... มาแว้วๆ ***ยอดรักนักศิลป์ตอนที่ 26 ทางรอด *** OG 2 ตอน13-ตอนจบ** **คลิกอ่านทุกเรื่องได้ที่เมนูด้านซ้ายเลยจ้า.. ^_^
“ความทุกข์-หากเล่าสู่กันฟังจะลดลงครึ่งหนึ่ง ส่วนความสุข-ถ้าเราแบ่งปันมันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า” ขอบคุณลูกบล็อกทุกท่านที่ร่วมสร้างบล็อกแห่งความสุขนี้ขึ้นมา อยากให้พื้นที่ในบล็อกแห่งนี้ได้เป็นที่แบ่งปันทุกข์และสุขร่วมกัน จะไม่มีรักรูปแบบใดที่เป็นไปไม่ได้ ณ ที่แห่งนี้....วอนวอน
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
19 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 

ตอนที่ 14 อวสาน /PPP แปล Zigzag พิสูจน์อักษร

POTW : Of Ink And Song 2-14

Cinture

Chinhae

5th Daeseo 1789

บนลานบ้านเต็มไปด้วยกิจกรรมที่สับสนวุ่นวายของบรรดาบ่าวรับใช้ทั้งยกของ,มัดและจัดสัมภาระบนหลังม้า กลุ่มคนที่จะออกเดินทางได้มารวมตัวกันในห้องโถงใหญ่ทุกคนล้วนอยู่ในอิริยาบถผ่อนคลายโดยปราศจากความเครียดหรือหวั่นวิตกดังเช่นช่วงระยะเวลาเกือบเดือนที่ผ่านมาบรรยากาศแห่งความหวังกลับมาใช้ชีวิตตามปกติช่างเรืองรอง

“ข้าพูดได้ว่าสัปดาห์ที่แล้วมันช่าง...สว่างไสว”เถ้าแก่พูดละห้อยพลางมองมาที่แขกของเขา

“ใช่จะเป็นเช่นนี้กับทุกภารกิจซุกควอนพูดพลางเอามือลูบขากรรไกร “แต่ข้าก็ยอมรับ ว่าภารกิจล่าสุดมันช่างน่าจดบันทึกจริงๆ”

“ข้าขออภัยที่ร่องรอยของเจ้าถูกเปิดเผยจนเป็นภัยและเกือบทำให้ชีวิตเจ้าสูญสิ้น”เถ้าแก่เบกล่าวสำนึกผิดต่อคยองมีและชองฮยาง“ข้าล้มเหลวต่อหน้าที่ของเจ้าบ้านที่ต้องให้ความปลอดภัยกับแขกที่มาพักอาศัย”

“เถ้าแก่เบค่ะท่านบอกว่าสูญสิ้นได้อย่างไร? ในเมื่อพวกเราทั้งสองยังปลอดภัยและแข็งแรงดี” ชองฮยางพูดเสียงเรียบ

“อันที่จริงนะคะเถ้าแก่เบถ้าพวกโจรฉลาดและมีไหวพริบแม้จะป้องกันดีเลิศเช่นไรพวกเขาก็มีหนทางอยู่เช่นเดิมค่ะ” คยองมีกล่าวเสริม

“เจ้าช่างใจดีเหลือเกิน”เถ้าแก่เบตอบกลับก่อนที่จะหันไปทางยุนบก“หนุ่มน้อยข้าพูดได้ว่าความสำเร็จของเจ้าช่างโดดเด่นเจ้าทำได้ในสิ่งที่พวกเราคว้าน้ำเหลวและทำได้ดีกว่ามากเช่นเดียวกันกับที่ข้าขอขอบคุณเจ้าสำหรับวาดภาพที่งดงามเช่นนั้น”

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับเถ้าแก่เบ”ยุนบกตอบอย่างเรียบๆ

“ข้าขอกล่าวว่าฝีมือของเจ้าช่างน่ามหัศจรรย์เทียบเท่ากับช่างเขียนที่ดีที่สุดในประเทศนี้เจ้าอยากจะให้ข้าแนะนำกับห้องภาพหรือเปล่าล่ะ

“ไม่ครับขอบพระคุณมากในข้อเสนอของท่านแต่ข้ามีแผนอื่นอยู่ในใจแล้วครับ” ยุนบกปฏิเสธอย่างสุภาพ ไม่แปลกใจเลยที่เถ้าแก่เบยื่นข้อเสนอเช่นนี้มาให้เพราะเขาเคยพรั่งพรูคำยกย่องก่อนที่ภาพวาดจะเสร็จสมบูรณ์ซะอีก

“ข้าเข้าใจงั้น...” เถ้าแก่ผละออกเมื่อบ่าวเดินเข้ามา

“ทุกอย่างตระเตรียมเรียบร้อยแล้วครับนายท่าน”

“ได้เวลาที่พวกเจ้าทั้งหมดจะเดินทางแล้วซินะก่อนที่อากาศจะร้อนเกินไป”

พวกเขาต่างลุกขึ้นและเดินออกไปยังลานบ้านรถเทียมม้าจัดไว้สำหรับผู้หญิงและเด็ก หลังจากร่ำลากันเป็นที่เรียบร้อยเหล่าหญิงสาวต่างถูกช่วยพยุงขึ้นรถยุนบกโบกมือครั้งสุดท้ายให้กับเถ้าแก่เบก่อนที่จะกระตุกม้าติดตามซุกควอนออกจากประตูหน้าบ้านคนของซุกควอนอีกสองคนขี่ม้าปิดท้ายจึงเป็นขบวนค่อนข้างใหญ่ในตอนที่พวกเขาเดินทางออกจากชินเฮ

ยุนบกมองทะเลเป็นครั้งสุดท้ายและหันไปมองเนินเขาตะวันออกก่อนที่มันจะลับตาเมื่อเลี้ยวโค้ง สักวันพวกเขาจะกลับมามาที่นี่อีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่เด็กทั้งสองจะได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพ่อของพวกเขา เขาได้แต่หวังว่าพวกเขาจะแบกรับความตกตะลึงไว้ได้สำหรับเขาแล้ว เขาไม่สามารถจดจำชินเฮโดยปราศจากอากิโน่ ชายที่ทิ้งรอยที่ไม่อาจลบให้กับเขาเขายิ้มเมื่อนึกถึงบทสนทนาและหวังให้มันกลับกลายเป็นอย่างอื่นแทน

“ท่านยิ้มเพราะคิดไรอยู่หรือคะเสียงเอ่ยถามมาจากทางด้านขวาซุกควอนก็มองอย่างอยากรู้เช่นกัน

“โอ้วแค่กำลังคิดถึงบทสนทนาระหว่างข้ากับอากิโน่น่ะ”

“เขาจะต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เจ้าประทับใจมากซินะ”ซุกควอนเข้าใจในสิ่งที่ยุนบกกำลังรู้สึกเขาเองก็เช่นกัน เคยสนอกสนใจกับศัตรูซึ่งยังคงมีผลต่อเขาจนถึงทุกวันนี้

“สำหรับสิ่งที่เค้าทำไปแล้วเขาไม่เหมือนใคร ข้าแค่หวังว่า...” เขาเป่าลมออกจากปาก

“เขาไม่น่าตายเลย”ซุกควอนถอนหายใจ “เขาเลือกทางเองแล้วเจ้าก็รู้ไม่ใช่เหรอถ้าเราจับเขาได้เขาก็จะถูกสำเร็จโทษอยู่ดี

“มันไม่ใช่อย่างนั้นครับข้าหวังว่าจะมีเวลาพอที่จะได้รู้จักเขาให้มากกว่านี้”

“งั้นเหรอ...ทำไมไม่มองไปข้างหน้าที่เป็นหนทางกลับบ้านล่ะซุกควอนเปลี่ยนหัวข้อที่กำลังคุย “เจ้าควรจัดการปัญหากับนางดีกว่ามั้ย

“ครับ”ยุนบกหันกลับไปมองรถม้าหญิงสาวกำลังพูดคุยกันเบาๆและเล่นอยู่กับพ็อกก๊อต “ข้าหวังว่านางจะหาคู่ได้เมื่อเรากลับไป”

“เห็นด้วย”ซุกควอนถองเขาจากด้านข้าง “ข้ารู้ว่าเจ้าทำได้”

“ข้าเพิ่งจะโชคดีครับทั้งที่ทุกสิ่งเกือบกลับกลายเป็นอื่นแทน”

“ไม่ว่ายังไงก็ตามเจ้าก็จะไม่มีภาระใดมาเพิ่มอีก”

“จริงครับ”อากาศค่อนข้างร้อน เขาจึงดึงพัดออกมาใช้“ใช้เวลากี่วันจึงจะเดินทางถึงอูริยองครับ

“อืมเราเดินทางกันราบรื่นเช่นนี้น่าจะใช้เวลาประมาณแปดวันนะ”

“หวังไว้เช่นนั้นครับเรายังมีงานอีกชิ้นรอให้กลับไปทำ ร้อนจริงๆเลยนะครับ”

การเดินทางแทนที่จะเป็นแปดกลับกลายเป็นสิบวัน ความร้อนผ่าวของช่วงฤดูร้อนทำให้เดินทางได้ ไม่ไกลนักในช่วงเวลากลางวันภายใต้แสงแดดพวกเขาจึงต้องพักกลางวันหลังมื้อเที่ยงให้ยาวนานขึ้นรอให้แดดผ่อนลงแล้วจึงค่อยเดินทางต่อในช่วงหลังบ่ายพายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้ถนนกลายเป็นโคลนและไม่มีใครอยากจะออกเดินทางอย่างเปียกโชกเมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงหมู่บ้านด้านนอกของอูริยองก็เป็นเวลาเย็นแล้ว

ขบวนจึงแยกออกเป็นสองกลุ่มซุกควอน, ชองฮยางและพ็อกก๊อตเดินทางกลับไปโรงกระดาษ ขณะที่ ยุนบกยังคงเดินทางไปอูริยองพร้อมกับคยองมี,สาวรับใช้สองคนและพวกหนุ่มๆ เมื่อเดินทางมาถึงบ้านพักตระกูลฮาน เถ้าแก่ฮานและยองจุนต่างยกขบวนกันออกมาต้อนรับเถ้าแก่ฮานดีใจเป็นที่สุดเมื่อเห็นว่าคยองมีปลอดภัยและแข็งแรงดีแม้รู้มาว่าได้รับบาดเจ็บจากการพยายามลอบสังหารยุนบกมากกว่านั้นคือรู้ว่านางพร้อมที่จะทบทวนเส้นทางชีวิตของนางแม้ว่าจะผิดหวังจากหนึ่งในความหวังที่ไม่บรรลุผล เขาก็ยังมีความสุขอยู่ดีเมื่อนางกลับมามีสติรู้จักคิดได้แล้วเมื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนเองโดยสมบูรณ์แล้วยุนบกก็อำลาเพื่อกลับไปยังโรงกระดาษ

เมื่อเขาเดินกลับมาถึง บ้านดูเรืองรองไปด้วยความอบอุ่น‘บ้าน’ เขายิ้มและเห็นความระส่ำระสายเมื่อเดินเข้าไปชองฮยางกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการหีบห่อสิ่งของและใจหายเมื่อเห็นสภาพภายในบ้านฝุ่นเต็มไปหมดทุกที่ทุกทาง นางบ่นพลางใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดห้องด้านหลังเขาถลกแขนเสื้อและมองหาผ้าอีกผืนช่วยเช็ดห้องด้านหน้าพ็อกก๊อตมองเห็นกิจกรรมที่แสนจะวุ่นวายแล้วพยายามเลียนแบบพวกผู้ใหญ่ ทำให้พวกเขาขบขันแต่สุดท้ายพื้นก็สะอาดอย่างเป็นน่าพอใจของชองฮยางนางบอกว่าส่วนที่เหลือค่อยทำความสะอาดในวันพรุ่งนี้โดยทั่วไปจะหมายถึงทุกคนในครอบครัวมีงานที่จะต้องช่วยกันทำยุนบกขอตัวไปล้างมือล้างหน้าก่อนที่จะนำ ที่นอนของพาโดเข้าไปห้องด้านหลังสำหรับพ็อกก๊อต

“ข้าทำเรื่องนี้พลาดไปซะแล้ว”เขาพูดขึ้นขณะแปรงผมให้ชองฮยาง “ฮึ ความสะดวกสบายของบ้านน่ะ”

“นี่มันเป็นสิ่งที่ข้าฝันไว้หรือว่ามันร้อนเกินไปในช่วงฤดูร้อนนี้คะนางพูดพลางหลับตาอ่อนคลายกับการแปรงผมอย่างอ่อนโยน

“ก็เป็นอย่างนั้น”เขาเห็นด้วย “และมันจะเป็นมากขึ้นในวันพรุ่งนี้”

“ยังไงล่ะคะนางพูดพึมพำ

“พาโดเจ้าคิดว่าเขาจะว่าอะไรมั้ยถ้าเขารู้ว่าเราไม่ได้ไปหาเขาในทันทีที่เรากลับมาเขาหัวเราะ

“โอ้วนี่มัน”นางหัวเราะขึ้นมาบ้าง “ท่านลืมบางอย่างไปซะแล้วเขาคงจะเห่อกับน้องสาวคนใหม่มากกว่าค่ะ”

“ใช่จริงๆด้วย” ยุนบกมองเลยไปในที่ที่พ็อกก๊อตหลับใหล

“ข้าวางแผนที่จะทำให้เขายุ่งแล้วค่ะ”นางรับหวีคืนมาก่อนที่จะเริ่มถักเปีย

“อ่าก่อนที่ข้าจะลืม” เขาลุกไปคุ้ยสัมภาระของตัวเองและกลับมาพร้อมสิ่งของที่อยู่ในมือ“นี่ สำหรับเจ้า”

“สวยมากเลยค่ะ”นางยิ้มรับกับที่ติดผมสีเหลืองอำพัน “ท่านซื้อมาจากชินเฮใช่มั้ยคะ

“ข้าเห็นมันที่ร้านเครื่องประดับน่ะคิดว่าสวยน่ารักเป็นเอกลักษณ์ดี” เขาเป็นปลื้มกับความสุขของนาง

“ข้าซื้อบางสิ่งมาให้ท่านด้วยเหมือนกันนะคะ”นางลุกและกลับมาพร้อมกับชามล้างแปรงที่มีค้างคาวสองตัวเกาะที่ขอบ

“ฮ่าฮ่าข้าคิดอยู่แล้วเชียวเห็นเจ้าพยายามซ่อนบางอย่างไว้ข้างหลังในวันที่เราเดินเล่นในตลาด” เขายิ้มกริ่มรับชามมาจากนาง “ขอบใจนะ”

“ข้าทำกริชที่ท่านเคยให้ไว้หายไปแล้วค่ะ”นางบอกขณะเก็บที่ติดผม

“เมื่อไหร่....”เขาเอ่ยปากก่อนที่จะนึกขึ้นมาได้ “ไม่สำคัญหรอก เดี๋ยวข้าจะหาด้ามอื่นมาให้เจ้าแทนนะ”

“ข้า...ไม่คิดว่า...”นางลังเลขณะที่หวนนึกถึงความรู้สึกของคนที่ต้องคมมีดกลิ่นของเลือดและความหวาดกลัว

“มันไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี”เขาพูดและรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในใจของนาง “แต่ข้าจะรู้สึกดีขึ้นหากเจ้ามีบางสิ่งไว้ปกป้องตัวเองตอนที่ข้าไม่สามารถอยู่กับเจ้าได้อย่างไรก็ตามข้าหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก”

“ข้า...ได้ค่ะ”นางถอนใจ ปิดตะเกียงจนดับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างแล้วนอนลง “ร้อนเกินไปจริงๆค่ะ”นางถอนหายใจอีกครั้งสลัดผ้าห่มออกขณะที่นอนอยู่ในความมืด “ท่านกำลังคิดอะไรอยู่คะ

“ตอนนี้ท่านอาจารย์ทันวอนคงจะถึงเกาะสึชิมะแล้วข้าสงสัยว่าเขาจะทำเช่นไรเขาไม่ได้สนใจผ้าห่มและยังคงนอนอยู่บนที่นอนแต่ถึงอย่างไร ก็ดูเหมือนจะยังคงร้อนเกินไปอยู่ดี

“ท่านเป็นห่วงหรือคะนางหันกลับมามองเขา

“นิดหน่อยน่ะแต่ข้าคาดว่าเขาจะได้รับการคุ้มครอง หวังว่าท้ายที่สุดจะได้รับจดหมายจากเขา”

“เขาสัญญาไว้แล้วว่าจะเขียนไม่ใช่เหรอคะ?อดทนรอนะคะ”

“ข้ารู้....ว่าเจ้าก็รู้ข้ากลัวว่าเขาจะเกิดเหตุเหมือนกับคยองมี” เขาสารภาพอย่างตรงไปตรงมา“ข้าโล่งใจที่จัดการปัญหาของเขาได้ง่ายกว่านาง”

“งั้นเขาคงเข้าใจท่านมากกว่านาง ดังนั้นแน่นอนว่าหนทางของเขากำลังเป็นไปอย่างที่ควรง่ายกว่ามากซิค่ะ”นางชี้ให้เห็นประเด็น

“ข้าเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าเช่นกัน”เขาหนุนศีรษะกับข้อศอกเพ่งมองแววตาของนางแม้อยู่ในความมืด

“ข้าเพียงบอกความจริงให้เขารู้แค่นั้นเองเขาจะยอมรับหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวเขาเองและ...ท่านก็ดูแตกต่างกว่าตอนที่อยู่ฮันยางมากนั่นก็ช่วยได้เยอะค่ะ”

“เฮ้เจ้าน่าจะได้เห็นหน้าตาเขาตอนที่เจอข้าครั้งแรกน่ะ” เขาหัวเราะเบาๆ “ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เจ้าทำให้ข้า”

“ข้าทำเพื่อตัวเองเช่นกันค่ะ”นางเอื้อมมือสัมผัสหน้าเขาขณะที่ทั้งคู่ขยับเข้าหากัน

Cool Days

1st Ipchu 1789

หมู่บ้านยังคงเป็นอย่างที่เขาจำได้มันดูเป็นโลกแตกต่างอย่างมากเมื่อเทียบกับชินเฮ เงียบมากกว่า? ดูพื้นเพกว่า? เขานึกคำนึงแล้วสูดอากาศเข้าปอด ไม่มีกลิ่นปลาหรือไอเกลือจากทะเลมีกลิ่นปุ๋ยคอกโชยมาด้วย เขาส่ายศีรษะ เดินไปตามทางที่มีกลุ่มแรงงานรับจ้างตอนที่เขาเรียกเอยัง นางกำลังทำงานอยู่ในแปลงผักพร้อมกับลูกสาว ดูดีใจระคนฉงนนางทักทายเขาอย่างร่าเริงพอใจกับของฝากและเกลือที่ซื้อมาจากชินเฮขณะเขายืนคุยกับนาง มีเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาใกล้ เขาถูกกระแทกเกือบล้มเนื่องจากร่างเล็กๆที่กระโดดเข้ามาเกาะขาเขาไว้แน่น

“ท่านพ่อกลับมาแล้ว!!”

“ไอกูใครกันเนี่ยยุนบกแกล้งทำเป็นจำเด็กชายไม่ได้

“พาโดไง!พาโดไงล่ะ เด็กชายร้องลั่น มือก็คว้าจับเสื้อคลุมของยุนบกอย่างรวดเร็ว

“โอ้วอย่างงั้นเหรอ” เขาหัวเราะจับเสื้อคลุมของเขาไว้ขณะที่เด็กชายยังดึงอยู่ “ข้าคิดว่า ข้าพาเขากลับบ้านดีกว่าแล้วค่อยมาเอาข้าวของเขาทีหลัง” เขาพูดกับเอยังที่กำลังมองการยื้อแย่งอย่างขบขัน“จริงๆด้วย หยุดดึงได้แล้วเขารวบจับเด็กน้อยแล้วแบกขึ้นหลังเด็กชายเกาะแน่นไว้เหมือนปลิง กระแสคำถามพ่นออกมาไม่รู้จบตลอดเส้นทางทำไมพวกเขากลับมาช้าจัง? พวกเขาไปทำอะไรมาบ้าง?ซื้อสิ่งใดกลับมาบ้าง? พวกเขามีสิ่งใดมาให้เขาหรือเปล่า?

“อืมที่บ้านมีใครบางคนที่เราอยากให้เจ้าได้เจอ” ยุนบกบอกขณะเดินไปทางโรงกระดาษ

“ใครหรือครับพาโดโผล่หัวขึ้นมา พยายามมองไปข้างหน้า “ท่านแม่!! ท่านแม่!!” เขาโบกมือวุ่นวายจนแทบปัดหมวกหลุดออกจากศีรษะของยุนบก

ตอนที่พวกเขามาถึง ชองฮยางกำลังถอนวัชพืชออกจากแปลงผักนางมองตามเสียงเรียกแล้วยิ้ม เมื่อเห็นว่ายุนบกมองหาพ็อกก๊อตนางจึงขยับตัวเผยให้เห็นเด็กหญิงน้อยที่หลบอยู่ด้านข้างของนาง เด็กหญิงนั่งยองๆและพยายามดึงวัชพืชออกเช่นกัน

“ใครน่ะครับดวงตากลมโตของพาโดมองอย่างสำรวจเขาไม่ขัดขืนตอนที่ยุนบกวางเขาลงจากหลัง

“ต้อนรับน้องสาวตัวน้อยซิพาโด”ยุนบกย่อตัวลงและกวักมือเรียกพ็อกก๊อตให้เดินเข้ามาหา

“น้องสองของข้าเหรอน้ำเสียงของเด็กชายเต็มไปด้วยความสงสัยขณะที่จ้องเขม็งไปที่เด็กหญิง“นางมีดวงตาเหมือนเลย ท่านพ่อเขาพูดอย่างตื่นเต้นขณะที่ละสายตาจากเด็กหญิงมาที่ยุนบก





 

Create Date : 19 ธันวาคม 2555
8 comments
Last Update : 19 ธันวาคม 2555 11:07:50 น.
Counter : 4255 Pageviews.

 

“ข้าคิดว่าได้ยินเรื่องนี้มากซะจนเบื่อที่จะได้ฟังล่ะ” เขาถอนใจอย่างยอมจำนน
“ทำไมนางดูเหมือนท่านล่ะ ท่านพ่อ?” พาโดเพ่งมองพ็อกก๊อต “แล้วทำไมท่านเบื่อที่จะได้ยินล่ะ..อะไรเหรอครับ?”
“ไม่มีอะไรหรอก พ็อกก๊อตตา นี่พี่ชายของเจ้า เรียกพี่ชายซิ” ยุนบกพูดอย่างชื่นมื่นขณะที่เด็กหญิงจ้องกลับไปที่พาโด
“พี่ชายคะ” นางพูดออกมาอย่างเชื่อฟัง
“ท่านไปพบนางที่ไหนเหรอครับ? คงไม่ใช่จากในป่าใช่มั้ยครับ?” พาโดยิ้มให้กับยุนบก
“ไม่ใช่หรอก นางเป็นเด็กหญิงที่มาจากทะเล”
“จริงหรือครับ??!” พาโดถามขึ้นมาอย่างไม่เชื่อหู แน่นอนที่ยุนบกจะต้องดึงขาเขาไว้
‘เด็กหญิงที่มาจากทะเล’ ชองฮยางคิดว่าเป็นคำอธิบายที่หมาะสม “ทำไมเจ้าไม่แสดงให้นางดูล่ะว่าวัชพืชเค้าดึงออกกันยังไง?”
“ได้ครับ!” เด็กชายยิ้มกริ่มก่อนที่จะดึงมือพ็อกก๊อตอย่างนุ่มนวลเพื่อพานางไปยังที่ที่มีวัชพืชงอกอยู่เป็นจำนวนมาก
“เป็นการเริ่มต้นที่ดีนะ” ยุนบกสังเกตเห็นความสุขขณะที่เด็กๆกำลังถอดวัชพืช พาโดกำลังทำให้ พ็อกก๊อตดูว่าดึงอย่างไรดีที่สุด
“รอจนกว่านางจะพูดคุยกับเขาเมื่อเวลาที่ต่างคนต่างเป็นคนคุ้นเคยกัน” ชองฮยางพูดขึ้นมาอย่างสุขุม
“ฮิฮิ ข้าไม่แน่ใจว่ามองไปข้างหน้าแล้วจะเห็นเช่นนั้น” เขาหายกลับเข้าไปในบ้านและออกมาพร้อมกับชุดทำงาน พร้อมกับถลกแขนเสื้อ “ข้าจะหว่านกะหล่ำปลีกับหัวไช้เท้า หวังว่าเราคงจะไม่สายเกินไป”
“ข้าก็ไม่คิดอย่างนั้น” นางมองกลับไปบนท้องฟ้า “วันนี้อากาศเย็นขึ้น ข้าว่าเราควรเริ่มจากแตงกวากับแตงโมดีกว่าค่ะ”
พวกเขาหันกลับไปทำหน้าที่ของตน ลงแปลง เกษตรกรตัวน้อยยังยุ่งอยู่กับการกำจัดวัชพืชในแปลงและนาข้าว หุ่นไล่ล่ากระพืออยู่ในสายลมเป็นยามรักษาการณ์ที่เงียบงันคอยกันฝูงนกออกจากพืชผล พวกเขาแยกย้ายกันทำงานจนเป็นเงาทาทาบอยู่บนตัวหุ่น ว่าวร่อนอยู่ในกระแสลม เหินวนรอบแปลงก่อนหายไปในขุนเขา

8th Baengno 1789
ถึงเจ้ากระต่าย
ข้ากลับมาที่ปูซานและพบว่าอึงฮวานเพื่อนยากได้จากไปอย่างกะทันหันในคืนที่ข้าเดินทางจากมา ถ้าเขายังอยู่ เราก็จะออกเดินทางด้วยกันตามแผน อย่างไรก็ตามเขารู้สึกไม่สบายตอนที่เราเดินทางมาถึงปูซาน ข้าไม่คิดว่าเขาจะจากไปเร็วเช่นนี้ ข้าจะคิดถึงเขาอยู่เสมอ ข้าได้เผาเขาที่ปูซานเพราะข้าไม่มีเวลาพอที่จะนำร่างเขากลับบ้าน ดังนั้นข้าจึงต้องออกเดินทางตามแผนคนเดียว มันเป็นช่วงเวลาที่ต้องบอกว่าน่าเบื่อ แต่เมื่อมองวิวทิวทัศน์มุมกว้างบนเนินเขาต้องบอกว่าสวยจริงๆ ข้ายังจำวันที่เราออกมาด้วยกันบนชายหาด ข้าหวังว่าเจ้าจะมากับข้า วาดภาพอย่างที่อยากจะวาด
ข้าใช้เวลาเกือบเดือนกว่าจะเดินทางกลับมาถึงบ้าน เพื่อนเก่าของเราชื่นชมกับภาพวาดของข้ามาก เขาพูดว่าเขาได้ส่งความคิดถึงและยิ่งไปกว่านั้น เขาจะพยายามหางานที่ง่ายขึ้นให้กับเจ้าในครั้งต่อไป เขาพูดถึงเรื่องอะไรกันนี่? ถึงอย่างไร ข้าก็เตรียมเดินทางไปจีนกับขบวนพ่อค้า เจ้าก็รู้ว่ามันเป็นยังไง เขามักจะหางานมาให้พวกเราอยู่เสมอ ข้าจะจากไปเป็นเดือนหรืออาจนานที่สุด? โปรดตอบจดหมายกลับมาในช่วงเวลานี้ มิเช่นนั้นจดหมายของเจ้าอาจคลาดกับข้าก็ได้
โอ้ใช่ ข้ารู้ว่าเจ้าอาจจะโกรธ แต่ยังไงดีล่ะ ข้าดูงานบางส่วนของเจ้าผิดที่ไปหน่อย เจ้าคิดดู ข้ากำลังนั่งอยู่บนเนินเขาบนเกาะที่มีลมแรง ได้แต่มองบางส่วนถูกพัดออกไป ข้ารู้ในสิ่งที่เจ้าจะพูดแต่ข้าจะไปรู้ได้ยังไง? ข้าเก็บบางส่วนกลับมาได้แต่ข้ากลัวว่าจะหาส่วนที่เหลือไม่พบ ใครบางคนอาจจะเจอก็ได้ ข้าต้องไปแล้ว ม้ารออยู่แล้ว ได้โปรดเขียนตอบมานะ!
พี่ชายคิม

จบ

 

โดย: albatross11 19 ธันวาคม 2555 11:10:42 น.  

 

ขอบคุณทุกท่านสำหรับตอนจบ หวังว่าจะได้ติดตามในผลงานอื่นๆต่อไป ขอบคุณมากๆค่ะ

ขอให้นักแปลทุกท่านรวมทั้งทุกท่านที่เข้ามาอ่านมีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงในปีใหม่ค่ะ

 

โดย: Blackpirate IP: 61.90.13.166 20 ธันวาคม 2555 12:12:43 น.  

 

ขอขอบคุณนักแปลทุกท่านมากๆคร๊าบบบบบ

 

โดย: อินจัด IP: 101.51.6.31 22 ธันวาคม 2555 22:34:18 น.  

 

ขอบคุณพี่ๆนักแปลทุกๆคนเลยนะคะ
เรื่องนี้สนุกมากๆ
ชอบที่สุดเลย :)

 

โดย: 5cc IP: 124.120.207.190 29 ธันวาคม 2555 12:12:06 น.  

 

ขอขอบคุณอย่างสูง สำหรับท่านPPP และท่านZigzag รวมทั้ง ท่านผอ. ขอรับ ที่นำพาเรื่องราวดีๆ สนุกสนาน ของยุนบก และฮยางมาถึงตอนอวสาน ที่แสนมีความสุข และทำให้ผู้อ่านมีความสุขด้วยเช่นกันขอรับ

หวังไว้มากมายขอรับ ว่าท่าน ท่าน จะมีพล้อตเรื่องที่น่ารักของยุนบก และฮยางในมุมมองต่างๆ และสร้างสรรผลงานที่น่าติดตามมาให้พวกเราแฟนๆได้อ่าน เพื่อให้ภาพของเฮียกึน กับแม่นางแชวอน ได้มาโลดแล่นเป็นตัวละครให้เหล่าสาวกได้หายคิดถึงกันอีกนะขอรับ

ขอบคุณอย่างสูงสุดอีกครั้งขอรับ

 

โดย: ซินยุนบกน้อย IP: 1.20.1.191 5 มกราคม 2556 22:22:14 น.  

 

ไม่อยากให้จบเลยคะ ขอบคุณมากๆคะท่านPPP และท่านZigzag รวมทั้ง ท่านผอ.ที่สละเวลาให้สาวกอย่างเราๆได้มีความสุข

ขอบคุณจริงๆคะ

 

โดย: Habi IP: 124.121.128.54 10 เมษายน 2556 23:31:21 น.  

 

จบซะแล้วจริงรึนี่
แหม ตอนจบก็ออกจะเหลือสตอฯหน่อยๆ
แต่เอาละ ได้คืบก็อยากเอาศอก
คนแปลป่านนี้คง ส่ายหน้า ไม่ไหวแล้ว ขี่บนหลังเสือยังดีก่า แปลอักษร

เห็นใจช่างแปลทุกท่าน ที่ต่างเหนื่อยล้ำกะการแกะแล้วต้องเรียงให้ลงตัว

ขนาดคนอ่านยังอ่านแล้ว พลอยสัมผัสได้เลยว่า เนิ้อหาแน่นมากๆ
เวลาแปลทีละประโยค ทีละบรรทัดนั้น เหนื่อยกับการเชื่อมโยงให้ได้
ใจความที่ลงตัวเป้นสำนวนธรรมชาติ?๊๋
สื่อแล้วเพี๊ยน ก็ติดขัด คนแกะก็จะต้องมาคอยขัดเกลาใหม่
เหมือนช่างเย็บเสื้อผ้า ทุกคนเกลียดการแก้ไขเลาะรอยตะเข็บมากๆ เสียเวลาเสียอารมณ์

รู้เลยว่า ต้องพยายามทำให้ดูดีออกมาดีนั้นเป็นอย่างไร

ขอบคุณท่านช่างแปลทุกท่าน ที่ฝากผลงานแปลมาให้เำพื่อนๆได้อ่านกัน

เราคนอ่านซาบซึ้งในน้ำใจของทุกท่าน ที่ต่างมีความรัก มีไมตรีจิตที่ดีมอบให้แก่เพื่อนร่วมบล๊อกอย่างจริงใจ

ขอบคุณมากๆนะคะ

 

โดย: สุเกียง IP: 61.90.12.107 17 พฤษภาคม 2556 2:33:48 น.  

 

ชอบมากๆเลย ถ้ามีอีกแปลมาให้อ่านอีกนะครับ

จะรออ่านนะครับผม

 

โดย: KK IP: 1.46.201.233 7 มีนาคม 2558 8:41:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


albatross11
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




รักกันเพียงใดก็ต้องพลัดพราก หวงไว้เพียงใดก็ต้องจำจาก ข้ามาคนเดียวข้าไปคนเดียว ไม่มีใครเป็นอะไรของใคร ต่างคนมาต่างคนไป ยิ่งยึดยิ่งทุกข์ ปล่อยวางได้จึงเบาสบาย... เมื่อปัญญาแจ่มแจ้งจะสลัดคืน เมื่อมาจากดิน ท้ายที่สุดก็สลายกลายเป็นดิน ยึดเอาไว้ก็ได้แต่ทุกข์ตอบแทน อยากโง่ก็ยึดต่อไป คิดได้ก็วางเสีย พุทธทาสภิกขุ............ .............................. .............................. ความทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจนั้น เป็นเรื่องทรมานยิ่ง และเรื่องที่จะบังคับมิให้พลัดพรากก็เป็นสิ่งสุดวิสัย... ทุกคนจะต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ที่พอใจ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง...พุทธโอวาท --------------------------- พระราชดำรัส ในรัชกาลที่ 7 เมื่อทรงสละพระราชสมบัติ เพื่อประชาชน ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจ อันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิม ให้แก่ราษฎรทั่วไป ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจโดยสิทธิ์ขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร
Friends' blogs
[Add albatross11's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.