยุนบกถามเชิงขอโทษ “ข้าชอบที่นอนที่เจ้าทำให้มาก เพิ่งจะเก็บมันเข้าไปเมื่อครู่นี้เอง ข้าคิดจะเอามันติดตัวไปด้วยเมื่อออกจากบ้านหลิวเขียว ไปหาเจ้า” ตอนนี้ดึกมากแล้ว แสงจากตะเกียงน้ำมันดับไปนานแล้ว มีเพียงแสงจันทร์ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง เขานั่งพิงฝาบ้านกอดจองฮยาง รู้สึกได้ถึงอาการสั่นของนาง

“หนาว หนาวมากค่ะ” จองฮยางไม่ใส่ใจความหนาวแม้แต่น้อย ไม่เคยมีตอนไหนจะสุขใจเท่าตอนอยู่ในอ้อมแขนเขาอย่างนี้

“เช่นนั้น ข้าจะไปส่งเจ้ากลับบ้าน”เขาพูดอย่างไม่ค่อยเต็มใจ ไม่อยากให้นางจากไป เขาคลุมเสื้อคลุมของเขารอบตัวนางให้อบอุ่นขึ้น “ไม่ค่ะ” เขาทำท่าจะลุกขึ้นนางยึดเขาไว้ให้นั่งลงเหมือนเดิม

“เจ้า สาวน้อย เจ้าเอาแต่สร้างปัญหาตลอดเวลา” เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เลื่อนตัวลงนอนกับพื้น “พักผ่อนเถอะ ข้าจะส่งเจ้ากลับบ้านทันทีที่สว่าง” เขาจับใบหน้านางแล้วจุมพิตอย่างรักใคร่ นางดึงมือขวาเขามาลูบไล้แผลเป็นที่ติดตัวเขามานานหลายปี

“ข้าไม่อยากหลับ ข้ากลัวว่านี่จะเป็นเพียงความฝัน เกรงว่าถ้าตื่นมาทุกอย่างจะมลายหายไป” นางพูดอย่างกลัวๆ นิ้วมือยังอยู่ที่รอยแผลเป็น

“ไม่ มันต้องไม่เป็นเช่นนั้น พรุ่งนี้เจ้าตื่นขึ้นมา ข้าจะยังอยู่ตรงนี้ ข้าอยากฟังเจ้าเล่นคายากึม กินข้าวปั้นที่เจ้าทำ สอนบกน้อยวาดรูป” ยุนบกกระซิบข้างๆหู “ช่างเขียน ท่านช่างดีกับข้านัก ดีจริงๆ....” ความตื่นเต้นและความปลื้มใจที่ได้รับ ทำให้นางเหน็ดเหนื่อย โดยไม่รู้ตัวนางก็ผลอยหลับไป ยุนบก
นอนชมพระจันทร์นอกหน้าต่าง ความคิดสุดท้ายก่อนจะเผลอหลับไป “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าไม่แน่ใจว่าชะตาของลูกสาวท่านถูกกำหนดไว้อย่างไรแต่ข้ามิปรารถนาจะจากหญิงผู้นี้ไปไหนอีกแล้ว ถ้าเราสามารถอยู่ด้วยกันได้ในชีวิตนี้ นี่มิใช่ที่สุดของความสุขหรือ

จองฮยาง
ภาพวาดภาพที่ 10 – เฮวอน – ความยากลำบาก--อดีตถึงปัจจุบัน

หน้าหนาวตอนรุ่งเช้ามักจะให้บรรยากาศสลดหดหู่ แต่วันนี้พระอาทิตย์ดูจะส่องแสงจ้าอุ่นลงมาอย่างผิดธรรมดา แสงสีทองส่องผ่านต้นไม้ใบไม้ บุรุษผู้หนึ่ง สตรีนางหนึ่ง กำลังเดินมาตามทางที่คดเคี้ยว ชายหนุ่มอยู่ในชุด do'po and a gat แม้รูปร่างเขาจะไม่สูง แต่เขาก็เป็นคนหน้าตาดี ท่าทางสง่างาม เขาเดินอยู่ข้างหน้าเล็กน้อย เมื่อเจอก้อนน้ำแข็งลื่นๆ ก็จะก้าวข้าม และหันมาคอยช่วยหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างหลังที่เดินนวยนาดในท่าที่ดูมีเสน่ห์ยิ่งนัก

แม้ว่านางจะสวมเสื้อคลุม จนไม่มีทางจะมองเห็นหน้านางได้ อิริยาบถที่สุภาพเรียบร้อย ของนางก็เป็นที่ดึงดูดใจ พวกเขาเป็นคู่ที่เหมาะสมกันอย่างยิ่ง แม้ว่าทั้งสองจะทิ้งระยะการก้าวเดิน ฝ่ายหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้า อีกคนหนึ่งเดินห่างไปเบื้องหลังเล็กน้อย ชายหนุ่มก็ยังคอยมองไปด้านหลัง เหลียวมองหญิงสาว ทั้งสองหันมายิ้มให้กันเรื่อยๆ ตลอดขณะเดินไปข้างหน้า จังหวะท่าทางของทั้งสองเหมือนจะเข้ากันเป็นหนึ่งเดียว ใครที่ได้เห็นต้องคิดว่าเขาทั้งสองเป็นคู่แต่งงานใหม่ที่กำลังเดินทางไปบ้านเจ้าสาว

ยุนบก หันมามองจองฮยางที่เดินอยู่ข้างหลังแล้วเอ่ยขึ้นมาแบบไม่สบายใจ “จองฮยาง เจ้าตั้งใจจะบอกเรื่องข้ากับพ่อเจ้า และ บกน้อย อย่างไรกัน ”

“ท่านก็เป็นอาจารย์ของบกน้อยอยู่แล้วนี่คะ ช่างเขียน ข้าไม่เห็นมีอะไรที่จะต้องพูดอีกเลย” จองฮยางพูดแบบแสร้งทำเป็นไม่เห็นถึงท่าทีอึกอักของเขา

“โอ้ว” ยุนบกหันหลังกลับ สืบเท้าต่อ ไปอย่างงงๆ เขาวนเวียนคิดถึงเรื่องนี้กลับไปกลับมาในหัว ‘แต่ แต่ แค่เป็นอาจารย์ของบกน้อยนี่ มัน ยังไม่พอนี่นา’ เขาหันหลังกลับมาถามจองฮยางอีกครั้ง ด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง

“แล้วท่านคิดเรื่องอะไรอีกหรือคะ” เธอถามขึ้นบ้างด้วยท่าที สงบและสำรวม แต่ก็ยังอมพะนำ ไม่เสนอแนะใดๆ แอบยิ้มกับคิ้วของเขาที่ขมวดมุ่นขึ้นไปอีก

“ใช่ ข้าควรวางตัวอย่างไร จึงจะเหมาะสม” ยุนบก เอามือถูคางอย่างเลื่อนลอย แล้วเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า จองฮยาง ต้องกำลังล้อเขาเล่นแน่ๆ เขาเงยหน้าขึ้น กระแอมในลำคอ “ อ่า ใช่แล้ว เป็นอาจารย์ก็ดีแล้วนี่นา ยังไงข้าก็ไปหา ยุมบก ได้ทุกวันอยู่แล้ว” แล้วเขาก็เดินต่อไป

“ช่างเขียน” จองฮยางหยุดเดินพร้อมกับกระแทกเท้าอย่าง รำคาญกับความโง่งมของเขา

เขาหันกลับมา เดินทำหน้าทะเล้นมา แล้ว ดึงมือนางมาจับ พูดเบาๆ ว่า “แต่ว่า อาจารย์ก็ยังอยากพบมารดาของบกน้อยทุกๆ วันด้วยนี่หน่ะสิ เจ้าคิดว่าข้าควรทำอย่างไรดี” จองฮยางยิ้ม และสะบัดหน้าให้เขา วิธีอธิบายเรื่องนี้เห็นชัดแจ้งเหมือนพระอาทิตย์ แต่เขาก็ยังมองไม่เห็นอีก

“ท่านบอกว่า ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าตัวท่านเป็นใคร เช่นนั้นถ้าท่านมีภรรยาและลูก อยู่ด้วยกันที่บ้าน ยังจะมีใครสงสัยในตัวท่านได้อีกคะ คนโง่ “ นางพูดพร้อมกับก้มศรีษะ และเดินเร่งขึ้นไปข้างหน้าเขา ด้วยอาการเขินอายประหม่า ทิ้งยุนบกยืนตกตะลึงงงงวยอยู่เบื้องหลัง

“ภรรยาและลูกชาย….. … ครอบครัว” เขากระพริบตา สงสัยว่าสื่งที่ได้ยินใช่เรื่องจริงหรือไม่ “ครอบครัว ข้าสามารถมีครอบครัวของตัวเองในชีวิตนี้ จริงหรือนี่ เรื่องนี้เป็นความจริงหรือนี่ “ เขารำพึงไปกับคำพูดของเธอ “ภรรยากับลูกชาย ครอบครัวที่จะมีคนคิดถึงและห่วงใยข้า คนที่จะอยู่กับข้า คนที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับข้า ข้าไม่ต้องเร่ร่อนไปที่ไหนอีกแล้ว เพราะข้ามีบ้านเป็นของตัวเอง บ้านของข้า “ เขายิ้มแบบขาดสติไปชั่วขณะ

“ท่านกลัวว่าข้าจะเสียใจที่ตัดสินใจทำเช่นนั้นใช่ไม๊”นางเสียใจที่เขามีความคิดเช่นนั้น “เช่นนั้นท่านอย่าทำอะไรที่จะทำให้ข้าเสียใจที่ตกลงใจทำเช่นนี้สิ มีอันตรายใดที่ท่านบอกว่าจะเกิดขึ้นกับเราหรือคะ” นางมองเขม็งมาที่เขา น้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น ยุนบกรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้าแทรกซึมเข้ามาในตัวเขา เขายิ้มอย่างประหลาดใจในตัวนาง ดึงนางเข้ามาในอ้อมแขน นางดิ้นรนออกจากวงแขนเขาอย่างรีบเร่ง กล่าวอายๆ “โอ๊ะ เราอยู่ข้างนอกนะคะอย่าทำอย่างนี้”

ต่อตอน10/2ค่ะ



Create Date : 03 ธันวาคม 2552
Last Update : 14 มกราคม 2553 15:12:38 น. 16 comments
Counter : 1777 Pageviews.

 
กรี๊ด!!!! อ่านกี่ทีๆ ใจก็เต้นแรง มีความสุขจัง
ยิ่งตอนสิบ อ่านจะห้ารอบแล้ว
รออยู่นะคะ คุณ wonwon
เฮียกะเจ๊ทำเอาเราแทบบ้า ฮ่าๆ


โดย: สาวก 2มุน IP: 202.12.97.100 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:13:19:40 น.  

 
หนวดของท่านน่าเกลียด
เจ๊แซวเฮียบกได้น่ารักมากค่ะ ชอบ
รอคอยมานาน และแล้วก็สมหวังซักที เฮ้อ!
ไม่มีอะไรสุขใจไปกว่านี้อีกแล้ว หึหึ


โดย: แซวเฮีย IP: 202.12.97.100 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:13:30:33 น.  

 
เขินจัง ตอนจองฮยางโดนโอบ


โดย: เชียงใหม่ IP: 112.142.125.108 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:13:45:35 น.  

 
เขิน เขิ๊น เขิน
อ่านไปอมยิ้มไป นึกภาพออกเลยว่าเฮียกะฮยางทำหน้ายังไง 5555
เฮียทำอะไรก็ไม่รู้ เจ๊เขินนะ เอิ๊อ
ตอน10 สุดๆไปเลย


โดย: เขินจัง IP: 202.12.97.100 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:14:44:22 น.  

 
มาตามล่า

หาอ่านฟิค

โอยยย

อยากให้เว็บเสร็จเร็วๆจังเลย

เป็นกำลังให้คนแปลนะคะ

ขี้เกียจอ่านอิ้งมากๆ แฮ่ๆๆ


โดย: junior IP: 58.9.16.132 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:18:54:47 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดดด!!!

ไม่ไหวววแล้ว

เขินแทนเลยจร้า2คน

จะน่ารักกันไปไหนเนี่ย


โดย: สาวก2moons IP: 113.53.209.241 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:19:12:46 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดดดดด blog นี้ของคุณ wonwon เหรอคะ ดีใจหลาย ได้มีที่ให้อ่านต่อแล้ว เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขอบคุณนะคะที่หาที่พึ่งทางใจให้อ่านต่อ ไม่งั้น ลงแดงแน่ๆ ^^


โดย: machu pichu IP: 125.24.46.92 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:19:29:56 น.  

 
พาภรรยากับลูกชายมาอยู่ด้วย...คิดได้เนอะ ชองฮยางรุกฆาต!!!
ใบหน้า2มุนลอยมา เขิลลลลลอ่ะ แอร๊ยยยยยยย
ขอบคุณคะ


โดย: 한효린 IP: 125.24.175.4 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:23:18:16 น.  

 
ชอบมากๆ ค่ะ อ่านไปยิ้มไป


โดย: วิเคราะห์ด้วยคน IP: 110.164.102.26 วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:1:17:37 น.  

 
อ๊ากกกกกก.... หวานมากมายยย.... ขอบคุณ คุณ won won ค่ะ


โดย: Dr. IP: 118.173.143.203 วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:11:27:11 น.  

 
สุดยอดไปเลย

เป็นกำลังใจให้นะ


โดย: davae IP: 118.172.181.85 วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:11:02:14 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ คุณ won won
เป็นกำลังใจให้นะคะ
ชอบมาก ๆ เลย ทั้งเฮีย กับ เจ๊
อ่านไปยิ้มไปเลย


โดย: Nui (Account_C1 ) วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:19:34:04 น.  

 
ขอ copy ไปแปะที่ห้องนิยายอีกเว็บนึงได้มั้ยอ่ะคุณเจ้าของ blog


โดย: nutchino IP: 115.67.224.253 วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:19:45:33 น.  

 
Thank you very much for Shin Yoon Buk2.


โดย: doydoy IP: 110.164.60.127 วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:2:23:12 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด แต่งดีมาก ขอบคุณที่แปลให้ยลนะคะ 55


โดย: peesadling IP: 124.120.237.103 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:3:25:30 น.  

 
ขอปิดคอมเม้นท์ทุกหน้านะคะ ไปใช้หน้าแรกหน้าเดียวค่ะ (ภาพวาดภาพที่ 1)


โดย: Won won IP: 125.26.193.243 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:15:53 น.  

albatross11
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




รักกันเพียงใดก็ต้องพลัดพราก หวงไว้เพียงใดก็ต้องจำจาก ข้ามาคนเดียวข้าไปคนเดียว ไม่มีใครเป็นอะไรของใคร ต่างคนมาต่างคนไป ยิ่งยึดยิ่งทุกข์ ปล่อยวางได้จึงเบาสบาย... เมื่อปัญญาแจ่มแจ้งจะสลัดคืน เมื่อมาจากดิน ท้ายที่สุดก็สลายกลายเป็นดิน ยึดเอาไว้ก็ได้แต่ทุกข์ตอบแทน อยากโง่ก็ยึดต่อไป คิดได้ก็วางเสีย พุทธทาสภิกขุ............ .............................. .............................. ความทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจนั้น เป็นเรื่องทรมานยิ่ง และเรื่องที่จะบังคับมิให้พลัดพรากก็เป็นสิ่งสุดวิสัย... ทุกคนจะต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ที่พอใจ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง...พุทธโอวาท --------------------------- พระราชดำรัส ในรัชกาลที่ 7 เมื่อทรงสละพระราชสมบัติ เพื่อประชาชน ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจ อันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิม ให้แก่ราษฎรทั่วไป ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจโดยสิทธิ์ขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร
Friends' blogs
[Add albatross11's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.