พฤศจิกายน 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
25
27
29
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 1 เริ่มการทดสอบ




เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

บทที่ 1 เริ่มการทดสอบ

ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง หลังสงครามครั้งใหญ่ ผู้คนหลายครอบครัวต้องพลัดพรากจากกัน ผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็พยายามที่จะดำรงชีวิตอยู่ให้ได้อีกทั้งยังต้องที่จะติดตามหาคนที่พลัดพรากจากกัน

เสียงการเคลื่อนไหวเอี๊ยดอ๊าดของคาราวานกองเกวียนดูเหมือนอย่างกับว่ามันเกียจคร้านอย่างแสนสาหัส

แต่ว่ามันก็ทำหน้าที่ของมันอย่างสม่ำเสมอตราบใดที่มีผู้จูงลากมัน ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่จูงลากนั้นแม้นว่ามันจะเหน็ดเหนื่อยอย่างแสนสาหัสเพียงไรมันก็มิมีสิทธิ์ที่เรียกร้องขอหยุดพัก

นอกเสียจากว่าผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมบังคับจะเหน็ดเหนื่อยก่อนเท่านั้น จึ่งมีสิทธิ์หยุดพัก ดังนั้นแม้นว่ายังมีเสียงที่แสดงถึงการเคลื่อนไหวอยู่ตราบใดก็แสดงว่าเกวียนยังก็ยังคงมีเคลื่อนไหวไปเบื้องหน้าอย่างมิหยุดยั้ง โดยมิมีการปริปากบ่น

นั่นน่ะสิมันมีสิทธิที่จะบ่นละหรือ ?

ขบวนเกวียนการค้านี้ เป็นขบวนที่ขนสินค้าจากแขวงเมืองนครราชสีมาสู่เมืองหลวง ที่ชื่อว่า ธนบุรีศรีมหาสมุทร บรรทุกสิ่งของจนเต็มเพียบแปร้ ขบวนเกวียนสินค้า เดินทางกันตามกันเป็นระเบียบเรียบร้อย

แสดงถึงขบวนเกวียนอยู่ในความควบคุมของผู้ที่มีความสามารถในการควบคุมขบวนหรืออาจเป็นเพราะหน้าที่ของเหล่าคนในขบวนเกวียนทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเป็นประจำอยู่แล้ว

ผู้คนในขบวนเกวียนก็มีจำนวนพอสมควรแต่งกายผิดแปลกกันไป บางผู้มิได้สวมเสื้อ บางผู้สวม บางผู้นุ่งผ้าจูงกระเบน มีผ้าเคียนเอว บ้างมิได้เคียน

แต่นำไปคลุมหัวมองเห็นแต่ใบหน้าก็มีบางผู้นำไปมัดหัวคลุมกันแดด บางผู้คนมีอาวุธติดกาย ฯลฯ

จากมุมสูงระยะไกลจะเห็นว่าขบวนเกวียนนี้กำลังมีกลุ่มคนเฝ้ามองอยู่ พวกมันคิดจะทำอันใด?

ท่ามกลางแดดค่อนข้างร้อนระอุ มีการบ่นพึมพำของผู้คนที่อยู่ในขบวน เนื่องจากความยากลำบากในขณะเดินทางผ่านภูมิประเทศที่ทำให้มิว่าใครก็รู้สึกได้ว่า ค่อนข้างน่าหวาดระแวงเนื่องจากทั้งสองด้านของทางในขณะนี้ มีลักษณะเป็นป่ารกชัฏ เสียงสัตว์ที่เคยร้องตามธรรมชาติก็เงียบสนิทไม่ส่งเสียงร้องใด ผิดปกติวิสัยของธรรมชาติ

สถานการณ์เช่นนี้ ทำให้คิดได้ว่าไม่ค่อยจะปกติเท่าใดเนื่องสถานการณ์ในขณะนี้ดูเหมือนว่า มันเหมาะยิ่งนักสำหรับผู้ที่อยู่ในที่ลับ แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในเส้นทางแห่งการปรากฎตนทำให้ทุกคนในขบวนเกวียนอยู่ในช่วงเพลาแห่งการระมัดระวังตัวอย่างยิ่งยวด แทบในทุกขณะแห่งลมหายใจเข้าออกเลยทีเดียว

แต่มีบางคนในขบวนเกวียนในขณะนี้กำลังฝันหวานอย่างมีความสุขเป็นใครกัน ?

“ร้อนจริงโว๊ยอิจฉาคนบางคนที่ไม่ต้องเดินโว๊ย”

เป็นเสียงหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าของขบวนเกวียนร้องขึ้นมาเหมือนประหนึ่งระบายความหงุดหงิด หรือทำลายความเงียบสงัด และความเหน็ดเหนื่อยที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

“เออข้าก็คิดเหมือนมึงไอ้เขียดแต่ดูเหมือนว่าปากมึงกำลังสอดส่ายหาบางอย่าง ท่าทางกำลังเหงาปากละสิ ให้ข้าช่วยเอาหมาออกจากปากไม๊”

อีกคนที่รูปลักษณะที่ค่อนข้างอ้วนท้วนสมบูรณ์แต่ผิวขาวกล่าวตอบ คนที่มีรูปร่างสูงผอมดำคล้ำพร้อมกับออกอาการเหมือนจริงจัง

เสียงหนึ่งตอบมา ทำให้เสียงที่บ่นตอนแรกเงียบไปด้วยรู้ว่าผิว่าไม่เงียบอาจจะเดือดร้อน หรือมีเรื่องก็เป็นได้อันที่จริงแล้วมันแหกปากขึ้นด้วยนิสัยอันเคยชินของมันเท่านั้น ด้วยบรรยากาศในขณะนี้มันน่าเบื่อยิ่งนักทั้งร้อนทั้งเงียบ ทำให้คนที่อยู่ในบรรยากาศเช่นนี้ มีความรู้สึกเหมือนอยากจะบ้าเสียให้รู้แล้วรู้รอด ด้วยนิสัยของมันเกลียดความเงียบเป็นที่สุด มันจึ่งได้แหกปากออกมา

ส่วนผู้ร่วมขบวนเกวียนอื่นๆ ก็มิมีใครกล่าวว่ากระไรด้วยคิดว่าขืนพูดมากก็เป็นการเปลืองน้ำลายเสียปล่าว ๆ สู้ถนอมแรงไว้ต่อสู้กับเหตุการณ์ที่อาจจะมีขึ้นน่าจะดีกว่า

หลายคนคิดอย่างนั้น ดังนั้นจึ่งมีเสียงกระซิบเบาๆ ในกลุ่มขบวนเกวียนในทำนองว่า

“ปล่อยให้มันบ่นไปเถอะ มันจะได้ระบายซะบ้าง”

อันที่จริงแล้วคนประเภทนี้มีอยู่ทุกหนแห่งบางครั้งพวกมันก็เป็นตัวสร้างความสนุกสนานครื้นเครง คลายเหงาให้กับหมู่คณะ บางครั้งก็เป็นสิ่งสร้างความหงุดหงิดรำคาญ บางที มิได้ยินเสียงของพวกมันก็ทำให้รู้สึกว่าเงียบเหงาคิดถึงพวกมันก็มี สิ่งนี้เป็นเรื่องจริง มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

ในขณะที่ทุกชีวิตในขบวนเกวียนกำลังทำตามหน้าที่อยู่นั่นเอง

ฉับพลันทันใดก็ให้มีความรู้สึกว่า เกวียนที่นำหน้าขบวนก็หยุดอย่างกระทันหันทันทีทันใด ทำให้เกวียนเล่มอื่นในขบวนที่ยาวเหยียด ต้องหยุดตามในทันทีเช่นเดียวกันจึ่งเกิดมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดวุ่นวายโกลาหลไปหมด

ดังนั้นในวินาทีต่อมาเสียงแห่งความโกลาหลวุ่นวายได้ดังขึ้นอย่างอื้ออึงสับสน

“มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรือไอ้ลวก”

เป็นที่เสียงของนายหวายที่อยู่ในกระโจมเกวียนมีหลังคามิดชิดกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่ออกจะงัวเงีย แสดงออกถึงอาการความรำคาญที่ต้องตื่นขึ้นมา แสดงถึงว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมากำลังอยู่ในห้วงของนิทรารมย์อย่างมีความสุข

แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่ผิดปกติ เขาก็สามารถรู้สึกตัวอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณนอนเร็ว กินเร็ว ตื่นเร็ว ฯลฯ ของเขานั่นเอง อันที่จริงแล้วเขาก็เพิ่งจะได้พักผ่อนเมื่อสักครูนี่เองเนื่องจากคิดว่ามิน่าจะมีกระไรเกิดขึ้นจึงได้ขึ้นมาพักบนเกวียน แล้วสั่งให้ผู้อื่นดูแลขบวนเกวียนแทน

“ยังมิรู้ครับหัวหน้าแต่นั่นไอ้เขียวที่อยู่ต้นขบวนเกวียน วิ่งหน้าตื่นมาแล้วขอรับคงมีเรื่องกระไรเกิดขึ้นกระมังขอรับ”

เสียงของนายลวก ผู้ทำหน้าที่สารถีเกวียนที่เป็นพาหนะของเขาในขณะนี้ตอบมาพร้อมกับชี้มือไปทางด้านหน้าของขบวนเกวียน ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย และใคร่รู้เช่นเดียวกันกับทุกคนในขบวนเกวียน

เมื่อจบคำของนายลวก หวายมองตามเสียงนั้นไปก็พบว่าไอ้เขียววิ่งมาจากหัวขบวนเกวียนซึ่งน่าจะเป็นต้นเหตุให้เกวียนหยุดชะงักในครั้งนี้ด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ

“นายครับรีบ...ไปๆๆดูดะๆๆด่วนครับ อูยยย... เกิดมามิเคยพบมิเคยเห็น”

เป็นน้ำเสียงของนายเขียวกลายเป็นคนคล้ายกับติดอ่าง จากเดิมมันก็มิได้เป็นคนติดอ่างอันใดแต่เมื่อมีเรื่องที่ทำให้มันตื่นเต้นเมื่อใดมันก็จะออกอาการคล้ายคนติดอ่างไปในทันที มันกล่าวกับหวายด้วยอาการเร่งรีบอย่างที่สุดแต่กลับกลายเป็นช้าอย่างที่สุด

เพื่อให้หวายไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านหน้าของขบวนเกวียนด้วยสีหน้าแสดงความตื่นเต้น แปลกใจ อย่างสุดขีด ปนกับอาการหอบเหนื่อยเนื่องจากต้องเร่งรีบวิ่งมาจากต้นขบวนเกวียนกว่าจะถึงเกวียนของหวายก็เหนื่อยหอบ

“มีเรื่องอันใดไอ้เขียวท่าทางของมึงมันแปลก พิกล รีบบอกมาไวๆ กูใคร่จะรู้เหมือนกัน”

หวายกล่าวพร้อมกับตั้งใจฟังคำตอบจากเจ้าเขียวว่ามีเรื่องอันใดที่น่าสนใจ หรือมีเรื่องใดที่น่าเป็นปัญหาของปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้

“มีคนมาขวางหน้าขบวนเกวียนขอรับ”

“ก็ไล่ไปซิว่ะนึกว่าเรื่องกระไร ไปๆ ไปบอกให้ไปพ้นๆ จะได้เดินทางต่อไป”

ว่าแล้วก็ทำท่าจะเอนตัวลงนอนต่อไปอย่างสบายใจเหมือนมิสนใจสิ่งใดทั้งสิ้น

“เอ่อ...กระผมทำมิได้นะขอรับเจ้านาย”

เป็นเสียงนายเขียวกล่าวตอบมาด้วยคำพูดและน้ำเสียงค่อนข้างเบาสำเนียงอ่อยๆ ระคนกับความตื่นกลัว บ่งบอกว่าตัวมันทำมิได้หรือว่ามิอาจจะตัดสินใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้ แล้วมันก็ถอยให้ห่างจากหวายและมองซ้าย ขวา หน้า หลังหาทางเผ่นไปด้วย

เหตุมิแน่ใจว่าจะมีกระไรลอยมาหลังจากเสียงนั้นหรือเปล่าเพราะไอ้เขียวทราบดีการตอบไปเช่นนั้น เป็นการแสดงออกถึงความไร้สามารถในการสนองคำสั่งมันรู้ดีว่าเจ้านายของมันมิชอบคนประเภทนี้ อีกทั้งยังเป็นการมารบกวนการพักผ่อนของเจ้านายซึ่งก็เป็นไปตามคาดหวายถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า

“ทำไมวะถึงทำมิได้ เป็นญาติของมึงหรือกระไร”

“มิใช่อย่างนั้นขอรับผิว่าเป็นอย่างนั้น ไอ้กระผมคงมิรีบวิ่งมาบอกอ้ายหรอก”

“แล้วเป็นกระไรล่ะถึงทำมิได้”

น้ำเสียงของหวายผู้เป็นนายบอกถึงความรำคาญเต็มทน

“ด้วยเหตุเป็นผู้หญิงนะสิขอรับ”

เขียวขณะนี้ได้คลายความเหนื่อยหอบลงบ้างตอบมาด้วยน้ำเสียงเกือบจะเป็นปกติแล้วแต่จิตใจของมันในขณะนี้เหนื่อยหอบ หวาดเสียวเหลือเกิน

“เป็นผู้หญิงก็ไล่ง่ายเข้าไปอีก ทำไมวะ ข้ามิเห็นมึงจะกลัวผู้หญิงเลยนี่หว่าเห็นทีไรเป็นวิ่งเขาหา ทำระริกระรี้ เจ้าชู้ชีกอ อย่างกับปลากระดี่ได้น้ำ แถมเมียของมึงข้าก็มิเห็นมึงจะกลัว มึงก็ยังซ้อมเป็นประจำ ข้ามิเห็นว่าเอ็งต้องกลัวสิ่งใดเลย”

คำพูดของหวายทำให้มันเหมือนโดนใครสาดน้ำร้อนเข้าอย่างจัง

“มิใช่อย่างนั้นนายโธ่ๆๆๆ กล่าวหากันไปได้ ไอ้กระผมมิเคยซ้อมเมียนะขอรับ มีแต่เมียซ้อมไอ้กระผมนะมิว่าหรือผิว่าซ้อมก็มีแต่ซ้อมทำลูกทำเต้าเท่านั้น เจ้านายมิเห็นหรือขอรับหัวปีท้ายปีเลย ซ้อมอย่างอื่น หรือลงแข้งลงขามิเคยทำนะขอรับ สำหรับเมียของไอ้กระผมไอ้กระผมเทิดทูนบูชายิ่งกว่าพระบนหิ้งเสียอีกจะไปซ้อมได้อย่างไรอย่าใส่ความกระผมสิขอรับ”

ไอ้เขียวกล่าวแก้ต่าง

ฉับพลันนั้นเอง

“ขร๊าก....ถุ๊ยยยย”

เป็นเสียงอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในบริเวณลำคอของหวายแล้วหลุดลอยออกมาจากปากพร้อมกับสิ่งหนึ่ง มันเป็นก้อนกลมสีค่อนเหลืองปนเขียวนลักษณะข้นเหนียว เป็นสิ่งที่น่าขยะแขยงหนักหนาสาหัสสำหรับไอ้เขียวเนื่องจากว่าเคยโดนมาแล้ว ทำให้อ๊วกแตกไปสามวันสามคืน

สิ่งนั้นมันพุ่งออกมาจากปากของเจ้านายอย่างรวดเร็วรุนแรง พร้อมที่จะกระจายเต็มหน้าของไอ้เขียว ผิว่ามันถูกเป้าหมาย

แม้นว่ามันจะพุ่งมาอย่างรวดเร็ว แม่นยำแต่ก็ยังช้ากว่านายเขียวที่มีรูปร่างค่อนข้างเตี้ย แต่ล่ำสันแข็งแรงที่ตั้งท่าพร้อมที่จะหลบอยู่แล้วทำให้วัตถุอันตรายดังกล่าวพุ่งพลาดเป้าหมายอย่างหวุดหวิด

“โธ่นายเล่นแบบนี้หรือขอรับอื้ย...จึ๋กกะดึ๋ย”

เป็นเสียงนายเขียวที่ขณะนี้หันมามองหน้าเจ้านายอีกครั้งจ้องมองด้วยความระมัดระวัง บ่งบอกอาการขยะแขยงอย่างสุดชีวิต

หลังจากหลบอาวุธที่น่าขยะแขยงที่สุดในโลกได้แล้วมันชะงักคำพูดเพียงแค่นั้นทำท่ามิกล่าวต่อ แต่เมื่อมองเห็นสีหน้าของหัวหน้าเดิมเป็นคนขี้เล่นสนุกสนาน

แต่ตอนนี้มีอาการเหมือนอยากจะลุกมากระทืบมันจึงจำใจกล่าวต่อไปด้วยระคนความกลัวว่าเจ้านายจะทำอย่างเมื่อครู่นี้มาอีกชุด ผิว่าเหตุการณ์ปกติแล้วมันก็ปรารถนาจะเล่นกับเจ้านายต่อไปด้วยมั่นใจในความว่องไวของตนว่าจะสามารถหลบหลีกได้ แต่ว่าตอนนี้เหตุการณ์มิเอื้ออำนวยที่จะให้ทำเช่นนั้นได้

“คือว่า..... พวกนั้นมีมากันหลายคนขอรับเจ้านายอื้ย...จึ๋กกะดึ๋ย”

ขณะที่ตอบยังมิหายขยะแขยง เมื่อตอบแล้วพยายามเงื้อหูฟังเสียงของเจ้านายว่าจะมีต่อไปประการใดทั้งที่ในใจนั้นร้อนร้นอย่างสาหัส เนื่องจากว่าอาการของเจ้านายของมันในขณะนี้ เหมือนจะมิสนใจในเรื่องที่มันร้อนรนแทบเป็นบ้าอยู่ในขณะนี้

“หลายคนก็ไล่ไปสิว่ะจะได้เดินทางต่อ รำคาญจริงโว๊ย ข้ากำลังฝันหวานๆ อยู่ดีๆดันมาปลุกซะนี่ รำคาญๆๆจริงโว๊ย”

น้ำเสียงของหวายบ่งบอกถึงความความรำคาญและหงุดหงิดไอ้เขียวจนแทบจะหมดความอดกลั้นแล้วในขณะนี้หวายมีความรู้สึกว่าคนของเขาพึ่งพามิได้เสียเลย เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็แก้ไขมิได้

ไอ้เขียวเห็นนายของมันทำท่าจะนิ่งเฉยมิสนใจในเรื่องที่มันมารายงานการปฏิงานของมันครั้งนี้ทำท่าจะล้มเหลว หลังจากที่มันพอจะตั้งสติได้บ้างแล้วฉับพลันมันก็นึกคำพูดที่กระตุ้นต่อมความเฉื่อยชาของเจ้านายให้หายไปได้

“พวกหญิงเหล่านั้นมาหลายคนและมีอาวุธครบมือเลยขอรับ เป็นดาบยาวเฟื้อย นะขอรับ ทำท่าเหมือนจะปล้นขบวนเกวียนเรานะขอรับ”

ไอ้เขียวพร้อมกับแสดงท่าลักษณะของดาบประกอบการรายงาน




Create Date : 22 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:23:28 น.
Counter : 378 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments