มองทุกอย่างในด้านที่แตกต่าง ทุกอย่างในโลกย่อมมีเรื่องดีๆ เสมอ
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
31 มีนาคม 2555
 
All Blogs
 
ทุกวันนี้คุณยังรักกันเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า เวอร์ชั่นตามใจผม

“กับคำถามที่เธอถามฉันบ่อยๆ แล้วยังคอยคำตอบจากฉันอยู่ ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้ ไม่รู้จะตอบอย่างไร” หึ..หึ..หึ..แต่ผมรู้ครับ แต่ก่อนอื่นขอขอบคุณเนื้อหาของเพลงพี่โน๊ต อุดม แต้พานิชย์ ซะหน่อยมันเหมาะเหม่งกันเลยทีเดียวกับการที่ต้องถูกคำถามโลกแตกอย่างคำถามที่ว่า“ยังรักกันหรือเปล่า” รู้ตัวกันบ้างไหมว่ามันมีคำตอบที่ถูกใจเพียงหนึ่งเดียวของบรรดาคนที่ตั้งคำถามคือ “รักจ้า” ถ้ามันเป็นคำถามอื่นที่ผิดไปจากนี้ละก็ผมว่า หนังม้วนนี้คงจบไม่ค่อยสวยแน่ ตัวผมขอออกตัวล้อฟรีซะหน่อยว่า อยากจะเขียนในรูปแบบที่จะพยายามยัดเยียดคำตอบที่เป็นความรู้สึกส่วนตัวของการเขียนบล๊อคในวันนี้ซะหน่อย ถึงแม้จะไม่ถูกต้องโดนใจใครแบบร้อยเปอร์เซ็น แต่ก็มั่นใจเลยละว่ามันจะโดนใจใครหลายคนที่ชอบถูกคำถามแนวเสียดแทงหัวใจ ให้คนที่ต้องคอยมาตอบคำถามให้เหงื่อได้ออกเป็นเม็ดอาบหน้า แถมกลืนน้ำลายแบบชนิดเหนียวคอกันไปเลยทีเดียว

อ้อแน่นอนวันนี้จะเน้นเรื่องของคำถามเรื่องที่ว่ายังรักกันอยู่หรือเปล่าอะไรทำนองนั้นเหละ อ้าวโดยส่วนใหญ่คำถามเรื่องทำนองความรักของเราสองคนเป็นยังไง? อืม...ก็ขอให้คิดตามไปนิดนึงนะครับว่าคุณคือผู้ที่ถูกถามคำถาม ไม่ใช่คนถามนะ ต้องให้คำตอบอย่างเดียว แล้วเราจะมาวิเคราะห์กันดู เนื้อหาที่เราจะเจาะจงลงลึกลงไปต้องไม่ใช่ประเภทพวกข้าวใหม่ปลามัน หรือพวกที่เพิ่งจะจับมือบอกรักกันยังไม่พ้นหนึ่งปี เพราะพวกนี้ไม่ว่าจะถูกตั้งคำถาม ไปมากมายขนาดไหนชนกลุ่มความรักใหม่น้อยๆเหล่านี้มักจะยังไม่ค่อยรู้สึกรู้สากับคำถามพวกนี้หรอก ฉนั้นคนที่เพิ่งมาอ่านแล้วยังมีความรักสดใหม่หวานหอมอยู่จะไม่อ่านก็ได้นะครับ รออีกสักปีสองปีให้วันไหนเกิดมีอาการเบื่อแฟนเพราะเรื่องรักๆใคร่ๆ แล้วค่อยกลับมาอีกสักรอบ อ๊ะนอกเรื่องอีกแล้ว... คำถามละคำถาม เสียดแทงใจงั้นขอเริ่มเลยละกันนะ

“ทุกวันนี้เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า” คำถามโลกแตกสำหรับคนตอบ ก็รักแหละแค่ว่ามันเบื่อแล้วเฉยๆ เจอกันอยู่ทุกวัน ลองตอบว่าไม่รักดูสิ คุณเธอคุณท่านจะได้หน้าบึ้งปูดเบี้ยว บ่นลำรึกถึงความหลังครั้งยังไปจับมือกุมกันเดินเล่นแถวห้างฯ แน่นอนยังไงเสียก็ต้องตอบคำถามที่ทำให้ผู้ตั้งคำถามมีความสุขที่สุด ถ้ายังรักกันอยู่จะตอบว่า “รักสิจ๊ะ” กลางๆ ก็ “รัก” เริ่มจะหมดรักก็พูดแค่คำสั้น “อืม” หมดรักคงจะ “พอเถอะกับคำถามแบบนี้” เอาต่อกันเลย

“เธอหมดรักฉันแล้วหรือยัง” คำถามแบบเดียวกันเปลี่ยนแค่วิธีจับรูปประโยคเป็นถามในเชิงปริมาณ ของความรักที่ยังมีความคลุมเครืออยู่เหมือนกันกับการขับรถยนต์ที่มีเกย์วัดปริมาณน้ำมันรถมันเสียต้องวิ่งไปหาปั้นน้ำมันโดยที่ไม่รู้ว่าจะวิ่งไปได้อีกกี่กิโลทั้งที่ความเป็นจริงน้ำมันในรถอาจจะยังมีเต็มถังอยู่ก็ได้ คำตอบ ยังรักอยู่ก็ “รักสิจ๊ะทุกห้องหัวใจมีแต่ตัวเองคนเดียว” กลางๆก็ “คิดมากไปหรือเปล่า” เริ่มจะหมดรัก “.......” ไม่ตอบหรอกปล่อยให้คิดไปเองเพราะตัวคนตอบเองก็ไม่แน่ใจกับคำถาม หมดรักก็ “คิดเอาเอง ดีกว่าไหม?” ......

“เธอว่าวันพรุ่งนี้เราจะยังรักกันหรือเปล่า” อะเปลี่ยนจาก เรื่องของปริมาณกลายเป็นอนาคต เฮ้ยๆๆ ใครจะไปรู้ฟระว่าอนาคตจะเป็นยังไงเกิดแกทำตัวไม่ดีขึ้นมาจะยังทนรักกันได้อยู่อีกเหรอ ให้ตายสิตั้งคำถามประเภทนี้ขึ้นมาก็สับสนกันพอดีแต่เชื่อเหอะไม่ว่ายังไงคำตอบก็มีดังนี้ สำหรับคนยังรักคำตอบคือ “แน่นอนที่สุดไม่ว่าวันไหนเราก็ยังจะรักกัน” กลางๆก็ “คิดว่าเราคงที่จะรักกันอยู่จ๊ะ” เริ่มจะหมดรัก “ขึ้นอยู่กับเธอนะ” หมดรักแล้ว “คิดว่าคงไม่มีแล้วล่ะ สำหรับวันพรุ่งนี้” อืมเริ่มจะหนักไปนะต่อเลยแล้วกัน

“สุดท้ายแล้วความรักเราจะเป็นยังไง” โอ้วๆๆเป็นคำถามเหมือนเมื่อกี้เลยแต่ต้องการคำยืนยันเหมือน หมอรักฟันธง หมอกฤษคอนเฟิม ถ้าเกิดอาการไม่แน่ใจก็คงอาศัยพี่ริวจิตสัมผัส ช่วยดูให้ว่าเคยทำแท้งมาบ้างหรือเปล่าถ้าเคยทำหรือมีส่วนร่วมจะได้ทำใจกับอนาคตข้างหน้า เพื่อที่จะดูจุดจบของความรักว่าจะเป็นอย่างไรนั้น... คำตอบคือ ยังรักกันอยู่ ก็ต้อง “แน่นอนที่สุดจ๊ะเราจะอยู่ด้วยกันรักกันตลอดกาล” เออตรูจะอ้วกรักกันให้ตลอดก็แล้วกัน ถ้ากลางๆก็ “ไม่รู้เหมือนกันมันคงเป็นเรื่องของอนาคต” แต่ถ้าเริ่มจะหมดรักก็ “เราไม่แน่ใจนะวันนั้นจะยังมีเราอยู่ด้วยกันหรือเปล่า” ขู่เอาไว้ก่อนกันทำตัวไม่ดี หมดรักแล้วก็ต้อง “อย่าไปคิดถึงมันเลยเพราะมันคงจะจบลงตรงนี้” ไอ้ที่พอจะนึกได้ก็คงจะมีเท่านี้เพื่อนคนไหนได้อ่านแล้วอยากที่จะเพิ่มเติมก็ช่วยๆ หน่อยแล้วกันนะครับเขียนตอบหรือตั้งคำถามกันมาลองดู

เรื่องของความรักนั้นมันเป็นเรื่องของคนสองคน เราเองมักที่จะลงลืมถึงสิ่งที่เราทำให้กันและมักที่จะไปผูกติดกับเรื่องราวความทรงจำช่วงที่หวานที่สุดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ทำด้วยกัน หรือเขาทำให้เราเป็นประจำ แรกๆก็จะรู้สึกดี พอทำกันนานๆเข้าก็จะกลายเป็นหน้าที่ แต่พอจู่เขาไม่ทำก็กลายเป็นว่าเขาเปลี่ยนไป อย่างเรื่องหนึ่งที่เคยได้ยินจากน้องๆเล่าให้ฟังซึ่งบางทีน้องเค้าเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูก แต่คิดไว้ก่อนละว่าถ้าฉันถามก่อนแสดงว่าฉันถูกแกน่ะผิด เรื่องมีอยู่ว่า “เมื่อก่อนแฟนหนูเวลาเดินไปช็อปปิ้งด้วยกันเดินกันเป็นวันๆ ถือของให้เต็มสองมือยังยิ้มให้หนูพูดคุยกับหนูได้ไม่เคยเบื่อ พอทุกวันนี้เดินห้างยังไม่ถึงครึ่งห้างเลย ของก็ถือแค่ถุงสองถุง แค่นี้ก็บ่นโน้นบ่นนี้ ทุกวันนี้พอมันได้หนูแล้วมันเลยเบื่อหนูใช่ไหมคะ หนูคิดถึงสิ่งดีๆที่เค้าทำให้หนูตลอดเลยนะแต่ทำไมเค้าเปลี่ยนไป” . . . . หรือน้องผู้ชายที่ชอบเที่ยวอีกคนก็บ่นให้ฟังบ่อยๆ “พี่เมื่อก่อนผมกับน้องเค้าไปเที่ยวด้วยกันทุกที่ไม่ว่าที่ไหนน้องเค้าก็ไปกับผมหมด ทุกวันนี้ดูสิผมจะออกไปพบกับเพื่อนๆน้องเค้าก็ไม่ให้ออกไป ทำอะไรก็ไม่ยอมให้ทำ ผมเบื่อแล้วนะไม่เห็นจะเป็นเหมือนเมื่อก่อนเลย” . . . . . . . อืม ก็ความเคยชินจากที่เราเคยทำอยู่กันเป็นประจำมันเลยส่งผลสะท้อนกลับมาเมื่อเวลาผ่านไป อย่างน้องผู้หญิงชอบเดินห้างช็อปปิ้งเธอรักเธอชอบของเธอแต่ผู้ชายอาจจะไม่ชอบหรืออาจจะคิดว่าไม่จำเป็น แรกๆ ก็คงจะตามใจเธอแต่พอหลังๆ ก็กลายเป็นเรื่องฝืนใจตัวเอง ความที่ต้องทำแบบนี้บ่อยๆ ซ้ำๆก็สร้างความเบื่อหน่ายพอถึงจุดหนึ่งก็ต้องระบายออกมา นั่นเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะโดยเนื้อแท้สิ่งที่เราชอบอีกคนอาจไม่ชอบก็ได้ หรืออย่างน้องผู้ชายที่ชอบเที่ยวพอหลังๆทำไมน้องผู้หญิงถึงไม่ค่อยอยากที่จะให้น้องเค้าออกไปข้างนอกบ่อยๆ อาจจะเป็นเพราะความเป็นห่วงกลัวอันตรายจะเกิดกับชายผู้เป็นที่รัก เพราะสถานที่ที่น้องเค้าไปอาจจะเป็นแหล่งที่สุมเสี่ยงอันตราย อีกทั้งการเป็นคนรักกันเค้าอยากอยู่กันสองคนครับ นานๆทีพบเพื่อนไม่เท่าไหร่แต่ถ้าถี่ไปก็คงจะไม่ไหวละมั้ง เพราะคุณคือของของเค้าและเค้าก็คือของของคุณ เว้ากันซื่อๆ.....ต่างคนต่างต้องการแสดงความเป็นเจ้าของในตัวตนของกันและกันนั้นเอง

การที่จะเลิกกันเพราะบอกว่า “เราเข้ากันไม่ได้” มันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ กันเลยทีเดียว ผู้ชายกับผู้หญิง ยังไงมันก็เข้ากันได้อยู่แล้ว ขนาด ผู้ชายกับผู้ชาย มันยังเข้ากันได้เล้ยๆๆๆๆ ไอ้การที่จะมาอ้างกันว่าเราเข้ากันไม่ได้เนี้ยมันออกจะเป็นการถูๆไถ่ๆ ของคำพูดที่ไม่ใช่กายภาพ แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกต่างหากที่เข้ากันไม่ได้ แล้วมันเป็นเพราะอะไร มันเป็นเพราะคุณไม่เคยที่จะ แบ่งเอาความรู้สึก เหตุผล ความต้องการ แล้วเอาออกมาคุยกันถึงความต้องการของตัวเองให้เป็นส่วน ช่วยกันแบ่งความรู้สึกนึกคิด วิจารณ์ปรับปรุงเพื่อที่จะเข้ากันได้ให้มากที่สุด อย่างน้องผู้หญิงถ้ารู้ว่าน้องผู้ชายจริงๆแล้วไม่ค่อยชอบเดินเล่นช็อปปิ้งก็ลดการไปช็อปลงจากเดือนละสี่ครั้งเป็น สองครั้งแล้วตกลงให้เข้าใจว่านี่คือสิ่งที่เราแบ่งกันเดือนนี้สองครั้งไปช็อปปิ้ง อีกสองครั้งที่เหลือฉันก็ไปเที่ยวกับน้องผู้ชาย อะไรที่ต่างคนต่างไม่ชอบก็อย่าพยายามยัดเหยียดบีบบังคับกันให้มากนัก จำเอาไว้เสมอว่า “ตัวเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดคนอื่นได้ แต่ตัวเราสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวเองได้” เท่านั้นก็น่าจะพอให้เข้าใจกันได้ในระดับหนึ่ง

คำว่า “เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า” มันไม่มีความหมายกับคนที่ยังรักกันหรอกครับ แต่คำๆ นี้จะมีความหมายมากๆสำหรับคนที่หมดรักกันแล้ว เมื่อได้ยินคำๆนี้ ก็แทบจะต้องหยุดคิดกันเลยทีเดียวจริงๆแล้วว่าเราเป็นยังไงกับความรัก จะยังมีความรักหลงเหลือให้กันอยู่หรือเปล่า ในความเป็นส่วนตัวของผมความรักแท้จริงไม่มีหรอก มีแต่ความเข้าใจกัน เพราะ “ความเข้าใจกัน คือความรัก” ยิ่งเราเข้าใจกันมากขึ้นความรักของเราก็มากขึ้นไปด้วย อย่าเอาความต้องการมาชี้นำความรัก และบอกว่าความต้องการและผลที่ได้จากความต้องการคือความรัก ยิ่งเราต้องการมากเราทำมากเราจะเหนี่อยเมื่อมันเหนื่อยมากและแล้วจะเป็นแค่เพียงการฝืนใจทำ เมื่อมันทนไม่ไหวสุดท้ายก็ต้องจบลง แต่ถ้าเราให้ความเข้าใจค่อยๆดูไล่ตามความคิดความต้องการของแต่ละคนแล้วค่อยๆทำความเข้าใจมันเราจะอยู่กับมันได้ความรักมันอยู่ตรงนั้น

ขอบใจสำหรับน้องชายของผมคนหนึ่ง(ไม่กล้าลงชื่อเดี๋ยวมันจะฟ้องเอา) ที่จู่ๆก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาผ่านเฟสบุ๊ค ทำให้นึกไอเดียที่จะเขียนเรื่องนี้ออกมาได้ พี่หวังว่าเราคงจะพอที่จะนั่งลงแล้วค่อยๆมองดูถึงความเป็นจริงแรกเริ่มว่าทำไมมันจึงเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร โดยส่วนตัวผมก็ไม่ใช่เป็นคนที่มีความถนัดในเรื่องของความรักมากนักซักเท่าไหร่ สิ่งที่เขียนก็ออกมาจากความเข้าใจของตัวเองเท่านั้น
http://youtu.be/haI0QK4tBEo



Create Date : 31 มีนาคม 2555
Last Update : 31 มีนาคม 2555 1:11:01 น. 3 comments
Counter : 2020 Pageviews.

 
แวะมาเยี่ยมในวันหยุด ... สวัสดีครับ



โดย: **mp5** วันที่: 31 มีนาคม 2555 เวลา:10:23:24 น.  

 
ขอบคุณค่า ที่แวะมาทักทายกัน


โดย: Wongka วันที่: 31 มีนาคม 2555 เวลา:19:55:40 น.  

 
เราเห็นด้วยค่ะ

ความรักเคยวิ่งตาม มันจะหนีเราไปไกลเหมือนจะสุดขอบโลก คว้าเท่าไหร่ก็วิ่งหนีค่ะ รู้สึกเป็นทุกข์เพราะรักนะคะ

ขอบคุณที่แวะไปทักทายค่า



โดย: m-e-e-n-a วันที่: 1 เมษายน 2555 เวลา:15:43:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

eronthai
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ยินดีที่ได้รู้จักชาวบล็อคทุกท่านนะคร้าบ อยากเขียนอะไรผมก็จะเขียนจามความรู้สึกส่วนตัวค่อยเขียนค่อยทำคิดอะไรก็เขียนๆ พิมพ์ไป
Friends' blogs
[Add eronthai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.