พฤศจิกายน 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
25
27
29
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 3 หยอกเย้า




เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

บทที่ 3 หยอกเย้า

มันถามตามความสงสัยแต่ก็ยังมองเหลือบมองไปที่ถังน้ำที่อยู่ในมือ

“ก็มิเห็นมีกระไร”

“ลองมองให้ใกล้ๆ ซิ”

ไอ้ลวกมันก็พาซื่อทำตามโดยยกถังมาดูใกล้ๆพอมันยกถังเข้าใกล้จมูกมันก็ร้องเสียงหลง ทิ้งถังลงอย่างรวดเร็ว แล้วก็นั่งลงไหว้หวายด้วยตัวสั่นงันงก สร้างความสงสัยให้กับเพื่อนร่วมขบวนยิ่งนัก

“กระผมมิได้ตั้งใจขอรับ แฮ่ๆ”

หลังจากไอ้ลวกทิ้งถังลงนั่งไหว้ตัวสั่นสร้างความสงสัยให้กับผู้อื่นยิ่งนักหลายคนเดินไปดูผลที่ได้ก็คล้ายกันบางคนทำท่าจะอาเจียน บางคนทำหน้าผะอืดผะอม บางพวกกระซิบกระซาบถามกันเองด้วยความสงสัย

อาการพวกมันทำให้หวายรู้สึกหงุดหงิดนิดๆ ดูพวกมันทำหวายนึกในใจพวกมันรู้ว่าเหม็นแทนที่จะหาน้ำมาให้เขาล้างพวกมันกลับไปยืนคุยกันเสียนี่มันน่านัก ทำให้หวายทนมิได้จำเป็นต้องเอ่ยปาก

“เออแต่ว่ามึงช่วยไปหาน้ำให้ข้าล้างหน้า ล้างตัว หน่อยได้ไหมว่ะ”

หลังจากกำจัดกลิ่นที่มิพึงปรารถนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“พวกมึงไปเอามาน้ำมาจากที่ใดมาดับไฟ”

หวายถามเพื่อนำไปสู่เรื่องที่เขาปรารถนาจะรู้มากที่สุดในขณะนี้

“พวกเราเห็นน้ำวางอยู่ข้างทางมิห่างจากเกวียนเท่าใดนักขอรับวางไว้หลายถัง ก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน แต่ก็คิดเพียงว่า ขอดับไฟก่อนแล้วกันมิคิดว่ามันจะมีน้ำชนิดพิเศษเป็นบางถังปนอยู่”

ไอ้ลวกหันไปมองทางพรรคพวกมิมีใครกล้าตอบคำถามนี้มีแต่อาการสั่นหัวเหมือนไม่รู้ ไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น มันก็เลยจำเป็นต้องเสียสละตอบคำถามนี้เสียเอง

หลังจากนั้นพวกมันก็หันไปถามกันเองผลที่ได้ก็คือมิทราบว่าน้ำมาจากที่ใด หลังที่พวกมันเห็นไฟไหม้ก็ตกใจ มองไปเห็นถังน้ำตั้งอยู่ก็คว้าขึ้นมาสาดกันโครม ๆ ด้วยความตกใจ

“กูอยากจะบ้าท่ามกลางกลางวันแสก ๆยังมีคนแอบเอาของมาวางโดยที่ไม่รู้ได้อีก”

เป็นเสียงของหวายกล่าวด้วยความหงุดหงิดซึ่งก็ตรงกันข้ามกับบางคนที่อยู่ห่างจากไม่ไกลนักเห็นเหตุการณ์โดยตลอดหัวเราะด้วยความชอบใจ

ในที่สุดคนในขบวนเกวียน สรุปได้ว่าเป็นแผนของคนบางคนที่จะแกล้งหยอกเขาเล่น แผนนี้มันแสบๆ คันจริงๆ แสบจมูก มันเหม็นแสบจมูกเขามิปรารถนามิอยากที่จะโทษผู้ใด ได้แต่คิดในในว่าใครกันน่ะที่ทำเช่นนี้

“ว่าแต่ตอนนี้มีใครตามไปดูรอบๆหรือยัง”

หวายเปลี่ยนเรื่องถามไปยังกลุ่มลูกหาบที่เริ่มจับกลุ่มคุยกันเสียงดังเป็นการถามเพื่อความมั่นใจเท่านั้น ในใจเขาแล้วไว้ใจคนของเขาว่าต้องมีคนตามไป

เพื่อจะสืบหาผู้ลอบทำร้ายเพราะก่อนออกเดินเขาได้จัดคนในหน้าที่ต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้วและมันก็เป็นไปตามที่เขาคิดไว้

“น่าจะเป็นพร้าวพาคนตามไปดูแล้วขอรับ...นั่นกลับมาแล้ว”

ลวกกล่าวพร้อมชี้มือไปยังทิศทางที่พร้าวเดินกลับมากับคนอีก 5-6 คนเดินมาจากทิศทางด้านซ้ายมือตามที่ลวกบอกว่าเป็นทิศทางที่มาของลูกดอกติดไฟพุ่งออกมาจากทางนั้น เมื่อกลุ่มคนเหล่านั้นเดินทางมาถึงหวายหันไปถามว่า

“ได้เรื่องเป็นประการไร”

“แปลกมาก ตามทื่ตรวจดูก็มิเจอกระไรคล้ายกับว่าพวกมันหลบหนีไปรวดเร็ว พวกมันมิทำร้ายใครเลย ยิงเฉพาะเกวียนของหวายเท่านั้นแล้วก็หลบหนีไป”

เสียงจากคนในกลุ่มที่ติดตามกล่าวตอบ

“แล้วมีใครเห็นหรือเปล่า ว่าพวกมันเป็นใคร”

หวายหันไปถามอีกครั้งด้วยหวังจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมแต่ก็มิก็มิมีใครตอบคำถามนี้ได้ ได้แต่เพียงทราบคร่าวๆ ว่ามีคนแอบมาซุ่มยิงลูกธนูที่จุดติดไฟคนที่ยิงก็ฝีมือค่อนข้างดี การยิงมีความแม่นยำ

หวายทราบด้วยประสบการณ์คงต้องรอให้เหตุการณ์ดำเนินไปตามความต้องการของฝ่ายที่ลอบโจมตีส่วนเขาก็ค่อยๆ คิดแก้ปัญหาเป็นจุดๆ ไป ที่ทำได้ก็เป็นเพียงการระมัดระวังมากขึ้น เพราะทราบดีว่าสถานการณ์ในขณะนี้ฝ่ายลอบโจมตีได้เปรียบ

เขาคาดเดาเหตุการณ์เป็นได้ สองประการประการแรกพวกต้องการหยอกเขาเล่น คล้ายกับแมวหยอกหนู ประการต่อมาพวกมันคงทำเพื่อหวังผลกระไรบ้างอย่างซึ่งเขาเองก็ยังคิดมิออก

ในขณะนี้เขายังนึกมิออกเลยว่าพวกมันต้องการกระไรจากการหยอกเย้าเล่นเช่นนนี้และพวกมันจะได้ประโยชน์กระไร ในขณะนี้เขามึนงงไปหมด จะว่าเป็นผู้มีความแค้นเคืองกับเขาแล้วพยายามโดยให้เขาอับอายหรือให้ตายช้าๆ เขายังนึกมิออก

ปัญหานี้ทำให้เขาอยู่ภาวะตึงเครียดเพราะว่าขบวนสินค้าที่เขานำมาในครั้งนี้เพิ่งจะออกเดินทางได้มินานก็มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นและสินค้าที่นำมาครั้งนี้ก็มีมูลค่ามิน้อยเลยทีเดียว

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการทำงานของเขาก็แทบจะมิเคยกับความผิดพลาดในการทำงาน เส้นทางเดินเกวียนเป็นเส้นทางที่ใช้เดินทางระหว่างเมืองซึ่งก็มีคนใช้เส้นทางเรื่อยๆ แต่วันนี้การเดินทางของเขามิเจอขบวนเกวียนใดเลยทำให้เขารู้สึกแปลกใจอยู่เช่นกัน

“หัวหน้าขอรับ”

เป็นเสียงหนึ่งลอยมากระทบโสตประสาทในขณะที่หวายกำลังขบคิดถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้เมื่อเขาหันไปตามเสียงมองปราดเดียว ก็พบว่าเป็น ชายหนุ่มอายุประมาณ 20 กว่าๆ

“มีกระไรรึ”

หวายจ้องมองบุรุษหนุ่มเกิดความรู้สึกว่ามันมิค่อยคุ้นหน้าสักเท่าใดแต่ก็ยังมิได้เอ่ยปากประการใด

“กระผมความเห็นที่จะเสนอต่อหัวหน้าขอรับ“

ฝ่ายที่ถูกจ้องหน้าตอบมาด้วยน้ำเสียงที่มีความมั่นใจอยู่เต็มเปี่ยม

“มีกระไรก็ว่ามาข้าจะลองฟังดู”

“คือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้กระผมเห็นว่ามันน่าจะเป็นการเตือนนะขอรับ “

“อืม...เตือนหรือเหตุไฉนมึงจึ่งคิดเช่นนั้นเล่า”

“กระผมเคยได้เสียงเล่าลือมาว่าแถบนี้เป็นเขตแดนของพวกกระแตดงขอรับ”

“ทำไมหรือที่ไหนในป่าก็มีกระแตทั้งนั้น ที่กระแตหากินมิเห็นจะน่ากลัวแต่อย่างใดเพลานี้หาใช่สำหรับล้อเล่นไม่”

“มิได้ล้อเล่นขอรับเป็นเรื่องจริงแถวนี้เป็นเขตแดนของกระแตดงจริงขอรับ คำว่ากระแตเป็นนามของกลุ่มโจรพวกนี้มีการทำงานในลักษณะที่เราเห็นนี่แหละขอรับ

พวกมันจะเตือนหรือหยอกเย้าก่อนเหยื่อที่ถูกเตือน ผิว่าอยากมีชีวิตรอดต้องรีบทิ้งสิ่งของแล้วรีบหนีไปผิว่ามิหนีเมื่อมันโจมตีครั้งที่ 3 หาได้มีชีวิตรอด คิดถ้าถึงครั้งที่ 3เอาจริงแน่”

ชายหนุ่มกล่าวตอบด้วยสีหน้ามิได้บ่งบอกว่าต้องการที่จะกล่าวเพื่อความสนุกสนาน แต่หวายมิเชื่อว่าจะเป็นความจริง

“เฮ้ย มึงอย่าล้อข้าเล่นน่ามึงรู้ไหมข้าคือใคร ข้านี่มีนามว่า หวายดงนะเฟ้ย กระแตดงลองมาเจอหวายดงสิข้าจะได้จับมัดปิ้งย่างกินให้อร่อยซะเลย

รู้ไหมข้าหงุดหงิดแล้วมักจะหิว แต่การเตือนของพวกมันแสบจริงๆ ว่ะ ว่าแต่มึงชื่อกระไร ข้ามิใคร่คุ้นหน้ามึงเลย”

“กระผมชื่อพอกขอรับ”

“เออ...ชื่อว่าพอก แล้วมึงมาอยู่กับขบวนนานเท่าใดทำหน้าที่กระไร?”

“กระผมมีหน้าที่ดูแลวัวขอรับมากับขบวนเป็นครั้งแรกขอรับ”

“อืมมมม...”

หวายรับรู้พร้อมทั้งพิจารณารูปร่างของเจ้าพอกอีกครั้งความสงสัยหลายประการผุดขึ้นมา แต่ก็ยังคงเก็บไว้ในใจด้วยเห็นควรให้สนใจเรื่องที่สำคัญกว่า จะดีกว่า พร้อมทั้งหันไปถามนายพร้าว

“เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องกระตงกระแตหรือเปล่า”

“มิเคยได้ยินอาจจะเป็นโจรก๊กใหม่กำลังเริ่มสร้างชื่อหรือเปล่า หรือไม่ก็ย้ายมาจากการหากินถิ่นอื่นวิธีการหากินก็แปลกๆ โจรโดยทั่วไปจะปล้นก็ปล้นเลย ทำไมต้องเตือนด้วย

ยิ่งมาเตือนแบบนี้แล้วทำให้การปล้นเป็นการยุ่งยากไปอีกโจรก๊กนี้มันบ้าชัดๆ ว่าแต่ไอ้พอกทำไมมึงถึงรู้จักโจรก๊กนี้วะ“

พร้าวผู้เก็บความสงสัยมิอยู่หันไปจ้องหน้าพอกสักครู่แล้วถาม

“เพราะว่า..เอ่อ..”

เจ้าพอกทำท่าว่าจะมิตอบ แถมยังท่าทีอึกอักอาการนี้ทำให้ผู้ใคร่รู้ที่ล้อมวงอยู่ในขณะนี้หงุดหงิดทุกคนอยู่ในอาการเอียงหูตั้งใจฟังจนแทบจะลืมหายใจ

“เอ่ยมาเร็วๆสิวะข้าใคร่รู้เต็มที”

หวายเร่งเร้า แต่มันก็ยังนิ่งเงียบมิมีใครเดาใจมันได้ ว่าตอนนี้มันคิดกระไรอยู่มิมีใครรู้ได้ว่าเหตุไฉนมันจึ่งนิ่งเงียบไป ทั้งที่เมื่อสักครู่ทำเหมือนว่าจะรู้กระไรดี ด้วยท่าทีแปลกๆ ของเจ้าพอกทำให้พร้าวนึกกระไรได้บางอย่าง

“หวายข้าพอจะนึกกระไรบางอย่างเกี่ยวกับไอ้พอกได้แล้ว”

“ว่ามาซิ”

หวายเร่งด้วยความกระหายใคร่รู้

“คือเรื่องมีอยู่ว่าไอ้พอกมาด้อมๆ มองๆ แล้วรบเร้ากับคนงานทั้งหลายขอเดินทางร่วมมาด้วยพวกคนงานก็เลยให้มาหาข้า ตอนแรกก็มิได้รับถึงมันอ้อนวอนข้าก็ไม่ใจอ่อนแล้วมันก็เงียบหายไป

ต่อมาเศรษฐีก็ให้คนมาแจ้งแก่ข้าว่าให้รับมันไว้ข้าก็เลยจำต้องรับไว้ ดูท่าทางมันเป็นคนขยันขันแข็ง หน่วยก้านดีกะว่าจะแจ้งให้ได้รับทราบ แต่ก็ลืมเสียสนิท อีกอย่างพอเริ่มเดินทางหัวหน้าก็เก็บตัวเงียบ”

พร้าวอยากจะพูดว่าก็มิโผล่หัวออกมาดูกระไรเลยก็มิกล้าพูด

“เออก่อนเดินทางมันเมีเรื่องเป็นเหตุยุ่งวุ่นวายทำให้มิได้นอนพอมีโอกาสก็นอนอย่างเดียวเลย แต่ข้าก็รู้สึกผิดปกติเช่นเดียวกันมิรู้เป็นไรง่วงนอนผิดปกติ”

พร้าวปรารถนาจะกล่าวแทรกว่าก็มัวแต่ร่ำลาคนบางคน จนไม่ได้หลับไม่ได้นอนนะสิ แต่ก็มิได้เอ่ยปาก

หวายนิ่งใช้ความคิดเล็กน้อยแล้วก็ตัดสินใจออกคำสั่ง

“น้าลองหาที่พักขบวนเกวียนก่อนข้าตัดสินใจจะมิเคลื่อนขบวนเกวียน ข้าปรารถนาจะหยุดดูเหตุการณ์ ลองดูรอบ ๆ แถวนี้ดูว่าจุดใดพอจะเป็นที่พักได้บ้าง ก็จัดตั้งกระโจมที่พักข้าคิดว่าผิว่าขบวนเกวียนเคลื่อนที่ในตอนนี้ข้างหน้าต้องมีเรื่องมิดีเป็นแน่

อย่าลืมส่งคนไปตรวจตราดูรอบแถวนี้ให้ละเอียดถ้วนถี่ดูอีกทีผิว่าได้ร่องรอยกระไรที่เป็นประโยชน์บ้าง ที่เหลือก็จัดเตรียมหุงหาอาหารดูเลสัตว์เลี้ยงให้ดี เอ้อ.....อย่าลืมจัดเวรยามให้เป็นพิเศษด้วยตอนนี้มีเหตุมิน่าไว้วางใจ”

“เราเคลื่อนขบวนเกวียนไปอีกนิดดีไหมข้างหน้าดูเหมือนทำเลจะดีกว่านี้ ซึ่งดูเหมือนว่ามันมิไกลนัก”

พร้าวเสนอความเห็นเนื่องจากทราบดีว่าข้างหน้าอีกมิไกลนักน่าจะเป็นทำเลที่พักที่ดีกว่า และเป็นการเตือนสติหวายที่ตอนนี้กำลังอยู่สภาวะตึงเครียดจากการโดนก่อกวนของกลุ่มคนลึกลับทำให้ลืมบางสิ่งบางอย่างไป

หวายก็เห็นด้วยขบวนเกวียนเคลื่อนที่ไปตามความเห็นของพร้าวและก็เป็นไปด้วยความระมัดระวังอย่างเต็มที่โดยให้คนนำทางล่วงหน้าขบวนเกวียนไกลพอประมาณ

โชคดีหรือเป็นเจตนาของกลุ่มโจรก็ตามที ช่วงนี้พวกกระแตดงมิโผล่มาให้เห็น

การเดินทางจึ่งได้ไปสู่ที่ต้องการซึ่งถือว่าเป็นที่มีทำเลดีพอสมควร มีแหล่งน้ำมิไกลนักมีสถานที่ราบกว้างเหมาะเป็นที่พักของขบวนเกวียน และสัตว์เลี้ยง

ตามปกติแล้วขบวนคาราวานเกวียนมักเดินทางโดยใช้เส้นทางที่มุ่งไปหาแหล่งน้ำเป็นหลัก

เมื่อถึงที่หมาย หวายสั่งพักขบวนเกวียนและจัดการสั่งงานอื่นๆ อย่างรวดเร็ว การจัดที่พักของขบวนเกวียน ได้ทำเป็นรูปวงกลมโดยใช้เกวียนล้อมรอบเป็นกำแพง โดยมีวัวที่ใช้เทียมเกวียน อยู่ด้านอกอีกชั้นหนึ่งเพื่อใช้เตือนภัย ตามด้วยกองไฟ

หลังจากนั้นเขาหาที่เงียบสงัดมุมหนึ่งนั่งพักสักครู่ทำธุระส่วนตัว เขามีความรู้สึกว่าเพลาช่างผ่านเสียรวดเร็วเสียนี่กระไรและมันมิเคยคิดที่จะรอใคร

หลังจากนั้นเขาได้เดินตรวจขบวนเกวียนทักทายลูกน้องไปเรื่อยๆบางครั้งก็ให้คำแนะนำในบางเรื่องที่เห็นว่าคนเหล่านั้นมีข้อบกพร่อง

คนในขบวนเกวียนทำหน้าที่ของตนตามความเคยชินแต่ละคนรู้หน้าที่ดีว่าควรจะทำสิ่งไร ทำให้เขามิห่วงกระไรมากนักในเวลานี้เป็นเวลาตระเตรียมอาหารเย็นของคนบางคนแล้ว

หวายเดินตรวจตราไปเรื่อยๆและแล้วเขาก็พบว่าจุดนี้ห่างจากคนอื่นมาเล็กน้อย เขาจำได้ว่าเป็นเกวียนของพร้าว ด้วยมีม้าผูกอยู่มิไกลนักเขาพบใครบางคนตั้งใจ ทำหน้าที่ของตนอยู่ ด้วยอาการมิสนใจผู้ใด

“เฮ้ยทำกระไรว่ะตูดโด่งเชียว เป่าเตาไฟให้ลมออกแต่ทางปากก็พอแล้วระวังอย่าให้ออกที่อื่นนะโว๊ย ฮะๆ”




Create Date : 26 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:25:29 น.
Counter : 281 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments