D*U*A*N
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
19 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
คุยกับน้อง





.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
วันนี้เสียจริตไปมากมายอันเนื่องมาจากการบริโภคงานเกินขนาด เพราะทั้งหัวหน้า พี่ๆและน้องๆที่รักทั้งหลายบังเอิญลาป่วย ลากิจและลาพักร้อนพร้อมๆกันจนที่ทำงานกลายเป็นป่าช้า

ไม่รู้ว่าเค้ามีลาเหนื่อยหรือลาเบื่อได้บ้างหรือเปล่า อ่ะ...ช้านนนก็ใกล้ๆแล้วนะยะ

หลังจากที่สะสางงานช่วงบ่ายอย่างเอาเป็นเอาตาย อาการปวดตาและคลื่นไส้ก็กำเริบอีกครั้ง วันนี้จึงรีบกลับบ้านด่วน...ฮือๆๆ ไม่มีใครมารับเหมือนเมื่อวาน ก็เซ็งซ้ำซ้อนกันไป

เง้อออ... ไม่ได้จะเล่าเรื่องนี่อ่ะ

จะเล่าว่ากลับมาเจอน้อง cool mint น้องร่วมสถาบันบอกต่อมาเกี่ยวกับเรื่องกางเกงขาสั้นกับกาลเทศะ ก็เลยแวะไปอ่านกระทู้นั้นแล้วมานั่งขีดๆเขียนๆเรื่องราวเก่าๆเล่าสู่กันฟังเล่นๆ

กาลครั้งโน้น....
วันแรกที่ได้เหยียบย่างเข้าไปท่าพระจันทร์ก็คือวันรับเพื่อนใหม่ (ภาษานี้เนอะ... เราไม่เรียกรับน้องนี่นา) ก็งงกันไปว่า นี่มันรุ่นพี่หรือผู้ก่อการร้ายกันว๊า.... บังเอิญคณะนี้ผู้ชายค่อนข้างเถื่อน พี่ๆทั้งหลายจึงทำโหดได้เนียนมาก

วิ่งเล่นไปมาตามที่เค้าจัดกิจกรรม งึมๆๆ ไม่เห็นใครแต่งชุดนักศึกษากันเลย อ๋อ...คิดได้ว่ามันเป็นช่วงปิดเทอมล่ะมั้ง ยังซื่อไปถามพี่เค้าว่าซื้อเข็มกับกระดุมที่ไหน พี่ๆมองแปลกๆก่อนจะบอกว่าเดี๋ยววันหลังจะเอามาให้ อ้าววว....งงต่อไปว่าแล้วsheไม่ใช้หรือไง

โฮ๊ะๆๆๆ ไม่นานก็เข้าใจ คณะเราไม่บังคับเรื่องเครื่องแต่งกาย ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยแต่งชุดนักศึกษา(ยกเว้นวันสอบ) และที่สำคัญเราไม่เคยมีปัญหาถกเถียงกันเรื่องเสื้อผ้า ทรงผม รองเท้า ฯลฯ (หรือมีแต่ไม่รู้หว่า เอาเป็นว่าไม่รู้ก็คือไม่มีละกัน)

โดยมากแล้ว สาวๆคณะนี้ค่อนข้างติดไฮโซติ๊ดนึง....แต่ที่ห้าวๆเซอร์ๆก็มีไม่น้อย แต่ที่แน่ๆคือ ทั้งสองประเภทต่างสะดวกที่จะไม่ใส่ชุดนักศึกษา ก็เน้นยีนส์กันเป็นอาหารหลัก แล้วจะหรูไฮหรือยืดแตะก็แล้วแต่ชอบกันไป...buffetกันไปเลย

ส่วนผู้ชายนั้นยิ่งชัดเจนมากๆ เกิน 90% ที่จะหล่อตามใจท่าน แต่จะให้ดูดีมีระเบียบนั้นก็มีแค่วันสอบเท่านั้นล่ะจ้ะ

อาการแต่งตัวโดยไม่คำนึงถึงกาลเทศะนั้นมีให้เห็นบ้างประปรายในยุคนั้น ประเภทใส่กางเกงเล(ก็มันคงใส่นอนล่ะนะ)เข้า บร.1 ก็มีตั้งแต่สมัยข้าพเจ้าเรียนปีหนึ่งแล้ว (เก็บความคิดที่ว่า...นั่นมันคงนานมากแล้วซินะไว้เลยนะ เดี๋ยวมีเคือง)

พวกสาวๆสายเดี่ยวที่ห่อหุ้มไหล่ด้วยผ้าพันคอก็เป็นเรื่องธรรมดา แล้วแตะกับตึกนั้นก็ไม่สามารถแยกกันได้ ส่วนพวกยีนส์เก่ากรีดแกล้งขาดนั้น...เป็นการช่วยประหยัดแอร์คณะล่ะมั้ง...ยังทำได้ แม้ว่าจะโดนเหล่เล็กๆ จิกหน่อยๆจากอาจารย์บางท่าน ซึ่งเด็กๆก็ทำท่าเกรงใจกันไป....แต่วันหลังก็ใส่มาอีก

แต่มีบางคณะที่เข้าใจว่าต้องแต่งชุดนักศึกษาเท่านั้น นึกๆๆๆ....อ๋อ คณะบัญชีแน่ๆเลยเพราะเคยไปเรียน EC212 ที่นั่นแล้วเพื่อนๆมีปัญหาว่าท่านๆจะไม่ยอมตามที่เค้าบังคับ...ทำให้ต้องโดด และทำให้ได้รับผลกรรมคือ D และทำให้ไม่มีใครได้เกียรตินิยมเลย....สมควรแล้ว ทำดีได้ดีฯ (อ่ะลืมบอกว่าไปเรียนเศรษฐศาสตร์ที่คณะบัญชีน่ะมันไม่ใช่เรื่องแปลกนะจ๊ะ ก็วิชานี้มันมากมายผู้คนซะจริงๆ)

แต่ก็แปลกอย่างนึง ตอนพี่ๆรับปริญญากลับเรียกน้องๆที่บังเอิญใส่ชุดนักศึกษาไปวันนั้นมาถ่ายรูปแม้ว่าไม่รู้จักกันก็ตาม เออ...สงสัยมันเป็นของแปลกเนอะ

การไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์เกี่ยวกับเครื่องแบบนี้ได้ติดตัวข้าพเจ้าและเพื่อนๆต่อไป แม้ว่าเปลี่ยนไปเรียนในดินแดนแห่งสีชมพูแล้วก็ตาม เพราะแม้ว่าทางบ้านใหม่จะไม่ได้สนใจการแต่งกายของนิสิตปริญญาโทมากนักเพราะถือว่าเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว แต่ห้องสมุดคณะสมัยนั้นเคยมีระเบียบว่า ห้ามนิสิตหญิงใส่กางเกงยีนส์ อ้าว...อย่างนี้ก็เซ็งกันไป

เพื่อนเลิฟข้าพเจ้าก็ไม่ยอมแพ้ sheได้พกพากระโปรงสั้นตัวจิ๋วไปเปลี่ยนทุกครั้ง เออ....เอากับมันดิ คราวนี้ก็เป็นเรื่องของชาวบ้านแล้วที่จะเหล่ๆมองๆทุกครั้งที่เจ้าหล่อนเอื้อมหยิบหนังสือหรือแม้แต่ก้มๆเงยๆก็ตาม ที่ว่าเป็นเรื่องชาวบ้านเพราะเพื่อนอิฉันมันยึดคติว่า "เห็นก็เอาไปไม่ได้" กะ "ไม่สวยจริงคนไม่มอง" (อาการนี้แถวบ้านเรียกชอบโชว์ แต่ด้วยความเป็นเพื่อนรักจึงเรียกมันว่า...เปิดเผย อ่ะก็เค้าเพื่อนกันนี่นา)

แต่อย่างว่า สิ่งใดที่ทำย่อมได้กับตัวเอง.... เพราะว่ากลุ่มข้าพเจ้าชอบเข้าห้องสมุดในวันที่ไม่มีเรียน แล้วก็อยู่ไปตั้งแต่เช้าจนเย็นๆค่อยออกไปหาอะไรกิน (คือการจองโต๊ะไว้เป็นเรื่องทรามมาก แต่ถ้าออกไปกินข้าวกลางวันแล้วค่อยกลับมาก็จะไม่ได้โต๊ะใหญ่อันเหมาะสมกับกลุ่มก้อนของเรา) ดังนั้นช่วงเวลาการอยู่ในห้องสมุดแต่ละครั้งจะยาวนานมากๆ

ปัญหาของเพื่อนสาวผู้เปิดเผยก็คือ ความเย็นของห้องสมุด การนั่งอ่านหนังสือเฉยๆในที่หนาวเย็นเป็นการทรมานตัวเองอย่างหนึ่ง แล้ว she ก็ไม่ปล่อยให้คนอื่นสงบเพราะเอะอะก็ชวนกลับ หาหนังสือไม่เจอก็ชวนกลับ ทำท่าง่วงก็ชวนกลับ คุยกันจุ๋งจิ๋งมันก็ชวนกลับ ถ้าไม่กลับก็จะมีการฉกชิงเสื้อหนาวของชาวบ้านไป...ตัวเองไม่เอามาเพราะเนื้อที่ในกระเป๋าหมดไปแล้วด้วยกระโปรงที่หนีบมาด้วย ทำให้ก้อนเพื่อนทั้งหมดเดือดร้อนไปตามๆกัน (ก้อนเพื่อน...ฟังดูมันหนักแน่นกว่ากลุ่มเพื่อนน่ะ)

เคยคุยกันเรื่องนี้ครั้งนึงว่ามันจะอะไรนักหนา เจ้าหล่อนก็บอกว่ามันเป็นเรื่องของระบบความคิด (ฟังดูน่าเชื่อถือติ๊ดนึง...ติ๊ดเดียวจริงๆ) ประมาณว่า ทำไมต้องห้ามยีนส์ แล้วไม่คิดบ้างหรือว่าระหว่างกางเกงขายาวๆกับกระโปรงสั้นๆน่ะ อันไหนมันสุภาพกว่ากัน เรื่องนี้มันแค่ใช้เซ็นท์ก็เข้าใจได้แล้ว

แต่ผู้มีอำนาจตัดสินตอบกลับมาว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎระเบียบ มิได้ขอให้ใครเซ็นท์ค่ะ แหง่ว... แต่ she ยังคงยึดมั่นถือมั่นเรื่องนี้ต่อไปประหนึ่งเป็นการต่อสู้ให้ได้มาซึ่งอิสรภาพทางความคิด (แอบรู้หลังเรียนจบแล้วว่า ตอนนี้เค้าให้ใส่ได้แล้ว แต่ไม่ได้บอกเพื่อนเลิฟ กลัวมันคิดว่าเพราะการต่อสู้ที่ผ่านมาได้ชัยชนะแล้ว)

ว้า.....หลงประเด็นไปไกลอีกแล้ว

ที่จะบอกก็คือ เมื่อได้ข่าวว่าน้องๆของเราใส่กางเกงขาสั้นเข้าเรียน (ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม) ก็ทำให้อึ้งไปเล็กน้อย....แล้วก็จบ แค่นั้นจริงๆ

ไม่ใช่ว่าเห็นด้วย ไม่ใช่ว่าไม่คำนึงถึงกาลเทศะ ไม่ใช่ว่าไม่รักหรือไม่ให้เกียรติสถาบันและอาจารย์ แต่...แต่...แต่
...ถ้ามีกฎก็ต้องมีการชี้ชวน ส่งเสริม หรือบังคับให้เป็นไปตามนั้น...
...ถ้าเราให้ผู้คนใช้สามัญสำนึก ก็ต้องให้แน่ใจว่ามันเป็นไปในทางเดียวกัน...
...ถ้าเรารู้ว่าไดโนเสาร์สูญพันธุ์ เราก็เข้าใจได้ว่าสิ่งใดไม่เหมาะจะคงอยู่บนโลกมันก็จะสลายหายไปในที่สุด...

ข้าพเจ้ารักมหาวิทยาลัยของเรามากมาย แม้ไม่ได้เป็นคนสำคัญหรือทำชื่อเสียงให้บ้านแห่งนี้ แต่การทำดีในส่วนที่ทำได้ และไม่ให้ใครมายี้ได้ว่า...เด็กจากที่นี่มันเป็นอย่างนี้เองเหรอ ข้าพเจ้าก็มั่นใจว่าที่ทำอยู่นั้นดีพอแล้ว

"ณ ดินแดนแห่งนี้มีตำนาน ขอเธอจงสืบสานตำนานธรรม"

จิตวิญญาณของเราสั่งสมและสืบสานมานาน....
ที่ที่เรายืนมีตำนานให้จดจำ.....

......เมื่อได้เป็นส่วนหนึ่งของที่แห่งนี้แล้ว.....
......คุณตระหนักถึงตำนานธรรมนี้อย่างไร.....




Create Date : 19 ธันวาคม 2550
Last Update : 20 ธันวาคม 2550 0:41:18 น. 24 comments
Counter : 340 Pageviews.

 
แวะมาเจิมครับ



โดย: กะก๋า ศักดาพิกุล (กะว่าก๋า ) วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:9:49:59 น.  

 
นับเป็นเกียรติอย่างมหึมา
ที่ข้าพเจ้าได้มาเจิมที่บล็อกท่านพี่

คริคริ

ทำงานเหนื่อยมากๆ
ต้องหาเวลาพักผ่อนบ้างนะครับ
ท่านประธาน

เอาใจช่วยครับ
ขอให้งานน้อยๆล่ะกัน
สำหรับวันนี้

งานน้อย
แต่เงินเดือนเยอะๆน้อ 5555



โดย: กำนันก๋า ท่าสองยาง (กะว่าก๋า ) วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:9:51:05 น.  

 
โอว...วันนี้เป็นทางการมากๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: tai (taibangplee ) วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:10:34:42 น.  

 
กำนันได้เจิมด้วย......

เอ่อเพิ่งทราบ...ว่าเดี๋ยวนี้นิยมจ้องเท้ากัน...
พลาดนิดพลาดหน่อย...สังเกตกันจังเลย...







โดย: big-lor วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:13:12:59 น.  

 
หุหุหุ

ขออภัย
เห็นคุณน้อง
เขียนบล้อกว่า

"คุยกับน้อง"

ผมถือว่าใครเรียกเราน้อง
ก็ต้องเป็นพี่เรา

อิอิอิ

emoemoemo


โดย: กะก๋า ศักดาพิกุล (กะว่าก๋า ) วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:15:11:53 น.  

 
อ๋า อ่านแล้วอยากคุยด้วยยาวๆค่ะ
แต่ตอนนี้ขอตัวไปทำงานก่อนแล้วจะมาคุยกับพี่ด้วยใหม่
แต่ก่อนไปขอกรี๊ดดทีนึงก่อนว่า
คุณน้องได้ดำเนินรอยตามพี่ได้ดีแท้ จากบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย้ายไปบ้าน กลางใจเมือง แต่หัวใจยังไงก็ดวงเดิม


โดย: cool mint วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:16:28:20 น.  

 
แช่งผมรึเ้ปล่าครับ
ทำให้ผมงานล้นมือมากกกกก
จนไม่มีเวลาเล่นบล็อกเลยอ่ะ

เซ็งเกวมาก

emoemoemo

อยากจะมาทักทายพี่ประธานสีฟ้าใจจะขาด

emoemoemoemo


โดย: กะก๋า ศักดาพิกุล (กะว่าก๋า ) วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:17:56:24 น.  

 
วันนี้ขึ้นต้นเหมือนกันเลยค่ะ เสียจริตมากมาย

รมณ์บูดตั้งตะเช้าเลย

เพิ่งมาดีเอาตอนที่มีคนเสียจริตเป็นเพื่อนนี่แหละ

ค่อยยังชั่วหน่อย


โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:19:08:48 น.  

 
สวัสดีเจ้า แวะมาทักทายสบายดีรึป่าวเจ้า


โดย: แม่เฮือน วันที่: 21 ธันวาคม 2550 เวลา:1:25:05 น.  

 
คุณลุง

^
^
^

emoemoemo


emoemoemo

เหนื่อยจากงานยังไม่พอ
ยังมาโดนพี่ถากถาง

emoemoemo

พี่ของคุณลุงนี่เราเรียกว่าอะไรอ่ะครับ

emoemoemoemo

ขอบคุณแทนน้องทั้งสองคนด้วยครับ



โดย: กะก๋า ศักดาพิกุล (กะว่าก๋า ) วันที่: 21 ธันวาคม 2550 เวลา:8:01:10 น.  

 
theme ติดเรท
^
^
^

ขอดูรูปด้วยนะครับคุณน้อง

(โอ๊ย...เอาใจสุดฤทธิ์ 555)

emoemoemo


โดย: กะก๋า ศักดาพิกุล (กะว่าก๋า ) วันที่: 21 ธันวาคม 2550 เวลา:9:12:13 น.  

 
สู้ๆ เด้อค่ะ


โดย: tai (taibangplee ) วันที่: 21 ธันวาคม 2550 เวลา:10:13:55 น.  

 
ใส่กางเกงขาสั้นเข้าเรียนนี่คิดว่าเกินไปค่ะ


โดย: random-4 วันที่: 21 ธันวาคม 2550 เวลา:17:10:48 น.  

 
วันนี้เหนื่อยจัง เพลียด้วย

ไม่ใช่ทำงานหรอกนะ

ช็อปปิ้งหาของแจกปีใหม่น่ะ คริคริ

จริตที่เสียไปเมื่อวาน วันนี้ยังเก็บไว้ไม่ตกหล่นไปไหน

แล้วคุณลำดวนล่ะ เหนื่อยมั๊ย


โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 21 ธันวาคม 2550 เวลา:21:04:50 น.  

 
เห็นไปบ่นว่าเหนื่อย
ไม่รู้ว่าจะมาปลอบกันทันหรือเปล่า

....แต่ดูจากคอมเมนต์แล้ว
คิดว่าอาการเหนื่อยคงดีขึ้นแล้ว

....ข้าพเจ้าลูกพ่อขุน วันปกติถ้าไม่เรียนวิชาเฉพาะที่นักศึกษาไม่ถึง50คน ถ้าไม่มีเรียนที่ตึกคณะ ไม่ต้องติดต่ออะไรกะทางมหาวิทยาลัย ข้าพเจ้าแต่งตัวตามสบายตลอด แต่ไม่เคยออกนอกลู่
เรื่องสั้นไม่ต้องพูดถึง
ที่บ้านห้ามเด็ดขาด ตัดออกไปได้เลย

...แต่ก็นะ เรียนมหาลัยสี่ปี ไม่เคยเข้าห้องสมุดเลยอ่ะค่ะ เลยไม่รู้รสความเย็นของห้องสมุดราม emo


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 21 ธันวาคม 2550 เวลา:21:31:34 น.  

 
คุณกะก๋า ศักดาพิกุล * * * เพิ่งรู้ตัวว่าอ่านคำว่า "กะก๋า" เป็น "ก๊ะก๋า" แต่ "กะว่าก๋า" อ่านถูกนะ...เง้อ บ่นอะไรคนเดียวไม่รู้

คุณtai * * * วันนี้ทั้งเล่นทั้งทำงาน แล้วไปต่องานเลี้ยงอีก... ถ้าพรุ่งนี้ไม่เป็นวันเสาร์คงจะตายไปแล้วอ่ะ

คุณbig-lor * * * ข้าพเจ้าเป็นคนถ่ายภาพไม่ได้เรื่องเลยนะ รูปมักจะสั่นไหว ไฟมักจะจ้า หน้ามักจะมืด...อะไรทำนองนี้ แต่ไม่เค้ยไม่เคย แนบเท้าตัวเองเข้ามาในไฟล์เลยนะ

น้องcool mint * * * จะบอกว่าถึงเรียนจบแล้ว แต่พวกพี่ขึ้นแสตนด์เชียร์บ้านเราเกือบทุกปี...ด้านแปลอักษรนะ (ไปทำเนียนๆแถวนั้น) เพิ่งเลิกไปเมื่อปีที่แล้วเนื่องด้วยสมาชิกบางคนไปเรียนต่อ ไปดูงาน ตจว. และท้อง แต่ที่สำคัญ...มันเริ่มๆจะไม่เนียนแล้วน่ะสิ อิอิ

คุณ หยุ่ยยุ้ย * * * ไปช้อปน่าจะทำให้รื่นเริงนะจ๊ะ อาการเสียจริตนี่เค้าห้ามเป็นติดต่อกันเกินสองวันนะ เดี๋ยวมันจะติดจนเลิกไม่ได้อ่ะ

แม่เฮือน * * * ข้าพเจ้าสบายดีมากๆเลย โดยเฉพาะช่วงวันหยุดนี่ยิ่งแสนสบายเลยทีเดียว

คุณrandom-4 * * *

คุณมัยดีนาห์ * * * มาไม่ทันปลอบค่ะ แต่การได้หยุดสามวันทำให้อาการดีขึ้นทันตาเห็นค่ะ เลือกตั้งกันเถอะ...มันดีอย่างนี้นี่เอง


โดย: D*U*A*N (thisisduan ) วันที่: 21 ธันวาคม 2550 เวลา:23:42:17 น.  

 
เล่าต่อนะ....
ตั้งแต่เรียนปีหนึ่งที่ศูนย์รังสิต ข้าพเจ้าก็ใส่ชุดนักศึกษาเป็นธรรมดาของชีวิต และคนส่วนใหญ่ก็ทำอย่างนั้นตอนปีหนึ่ง ยกเว้น....เด็กหอขาเซอร์ อันนี้ก็เป็นรายบุคคลไป ไม่นำมาเป็นมาตรฐานโลก

ตอนปีหนึ่งชีวิตลำบากเพราะไม่ได้อยู่หอ...มารดาไม่อนุญาต ดังนั้นที่บ้านก็มาส่งขึ้น ปอ.29 ที่แถวๆราชเทวี บางทีก็ได้นั่งบางทีก็ไม่ได้ หลับๆตื่นๆไปจนถึงรังสิตแล้วรถก็จะว่างเหลือแต่นักศึกษาเป็นส่วนใหญ่ ก็เด็ก ม.รังสิต ม.กรุงเทพ และธรรมศาสตร์เป็นป้ายสุดท้าย ผ่าเข้าไปถึงทางเชื่อมโรงอาหารเลยทีเดียว

ขากลับก็แล้วแต่เลือกว่าจะไปโดย ปอ.39 อันนี้ลงแถวกิ่งเพชร หรือ ปอ.29 ลงที่เดิม หรือไปขึ้นรถไฟลงหัวลำโพง.... แบบสุดท้ายนี่ชอบมากเลย ก็มันลุยดี ต้องขึ้นสองแถวผ่านทุ่งนา (เห็นควายด้วย) ไปที่สถานีเชียงราก แล้วก็แย่งกันซื้อไส้กรอกอีสานที่มีอยู่ร้านเดียว ชักช้าไม่ได้...รถไฟมาตรงเวลาอ่ะ

ผ่านไปซักระยะนึง เพื่อนๆเริ่มเปลี่ยนการแต่งกายเป็นหลากหลายสไตล์ เหลือเพียงข้าพเจ้าที่ยังคงเดิม (แอบคิดว่าไว้ไปท่าพระจันทร์ก่อน)

ปัจจัยตัวเป้งที่ทำให้ต้องเป็นอย่างนี้ก็เพราะคุณแม่เราเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครอง ณ โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่ง ดังนั้นการไม่ใส่ชุดนักศึกษาจึงเป็นเรื่องซีเรียสมาก ต้องชี้แจงแถลงไขในเหตุผลร้อยแปด ซึ่งข้าพเจ้าไม่มีเลยนอกจาก...ความอยาก... อยากสบาย อยากใส่ อยากเหมือนๆกับเพื่อน อยากๆๆ...

หลังจากที่คิดเอาเองว่า คำว่า"อยาก" ไม่อาจอยู่เหนือเหตุผลร้อยแปดของท่านแม่ ข้าพเจ้าจึงเอาสมองน้อยๆไปคิดเรื่องอื่น แล้วใส่ชุดนักศึกษาไปมหาวิทยาลัยตลอด 4 ปีที่มีโอกาสได้ใส่อย่างภาคภูมิ (จะเรียกว่าองุ่นเปรี้ยวก็ได้...แต่เปรี้ยวแค่สี่ปี หลังจากนั้นก็หวานตลอดอ่ะ อิอิ)

บางคนอาจมองว่าเด็กที่นี่อิสระเกินไป หัวแข็ง และไม่มีระเบียบกฎเกณฑ์จากการแต่งตัวและกิจกรรมต่างๆที่มองเห็นได้จากด้านนอก แต่เราไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย

เราเข้าใจในความแตกต่างและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน

เราเคารพในวิจารณญาณส่วนบุคคลของผู้อื่น พอๆกับตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ของตัวเอง

เราเสมอภาคและเท่าเทียมกันด้วยคำว่า"เพื่อน" แต่ความเคารพระหว่างรุ่นน้องกับรุ่นพี่ก็ยังคงเหนียวแน่นเสมอมา

เราบอกความเป็นเราด้วยความหมายบางอย่างที่ส่งต่อมาจากคนรุ่นก่อน คุณค่าและความภาคภูมิใจนั้น...ทำให้เราพร้อมจะรักษามันไว้ให้คงอยู่

หากวันเวลาจะทำให้หลายอย่างเปลี่ยนไป ก็คงเป็นสิ่งทดสอบ "ความเป็นเรา" ในวันนี้และในอนาคต

กางเกงขาสั้นในห้องเรียน: เสรีภาพไร้จิตสำนึก
กาลเทศะ: วิจารณญาณส่วนบุคคลหรือบรรทัดฐาน

"ที่แห่งนี้ไม่ใช่แดนแห่งความฝัน
มหัศจรรย์หรือจะเกิดจากเม็ดหิน
เสรีภาพหรือจะฝังอยู่ในดิน
ไม่ใช่ถิ่นที่ทุกที่มีเวทมนตร์

เป็นแค่ตึกใหญ่โตและโอ่อ่า
เติมคุณค่าประวัติศาสตร์อันสับสน
ภายนอกเรียกคนที่นี่เสรีชน
แต่กี่คนที่รู้ค่าที่ว่านั่น

ที่แห่งนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้
มันขึ้นอยู่ใครไขว่คว้าค้นหาฝัน
จะครึกครื้นเงียบสงัดอัศจรรย์
เพียงเธอนั้นไขว่คว้ามายลยิน

ที่แห่งนี้ไม่ใช่ดินแดนแห่งความฝัน
มหัศจรรย์หรือจะเกิดจากเม็ดหิน
เสรีภาพหรือจะฝังอยู่ในดิน
ทั้งหมดสิ้นสร้างด้วยพลังแห่งมือเธอ"

(เสียงเงียบ.อมธ.2542.หน้า 62
เก็บมาฝากจาก http://sa.tu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=5&Itemid=4&limit=1&limitstart=1)



โดย: D*U*A*N (thisisduan ) วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:0:51:29 น.  

 
มาสวัสดีค่ะคุณพี่
คุณน้องงานเยอะอย่างแรงค่ะ เลยไม่ค่อยมีเวลามาซิ่งทักทายบ้านของคุณพี่และเพื่อนๆท่านอื่น

คุณพี่ยังขึ้นสแตนด์อยู่เหรอค่ะ ขอคาระวะเลยค่ะ แต่เหตุผลที่หยุดเพราะเพื่อนท้องนี่ น่าอิจฉาจังค่ะ

เรื่องขาสั้นนี่ coolmint ก็ว่ามันแรงไปนิด แต่ลึกๆแล้วยังอดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่า ทุกสถาบันก็คงมีคนอยู่หลายประเภท และที่มธ.ก็เช่นกัน คงจะทำให้ทุกคนอยู่ในกรอบทั้งหมดก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่เชื่อว่าคงจะมีน้อยมากๆถ้าเทียบกับที่อื่น

แต่พออ่นกระทู้แล้วก็เศร้าใจที่มันเหมือนมุ่งมาทางมธ.เสียทั้งหมด ยังแอบเชื่ออีกว่าถ้าน้องๆที่ยังเรียนอยู่ได้มาอ่านก็คงสะอึกเหมือนกันค่ะ


โดย: cool mint วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:2:48:23 น.  

 
เมื่อไม่มีรูปมาลง
ก็เรียกว่า "พี่" ต่อไป 555

น่าจะเอาเม้นท์ที่ 17
อัพขึ้นเป็นหน้าหลักเลยนะครับ
อ่านแล้วให้มุมมองที่ดี

Glitter น่ารักๆ มีอีกเพียบ

>



โดย: กะก๋า ศักดาพิกุล (กะว่าก๋า ) วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:7:44:41 น.  

 
อืม...คนเรากินแล้วก็อิ่มเนอะไม่รู้ใมต้องกิน


โดย: tai (taibangplee ) วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:9:03:40 น.  

 
1. นี่ดีแล้วนะครับ
ก่อนถ่ายก็เป่าฝุ่นออกไปเยอะแล้ว 555

2.ถ้าแจ่ม
นานแค่ไหนพี่ก็รอได้ครับ
อิอิอิ

3.ความจริงย่อมเป็นความจริงเสมอ
อิอิอิ

emoemoemo


โดย: กะก๋า ศักดาพิกุล (กะว่าก๋า ) วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:9:49:28 น.  

 
รับทราบครับ
หมอเกย์มีเยอะนะครับ
ระวังนิดนึงนะครับ เหอๆๆๆ

emoemoemo


โดย: กะก๋า ศักดาพิกุล (กะว่าก๋า ) วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:10:31:29 น.  

 
จริตที่เสียไปเมื่อวาน วันนี้ยังเก็บไว้ไม่ตกหล่นไปไหน

.
.

มาแก้ความเข้าใจค่ะ

หมายถึงว่า จริตที่เสียไปเมื่อวาน วันนี้ไม่ตกหล่นไปไหน หมายความว่า อารมณ์ดีไง คุณลำดวน

ไปช็อปยังเสียจริตอีก ก็คงไม่คนคบแล้วอ่ะ


โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:12:09:01 น.  

 
...ถ้ามีกฎก็ต้องมีการชี้ชวน ส่งเสริม หรือบังคับให้เป็นไปตามนั้น...
...ถ้าเราให้ผู้คนใช้สามัญสำนึก ก็ต้องให้แน่ใจว่ามันเป็นไปในทางเดียวกัน...
...ถ้าเรารู้ว่าไดโนเสาร์สูญพันธุ์ เราก็เข้าใจได้ว่าสิ่งใดไม่เหมาะจะคงอยู่บนโลกมันก็จะสลายหายไปในที่สุด...
****************************************
แม่อุ่นชอบประโยคนี้ค่ะนู๋ไนซ์จ๋า

คิดถึงนะคะ เหนื่อยนักก็พักเที่ยวบ้าง
อิอิ ก็เห็นไปเล่าให้ฟังเรื่อยว่าไปโน่นมานี่ เป็นห่วงและอิจฉาจ๊ะ


โดย: แม่อุ่น วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:21:36:32 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thisisduan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




น้องเพนกี้
น้อง DoryKong 1
น้อง DoryKong 2
น้อง DoryKong 3
X
X
X
X
Friends' blogs
[Add thisisduan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.