มิถุนายน 2560

 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ ตอนที่ 38/2 จากแล้วเจอ


เกวียนทมิฬ โดย ทักษภณ

ตอนที่ 38 / 2 จากแล้วเจอ

น้ำใสตะโกนถามหวายที่กำลังอาบน้ำอยู่กลางลำห้วยด้วยระดับน้ำประมาณครึ่งตัว ที่เย็นชุ่มช่ำ มองไปลิบๆ มีทิวเขาทอดยาว ที่ปลายลำน้ำสร้างความสวยงามให้กับลำน้ำยิ่งนัก ที่ริมลำห้วย มีม้าและวัวยืนกินน้ำ บางตัวเจ้าของสาดน้ำอาบให้ในด้านทิศทางต้นน้ำมองไปเห็นบางคนนำภาชนะตักน้ำกลับที่พัก

ในขณะที่ผู้คนและสัตว์เลี้ยงเริ่มทยอยกลับที่พักปรากฏว่ามีเสียงการเคลื่อนไหวบางอย่าง ดังขึ้นในทิศทางตรงกันข้ามกับลำห้วย ไม่ห่างจากลำห้วยมากนักทำให้พวกที่ทำหน้าที่คุ้มกันต้องหันไปมองที่มาของเสียง และจับอาวุธขึ้นมาเตรียมพร้อมหวายรีบให้สัญญาณเร่งผู้ที่อยู่ในลำห้วยให้รีบขึ้นมาจากน้ำ และรีบกลับที่พักไม่นานก็เกิดเสียงอึกทึกในการเร่งคนและสัตว์พาหนะให้กลับที่พัก หวายหันไปกล่าวกับน้ำใส

“ข้ารู้มาว่า มีหมอคนหนึ่งที่ด่านจันทึกกำลังตามหาคนในครอบครัวที่สูญหายไป ที่น่าสนใจเพราะเป็นหมอเหมือนพ่อของเจ้า ลางทีอาจเป็นคนในครอบครัวของเจ้าก็ได้ ข้าอาบน้ำเสร็จแล้ว”

หวายอาบน้ำอย่างรวดเร็วกล่าวในขณะขึ้นมาจากลำห้วย พลัดผ้าอย่างรีบเร่ง ท่ามกลาง ความแตกตื่นของสัตว์เลี้ยงที่ถูกต้อนและผู้คนที่ถูกส่งสัญญาณให้รีบกลับไปยังที่พัก น้ำใสพยักหน้ารับรู้เร่งทำกิจธุระส่วนตัวให้เร็วขึ้น จากนั้นแก้วและมุกก็เข้ามาสมทบ หวายบอกให้สมรีบพาทุกคนรีบกลับที่พักจากนั้นเขาเดินไปที่อึ่ง และพอก ซึ่งยืนอยู่ริมห้วยในฐานะผู้คุ้มกันไม่ห่างนัก

“อึ่งมีเสียงอันใดเกิดขึ้นทางด้านโน้น”

หวายกล่าวพร้อมกับชี้มือไปทางด้านตรงข้ามกับลำห้วย

“กระผมก็ไม่ค่อยแน่ใจ เป็นเหมือนเสียงอะไรสักอย่างตกใจวิ่งหนีแต่ไม่แน่ใจว่าเป็นสิ่งใด พวกข้าไม่กล้าตามไปดูพอกบอกว่าเห็นเหมือนมีกระไรบางสิ่งหมอบอยู่ คล้ายว่าจะเป็นสัตว์คิดว่าจะลองยิงดูเพื่อเป็นอาหารเย็นพอหันหน้าไม้ไปทางทิศทางนั้นเสียงวิ่งหนีดังทันที”

“เยี่ยงนั้นพวกเรารีบกลับกันเถอะเริ่มจะมืดแล้วช่วยกันตรวจดูให้ดีด้วย อย่าให้มีผู้คนหลงเหลือ”

หวายเร่งอีกครั้ง ผู้คนทยอยกลับอย่างรวดเร็วในที่สุดทุกคนก็กลับเข้าสู่หมู่บ้านศาลาประจำหมู่บ้านถูกจับจองโดยขบวนเกวียนแห่งเมืองโคราช เมื่อน้ำใสมาถึงที่พัก พบว่าพร้าวได้นั่งอยู่กับชายวัยกลางคนที่มิเคยเห็นหน้าผู้หนึ่งข้างกายมีย่ามใบหนึ่งวางอยู่กับพื้น นั่งมองผู้ที่ผ่านไปมาทุกคน อย่างละเอียด ส่ายหัวอย่างผิดหวังท้อแท้

ส่วนน้ำใสก็พยายามกวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณรวมทั้งผู้คนที่อยู่ในศาลาเพื่อหาผู้คนที่อาจจะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของตน แต่ก็ไม่พบผู้ใดที่ลักษณะคล้ายกับคนในครอบครัวดูเหมือนว่าอาหารเย็นถูกเตรียมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อาหารส่วนหนึ่งมาจากผู้ที่มากับขบวนเกวียนทำกินแล้วแบ่งส่วนหนึ่งมาให้ ห่อด้วยใบไม้หรือใบกล้วย

“วันนี้มีชาวบ้านเอาแกง และกับมาขายหลายอย่างข้าก็เลยช่วยอุดหนุนเขาวันนี้ไม่ต้องทำกับข้าวไปหนึ่งมื้อเรามาคุยไปด้วยกินข้าวไปด้วย มาๆ กันทุกคน หนูมุกมาทางนี้ลุงตักข้าวให้แล้ว”

จากนั้นผู้ที่ถูกเรียกและผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่พักเดียวกันได้ร่วมกินข้าวโดยมีแสงจากกองไฟที่อยู่ใกล้และแสงใต้เพิ่มเติม ในวันที่กระแสลมนิ่งสงบ แสงไฟจึงนิ่งวับแวมดูสวยงามยิ่งนัก สัญญาณเวลาย่ำค่ำดังขึ้น ทุกคนนั่งล้อมวงพร้อมที่จะกินข้าวอาหารที่วางอยู่ต่อหน้าทุกคนเพลานี้ดูแล้วน่ากินยิ่งนักด้วยการตลอดการเดินทางที่ผ่านมาอาหารการกินไม่พร้อมมูลเช่นวันนี้

“วันนี้มีแต่ของอร่อยทั้งนั้นเลยกินได้หรือยังลุงพร้าว”

มุกมองกับข้าวที่วางเรียงรายในกระด้งมือถือช้อนที่ทำจากกะลามะพร้าว จ้องจะตักเป็นคนแรก

“เดี๋ยวใจเย็นก่อนทานข้าวลุงขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักลุงหมอยิ้ม”

ทุกคนในวงข้าวหันไปมองผู้ที่นั่งร่วมวงและยกมือไหว้ มุกหลังจากไหว้และมองหน้าพร้าว และหวายเป็นทำนองว่ากินได้หรือยังแต่แล้วก็ต้องชะงักนั่งนิ่งอีกครั้ง เมื่อหวายกล่าวว่า

“หมอยิ้มมาตามหาครอบครอบในที่นี้มีรู้จักกับหมอยิ้มบ้างฤาไม่”

สิ่งที่ได้คือทุกคนส่ายหน้าเป็นทำนองว่าไม่รู้จัก จากนั้นก็นั่งมองอาหารมื้อค่ำที่อยู่ตรงหน้าทำให้หวายรู้ว่าเพลานี้ทุกคนมีใจจดจ่ออยู่ที่อาหารค่ำ มิใคร่จะสนทนาใดๆ ดังนั้นหวายจึงให้ทุกคนกินข้าวได้ ในที่สุดอาหารมื้อค่ำก็สิ้นสุดลงในขณะที่ทุกคนเตรียมลุกแยกย้าย หมอยิ้มก็กล่าวว่า

“หนูมุกรู้จักป้าพรฤาเปล่า”

คำถามของหมอยิ้มทำให้มุกหันมามองหน้าหมอยิ้มด้วยความสงสัย

“เคยเลี้ยงหนูมาตั้งแต่เล็กๆ จ๊ะลุงหมอรู้จักป้าพรรึ ตอนนี้ผอมแล้วรึ เมื่อก่อนตัวอ้วน วิ่งไล่หนูไม่เคยทันเพลานี้ป้าพรอยู่ที่ใด”

“อยู่ที่ค่ายนี้จ๊ะกระท่อมไปทางทิศเหนืออยู่ใกล้กันกับลุง ลุงเห็นหนูกินขนมฝักบัว ดูเหมือนว่าหนูชอบตรงตามที่พี่พรบอกว่าลูกสาวคนเล็กของนายเก่า ชอบกินขนมฝักบัว ลุงเห็นหนูกินท่าทางเหมือนเจอของชอบแกบอกว่าลูกของนายเก่ามีอายุประมาณหนู ชอบกินขนมฝักบัว เวลาผู้ใดทำสิ่งใดเป็นขัดใจหรือไม่ถูกใจสิ่งใดมักจะทำปากจู๋ เป็นประจำ เพลาที่ลุงพร้าวยังมิให้กินข้าวหนูมุกก็ทำปากจู๋ทำให้ลุงเกิดความสงสัย”

ทันใดนั้นมีคนวิ่งกระหืดกระหอบมาที่หมอยิ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงท่าทางแสดงถึงความตกใจสุดขีด

“หมอเร็วๆ ป้าพรถูกงูกัด”

“ป้าพรรึ”

หมอยิ้มกล่าวแค่นี้แล้วหันมามองหวายและพร้าวจากนั้นคว้าย่าม กล่าวด้วยเสียงรีบเร่ง

“ขอตัวไปดูป้าพรก่อน”

จากนั้นก็วิ่งไปในทิศเหนือของศาลาที่พักหวายเห็นมามองพร้าวและมุกกล่าวว่า

“เราไปดูกันมั้ยอาจเป็นคนที่มุกรู้จักก็ได้ ลางทีมีอันใดช่วยเหลือได้ก็ช่วยกัน”

จากนั้นหวายและพร้าวรีบตามไปถามชาวบ้านถึงเส้นทางของบ้านป้าพร ในที่สุดก็มาถึงเป็นกระท่อมหลังเล็กๆ หลังหนึ่งมองเข้าไปในกระท่อม พบว่าหมอยิ้มกำลังตรวจรักษาหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งอยู่หญิงผู้นั้นนอนแน่นิ่ง ดูจากระยะไกล เหมือนว่าอาการน่าเป็นห่วง หมอยิ้มหันมาเห็นหนูมุกกวักมือเรียกให้ขึ้นไปบนกระท่อม หวายพยักหน้าให้มุกขึ้นไปบนกระท่อม ส่วนคนอื่นๆนั่งอยู่ที่ด้านหน้ากระท่อม ไม่นานนักได้ยินมุกร้องไห้ฟูมฟาย

“ป้าพรอย่าทิ้งหนูไปไหนนะ หนูจะอยู่ดูแลป้าพรพ่อแม่ก็จากหนูไปแล้ว หนูมุกไม่มีใครแล้ว ฮือๆๆ”




Create Date : 05 มิถุนายน 2560
Last Update : 5 มิถุนายน 2560 5:54:13 น.
Counter : 255 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments