Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
27 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
ลูกรัก...บางครั้งลูกสอนแม่ ให้ได้ละอายใจจริงๆ

มีเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของเราแม่-ลูก ที่แม่นั้นจำได้ และจะไม่มีวันลืม เป็นเรื่องที่แม่เสียใจที่สุด ยิ่งกว่าตอนต้องเลิกกับพ่อของวินนี่ย์ และเหตการณ์วันนั้น เด็กน้อยๆอายุแค่ 4 ขวบนิดๆ อย่างวินนี่ย์ การกระทำของหนู ทำให้แม่ร้องไห้ และ ละอายใจอย่างที่สุด




น้องวินนี่ย์เป็นเด็กที่ซุกซน ชอบเรียนรู้ และเห็นอะไรไม่ได้เลย ต้องรีบไปหยิบ ไปจับ เพราะ อยากรู้อยากเห็นซึ่งเป็นธรรมดาของเด็ก แต่สิ่งที่วินนี่ย์ทำแล้วแม่ไม่ชอบ คือ วินนี่ย์ชอบเอาของๆแม่ไปเล่น ถึงแม้แม่จะเก็บไว้ดีแล้ว แต่วินนี่ย์ก็สามารถรื้อ ค้น เอาออกมาดู มาเล่น จนได้ และหลายครั้ง วินนี่ย์ทำของๆแม่หายไป เราแม่ลูก คุยกันเรื่องนี้ แม่บอกเหตผลวินนี่ย์ว่า "หนูไม่ควรหยิบของคนอื่นไปเล่น อย่างของๆแม่ แม่ไม่ว่าเลย ถ้าหนูเอาของแม่ไป แล้วหนูเอามาคืน แต่หนูไม่เคยเอามาคืนเลย แม่ต้องไปเดินหาเองทุกครั้ง...และบางครั้งหนูก็ทำหาย ถ้ามีใครหยิบของหนูไป แล้วทำหาย หนูจะชอบมั้ยลูก" วินนี่ย์ส่ายหน้า "ไม่ชอบค่ะ" "นี่เป็นแม่นะคะ แต่ถ้าหนูไปหยิบของคนอื่น คนอื่นจะว่า หนูเป็นขโมยได้ และเป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นบาป อย่าไปหยิบของคนอื่นเด็ดขาดนะคะ" วินนี่ย์พยักหน้า "ค่ะ" "แล้วถ้าหนูหยิบของแม่ไป หนูต้องเอามาคืนทุกครั้ง อย่าทำหาย เข้าใจมั้ยคะ" วินนี่ย์พยักหน้า "ค่ะ" ...เราคุยกันประมาณนี้ หลายครั้ง แต่ก็ว่านะ นักจิตวิทยาเด็กบอกว่า "วัยเด็กพ่อแม่ต้องเหนื่อยที่จะพูดมากๆ เพราะ ต้องสั่งสอนลูก เด็กจะไม่ทำตามทันที แต่มันจะซึมซับในความคิดของเด็ก และเป็นรากฐานในการดำเนินชีวิตของเด็กต่อไปในอนาคต" แม่ก็เห็นด้วยกับข้อความนี้ เลยใช้วิธีนี้กับวินนี่ย์เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเบื่อบ้างที่ต้องพูดบ่อยๆ

เมื่อช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา ประมาณเดือนมีนาคม แม่ซื้อแว่นตามาใหม่ ไม่ใช่แว่นสายตาอะไรหรอก เป็นแว่นสำหรับใส่เวลาอยู่หน้าคอมฯนานๆ วินนี่ย์เห็น ก็เอาของแม่ไปใส่เล่นอีกแล้วค่ะ แม่บอกวินนี่ย์ว่า "อย่าเอาไปเล่น" วินนี่ย์บอกว่า "หนูเอามาดูเฉยๆ" แม่ก็เห็นว่า วินนี่ย์คงอยากรู้ ก็เลยยอม แต่ก็บอกวินนี่ย์ว่า "แล้วต้องเอามาคืนด้วยนะคะ" วินนี่ย์รับปาก "ค่ะ" ผ่านไปซัก 20 นาทีได้ แม่ก็ถามวินนี่ย์ว่า "วินนี่ย์..เอาแว่นตามาคืนแม่ยัง" น้องวินนี่ย์ก็เฉย แม่เลยเดินไปหา ถามว่า "วินนี่ย์เอาแว่นตาแม่ไปไว้ไหน" วินนี่ย์ตอบ "ไม่รู้ค่ะ" (มองหน้าแม่ตาแป๋วๆ) แม่ชักไม่พอใจวินนี่ย์ แม่บอกให้วินนี่ย์ไปหามาเลย เอาไปไว้ไหน มันต้องอยู่แถวนี้แหละ วินนี่ยก็เดินหา แม่ก็ยืนดูอยู่ แล้วแม่ก็ช่วยหาด้วย ตามกล่องของเล่น ทีวี ใต้โต๊ะ ใต้เตียง ตระกร้าผ้า ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ ห้องนอน ทุกที่ที่คิดว่า วินนี่ย์น่าจะเดินไป แต่ก็ไม่พบ แม่บ่นวินนี่ย์ เพราะวันนั้น หงุดหงิด โกรธลูก วินนี่ย์ก็หน้าจ๋อย แม่คิดว่า แม่คงต้องลงโทษวินนี่ย์บ้าง เพราะ พูดอย่างเดียว คงไม่จำ แต่ด้วยเพราะโกรธวินนี่ย์มาก พอบ่นวินนี่ย์ด้วยเรื่องเดิมๆจบ แม่ก็มองหาไม้ที่จะตีวินนี่ย์ แต่ไม่มี เห็นไม้แขวนเสื้อ เลยหยิบมา คิดว่า จะฟาดที่ก้นซัก 3 ที มือข้างซ้ายจับมือลูกไว้ข้างหนึ่ง มือขวาถือไม้ แล้วแม่ก็ตีลงไป แต่วินนี่ย์หลบค่ะ เลยไม่โดนก้น แต่โดนหลังแขนอีกข้างที่แม่ไม่ได้จับ น้องวินนี่ย์เริ่มร้องไห้ แต่แม่ก็ฟาดอีกครั้งนึงที่ก้น แล้วก็หยุด พร้อมบอกว่า "จำไว้นะ แม่ไม่อยากตีหนู แต่หนูทำผิด แม่บอกหลายครั้งแล้วว่า ไม่มีใครชอบเลยหยิบของคนอื่นไปแล้วทำหาย หนูจำไว้นะ อย่าทำอย่างนี้ ไม่ว่าของใครทั้งนั้น" วินนี่ย์พยักหน้า ทั้งน้ำตา...

เวลาผ่านไปซักครึ่งชั่วโมงได้ แม่พาวืนนี่ย์ไปอาบน้ำ ตอนนั้นวินนี่ย์ไม่ร้องไห้แล้ว แม่ก็อารมณ์ดีขึ้นแล้ว ตอนถอดเสื้อให้ลูก แล้วจับลูกหันหลังเข้าห้องน้ำ แม่เห็นรอยช้ำๆที่หลังแขนวินนี่ย์ แม่คุกเข่าลง และ จับแขนวินนี่ย์มาดูใกล้ๆ น้องวินนี่ย์ผิวขาว เลยเห้นรอยช้ำได้ชัดมากๆ มันเป็นรอยของส่วนที่งอของไม้แขวนซื้อที่หลังแขน รอยช้ำ แบบห้อเลือด ออกม่วงๆเขียวๆ แม่ตกใจมาก คิดว่า เรารุนแรงกับลูกขนาดนี้เลยเหรอ เห็นแล้วสงสารลูกมาก ร้องไห้เลย ขอโทษวินนี่ย์ และกอดวินนี่ย์ไว้ พลางบอกว่า "แม่ขอโทษนะ แม่ไม่คิดจะตีหนูแรงอย่างนี้เลย แต่หนูก็ทำผิดนะลูก เจ็บมั้ยลูก" วินนี่ย์พยักหน้า แล้วแบะปาก เห็นแม่ร้องไห้ก็ร้องตาม วินนี่ย์เอามือมาจับแก้มแม่ เช็ดน้ำตาให้แม่ แล้วบอกว่า "แม่อย่าร้องไห้ หนูรักแม่นะ" ได้ยินอย่างนี้ แม่ยิ่งร้องไห้ใหญ่เลยค่ะ รู้สึกผิดมากๆ ละอายใจมากๆ ตัวแค่นี้ ไม่โกรธแม่เลย ทั้งที่โดนตีซะเจ็บอย่างนี้

พออาบน้ำให้เสร็จแล้ว แม่ก็ยังน้ำตาซึมตลอด ตอนแต่งตัวให้ลูก วินนี่ย์เห็นแม่ร้องไห้ หน้าเศร้า วินนี่ย์ก็พยายามทำหน้าทะเล้นใส่แม่ เพื่อให้แม่อารมณ์ดีขึ้น ยิ่งเห็นอย่างนั้น ยิ่งรู้สึกละอายใจจริงๆ เราเป็นผู้ใหญ่ เป็นแม่แท้ๆ เราทำรุนแรงกับลูก แล้วลูกไม่โกรธเราซักนิด แถมยังยอมรับผิดแต่โดยดี...หลังจากแต่งตัวเสร็จ แม่ก็เอายามาทาให้วินนี่ย์ ระหว่างที่ทาก็ยังอดที่จะร้องไห้ และขอโทษลูกอีก คืนนั้น น้องวินนี่ย์หลับไป แม่ก็ยังเปิดดูรอยไม้แขวนเสื้อนั้น แล้วรู้สึกสะเทือนใจ การที่ลูกไม่โกรธ และ ยอมรับผิด ได้สอนให้แม่ได้คิด และจะไม่ทำรุนแรงกับลูกอย่างนี้อีก

เช้าวันต่อมา แม่บอกวินนี่ย์ว่า "วันนี้วินนี่ย์ลองหาแว่นตาของแม่ใหม่นะลูก" วินนี่ย์รับปากเสียงดัง"ค่ะ" แม่ก็ไม่ได้คาดหวังว่า วินนี่ย์จะหาเจอ เพราะ เหตุการณ์เมื่อคืน ทำให้แม่ไม่อยากได้แว่นตาอันนั้นแล้ว แต่แม่ต้องการหัดให้วินนี่ย์รับผิดชอบของๆคนอื่นแม่เลยบอกให้วินนี่ย์หาอีกครั้ง...แล้วบ่ายวันนั้น ขณะที่กำลังทำงานอยู่ข้างล่าง แม่ก็ได้ยินเสียงวินนี่ย์ วิ่งลงบันไดมา พร้อมกับตะโกนเรียกแม่อย่างตื่นเต้นว่า "แม่....หนูเจอแว่นตาแม่แล้วค่ะ" วินนี่ย์วิ่งถือแว่นตามาให้แม่ หน้าตายิ้มแย้ม ดีใจสุดๆ พร้อมกับบอกว่า "หนูหาเจอแล้ว แม่ดีใจมั้ยคะ" แม่ยิ้มให้วินนี่ย์ และบอกว่า "ดีใจซิคะ หนูดีใจมั้ย" วินนี่ย์ตอบเสียงดังว่า "ดีใจที่สุดเลยค่ะ" แม่กอดวินนี่ย์แล้วบอกว่า "ขอบใจนะลูก หนูเก่งจัง หาจนเจอ"

เรื่องที่เล่านี้ เวลานึกถึง ทำให้น้ำตาคลอได้เสมอ วินนี่ย์ได้สอนแม่มากมาย ขณะเดียวกัน วินนี่ย์ก็ได้รับบทเรียนจากการหยิบของที่ไม่ใช่ของตัวเอง แม่สอนให้วินนี่ย์ต้องรับผิดชอบของๆคนอื่น ถ้าวินนี่ย์ขอยืมดู หรือ ขอเอาไปเล่น ต้องนำมาคืน แต่ทางที่ดีที่สุด วินนี่ย์ไมควรหยิบของคนอื่นไปเลย แต่ตอนนี้ วินนี่ย์ยังเล็ก ยังไม่เข้าใจอะไรมาก แม่ก็ได้แต่หวัง อย่างเช่น นักจิตวิทยาที่เขียนไว้ในหนังสือตามที่ได้เขียนไว้ข้างต้น

ทุกวันนี้ วินนี่ย์ก็ยังอยากรู้ อยากเห็นเช่นเดิม ยังหยิบอะไรๆมาดู มาเล่นเสมอ แต่แม่ก็ระวังมากขึ้น คอยเตือนวินนี่ย์เสมอว่า "หยิบของอากงไป ต้องเอามาคืนนะ" หรือหลังจากหยิบไปได้ซักพัก แม่ก็จะถามว่า "เอาไปคืนหรือยัง" ต้องคอยเตือนตลอด เพราะ อยากฝึกวินนี่ย์ แต่วินนี่ย์ก็ไม่ได้ทำให้แม่ผิดหวัง หลังจากโดนทำโทษวันนั้น วินนี่ย์รับผิดชอบของๆคนอื่นดีขึ้น และไม่หลงลืม ส่วนแม่ ทุกครั้งที่หงุดหงิดวินนี่ย์ เรื่องนี้ก็ทำให้แม่ใจเย็นขึ้น ต้องคิด และหาเหตผลมาสอนลูก มากกว่าที่จะตี...

อยากให้เรื่องนี้ เป็นอุทาหรณ์ให้กับพ่อ แม่ทุกท่าน ที่มีลูก อย่าใช้ความรุนแรงกับลูกเลย ใจเย็นๆดีกว่า ค่อยๆสอนด้วยเหตและผล เพราะ ทำรุนแรงไป นอกจากลูกจะเจ็บตัวและเสียใจแล้ว คนที่เสียใจที่สุด ก็คือ พ่อ แม่นั่นเอง




Create Date : 27 มิถุนายน 2551
Last Update : 28 มิถุนายน 2551 23:41:17 น. 55 comments
Counter : 417 Pageviews.

 
อ่านแล้วก็ซึ้งค่ะ ไม่อยากบอกว่ามีน้ำตาไปด้วย หัวอกของผู้เป็นแม่ด้วยกันเข้าใจค่ะ บางครั้งเราอยากให้ลูกทำในสิ่งที่ดี แต่บางทีเราสอนด้วยอารมณ์ ลูกก็เสียใจมีน้ำตาเปี่มล้นแก้มน้อย ๆ ไปด้วย เพราะเขาก็เสียใจและรักเราเหมือนกัน ...


โดย: Tristy วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:12:51:13 น.  

 


กาแฟมาเสริฟค่ะพี่หมวย
ทานข้าวเที่ยงหรือยังคะ งุงิ


โดย: Butterflyblog วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:13:13:29 น.  

 
มาอ่านแล้วน้ำตาคลอตาม คิดถึงแม่ อ่ะ


โดย: 2times4t วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:13:18:24 น.  

 

ดอกฝิ่นในสายลมหนาว
สร้าง Comment ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง..คลิ๊กที่นี่


เอาไอศครีมอร่อย ๆ มาฝากวินนีย์
และมาเช็ดน้ำตาให้คุณแม่ผู้น่ารักด้วยค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:13:39:07 น.  

 
เขียนได้ดีครับน้องหมวย
ได้แง่คิดมากมายเลยครับ
พี่ก๋าคงไม่ตีลูกครับ
ให้เป็นหน้าที่แม่ก็แล้วกัน 55555

คนนึงเป็นยักษ์ คนนึงเป็นเทวดา
แบบว่าพี่ก๋าตกลงกับมาดามไว้เรียบร้อยแล้วครับ
ว่าพี่ก๋าจะเป็นเทวดาครับ 55555




โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:14:02:28 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ
ขอบคุณที่แวะเข้าไปเยี่ยมชมที่บล็อกนะคะ ยินดีต้อนรับเสมอค่ะ
ขอให้มีความสุขมากมายนะคะ


โดย: nLatte วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:14:03:35 น.  

 
ซึ้งจังค่ะ และก็ยินดีที่ได้รู้จัก ขอเป็นเพื่อนด้วยคน พึ่งทำบล๊อกใหม่ค่ะ ไงก็จะแวะมาเรื่อย ๆนะค่ะ.....


โดย: เจ้ (arlendil ) วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:14:11:04 น.  

 
อ่านแล้วน้ำตาคลอเลยค่ะ เข้าใจทั้งคุณแม่และน้องวินนีย์เลยค่ะ

เีขียนได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ รู้สึกได้ถึงความรัก ความผูกพัน และข้อคิดดี ๆ ค่ะ


โดย: vanillaorchid วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:14:12:54 น.  

 
เข้าใจคนเป็นแม่เลย เคยมีความรู้สึกแบบนี้นึกถึงทีไรรู้สึกเสียใจทุกที พยายามจะไม่ใช้อารมณ์ตีลูก และตอนนี้จะกอดและบอกรักลูกอยู่เสมอๆค่ะ


โดย: เจย์ IP: 202.44.4.62 วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:14:42:48 น.  

 
อ่านแล้วนึกถึงตัวเองตอนเด็กเลยอะพี่

ตอนเด็กๆแม่บอกว่าหนูทั้งซนทั้งดื้อเลยอะ โดนแม่ตีบ่อยเหมือนกันแต่พอตีเสร็จแล้วแม่ก็จะโอ๋ทุกที หนูเลยไม่ค่อยเข็ดเท่าไหร่ ^^


โดย: น้องผิง วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:14:47:02 น.  

 


คิดถึงแม่อะพี่หมวย...อยากกลับบ้าน


โดย: แม่นู๋มี่ วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:14:48:47 น.  

 
ลูกรักแม่ ลูกก็รู้แม่รักลูกบางครั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ช่วยสอนเป็นอย่างดีให้กับคนสองคน

เข้าใจและผูกพันกันมากขึ้น ลูกก็รับผิดชอบมากขึ้น

น้องวินนีย์น่ารักจังเลยคะ


โดย: marinesnow วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:14:49:40 น.  

 
อ่านแล้วซึ้งจัง
น้องวินนี่ท์ก็น่ารัก ท่าทางพูดเก่งน่าดูิเลย


โดย: หนูป่าน IP: 202.151.6.35 วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:15:13:50 น.  

 
คุณหมวยเขียนบรรยายความรู้สึกได้ดีมากเลยค่ะ ตู๋เองก็เคยตีลูกแรงไปหนนึงเหมือนกัน ขนาดตีด้วยมือ ขาลูกยังขึ้นรอยแดง พอทำไปแล้ว มาเห็นลูกเจ็บ ก็รู้สึกเสียใจทีหลัง แต่ลูกไม่โกรธเราสิ เจ็บยิ่งกว่า


โดย: winnie in love วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:15:15:40 น.  

 
ชอบแม่ลูกคู่นี้จังเลยค่ะ
มักจะมีเรื่องราวดีๆมาเล่าให้ฟัง

ถ้าเหตุการณ์นี้ไม่เกิดขึ้นเราก็จะไม่รู้สึกอะไรแบบนี้...

สิ่งใดเกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ...ค่ะ


โดย: ปลายดินสอ วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:15:18:27 น.  

 
ซึ้งจังเยย

คิดถึงแม่จังอ่ะ


โดย: +LuxuryPeanut+ วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:15:31:56 น.  

 
อ่านแล้วนำตาซึมไปด้วยเลยค่ะเป้นแม่คนนี้ต้องอดทนจริงๆ


โดย: ยายกุ๊กไ่ก่ วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:16:28:10 น.  

 
บางมุมมองของเด็กก็ทำให้เราลืมไป เรารู้และคิดตามเค้า เราก็ไม่ต้องอายเนอะ เพราะว่าเราๆ แก่ๆไปแล้วยังมีคิดผิดไปนิดได้บ้างเลย บางครั้งเราเลยต้องมองมุมมองเค้า ฟังเค้าบ้างอ่ะเนอะ


โดย: ClayAnn วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:16:29:35 น.  

 
แบบนี้น้องวินนี่ย์คงทั้งรักและทั้งกลัวหม่าม้าหมวยมากเลยนะครับ 55555



โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:16:42:55 น.  

 
น้องวินนี่ย์น่ารักจังค่ะ ...


ทานอาหารเย็นยังคะ เอายำมาเสิร์ฟค่ะ






โดย: Sao'Padlung วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:16:57:51 น.  

 
สวัสดีค่ะ..

เด็กก็คือผ้าขาว บางเบา..

แล้วแต่เราจะแต่งแต้มสีสรร..

แต่บางครั้งเขาก็สะท้อนกลับเรามา

แบบน่าใจหาย..อะไรจะเก่งปานนั้น..

ขอแสดงความชื่นชมในตัวน้องเขาด้วยค่ะ..
zwani.com myspace graphic comments
Myspace Icons
ขอให้มีความสุขมากๆทั้งครอบครัวเลยนะค่ะ


โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:17:33:13 น.  

 
อ่านจบแล้ว อยากกอดน้องวินนี่ย์มากๆเลยครับ ....ซึ้งอะ


โดย: MM (ongchai_maewmong ) วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:17:52:32 น.  

 
น้องวินนี่ย์น่ารักจังค่ะ แอบซึ้งด้วยคน.. ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ ขอบคุณที่แวะมาที่บล๊อคนะค่ะ


โดย: noonagist วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:18:20:05 น.  

 
งิงิ

ก้อจริงอย่างเค๊าบอกล่ะค่ะ

ที่ว่าพี่หมวยเหมียนยี่ปุ่น

ก็พี่หมวยขาวซะขนาดนั้น อิอิ

แต่ยูกาตะ ใส่ง่ายกว่ากิโมโนเยอะเยย

ถูกกว่าด้วย คริๆๆ ลองหาใส่ดูจิค๊า


ท่าจาสวยเจงๆล่ะ


โดย: +LuxuryPeanut+ วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:18:23:56 น.  

 
อ่านแล้วคล้อยตามเลยค่ะ


โดย: ลูกโป่งลอยฟ้า_ชิงช้าสวรรค์ วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:19:19:28 น.  

 
555++

เพ่หมวยนี่จายังไงน๊า

พีอ่อนกว่าเจ้าเอม ตั้ง 6 ปี อิอิ

นู๋ยังเดะนี่ค๊า


โดย: +LuxuryPeanut+ วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:19:47:24 น.  

 
อ่านหัวข้อพี่ขอเป็นกำลังใจให้น้องหมวยนะค่ะ
ป.ล.เช็คหลังไมค์นะค่ะ
ขอให้สองแม่ลูกฝันดีนะค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:21:28:00 น.  

 
อ่านแล้วซึ้งค่ะ สงสารน้องวินนี่ย์ด้วย แต่อีกใจก็เห็นใจคุณแม่ อดทนอีกนิดนะคะถ้าน้องโตกว่านี้ก็จะไม่ดื้อแล้วล่ะ ส้มเอาใจช่วยค่ะ


โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:21:46:01 น.  

 
อ่านแล้วซึ้งจังเลยพี่หมวย ขนาดมุกยังไม่มีลูกนะคะ แต่จะเก็บไว้เป็นข้อคิดในวันข้างหน้าที่มุกมีลูกนะคะ

ปล.1 ฝากหอมแก้มน้องวินนี่ย์ด้วยนคะ คิดถึงจังคะ
ปล.2 วันก่อนเล่าเรื่องน้องวินนี่ย์อยากกินจิ้งหรีด ให้แฟนมุกฟัง เค้าหัวเราะใหญ่เลยคะ บอกว่าน้องวินนี่ย์น่ารักมากๆ อยากมีลูกน่ารัก ช่างพูดแบบนี้บ้าง


โดย: mook (haiti ) วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:22:42:04 น.  

 
พี่ว่าหมวยทำถูกก็ต้องมีตีบ้าง
แต่ไม่ใช่เขาไม่เคยรู้เลยว่าเขาทำแบบนี้ผิด
เราบอกกันบ่อยๆๆ การไม่ลงโทษกันเลยเขาก็ไม่รู้ว่าเรา
เป็นแม่ที่สามารถที่จะลงโทษเขาได้
เรามีพระเดช ในฐานะแม่
และเราก็มีพระคุณและรักเขาในฐานะแม่
เหมือนกัน พี่ก็เด็กโบราณ ตอนเราเด็กหมวยน่าจะรู้ว่าเราเอาแต่ใจ
เพราะอะไรยิ่งหมวยรักลูกๆก็รู้ว่าหมวยไม่ตี
ก็ตามใจตัวเองมากขึ้น ต่อไปเหตุผลที่เราบอกไป
ก็ไม่ได้เป็นหมายเหตุกำกับอะไรให้
ให้ฉุดคิด ก็เหมือนทุกครั้งที่หมวยบอกเขาแล้วไม่ใส่ใจจำ
แต่ครั้งนี้เขารู้ด้วยความเจ็บ และน้ำตาที่แม่เสียเพราะเขา
เด็กกลัวที่สุดก็คือแม่ไม่รัก
ครั้งนี้เขาต้องจำเพราะเขาก็กลัวว่า
จะไม่รักเขาเพราะเขาไม่เคยเจอ
แต่ถ้าตอนหลังหมวยไม่อยากตีเขา
้เราก็แสดงออกว่าถ้าเขาทำแบบนี้เราจะไม่รักเขา
เราอาจจะไม่พูดกับเขาเพราะเขาไม่ฟังเรา


โดย: หนึ่งคิด วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:23:12:32 น.  

 
อ่านแล้วนำ้ตาคลอเลยค่ะ อยากรู้ว่าความรักของแม่ยิ่งใหญ่ที่ไหน
บล๊อคนี้มีคำตอบให้เสมอค่ะ...



โดย: นางฟ้าหน้าหมวย (บินปร๋อ ) วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:0:02:59 น.  

 
เคยเป็นอย่างนี้เหมือนกันค่ะ ตีไปแล้วรู้สึกเสียใจ ทุกวันนี้ยังนึกถึงเหตุการณ์นั้นแม้จะผ่านมานานแล้ว .....

มันจะเป็นบทเรียนให้เราสองแม่ลูกค่ะ ยังมีอีกหลายเรื่องนะค่ะ สำหรับเด็กเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หลายครั้งเหมือนกันค่ะที่พูดแล้วไม่ฟัง จนกระทั่งผลเสียเกิดขึ้นเค้าถึงได้รู้....

เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ สู้ พยายามค่ะ เป็นคุณแม่ต้องอดทนค่ะ


โดย: ann_269 วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:0:17:36 น.  

 
น่ารักทั้งคุณแม่ และ คุณลูกค่ะ
อ่านข้อความด้านบนแล้วทำให้รู้สึกซึ้งคามไปด้วย

คุณแม่ก็ทำถูกแล้วล่ะค่ะที่ตีลูก ( แต่อาจจะแรงไปนิดเน๊อะ )
เห็นด้วยค่ะกับการสอนให้เด็กรู้ และ รู้จักรับผิดชอบของคนอื่น (แม้นจะเป็นของคุณแม่ก็ตาม )

ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ และคุณลูกน่ะค่ะ

วันหยุดสุดสัปดาห์ ขอให้มีความสุขกับวันหยุดพักผ่อนน่ะค่ะ


โดย: sao-aor วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:0:34:55 น.  

 
5555555555555

อ่าน เรื่อง น้อง แว้ว หนุก ดี ก้าบบบบบ

พี่ ก้าบบบบบบบบบบบบบ

ถ้า สับ ตอน อึ๊ อื๋อ

ทั้ง คน สับ

คน โดน สับ คง ตายยยยย ก้าบบบ

ยิ่ง เจอ คน ท้อง เสีย

พรวดดดดดดดดดดดด

ปรู้ดดดดดดดดดดดดดดด

ปร้าดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

555555555555555

คน สับ คง เหม็น

จน รา ลึก ชาด ด้าย เยย ก้าบบบบบบบ


โดย: dogamania วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:1:28:22 น.  

 
^^ น้องวินนี่ย์น่ารักดีครับ


โดย: เจ้าชายฟลุค วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:1:36:44 น.  

 
ซึ้งงง อ่านเเล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ เเหะ เเหะ


โดย: Chocolate Junkie วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:3:40:28 น.  

 


โดย: กระแต (pp_parich ) วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:4:39:26 น.  

 
อยากกลับไปกอดแม่จังเลยค่ะ คิดถึงแม่


โดย: Picike วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:4:49:34 น.  

 
เหมือนกันเลยค่ะ..พี่หมวย
ลุกนี่..ไม่อยากตีเลย แต่ก็อดไม่ได้
บางครั้ง..ลูกกำลังโต ก็ดื้อเป็นธรรมดา
แต่บางครั้ง...ถ้าไม่ตี ก็ไม่รู้ไง
ลูกแจงนี่..ก็โดนอยู่เรื่อยๆ...เพราดื้อเหลือเกิน
แต่พยายามไม่ตีให้หนักค่ะ
ตีพอให้รู้..ว่าสิ่งที่ทำลงไป มันไม่ดี
ที่แจงต้องตีบ้าง..เพราะคนที่บ้านตามใจเหลือเกิน
เค้ารักของเค้า..แต่เวลาเค้าทำโทษลูกที
แรงกว่าเราหลายเท่า...จนเราต้องปรามๆกลัวลูกเจ็บ

เข้าใจเลยค่ะ..สถานการณ์แบบนี้
เพราะบางที..แจงก็เผลอเหมือนกัน
อารามโมโห...ฟาดไปไม่ได้คิด
ทำไปแล้ว..เสียใจ ร้องไห้...สงสารลูก
ลูกคนแรก..ไม่เคยเลี้ยงเด้กมาก่อน
หงุดหงิ..เป็นธรรมดา..แต่ช่วงหลัง..โอเคแล้วค่ะ
โมโห..ก็ข่มใจไว้บ้าง...อย่างคราวที่แล้ว
ลูกสาว..เอาหนังสือสุดรักมาฉีกเล่น
ตอนแรก..โมโหอย่างแรง..หนังสือของรัก..ใครห้ามแตะ..ฮา ฮา
แต่ก็ข่มใจ..คิด.อืม..ความผิดเราเอง
เผ็นผู้ใหญ่แท้ๆ...ไม่เก็บของให้พ้นมือเด็ก
เด็กมันจะรู้ได้อย่างไร..เดี๋ยวโตขึ้นอีกหน่อย
พอเข้าใจอะไรมากขึ้น..ค่อยๆสอนไปค่ะ


โดย: nikanda วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:5:50:57 น.  

 
น้องหมวยชมให้มาดามอ่านแบบนี้
รับรองเดี๋ยวเธอเข้ามาอ่าน

ยิ้มมมมมมมมม
ไปถึงดวงจันทร์เลยครับ 555555




โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:6:36:45 น.  

 
น้องหมวยค่ะ พี่เข้าใจความรู้สึกน้องหมวยตอนนั้น ที่โกรธที่น้องวินนีย์ทำแว่นตาหาย เลยลงโทษน้องไป พอเรามาเห็นแผลน้องแล้วทำให้เรารู้สึกเสียใจ เข้าใจความรู้สึกค่ะ ถึงพี่จะไม่เคยมีลูก

แต่พี่ก็เคยมีน้องเล็ก ๆ ที่ต้องเลี้ยงสมัยเด็ก บางครั้งน้องดื้อ พี่ก็ตีไปแรง ๆ พอตีเสร็จแล้วมาเห็นผื่นแดง แล้วรู้สึกเสียใจ เพราะน้องยังเด็กมาก ไม่ทราบว่าอะไรผิด อะไรถูก เค้าถึงเรียกว่าเด็กไงค่ะ

แต่คุณหมวยก็ทำดีที่สุดแล้ว และอีกอย่างธรรมชาติของเด็ก เค้าไร้เรียงสา เด็กนัก ดิฉันอ่านไปก็เข้าใจความรู้สึกคุณหมวย และสงสารน้องมาก ตอนถูกตี แต่ไม่อยากให้คุณหมวยคิดมากค่ะ จะทำให้คุณหมวยไม่สบายใจ

คุณหมวยเป็นคนที่เข็มแข็งมากน่ะค่ะ ที่เลี้ยงน้องมาด้วยตัวเอง

พีต้องเข้ามาขอบคุณน้องหมวย ที่เข้าไปเขียนคำหวาน ๆ ในยล๊อกของพี่

มีความสุขมาก ๆ ค่ะ และฝากความคิดถึงน้องวินนีย์ด้วยน่ะค่ะ


โดย: jiney6 (สวยตลอดกาล ) วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:6:52:21 น.  

 
คุณหมวย น้องน่ารักมากมากค่ะ อ่านแล้วเข้าใจมากมากค่ะ เป็นคุณแม่ลูกสองค่ะ คำว่ารักลูกเนี่ยเป็นอะไรอธืบายไม่ได้เลยว่ายิ่งใหญ่เท่าไหนเนอะ....


โดย: Napassawan วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:7:11:36 น.  

 
อ่านแล้วซึ้งค่ะ

สงสารทั้งคุณแม่คุณลูก แต่ก็ยังดีที่สุดท้ายทั้งคู่ก็ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มนะคะ


โดย: dailydelicious วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:8:16:52 น.  

 
นั่นสิน้องหมวย

มันทำให้พี่ก๋าจำได้แม่นเลยครับ
อีกหน่อยถ้าลูกถามว่าเค้าเกิดวันไหน
พี่ก๋าจะบอกเค้าว่า

"ลูกเกิดในวันที่รุ้งกินน้ำขึ้นที่ท้องฟ้า" ครับ




โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:10:01:02 น.  

 
โอยย พี่หมวยขา น้องร้องไห้หยดเลอะเทอะโน๊ตบุ๊คไปหมดเลย

บัวอยู่กับแม่สองคนมาตั้งแต่สองขวบค่ะ พี่หมวยเลี้ยงวินนี่ย์คล้ายๆที่แม่บัวเลี้ยงมา แม่ยอมพูดเรื่องเดิมๆทั้งที่บ่นตามมาเสมอว่าเบื่อแล้วนะเรื่องนี้ คราวหน้าจะไม่พูดแล้ว แต่แม่ไม่เคยตีเลยค่ะ ซึ่งบางทีบัวว่าตียังซะจะดีกว่า แม่ไม่มองหน้า ไม่คุยด้วย โหยย ทรมาน บัวยิ่งรู้สึกผิดมากไปใหญ่ แต่ทุกครั้งที่แม่ดุหรือทำโทษแม่จะให้ไปคิดมาว่าหนูทำผิดอะไรแล้วมาบอกแม่ แล้วเราก็จะมานั่งคุยกันหลังจากแม่ร้องไห้เสร็จแล้ว แม่ร้องค่ะ บัวไม่ร้อง บัวเป็นเด็กค่อนข้างแข็งต่อหน้าคนอื่น ไม่อยากให้ใครเห็นเราร้องไห้ วินนี่ย์น่ารักกว่าบัวเยอะเลยค่ะ ทุกครั้งที่แม่ให้คิดว่าทำอะไรผิด บัวคิดได้ทุกครั้งเลยนะคะ แต่ปากหนักที่จะขอโทษ เป็นเด็กไม่ดีเลยเนอะ แต่ถ้าแม่ผิดแม่ขอโทษทุกครั้งเลย แต่ตอนนี้ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ เราโตขึ้น ถึงแม้ยังไม่มีลูก แต่การที่ได้เป็นครูสอนเด็กๆมานาน เราเริ่มรู้ว่าการอบรมคนคนนึงให้เป็นคนดีเนี่ยมันยากจริงๆน้อ การเป็นแม่คนเนี่ยเป็นภารกิจที่น่ายกย่องที่สุดในโลกเลยค่ะ


โดย: Tiny Bakery วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:11:14:31 น.  

 
ขอบคุณที่มาเยี่ยมบล็อกนะคะ

บุ๋มเองก็แต่งหน้าไม่ค่อยเก่งค่ะ อาศัยมั่วๆไป

อ่านเรื่องราวของคุณแม่กับน้อง แล้วซึ้งจังเลยค่ะ เราคนเป็นแม่ ถ้าไม่หนักหนาก็คงไม่อยากตีลูก บุ๋มก็เป็นค่ะ


โดย: บุ๋ม ชลบุรีมามี่คลับ IP: 222.123.112.155 วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:11:28:22 น.  

 
เล่าได้ประทับใจมากค่ะ น้องกำลังเรียนรู้น่ะค่ะ


โดย: Aisha วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:14:25:30 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า



คำว่า คิดถึง ใครๆก้อรู้จัก
คำว่า ห่วงใย คือรักที่สะสม
คำว่า อารมณ์ ไม่ได้หายไปกับลม
แต่เป็นปมผูก มิตรภาพ ไว้ด้วยกัน



** ขอให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงนะจ้า **


คิดถึงคุณแม่เลยอะคุณหมวย


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:15:03:29 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆค่ะ


โดย: pumpond วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:16:19:03 น.  

 
กลับมาอ่านให้จบอีกทีค่ะ ซึ้งเลยค่ะทีนี้ หายากค่ะที่เด็กตัวแค่นี้จะรู้จักยอมรับ และปลอบ เพราะส่วนใหญ่เด็กจะยังไม่มีอารมณ์ส่วนนี้ หลายเด็กจะเป็นงอนไปซะมากกว่า แต่ไม่ว่ายังงัยก็ตาม อยู่ที่เราสอนอ่ะนะคะ น้องวินนี่ย์ดีที่สุดเลยค่ะ


โดย: ClayAnn วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:20:33:10 น.  

 
สวัสดีค่ะ น้องหมวย

พี่ดีใจน่ะค่ะ ที่มีเป็นส่วนหนึ่งที่ให้กำลังน้องหมวย

เห็นหน้าน้องวินนี่ย์ที่กล่องคอมเม้นส์ที่ไร ก็นึกถึงหน้าน้องหมวย

หลานวินนีย์ดูสดใส น่ารักน่ะค่ะ
มีความสุขมาก ๆ น่ะค่ะและขอบคุณน้องหมวยสำหรับคำชมเรื่องขอบครัว

พี่กับสามีแต่งงานกันตอนอายุมากค่ะ เราสองคนผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เชื่อไหมค่ะ แต่งงานมาแรก ๆ ชีวิตไม่สบายอย่างนี้หรอกค่ะ เมื่อสี่ปีก่อนเงินเดือนสามียังไม่มาก เชื่อไหมค่ะเงินเดือนชนเดือนแถมยังติดลบอีก เงินจะสมัครเสียค่าธรรมเนียมกรีนการ์ด ยังต้องรอไปเลยค่ะ

พอแล้วน้องหมวยฟังเรื่องเศร้าของพี่กับสามี

มีความสุขมาก ๆ ค่ะ


โดย: jiney6 (สวยตลอดกาล ) วันที่: 29 มิถุนายน 2551 เวลา:8:42:51 น.  

 
สวัสดีวันอาทิตย์นะคะ


โดย: แม่นู๋มี่ วันที่: 29 มิถุนายน 2551 เวลา:10:18:39 น.  

 
ความรักของแม่ยิ่งใหญ่เสมอเจ้าค่ะ ยายหิ่นรักแม่มากมาย


โดย: ยายหิ่น (Laynee-floral ) วันที่: 29 มิถุนายน 2551 เวลา:10:27:19 น.  

 
เข้ามาขอแอ็ด คุณแม่หมวยค่ะ


โดย: dailydelicious วันที่: 29 มิถุนายน 2551 เวลา:11:20:39 น.  

 
เข้ามาอ่านเรื่องราวของคุณแม่น้องวินนี่ย์ แล้วนั่งร้องไห้เลยค่ะ เพราะตัวเองก็เป็นคนนึงที่เคยทำรุนแรงกับลูก หยิกเค้าจนห้อเลือดเหมือนกัน ที่สะเทือนใจคือ เค้าก็ยังรักและร้องหาแม่ทุกครั้ง ไม่โกรธเราเลยสักนิด ละอายใจเหมือนกันค่ะ


โดย: แม่หนมจีนน้อย วันที่: 2 กรกฎาคม 2551 เวลา:2:04:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

วินนี่ย์หมีพูห์
Location :
เพชรบูรณ์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็น single mom ค่ะ ภูมิใจมากที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง ชีวิตต้องก้าวต่อไปข้างหน้า เป็นกำลังใจให้ single mom ทุกคนค่ะ
Friends' blogs
[Add วินนี่ย์หมีพูห์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.