' we either adapt to change or we get left behind ' ( Grey, M )
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
black swan

black swan
จะสมบูรณ์แบบไปทำไมเน้อ ปล่อยใจบ้างไรบ้างซิ

๑.ฉากแรกที่เปิดตัวมาน่าสนใจมากโดนเฉพาะตอนที่ตัวดำๆ(ซอสเซอเรอร์)ระบำและเหวี่ยงตัวรอบๆหงส์ขาวพร้อมกับเสียงปีก พั่บ พั่บ พับ ดูแล้วเหมือนจะโดนกลืนกินจริงๆอะ
๒.หนังแนว ไซโค ทริลเลอร์เรื่องนี้เหมาะมากอะ หลอนกับตัวเองจิตกับตัวเอง นาตาลีก็แจ่มอ่ะ แสดงได้หลอนไดีดีทีเดียวอะตอนที่เธอเปลี่ยนเป็นหงส์ดำแล้วตาแดงน่ากลัวมากค่ะ
๓.หลังเธอเป็นหนังไก่เลย จะสังเกตได้ว่า หนังไก่จะโผล่มาเมื่อ ความต้องการด้านมือของนีน่าจะออกมา สื่อสัญลักษณ์ได้ตรงไปตรงมาดีจริงๆ
๔.พูดถึงหนังไก่ เราว่าเราก็เห็นว่านีน่ามันก็เกาเองนี่หว่า ทำไมบอกว่าไม่มีอะไร
๕.เราดูเราก็อึดอัดว่าทำไมคุณแม่ต้อง ดีใจ หวง (แอบงอนอีกต่างหาก ตอนจะเอาเค้กลงถังขยะ ตอนแรกนึกว่าจะเอาเข้าตู้เย็น)ตกลงว่ามันเป็นหนังทารุณจิตใจตอนเด็กรึป่าว แถมยังมีคำว่า สวีตเกิลร์ จากแม่อีกต่างหาก เราก็ไม่รู้ว่าคุณแม่นี้มันห่วงตามภาษาพ่อแม่รึป่าวหรือมันซ่อนอะไรไว้อีก ดูแล้วมันขัดใจยังไงไม่รู้ จบแบบไม่เคลียร์สำหรับประเด็นนี้อะ
๖.ลิลี่เธอสวยจริงๆสวยแบบมืดๆมากดูลึกลับมากอะ
๗.เล่นยาครั้งเดียวเป็นได้ขนาดนี้เลยเหรอ นีน่าท่าจะจิตอ่อนๆอยู่แล้วรึป่าวน้า เพราะแม่กระทำไว้อะ
๘.ตอนฉีกหนังที่นิ้วกับตอนเอาขนหงส์ออกมาจากกลางหลังนี้ เจ็บน่าดูอะ
๙.เห็นตอนที่นีน่าเอาตุ๊กตาไปทิ้ง โคตรจะถูกเลี้ยงให้เป็นเจ้าหญิงเลย เราว่านีน่าต้องไม่ชอบแม่เลย (เลิกคิดว่าหนูเป็นตัวแทนของแม่ ให้หนูโตเองบ้าง คิดเองบ้าง ได้มั้ยค่ะ อย่าบังคับหนูเลยค่ะ)
๑๐.ภาพที่ออกมาก็ใช้ภาพเกรนน้อยๆแปลกดีเหมือนดูฟิล์มอยู่
๑๑.สื่อเรื่องสีมาง่ายมาก ดำ ขาว เก็บกด เปิดเผย เลว ดี อยากทำ กับไม่อยากทำ หงส์ขาว หงส์ดำ
๑๒.เรื่องนี้กระจกเยอะไปป่าวค่ะ กระจกแบบหลอนๆด้วยอะ่ ส่วนมากนีน่า คิดไปเองทั้งหมดอ่ะ ฉากสุดท้ายที่แทงตัวเอง นีน่าอยากปลดปล่อยอยากจะฆ่าลิลี่(ให้ตาย ฆ่าหงส์ดำในตังเองให้ตาย)แต่เธอลืมไปว่าหงส์ดำกับหงส์ขาวก็เธอนั้นแหละ สรุปว่าเธอคงกดดันตัวเองจนเพี้ยนแล้วมั้ง แยกไม่ออกว่าอะไรคือสิ่งที่เธอคิดไปเอง
๑๓.สุดท้ายเธอก็ตายตามบทละคร สวนเลคซะงั้น
๑๔.ปล่อยไปตามใจบ้างไรบ้างจะได้ไม่เครียดขนาดนี้อ่ะ การแสดงเป็นศิลปะ จะมาให้สมบูรณ์แบบทุกอย่างมันยากส์อ่ะ
๑๕.ทำไม คุณแม่ต้องมานอนในห้องลูกด้วย ไม่เข้าใจ หรือว่า!!! เป็นอย่างที่เราคิด!(แม่ทารุณลูกทางเพศ)
๑๖.ฉากสุดท้ายตะลึงพรึงเพริศมากอะ ตอนที่ เจ้าชายสีขาวกับสีดำแล้ว ตัวนีน่าค่อยๆมีขนดำๆออกมาแล้วสุดท้ายเป็นปีกอ่ะ สวดยอดอ่ะ



-..-

ราคาตั๋ว ๑๗๐ แล้วเหรอฟร่ะ แพงจังอะ ดูโรงบ้านนอกนะเนี้ย
กลับไปซบอกลิโดดีกว่าอ่ะ
เรื่องต่อไป127 ชม. ดีก่า


Create Date : 13 มีนาคม 2554
Last Update : 13 มีนาคม 2554 16:58:22 น. 9 comments
Counter : 1569 Pageviews.

 
หวัดดีคุณ tictin ขอคุยด้วยน้า ดูแล้วเหมือนกัน


ครือว่า ฉากที่คุณtictin บอกว่าติดใจ ว่านีน่าโดนทารุณทางเพศหรือเปล่า เราก็คิดเหมือนกันนะ จริงๆเราแอบคิดว่านีน่าเปนเลสเบี้ยนด้วย แต่ไม่รู้ตัวเพราะมาแสดงอาการตอนโต

มันมีฉากที่นีน่าฝันว่ามีเซ็กส์กับลิลลี่มีความสุขสุดเหวี่ยง กับอีกฉากหนึ่งที่นีน่าหลอนตัวเอง ไปเห็นว่าลิลลี่กำลังมีเซ็กส์กับครูฝึก แล้วพอครูฝึกหันหน้ามา กลายเป็นหน้าของปีศาจ ทั้งสองอย่างนี้ล้วนเป็นความฝันที่นีน่าหลอนไปเอง


ถ้าเอาทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์มาตบเข้าไป จะเห็นว่า นีน่ากำลังแสดงความต้องการภายในใจที่พรั่งพรูจากจิตไร้สำนึก แล้วก็ไม่รู้ตัวเองด้วย

นี่จึงอาจจะแสดงว่านีน่าไม่แฮปปี้กับเซ็กส์ของชาย


อีกทฤษฎีก็ การเลี้ยงดูของพ่อแม่ในวัยเด็ก คนที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบประคบประหงมสุดริดขนาดนั้น โตแล้วยังเรียกสวีตเกิร์ลๆ ห้องก็ยังเหมือนเด็ก4ขวบ จับนีน่าแก้ผ้าอาบน้ำ ตัดเล็บ ไรงี้ มันเหมือนแม่ที่เป็นจิตเภทหลงรักลูกตัวเอง (อาการพวกนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ด้วย)


ถ้าการเลี้ยงดูในวัยเด็กของพ่อแม่สตริคกับทุกอย่างมากเกินไป ถ้าเป็นเรื่องทางเพศ เค้ามีวิเคราะห์เกี่ยวกับปมอิเล็คตร้าในเด็กหญิง คือถ้าเด็กมีปมในเรื่องนี้ โตขึ้นอาจจะเป็นเลสเบี้ยนหรือเฉื่อยชาทางเพศ(เราว่านีน่าออกจะเฉื่อยชาทางเพศเหมือนกันนะ)



-------------------------
ส่วนหนังไก่คือภาพหลอนที่นีน่าสร้างขึ้นเองค่ะ เป็นอาการจิตเภทอย่างหนึ่ง เวลาเราเกิดอาการเครียดหรือไม่ได้รับการตอบสนองในสิ่งที่้ต้องการ จิตไร้สำนึกจะเกิดการปรับตัวเพือลดความเจ็บปวดในใจ จนสร้างกลไกป้องกันตัวต่างๆเช่น เกิดภาพฝัน จิตหลอน เลียนแบบคนที่เรานับถือ(เช่นนีน่าเลียนแบบเบ็ธ) และอื่นๆ


------------------------

ส่วนเรื่องกระจกที่ปรากฎตลอดทั้งเรื่องนั้น คือ กระจกสำคัญกับนักบัลเลต์ก็อย่างหนึ่ง อีกนัยยะหนึ่งก็คือเราคิดว่า เหมือนสื่อให้คนดูเห็นว่า กระจกมันเป็นสิ่งสะท้อนว่าธรรมดาคนเรามันเหมือนเหรียญสองด้าน มีทั้งด้านดีและไม่ดี เวลานีน่าส่องไปเห็นด้านมืดของตัวเอง ก็เหมืนกับว่า ด้านมืดนั้นก็อยากจะปลดปล่อยออกมาบ้างเหมือนกันนะ ถึงจะเกิดความสมดุล

คือ ปรับ แต่ไม่ใช่ให้มันล้นทะลัก ถ้าอันนั้น แสดงว่า ego ของเราไม่สมารถปรับด้านดีและด้านร้ายให้สมดุลได้


--------------
ส่วนเรื่องเอาตุ๊กตาไปทิ้ง เป็นการระบายอารมณ์โกรธของนีน่า เข้ากับทฤษฎีเรื่องการหาอะไรมาแทนที่เพื่อระบายความอึดอัดในใจ ทั้งที่สิ่งนั้นไม่ได้เป็นต้นเหตุ


-----------------
ส่วรแม่นีน่ามานอนในห้อง คือ เราคิดว่าแม่นีน่านี่แหละเป็นคีย์แมนที่มีผลมากๆที่ทำให้นีน่าเป็นโรคประสาท ด้วยการเลี้ยงดูแบบนี้แหละ



ส่วนบทสรุปก็คือ ฆ่าตัวตายเพือให้ได้มาซึ่งอิสรภาพตอนที่นีน่ารู้ตัวว่าแทงตัวเอง ส่วนในเรื่องจริงของบท swan lake ก็เหมือนกัน คือต้องฆ่าตัวตายเพื่อให้ได้อิสรภาพ ตอนจบทุกคนปรบมือยอมรับ นีน่าบอกออกมาว่า ตอนนี้ฉันเพอร์เฟคละ

อันนี้ก็พ้องกับฟรอยด์ คือสัญชาติญาณแห่งการตาย ก้าวร้าวรุนแรงหรือทำร้ายตัวเองเพื่อปลดปล่อย



ยาวไปไม๊เนี่ย 55


สุดท้าย เอาคลิปเรื่องการทำเอฟเฟคของเรื่องนี้มาฝากค่ะ ตื่นตาตื่นใจดี


http://www.youtube.com/watch?v=4n71sjmd-bM&feature=relmfu


โดย: inert gas วันที่: 13 มีนาคม 2554 เวลา:22:17:18 น.  

 
คุณ inert gas--- ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เทพค่ะ เรียนจิตวิทยา หรือเรียนหนังมาป่าวค่ะเนี้ย จริงๆเราอยากอ่านฟรอยด์เหมือนกันค่ะ ว่างๆจะไปซื้อมาอ่านค่ะ อิอิ ขอบคุณที่มาร่วมแชร์ค่ะ


โดย: -..- (tictin ) วันที่: 13 มีนาคม 2554 เวลา:23:05:14 น.  

 
5555 ไม่ได้เทพหรอกค่ะ
เรียนวิดยาสาดค่ะ แต่อยากรู้ไีรก็อ่านเอา

ไว้ดู127ชม.แล้วมาคุยกันใหม่นะคะ ฮี่ๆ


โดย: inert gas วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:12:42:55 น.  

 
คุณพี่หมูวิเคราะห์เป็นข้อๆ ไว้น่าสนใจค่ะ
แล้วคูณ inert gas มาเลกเชอร์อีกรอบ
ขอคารวะสองจอกค่ะ

โดยส่วนตัวคิดว่าแม่ของนีน่าเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงมาเข้มงวดเอากับลูก เข้ามาก้าวก่าย บีบคั้น รกล้ำความเป็นส่วนตัวทุกอย่าง เธอเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกเป็นแบบนี้ และดูเหมือนว่านีน่าตกอยุ่ภายใต้การครอบงำของแม่มาโดยตลอด (ซึ่งแม่เธอเองก็น่าจะถือว่าควรอยู่ในความดูแลของจิตแพทย์เช่นกัน)

จนกระทั่งเมื่อด้านมืดในตัวเธอเข้มแข็งขึ้น เธอจึงไม่ยอมให้แม่มีอิทธิพลเหนือเธออีกต่อไป
แต่น่าเศร้าที่เธอกลับถูกด้านมืดในตัวเธอเองครอบงำโดยสิ้นเชิง
จนนำมาสู่โศกนาฎกรรมในท้ายที่สุด

คุณพี่หมู..พอพนักงานเมเจอร์ซีเนเพล็กซ์บอกราคาตั่ว 170 เราเลยซื้อแบบ 10 ใบเพราะถูกกว่า เพื่อที่จะพบว่าเจครือนี้ที่นั่งเบาะแข็ง ระบบดิจิตอลภาพไม่คมชัด จอเล็กกว่าเอสเอฟมาก
ไม่น่าซื้อตั๋วล่วงหน้า 10 ที่นั่งเลย ฮือฮือ...

(ไม่ได้ดูเครือเมเจอร์เกิน 2 ปีแล้ว ปกติดูเอสเอฟเมื่อดูหนังทั่วไป และดูเครือลิโด และเฮ้าส์ RCA เมื่อดูหนังที่ไม่ฉายในเครือใหญ่ค่ะ




โดย: คิคูจิโร IP: 101.108.107.111 วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:22:19:48 น.  

 
แบบที่คุณคิคูว่าล่ะค่ะ แม่เธอนี่แหละคีย์แมน


เรื่องนี้นอกจากให้ข้อคิดเรื่องการปรับegoให้เข้ากับความเปนจริงแล้ว ยังกลายเป็นหนังเสริมสร้างสถาบันครอบครัวด้วยนะนี่ 55+ ดูหน้าหนังไม่เข้าเลยซักนิด


,, เราไปดูพารากอนกับราคา190ค่ะ ไหนก่าเสียแพงอยู่ดี ก็นั่งแถวบนไปเลย

มันชอบทำแบบเนี้ย เอาหนังมาเข้าโรงดิจิตอลแล้วเก็บแพงๆ คนอยากดูไม่มีทางเลือกก็ต้องดูอ่ะ
คือหนังบางเรื่องมันไม่ต้องดิจิตอลก็ได้ว่าป่ะ แล้วเอาเข้าจริงๆที่บอกดิจิตอลๆ พอดูแล้ว ก็ไม่ได้ต่างกันเลยซักนิด


เรื่องนี้ก็พอเข้าใจได้นิดหนึ่ง ว่ามันเปนหนังรุนแรงทางอารมณ์พอสมควรต้องจำกัดโรงฉาย แต่จำกัดโรงฉายแล้วต้องเปนดิจิตอลด้วย อันนี้ไม่เข้าใจ


โดย: inert gas วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:16:06:32 น.  

 
คุณ inert gas..จะว่าไปผู้กำกับ Black Swan กำกับฉากเลิฟซีนได้เก่งมากนะคะ เพราะเป็นฉากเลิฟซีนที่ไดอารมณ์หลอนสุดๆ 555

เห็นด้วยอย่างที่คุณว่า ดิจิตอล ไม่ดิจิตอลไม่เห็นจะต่างกันตรงไหน หลอกเอาตังค์ในกระเป๋าคนดูชัดๆ
วันนี้ก็เพิ่งไปดูเรื่อง Rapunzel มาค่ะ เค้าชอบหนังการ์ตูนอ่ะ
ทั้งเอสเอฟและเมเจอร์ฯ ใช้ลูกเล่นเดียวกัน ถ้าโรงธรรมดาพากษ์ไทย
ถ้าจะดู soundtrack เขาเอาไปฉายในโรงดิจิตอล 3 D
ก็เลยต้องดูโรงไอแม็กซ์ (ที่เอสพลานาด แครายของเครือเมเจอร์ฯ เรียกว่าโรงเอ็มแม็กซ์)

โรงหนังมักหาวิธีขึ้นราคาค่าตั๋วต่างๆ นานา จนคนดูชักเหนื่อย
มันจะคุ้มกันหรือเปล่าหนอ เพราะวันนี้โรงเอ็มแม็กซ์รอบหกโมงเย็นที่ดูนั้น มีคนดูทั้งโรงแค่ 4 คน!
สองอาทิตย์ที่แล้วจะตามเก็บ Social Network เขาก็เอาไปฉายในโรงวีไอพี ฮันนีมูน สวีท ดูท่าจะสวีทมากกกกก..เพราะที่นั่งละ 300
เอ่อ..แบงก์ที่พิมพ์ไว้ หมึกพิมพ์ยังไม่แห้ง จึงไม่ดูค่ะ 555

บ่นๆ ประสาคนรักหนังค่ะ

ปล.ชอบอ่านที่คุณพี่หมู และคุณ inert gas วิจารณ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องหนังกันค่ะ















โดย: คิคูจิโร IP: 125.25.59.120 วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:23:12:37 น.  

 
โอ้โห่มากันเพียบค่ะ

เรื่องโรงหนังกะระบบภาพนี้เราก็ไม่เข้าใจอ่ะ เป็นคนหูไม่เทพ แล้ว ตาก็ไม่เทพอีกต่างหากเลยไม่รู้ว่าจะเอาระบบภาพดีสวดยอดกะเสียงกิ๊งขึ้นเทพไปทำไม แถมต้องจ่ายราคาแพงอีกอ่ะ อย่าง แบล็คสวอน ผกก เค้าอุตส่าห์ทำภาพให้มันดูเกรน นิดๆ ดูลึกลับหน่อยๆ ฉายธรรมดาก็ได้ จะดิจิตอลคมกริบไปถึงไหนอ่ะ ว่าไปไปซบอก ลิโดดีกว่า เราไม่เคยไปดู เฮ้าส์เลยอ่ะ ไปลำบากอ่ะค่ะ

เห็นด้วยกับคุณก๊าซเฉื่อย (ขี้เกียจกดเปลี่ยนภาษาอะค่ะ) เราดูเสร็จเราก็รู้สึกยังงั้นเหมือนกัน แต่แหม พ่อแม่คนไหนจะกล้ามาดู และพาลูกมาดู อ่ะ

ขอบคุณทั้งคู่ที่มาร่วมแชร์ค่ะ

เรื่องใหม่มาแล้วจะบอกค่ะ


โดย: -..- (tictin ) วันที่: 16 มีนาคม 2554 เวลา:0:35:24 น.  

 
ใช่ค่ะ..เฮ้าส์ RCA ค่อนข้างเดินทางไปยากค่ะ
เราชอบการออกแบบสถานที่ของเค้ามากกกกก.. อบอ่น สงบ สบาบๆเหมือนบ้านเลย

และเสียดายมากที่โรงหนังเฮ้าส์ไม่ประสบความสำเร็จในแง่ธุรกิจ เพราะเท่ากับทำให้ตอกย้ำว่า หนังที่ฉายให้คนไทยส่วนใหญ่ดูต้องเป็นหนังฮอลลีวู้ดตลาดๆ เท่านั้น และคงไม่มีใครกล้าที่จะทำโรงหนังดีๆ อย่างนี้อีกแล้ว

รักเครือลิโด รักเฮ้าส์ค่ะ


โดย: คิคูจิโร IP: 182.53.56.7 วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:21:27:37 น.  

 
นาตาลีแสดงออกมาได้ดีจิงๆค่ะ หลอนมากๆ ทำเอาเราหลอนไปหลายวัน
ดูจบแล้วแอบกลัวกระจกเล็กน้อย และไม่อยากเกาหลังอ่ะค่ะ
โดยเฉพาะฉากที่เทอหันเห็นกระจกและเห็นตัวเทอเองเกาหลังอยู่อ่ะค่ะ งึยยย

ประเด็นเรื่องแม่ของนีน่าอ่ะค่ะ เห็นมีคนถกอยู่เหมือนกันนะคะว่าเป็นเรื่องการทารุณทางเพศรึเปล่า
มีคนหยิบยกตอนที่นีน่าจิ้นเอาเองว่ามีอะไรกับลิลลี่แล้วสุดท้ายลิลลี่ก้อพูดว่า Sweet girl เนี่ยล่ะค่ะ
อารมณ์ว่าแม่ทารุณเลยเอามาหลอนรึเปล่า
แต่สำหรับแอร์แล้วคิดว่าแม่น่าจะเป็นพวกที่หวงลูกมากจนเกินเหตุ เพราะตัวเองเคยผ่านความผิดหวังมาก่อน
ทำให้ส่งทุกอย่างไปที่ตัวลูกอ่ะค่ะ ไม่น่าจะถึงขนาดทารุณทางเพศนะคะ
ส่วนตอนที่จิ้นแล้วลิลลี่พูดว่า Sweet girl น่าจะเป็นจิตสำนึกของนี่น่า
ตีกันเองมากกว่า เพราะแม่คอยบ่มฝังกดความต้องการเรื่องเพศ เมื่อนีน่าปลดปล่อยออกมาก้อเหมือนอีกฝั่งนึงของจิตใจเทอ
ไม่ยอมรับรึเปล่า....

อีกประเด็นมีคนสงสัยมากเลยค่ะว่านีน่าเป็นเลสรึเปล่า เพราะว่าเทอดูชอบจิ้นว่ามีอะไรกับลิลลี่ตลอด
มีคนตีความสองรูปแบบค่ะ แต่ส่วนตัวเข้าข้างความเห็นในแบบที่ว่า
เพราะว่านีน่ามองว่าลิลลี่เสมือนตัวเองในส่วนที่เป็นด้านมืด ที่มีความต้องการทางเพศ และสามารถแสดงอะไรออกมาได้อย่างไม่ต้องกลัวอะค่ะ
ตอนที่เทอมีอะไรกับตัวเองก็เลยคิดว่าตัวเองอีกคนเป็นลิลลี่

เรื่องตายตอนจบนั้น นี่น่าบอกว่าเทอเองเพอร์เฟค คิดว่าเทอเองคงจะแยกไม่ออกแล้วล่ะค่ะว่าอะไรคือเรื่องจิง
อะไรคือละคร เทอแสดงอินไปกับบทบาท คิดว่าตัวเอง"เป็น" หงส์ดำเข้าจิงๆ
และสุดท้ายเทอก้อได้ตาย และ "เป็น" หงส์ขาว เอาเข้าจิงๆเหมือนกัน
เหมือนกับสวมบทบาทว่าเป็นตัวละครนั้นจริงๆ ..PERFECT
แต่จริงๆแล้วการแสดงละครมันก้อคือการแสดง เป็นการเข้าใจตัวละคร และ"แสดง"ออกมา
ไม่ใช่ "เป็น" ตัวละครนั้นจริงๆ
(เหมือนการ์ตูนเรื่องหน้ากากแก้ว เคยดูป่ะคะ)

ปล.เรื่องนี้อยากดูมาก แต่ก้อไม่ได้ดูเพราะว่ามาในช่วงสอบ บอกว่าจะเก็บไว้ดูกับเจ้าเตี้ย
แต่สุดท้ายพี่โหลดเรื่องนี้มาดู อดใจไม่ไหว ไปดูก่อน โดนเตี้ยงอนเรยค่ะ แงวๆ


โดย: แอร์(น้องนู๋คนโปรด) IP: 58.9.239.11 วันที่: 19 มีนาคม 2554 เวลา:22:44:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tictin
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




( - .. - ) คนถูกใช้...
และ....(>_<~) คนใช้
Friends' blogs
[Add tictin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.