D*U*A*N
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
12 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
เอาเรื่อง!

"อย่าปล่อยให้เรื่องเล็กน้อยมาทำให้เราขุ่นใจ" คุณแม่เตือนอย่างนี้เมื่อเราหงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

สิ่งสำคัญมันอยู่ตรงคำว่า "เรื่องเล็กน้อย" นั่นต่างหาก

การมองสิ่งใดสำคัญหรือไม่ เป็นทัศนะที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน....ทุกคนคงยอมรับ

เรื่องตัวอย่าง








การจ่ายเงินค่าทางด่วน

เราคิดว่ามันเป็นสำนึกปกติของคนทั่วไปนะ ที่จะเลือกเข้าไปในช่องทางที่สั้นที่สุดจากการประมาณด้วยสายตา (เพราะอยากผ่านไปเร็วๆ) แต่ความเซ็งใจก็เกิดขึ้นเมื่อรถคันหน้าจ่ายแบงค์ใหญ่ๆซึ่งไม่พอดีกับค่าผ่านทาง (จะด้วยเหตุจำเป็นหรือต้องการแลกเงินก็แล้วแต่) ส่วนพนักงานผู้เหนื่อยล้ากับการทอนเงินซ้ำๆซากๆหลายชั่วโมงก็ทำงานด้วย speed ต่ำ (ในความรู้สึกของเรา) แต่...อะไรจะขนาดนั้น รถเกือบทุกคันที่อยู่ก่อนหน้าเราเป็นอย่างนี้กันหมด...แล้วไอ้การที่เราเลือกวิ่งเข้าช่องทางสั้นๆมันจะไปมีความหมายอะไร สรุปว่าทุกคนที่วิ่งเส้นนี้เขารู้กันหรือเปล่าว่านี่มันเรียกว่า "ทางด่วน"

เจอเข้าดังนี้ มนุษย์ความอดทนต่ำก็เริ่มออกอาการ เมื่อได้จ่ายเงินแล้วก็ระบายอารมณ์โดยเร่งแซงคนเหล่านั้นไปอย่างชั่วร้าย(มาก) แล้วคุณแม่ก็ถามว่าทำอย่างนั้นไปทำไม ได้อะไรขึ้นมา ก็เปล่า...แค่สะใจดี นั่นล่ะคำตอบ แต่ทำไมหนอ...คนที่บอกอย่าใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยกลับมางอนใส่เรา (อย่างนี้เค้าเรียกว่า...สอนได้แต่ทำไม่ได้หรือเปล่าคะแม่?)



ตัวแจ๋นในห้องประชุม

สำหรับงานบริการที่แข่งกับเวลาและต้องทำเสร็จในวันต่อวันเช่นเรา การเข้าประชุมถือเป็นภาระหนักทีเดียว เพราะโดยประสบการณ์แล้วสาระที่แท้จริงมีเพียงหนึ่งในสิบของเวลาที่เสียไป ดังนั้น ทีมงานหลายคนจึงพยายามสรุปทุกเรื่องอย่างรวบรัดตรงประเด็น เพื่อว่าจะได้ออกไปทำงานของแต่ละคนต่อ

แต่ในโลกของการทำงานย่อมประกอบด้วยคนหลายประเภท แต่ที่ทำให้อารมณ์เสียมากที่สุดก็คือ "ตัวแจ๋น" ซึ่งชอบสอดขึ้นมาด้วยคำถามที่ไม่ได้เรื่อง (ถ้ามันเป็นสาระหน่อยจะไม่ว่าเลย) การซักถามเป็นเรื่องดีสำหรับการซักซ้อมความเข้าใจ แต่การตั้งคำถามของบางคนทำให้เราสามารถประเมินศักยภาพของคนๆ นั้นได้เลยทีเดียว

บางครั้งตัวแจ๋นอยากแสดงออกว่าข้าได้มาร่วมประชุมแล้ว โดยการถามโน่นถามนี่ หรือบางทีก็มีเจตนาอวดฉลาดด้วยการตั้งปุจฉาในสิ่งที่ไม่เป็นจริงในทางปฏิบัติ แต่คนช่างคิดช่างฝันก็ต้องการคำตอบ อีกร้อยแปดคำถามในลักษณะน่าเอือมระอา

เจอเข้าดังนี้ คนงานท่วมหัวอย่างเราจึงหัวเสียของขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ (ปรอทแทบแตกเพราะมองเห็นความวิบัติของงานอยู่ข้างหน้าหากต้องเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ) ดังนั้นจึงตัดบทอย่างไร้เยื่อใย หรือไม่ก็ซักคนถามกลับบ้างเอาให้จนมุมงงตัวเองไปเลยแล้วทิ้งสายตาระอาใจไว้ให้เป็นที่ระลึก ก่อนจะชิ่งออกมาจากห้องประชุมอย่างหงุดหงิด เรื่องนี้รุ่นพี่ที่แสนดีของเราก็บอกว่า...เอาน่า อย่าหงุดหงิดมันเลย แถมยังบอกตัวแจ๋นอีกว่ามีอะไรไปถามนอกรอบก็ได้ แต่ดูเหมือนพระเจ้าคงไม่เข้าข้างคนใจดีสักเท่าไหร่ เมื่อตัวแจ๋นทำอะไรผิดๆพลาดๆแล้วอ้างว่าคนใจดีคนนั้นเป็นคนบอกว่าทำได้ "พี่เค้าบอกหนูเอง" 555...เพิ่งจะหัวเราะได้ตอนนี้เองเรา



แม่ค้าปากร้ายใจคด

ผู้หญิงกับการซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับย่อมหนีกันไม่พ้น สำหรับเราการต่อรองไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร แต่การเจอแม่ค้าที่ใจคดนี่สิ มันทำให้เสียอารมณ์อย่างที่สุด เพราะอะไรน่ะหรือ...ก็เพราะว่าเราอยากได้ของๆเค้าน่ะสิ แต่เราต้องข่มใจไม่ซื้อของนั้นจากคนใจคด เช่น วันก่อนนี้เราเล็งของไว้สองอย่าง สร้อยเงินพร้อมจี้เล็กๆรูปแมลงปอราคา 290 บาท กับอีกอันเป็นจี้มุกซึ่งราคาเท่ากัน วันนั้นเราได้เจ้าแมลงปอกลับบ้านในราคา 250 บาท คนขายบอกว่าถ้าเอาจี้อย่างเดียวก็ 150 บาทได้ แต่ตัวสร้อยลดราคาไม่ได้ (เราไม่ได้ต่อรองอะไรเท่าไหร่เลย ของราคานี้อาจลดได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ)

แต่พอสัปดาห์หน้า ร้านนี้มาขายอีก เราก็กะว่าจะไปซื้อเจ้าจี้มุกอันนั้นแต่ไม่ซื้อสร้อย ใจก็หวังว่าคงจะได้ในราคา 150 บาทหรือต่ำกว่านั้นเพราะว่าเคยซื้อกันมาแล้ว แต่ที่ไหนได้วันนี้บอกราคา 290 ไม่แยกขาย พอเรารอให้คนซื้อคนอื่นออกไปแล้วก็บอกว่า ที่ซื้อคราวก่อนเลยลดให้และบอกว่าแยกได้ด้วย คนขายกลับเสียงแข็งขึ้นมาทันทีว่า "น้องคะ ตั้งแต่ขายมาพี่ก็ขายราคานี้ ราคามันลดแล้วจะลดอีกได้อย่างไร แล้วจะซื้อแยกอีก ของมันจะไปครบคู่กันได้ยังไง"

เท่านั้นครับท่าน...อารมณ์แมวๆของเราก็ปรากฏ คือรีๆรอๆเหมือนอยากได้ (ก็อยากได้จริงๆนั่นล่ะ) แต่พอมีคนเข้ามาแวะดูของก็บอกกับคนขายไปอีกครั้งว่า ตัวพี่เคยพูดเองว่า.... แล้ววันนี้จะไม่ขายแบบเดิมก็ไม่เป็นไร แต่คนค้าคนขายต้องซื่อสัตย์ถึงจะเจริญ ถ้ามันเป็นอย่างพี่พูดจริง หนูก็ขอโทษด้วย แต่ถ้าไม่จริงขอให้คนโกหกหยิบจับอะไรก็มีแต่เจ๊ง แล้วก็เดินดูของอื่นต่อไปกับเพื่อน ซึ่งมีทีท่ากลัวโดนตื้บมากมาย.....แล้วมันน่าหงุดหงิดมั้ยกับคนพรรค์นี้ (แถมยังไม่ได้ของอีกด้วยน่ะ)


ยังอีกห่างไกลจากคำแม่สอน....เพราะเรายังคงเอาเรื่องเอาราวกับทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา เพื่อความถูกต้องหรือเพื่อความพอใจของตัวเราเองก็ตาม แต่เราไม่ได้เก็บมาเป็นอารมณ์เนิ่นนานอะไร...แต่จะให้ปล่อยผ่านไปเลยคงยังทำไม่ได้

.....ไว้สักวันคงแก้ไขได้มั้งคะแม่.....



Create Date : 12 สิงหาคม 2550
Last Update : 15 ตุลาคม 2550 22:54:34 น. 3 comments
Counter : 295 Pageviews.

 
เห็นด้วยๆ
นับหนึ่งถึงพัน
นับแกะสักร้อยตัวก่อนไหม
ก่อนอารมณ์แมวจะเกิด


โดย: botanichuman วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:21:34:10 น.  

 
อ่านจบก็แอบรำพึงกับตัวเองว่าจขบ.ท่าทางจะเอาเรื่องจริงๆ ด้วย...

โดยทั่วไปผมจะใจเย็นครับ แต่มักหงุดหงิดทุกครั้งเวลามีคนแทรกแถว ซึ่งผมจะอดไม่ได้ต้องบอกเขาทุกครั้ง
( และจนป่านนี้ก็ยังไม่โดนชก )
มีครั้งนึงเคยยืนรออยู่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ พี่แกที่ยืนอยู่ก่อนพูดนานมาก พอพูดเสร็จก็หยอดเหรียญโทรต่ออีกแน่ะ
ความอดทนผมสิ้นสุดทันที เปิดตู้ไปบอกว่า "พี่ ขอผมโทรมั่ง"
พี่แกหันมามองตาขวาง ถามกระชากๆ "จะโทรเหรอ"
ผมตอบไปเสียงอ่อยๆ "รออยู่นานแล้วครับ"
พี่เขาเลยออกมาจากตู้ด้วยท่าทางฮึดฮัดนิดนึง ( และผมไม่โดนชก 555+ )



โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 30 กันยายน 2550 เวลา:18:04:00 น.  

 
หมูจะออกแนวเรื่อยๆ เฉื่อยๆ มากกว่าจ๊ะ แบบว่าใครจะไปใครจะมาก็ช่างมัน
เดี๋ยวก็ถึงตาเราแล้ว
แต่บ้างครั้งมันก็อดมีน้ำโหไม่ได้เหมือนกัน


โดย: หมูอ้วน (pigarea ) วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:16:03:20 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thisisduan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




น้องเพนกี้
น้อง DoryKong 1
น้อง DoryKong 2
น้อง DoryKong 3
X
X
X
X
Friends' blogs
[Add thisisduan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.