We Know Who We Are But We Know Not What We Can Be
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 

ย้อนตำนานม้าพยศ “ฟอร์ด มัสแตง” (Ford Mustang)

มรดกตกทอดจากรุ่นปู่ “เฮนรี่ ฟอร์ด” แห่งฟอร์ด มอเตอร์ เก็บเกี่ยวประสบการณ์นานกว่า 100 ปี จนกลายเป็นตำนานอุตสาหกรรมรถยนต์โลก และถูกเปลี่ยนมือบริหารสู่รุ่นหลานซีอีโอคนล่าสุด “บิลล์ ฟอร์ด”

ชื่อของฟอร์ดโด่งดังในตลาดรถยนต์ ขนาดเล็ก พลังแรง มานาน ฟอร์ดก้าวข้ามขีดจำกัด ด้วยการสร้างกลุ่มตลาดของตัวเอง ด้วยรูปทรงและสมรรถนะในสไตล์อเมริกัน โมเดลหลายรุ่นมีเอกลักษณ์โดดเด่น และโอกาสครบรอบฉลอง 40 ปี “ฟอร์ด มัสแตง” สปอร์ต คาร์ ราคาถูกที่สร้างชื่อในอดีตจนกลายเป็นรถยนต์รุ่นยอดนิยม ขวัญใจอเมริกันชนในยุค 60

ฟอร์ดขายมัสแตงไปแล้ว 8 ล้านคัน นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1964 และมีคลับมัสแตงอย่างน้อย 160 คลับ โดยรถมัสแตงโฉมใหม่นี้ ออกแบบโดยใช้โครงสร้างการขับเคลื่อนล้อหลังเหมือนกับของ ลินคอน แอลเอส, จากัวร์ เอส-ไทป์ และฟอร์ด ธันเดอร์เบิร์ด เวอร์ชันจีที ซึ่งมีการออกแบบโดยได้รับอิทธิพลมาจากมัสแตงในปี 1960 เป็นเครื่องยนต์ วี 8, 4.6 ลิตรซึ่งมีกำลัง 400 แรงม้า

ดอน เฟร หนึ่งในทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ฟอร์ด มอเตอร์ รำลึกถึงสิ่งเลวร้ายที่เขารู้สึกเมื่อนึกถึงฟอร์ด มอเตอร์ ช่วงต้นปี 1960 เฟรถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในแผนผลิตภัณฑ์รถสปอร์ตของฟอร์ด ยุคสมัยของเซ็กส์ ยาเสพติด และดนตรีร็อก แอนด์โรล ยุค 50-60 ที่เข้ามาระเบิดเวทีอเมริกา

มัสแตงไม่ใช่รถที่มีมานานที่สุดของ ดีทรอยต์ คอร์เวตต์ของเชฟโรเล็ตมีมาตั้งแต่ปี 1953 และจี๊ปที่ปัจจุบันตกอยู่ในมือ เดมเลอร์ ไครสเลอร์ วางจำหน่ายในแบบพลเรือนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945 แต่มัสแตงสามารถสร้างรายได้แก่ฟอร์ด มอเตอร์ อย่างมากในยุคเริ่มต้น และลุกลามสู่ดีทรอยต์ที่เป็นตลาดกำลังบูมสมัยนั้น

รถยนต์ที่พุ่งสู่ตำแหน่งสูงขึ้นจากการ สร้างสรรค์ และเชื้อเพลิงที่มากเท่าๆ กับสัญชาตญาณและแรงบันดาลใจ จนกลายเป็นตำนานของมัสแตงที่กล่าวขานกันอย่างมาก และครั้งหนึ่งความพยายามปิดสายการผลิตมัสแตง เพื่อลดต้นทุนของฟอร์ดในยุคที่ประสบปัญหาการเงินอย่างหนักช่วงปี 2000 ท่ามกลางคำคัดค้านของ “Gang of Eight” แกนนำ 8 คน ของฟอร์ด ต้องการเก็บมรดกชิ้นงามนี้เอาไว้

รถยนต์เปิดตัวเมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา ในวันที่17 เดือน เมษายน ปี 1964 ในงานนิวยอร์ก เวิลด์แฟร์ มัสแตงถูกตั้งฉายาในปี 1964 ถึงแม้ว่าจะต้องมีเลขทะเบียนรถที่ทำให้เป็น ทางการในปี 1965 รถยนต์ขนาดเล็กราคาเริ่มที่ 2,368 เหรียญ ส่วนรถเปิดประทุนอยู่ที่ 2,614 เหรียญ ราคานี้เทียบเท่ากับรถเล็กแบบประหยัดของเชฟวี่ และดอจจ์ แห่งค่ายจีเอ็ม

ความรุ่งเรืองของฟอร์ด มัสแตง แบ่ง เป็น 4 ยุค เริ่มต้นในปี1964 จนถึงปี 1973 ซึ่งฟอร์ด มัสแตง สามารถสร้างยอดขายกว่า 100,000 คัน ในช่วง 4 เดือนแรกของการเปิดตัว

ฟอร์ดสร้างโรงงานต้นฉบับมัสแตงที่ เดียร์บอร์น ก่อนที่จะขยายไปเปิดสาขาที่ สอง ที่ซานโยส คาลิส และปีต่อมาเปิดสาขาแห่งที่ 3 ในนิวเจอร์ซี่ เพื่อให้พอดีกับความต้องการ ซึ่งฟอร์ดสามารถขายมัสแตงได้ ตามเป้า 417,000 คัน ภายในปีแรก

ยุคที่ 2 เริ่มต้นในปี 1974-1978 แต่วิกฤตอุตสาหกรรมน้ำมันในสหรัฐฯ รุนแรงมาก ฟอร์ดจึงผลิตมัสแตงเจนเนอเรชั่น 2 ที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และเครื่องยนต์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แต่มัสแตงเป็นรถที่ได้รับฉายาว่า ม้าป่า ที่เป็นต้นกำเนิดของรถแบบโพนี่ คาร์ ที เป็นเพียงหนึ่งเดียวของตลาดนี้ ด้วยการออกแบบที่ดีในราคาถูก ซึ่งจะถูกใจทั้งชายและหญิง มีการสร้างสรรค์มรดกที่บอกเล่าความเป็นมาของมัสแตงที่ยิ่งใหญ่มากกว่าจำนวนผู้เป็นเจ้าของมัสแตง

ในปี 1979-1993 ความต้องการในตลาดรถอเมริกาบูมสุดขีด เครื่องยนต์ และการดีไซน์ กลับมาได้รับความนิยมอย่างมาก ฟอร์ด ปรุงแต่งมัสแตงรุ่นที่ 3 ให้มีดีไซน์และสี สวยงาม รองรับชนชั้นอเมริกันอย่างแท้จริง

แล่นสู่เส้นทางของชุมชน
ครั้งหนึ่งเมื่อโครงการเป็นรูปเป็นร่าง สตูดิโอ ทั้งสามสไตล์ของฟอร์ด มอเตอร์ ต่างแข่งกันดีไซน์มัสแตง และรูปแบบของมัสแตงค่อยๆ พัฒนาไป เพิ่มสิ่งต่างๆ เข้าไป อาทิ การใช้สีเพนท์ลงในโมเดลของรถตามแนวคิด “ไข่อีสเตอร์” ตามวัตถุประสงค์ในการสัมผัสถึงความน่าตื่นเต้น รูปม้าป่าที่กำลังจะกระโดด กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังในเวลาต่อมา

ดอน เฟร กล่าวว่า “ผมจัดการเอง เหมือนกับหมาป่าผู้โดดเดี่ยว ภายในสิ่งที่ผมเรียกว่าระบบบลูชิป ผมได้ทำสิ่งต่างๆ ให้ผู้อื่น ดังนั้น พวกเขาจึงกล่าวว่า โอเค เราจะทำเพื่อคุณ และพวกเขาก็แสดงให้เห็นว่า อะไรคือ ความยุ่งยาก ที่จะทำและส่วนต่างๆ ที่จะใช้ ดังนั้น ยานยนต์รุ่นนี้จึงง่ายและราคาไม่แพงในการผลิต

“มัสแตงสามารถทำได้เร็วพอๆ กับครึ่งหนึ่งของเงิน ซึ่งทำให้มัสแตงรุ่นแรกมีชื่อเสียงในหมู่ผู้ที่คลั่งไคล้อย่างมาก”

จากที่ผู้บริหารถามถึงด้านการตลาด และจุดคุ้มทุน เฟร ไม่ได้มีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาจึงไม่ใส่ใจมากนัก หัวหน้าการวิจัยตลาดได้ช่วยเขาโดยการบอกกับผู้บริหารใน ภายหลังว่า จุดคุ้มทุนอยู่ที่ 86,400 คันต่อปี

จุดต่ำสุดและจุดสูงสุด
ในปี 1990 มัสแตงเกือบล้มเลิกการผลิต เนื่องมาจากการดีไซน์ใหม่ที่ดูไม่คุ้มค่าต่อเชื้อเพลิงดิบ ความปลอดภัยและกฎการต่อต้านมลภาวะ

การสร้างรุ่นเดิมอีกครั้ง ด้วยปัจจัยหลักที่เป็นมัสแตงสร้างความกระตือรือร้นให้กับฟอร์ดที่ทำอยู่ใน ส่วนของโรงงานเก่าห่างจากสำนักงานใหญ่ของฟอร์ดเพื่อที่จะออกแบบอีกครั้งในแบบของพวกเขารถมัสแตงที่ใช้ทุนในการสร้างไม่แพง

มัสแตงกลับมาได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปี 2000 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นรุ่นที่ 5 ในรุ่นนี้ชิ้นส่วนทั้งหมดจะแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์ เทคนิคการสร้างที่มีแบรนด์มาจากต่างประเทศ และมีความเหมือนมัสแตงรุ่นแรกๆ มากที่สุด และที่สำคัญคือ การสนับสนุนอย่างมากจากบิลล์ ฟอร์ดซีอีโอของฟอร์ด

เพื่อการสร้างชื่อเสียงและยอดขายใน อนาคต และสายการผลิตรุ่นที่ 5 รูปลักษณ์มัสแตง จะมีสไตล์ต้นแบบมัสแตงรุ่นเก่าๆ แต่เน้นสมรรถนะะดีเยี่ยมเป็นเครื่องการันตี

ตั้งแต่ปี 1994-2004 มัสแตงมีอิสระมากขึ้น จากเดิมที่ผู้บริหารฟอร์ด เคยมีความคิดต้องการขายแบรนด์ “ม้าพยศ” ตัวนี้ทิ้ง แต่การผลักดันของ “Gang of Eight” แกนนำ 8 คนในฟอร์ดต้องการเก็บชื่อเสียงมัสแตงไว้

“มัสแตงเป็นรถที่มีคุณค่ามาก ซึ่งมัสแตงทำเงินได้เป็นอย่างดี แต่ความสำคัญของมันมีค่ามากกว่าด้านการเงิน”

ที่มา Business Thai




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2549
1 comments
Last Update : 3 ธันวาคม 2549 17:56:49 น.
Counter : 1172 Pageviews.

 


SWEET DREAM KA

 

โดย: icebridy 3 ธันวาคม 2549 19:19:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


The Mustang
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Welcome to The Mustang's Web Blog
Friends' blogs
[Add The Mustang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.