พฤษภาคม 2560

 
1
2
3
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 34 สาเหตุของการตกเกวียน




เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

ตอนที่ 34 สาเหตุของการตกเกวียน

หลังจากที่คนทั้งสามไปถึงจุดที่ได้ยินเสียงร้องโวยวายโครมคราม เมื่อสักครู่ ซึ่งเป็นตอนกลางของขบวนเกวียน อย่างรวดเร็ว

เพลานี้เสียงสัญญาณให้ขบวนเกวียนหยุดได้ดังขึ้นเพื่อการหยุดการเดินทางของขบวนเกวียนเป็นการชั่วคราว พบว่าจมื่นศักดิ์ลงมานอนที่พื้นร้องครวญครางมีคนของขบวนเกวียนเริ่มเข้ามามุงดู บ้างก็ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขียดรู้สึกแปลกใจกับเหตุการณ์เบื้องหน้า

“อ้าว..ท่านจมื่นศักดิ์เหตุใดลงมานอนที่พื้นเยี่ยงนี้”

“พวกเองคิดว่าข้าคงอยากลงมานอนคลุกฝุ่นแบบนี้ดอกรึโอ้ย..”

จมื่นศักดิ์ตอบด้วนสีหน้าแสดงถึงความเจ็บปวดจากนั้นก็นอนหลับพยายามกลั้นความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น

“ลูกน้องท่านก็ลงมานอนเป็นเพื่อนด้วยดูเหมือนพวกท่านจะเจ็บไม่น้อย”

เขียดกล่าวในขณะที่มองสำรวจไปรอบๆ หวายมาถึงก็ตั้งคำถามอีกคนจมื่นศักดิ์ลืมตานิดหนึ่งทำเหมือนจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็หลับตานิ่งเช่นเดิม

“ท่านจมื่นเป็นเยี่ยงไรบ้าง ผู้ใดทราบบ้างว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น”

หวายถามขึ้นในทันทีที่มาถึง แล้วหันมองไปรอบๆเพื่อมองหาสิ่งผิดปกติ และตั้งคำถามกับผู้ที่ยืนอยู่รอบๆ ก็ยังไม่ได้คำตอบว่าจมื่นตกลงจากเกวียนเพราะเหตุใดส่วนผู้ที่ขับเกวียนก็ได้แต่ส่ายหน้าทำนองว่าไม่รู้เรื่องอันใดทั้งสิ้น

“พวกเราช่วยกันย้ายท่านจมื่นกับเจ้าคนนี้ขึ้นไปบนเกวียนดีกว่า ตามน้ำใสมาช่วยกันดูอาการของคนเจ็บด้วย”

พร้าวมาถึงกล่าวพร้อมกับ กวักมือเรียกพวกที่มุงดูอยู่รอบๆให้ช่วยกันย้ายคนเจ็บขึ้นเกวียน

“เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่ง หยุดๆๆๆก่อน ข้าขอร้องให้ช่วยไปดูในกระโจมเกวียนก่อนว่าพวกมันไปกันหรือยังข้าต้องตกจากเกวียน ก็เพราะมัน ถ้ามันยังอยู่ ช่วยจัดการมันที”

จมื่นศักด์รีบกล่าวด้วยน้ำเสียง แสดงถึงอาการหวาดกลัวทำให้ผู้ที่กำลังจะย้ายคนเจ็บขึ้นเกวียน เกิดความชะงัก สงสัยในท่าทีของจมื่น เหตุอันใดทำให้หวาดกลัวได้เพียงนี้เสียงจอแจของชาวเกวียนมุง เกิดขึ้นอีกครั้ง

“ผู้ที่ทำร้ายท่าน มันยังอยู่บนเกวียนดอกรึพวกมันเป็นผู้ใด ถึงได้กล้าทำเยี่ยงนี้กับท่านจมื่นได้ แล้วยังกล้าอยู่ที่เกวียนอีกรึขอดูหน่อยหน้าตาเป็นเยี่ยงไร”

จ้อนวิ่งพรวดเข้าไปที่เกวียนทำท่าฮึดฮัดโกรธประหนึ่งว่า มันคือผู้ที่ถูกกระทำให้ตกจากเกวียนเสียเองหลังจากที่มุดหัวเข้าไปในกระโจมเกวียนสักครู่ก็ถอยออกมาส่ายหัวพร้อมกับแบมือทำสีหน้าตั้งคำถาม

“ข้าน้อยมิเห็นมีผู้ใดเลย มีแต่ห่อผ้ากับเสื่อเก่าๆพวกมันคงหนีไปแล้วขอรับ”

“ดูให้ละเอียดตามซอกมุม ตามห่อผ้า ทุกซอกเกวียนใต้เกวียน ดูให้ดีๆ มันอาจจะหลบอยู่ที่นั้นก็ได้”

จมื่นศักดิ์ยังคงบอกด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนฟังแล้วดูน่าสงสาร ให้ช่วยค้นหาอีกครั้ง สร้างความงุนงงให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ยิ่งนักเขียดส่ายหัวบ่นออกมา

“ผู้ใดจะไปหลบในห่อผ้าได้ หรือใต้เสื่อได้ห่อผ้าก็เล็กนิดเดียว สงสัยท่านจะไข้ขึ้นเพราะอาการบาดเจ็บทำให้คิดว่าผู้คนจะไปอยู่ในห่อผ้าได้”

“มันไม่ใช่คน...”

ลูกน้องของจมื่นศักดิ์ร้องพยายามเค้นเสียงร้องออกมา

“ถ้าไม่ใช่คน...จะเป็นสิ่งใดได้หรือว่าเป็น...“

“ผีนะรึท่านจมื่นโดนผีหลอกตอนกลางวันรึ ผีแถวนี้เฮี้ยนจริงๆ หลอกคนกลางวันแสกๆ”

เขียดยังไม่พูดไม่จบเขียวก็ร้องออกมา ทำให้ลูกน้องของจมื่นศักดิ์ต้องพยายามอธิบายอีกครั้ง

“มิใช่ผีดอก เป็นงูต่างหาก มาจากไหนก็ไม่รู้เลื้อยพุ่งเข้ามาในกระโจมเกวียนข้าตกใจ สะดุ้ง จนตกเกวียนอย่างที่เห็นนี่แหละ ข้าคิดว่าเป็นงูจงอาง ตัวใหญ่ด้วย”

พอได้ยินคำว่างูจงอางผู้ยืนอยู่ใกล้เกวียนที่จมื่นอาศัยเดินทางแตกหือออกห่างทันที บางคนรีบเร่ง ถอยออกมาเหยียบล้มกันวุ่นวายบางผู้คนเหยียบจมื่นและลูกน้องที่นอนอยู่ ร้องเสียงหลง

“โอ้ย...ข้าโดนเหยียบ ข้าจะตายแล้ว โดนซ้ำโดนซ้อน ถอยหลังก็ไม่ดูคนกันบ้างเลย”

เป็นเสียงร้องของผู้ที่ถูกเหยียบฟังดูแล้วน่าเห็นใจยิ่งนักจ้อนและกลุ่มผู้คุ้มกันเกวียนช่วยกันค้นหาทุกจุดของเกวียนอย่างละเอียดในที่สุดก็พบว่ามีงูอยู่ใต้ท้องเกวียนโดยพันอยู่กับแกนเพลาดุมเกวียน เขียวร้องขึ้นมา

“เจอแล้ว มันหลบอยู่ที่ใต้ท้องเกวียนตัวเขื่องเชี่ยว เป็นข้าก็สะดุ้งเกวียนเหมือนกัน แต่ว่าใครจะจะจับมันออกมา”

“เองนั่นแหละ ผู้ใดเจอผู้นั้นจับ”

เขียดพูดพร้อมผลักเขียวเข้าไปเขียวรีบขืนตัวกระโดดถอยออกมา โวยวายเสียงดัง

“เฮ้ย..ทำอันใดวะ ข้ากับงูไม่ถูกกัน”

จากนั้นไอ้เขียวก็ถอยห่างเขียดออกไป ทำท่าชี้หน้าเขียดยืนกัดฟันอย่างไม่พอใจจ้อนเห็นดังนั้นจึงกล่าวว่า

“ไม่ต้องเกี่ยงกันดอก เรื่องนี้ให้ข้าจัดการเองข้าพอรู้หนทางจับงูบ้าง”

จากนั้นจ้อนก็มุดเข้าไปใต้เกวียนไม่นานนักก็จับงูจงอางด้วยมือเปล่าออกมาอย่างง่ายดาย มือข้างหนึ่งจับที่ส่วนหัวอีกข้างหนึ่งจับที่ส่วนหางยื่นให้ผู้ที่มุงอยู่รอบๆ เพลานี้ได้ดู ซึ่งก็เรียกเสียงฮือฮาจากชาวเกวียนมุงในเพลานี้พอสมควรจ้อนถืองูเดินไปใกล้ผู้ที่ยืนมุง ผู้คนแตกฮือถอยวิ่งหนีกระเจิงไปก่อนที่จะวุ่นวายเสียเวลาไปมากกว่านี้ หวายรีบสั่งการ

“จ้อนเอางูเก็บไว้ก่อนดีกว่าจะทำเยี่ยงไรกับงูไว้ทีหลัง มาช่วยกันเอาคนเจ็บขึ้นเกวียนจะได้รีบเดินทางต่อ พักขบวนเกวียนนานๆแถวนี้รู้สึกไม่ค่อยดี”

หวายสั่งงานเพื่อจะได้รีบเดินทางต่อไป เนื่องเห็นว่าจุดนี้ฝั่งหนึ่งเป็นเนินป่ามีต้นไม้ขึ้นรกบางต้นขึ้นคร่อมทาง โดยเฉพาะจุดที่งูตกลงมาที่เกวียนของจมื่น มีโอกาสที่มิจขฉาชีพจะประสงค์ร้ายได้ อีกด้านแม้จะไม่มีเนินดินก็เป็นป่ารกเช่นกันจ้อนรีบเอางูใส่ในถุงผ้าก่อนจะนำไปเก็บที่เกวียนที่เก็บของส่วนตัว พร้าวแสดงความเห็นว่า

“ข้าคิดว่า เมื่อเกวียนหยุดการการเดินทางแล้วก็พักการเดินทางช่วงกลางวันไปเลยดีกว่า จะได้ดูอาการผู้บาดเจ็บคนอื่นๆ กินข้าวกินปลามื้อกลางวันด้วย”

ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยเป็นอันว่ามีการหยุดพักการเดินทางชั่วคราวจากเดิมคิดไว้ว่าจะเร่งการเดินทางเดินทางโดยไม่หยุดพักระหว่างพัก

ระหว่างหยุดพักน้ำใสและพร้าว สอบถามและช่วยกันตรวจดูอาการบาดเจ็บพบว่าเฝือกไม้ไผ่ที่ขาของจมื่นยังปกติแน่นหนาดี จากการสอบถามทราบว่าทั้งสองรู้สึกเจ็บที่ก้นกบเนื่องจากการตกกระแทกและมีรอยฟกช้ำเพิ่มขึ้นตามแขนขาบางแห่ง ระหว่างที่ดูอาการบาดเจ็บจมื่นศักดิ์ก็พูดขึ้นว่า

“ข้าคิดว่าต้องมีบางคนแกล้งข้าแน่ๆ”

จมื่นศักดิ์กล่าวโพล่งขึ้นทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ๆหันมาเป็นตาเดียวกัน

“คิดมากเกินไป ท่านจมื่น”

หวายแย้งขึ้น ซึ่งจมื่นก็ยังยืนยันความคิดของตนเอง

“ข้ามิได้คิดมาก แต่คิดเรื่องน่าสงสัย มีผู้วางแผนแกล้งข้าแน่ๆ กะว่าให้ข้าตายอย่างช้าๆด้วยความทุกข์ทรมาน เมื่อคืนก็แอบตีขาจนหัก วันนี้ก็เอางูมาปล่อยใส่ข้าอีกครั้งต่อไปพวกมันจะทำเยี่ยงไรกับข้าอีก ข้าคงไม่รอดจากป่านี้แน่ๆ”

“มิมีผู้ใดแกล้งท่านดอก ทำใจให้สบายได้ผู้อื่นจะแกล้งพวกท่านทำไม คิดว่าน่าจะเป็นงูตกมาจากต้นไม้มากกว่า”

พร้าวพยายามพูดปลอบใจ แต่สีหน้ามีอาการครุ่นคิดเพราะว่าถ้าเป็นการกระทำของผู้คนจริงดังที่จมื่นศักดิ์กล่าว ขบวนเกวียนเพลานี้ อยู่ในสถานการณ์คับขันอีกครั้งเป็นแน่จมื่นศักดิ์ฟังคำของหวายแล้วทำท่านิ่งคิด เหมือนจะคล้อยตาม แต่กลับไม่คล้อยตามเสียทีเดียว

“ก็เป็นไปได้ว่าตกจากต้นไม้ แต่ทำไมต้องตกมาที่เกวียนข้าด้วยดูเหมือนมีหลายตัว ตกมาที่เกวียนเล่มเดียว ทำไม ไม่ตกที่เกวียนเล่มอื่นข้าสงสัยไม่หาย ยิ่งไปกว่านั้น ตัวอื่นมันก็เลื้อยหนีไปแต่ไอ้จงอางตัวเดียวที่ดื้อด้าน ไม่ยอมไปไหน มันพยายามจะเข้ามาในกระโจมเกวียนอย่างเดียว ถามไอ้คนขับเกวียนซิ ต้องพากันกระโดดหนีลงจากเกวียนแทบไม่ทัน”

จากคำกล่าวของจมื่นศักดิ์ทำเอาผู้อยู่รอบๆเพลานี้รู้สึกขนลุกซู่ บางส่วนเห็นด้วยกับคำพูดของจมื่นศักดิ์ บางผู้คนเกิดจินตนาการว่าถ้านอนอยู่แล้วมีงูตกใส่หลายตัวคงสะดุ้งกระโดดหนีในสภาพทุลักทุเลไม่ต่างกัน

“คิดว่าคงเป็นงูที่ตกจากต้นไม้มากกว่า เพราะเสียงอึกทึกคึกโครมของขบวนเกวียนอาจจะสร้างความตื่นตกให้กับงูจึงพลัดตกลงมา โดยบังเอิญตรงที่เกวียนของท่านจมื่น ข้าว่าคิดแบบนี้ดีกว่า เพื่อความสบายใจคิดมากอาการบาดเจ็บหายช้านะท่าน”

หวายพูดสรุปตัดบทเพื่อมิให้ขวัญ และกำลังใจของขบวนเกวียนเสียไปหลังจากพักและดูแลอาการผู้บาดเจ็บ ที่บาดเจ็บเมื่อคืนที่ผ่านมาบางคนก็กินข้าวกินน้ำ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หวายสั่งให้ขบวนเกวียนก็เดินทางต่อทันที

เกวียนของจมื่นได้หลบเข้าข้างทางให้เกวียนลำอื่นๆเดินทางไปก่อน และให้เกวียนของจมื่นได้กลับมาอยู่เป็นลำสุดท้าย รวมทั้งลำที่มีผู้บาดเจ็บอื่นๆเพื่อจะได้ให้การคุ้มกันดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้บาดเจ็บเกิดการสบายใจ การเดินทางดูเหมือนปกติหลังจากเดินทางได้ไม่นาน ก็พบว่ามีขบวนม้าติดตามมาด้านหลังของขบวนเกวียน

“ใครควบม้าตามมาด้านหลังขบวนเกวียนมากันหลายคนอยู่นะ”

จ้อนกล่าวขึ้นหลังจากหันไปมองทางด้านหลังหลังจากช่วงแรกรู้สึกแปลกใจที่ได้ยินเสียงคล้ายเสียงม้าจากนั้นไม่นานเมื่อพ้นเงามุมโค้งก็พบว่ามีคนควบมาม้าหลายตัวพุ่งมาที่ขบวนเกวียนอย่างรวดเร็ว

“ส่งสัญญาณเตรียมตัวเร็ว”

ทันทีที่เสียงสัญญาณเตรียมตัวดังขึ้นขบวนเกวียนก็หยุดการเคลื่อนไหวอีกครั้ง ผู้คนในขบวนเกวียนอยู่ต่างเตรียมพร้อมอย่างรวดเร็วทุกสายตาต่างเพ่งมองไปที่ขบวนม้า มองด้วยสายตามีประมาณ ๔-๕ คนขี่ม้าพุ่งเข้าหาด้านท้ายของขบวนเกวียน

เพลานี้ผู้คนในขบวนเกวียน อยู่ในลักษณะเตรียมพร้อมเรียงเป็นหน้ากระดาน ทุกคนมีอาวุธครบมือ บางคนมีหน้าไม้ขึ้นลูกดอกเตรียมยิงบางคนถือดาบ หรือมีด กำไว้มั่น เตรียมพร้อมเข้าต่อสู้

“เหมือนจะมีตัวอะไรวิ่งนำหน้าม้ามาด้วยนะจะว่าเป็นม้าก็ไม่ใช่ตัวมันเล็กกว่าม้ามาก”

เสียงเขียวพูดขึ้นมาทำลายความเงียบและตึงเครียดทีมีอยู่ในเพลานี้

“ข้าก็ว่าไม่ใช่ม้าม้าตัวเล็กขนาดนั้นข้ามิเคยเห็น รู้สึกว่าม้าจะวิ่งไล่กวดเข้ามาใกล้ตัวที่วิ่งนำหน้าเข้าไปเรื่อยๆดูแล้วเหมือนไม่ใช่พวกเดียวกัน ไอ้ตัววิ่งนำหน้า ถ้ายังขืนวิ่งนำหน้าม้าเยี่ยงนี้ไม่แคล้วโดนม้าเหยียบตายเป็นแน่”

เสียงของหวายดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปมอง

“หัวหน้ามาเร็วจริง กระผมรู้แล้วไอ้ตัววิ่งนำหน้าม้ามันเป็นตัวอะไร”




Create Date : 04 พฤษภาคม 2560
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:27:00 น.
Counter : 345 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments